[NCT X YOU] Oh my girl ทำไงดีผมรักเธอ

ตอนที่ 11 : CHAPTER 5 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 พ.ค. 59



















JAEMIN PART





"ผลัก!"



"ตุ้บ!"



"นูน่าเป็นอะไรมั้ยครับ?!" ผมก้มหน้าถามยองมีนูน่าในอ้อมแขนของตัวเอง โชคดีจริงๆที่ผมผิดสังเกตว่าทำไมแทยงฮยองกับยองมีนูน่าถึงไม่กลับมาสักทีเลยออกมาตามทั้งสองคน พอเดินขึ้นบรรไดมาก็ได้ยินเสียงเอ๊ะอะโวยวาย เลยรีบเร่งเท้าเดินมาดู ก็ได้เห็นร่างของยองมีนูน่าที่กำลังกลิ้งตกลงมาจากบันไดสิบกว่าขั้น เห็นดังนั้นผมก็เลยรีบกระโจนไปรับร่างเปราะบางของนูน่าได้ทันก่อนที่ยองมีนูน่าจะตกกระแทกพื้น



"นูน่าไม่เป็นไร ขอบใจนะแจมิน" ยองมีนูน่าเมื่อเห็นว่าเป็นผมก็ยิ้มแล้วตอบกลับมา แต่พอนูน่าเงยหน้าขึ้นมาผมก็ได้เห็นเลือดที่ไหลซึมออกมาจากหน้าผากมนของเธอ



"นูน่า!! นูน่าหัวแตก!" และดูเหมือนยองมีนูน่าก็จะเพิ่งรู้ตัว จึงได้ทำหน้าตาตกใจออกมา



"ยองมี! เป็นไรมั้ย ลุกไหวหรือป่าว?" แทยงฮยองรีบวิ่งลงบันไดมาดูอาการของนูน่า ตามมาด้วยลามิที่มีสีหน้าแตกตื่น



"มีไม่เป็นอะไรคะ" แทยงฮยองที่นั่งยองๆดูบาดแผลที่หน้าผากของนูน่า จู่ๆก็ลุกขึ้นแล้วหันไปประจันหน้ากับลามิที่ยืนอยู่ข้างหลัง



"ทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างมั้ย!!" เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นแทยงฮยองโกรธจัดขนาดนี้ แทยงฮยองส่งมือหนาของตัวเองไปเขย่าไหล่ของลามิอย่างแรง



"คนอย่างออนนี่ ตายๆไปได้สะก็ดี แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ!!" ลามิตะโกนใส่หน้าแทยงฮยองแล้วปัดมือหนาที่จับไหล่ของเธออยู่ให้ออกไป



"เลิกบ้าสักทีลามิ! ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้" ผมที่ทนต่อพฤติกรรมของลามิไม่ไหว ก็ได้ระเบิดคำพูดของตัวเองออกมา



"ฮึก ฮืออ" ลามิหลั่งน้ำตาของตัวเองออกมามากมาย แล้วมองไปที่ใบหน้าของยองมีนูน่าอย่างโกรธจัด ทำท่าจะวิ่งเข้ามาหาร่างบางในอ้อมกอดผม แต่โชคดีที่แทยงฮยองกันและหยุดร่างของเธอเอาไว้ได้



"หยุดความคิดที่จะทำร้ายยองมีสะ! เพราะถ้าเธอคิดจะทำอะไรผู้หญิงของพวกฉันละก็ ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!!" แทยงฮยองพูดทิ้งท้ายไว้แต่เพียงเท่านั้น แล้วเดินมาอุ้มร่างบางของยองมีนูน่าออกไปจากอ้อมแขนของผม ก่อนจะเดินไปแล้วทิ้งผมไว้กับลามิสองคน



"ฉันเคยคิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิด ฉันผิดหวังในตัวเธอจริงๆลามิ" ผมหันไปพูดกับลามิแล้วเดินตามแผ่นหลังหนาของแทยงฮยองไป










ณ ห้องซ้อม



"ลามิอีกแล้วหรอ? เมื่อไหร่จะเลิกทำร้ายคนอื่นสักที" เสียงแจฮยอนฮยองดังขึ้นหลังจากที่แทยงฮยองเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ทุกคนฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ใช่ครับยองมีนูน่าไม่ใช่คนแรกที่โดนลามิทำร้าย แต่เป็นคนที่สองต่อจากเยรินูน่านั้นเอง ลามิมักจะหึงหวงพวกเราตลอดเวลา ผู้หญิงคนไหนที่เข้าใกล้เรามากเกินไปก็จะโดนเธอทำร้ายอย่างขาดสติ ด้วยเหตุนี้แหล่ะครับพวกเราจึงต้องถอยห่างออกจากเธอเรื่อยๆ เพราะเราไม่อยากให้ลามิคิดไปเองอีกแล้ว



"เจ็บมากมั้ยครับนูน่า" เจโน่เดินเข้าไปหายองมีนูน่า แล้วค่อยๆใช้นิ้วแตะและลูบแผลที่มีพลาสเตอร์ปิดไว้เบาๆ พลางเป่าที่แผลของนูน่าเหมือนกับว่านูน่าเป็นเด็กๆ



 "เดี๋ยวก็หายแล้วนะครับ เพราะผมเป่าความเจ็บปวดออกไปหมดแล้ว ^^" ยองมีนูน่าไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มขำๆกับการกระทำของเจโน่ที่ผมคิดว่ามันค่อนข้าง 'ปัญญาอ่อน'



"สงสัยปีนี้จะเป็นปีชงของมีนะ มีเรื่องให้เจ็บตัวไม่เว้นแต่ละวัน ข้อเท้ากับไข้ก็เพิ่งจะหายแท้ๆมาวันนี้ก็ได้แผลกลับบ้านสะและ ฮ่าๆๆๆ" ยองมีนูน่าหัวเราะออกมาให้ติดตลกเพื่อพยายามทำให้ดูเหมือนว่าตัวเองไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเรื่องนี้



"กลับหอไปพักมั้ยมี พี่ไม่อยากให้ซ้อมต่อเลย" เตนล์ฮยองเอ่ยถามยองมีนูน่าด้วยสีหน้าที่แสดงออกว่าเป็นห่วงอย่างชัดเจน



"ไม่เป็นไรคะพี่เตนล์มีไหว แผลแค่นี้เอง" และก็เหมือนเดิมยองมีนูน่าก็ยังยืนยันว่าจะอยู่ซ้อมต่อจนกว่าจะเลิก ขนาดฮันซลฮยองกับแทอิลฮยองที่เรียกได้ว่าอาวุโสที่สุดในกลุ่มเรามาเกลี้ยกล่อม นูน่ายังไม่ยอมกลับเลย



"ถ้าไม่ไหวหรือเกิดเจ็บแผลขึ้นมา เธอต้องรีบบอกฉันเลยนะเข้าใจมั้ย" มาร์คฮยองเดินไปลูบหัวยองมีนูน่า แล้วจับเข้าที่ต้นแขนของนูน่าเพื่อพาเดินไปซ้อม



"โอ้ยๆๆ" ยองมีนูน่าร้องออกมาเมื่อมือหนาของมาร์คฮยองสัมผัสถูกแขนของเธอ ร่างสูงของมาร์คฮยองตกใจจึงเผลอปล่อยมือออกไปแล้วทำสีหน้างงใส่นูน่า สายตาคมของฮยองไล่มองที่ต้นแขนขาวของยองมีนูน่า



"นี้เธอไปโดนอะไรมาเนี้ย?" มาร์คฮยองยกต้นแขนของนูน่าขึ้น พลางใช้นิ้วลูบแผลที่มีคราบเลือดและรอยช้ำอยู่



"เอ่อ...นิดหน่อยน่ะช่างมันเถอะ" คิ้วหนาของมาร์คฮยองขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินคำตอบจากนูน่า



"ลามิใช่มั้ย?" เสียงทุ้มของมาร์คฮยองเอ่ยถามร่างบางของนูน่าไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 



"ใช่ ลามิเป็นคนทำ" ไม่ใช่เสียงหวานของนูน่าที่เอ่ยตอบแต่กลับเป็นเสียงของแทยงฮยองที่เอ่ยตอบมาแทน ไม่รอให้ใครพูดอะไรต่อ มาร์คฮยองก้าวเดินไปยังประตูห้องซ้อมอย่างรวดเร็ว



"มาร์ค! เดี๋ยว! นั้นนายจะไปไหน Hay! Mark Where are you going?!" ยองมีนูน่าตะโกนออกมาพร้อมสีหน้าที่เริ่มเป็นกังวล สองขาบางก้าวตามมาร์คฮยองไปแล้วคว้าเข้าที่แขนหนาของฮยอง



"Where are you going?....นายจะไปหาลามิใช่มั้ย เลิกคิดสะมาร์คฉันไม่ปล่อยให้นายไปแน่" 



"Why?, Why you don't let me go? เธอจะให้ฉันปล่อยไปอย่างงั้นหรอยองมี ทั้งๆที่ลามิทำกับเธอถึงขนาดนี้เธอจะปกป้องยัยนั้นทำไม?" มาร์คฮยองพูดออกมาอย่างหัวเสีย พยายามข่มเสียงของตัวเองไม่ให้เสียงดังมากจนเกินไป ปกติแล้วฮยองเป็นคนอารมณ์ดีและขี้เล่นมากๆ น้อยครั้งนักที่จะหัวเสียแบบนี้



"เพราะฉันรู้ว่าถ้าปล่อยนายไป นายอาจจะทำอะไรบ้าๆที่มันส่งผลเสียต่อตัวนายเองยังไงหล่ะมาร์ค นายอย่าลืมนะว่านายกำลังจะได้เดบิวต์แล้ว ถ้าเกิดนายทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังขึ้นมา ตัวนายเองไม่ใช่หรอที่จะเดือดร้อน" 



ยองมีนูน่าแสดงสีหน้าจริงจังอย่างที่ผมเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน มือบางกระชับแขนแกร่งให้แน่นขึ้น เพื่อเป็นการตอกย้ำให้มาร์คฮยองรู้ว่าตนจริงจัง



"แล้วเธอจะให้ฉันอยู่เฉยๆโดยที่ไม่ทำอะไรเลยหรอมี จะให้ฉันยืนดูเธอถูกยัยนั้นทำร้ายหรอ?" มาร์คฮยองจับมือบางที่กอบกุมแขนตัวเองอยู่ออกเบาๆ แล้วเตรียมเดินออกไป



"ถือว่าฉันขอ...ฉันขอร้อง อย่าไปเลยนะ เพราะฉันไม่อยาก...ไม่อยากเป็นต้นเหตุให้นายต้องเดือดร้อน..." ยองมีนูน่าเอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าหวานก้มต่ำลง มือบางทั้งสองกำแน่น ร่างหนาของมาร์คฮยองเมื่อได้ยินเสียงแผ่วๆของนูน่าก็หยุดชะงักขึ้นมาทันที พร้อมกลับหลังหันมาหาคนตัวเล็กกว่า ใช้สองมือหนากอบกุมใบหน้าหวานของนูน่าให้เงยขึ้น เผยให้เห็นดวงตากวางที่คลอหน่วยไปด้วยน้ำตา



"ฉันยอมเจ็บตัวฟรี ดีกว่าให้นายโดนหารสองไปด้วย เพราะฉะนั้นฉันขอร้องนะมาร์คอย่าไปเอาเรื่องลามิเลย" 


น้ำตาไหลลงอาบแก้มนวลของยองมีนูน่า มาร์คฮยองเองเมื่อเห็นก็ยกนิ้วขึ้นปาดน้ำตาเจ้ากรรมให้ออกไป ผมยอมรับตรงๆว่าผมไม่ชอบเห็นนูน่าเป็นแบบนี้เลย แววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองนั้น ไหนจะรอยยิ้มของนูน่าที่ไม่ปรากฏให้เราเห็นอีก มันทำให้ผมใจกระตุกแปลกๆ ผมไม่ต้องการเห็นนูน่าที่สดใสของพวกเราเป็นแบบนี้และเพราะแบบนี้ความรู้สึกแย่ที่ไม่สามารถทำอะไรเพื่อนูน่าได้ก็ถาโถมเข้ามาอย่างจัง ทั้งๆที่นูน่าต้องมาเจ็บตัวเพราะพวกเราแท้ๆ แต่ผมกลับทำอะไรเพื่อเธอไม่ได้สักนิด ทั่วทั้งห้องซ้อมเงียบสงัดและแม้แต่ครูปีเตอร์เองก็นั่งนิ่งไม่ยอมพูดอะไรสักคำ


"เข้าใจแล้ว...ฉันจะไม่เอาเรื่องลามิ" เสียงทุ้มของมาร์คฮยองดังขึ้นเบาๆ สองตาคมหลับแน่นเพื่อข่มกลั้นอารมณ์โกรธของตัวเองที่มีต่อลามิ นูน่าเองเมื่อได้ยินคำตอบจากปากฮยองก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ใช้มือข้างนึงกอบกุมมือหนาของมาร์คฮยองที่ยังจับใบหน้าของตัวเองอยู่


"ย๊า! เลิกร้องไห้ได้แล้วหน่า ฉันไม่ไปแล้วนี้ไง"



"ระ รู้แล้วหน่าาา ก็กลั้นอยู่นี้ไงเล่า!" 




และดูเหมือนสถานการณ์ตึงเครียดนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะรอยยิ้มของทุกคนก็เริ่มกลับมาหลังจากหน้าบึ้งกันมาเกือบครึ่งชั่วโมง โดยเริ่มที่ยูตะฮยองที่เป็นคนทำลายความเครียดออกไปด้วยมุขตลกของตัวเอง ซึ่งนั้นก็ช่วยได้มากจริงๆ ส่วนครูปีเตอร์น่ะหรอที่เห็นนั่งเงียบๆ ก็เพราะนั่งร้องไห้ซึ้งใจกับคำพูดของมาร์คฮยองกับยองมีนูน่าอยู่แค่นั้นเอง เห็นตัวใหญ่อย่างกับนักมวยปล้ำแบบนั้น แต่ใจนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กสาววัยแรกแย้มสักนิด ผมมองนูน่าที่ซ้อมเต้นอยู่ข้างๆผมอย่างเป็นห่วง ตอนที่เห็นเธอกลิ้งตกลงมาจากบันได ผมตกใจและกลัวมาก กลัว...ว่าเธอจะเป็นอะไรไป ต้องมีสักวันที่ผมสามารถดูแลและปกป้องนูน่าได้





ผมสัญญาครับ...นูน่า






END JAEMIN PART

















YOUNGMEE PART




หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์เจ็บตัวกึ่งเฉียดตายมาแล้ว พวกเราก็กลับมาซ้อมกันเหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนเฮฮาหัวเราะกันตามปกติ เจโน่กับแจมินก็คอยประกบติดฉันตลอดจนไม่มีช่องว่างให้มาร์คได้แทรกเข้ามาหา ส่วนตามาร์คก็โวยวายใส่เจโน่กับแจมินยกใหญ่ แต่มีหรอที่เด็กน้อยพวกนี้จะกลัว นอกจากจะไม่กลัวแล้วยังพูดจากวนประสาทกลับไปด้วยทำให้มาร์คต้องพ่ายแพ้ไป 




เราซ้อมกันจนไม่ได้ดูเวลาเลยสักนิด เวลาพักมาถึงแล้วเราทุกคนก็ยังไม่รู้ตัวจนต้องให้ครูปีเตอร์มาบอก ทุกคนแยกย้ายกันไปพักตามอัธยาศัย



"มีไปกินข้าวกัน/มีไปกินข้าวกัน" พี่เตนล์และมาร์คพูดขึ้นพร้อมกัน เมื่อต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่ามีใครอีกคนพูดเหมือนตน ก็รีบหันมาปะทะแววตากันทันที มาร์คและพี่เตนล์จ้องกันอย่างเอาเป็นเอาตาย จนฉันคิดว่าถ้าเป็นปลากัดคงท้องจนมีลูกเป็นแสนตัวแล้ว



"เอ่อ...ทั้งสองคนไปกินเถอะ มียังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ อีกอย่างฝากจีซองซื้อขนมปังแล้วไม่ต้องห่วงนะ" ฉันพูดขัดขึ้นมาแล้วส่งยิ้มไปให้ทั้งสองคน จนสองคนนั้นถอนหายใจแล้วพยักหน้าตอบกลับมา พลางกอดคอกันเดินออกจากห้องไป อะไรของพวกเค้าเมื่อกี้ยังจ้องกันจะเป็นจะตาย พอตอนนี้กอดคอเดินไปด้วยกันสะงั้น ยองมีหล่ะงง




ตอนนี้ทั้งห้องก็เลยเหลือแค่ฉันกับจอนห์นนี่อ้ปป้า ที่นั่งห่างออกไปเป็นวา จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังทำตัวไม่ถูกเวลาเจอหน้าจอนห์นี่อ้ปป้า ยิ่งอยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ฉันหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดดูนู้นนี้ไปเรื่อยๆ ภาวนาขอให้ใครเข้ามาทำลายความอึดอัดนี้สักที



"เห้ออ จะไม่พูดอะไรสักหน่อยหรอมี" ฉันหันไปมองข้างๆตัวเอง ก็พบเข้ากับร่างหนาของจอนห์นนี่อ้ปป้าที่นั่งอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้



"อะ เอ่อ..."



"เธอเกลียดอ้ปป้าไปแล้วหรอมี หืม?" แววตาของจอห์นนี่อ้ปป้าฉายแววเศร้าออกมา จนฉันได้แต่ร้องประท้วงอยู่ในใจว่าต้องทำอะไรสักอย่าง



"มะ ไม่ใช่นะคะอ้ปป้า มีแค่...แค่" ฉันพยายามอธิบายแต่ไม่รู้เลยว่าต้องยกเหตุผลอะไรมาเป็นข้ออ้างให้มันดูดี



"ฮ่าๆๆ ช่างมันเถอะแค่เธอไม่เกลียดอ้ปป้าก็พอแล้ว หลังจากนี้ก็ทำตัวเหมือนเดิมเถอะนะ ^^" จอนห์นนี่อ้ปป้ายกมือขึ้นลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มแสนน่ารักของเค้าทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้าง จอห์นนี่อ้ปป้าก็เป็นจอห์นนี่อ้ปป้าอยู่วันยันค่ำนั้นแหล่ะ ไม่ว่าจะสถานะการณ์ไหนก็ยิ้มได้เสมอ



"จอห์นนี่ไปกินข้าวสิ เดี๋ยวฉันอยู่เป็นเพื่อนยองมีเอง" อยู่ร่างสูงของแทยงอ้ปป้าก็โผล่พลวดเข้ามาในห้อง แล้วพยายามฉุดแขนจอห์นนี่อ้ปป้าให้ลุกขึ้น ปากบอกให้ร่างสูงอีกร่างออกไปกินข้าวโดยเร็ว



"ย๊าๆๆ ไม่เอาฉันไม่หิว นายก็ไปกินของนายเส่ๆๆๆ ฉันอยู่เป็นเพื่อนยองมีเอง" จอห์นนี่อ้ปป้าสลัดแขนของตัวเองจนหลุดจากการยื้อยุดฉุดกระชากของแทยงอ้ปป้า



"ฉันก็ไม่หิว นายนั้นแหล่ะไปกินตัวก็ใหญ่ไม่กินข้าวกินปลาเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาจะทำยังไงห่ะ" แทยงอ้ปป้าพูดด้วยเหตุผลที่ฟังดูแทม่งๆ จนคนฟังอย่างฉันเองก็งงจนแทบจะประมวลผลไม่ถูก



"ก็บอกแล้วไงว่าไม่หิว นายนั้นแหล่ะไปกินข้าว ขืนปล่อยให้นายมาอยู่กับมีสองคนเกิดยัยลามิโผล่มาทำร้ายมีขึ้นมา ตัวแห้งเป็นก้างอย่างนายจะปกป้องมียังไงไหว" และดูเหมือนการโต้วาธีครั้งนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ทั้งแทยงอ้ปป้าและจอห์นนี่อ้ปป้าต่างก็พากันปะทะฝีปากอย่างไม่หยุดไม่หย่อน 



"ย๊า!! อ้าาาจินจาาา พอทั้งคู่เลยนะ!" ฉันหมดความอดทนที่จะฟังทั้งคู่เถียงกันไปมา จึงสบถออกมาอย่างหัวเสีย จะมีสักวันมั้ยนะที่ฉันได้อยู่อย่างสงบสุข และดูเหมือนการที่ฉันตะโกนออกไปแบบนั้นจะส่งผลให้อ้ปป้าทั้งคู่หยุดการกระทำอันน่ารำคาญลงได้ในที่สุด อ้ปป้าทั้งสองคนยืนสงบเสงียมกุมเป้าอยู่ข้างหน้าฉัน ริมฝีปากของทั้งคู่ถูกเม้มสนิทจนมันเป็นเส้นตรง นี้ถ้าฉันไม่ใช่รุกกี้ค่ายเอสเอ็มฉันคงคิดว่าตัวเองเป็นครูฝึกในค่ายทหารแล้ว 



"เถียงกันอยู่ได้พวกอ้ปป้าเนี้ย โตจนจะเป็นพ่อคนได้แล้วยังทำตัวเป็นเด็กกันอีก" ฉันยืนขึ้นเท้าเอวทำหน้ายู่ใส่ทั้งสองอย่างเคืองๆ 



"งั้นเธอสนใจมาเป็นแม่ของลูกมั้ย?" แทยงอ้ปป้าเงยหน้าขึ้นมามองฉัน แล้วพูดประโยคแอคแทคหัวใจออกมา เจ้าตัวได้แต่ยิ้มกรุ่มกริ่มแบบมีเลศนัย ส่วนจอห์นนี่อ้ปป้าก็หัวเราะก๊ากเมื่อเห็นสีหน้าที่แดงแจ๋ของฉัน จนฉันต้องหันไปมองค้อนอ้ปป้าตัวสูงนั้น



"ผมไม่ยอมให้ยองมีเป็นแม่ของลูกฮยองหรอก....เพราะเธอเป็นของผม!"













เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ประตู ปรากฏร่างหนาของแจฮยอนอ้ปป้าที่ยืนอ้าจังก้าอยู่ด้วยใบหน้าบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัดเจน ขายาวก้าวเข้ามาหาฉันแล้วโอบไหล่ของฉันไว้หลวมๆ พลางตาหวานก็เหลือบไปมองจอห์นนี่อ้ปป้าและแทยงอ้ปป้า เหมือนเด็กหวงของเล่น


"อะไรห่ะแจฮยอนอย่ามโนดิ ยองมีไปเป็นของนายตอนไหนไม่ทราบ" จอห์นนี่อ้ปป้าแสดงสีหน้าเอือมๆและเอ่ยปากพูดออกมา



"แน่นอนว่าผมไม่ได้มโนครับฮยอง เพราะผมก็จูบกับยองมีมาแล้วและให้ผมเดาคงเป็นจูบแรกของเธอด้วย!" คำพูดของแจฮยอนอ้ปป้าสร้างความตกใจให้ฉันและอ้ปป้าอีกสองคนเป็นอย่างมาก ฉันหันไปมองหน้าแจฮยอนอ้ปป้าอย่างสงสัยในคำพูด



"ตอนไหนค่ะอ้ปป้า เราเคยจูบกันด้วยหรอ?" 



"เอ้าก็ตอนที่เธอนอนซมเป็นไข้อยู่บนเตียงหน่ะสิ จำไม่ได้หรือไง" 



นอนซม


เป็นไข้


บนเตียง...อย่าบอกนะ!!!



"วะ วันนั้นอ้ปป้าจูบมีจริงๆหรอค่ะ!! มันไม่ใช่ความฝันหรอ!" ฉันเริ่มพูดอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อนขึ้นมา กับในหัวที่กำลังนึกย้อนไปถึงเรื่องวันนั้น ฉันเบิกตากว้างมองหน้าแจฮยอนอ้ปป้าอึ้งๆ ก่อนจะเอามือกุมหน้าตัวเองอย่างไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้าอีกต่อไป



"ย๊าๆๆ ไอ้แจฮยอนแกฉวยโอกาสยองมีหรอห่ะ!" 



"ป่าวนะฮยอง ผมก็แค่จะช่วยให้มีหายไข้ไวๆแค่นั้นเอง ผมหวังดีนะครับ ฮ่าๆๆๆ" 



ตอนนี้ฉันอยากจะเอาหน้ามุดลงพื้นห้องซ้อมไปให้รู้แล้วรู้รอด หน้าอายจริงๆเลย เรื่องจอห์นนี่อ้ปป้ายังไม่ทันหายเรื่องแจฮยอนอ้ปป้าก็ตามมาสะแล้วว ยัยยองมีเอ้ยยยแกเหลือกี่บาทเนี้ยย ให้ตายเถอะะะกุลสตรีศรีสยามไม่มีเหลือในตัวฉันแล้วเนี้ยย 


"ยองมีนูน่าฮะ ขนมปังที่ฝากซื้อได้แล้วฮะ" เสียงของมักเน่ของเราดังขึ้นอย่างสดใส จีซองเดินเข้ามาพร้อมกับแจมิน เจโน่แล้วก็ดงฮยอก เด็กพวกนี้ยิ่งโตก็ยิ่งหล่อมีความอ้ปป้าสูงจริงๆ ฉันเงยหน้าออกจากมือตัวเองแล้วมองทั้งสี่คนอย่างชื่นชมกับความหล่อเหลาของพวกเด็กๆ นี่ถ้าพวกนายเกิดเร็วกว่านี้นะสาบานได้ว่านูน่าจะเดินเข้าไปจีบอย่างไม่ลังเลเลย



"ขอบใจนะจีซอง ^^" ฉันมองแจฮยอนอ้ปป้าเพียงครู่เดียวแล้วเดินออกมาจากอ้อมแขนของอ้ปป้า สองขาก้าวเข้าไปรับขนมปังจากมือเล็กของจีซอง ก่อนจะลูบหัวมักเน่น้อยอย่างเอ็นดู



"เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้มั้ยฮะนูน่า?"



"หื้ม? จีซองอยากได้อะไรหล่ะ" จีซองไม่ได้ตอบอะไรแต่กวักมือให้ฉันโน้มตัวลงไปหาเหมือนมีบางอย่างจะกระซิบบอก เห็นดังนั้นฉันจึงก้มตัวให้ต่ำลงและรอฟังสิ่งที่จีซองจะบอก แต่กลับได้รับสัมผัสนุ่มนิ่มที่แก้มขวาแทน ฉันเด้งตัวเต็มความสูงของตัวเองอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าเด็กน้อยอย่างจีซองจะทำการเหมือนพวกอ้ปป้าทั้งหลายแหล่รวมไปถึงตามาร์คด้วย นี้ฉันอยู่กับใครแล้วไม่เปลืองตัวบ้างเนี้ย ให้ตายเถอะ!!



"ย๊า! จีซองเป็นเด็กเป็นเล็กหัดแต๊ะอั๋งแล้วหรอห่ะ เดี๋ยวเถอะๆๆ" มาร์คที่ดูเหมือนจะเข้ามาเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่พอดี ทำให้เจ้าตัวโพล่งขึ้นมาเสียงดังลั่นห้อง แล้วรีบบึ่งเท้ามาหาฉันส่งมือหนาทั้งสองข้างมาบีบแก้มฉันอย่างหมั่นเขี้ยว แล้วพูดประโยคแปลกๆออกมา



"ส่วนเธอหน่ะ หยุดทำตัวน่ารักสักทีสิ ยิ่งเธอทำซึนๆมึนๆพวกฮยองกับไอ้ตัวกระปิ๋วหลิ๋วพวกนี้ก็ยิ่งได้ใจสิๆๆ" มาร์คทำแก้มพองคล้ายงอนที่ฉันยอมให้คนนู้นคนนี้แกล้งอยู่เรื่อย จนฉันเองก็อดที่จะขำกับการกระทำของมาร์คไม่ได้ ตัวก็ใหญ่เสียงก็แหบ ยังทำตัวเป็นเด็กไปได้



"ไม่ต้องมาพูดเลยนะมาร์ค นายก็ไม่ต่างอะไรกับทุกคนเลยดีไม่ดีเป็นยิ่งกว่าทุกคนอีก" ฉันเอ็ดมาร์คไป หมั่นไส้คนตัวสูงที่ชอบว่าคนอื่นแต่ไม่ดูตัวเอง และเป็นอีกครั้งที่มาร์คทำการงอนฉัน ซึ่งดูเหมือนครั้งนี้จะงอนจริงๆสังเกตได้จากการที่อิตามาร์คทำปากยู่ๆแล้วแยกเดินไปนั่งที่มุมห้องคนเดียว แถมยังกอดอกเชิดคอเหมือนเด็กน้อย ฉันว่าจีซองยังดูโตกว่านายมาร์คเลยด้วยซ้ำ




"ว้าา ถูกงอนสะและ แย่จังวันนี้กะว่าจะชวนไปซื้อหมวกด้วยกันสักหน่อย สงสัยต้องชวนคนอื่นไปแทนแล้วม้างงง" ฉันพยายามพูดให้เสียงดังเพื่อให้มาร์คได้ยิน โดยการเอาเรื่องหมวกมาล่อเพราะเป็นสิ่งที่นายนั้นชอบมากที่สุด แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่สำเร็จเหมือนทุกที เพราะมาร์คก็ยังคงทำหน้าเชิดปากงอนอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมสนใจคำพูดล่อลวงของฉันแม้แต่นิด



"งั้นแทยงอ้ปป้าไปกับมีมั้ยค่ะ เดี๋ยวมีเลี้ยงจาจังมยอนชามนึง" ฉันเดินไปเขย่าแขนแทยงอ้ปป้าอย่างอ้อนๆ เพื่อหวังให้อิตามาร์คโวยวาย ก็เวลาฉันเล่นกับผู้ชายคนอื่นทีไรนายนี้ก็ปรี๊ดแตกทุกที เพราะฉะนั้นก็มีแต่ทางนี้เท่านั้นแหล่ะที่จะทำให้มาร์คพูดด้วย




"นะค่ะอ้ปป้าๆๆ นะๆๆๆๆๆน้าาาาาๆๆๆๆ" ฉันยังคงใช้ลูกอ้อนอย่างต่อเนื่อง สังเกตเห็นว่าใบหน้าของแทยงอ้ปป้าเริ่มจะขึ้นสีหน่อยๆ และดูเหมือนปากบางของแทยงอ้ปป้าก็กำลังจะเอื้อนเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา แต่ไม่ทันที่อ้ปป้าจะได้พูดอะไรตามาร์คที่ไม่รู้เดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็ฉุดข้อมือฉันให้เดินตามเค้าไปนอกห้อง ฉันรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่เสียมากๆของมาร์ค แรงที่ใช้จับข้อมือของฉันก็ดูเหมือนว่ามันจะเพิ่มขึ้นทุกทีจนฉันเจ็บไปหมด อยากจะสลัดทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดถ้าไม่ติดว่าแรงน้อยกว่าเพื่อนตัวสูงตรงหน้าหน่ะนะ



"นี้มาร์คปล่อยนะ ฉันเจ็บ มาร์ค!" ฉันร้องมาตลอดทางเดินแต่ก็ไม่มีท่าทีว่ามาร์คจะปล่อยแม้แต่น้อย จนมาถึงห้องเปลี่ยนชุดมาร์คก็ลากฉันเข้าไปฝั่งผู้ชายแล้วปิดประตูลงกรอนอย่างดี



"ปึก" มาร์คดันหลังฉันให้ติดกับกำแพงแล้วส่งแขนทั้งสองข้างมากันทางฉันไว้ไม่ให้ขยับไปไหน ฉันมองหน้ามาร์คอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของเค้า มาร์คไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยมีท่าทางน่ากลัวเหมือนตอนนี้เลยสักครั้งเดียว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกจริงๆที่ฉันได้เห็นมัน



"นายจะทำอะไร ถอยไปเลยนะมาร์ค" ฉันพยายามดันอกแกร่งของมาร์คให้ถอยออกไป แต่เหมือนยิ่งดันออกเค้าก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที จนฉันต้องถดคอและหันหน้าหนีสายตาเหยี่ยวนั้นอย่างหวั่นๆ



"ทำไมหล่ะ ก็เธออยากเห็นฉันโกรธไม่ใช่หรอ นี้ไงฉันโกรธแล้ว" มาร์คขยับใบหน้าหล่อคมของเค้าให้เข้าใกล้ฉันเรื่อยๆ และยังกระซิบข้างหูฉันด้วยเสียงแหบๆอันมีเสน่ห์นั้นอีก ตอนนี้ทุกคนคงไม่ต้องเดาเลยใช่มั้ยค่ะว่าฉันรู้สึกยังไง



"ก็นายไม่ยอมพูดกับฉันนี้จะให้ฉันทำยังไงหล่ะ แล้วอีกอย่างนายโกรธแล้วทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ออกไปเลยนะ!" ฉันยังไม่ลดละความพยายามที่จะออกจากพันธนาการอันหน้าหวั่นใจของมาร์ค



"ยองมี..." มาร์คเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา เบามากๆจนถ้าในห้องนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคนก็คงจะไม่ได้ยิน ฉันสบเข้ากับดวงตาคมของมาร์คเพื่อมองว่านายนี้ต้องการอะไร จู่ๆมือหนาอุ่นของมาร์คก็เลื่อนมาจับมือฉันที่ทาบทับบนอกแกร่งของเค้าอยู่ มาร์คไม่ได้ดึงมือฉันออกหรืออะไรเพียงแต่กลับกดมือฉันให้แนบแน่นไปกับหน้าอกของตน



"ได้ยินอะไรมั้ยมี...เธอได้ยิน...เสียงหัวใจของฉันมั้ย?" มาร์คมองตาฉันด้วยสีหน้าไร้ซึ่งการล้อเล่น ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมีแววตาขี้เล่นและรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ ตอนนี้กลับไม่มีเหลือไว้เลยสักนิด ราวกับว่ามาร์คที่อยู่ตรงหน้าฉันเป็นมาร์คคนละคนกับที่ฉันรู้จัก



"..."



"หัวใจของฉันที่มันเต้นดังทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆเธอ ได้เห็นรอยยิ้มของเธอ ได้ฟังเสียงหัวเราะหรือเสียงพูดของเธอ และเหมือนมันจะหยุดเต้นทุกครั้งเมื่อฉันมองไปข้างๆแล้วไม่เจอเธอ เหมือนมันจะแหลกเป็นเสี่ยงๆทุกครั้งที่เห็นเธออยู่กับผู้ชายคนไหนที่ไม่ใช่ฉัน เจ็บทุกครั้งที่เธอยิ้มให้ใครต่อใคร ฉันโกรธเวลาที่มีคนมาแตะเนื้อต้องตัวเธอ ฉันไม่ชอบเวลาที่เธอไปอ้อนใครที่ไม่ใช่ฉัน"



"มาร์ค..." ฉันนิ่งค้างไปกับคำพูดของมาร์ค ไม่หน้าเชื่อว่าฉันจะได้ยินประโยคพวกนี้ออกมาจากปาก 'เพื่อนสนิท' ของตัวเอง



"ฉันอยู่ข้างๆเธอเสมอ คอยดูแลเอาใจใส่เธออยู่ทุกวัน แต่เธอว่ามันจะผิดมั้ยถ้าการที่ฉันทำแบบนั้นมันไม่ใช่การกระทำของเพื่อนที่ทำให้เพื่อน"



"..."



"เธอว่ามันจะผิดมั้ยถ้าฉันจะบอกว่าฉันรักเพื่อนสนิทของตัวเอง...มันจะผิดมั้ยถ้าฉันบอกว่าฉันรักเธอ" 





    มาร์คเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับแววตาที่สื่อได้รู้เลยว่าเค้าจริงจัง ทุกคำพูดที่ร่างสูงเอื้อนเอ่ยมาทั้งหมดนั้นคือเรื่องจริง หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นซำเมื่อใบหน้าคมเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆจนจมูกโด่งของมาร์คแตะเข้ากับจมูกรั้นของฉันอย่างแผ่วเบา ฉันหลับตาลงรอรับสัมผัสที่อีกฝ่ายกำลังจะมอบให้ ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงไม่ต่อต้านมาร์คเหมือนตอนแรก ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ฉันต้องหยุดนิ่งให้มาร์คได้ทำตามอำเภอใจ ริมฝีปากของมาร์คทับลงมาบนริมฝีปากอ่อนนุ่มของฉันเบาๆ เค้าค่อยๆขยับปากอย่างค่อยเป็นค่อยไปและอ่อนโยน ร่างกายของฉันเหมือนกำลังถูกมาร์คดูดพลังงานไปจนหมดสิ้น แรงที่เคยมีตอนนี้กลับไม่หลงเหลือให้ใช้งานอีกต่อไป จนร่างโอนอ่อนของฉันแทบจะทรุดลงกับพื้น แขนแกร่งของมาร์คถูกส่งมาโอบเอวของฉันไว้ แล้วดันร่างของฉันให้แนบชิดตนมากยิ่งขึ้น มาร์คยังคงมอบจูบแสนหวานให้ฉันอย่างไม่หยุดหย่อน ฉันกำเสื้อของมาร์คเอาไว้แน่นเพื่อระบายความรู้สึกแปลกๆที่มันมวลอยู่ในท้องออกมา มาร์คขบเข้าที่ปากล่างของฉันเบาๆและส่งลิ้นหนาเข้ามาสำรวจในโพรงปากของฉัน ลิ้นหนาของมาร์คจัดการไล่ต้อนลิ้นเล็กของฉันแล้วเกี่ยวพันกับมันไว้อย่างเอาแต่ใจ อ้อมแขนของมาร์คก็กระชับให้แน่นและชิดขึ้นจนร่างของเราสองคนแทบจะรวมเป็นคนคนเดียวกัน มือหนาเริ่มซุกซนลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของฉันแล้วหยุดลงที่ตะขอเสื้อในที่อยู่ใจกลางแผ่นหลังนั้น นิ้วของมาร์คเขี่ยมันไปมาอย่างหยอกล้อให้ฉันเสียวเล่นๆ และพยายามเรียกร้องความสนใจของฉันมาที่รสจูบของเค้าอีกครั้งเมื่อมาร์คค่อยๆเปลี่ยนจูบแสนหวานให้เป็นจูบที่เร้าร้อนจนยากที่ฉันจะตั้งตัว สติที่เริ่มจางหายของฉันทำให้ฉันเริ่มขยับปากของตัวเองโต้ตอบมาร์คกลับไปราวกับเหมือนถูกต้องมนต์ให้หลงใหลไปในรสจูบนี้ มาร์คเองก็คงจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยเพราะร่างสูงก็แอบกระตุกเล็กๆเมื่อรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของฉัน แต่ไม่ถึงเสี่ยววินาทีมาร์คก็เริ่มบรรเลงจูบที่เร้าร้อนขึ้นมาอีกครั้ง นานแค่ไหนไม่รู้ที่ฉันและมาร์คตกอยู่ในภวังค์แห่งความเสน่ห์หา สติฉันถูกเรียกกลับมาอีกครั้งเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะหมดอากาศให้หายใจ ฉันใช้มือทุบไปที่ไหล่ของมาร์คเบาๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าตนเกินลิมิตแล้ว มาร์คจึงถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิง ฉันกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดตัวเองแทบจะในทันทีแล้วซบลงเข้าที่ไหล่หนาของมาร์คอย่างหมดแรง 




"ฉันรักเธอ" มาร์คยกมือขึ้นสวมกอดฉันไว้เต็มอ้อมแขนแล้วกระซิบบอกข้อความที่ทำเอาฉันหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง




"แล้วเธอหล่ะ...รู้สึกอะไรกับฉันเกินคำว่าเพื่อนบ้างมั้ย" มาร์คเอ่ยคำถามแสนยากออกมา เจ้าตัวยังไม่ได้ถอนอ้อมกอดอุ่นออกไป เพียงแต่กระชับให้แน่นขึ้นอย่างต้องการฟังคำตอบที่เค้าอยากได้ยิน ฉันพยายามทบทวนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อมาร์ค ฉันเองก็ยอมรับว่ามีความรู้สึกไม่ต่างอะไรจากมาร์ค แต่เพราะมันมีเส้นบางๆกั้นอยู่เส้นบางๆที่เรียกว่า 'เพื่อนสนิท' หลายครั้งที่ฉันพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดกับมาร์คเกินเลยคำว่าเพื่อน เพราะฉันเองก็กลัวว่าถ้าวันนึงรู้สึกกับมาร์คเกินเพื่อนมากไปกว่านี้ จะเสียมาร์คไปในวันนึง กลัวว่าถ้ามาร์ครู้ว่าฉันไม่ได้คิดกับตนแค่เพื่อนมาร์คจะเปลี่ยนไป แต่พอมารู้ในวันนี้ว่ามาร์คเองก็รู้สึกแบบเดียวกันมันกลับเป็นฉันเองที่ทำตัวไม่ถูก รู้สึกสับสนในใจขึ้นมาดื้อๆ



"ฉะ ฉัน" ฉันอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับมาร์ค ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองจริงๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็มั่นใจแล้วแท้ๆว่าชอบตานี้ แต่ทำไมตอนนี้ถึงไม่กล้าพูดออกไป



"ยังไม่ต้องตอบฉันก็ได้ แต่วันนี้หลังเลิกซ้อมพาฉันไปซื้อหมวกแล้วก็เลี้ยงจาจังมยอนด้วย ข้อหาทำให้ฉันหึง" มาร์คถอนกอดออกไปแล้วพูดประโยคทีเล่นทีจริงออกมา จนฉันต้องเบะปากอย่างหมั่นไส้ จนลืมไปว่าเมื่อกี้ฉันเพิ่งจะจูบกับตานี้มาอย่างเร้าร้อน เหตุการณ์เมื่อครู่ค่อยๆไหลเข้ามาในสมองอีกครั้งจนฉันต้องหันหน้าหนีตามาร์คอย่างเขินอาย และดูเหมือนตานี้จะจับไต๋ได้เลยส่งมือหนามากุมหน้าฉันให้หันไปประจันกับตัวเอง ก่อนจะยิ้มกรุ่มกริ่มออกมาตามฉบับของมาร์ค



"เขินหรอค่ะ?" สรรพที่เปลี่ยนไปของมาร์คทำให้ฉันถลึงตาใส่ตามาร์คอย่างเคืองๆกับความขี้แกล้งของร่างสูง มาร์คเองก็ดูจะชอบใจสะเหลือเกินที่ได้แกล้งฉันดูสิหัวเราะอีกและ สนุกมากมั้ยห่ะตาบ้าา



"จุ้บ" มาร์คประทับริมฝีปากลงมาเบาๆอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นแค่การจุ้บปากธรรมดาแต่ก็ทำให้เลือดลมของฉันสูบฉีดได้เช่นกัน



"รีบๆชินนะครับ เพราะเธอต้องเจออะไรแบบนี้ไปอีกนานเลย ฮ่าๆๆ ฟอดด" พูดยังไม่ทันขาดคำมาร์คก็ฝังจมูกลงบนแก้มของฉันแล้วสูดเข้าไปฟอดใหญ่ ก่อนจะยิ้มออกมาจนตาแทบจะปิดสนิท









"รักนะครับ ^^"


















    เหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันมันยังทำให้ฉันกระวนกระวายใจไม่หาย หลังจากฉันกับมาร์คออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดแล้วกลับมาในห้องซ้อมมาร์คก็เริ่มทำตัวแปลกไป จากเดิมที่ก็ตัวติดฉันอยู่ทุกครั้งทุกเวลาอยู่แล้วตอนนี้ก็ยิ่งไปกันใหญ่ขนาดจีซองจะมาเล่นด้วยยังกันท่าไม่ให้ได้เข้าใกล้ฉันเลยด้วยซ้ำ ฉันจึงอดไม่ได้ที่จะเอ็ดคนตัวสูงไปอย่างหมั่นไส้ นี้ขนาดฉันยังไม่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองให้ตานี้ฟังนะ แล้วถ้าบอกไปจะขนาดไหนเนี้ย



"นี้มี เธอกับมาร์คไปคุยอะไรกันหรอ" แจฮยอนอ้ปป้าอาศัยจังหวะที่มาร์คไปเข้าห้องน้ำ พุ่งเข้ามาถามฉันอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่คำถามที่ร่างหนาของแจฮยอนอ้ปป้าเอ่ยถาม มันทำให้ฉันที่กำลังเต้นอย่างตั้งอกตั้งใจถึงกับชะงักกึกขึ้นมาทันที 



ตายแล้วมี แล้วจะตอบไปว่ายังไงดีหล่ะเนี้ยย




"เอ่อ...ก็ นิดหน่อยหน่ะคะอ้ปป้า เคลียร์กันตามภาษาเพื่อนแค่นั้นเอง" ฉันพยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองไม่ให้ตะกุกตะกัก แล้วไม่ทำให้ร่างหนาตรงหน้าผิดสังเกต ก่อนจะหันไปยิ้มให้อ้ปป้าและกลับมาซ้อมเต้นต่อด้วยจังหวะของหัวใจที่เริ่มเต้นเร็วหลังจากที่นึกถึงเหตุการณ์ของตนกับมาร์คเมื่อตอนกลางวัน



แจฮยอนอ้ปป้ายังคงมองฉันอย่างสงสัยอยู่ไม่หาย แต่ฉันก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจแล้วตั้งหน้าตั้งตาซ้อมต่อไป จนกระทั่งร่างสูงของมาร์คเดินกลับเข้ามาในห้องซ้อมพร้อมกับคยองซูอ้ปป้า นั้นทำให้ฉันรีบหันไปหาพี่ชายของตัวเองอย่างดีใจ แต่เมื่อหันไปกลับพบเห็นใบหน้าที่หน้ากลัวของคยองซูอ้ปป้า



"อะ อ้ปป้ามาถึงนี้เลยมีอะไรหรอค่ะ" ฉันเดินไปหาคยองซูอ้ปป้าและเอ่ยถามอย่างกล้าๆกลัวๆ ถึงอ้ปป้าจะใจดีและสนิทกบฉันมากขนาดไหน แต่ทุกครั้งที่เห็นอ้ปป้าทำสีหน้าจริงจังแบบนี้มันก็อดไม่ได้เลยที่ฉันจะกลัวพี่ชายตาโตของตัวเอง



"อ้ปป้าได้ยินว่าเธอถูกทำร้าย" คยองซูอ้ปป้าพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงอย่างรู้สึกได้



"อ่อ...เรื่องนั้น ก็ไม่เป็นอะไรมากหรอกคะ เรื่องก็ผ่านมาแล้วมีเลยไม่ค่อยอยากจะใส่ใจมันเท่าไหร่" ฉันตอบอ้ปป้าไปพร้อมกับรอยยิ้มเจือนๆก่อนจะหันไปมองตามาร์คอย่างคาดโทษ จะใครสะหล่ะที่ไปบอกคยองซูอ้ปป้านอกจากนายคิ้วปีกนกนางนวลคนนี้



"คราวหลังถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก มีต้องบอกอ้ปป้านะรู้มั้ย"



"คะอ้ปป้า ถึงมีโดนผลักไปให้รถชน มีก็จะฝืนลุกขึ้นมาบอกอ้ปป้าคนแรกเลย ฮ่าๆๆ" ฉันพูดไปอย่างติดตลก ทำให้อ้ปป้าหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะส่งมือหนามาลูบผมฉันอย่างอ่อนโยน



"เตนล์ฉันฝากดูแลมีด้วยนะ ฉันรู้ว่านายจะดูแลมีได้ดี" คยองซูอ้ปป้าละออกไปจากฉันและเดินไปหาพี่เตนล์ที่ซ้อมเต้นอยู่ไม่ห่าง ทำไมอ้ปป้าถึงเชื่อใจพี่เตนล์มากกว่ารุกกี้คนอื่นหน่ะหรอ คงเป็นเพราะพี่เตนล์มาจากประเทศไทยแล้วฉันก็เคยไปเรียนที่ไทย ก็เลยทำให้คยองซูอ้ปป้าคิดไปว่าเราสองคนสนิทกันมากที่สุด ถึงแม้ฉันจะเคยเล่าให้อ้ปป้าฟังแล้วว่ามาร์คคือเพื่อนที่ฉันสนิทด้วยที่สุด แต่อ้ปป้าตัวเล็กนี้ก็ยังคงเข้าใจผิดมาจนถึงตอนนี้ได้



"ได้ครับฮยอง ผมจะดูแลมีให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวผมจะทำได้" คยองซูอ้ปป้ายิ้มและตบไหล่พี่เตนล์เบาๆ ก่อนจะเดินมาหาฉันแล้วบอกว่าตัวเองต้องไปซ้อมต่อแล้ว จริงๆแล้วฉันเป็นคนที่ติดพี่ชายมากแต่ตั้งแต่ที่ฉันได้มาเป็นรุกกี้ที่นี้ ก็ไม่มีเวลาให้กับครอบครัวแล้วก็อ้ปป้าเลย เวลาว่างของเราสองคนมักจะไม่ตรงกันสักเท่าไหร่วันไหนที่ฉันว่างคยองซูอ้ปป้าก็จะไม่ว่าง แล้ววันไหนที่อ้ปป้าว่างฉันก็จะไม่ว่าง เพราะเหตุนี้ทุกครั้งที่ฉันเจออ้ปป้าถึงดีใจมากยังไงหล่ะ 



"เอ้าๆทุกคน วันนี้ฉันปล่อยพวกนายกลับบ้านเร็วล่ะกัน เห็นว่ามีเจ็บอยู่หรอกนะถึงเห็นใจ ไปๆกลับไปหาอะไรกินพักผ่อนเยอะๆเตรียมเดบิวต์กันได้แล้ว" ครูปีเตอร์ตะโกนขึ้นมาดังๆหลังจากที่คยองซูอ้ปป้าออกไปแล้วเมื่อกี้ฉันก็แอบเห็นแว๊บๆว่าอ้ปป้าคุยอะไรกับครูเค้าอยู่ สงสัยคงจะบอกให้พวกเรากลับบ้านไปพักผ่อนล่ะมั้ง ก็แหมทั้งครูปีเตอร์แล้วก็วงเอ็กโซสนิทกันจะตายไปหนิ ได้ยินมาว่าตอนที่เอ็กโซยังเป็นเด็กเทรนอยู่ก็ครูปีเตอร์เนี้ยแหล่ะที่คอยเป็นกำลังใจแล้วก็สอนพวกอ้ปป้าในหลายๆอย่าง แบบนี้คงไม่แปลกหรอกที่คยองซูอ้ปป้ากล้าเอ่ยปากขอครูปีเตอร์ให้พวกเรา




"ไปกันเถอะมี ฉันหิวแล้วอย่าลืมนะว่าเธอเป็นเจ้ามือ ฮ่าๆๆ" มาร์คหยิบเสื้อฮูดสีดำตัวใหญ่ขึ้นมาสวมทับเสื้อยืดสีขาวที่เค้าใส่ซ้อมเต้นอีกชั้น เพื่อป้องกันความหนาวจากสภาพอากาศด้านนอกตึกนี้ ก่อนจะเดินมาหาฉันแล้วยื่นเสื้อกันหนาวของฉันมาให้



"ย่ะ ไปสิ" ฉันรับเสื้อกันหนาวมาสวมไว้แล้วเดินไปหยิบเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพาย




"จะไปไหนกันหรอมี" พี่เตนล์เดินมาคว้าข้อมือของฉันเอาไว้ แล้วเอ่ยถามเป็นภาษาบ้านเกิดอย่างที่เคยทำเป็นประจำ



"พามาร์คไปซื้อหมวกแล้วก็เลี้ยงจาจังมยอนหน่ะคะ พี่เตนล์เอาอะไรมั้ยเดี๋ยวมีซื้อมาฝาก" ฉันหันหน้าไปหาพี่เตนล์ก่อนจะเอ่ยปากบอกถึงธุระที่จะไปทำกับมาร์ค



"แต่วันนี้อากาศหนาวนะ แล้ววันนี้มีก็ใส่ขาสั้นด้วยเดี๋ยวจะไม่สบายเอา พี่ว่ารีบกลับหอพักผ่อนเถอะเพิ่งจะหายเป็นหวัดด้วย" พี่เตนล์พูดออกมายาวเหยียด แต่ทุกคำพูดที่พี่เตนล์เอ่ยออกมามันเต็มไปด้วยความเป็นห่วงมาก มากจนฉันรู้สึกดีจริงๆที่มีคนเป็นห่วงฉันมากถึงขนาดนี้



"ไม่เป็นไรหรอกคะพี่เตนล์ มีโอเคแล้ว เห็นแบบนี้มีถึกนะขอบอกขนาดตกบันไดมาสิบกว่าขั้นยังแค่หัวแตกเลย ถ้าเป็นคนอื่นคงสลบไปนอนอยู่โรงพยาบาลแล้ว ฮ่าๆๆๆ" ฉันพูดติดตลกแล้วทำตัวเองให้ดูแข็งแรงบึกบึนเพื่อไม่ให้คนตรงหน้าเป็นห่วงฉันไปมากกว่านี้ แต่พี่เตนล์ก็ยังคงทำสีหน้าเป็นห่วงไม่หายจนฉันอดไม่ได้ที่จะเอานิ้วชี้ไปจิ้มระหว่างหัวคิ้วของพี่เตนล์ ที่ขมวดกันจนจะเป็นปมอยู่ลอมล่อ



"เดี๋ยวมีรีบกลับคะ ไปไม่นานหรอก" ฉันยิ้มออกมาแล้วละนิ้วออกจากพี่เตนล์ กำลังจะหมุนตัวเดินไปหามาร์คที่ยืนหน้าบึ้งรออยู่ตรงประตู แต่กลับถูกมือของพี่เตนล์คว้าเอาไว้อีกหนและได้รับสัมผัสอุ่นนุ่มที่ต้นคอ ที่มาของความอุ่นนุ่มนั้นคือผ้าพันคอไหมพรมสีแดงที่ถูกพี่เตนล์พันให้ไว้อย่างนุ่มนวล



"งั้นเอาผ้าพันคอพี่ไป มันคงจะช่วยคลายหนาวขึ้นมาได้บ้าง" พี่เตนล์จับฉันให้ตรงเพื่อดูผลงานการพันผ้าพันคอของตัวเอง ก่อนจะยิ้มตามแบบฉบับของพี่เตนล์ออกมาฉันจึงยิ้มเพื่อเป็นการขอบคุณกลับไป




"ไปกันได้แล้วนะมี ขืนยังคุยอยู่กับฮยองก็ไม่ต้องไปกันพอดี" มาร์คเดินมาโอบไหล่ฉันแล้วรั้งร่างของฉันให้เดินไปกับตน ฉันถอนหายใจให้กับคุณเพื่อนเอาแต่ใจแต่ก็ยอมเดินตามมาร์คไปโดยดี




"ทำไมเธอชอบไปคุยกับผู้ชายคนอื่นนักนะ" มาร์คปล่อยอ้อมแขนออกจากไหล่ของฉัน แล้วเริ่มเอ็ดด้วยน้ำเสียงเคืองๆ แถมยังไม่วายทำแก้มป่องปากยู่เพื่อบ่งบอกถึงอารมณ์ขุ่นเคืองของตัวเอง




"แหมมาร์ค จะให้ฉันคุยกับนายคนเดียวก็ไม่ไหวนะ มันก็ต้องมีกันบ้างแหล่ะหน่า" 




"ย๊า! เธอต้องง้อฉันสินี้ฉันกำลังงอนเธออยู่นะยัยบ้า!" แล้วนายนี้ก็เริ่มโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง บางครั้งฉันก็คิดนะว่าตกลงฉันมีเพื่อนชายหรือเพื่อนสาวกันแน่



"โอ๋เอ๋ๆๆ ไม่งอนนะมาร์คคึของมีมี้ มีมี้สัญญาว่าจะไม่ทำให้มารค์คึเสียใจจจ หายงอนเก๊าาน้าาา" ฉันดัดเสียงให้เล็กลงกว่าเดิม แล้วเปลี่ยนสรรพที่ใช้เรียกแทนตัวเองและร่างสูงตรงหน้าอย่างที่ต้องทำเพื่อใช้ง้อตานี้ประจำ แล้วยังไม่วายแกว่งแขนมาร์คไปมาบวกกับทำตาใสแบ๊วๆใส่มาร์คอีก




มาร์คเมื่อเห็นฉันงัดท่าไม้ตายออกมาแล้ว ก็อมยิ้มออกมาอย่างชอบใจมือหนาของมาร์คถูกยกมาหยิกแก้มฉันด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนจะหัวเราะออกมาแสดงให้เห็นว่าร่างสูงมีความสุขขนาดไหนที่ได้แกล้งฉัน



"อ้าวยองมี มาร์ค กำลังจะกลับกันหรอ" เสียงทุ้มของจอห์นนี่อ้ปป้าดังขึ้นมาพ่วงมาด้วยร่างของแทยงอ้ปป้าที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยใบหน้าเรียบเฉย



"ป่าวหรอกฮยองเรากำลังจะไปหาอะไรกินแถวเมียงดงกันหน่ะฮะ"




"อ้าว พอดีเลยพวกเราขอไปด้วยสิๆๆหิวอยู่พอดีเลย" จอห์นนี่อ้ปป้ายิ้มร่าออกมาเมื่อรู้ว่าเรากำลังจะไปฝากท้องกันที่ร้านใดร้านหนึ่งในเมียงดง แต่มาร์คกลับส่ายหน้าเป็นเชิงไม่อนุญาตก่อนจะเอ่ยพูดออกมา



"ไม่ได้หรอกฮยอง เพราะนี้คือเดตของเราสองคน" ว่าจบมาร์คก็จับมือฉันแล้วฉุดให้เดินตามไป ทิ้งไว้แต่ความงงงวยที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของรุ่นพี่ทั้งสอง










ณ เมียงดง



ฉันและมาร์คลงจากรถแท็กซี่แล้วมุ่งสู่เมียงดงทันที เมื่อลงมาได้ไม่นานความหนาวก็ปะทะเข้ากับร่างฉันเต็มๆ ตอนเช้าก็ยังไม่หนาวเท่านี้เลยนี้หน่า ฉันเดินไปก็สั่นไปผ้าพันคอที่พี่เตนล์ให้มาช่วยให้คอฉันอบอุ่นก็จริง แต่มันก็คงจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร่างทั้งร่างของฉันหายหนาวได้ และฉันคิดว่ามาร์คเองก็คงจะสังเกตเห็นร่างไหวๆของฉัน จึงได้หันหน้ามามอง



"หนาวหรอ?" มาร์คเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับสองขาที่หยุดเดิน เพื่อรอฟังคำตอบจากฉัน




"นิดหน่อย ยังพอทนไหวอยู่" ฉันยิ้มให้มาร์คแล้วเริ่มออกเดินต่อ แต่มือหนาของมาร์คกลับจับเข้าที่มือฉันเอาไว้แล้วดึงมันเบาๆ เพื่อให้ฉันเข้าใกล้ร่างของเค้ามากขึ้น มาร์คยกมือฉันให้สูงขึ้นเสมอริมฝีปากของตัวเองพร้อมกับกุมมือฉันให้แน่นขึ้น แล้วเริ่มเป่าลมร้อนออกมาจากปากตัวเองเบาๆเพื่อให้มือของฉันได้อุ่นขึ้น ฉันยืนมองการกระทำของมาร์คอย่างรู้สึกไม่คุ้นเคยกับมันแต่ก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่เป็นมาร์คที่มายืนทำอะไรแบบนี้ให้ เพราะถ้าเป็นคนอื่นฉันคงชักมือตัวเองกลับออกมาตั้งแต่แรกแล้วหล่ะมั้ง ฉันหลุดจากภวังค์เมื่อไอร้อนที่มือเริ่มจางหายไปพร้อมกับที่มาร์คเงยหน้าขึ้นมามองฉัน




"อุ่นขึ้นมั้ย?" ฉันพยักหน้าแทนคำตอบแล้วหลุบตาลงต่ำอย่างเขินๆ ตั้งแต่เกิดมานอกจากครอบครัวของฉันแล้วก็ไม่เคยมีใครทำอะไรแบบนี้ให้ ยอมรับเลยว่าฉันรู้สึกดีมากๆ มาร์คยิ้มแล้วจับมือฉันยัดใส่กระเป๋าเสื้อฮูดของตัวเองแล้วกุมมือฉันไว้ภายใต้กระเป๋าเสื้อฮูดนั้น




"นี้มาร์ค ที่นายถามฉันเมื่อกลางวันหน่ะ...ฉันว่าฉันรู้คำตอบแล้วหล่ะ" มาร์คชะงักขาทั้งสองข้างแล้วหันมามองหน้าฉันทันที ไม่มีคำใดหลุดออกมาจากปากของร่างสูงมีเพียงแต่แววตาตั้งความหวังของมาร์คที่ถอประกายออกมาจนฉันรู้สึกได้




"ฉันหน่ะ คิดมาตลอดเลยนะว่าตกลงคิดยังไงกับนายกันแน่ บางครั้งฉันเองก็คิดอยู่เหมือนกันว่าตัวเองอาจจะแค่หวั่นไหวไปเอง ก็แหมนายหล่อสะขนาดนี้ผู้หญิงที่ไหนก็ต้องหวั่นไหวอยู่แล้วหล่ะจริงมั้ย แต่ฉันก็เริ่มแน่ใจว่าตัวเองไม่ใช่แค่หวั่นไหว แต่เป็นเพราะทั้งหัวใจของฉันมันเรียกหาแต่นาย ไม่รู้เลยว่าทำไมหัวใจตัวเองถึงต้องเต้นดังทุกครั้งที่นายยิ้มมาให้  ไม่รู้เลยว่าพื้นที่ในหัวใจของฉันมีนายเข้ามาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เลยจริงๆว่าตอนไหนที่นายมีอิทธิพลกับฉันในทุกๆเรื่อง ทุกช่วงเวลาทุกๆสถานที่ต้องมีนายอยู่ข้างๆ วันไหนที่ไม่มีนายอยู่ข้างกันวันนั้นเป็นวันที่แย่ที่สุดสำหรับฉัน ไม่รู้เลยว่าทำไมฉันถึงขาดนายไม่ได้ ไม่เคยรู้เลยจริงๆว่าตอนไหนที่ฉันเกิดความรู้สึกพวกนี้ขึ้นมา พอรู้ตัวอีกทีตัวฉันคนนี้ก็รักนายไปจนหมดทั้งหัวใจที่ฉันมีแล้ว"




เมื่อฉันพูดจบฉันก็เหมือนกับได้ยกภูเขาลูกใหญ่ออกจากอก ฉันหันไปมองมาร์คแล้วยิ้มออกมา เช่นเดียวกับมาร์คที่ตอนนี้ยิ้มจนตาหยีเห็นฟันหน้าครบทุกซีก มาร์คโน้มใบหน้าลงต่ำจนเสมอกับใบหน้าของฉันก่อนจะกระซิบบางอย่างขึ้นมาเบาๆ



"เป็นแฟนกับมาร์คนะมี" ฉันยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุด เป็นวันที่ฉันผ่านเรื่องอะไรมามากมายแต่มันแปลกจริงๆที่ทุกอย่างมันไม่ได้ทำให้ฉันทุกข์เลย เมื่อมองไปข้างๆแล้วเห็นผู้ชายคนนี้อยู่ด้วยเสมอ ผู้ชายที่เป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง ผู้ชายที่ฉันรัก...จนหมดหัวใจ




"อื้ม ^^"








ฉันรักนาย...มาร์ค







END YOUNGMEE PART



















   เป็นเวลา 4 เดือนมาแล้ว ที่ทั้งยองมีและมาร์คตกลงปลงใจที่จะคบกัน ทั้งสองคนยังคงทำตัวเหมือนปกติอย่างที่เคยทำมา เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยแก่ทุกๆคน แน่นอนว่าเรื่องที่ยองมีและมาร์คคบกันนั้นต้องปิดไว้เป็นความลับ ยิ่งตอนนี้มาร์คเองก็เพิ่งจะได้เดบิวต์ในฐานะวง NCT U ได้เพียง 2 อาทิตย์ หากทุกคนรู้เรื่องราวระหว่างมาร์คกับยองมี นั้นย่อมเป็นเรื่องใหญ่ทั้งแก่วง NCT ยองมี และตัวมาร์คเอง ซึ่งการเก็บไว้เป็นความลับนี้ถึงแม้มันจะอึดอัดอยู่บ้างที่จะไปไหนทำอะไรก็ต้องหลบๆซ่อนๆ แต่ฝ่ายยองมีเองก็เห็นด้วยที่จะปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพื่อรักษาอนาคตของทุกคนเอาไว้





"มีจ๋าา~~ มาร์คคึคิดถึงจังเลยยย" และวันนี้ก็คงจะเป็นอีกวันที่ร่างสูงของชายจากแคนาดาแวะเวียนมาที่หอของยองมีหลังจากจบภารกิจของวัน มาร์คใช้คียการ์ดสำรองที่ยองมีให้ไว้ปลดล็อคห้องอย่างถือวิสาสะพร้อมกับใช้ขายาวก้าวเดินมาสวมกอดร่างบอบบางของยองมีจากด้านหลัง ส่วนร่างเล็กที่ยืนชงนมอยู่ตรงเคาท์เตอร์ทำอาหารก็สะดุ้งตกใจกับการกระทำแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของแฟนหนุ่ม 



"ย๊าา! ตาบ้าา ตกใจหมดเลย" มือเล็กถูกส่งขึ้นมาตีแขนแกร่งที่เกี่ยวพันเอวคอดของตัวเองไว้อย่างแรง จนคนตัวสูงกว่าร้องออกมาอย่างเจ็บแสบ แต่ก็ไม่ยอมละออกไปจากร่างโอนอ่อนแม้แต่น้อย



"มีมี้อ่ะะ เจ็บนะ! ก็มาร์คคึคิดถึงมีมี้นี้ค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้ง 2 อาทิยต์เต็มๆเลยนะ หรือมีมี้ไม่คิดถึงมาร์คคึค่ะ?" มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับยองมีไปสะแล้ว กับการที่มาร์คนั้นใช้สรรพที่เปลี่ยนไปจากเดิมเพราะหลังจากคบกันได้เพียงอาทิตย์เดียวมาร์คก็เริ่มเปลี่ยนมาพูดแบบนี้ทุกครั้งที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง



"คิดถึงสิ แต่นายชอบทำให้ตกใจอยู่เรื่อยถ้าเกิดฉันช็อคตายขึ้นมาจะทำยังไงห่ะ" เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่ แล้วหันไปสนใจแก้วนมตรงหน้าตัวเองต่อ แต่หันกลับไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องหยุดชะงักกลางคันขึ้นอีกหนเมื่อร่างสูงที่ยืนสวมกอดตัวเองจากข้างหลังนั้น ไม่ได้ยืนกอดเพียงเฉยๆแต่กลับใช้จมูกโด่งเป็นสันของตนซุกไซร้ไปทั่วหัวไหล่และต้นคอของแฟนสาวอย่างซุกซน จนร่างบางผู้ถูกกระทำจำต้องถดคอหนีอย่างอดที่จะจั๊กจี้กับสัมผัสที่มาร์คมอบให้ไม่ได้



"มาร์คมันจั๊กจี้นะ เลิกไซร้สักที!" 



"ก็ตัวเธอห๊อมหอม ฉันก็แค่อยากดมใกล้ๆแค่นั้นเอง" มาร์คใช้ข้ออ้างข้างๆคูๆเพื่อปกปิดความเจ้าเลห์ในกายตนไม่ให้ยองมีได้รับรู้ แต่มีหรอที่ยองมีจะตามไม่ทันร่างสูง จึงได้แกะมือหนวดปลาหมึกของมาร์คออกจากเอวบางของตนแล้วฉวยแก้วนมขึ้นมา ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตนเอง ส่วนร่างของมาร์คเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินออกไปจากอ้อมกอดของตนแล้วก็รีบบึ่งเท้าเดินมายังโต๊ะทำงาน ที่มีร่างบางของแฟนสาวนั่งก้มหน้าก้มตาทำการบ้านอย่างตั้งใจ




มาร์คนั่งบนเก้าอี้ทำงานของยองมี พยายามเบียดยองมีให้กระเถิบไปจนมากพอที่ก้นของตัวเองจะนั่งได้เต็มเก้าอี้ตัวนี้ ก่อนจะส่งมือหนาทั้งสองข้างไปยกร่างเบาบางของยองมีมานั่งที่ตักแกร่งของตน จนร่างเล็กโวยวายออกมา



"ย๊าา มาร์คทำอะไรห่ะ ฉันทำการบ้านอยู่ไม่เห็นหรอ"



"ก็ทำไปสิ ฉันแค่ขอกอดเธอแค่นั้นเองไม่ทำอะไรเกินกว่านี้หรอกหน่า" ยองมีกรอกตาไปมาก่อนจะถอนหายใจให้กับความดื้อรั้นของมาร์ค แต่ก็ยอมปล่อยให้มาร์คได้กอดตนไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้ คิดสะว่ามันก็ดีไปอีกแบบเพราะความอุ่นจากร่างหนาของมาร์คช่วยให้ตนผ่อนคลายได้ดีทีเดียว




"มาร์ค ลี คิดถึง โด ยองมี ที่สุดเลยรู้มั้ยค่ะ" มือเรียวชะงักปากกาที่กำลังบรรจงเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษ หลังจากได้ยินถ้อยคำแสนหวานออกมาจากปากคนรัก และอดที่จะยิ้มไม่ได้กับคำพูดเหล่านั้น ถึงมาร์คจะขี้หึงเอาแต่ใจแถมดื้อรั้น แต่ร่างสูงคนนี้ก็ไม่เคยทำให้ยองมีเองต้องเสียใจ ทุกครั้งที่เจอหน้ากันก็จะชอบมาอ้อนเหมือนเด็กๆทำให้ร่างบางที่เหนื่อยล้ามาจากการซ้อม ต้องหายเป็นปลิดทิ้งและถึงแม้วันไหนมาร์คไม่ได้มาหาแต่ก็ยังไม่วายโทรมาถามไถ่ร่างบางทุกอย่าง ทำแบบนี้มาตลอดสี่เดือนที่ทั้งสองคบกัน ไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่นิด จะเรียกว่าชายคนนี้เป็นคนที่เพอร์เฟ็คที่สุดก็ย่อมได้ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรเค้าคนนี้ก็มักจะทำมันออกมาได้ดีเสมอ



"ฉันก็คิดถึงนาย คิดถึงมากๆ" 



"ได้ฟังคำนี้จากปากแฟนนี้มันชื่นใจจริงๆ" มาร์คระบายยิ้มออกมาหลังจากสิ้นเสียงหวานของยองมี และอดไม่ได้ที่จะส่งจมูกโด่งของตนไปฝังไว้กับแก้มขาวนวลนั้นอย่างคนึงหา




"รักนะครับยองมีของมาร์ค"




"ฉันไปเป็นของนายตอนไหนไม่ทราบย่ะ" หญิงสาวพูดออกมาอย่างหมั่นไส้ ถึงจะรู้สึกดีที่มาร์คพูดออกมาแบบนั้นแต่ก็ยังคงหมั่นไส้แฟนหนุ่มของตัวเอง ที่เรียกตนไปอย่างที่ใจต้องการ




"เธอเป็นของฉันตั้งแต่วันที่เธอสารภาพรักฉันแล้ว ไม่ว่าจะส่วนไหนในร่างกายของเธอมันคือของฉัน"




"ฟอดด แก้มข้างขวาก็ของฉัน"




"ฟอดด แก้มข้างซ้ายก็ของฉัน"




"จุ้บ หน้าผากนี้ก็ของฉัน"




"จุ้บ จมูกนี้ก็ของฉัน"




"จุ้บ ปากนี้ก็เป็นของฉัน"




มือหนาของมาร์คประคองใบหน้าของหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะหอมแก้มซ้ายแก้มขวา และประทับจูบลงไปที่หน้าผากมน ลงมาที่ปลายจมูกรั้นและจบลงที่ริมฝีปากอมชมพูอ่อนนุ่มของร่างบาง ยองมีถลึงตาใส่มาร์คหลังจากที่รู้ว่าตัวเองเพิ่งโดนฉวยโอกาสไปโดยแฟนหนุ่ม แต่ก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกไปเพียงแต่หัวเราะออกมาเล็กน้อย จากการกระทำแสนน่ารักของมาร์คทำให้ยองมีนั้นโกรธหนุ่มรูปงามคนนี้ไม่ลงเลย ยองมีลุกขึ้นจากตักแกร่งแล้วเดินอ้อมมาทางด้างหลังของมาร์ค ก่อนจะสวมกอดมาร์คไว้จากด้านหลังและกระซิบลงที่ข้างหูของคนรัก



"หัวใจฉันก็เป็นของนาย จุ้บ!" เมื่อจบถ้อยคำแสนหวานของตัวเองแล้ว ริมฝีปากอมชมพูก็ประทับลงที่แก้มตอบของชายหนุ่ม ยองมีเองเพิ่งจะทำอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่ที่คบกับมาร์คมาก็มีแต่ฝ่ายชายนั้นแหล่ะที่จะเป็นฝ่ายหอมนู้นจุ้บนี้ยองมีตลอด ส่วนหญิงสาวคนนี้ไม่เคยที่จะแต๊ะอั๋งอะไรแฟนหนุ่มเลยสักครั้งจะมีก็แต่ครั้งนี้ที่ไม่รู้อะไรดลใจให้ทำการกระทำแสนหน้าอายนี้ลงไป ยองมีรู้แค่ว่า ไม่สามารถที่จะอยู่ได้โดยไม่มีมาร์คและไม่สามารถยกใจดวงนี้ให้ใครได้นอกจากชายที่ชื่อว่า 'มาร์ ลี'





MY HEART IT'S YOUR....










TO BE CONTINUE











TALK 4




ไรท์มาแล้ววว ขอโทดจริงๆที่หายไปสะนาน 5555 จะพยายามมาลงให้ทุกวันเสาร์อาทิตย์น้าาา ส่วนวันธรรมดาถ้าไม่มีการบ้านก็จะแวบมาลงให้แล้วกันเนอะ เอาแล้วๆๆๆ หวานกันสะจริงเชียวว ตอนนี้ให้รีดได้ฟินกันตัวบิดไปก่อน แต่หลังจากตอนนี้เตรียมรับมือกับความพีคของฟิคเรื่องนี้ให้ดี อุว่ะฮ่ะฮ่าา รักรีดน้าาา















TALK 3


OMG!! ไรท์ขอโทดเจรงๆๆๆๆ ไม่โกดกันใช่ม้ายย ไรท์หายไปหลายวันเหลือเกิน ยังรอกันอยู่หรือป่าวง่าา ขอโทดๆๆๆๆๆ เปิดเทอมแล้วไรท์เหนื่อยมากก จริงอยู่ที่งานอาจจะไม่เยอะ แต่เนื่องจาก รร ของไรท์มีนโยบายเดินเรียน นั้นทำให้เด็กนักเรียนอย่างไรท์ต้องเดินเรียนทุกวันและทั้งวันน แถมแดดเมืองไทยนี้ก็น้าาา ร้อนอะไรเบอร์นั้น จะไปแข่งกับใครหรอออ และอีกหนึ่งเหตุผลคือเนื่องด้วยไรท์เป็นนักร้อง รร ก็เลยมีงานเข้าอีกแล้วววว ต้องซ้อมๆๆๆๆๆๆๆแล้วก็ซ้อมๆๆๆๆๆ เหนื่อยและเบื่อมากก จะออกจากวง!!!! ไม่เอาแล้วววเว้ยยย!!! จึงเรียนมาเพื่อให้รีดทุกคนทราบ ไรท์ขอโทดจริงๆน้าาา จะพยายามๆทำตัวเองไม่ให้เหนื่อยมากและมาอัพให้บ่อยๆน้าาา รักทู้กกกโคนนน

















TALK 2



ฮืออออออ ยองมีที่น่าสงสารถูกกระทำชำเลา ไม่เป็นไรนะมีสามีอยู่ด้วยทั้งคน มาต่อให้นิดๆเท่าจิ๋มมด ไรท์ขอโทดรีดจริงๆๆๆๆๆ กราบบบบบร้อยที เพราะตอนนี้หัวสมองไม่ตีบตันเลยง่าา แต่วางพลอตเรื่องหลังจากนี้ไว้คร่าวๆและ จะพยายามมาลงอีกบ่อยๆนะ ส่วนช่วงเปิดเทอมไรท์อาจจะมีเวลาน้อยเพราะฉะนั้นไรท์จะพยายามหาวันว่างๆอัพให้รีดน้าาา สัญญาด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ถรุ้ยยยย 5555 โอเคขอบคุณค้าาาา





TALK 1




มาลงให้ 10% ก่อนเนอะ ได้อ่านเม้นของรีดทุกคนเลย มีทั้งเรื่องที่อยากให้ปรับแล้วก็เรื่องมีเอ็นซีหรือไม่มีเอ็นซี ก้จากที่อ่านมาก็จะมีอยากให้ไรท์ปรับคำ ค่ะ คะ เนาะ แล้วก็คำผิดจะพยายามตรวจให้ดีก่อนลงให้อ่านจ้าา ส่วนเรื่องเอ็นซีไรท์คิดไปคิดมาคงไม่เหมาะสำหรับฟิคเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นไรท์ตัดสินใจว่าจะไม่ทำเอ็นซีน้าา แต่ๆๆๆ พอฟิคจบ ไรท์จะทำ spacial chapter ซึ่งตอนพิเศษนี้จะเหมือนเรื่องสั้น แต่ละ chapter พระเอกจะไม่ซ้ำกันแล้วก็จะมีเอ็นซีทุกตอน แต่ไรท์จะทำ spacial chapter แค่ 5 ตอนนะ ให้ทำ 13 ตอน คงไม่ไหว 5555 อ่ะตามนี้ จะพยายามมาลงบ่อยๆนะ เพราะใกล้จะเปิดเทอมแล้ว กลัวตอนเปิดเทอมตัวเองจะไม่มีเวลา ยิ่งขึ้นม.6 ด้วยคงยุ่งๆ ถ้าไรท์หายไปก้ไม่ต้องสงสัยเน้ออ แต่จะมากระตุ้นไรท์ก้ได้นะ ทักไลน์มาได้ตลอดๆเลย

id line: parotice



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #511 Choi Young Joon☆ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 22:13
    อิจเบอร์แรง เบอร์ 095??????? 5555555 ไรท์โทรมาได้ไม่ว่าๆ 555
    #511
    0
  2. #471 Marrtywartt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 12:35
    อ่อม จะหวานอะไรเบอร์นี้
    #471
    0
  3. #470 A'aom Sirirat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 12:11
    ดีงามพระรามแปดค่าาาา
    #470
    0
  4. #469 Nokyuung19 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 23:58
    น่ารักได้อีกกกก ชอบค่ะ เขิลเลยยย ต่อๆน่ะค่ะ
    #469
    0
  5. #468 Pimzzaaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 12:38
    งื้อออมาร์คคึ น่ารักมากกก
    #468
    0
  6. #467 p.warys (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 12:16
    โอ้ยยยย เขินมากกก เขินไปอีกกก ฮื้ออออออออ-//////-
    #467
    0
  7. #466 Choi Young Joon☆ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 08:16
    เขิน =///= มาร์คมีสมหวังแล้ว งั้น...เราขอเตนล์ละกันนะ 5555555
    #466
    0
  8. #465 Marrtywartt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 06:12
    omg omg omg อมก อมก อมกกกกกกกก เมาคลีเราสมหวังแล้วค้าาา55555555
    #465
    0
  9. #463 HighGirl (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 20:40
    ตายๆๆๆๆๆ เขินเว้ยยยยย
    #463
    0
  10. #462 p.warys (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 22:46
    ........มาร์คลีเราจะตายแล้วนะ ฮืออออ เขินอะไรเบอร์นั้น-///////-
    #462
    0
  11. #460 nara1992 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 22:04
    ฟินสุดดดด มาอัพต่อไวๆนะค้างงงง
    #460
    0
  12. #459 Marrtywartt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 22:03
    นิพพานเลยทีเดียวว ตาหลับแล้วค่ะ55555555 โอ้ยยยมาทิ้งระเบิดไว้ เอนซีหน่อยมั้ย ม่ายยใจเย็นๆ5555555 โอ้ยยรอต่อค่ะ
    #459
    0
  13. #458 mammy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 21:57
    อ้ากกกกกกก จะบ้าตาย เขิลเว้ยยยยยยยย มาร์คของช้านนนนนน
    #458
    0
  14. #457 CmCream (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 21:40
    เดาไว้ว่าเป็นมาร์คพอไรต์มาต่อได้หักมุมจนอ่านเเล้วหน้าเเทบทิ่มหกล้มหัวคะม่ำค่ะไรต์เเต่ก็จบด้วยฉากฟินๆของมาร์คได้ฟินสุดๆเอาใจไปเลย????
    #457
    0
  15. #456 toysmile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 21:05
    นิพพานจ้า5555555555 โอ้ยยย ดูเรียลอะไรเบอร์นั้น คือไรท์บรรยายเก่งมากกก คารวะ โคตรฟินนนน
    #456
    0
  16. #455 Sweetest[baby]~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 20:30
    เขินมาร์คลีอย่างแรงค่ะ ฟินชรุงงงง
    #455
    0
  17. #454 SatangNK66 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 20:05
    ตอนอ่านเผลอพูด อห. เลยค่ะ... ช็อค โอ้ย เขินมันเขินนนนน คือตัวเราอายุเท่ากะมัคคึไง มีความเรียล ;-;
    #454
    0
  18. #453 A'aom Sirirat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 19:31
    เขินค่ะจุดๆนี้อีพี่มารฺคคนบ้าาา
    #453
    0
  19. #452 fernncc (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 19:15
    เขินอะ ><
    #452
    0
  20. #451 noinakra (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 19:07
    โอ้ยยย ฟินนน
    #451
    0
  21. #450 J sik (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 21:52
    จีซองรึเปล่าาา~~~-.,-!!!!55555
    #450
    0
  22. #447 Marrtywartt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 07:23
    ใครๆๆๆๆ เมาคลีหรือแจมิน หรือใครรรร มาทำให้สงสัยละจากไปมันเป็นไปบ่ได้นะคะไรท์เตอร์
    #447
    0
  23. #445 Mariya all (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 01:24
    มาร์คลีรึเปล่าาาา//ดูแลตัวเองด้วยนะคะไรท์
    #445
    0
  24. #444 แก้มใส-gam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 23:11
    รอได้ค่ะ รีบมานะ
    #444
    0
  25. #443 toysmile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 22:07
    รอออออค้าา~~
    #443
    0