คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF SEVENTEEN] As sweet as cotton candy

โดย aquanarine

[HANSAM COUPLE] ฮันโซลเป็นลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์อยู่ที่สวนสนุก เจอเด็กน้อยชาวต่างชาติหลงทาง จึงพาไปส่งที่ประชาสัมพันธ์ เรื่องราวระหว่างทางจะทำให้โลกทั้งใบอบอวลไปด้วยความหอมหวานที่เริ่มต้นจาก...สายไหม

ยอดวิวรวม

800

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


800

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 พ.ค. 57 / 17:03 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


Want to take a bite of sweet like a fluffy cloud?‏






 


  •  



Hansol Vernon Chwe





Samuel













THANKS FOR

คลิกสิ ! ธีมที่นี้เจ๋ง :D

`★APPLE PIE.




เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 21 พ.ค. 57 / 17:03

บันทึกเป็น Favorite


 

 

 

Title : ‘As sweet as cotton candy’

Type : SF

Pairing : Hansol x Samuel [HANSAM COUPLE]

Rate : G  Genre : Fluff, Puppy love

Note : อยู่ดีๆก็นึกคึกอยากแต่งฟิคคู่นี้ โชตะไหมไม่ทราบ ฤาว่าเราจักกลายเป็นนูน่าผู้อมตะเต็มตัวไปแล้วสินะ...กินเด็ก โอโม่! ชอบบรรยากาศใสๆเห็นแล้วหัวใจชุ่มชื้นและกระปรี้กระเปร่า หลงเด็กฝรั่ง ติดใจฮันโซลเอามาก น้องแซมน่ารักอีกตะหาก สรุปเลยมาลงเอยที่คู่นี้ น่ารักสดใสไร้มลพิษ @PreenBANANA

Song : Baek A Yeon - A Good Boy

 

 

 



 

            เสียงหัวร่อต่อกระซิกดังขึ้นจากทั่วทิศทาง โดยเฉพาะในบริเวณที่มีขบวนพาเหรดที่น่าตื่นตาตื่นใจจากบรรดาตัวการ์ตูนน่ารัก รวมไปถึงเจ้าหญิงแสนสวยปรากฏตัวอยู่บนรถม้าเคียงคู่กับเจ้าชายแสนสง่างามที่ดึงดูดสายตาของเด็กๆไว้ กลิ่นหอมหวานของขนมหลากชนิดเชื้อเชิญให้ขาเล็กๆเดินกึ่งวิ่งมายังที่มาของกลิ่นเพื่อลิ้มลองความอร่อยเหล่านั้น ร้านรวงขายของเล่นที่แสนล่อตาล่อใจและของที่ระลึกที่ควรค่าแก่การสะสมเมื่อมาเยือนที่นี่เรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ เด็กๆและผู้ปกครองต่างพากันวิ่งเข้าวิ่งออกร้านแล้วร้านเล่า เครื่องเล่นมากมายถูกจับจองและต่อคิวกันยาวเหยียด


 

อีกทางหนึ่งเด็กๆกำลังยืนรอลูกโป่งสีสวยที่บิดให้เป็นรูปร่างต่างๆจากตัวตลกในชุดลายทางขายาวที่ดูใจดีด้วยความใจจดใจจ่อ ลูกโป่งสวรรค์ลูกแล้วลูกเล่าถูกผูกไว้กับข้อมือเล็กของเด็กน้อยเพื่อกันไว้ไม่ให้ของเล่นอันนี้หลุดลอยไปกับสายลม


 

แต่ก็ยังไม่วายมีเด็กผู้โชคร้ายทำลูกโป่งสวรรค์ของตัวเองหลุดออกไปเป็นอิสระ สองมือพยายามไขว่คว้าลูกโป่งสีฟ้าใบนั้นจนสุดเอื้อม แต่ไม่เป็นผล เด็กผู้หญิงผมเปียหันไปมาพ่อกับแม่ที่กำลังยืนหันหลังซื้อขนมให้เธออยู่ด้วยความสิ้นหวัง มือน้อยๆปาดน้ำตาที่ริ้นอยู่ปลายตาของตัวเอง แต่เมื่อเธอหันกลับมายังจุดที่ลูกโป่งทิ้งเธอไปนั้น ดวงตากลมโตคู่นั้นก็กลับมาสดใสเหมือนเดิม เมื่อเด็กผู้ชายในชุดเครื่องแบบลูกเสือสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยเข็มเครื่องหมายมากมายยื่นลูกโป่งใบเดิมของเธอให้กลับไปสู่เจ้าของอีกครั้ง


 

“ของหนูใช่ไหม? พี่เก็บไว้ได้พอดีเลย” เด็กหญิงผมเยพยักหน้าอย่างว่าง่าย รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กชาย ก่อนจะก้มลงค่อยๆผูกเชือกสีขาวเส้นบางลงบนข้อมือของเด็กคนนั้นด้วยความรู้วิชาเงื่อนที่ตัวเองเรียนมาเพื่อไม่ให้ลูกโป่งใบนี้หลุดไปอีก


 

“เรียบร้อยแล้ว ดูแลดีๆนะ” เด็กชายลูบหัวหนูน้อยเบาๆ


 

“ขอบคุณนะคะ” เสียงใสๆกล่าวขอบคุณลูกเสือที่ช่วยเธอเก็บลูกโป่งใบน้อยของเธอไว้ เด็กหนุ่มยืดตัวตรง พร้อมกับชูสามนิ้วขึ้นตรงบริเวณคิ้วใต้หมวกแก๊ปของตัวเองซึ่งเป็นท่าที่รู้จักกันดีในหมู่ลูกเสือ


 

“ข้าพเจ้าลูกเสือชเว ฮันโซล รู้สึกยินดียิ่งที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ในครั้งนี้”

 

 

 

 

ใบหน้าขาวของเด็กชายลูกครึ่งถูกแต้มด้วยรอยยิ้มบาง หลังจากได้ช่วยเด็กหญิงผมเปียคนนั้น การบำเพ็ญประโยชน์ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน หัวใจของเขาก็พองโตทุกครั้งที่ได้ทำ ถึงแม้ใครหลายๆคนจะมองว่าเขายังเด็ก แต่เขาก็โตพอที่จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้แล้ว ส่วนตัวแล้วเขาชอบมาบำเพ็ญประโยชน์กับกลุ่มลูกเสือที่ตนเองเข้าร่วมของโรงเรียนมัธยมระหว่างปิดเทอมหน้าร้อน โดยเฉพาะการมาบำเพ็ญประโยชน์ที่สวนสนุก ที่เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวโต สถานที่นี้ทำให้เขาเองเหมือนได้มาเที่ยวพร้อมกับช่วยเหลือเด็กๆหรือคนอื่นตามแต่ความสามารถตัวเองอย่างเต็มที่


 

ฮันโซลกระชับหมวกแก๊ปลูกเสือของตนเอง ก่อนจะไปยังจุดนัดพบเพื่อเล่นเครื่องเล่นมาซักสองสามอย่างกับบรรดาลูกเสือคนอื่นๆที่มาด้วยกันในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น พี่ใหญ่หัวหน้ากองลูกเสือของเขาที่สามารถพึ่งพาได้อย่าง ควอน ซูนยอง คนต่อมาเป็นพี่รองที่มาพร้อมกับใบหน้าขาวใสเหมือนชิโร่ สุนัขสีขาวในเรื่องชินจังที่ดูอ่อนโยน แต่ภายใต้รอยยิ้มร่าเริงนั้น เขากลับเต็มไปด้วยความมีวินัยและเข้มงวดต่อน้องๆ ลี จีฮุน และเด็กน้อยอีกคนที่มีความคิดอ่านโตเกินวัย นักกีฬาแฮนด์บอลของโรงเรียนสุดเจ๋ง ชิน ดงจิน


             

            ขายาวก้าวไปตามทางพร้อมกับอิ่มเอมไปกับบรรยากาศแห่งความสุขรอบตัว พลางสอดส่องสายตามองผู้คนเผื่อว่ามีใครต้องการความช่วยเหลือจากเขา แต่แล้วสายตาก็พลันสะดุดกับร้านสายไหมสีสวยตรงหน้า ความหวานจากสายไหมที่ค่อยๆละลายในปาก จะติดอยู่ตรงปลายลิ้นไปอีกนาน รสชาติหวานหอมที่เขาจำได้ดึงดูดฮันโซลเดินเข้าไปราวกับต้องมนต์สะกด


 

ทันใดนั้นเอง เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งที่เดินถือสายไหมสีชมพูเรื่อก็พลาดทำสายไหมในมือหล่นบนพื้นหญ้าที่ยังคงชื้นๆอยู่หลังจากฝนตกเมื่อวันก่อน เด็กชายก้มหน้าลงเงียบๆแทนที่จะร้องไห้ฟูมฟายแบบเด็กคนอื่นๆ ปลายจมูกเริ่มขึ้นสี ก่อนจะใช้มือเล็กๆปาดน้ำที่เอ่ออยู่ในดวงตาทั้งสองออกไป ฮันโซลยืนมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาเด็กน้อย


 

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่” เด็กชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา ดวงตายังคงแดงก่ำ ก่อนจะค่อยๆพูดออกมา ในสำเนียงที่ไม่คุ้นหูนัก ตามประสาของเด็กชาวต่างชาติที่พึ่งเข้ามาใช้ชีวิตในดินแดนอื่นที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง


 

“มะ...ไม่เป็นไรฮะ ขอบคุณ” ฮันโซลพยักหน้า ก่อนจะเดินออกไปจากเด็กน้อยตรงหน้าเพื่อไปซื้อสายไหมของตน แต่หลังจากซื้อเสร็จแล้ว เด็กคนนั้นก็ยังยืนอยู่ที่เดิม เหมือนกำลังมองหาใครบางคนอยู่


 

“อ้าว ยังไม่ไปอีกเหรอ? รอผู้ปกครองใช่ไหม?”


 

“ผมว่า...ผมหลงทางกับแม่แล้วล่ะฮะ”


 

น่าแปลกที่เวลารู้ว่าตัวเองพลัดหลงกับแม่ เด็กคนนี้กลับไม่ร้องไห้ออกมาซักนิด แต่แค่สายไหมตัวเองตกลงบนพื้น กลับร้องไห้ออกมาซะอย่างนั้น


 

เด็กน้อยผมสีน้ำตาลเข้มเงยหน้าขึ้นมามองฮันโซล ถ้าพูดให้ถูกควรจะเป็น สายไหมที่อยู่ในมือฮันโซลเหมือนเจ้าของสายไหมเองจะพอรู้ จึงยื่นสายไหมให้กับเด็กตรงหน้า ทั้งๆที่ตัวเองกินไปไม่เท่าไหร่


 

“กินไปสิ ไม่ต้องเกรงใจ แล้วเดี๋ยวเราไปหาแม่กัน ว่าแต่เราชื่ออะไรเหรอ?” ดูเหมือนเด็กน้อยจะไม่ได้ตั้งใจฟังคำถามฮันโซลเท่าไหร่ เพราะเอาแต่หยิบสายไหมปุยสีชมพูเข้าปากตัวเอง คำแล้วคำเล่า จนฮันโซลต้องค่อยๆพูดช้าๆชัดๆให้อีกคนเข้าใจ เด็กน้อยถึงได้ยอมละจากขนมแสนอร่อยตรงหน้าแล้วสนใจฟัง


 

“ผมชื่อซามูเอลฮะ รบกวนพาผมไปหาแม่ด้วย เพราะป้ายบอกทางผมอ่านยังไม่ค่อยออกเลย”


 

“พี่ชื่อฮันโซล งั้นพี่เรียกเราว่ามูเอลสั้นๆละกันนะ” ฮันโซลยิ้มให้กับคนตัวเล็ก


 

แต่ก่อนที่จะออกเดินมืออีกข้างของซามูเอลที่ไม่ได้ถือสายไหมเอื้อมขึ้นมาจับมือของฮันโซลไว้หลวมๆ ฮันโซลได้แต่ยิ้มกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินไปยังประชาสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่ตรงกลางสวนสนุกด้วยกัน

 

 

 

 

“ฮันโซลมันไปไหนของมันเนี่ย? เลยเวลานัดมานานแล้วนะ” ซูนยองโพล่งขึ้นมา หลังจากการรอคอยอีกคนที่จุดนัดพบมาได้ซักพักใหญ่ จีฮุนได้แต่ยิ้มออกมาก่อนจะพูดว่า


 

“ใจเย็นๆ ปกติฮันโซลไม่ใช่คนแบบนั้นนะ”


 

“ผมว่าเราไปเล่นกันสามคนดีกว่าครับ บางทีพี่เขาอาจจะติดภารกิจหรือไม่ก็ไปแอบเล่นเองแล้วก็ได้” ดงจินเอ่ยขึ้นมาอย่างหน่ายๆก่อนจะกระโดดลงมาจากบันไดขั้นใหญ่ของสิ่งปลูกสร้างตรงหน้า สถานที่นัดพบของพวกเขาบ้านผีสิง


 

“อ่ะ...เอ่อ พี่ว่าจะรอฮันโซลก่อน นายไปเล่นกันสองคนสิจีฮุน ดงจิน”

 

 

 

 

            ฮันโซลและซามูเอลที่ตอนนี้กินสายไหมหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเดินไปตามทางเพื่อพาเด็กชายไปยังแผนกประชาสัมพันธ์ของสวนสนุกให้ประกาศตามหาแม่ซามูเอลที่พลัดหลงกัน ทั้งคู่ค่อยๆเดินไปเรื่อยๆพร้อมกับบทสนทนาตลอดระหว่างทาง


 

“พี่ฮันโซลทำไมต้องแต่งตัวแบบนั้นด้วยฮะ เหมือนผมเคยเห็นไฮสคูลที่อเมริกาก็มีคนแต่งแบบนี้”


 

“นี่คือเครื่องแบบลูกเสือ เพราะพี่คือลูกเสือ เสียชีพ อย่าเสียสัตย์ เสียเข็มขัด อย่าเสียกางเกง!” ฮันโซลกล่าวขึ้นอย่างติดตลก เป็นมุกที่ใครๆก็รู้และมักจะทำหน้าเรียบเฉยหลังจากได้ยินคำขวัญเมื่อครู่ ผิดกับซามูเอลที่หัวเราะเสียงดัง


 

“นี่นายขำกับมุกนี้จริงๆเหรอเนี่ย! วันนี้พี่มาเพื่อมาบำเพ็ญประโยชน์ แล้วก็มาเที่ยวด้วย”


 

“อะไรคือบำเพ็ญประโยชน์ฮะ?” เสียงเจื้อยแจ้วของซามูเอลดังขึ้นอีก ฮันโซลที่คอยตอบคำถามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน แต่ก็เต็มใจที่ได้ไขข้องสงสัยของเด็กน้อย


 

“ก็คือ การช่วยเหลือผู้อื่น เหมือนกับที่กำลังทำให้มูเอลอยู่นี่ไง”


 

“แล้วพี่จะทำไปตลอดเลยไหม?”


 

“แน่นอนสิ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นลูกเสือแล้วถึงทำได้นะ ไม่ว่านายเป็นใคร เพศไหน อายุเท่าไหร่ เราก็สามารถทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้เสมอ”


 

“พี่ฮันโซลใจดีจังฮะ มูเอลต้องพยายามบำเพ็ญปร๋ะ...โย้ชน์บางแล้ว” สำเนียงแปร่งๆหลุดออกมาจากซามูเอลอีกครั้ง ฮันโซลระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ในขณะที่เด็กน้อยเอียงคอทำหน้างงว่าตัวเองทำอะไรผิด


 

“บำเพ็ญประโยชน์ตะหากล่ะมูเอล”


 

  

 

            ทั้งคู่เดินมาได้ครึ่งทาง ฝ่ามือของเด็กน้อยในมือของฮันโซลก็ผละออก ร่างสูงหันไปดูก็พบว่าซามูเอลกำลังยืนดูเครื่องเล่นอย่างหนึ่ง ดวงตาเป็นประกาย

 
 

“ไม่ไปหาแม่แล้วเหรอ ไปกันเถอะมูเอล”


 

            แต่คนที่ถูกเรียกยังไม่ละสายตาจากม้าหมุนที่เต็มไปด้วยเหล่าสรรพสัตว์ในเทพนิยายมากมาย ทั้งม้ายูนิคอร์นสีฟ้าประกายมุกที่โดดเด่นเป็นสง่า เซ็นทอร์ที่เป็นลูกผสมระหว่างคนกับม้ารูปงาม ซามูเอลไม่อยากรอจนกว่าจะให้แม่พามาเล่น เพราะตอนนั้นคนอาจจะเยอะกว่านี้ แล้วม้ายูนิคอร์นที่ตัวเองหมายตาไว้จะโดนแย่งไปซะก่อน


 

            ดูเหมือนฮันโซลจะรู้หน้าที่ จึงซื้อตัวเครื่องเล่นสองใบให้ให้กับตัวเองและซามูเอล


 

“เล่นได้อย่างเดียวนะ ไม่งั้นแม่มูเอลเป็นห่วงเราแย่แน่ อีกอย่าง...พี่ก็ไม่มีเงินเท่าไหร่แล้วด้วย” เสียงของฮันโซลที่ค่อยลงในประโยคหลังทำเอาซามูเอลสลดลงไป ก่อนจะกระโดดโลดเต้นด้วยพร้อมกับหลุดคำอุทานแสดงความดีใจมากมาย


 

            ในที่สุดซามูเอลก็ได้นั่งยิ้มแป้นอยู่บนม้าหมุนรูปยูนิคอร์นสมใจ ขณะที่ทั้งฮันโซลนั่งอยู่บนเซนทอร์ที่อยู่ข้างกัน เครื่องเล่นหมุนไปตามจังหวะเพลงชวนฝัน ภาพวาดจำลองป่าในจินตนาการแต่งแต้มอย่างวิจิตร แสงไฟภายในม้าหมุนถูกจัดอย่างดีจนดูเหมือนทั้งคู่กำลังอยู่ในโลกแห่งนิทาน


 

ฮันโซลได้แต่สงสัยกับตัวเองว่าทำไมจะต้องมาคอยตามใจเด็กคนนี้ด้วย แค่เดินไปส่งที่แผนกประชาสัมพันธ์ก็จบ โตจนป่านนี้แล้วไม่น่ามานั่งเล่นม้าหมุนแบบนี้เลย รถไฟเหาะตีลังกา ไม่ก็บ้านผีสิงสุดเฮี้ยนน่าจะดูเข้าทางกับเขามากกว่า อีกทั้งตัวเองก็พึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าพลาดนัดที่จุดนัดพบกับลูกเสือคนอื่นๆด้วย ต้องโดนสก๊อตจั๊มพ์ ไม่ก็วิดพื้นซักสามสี่ยกเป็นแน่ แต่ทุกอย่างก็จบลงด้วยรอยยิ้มอย่างสุขใจเมื่อได้เห็นท่าทางที่สดใสของอีกคนผุดขึ้นบนใบหน้าฮันโซล นี่ล่ะมั้งที่ทำให้เขายอมตามใจเด็กอย่างซามูเอล บางทีเขาก็อยากที่จะเป็นเด็กแบบนี้ไปตลอด

 

           

 

 

“พี่ฮันโซล มูเอลเมื่อยแล้ว!” เสียงของเด็กน้อยที่ฮันโซลพึ่งจะเดินจูงมือลงมาจากม้าหมุนได้ไม่กี่ก้าวดังขึ้น ซามูเอลนั่งยองๆลงกับพื้น


 

“ไม่อยากเจอแม่เร็วๆเหรอ ท่านจะเป็นห่วงมูเอลแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้” ฮันโซลพยายามให้เด็กน้อยยืนขึ้น แต่ไม่เป็นผล ซามูเอลนั่งติดกับพื้นไว้ไม่ไปไหน


 

“อุ้มหน่อย....” คิ้วของร่างสูงขมวดมุ่น แขนบางๆทั้งสองของซามูเอลชูขึ้นมาเป็นทำนองให้ฮันโซลอุ้ม แต่ฮันโซลมีความคิดที่ดีกว่านั้น เขาค่อยๆนั่งย่อลงหันหลังให้กับซามูเอล เด็กชายมองการกระทำของอีกคนอย่างไม่เข้าใจ


 

“ขี่หลังดีกว่ามูเอล” ฮันโซลหันมากวักมือเรียก ซามูเอลยิ้มออกมาก่อนจะกระโจนไปบนหลังของฮันโซลอย่างว่าง่าย เมื่อร่างสูงยืนขึ้นพร้อมเด็กชายตัวเล็กๆบนแผ่นหลังกว้าง ฮันโซลแกล้งเขย่าตัวแรงๆหรือไม่ก็วิ่งผาดโผนไปอย่างเร็วจนซามูเอลกอดคอเขาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก


 

“...มูเอล ไม่ต้องรัดคอพี่แน่นขนาดนั้นก็ได้” แขนเล็กๆคลายออกมาก่อนจะส่งเสียงหัวเราะคิกคักอยู่ข้างหูของฮันโซล คนเป็นพี่ได้แต่ยอมรับในความแสบของเด็กบนหลังของเขา ที่เอาคืนการแกล้งของตัวเองซะจนเกือบขาดอากาศหายใจ

 

 

 

 

 

            เด็กน้อยซามูเอลที่ขี่หลังของฮันโซลมาถึงร้านขายของที่ระลึก มือเล็กๆสะกิดไหล่ของอีกคนให้เดินเข้าไป ซึ่งฮันโซลเองก็ทำตามแต่โดยดี


 

            ในร้านสีสดใสเต็มไปด้วยของที่ระลึกของสวนสนุกมากมาย ตั้งแต่ของใช้ประจำวันจำพวกช้อนที่สลักสัญลักษณ์สวนสนุก จานชามพิมพ์ลาย ไปจนถึงของตั้งโชว์และของเล่นมากมาย ซามูเอลรีบกระโดดลงจากหลังของอีกคน แล้วปรี่เข้าไปหาของเล่นที่อยู่ตรงหน้า ร่างสูงนั่งพักอยู่ตรงเก้าอี้นวมสีเขียวมะนาว พลางนวดต้นคอและไหล่ที่เมื่อยล้าของตัวเอง


 

ไม่นานซามูเอลก็วิ่งมาพร้อมกับเข็มกลัดในมือ เข็มกลัดสี่เหลี่ยมสีเงินที่มีลายใบโคลเวอร์สีเขียวสี่แฉก ซึ่งว่า
กันว่า ในต้นโคลเวอร์หนึ่งพันต้นนั้น จะพบใบโคลเวอร์แบบนี้ได้เพียงใบเดียวเท่านั้น เป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากมาก


 

“ผมจะซื้อให้พี่ ตอบแทนที่ช่วยดูแลผมเป็นอย่างดี ใบโคลเวอร์สี่แฉกจะทำให้พี่โชคดี” ว่าแล้วเด็กน้อยก็วิ่งไปที่จ่ายเงิน โดยไม่ได้บอกต่อไปว่า หากพบใบโคลเวอร์สี่แฉก เป็นความหมายว่าจะได้พบกับ...

 


 

รักแท้


 

 

และในวันเดียวกันนั้น ถ้ามอบใบโคลเวอร์สี่แฉกให้กับใคร ก็จะได้พบกับความโชคดีแบบคาดไม่ถึงเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ลายบนเข็มกลัดก็เถอะ แต่ซามูเอลก็หวังลึกๆอยู่ในใจว่าความเชื่อเหล่านั้นจะเป็นจริง


 

            เด็กชายวิ่งมาหาอีกคนหลังจากจ่ายเงินเสร็จ มือบางบรรจงกลัดเข็มกลัดลงไปที่เสื้อตรงหน้าอกซ้ายของฮันโซล ก่อนจะเดินถอยออกมาดูความเรียบร้อยพร้อมกับพยักหน้าด้วยความพอใจ


 

“ขอบคุณนะซามูเอล...” ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวของซามูเอลอย่างอ่อนโยน ก่อนที่ฮันโซลจะลุกขึ้นอีกครั้งแล้วพาเด็กชายวัยกำลังโตขึ้นบนหลังของตนแล้ววิ่งออกไปยังจุดหมายปลายทางของเขา

 

 

 

 

“พี่รู้ไหมว่าทำไมผมถึงมาที่นี่?” เสียงเจื้อยแจ้วของคนข้างบนดังขึ้น ระหว่างที่ทั้งคู่เดินผ่านลานน้ำพุ ที่เมื่อละอองน้ำต้องกับแสงแดดอ่อนๆยามเย็นจนเกิดเป็นสายรุ้งแสนสวย


 

“มาเที่ยวเหรอ? หรือว่ามาเรียน?”   ซามูเอลส่ายหัว ก่อนจะเฉลยคำตอบ


 

“ผมอยากเป็นนักร้อง! ผมมาที่นี่เพื่อเป็นศิลปินฮะ”


 

“นายจากบ้านเกิดเมืองนอนมา เพื่อที่จะมาเป็นศิลปินที่นี่น่ะเหรอ! เด็ดเดี่ยวมากมูเอล พี่นับถือในตัวนายจริงๆ”


 

“ผมเรียนภาษาอย่างหนักจนสื่อสารได้ พร้อมกับฝึกซ้อมร้อง เต้นเพื่อให้ผ่านการคัดเลือก แต่ดูเหมือนยังไม่ถึงวันของผม...” น้ำเสียงของเขาสลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด


 

“พี่ว่ามูเอลทำได้นะ มูเอลมีในสิ่งที่เด็กอายุเท่าๆเราไม่ค่อยมี ความมุ่งมั่นและรู้ตัวว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไร ทำมันไปให้ถึงที่สุดนะ” รอยยิ้มเผยออกมาบนใบหน้าเด็กน้อย


 

“ขอบคุณฮะ... วันก่อนผมพึ่งทะเลาะกับแม่ แม่บอกจะพาผมกลับอเมริกา แต่ผมยืนกรานจะสู้เพื่อฝันตัวเองจนถึงที่สุด เพราะผมมั่นใจว่าผมเกิดมาเพื่อจะเป็นศิลปิน”


 

“อย่ายอมแพ้นะ พี่จะรอดูวันที่มูเอลได้ไปยืนอยู่บนเวที พี่จะตามไปเชียร์ติดขอบเวทีเลยเอ้า!” แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน เป็นขณะเดียวกับที่พวกเขามาถึงแผนกประชาสัมพันธ์ของสวนสนุกเป็นที่เรียบร้อย แม่ของซามูเอลพร้อมกับลูกเสือคนอื่นๆก็อยู่ที่นั่นด้วย เด็กชายโผเข้าไปสู่อ้อมกอดของแม่ โดยมีซูนยอง จีฮุนและดงจิน เดินเข้ามาหาฮันโซล


 

“นี่ใช่ไหมที่ทำให้นายไม่มาตามนัด?” ซูนยองที่ทำเสียงเคร่งขรึมถามฮันโซล


 

“ครับ ผมเจอเขาหลงทางพอดี ขอโทษที่ไม่ได้ไปตามที่นัดหมายไว้”


 

“ไม่เป็นไรหรอก แต่นายทำให้ซูนยองต้องเข้าบ้านผีสิงน่ะสิ เพราะเขากะจะลากนายไปที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านผีสิง แต่นายดันไม่มา ซักสองสามชั่วโมงก็หายงอนไปเองแหละ” จีฮุนพูดด้วยหน้าตาร่าเริง ระคนกับสะใจเล็กๆที่เห็นหัวหน้ากองอย่างซูนยองที่เป็นโรคกลัวผีเข้าขั้น ต้องเข้าไปในบ้านผีสิง


 

“เงียบเหอะน่า...”


 

“พี่ฮันโซลสนใจไปเล่นกับพวกเราไหมล่ะครับ? ผมเข้าอีกรอบได้อย่างไม่มีปัญหา” ดงจินพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มแพรวพรายบนใบหน้า ฮันโซลพยักหน้าตกลงด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันกลับไปดูเด็กน้อยที่พบเจอแม่ของตัวเองแล้ว


 

            แม่ของซามูเอลเดินเข้ามาขอบคุณฮันโซลที่ช่วยดูแลลูกของตนเองและพามาส่งอย่างปลอดภัย ก่อนที่ซามูเอลจะเดินมาจับมือทั้งสองของเขากุมไว้หลวมๆด้วยท่าทางดีใจสุดๆ


 

“พี่ฮันโซล แม่ผมบอกว่า...ผมได้รับการติดต่อจากบริษัทแล้วฮะ ผมกำลังได้เป็นเด็กฝึกและจะได้เป็นศิลปินแล้ว!” ฮันโซลยิ้มกว้างออกมา พร้อมกับส่งเสียงแสดงความยินดีกับความฝันของซามูเอลที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง



 

โชคดีตามความเชื่อของใบโคลเวอร์เกิดขึ้นกับซามูเอลจริงๆ



 

“ทำให้สำเร็จ พี่จะทำป้ายไฟรอนะมูเอล” แต่ก่อนที่ซามูเอลจะได้พูดอะไรต่อ ร่างสูงก็โผเข้ากอดแบบไม่ทันได้ตั้งตัว อ้อมกอดที่ทั้งหนักแน่น อบอุ่นแต่อ่อนโยนที่สุดนอกจากอ้อมกอดของแม่ที่ซามูเอลเคยได้รับ


 

“...ฮะ รอผมนะพี่ฮันโซล”

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ aquanarine จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 09:47
    บอร์ด SEVENTEEN SOOSUL บอร์ดรวมฟิคของเซเว่นทีนมาสมัครกันเยอะๆนะคะ ♥
    #4
    0
  2. #3 มายโซล
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2556 / 20:55
    อ้ากกก ฮันแซมน่ารักใสๆ ละมุนมากคะ

    #3
    0
  3. วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 22:24
    ฟิคน่ารักมากๆเลยค่า >^< มุ้งมิ้งฟุดๆไปเลย อ่านแล้วเขิน~
    ไรตเตอร์แต่งน่ารักมากๆเลยอ่ะ มีเรื่องใบโคเวอร์4แฉกด้วย
    อ่านแล้วอยากจิไปสวนสนึกแล้วเจอลูกเสือหล่อๆน่ารักใจดีบ้างจัง >-<
    #2
    0
  4. วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 21:28
    กรี๊ดดดดดด เขินมากค่าาาา >////////////////////<

    'ฮันแซม' เป็นอะไรที่มุ๊งมิ๊งน่ารักมวากกกกกกก!!!!

    แอบชื่นใจมีโมเม้นต์ 'ซูนฮุน' เบาๆ

    คือเราโคตรชอบคู่นี้เลยอ่าค่ะ...แต่งคู่นี้ด้วยจิ คริคริ >.,<

    ปล.แต่ง SF เด็กสิบเจ็ด มาหลายๆเรื่องนะคะ จะรออ่านน กริ๊บกริ๊ววววว~♥
    #1
    0