(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 5 : ราตรีที่ 4 ไล่ตามเงา100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

ราตรีที่ 4

หลังจากที่ทั้งสองคนเดินสำรวจทุกซอกหลืบจนมั่นใจ ว่าไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาออกไปได้ คิเคียว แอล คูเปอร์ จึงใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ถ่ายรูปเก็บหลักฐานแบบคร่าวๆ เอาไว้ ก่อนจะชักชวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ลงมาตรวจสอบข้างล่างเมื่อเสร็จงาน

พวกเขาทั้งคู่ จึงวิ่งลงบันไดมาด้วยความรีบเร่ง เพื่อจะได้ลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุดูอีกครั้งและเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดอีกที แต่ทว่าในขณะที่กำลังวิ่งลงบันไดมาไม่เท่าไร ก็มีนายตำรวจพร้อมหน่วยพิสูจน์หลักฐานวิ่งสวนทางขึ้นมา

อ้าว คุณคูเปอร์ อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย เห็น คุณสเตล่าบอกว่าคุณขึ้นมาตรวจสอบชั้นดาดฟ้าของตึกนี้ ผมเลยขึ้นตามมา

เสียงของ สารวัตร มอร์แกน วิมเลี่ยม เอ่ยทักขึ้นทันทีที่เห็นหน้ากัน โดยที่เขาเป็นสารวัตรหน่วยสืบสวนสอบสวนฝ่ายคดีฆาตกรรม ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปี อยู่ในเสื้อฟอร์มแขนยาวสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขายาวสีฟ้าเข้มแบบเต็มยศ ผมสีน้ำตาลอ่อนดูยุ่งเหยิงรุงรัง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเหนื่อยอ่อนแต่ก็แฝงไว้ด้วยความประหลาดใจปะปนออกมา เมื่อได้เจอบุคคลที่ตนตามหา มายืนอยู่ตรงหน้า ซึ่งเขานั้นกำลังวิ่งขึ้นมาพร้อมกับชายชุดสีขาวอีกสองคน

พอเห็นดังนั้น คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็ขานรับคำทักทาย “อ้าวสารวัตร วิมเลี่ยม มาเร็วทันใจดีนะครับ ข้างล่างนั่นเป็นยังไงบ้างครับ” จบคำเขาก็หันไปพยักหน้าน้อยๆ ส่งไปให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อสื่อความหมายว่าให้ลงไปข้างล่างก่อนได้เลย ก่อนจะยืนรอคนพึ่งวิ่งขึ้นมาที่ชานพักของบันได

โดยที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เมื่อเห็นการกระทำของนักสืบหนุ่มก็เข้าใจความหมายในทันที เขาจึงพูดขึ้นมาว่า “งั้นผมขอ อนุญาตลงไปข้างล่างก่อนนะครับ” พูดจบเขาก็ทำท่าวันทยหัตถ์หนึ่งครั้ง ก่อนจะค่อยๆ วิ่งลงไป

เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งลงไปจนลับสายตา สารวัตรวิมเลี่ยม ก็พูดออกมาว่า “อ๋อ ผมให้ หน่วย พิสูจน์หลักฐานเก็บรายละเอียดเอาไว้หมดแล้วครับ” จบคำเขาก็หันไปสั่งงานกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทั้งสองคน ก่อนจะหันกลับมาเพื่อคุยเรื่องที่ค้างอยู่ต่อไป “ว่าแต่ข้างบนนั่นได้เรื่องอะไรบ้างรึเปล่าครับ

พอรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ทั้งสองคน ก็ก้มศีรษะให้กับ สารวัตรเจ้าของคดี และ คิเคียว แอล คูเปอร์ เล็กน้อยตามมารยาทที่พึงมี ก่อนจะเดินอ้อมทั้งสองคนวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นบนทันที

ไม่เลย” นักสืบหนุ่มพูดหลังจากที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ทั้งสองนายวิ่งขึ้นไปพ้นจากสายตา เขาโคลงศีรษะไปมาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเปิดโปรแกรมแกลเลอรี่ภาพถ่าย เพื่อต้องการเปิดดูรูปการ์ดเจ้าปัญหาที่ฆาตกรจงใจวางทิ้งไว้ จากนั้นยื่นมันส่งไปให้สารวัตรวิมเลี่ยมดู “พวกผมเจอแต่ไอ้นี่กับปืนอีกแค่กระบอกเดียว

เมื่อสารวัตรวิมเลี่ยมรับมันเอาไว้แล้วมองดู นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้างอยางตกใจ เมื่อได้เห็นข้อความในการ์ดจากรูปถ่ายผ่านสายตา “เป็นไปได้ยังไงไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ นี่น่ะนะ ฆ่าคนตาย

ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ” นักสืบหนุ่มพูด “จากที่เกิดเหตุมีแค่ของสองสิ่งนั้นจริงๆ ไม่มีอะไรเลยราวกับคนร้ายจงใจทิ้งไว้ให้พวกเราดูต่างหน้า

เป็นไปได้ไหมว่าจะไม่ใช้ฝีมือของ ไนท์ วอล์กเกอร์

เรื่องนั้นผมเองก็ฟันธงไม่ได้หรอกครับว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจะใช่มันไหม

แล้วหลังจากที่เห็นภาพรวมทั้งหมด คุณคูเปอร์คิดว่ายังไง

ถ้าสารวัตรถามผม ผมก็คงตอบไม่ได้หรอกครับว่าทำไม แต่ถ้าจะให้ออกความคิดเห็นล่ะก็นะ ผมคิดว่าหมอนั่นมันก็เป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนกับพวกเรานี่แหละและมันก็คงไม่ได้เป็นคนดีมากมายไปกว่าที่เห็น ดังนั้นผมคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ ไอ้ไนท์ วอล์กเกอร์ มันจะฆ่าคนตาย” คิเคียว แอล คูเปอร์พูดออกมาเพียงแค่นั้น นัยน์ตาสีรัตติกาลเรียบนิ่งไม่เผยความรู้สึกใดๆ ก่อนจะเพ่งมองดูรูปถ่ายที่คู่สนทนาถือไว้ แล้วพึมพำว่า “เว้นเสียแต่ว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีที่ ไนท์ วอล์กเกอร์ เป็นคนอยู่เบื้องหลังเท่านั้นเอง

คุณหมายความว่ายังไง

ก็อย่างที่ผมพูด ถ้า ไนท์ วอล์กเกอร์ เป็นคนที่คิดจะฆ่าผู้เคราะห์ร้ายจริงๆ ล่ะก็นะ คงไม่แอบลักกินขโมยกินแบบนี้หรอก หมอนั่นนิสัยยังไง ใครๆ ก็รู้ว่าเวลาทำอะไรชอบให้คนเห็นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนขโมยหรือสังหารใครหมอนั่นก็ไม่เคยคิดปิดบังอะไรแบบนี้ จะทำก็ทำให้เห็นกันโต้งๆ แต่ก็นั่นแหละตอนนี้ผมเองก็ยังจับมือใครดมไม่ได้ซะด้วย ผู้ต้องสงสัยคนแรกก็คงไม่พ้นมัน

แบบนี้เองสินะ” สารวัตรหนุ่มพูดออกมา ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า “มีทางเป็นไปได้ทั้งสองแบบว่าใช่มันหรือไม่ใช่มัน

ผมว่าสารวัตรน่าจะลองถามความเห็นจากสารวัตรเมอร์ฟี่ดูนะครับ เห็นยายมารีเนตบ่นให้ฟังว่าเมื่อคืนวาน ไอ้ไนท์ วอล์กเกอร์ ไปท้าทายสารวัตรเมอร์ฟี่ถึงที่เลยนี่

โอ๊ย รายนั้นน่ะหรือ คงไม่ล่ะครับ” สารวัตรหนุ่มพูด “ถึงจะเห็นเขาเป็นแบบนั้น ตามติด ไนท์ วอล์กเกอร์ ยิ่งกว่าอะไรดี แต่เขาก็ไม่มีทางเชื่อหรอกครับว่า ไนท์ วอล์กเกอร์ จะฆ่าคนตาย เผลอๆ สารวัตรเมอร์ฟี่จะไม่ให้ข้อมูลผมไม่พอ เขาอาจจะเสี่ยงอันตรายไปสืบเพื่อหาความบริสุทธิ์ให้หมอนั่นเองเลยก็ได้ เห็นพวกเขาสองคนกัดกันแบบนั้น แต่ก็มีสายสัมพันธ์ ที่ดีต่อกันนะจะบอกให้

ผมไม่ยักรู้เลยนะเนี่ย

เรื่องจริงนะครับ ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น” สารวัตรวิมเลี่ยมพูด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองซ้ายขวาไปมา “เอาเป็นว่าพวกเราลงไปข้างล่างกันเถอะ เดี๋ยวข้างบนนั่นปล่อยให้สองคนนั้นจัดการไป

ก็ดีเหมือนกันครับ” จบคำของคิเคียว พวกเขาทั้งคู่ก็รีบลงบันไดมายังชั้นล่าง เพื่อไปยังที่เกิดเหตุของคดีที่เกิดขึ้นทันที

และเมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็แยกย้ายกับสารวัตรวิมเลี่ยมทันที ก่อนจะกวักมือเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งให้เข้ามาหา พลางมองไปยังรอบๆ ที่เกิดเหตุนั่นอีกครั้งตามความเคยชิน แล้วพึมพำเบาๆ กับตัวเองว่า “ไม่ว่าแกจะเป็นใคร ฉันจะลากตัวแกออกมาเอง โทษฐานที่แอบใช้ชื่อนั่นมาทำเรื่องน่าสมเพชแบบนี้

หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ผู้ถูกเรียกให้มาหาทั้งๆ ที่ตัวของเขานั้นก็งานล้นมือจนทำแทบไม่ทัน พอเดินเข้ามาถึงก็ได้แต่หน้าเจื่อนๆ ออกมา นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววเหนื่อยอ่อนให้เห็นอย่างชัดเจน “มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าครับ

พอดีผมอยากได้ข้อมูลทั้งหมดของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนี้” คิเคียว แอล คูเปอร์ พูดออกมา นัยน์ตาสีรัตติกาลสอดส่ายไปมา ก่อนจะมาสะดุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่งก็จำได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวกำลังนั่งร้องไห้แทบไม่เป็นผู้เป็นคน เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงบุ้ยปากไปที่เจ้าหล่อน แล้วพูดออกมาแบบไม่ใส่ใจว่า “แล้วก็ช่วยเค้นข้อมูลก่อนเกิดเหตุ จากผู้หญิงคนนั้นด้วย

เมื่อเห็นท่าทีและคำพูดของคนตรงหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็หันไปตามท่าทางที่นักสืบหนุ่มชี้ไป ภาพที่เห็นทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยกับพฤติกรรมที่แสนจะเลือดเย็นหาที่เปรียบไม่ได้ เพราะเขานั้นจำได้ดีว่าตอนไปเก็บศพผู้เคราะห์ร้าย ผู้หญิงคนนี้ก็เอาแต่ร้องไห้ราวกับจะตายตามกันไป “แต่ๆ ว่านะครับ ผู้หญิงคนนั้นคงพูดอะไร ไม่ได้มาก

ต้องได้สิ อย่าลืมนะผู้หญิงคนนี้เป็นพยานปากสำคัญ เพราะเธออยู่กับผู้ตายตอนเกิดเหตุด้วย

แต่ว่า

ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น มันเป็นหน้าที่ของนายว่าจะต้องทำยังไงถึงได้ขอมูลสำคัญออกมาจากคนที่กำลังเสียใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนั้น” คิเคียว แอล คูเปอร์ พูดออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงคล้ายๆ เป็นการปฏิเสธของคนตรงหน้า ก่อนจะตบบ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเบาๆ สองครั้ง “ส่วนวิธีที่จะได้ข้อมูลพวกนั้นมาก็แล้วแต่นาย จะขู่หรือโอ๋ยังไงก็แล้วแต่เลย

เมื่อคิเคีบวเดินออกไป เจ้าหน้าที่หนุ่มก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า “ไอ้โหดเอ๊ยรู้อยู่ว่าคนเขาเสียใจ สติยังไม่อยู่กับร่องกับรอย ยังจะให้ไปเค้นถามอะไรบ้าๆ อีก

เมื่อกี้นายว่ายังไงนะ

ปะเปล่าครับ” เจ้าหน้าที่พูดติดๆ ขัดๆ ออกมา พร้อมกับยิ้มแห้งๆ แบบขัดตาทัพส่งไปให้ นักสืบเจ้าปัญหาที่บังเอิญหูดีดันได้ยินสิ่งที่เขาสบถมาเมื่อกี้นี้ ก่อนจะมองตามหลังตามหลังร่างที่พึ่งเดินห่างออกไปได้ไม่นาน เขาก็เอี้ยวหลังเพื่อหลบสายตาแล้วพึมพำเบาๆ ว่า “ได้ยินได้ยังไงวะ

 

หลังจากเกิดเหตุ เวลาผ่านไปเท่าไรแล้วไม่อาจร่วงรู้ได้ ความมืดยามค่ำคืนเริ่มกัดกินท้องฟ้าจนเป็นสีดำสนิท แต่บริเวณโดยรอบที่กลับมีแต่แสงไปของ สปอร์ตไลน์ ส่องสว่างไปทั้งบริเวณ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานหลายคนต่างก้มๆ เงยๆ ดูรอบๆ จนทั่ว ถึงแม้ตอนนี้ศพของผู้เคราะห์ร้ายจะถูกเคลื่อนย้ายไปแล้วก็ตาม แต่ทุกๆ คนก็ยังอยู่ในหน้าที่ของตัวเองต่อเพื่อสืบหาความเป็นจริง

โดยที่นักสืบหนุ่มเองก็เช่นกัน เวลานี้ตัวเขานั้นกำลังนั่งดูภาพวงจรปิดทั้งหมดในละแวกจุดเกิดเหตุ ซ้ำไปซ้ำมา อยู่ในห้องชั้นล่างสุดของตึกสูงที่เหล่าตำรวจได้ขอใช้พื้นที่ในละแวกนั้น เพื่อรอเอกสารของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ให้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปรวบรวมมา

เป็นไงบ้าง ได้เรื่องอะไรบ้างไหม

ไม่เลย ไม่มีจุดใดบ่งชี้ตัวจริงของคนร้ายได้เลย” นักสืบหนุ่มคราง “ผมลองเทียบกับภาพวงจรปิดจากคดี ต่างๆ ที่ ไนท์ วอร์เกอร์ ปรากฏตัว ดูยังไง ก็คือคนคนเดียวกัน ไม่ผิดแน่ๆ “

แสดงว่างานนี้คงไม่พ้นไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ สินะ” เสียงพึมพำกับตัวเองเบาๆ ของสารวัตรเจ้าของคดีหลังจากที่นักสืบหนุ่มพูดจบลง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสั่นน้อยๆ อย่างคิดไม่ตกกับภาพตรงหน้าที่ค่อยๆ ฉายซ้ำไปมา

แต่มันยังฟันธงไม่ได้หรอกครับว่าจะใช่มันจริงๆ ไหม

คุณหมายความว่ายังไงกัน ผมไม่เข้าใจ

เพราะมันเหมือนมากเกินไป จนไม่มีจุดบกพร่องอะไรเลยนั่นแหละครับที่ผมสงสัย แล้วอีกอย่างที่ผมเคยบอกสารวัตรไปแล้วว่า ถ้าเป็น ไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ จริงๆ ล่ะก็มันไม่แอบทำอะไรแบบนี้…”

ขออนุญาตครับ

แต่ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังดูภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็มีเสียงของชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายให้ไปค้นประวัติของผู้เคราะห์ร้ายมา ส่งเสียงดังมาจากด้านหลังของพวกเขา

ส่งผลให้ทั้งสองต้องชะงักการกระทำทั้งหมดลง ก่อนที่สารวัตรวิมเลี่ยมจะหันหลังไป แล้วเดินไปหาผู้มาใหม่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบออกไปว่า “มีเรื่องอะไร

ข้อมูลของผู้เคราะห์ร้ายที่ คุณคูเปอร์ ให้ไปค้น ได้มาแล้วครับ” จบคำเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวก็ยื่น เอกสารสำคัญที่ตัวเขานั้นถูกใช้ให้ไปค้นข้อมูล และเค้นถามพยานในที่เกิดเหตุแบบเอาเป็นเอาตาย ยื่นไปให้นายตำรวจหนุ่มทันที

ขอบใจ” สารวัตรวิมเลี่ยมกล่าวเบาๆ ก่อนจะรับแฟ้มเอกสารเล่มนั้นเอาไว้ พลางเปิดเอกสารสำคัญอ่านทีละแผ่นอย่างคร่าวๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองผ่านตัวอักษรต่างๆ ที่พิมพ์บนกระดาษก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

ผู้ตายคือ นายโรเบิร์ต โนแลน อายุยี่สิบแปดปี สูง ห้าฟุต สิบเอ็ดนิ้ว เป็นลูกชายคนเดียวของ นายเจสัน โนแลน ซีอีโอ บริษัท โนแลนคอปเปอร์เรชั่น ผู้ผลิตชิ้นส่วน ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ขนาดกลาง” สารวัตรวิมเลี่ยมกล่าว “และจากคำให้การของ นางสาวเอลิซ่า วิลสัน ผู้เป็นแฟนสาวเล่ามาพอจับใจความได้ว่า ขณะเกิดเหตุ ตนกับแฟนหนุ่มกำลังเดินไปที่รถหลังจากรับประทานอาหารที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามเสร็จ แต่ยังไม่ทันจะได้ขึ้นรถก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นซะก่อน

ถ้าไม่ใช่ไอ้ไนท์ วอล์กเกอร์ ก็ตีได้สองกรณี ชู้สาว กับธุรกิจเท่านั้นแหละ” คิเคียว แอล คูเปอร์ พึมพำออกมาเบาๆ หลังจากที่ได้ยินข้อมูลต่างๆ จบลง “แต่ก็อาจจะมีประเด็นอื่นนอกเหนือจากนี้ก็ได้เอาเป็น…”

แย่แล้ว คิเคียว แย่แน่ๆ

แต่ทว่ายังไม่ทันที่คิเคียว แอล คูเปอร์จะพูดจบประโยคดี จู่ๆ ก็มีเสียงที่แสนคุ้นเคยตะโกนโหวกเหวกเรียกหาเขาอยู่ด้านนอกห้อง ก่อนที่เจ้าของเสียงเรียกที่ว่านั้น จะวิ่งหน้าตาตื่นเข้าห้องมาในห้องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

และทันทีที่เห็นหน้ากัน มารีเนตก็รีบเดินตรงดิ่งเข้ามาหาทันที เมื่อเดินถึงเป้าหมายที่กำลังตามหา เธอก็เอื้อมมือไปวางบนหัวไหล่คนตรงหน้าแล้วเขย่าเบาๆ “แย่แน่ๆ คิเคียว แย่แล้ว

พอได้เห็นท่าทีที่ตื่นตกใจของคนตรงหน้า ส่งผลให้ คิเคียว แอล คูเปอร์ ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววเอือมระอากับการกระทำของเพื่อนสนิทตัวเอง ที่แสดงอาการตระหนกตกใจเป็นพิเศษ จนตัวเขานั้นเดาได้เลยว่า มารีเนต สเตล่า จะต้องรู้เรื่องบางอย่างแน่นอน

คงรู้ข่าวแล้วสินะว่ามือยิงครั้งนี้คือ ไนท์ วอล์กเกอร์

เป็นอะไรของเธอ เอะอะโวยวาย เกรงใจสารวัตวิมเลี่ยมบ้างสิ” เขาพูดออกมา ก่อนจะส่งสายตาตำหนิไปให้ แล้วเหลือบมองไปยังสารวัตรเจ้าของคดี ที่กำลังยืนงงกับภาพที่เห็นตรงหน้า เพื่อบอกให้เพื่อนสาวของตนเองได้รู้ว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน

เมื่อเห็นท่าทีของนักสืบหนุ่ม เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก็มองซ้ายมองขวา ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ขัดตาทัพออกมา หลังจากเห็นว่าตัวเองนั้นไม่ได้อยู่กับเพื่อนของตนเพียงลำพัง “แหะๆ ขอโทษทีค่ะ พอดีข่าวที่ได้ยินมามันทำให้ตกใจนิดหน่อยน่ะค่ะ ข่าวที่ว่ามือยิงในครั้งนี้คือ ไนท์ วอล์กเกอร์

ไม่เป็นไรครับ” สารวัตรวิมเลี่ยมกล่าว ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา กับท่าทีของหญิงสาว “เป็นใครได้รู้ข่าวก็คงแปลกใจไม่น้อยเหมือนกัน

หลังจากได้ยินคำพูดของสารวัตรเจ้าของคดี มารีเนต สเตล่า ถึงกับเดินเข้าไปประจันหน้ากับคนพูดทันที มือทั้งสองข้างยื่นไปจับแขนทั้งสองข้างแล้วเขย่าเบาๆ “ใช่ไหมล่ะคะ เป็นใครที่ได้รู้ข่าวนี้ก็ไม่มีใครเชื่อหรอกว่า ไนท์ วอล์กเกอร์ เป็นคนทำ” ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ “ถึงหมอนั่นจะไม่ดียังไง แต่ฉันก็เชื่อนะคะว่าลึกๆ แล้วคนคนนั้นไม่เคยมีเจตนาร้ายถึงกับฆ่าคนได้หรอก

ชะใช่ครับเป็นใคร ใครก็ไม่เชื่อทั้งนั้น

สารวัตรวิมเลี่ยมตอบหญิงสาวด้วยถ้อยคำกุกๆ กักๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววประหม่าออกมาให้เห็น รอยเลือดฝาดฉาบบนผิวแก้มจนกลายเป็นสีชมพูระเรื่อออกมา

โดยที่วิมเลี่ยมเองนั้นได้แต่ยิ้มแห้งๆ พร้อมส่งเสียงหัวเราะแหะๆ แก้เขินเพื่อขัดตาทัพออกมา มือข้างขวาไม่มีที่ไว้ ก่อนจะยกขึ้นมาขยี้ศีรษะแก้เก้อไปมา ที่อยู่ๆ ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อในแวดวงการนักข่าวที่ว่าน่ารักชนิดหาตัวจับได้ยากคนหนึ่ง ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แบบไม่ทันได้ตั้งตัว

อย่าคิดเองเออเองแบบนั้นสิมารีเนต” เมื่อเห็นท่าทีกระวนกระวายใจของเพื่อนสาว คิเคียว แอล คูเปอร์ ถึงกับโพล่งออกมาด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง แล้วพึมพำออกมาอย่างลืมตัว “หมอนั่นน่ะขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวายร้ายที่ตำรวจตามล่าหมายหัว แถมหมอนั่นเองก็ไม่ใช่คนดีอย่าที่เธอคิดหรอก เพราะถึงเวลาที่ต้องฆ่าหมอนั้นก็ไม่ลังเลที่จะฆ่าหรอกนะมารีเนต

แต่ว่านะคิเคียว

ไม่มีแต่หรอกมารีเนต วางมือจากคดีนี้ซะมันอันตรายเกินไปสำหรับเธอ” คิเคียว แอล คูเปอร์ พูดออกมาเพียงแค่นั้น ก่อนจะมองไปยังหญิงสาวด้วยแววตานิ่งๆ “ที่เหลือจากตรงนี้ฉันจัดการเอง

ไม่เอา เรื่องอะไรนายจะให้ฉันวางมือกับเรื่องนี้ง่ายๆ เนี่ยนะ ไม่มีทางฉันจะต้องหาความจริงมาให้ได้ว่า ไนท์วอล์ก เกอร์ ไม่มีทางเป็นคนร้ายคดีนี้ให้ได้

มารีเนต

เสียงคำรามเรียกชื่อเข้มๆ เปล่งออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบเพื่อปรามเพื่อนสาว หลังจากที่เห็นคู่สนทนาที่ดูทีท่าไม่ยอมจะฟังใครง่ายๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลเหลือบมองไปยังร่างบอบบางที่กำลังกระวนกระวายใจ ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างปลงๆ “เชื่อฉันเถอะ งานนี้เธอไม่ควรเข้าไปยุ่ง ถ้าเธอเชื่อมั่นในตัวของหมอนั่นว่าไม่มีทางเป็นฆาตกรแล้วละก็นะ เธอก็ต้องเชื่อมือฉันสิ ฉันรับรองว่าจะพิสูจน์ความจริงมาให้ได้

ตะแต่ว่านะ คิเคียว แต่

เมื่อเห็นท่าไม่ดี สารวัตร วิมเลี่ยมเลยยกมือเอามาวางไว้บนศีรษะของมารีเนตแล้วขยี้ไปมาเบาๆ “เอาเป็นว่าเชื่อคุณที่คุณคูเปอร์พูดเถอะครับ เพราะเรื่องนี้มันเกินขอบเขตของคำว่าโจรกรรมไปแล้ว” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววสั่นไหวเล็กน้อย มองไปยังนักสืบหนุ่มที่ตอนนี้กำลังนั่นหน้านิ่วเพราะคิดเรื่องคดีไม่ตกสักที ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ “เอาน่าเห็นแบบนั้นคุณคูเปอร์ก็จริงจังกับทุกคดีเสมอ ผมขอรับรองเลยครับว่า ว่าผมจะคุ้มกันคุณคูเปอร์ ชนิดมดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยก็แล้วกัน

ถ้าสารวัตรออกตัวขนาดนั้น งานนี้ฉันยอมถอยก่อนก็ได้ค่ะ” มารีเนตพูดออกมาเบาๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน สั่นระริกไปมา หยาดน้ำใสๆ เริ่มคลอหน่วย เธอจึงใช้ปลายนิ้วโป้งปาดมันออกไป ก่อนจะหันหน้าไปมองนักสืบเจ้าปัญหา “ที่ฉันยอมถอยไม่ใช่เพราะนายหรอกนะ แต่เป็นเพราะสารวัตรวิมเลี่ยม ขอร้องเอาไว้ต่างหาก อย่าเข้าใจผิดไปซะล่ะ ส่วนเรื่อง ไนท์ วอล์กเกอร์ ถ้าข้อมูลไม่พอมาขอเพิ่มจากฉันได้ ฉันจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็แล้วกัน

ตามนั้นก็ได้” เมื่อเห็นว่าเหยี่ยวข่าวสาวยอมถอยห่างจากคดี นักสืบหนุ่มก็พูดออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหน้าไปหาสารวัตร “เดี๋ยวยังไงผมขอฝากอีกสักเรื่องหนึ่งจะได้ไหมครับ

เรื่องอะไรหรือครับ

เรื่องของสารวัตรเมอร์ฟี่น่ะครับ

สารวัตรเมอร์ฟี่” สารวัตรเจ้าของคดีพูดทวนคำนักสืบหนุ่ม นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววสงสัย ก่อนจะเงยหน้ามองคู่สนทนาอย่างชั่งใจ “ที่ให้ฝากหมายความว่ายังไงครับ

คุณก็น่าจะรู้นี่ครับว่า คดีนี้มันดูน่าอันตรายแค่ไหน แถมเป็นคดีที่คาดว่าน่าจะเป็นไอ้ไนท์ วอล์กเกอร์ เป็นคนทำอีกต่างหาก คุณคิดหรือว่าถ้าสารวัตรเมอร์ฟี่รู้เข้าจะยอมรามือไปง่ายๆ” นักสืบหนุ่มพูด “ที่ผมต้องการจะบอกก็คือ ช่วยดูสารวัตรเมอร์ฟี่ให้หน่อย อย่าให้แกเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้จะได้ไหมครับ

ทำไมล่ะครับ

เพราะอย่างที่คุณว่า เรื่องนี้มันเกินขอบเขตของคำว่าโจรกรรมไปแล้ว” เขาพูด “ถึงผู้ต้องสงสัยจะเป็นคนรู้จักมักคุ้นกับสารวัตรเมอร์ฟี่ เป็นโจรกระจอกอย่างไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ ก็เถอะ แต่ผมว่าเรื่องนี้อย่าให้สารวัตรหน่วยโจรกรรมเข้ามายุ่งจะดีกว่าครับ ผมไม่อยากมีเรื่องปวดหัวมาเพิ่มน่ะครับ

เข้าใจแล้วครับตามนั้นก็ได้ ผมจะพยายามสืบเรื่องนี้ โดยไม่ให้คนในแพร่งพรายว่า ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ คือไนท์ วอล์กเกอร์ก็แล้วกัน

ขอบคุณสารวัตรมากเลยนะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมว่าเราสองคนควรแยกกันสืบน่าจะเร็วกว่า เพราะคดีนี้ถึงจะไม่น่าใช่ แต่ไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน” คิเคียว แอล คูเปอร์ พูดออกมาเพียงแค่นั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนตามความสูงของตัวเอง “ถ้าได้เรื่องยังไงผมจะรายงานไปนะครับ

ตามนั้นก็ได้ครับ เพราะถึงยังไงผมก็ต้องพึ่งคุณ

จบคำของสารวัตรหนุ่มเจ้าของคดี นักสืบเจ้าปัญหาก็ก้มศีรษะลงเล็กน้อยแล้วเดินออกจากห้องไป รอยยิ้มร้ายๆ บนริมฝีปากของ คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็ปรากฏออกมาบางๆ เพราะสามารถทำตามแผนขั้นแรกได้สำเร็จตามเป้าหมาย โดยแผนที่ว่านั่นของเขานั้น ขั้นแรกคือไม่ต้องการให้ตำรวจคนไหนเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคดีนี้แม้แต่คนเดียว

 

หลังจากเดินทางกลับมาถึงที่พัก คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็รีบเดินเข้าไปในห้องทำงานเพื่อไปหาศัลยแพทย์หนุ่มเพื่อสนิททันที “ไอ้หมอ มีเรื่องด่วนว่ะ

พอได้ยินเสียงเรียกด้วยท่าทีที่ร้อนใจของเพื่อนร่วมชายคา ไบรอัน โรโกโซพจึงเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ แล้วพูดออกมาเบาๆ ว่า “เรื่องที่ว่านั่น ใช่ข่าวที่ออกเย็นนี้รึเปล่าล่ะ

ใช่” เขาพูด ก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนร่วมชายคา ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งมองจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ มีเพียงแววตาสั่นไหวน้อยๆ ที่ฉายออกมาบ่งบอกถึงความกังวล “ข่าวที่แกกำลังดูอยู่นั่นแหละ ที่มันกำลังก่อปัญหา ไอ้คนที่ปลอมเป็นฉันมันตามการเคลื่อนไหวของฉันยังกับเป็นเงาตามตัว

แล้วแกจะให้ฉันช่วยยังไงคิเคียว” ศัลยแพทย์หนุ่มพูด “ดูก็รู้ว่าคดีนี้ ไอ้บ้าที่มันก่อเรื่องคราวนี้มันรู้ความเคลื่อนไหวของแกเป็นอย่างดีเลยนะ ไม่ว่าแกจะขยับไปไหนมันก็ตามแกทุกฝีก้าว คงมีแค่ที่นี่เท่านั้นแหละที่มันยังเข้ามาไม่ได้

ฉันก็พอจะเดาได้อยู่แล้วล่ะว่ามันจะต้องเกิดเรื่องเพราะจดหมายที่ส่งให้สารวัตรเมอร์ฟี่ไปเมื่อวาน แต่ไม่นึกว่าเรื่องที่มันก่อขึ้นมาจะดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาพัวพันด้วยแบบนี้” เมื่อเห็นท่าทีที่เป็นกังวลของเพื่อนตัวเอง คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังฉายภาพจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “แต่เอาเถอะจะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อมันกัดไม่ปล่อยขนาดนี้ ก็มีแต่ต้องเททั้งหน้าตักพุ่งเข้าชนอย่างเดียว

แล้วจะเอายังไง

ช่วยปล่อยข่าวปลอมๆ เกี่ยวกับสถานที่ให้หน่อยได้ไหม” คิเคียว แอล คูเปอร์ พูดออกมา “เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะไปปรากฏตัวให้พวกตำรวจเห็นพร้อมส่งสารปลอมๆ อีกแรงหนึ่ง เรื่องนี้ตำรวจจะเข้ามายุ่งมากไม่ได้เพราะแค่นี้ฉันก็ปวดหัวมากพอแล้ว ทางที่ดีไม่ต้องมีใครมายุ่งเลยคงดีที่สุด

มันจะได้ผลเหรอวะไอ้คิเคียว” ศัลแพทย์หนุ่มโพล่งออกมาทันที หลังจากเพื่อนร่วมชายคาพูดจบลง เพราะเขารู้ทั้งรู้ว่าต่อให้ส่งสารปลอมๆ พวกนั้นออกไป ก็ต้องมีคนจับไต๋ได้อยู่ดี “ในเมื่อแกส่งสารรับคำท้าไปโจ่งแจ้งซะขนาดนั้น เป็นใครใครมันก็เดาถูกทั้งนั้นแหละว่า ครั้งต่อไปไนท์ วอล์กเกอร์ จะปรากฏตัวที่ไหน

ไม่หรอก ฉันว่ายังไม่มีใครรู้อะไรมากนักหรอก แต่ถึงรู้ก็คงน้อยเพราะฉันจงใจส่งสารรับคำท้า ไอ้เวรนั่นเท่านั้นแหละ แต่ฉันอยากให้ชัวร์มากกว่านี้เลยต้องล่อพวกตำรวจให้เดาทางผิดๆ เพื่อป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง เพราะฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่อง องค์กรที่เราเคยอยู่มากเกินไป

เอาตามนั้นก็ได้ คิเคียว ส่วนเรื่องตั๋ว ฉันจองให้เรียบร้อยแล้วนะ

ขอบใจมากว่ะ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง

จบคำ คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะจัดการเปลี่ยนรูปลักษณ์ ของตัวเองใหม่ ภายใต้ชายที่ชื่อว่า ไนท์ วอล์กเกอร์ เพื่อจัดการตามแผนของตัวเอง

และในขณะเดียวกันนั่นเอง อีกด้านหนึ่งของมุมเมือง เขาหรือเธอคนนั้นอยู่ในชุดสีดำสนิทกลมกลืนไปกับเวิ้งฟ้ายามราตรี จนไม่มีใครสังเกตด้วยซ้ำไปว่าบุคคลนิรนามคนนี้ที่กำลังเดินอยู่นั้นมีตัวตน เมื่อเดินเข้ามาในห้องพักได้ ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมา

ทุกอย่างเรียบร้อย แผนล่อเสือออกจากถ้ำ ขั้นแรกสำเร็จแล้ว ไม่ว่ายังไง ฉันก็จะจับตัวทดลองหมายเลข สี่เก้าห้ากลับไปแบบเป็นๆ กลับไปให้ได้

ดีแล้วฉันจะรอ จำไว้นะ ว่าคนคนนั้นคือนักฆ่าที่เป็นตัวทดลองแบบออริจินอลขององค์กรเรา วางแผนให้ดีเธอมีเวลาอีกตั้งสองปีที่จะจับตัวชายคนนั้นมา

เมื่อเสียงจากปลายสายพูดจบลง เขาหรือเธอคนนั้นก็โยนโทรศัพท์ลงบนเตียงกว้างพลางบ่นพึมพำแกมาว่า “ใครว่าตั้งสองปี แค่สองปีต่างหากล่ะ” ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะตัวกลมๆ ตัวหนึ่งตรงมุมห้อง ซึ่งบนโต๊ะตัวนั้นมีเพียงกรอบรูปไม้เก่าๆ วางประดับอยู่ ก่อนจะถอดคอนแทคเลนส์ออกมาวางบนโต๊ะ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีอะเมทิสกำลังมองไปยังรูปวาดที่อยู่ภายใน โดยที่รูปภาพสเกตช์ที่ว่านั่นเป็นรูปของเด็กชายหญิงสองคนยืนคู่กัน

เราจะได้เจอกันอีกแล้วนะ เบอร์ลิน ในฐานะคนเคยรู้จักกัน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #85 พึ่งเห็น (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 18:28

    งะ มาไม่ทัน

    #85
    0
  2. #55 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 16:06
    มารีเนตก็น่ารักดีนะ ว่าแต่เธอจะตกใจไหมถ้ารู้ว่าคิเคียวคือไนท์ วอล์กเกอร์
    #55
    1
  3. #41 piya142 (@Piya14) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 16:53
    เพิ่งเข้ามาอ่าน บทบรรยายดีมากเลยค่ะ ลื่นไหลเห็นภาพ ตอนแรกก็เลือดสาด เนื้อเรื่องดีข้อมูลกาสืบสวนก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างคู่หูก็ดี ทุกตอนมีเรื่องให้ติดตามและมะปมซ่อนอยู่ ไรท์ต้องทำการบ้านมาดีแน่เลยค่ะถึงเขียนออกมาได้ขนาดนี้ ขอชื่นชมค่ะ และจะติดตามอ่านต่อไปนะค่ะ
     จาก #challenge เม้นท์มาเม้นกลับค่ะ
    https://my.dek-d.com/Piya14/writer/view.php?id=1626189
    #41
    0