(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 4 : ราตรีที่ 3 คำตอบรับของ ไนท์ วอล์กเกอร์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

ราตรีที่ 3


เมื่อเห็นว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เดินพ้นประตูรั้วใหญ่ออกไป คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็ยกแผ่นซีดีเจ้าปัญหาขึ้นมาดูอีกครั้ง โดยที่มือข้างที่เขาถืออยู่นั้น มีแผ่นฟิล์มใสๆ เคลือบเฉพาะปลายนิ้วอยู่อีกชั้นหนึ่ง ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาใช้มันปกปิดลายนิ้วมือ

เพราะถึงแม้จะเป็นเพื่อนกัน คิเคียวก็ไม่ยอมให้ใครได้ลายนิ้วมือของตนไปง่ายๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววเปลี่ยนไป ก่อนจะหันกลับเดินเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเอง

พอก้าวเข้ามาที่ห้องทำงานยังไม่ทันข้ามพ้นธรณีประตูดี ศัลยแพทย์หนุ่มเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มี ก็เอยทักออกมา ไม่เสี่ยงไปหน่อยรึไง เล่นเอาหน้าไปใกล้กับยายนั่นขนาดนั้นโดยที่เขาพูดเพียงแค่นั้น ไม่ได้เงยหน้ามองคู่สนทนาเลยด้วยซ้ำไป เพราะนัยน์ตาสีเทาเอาแต่จับจ้องไปที่จอคอมพิวเตอร์ด้านหน้าตน ถ้ายายนั่นเกิดจำแววตาของไนท์ วอล์กเกอร์ ได้ขึ้นมา แกจะซวยเอานะ คิเคียว

เรื่องนั้นฉันก็รู้อยู่หรอก แต่แกก็รู้นี่หว่าว่าฉันต้องรีบให้ยายบ้านั่นออกจากบ้านไปเร็วๆ แต่เอาเถอะยังไงซะแววตาของ ไนท์ วอล์กเกอร์ กับแววตาของ คิเคียว แอล คูเปอร์ มันก็คนละแบบกันอยู่แล้ว แล้วอีกอย่าง ไนท์ วอล์กเกอร์ ก็ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวสักหน่อยที่ใช้ชื่อนี้ คิเคียว แอล คูเปอร์พูดออกมาแบบไม่ใส่ใจ มือทั้งสองข้างกำลังแกะตลับซีดีแผ่นเล็กที่ได้มาอย่างระวัง ก่อนจะเดินไปหาเพื่อร่วมชายคา แล้วยื่นแผ่นซีดีเจ้าปัญหานี่ให้ไป แต่ก็ได้ของดีมา วานแกเปิดให้หน่อย

เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทยื่นของมาให้ ไบรอัน โรโกโซพ ก็หยิบใช้ผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงหุ้มมือเอาไว้ แล้วรับของจากคู่สนทนามา ก่อนจะจัดการเอาแผ่นซีดีใส่เข้าไปในเครื่องเล่นที่วางอยู่ข้างๆ ตน จากนั้นไม่นาน ภาพและเรื่องราวต่างๆ ในคืนวันเกิดเหตุ ก็ค่อยๆ ฉายไปตามหน้าที่ของมัน

หลังจากที่ดูเรื่องราวต่างๆ บนจอภาพจบลง ศัลยแพทย์หนุ่มก็พูดออกมาว่า คนร้ายเป็นชาย สูงราวๆ หกฟุต สองนิ้วแถมยังถนัดขวา มันทำให้ฉันรู้สึกว่าคนที่ก่อเรื่องนี้ขึ้นมา เขาจะรู้จักแกดีเลยนะคิเคียว เล่นเอาซะแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใครเมื่อดูจากภายนอกแบบนี้

นั่นสินะคิเคียว แอล คูปอร์ พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะจัดการกรอเครื่องเล่นซีดีอยู่หลายรอบ เพราะต้องการดูเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ ครั้ง เพื่อต้องการหาหลักฐานจากภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าสิ่งที่ได้จะเป็นเพียงแค่เศษข้อมูลที่ผิดเพี้ยนเสี้ยวเล็กๆ ก็ตาม มันก็สามารถสาวไปถึงตัวคนก่อเหตุครั้งนี้ได้ แต่ทว่าไม่ว่าจะดูอีกสักกี่รอบ ก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานจากสิ่งที่เห็นได้เลย เมื่อเช้าที่เข้าไปดู ฉันก็รู้แค่ว่าหมอนี่ถนัดขวา แต่ก็ตีวงให้แคบไม่ได้

แล้วทีนี้แกจะเอายังไงคิเคียว จะจัดการกับเรื่องพวกนี้ยังไง

เอาเป็นว่าวันนี้ก็ทำตามเป้าหมาย เพื่อรับคำท้าจากคนร้ายซะก่อนก็แล้วกัน เพราะฉันค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องจดหมายท้าเมื่อเช้า กับคดีนี้มันต้องเกี่ยวข้องกัน ในเมื่อมันยังหลบอยู่ในเงา เราก็ต้องลากมันออกมาเองจบคำเขาก็หันไปตบบ่าเพื่อนร่วมชายคา ก่อนจะพูดออกมาอีกครั้งว่า เอาเป็นว่าวันนี้ฝากแกเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยด้วยแล้วกัน เอาเฉพาะตรงดาดฟ้าแล้วก็ชั้นแรกตรงประตูก็พอ เพราะวันนี้ฉันก็ไม่ได้คิดจะขโมยอะไรอยู่แล้ว

แน่ใจนะว่าแค่นั้น แกจะหนีทัน

เออพอสิ ฉันวางแผนเอาไว้แล้วยังไงซะ ในฐานะ ไนท์ วอล์กเกอร์ ฉันก็ไม่ยอมให้ใครมาใช้ชื่อนี้ง่ายๆ นอกจากแกหรอกจบคำ คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็กระตุกยิ้มที่มุมปากออกมาอย่างร้ายๆ แล้วตบบ่าเพื่อนคู่ใจ ก่อนจะเดินออกประตูห้องทำงานไป

เมื่อเห็นว่า คู่สนทนากำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูไป ศัลยแพทย์หนุ่มก็พึมพำออกมาว่า ตามนั้นก่อนก็ได้ก่อนจะหันกลับไปนั่งทำงานตามเดิม นัยน์ตาสีเทาแฝงไปด้วยความกังวลอยู่ภายใน ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างปลงๆ เพราะตัวเขานั้นรู้อยู่แล้วว่า ต่อให้ห้ามยังไง คนอย่าง คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็ไม่ยอมฟังอยู่ดี

 

เวลา 23.30 น. วันที่ 17 มกราคม ค..2018 ณ ดาดฟ้าของตึกแสดงสินค้าและอัญมณี

ฉันจะเข้าไปข้างในแล้วนะ แกปลดล็อกระบบนิรภัยตรงประตูดาดฟ้าเสร็จรึยัง

เสียงของชายหนุ่มพูดออกมา หลังจากที่ยืนรออยู่บนดาดฟ้าตึกของเป้าหมายที่จะเข้าไปจัดการธุระบางอย่างให้เสร็จสิ้น โดยที่เขาอยู่ในชุดเสื้อสีดำกางเกงขาเดฟสีดำแบบรัดกุม แถมยังมีเสื้อหนังสีดำคลุมทับอีกที ใบหน้าเรียบนิ่งถูกปิดบังด้วยหน้ากากสีดำสนิททั้งหน้าเอาไว้ มีเพียงนัยน์ตาสีรัตติกาลเท่านั้นที่เผยออกมาให้เห็น มือทั้งสองข้างสวมถุงมือคู่ใจ ซึ่งมือขวาถูกวางเอาไว้ที่ลูกบิดประตูเพื่อรอสัญญาณจากคู่หูผู้ร่วมชายคา

โดยที่คู่หูที่ว่านั้นกำลังแฮ็กระบบรักษาความปลอดภัยในตัวตึกอย่างรีบเร่ง เหงื่อเม็ดโตๆ ไหลย้อยตามไรผมไหลลงสู่ลำคอ นัยน์ตาสีเทาเครียดเกร็งจ้องเขม็งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทบไม่ขยับไปไหน ส่วนมือทั้งสองข้างก็กดแป้นพิมพ์ถี่รัวด้วยเช่นกัน

เออเสร็จแล้วเข้าไปเลยแต่ระวังชั้นที่ ยี่สิบแปดล่ะ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อยู่แถวบันไดหนีไฟสองนาย

นานจัง แต่ก็ขอบใจ แค่นี้ล่ะ เดี๋ยวจะติดต่อกลับไป

จบคำร่างสูงก็เปิดประตูเข้าไปโดยไม่ฟังเสียงบ่นพึมพำของศัลยแพทย์เพื่อนร่วมชายคา ที่บ่นด่าอยู่ในลำโพงตัวจิ๋วข้างในหูอีกเลย

เมื่อเดินเข้ามาได้เขาก็เดินทอดน่องเข้าไปอย่างใจเย็น ก่อนจะแหงนหน้ามองทุกอย่างที่เห็น เพื่อสำรวจโครงสร้างภายใน จากนั้นจึงวางเป้ที่แบกอยู่ข้างหลังลง แล้วจัดการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นมาอย่างรู้งาน นัยน์ตาสีรัตติกาลหันซ้ายหันขวากวาดมองดูทั่วบริเวณ

จากนั้นจึงหยิบปืนลมที่ถูกทำพิเศษขึ้นมาเอาไว้ ก่อนจะเล็งยิงขึ้นไปบนฝ้าเพดาน เขากะตำแหน่งรอยต่อของแผ่นฝ้า พร้อมๆ กับเหนี่ยวไกปืนด้วยความรวดเร็ว แรงอัดมหาศาลทำให้ตะขอที่อยู่ภายในกระบอกปืนพุ่งขึ้นไป จนเสียบแผ่นฝ้าทะลุจนถึงคานเหล็กที่อยู่ด้านบน

อุปกรณ์ที่ทำพิเศษขึ้นมาติดอยู่ตรงปลายตะขอกางออกทันที ที่ตัวแกนเหล็กทะลุขึ้นไปเพื่อยึดเอาไว้ไม่ให้ร่วงหล่น จากนั้นก็ทิ้งปลายเชือกที่ว่าลงไปตามช่องตรงกลางระหว่างราวบันได จนเชือกเส้นใหญ่ลงไปถึงชั้นล่างพอดิบพอดี

เมื่อจัดการด้านบนเสร็จ ไนท์ วอล์กเกอร์ จึงหยิบคาราไบเนอร์ขึ้นมา แล้วพันมันกับเชือกเส้นหลักเอาไว้สามสี่รอบ ก่อนจะทำการล็อกอุปกรณ์ชิ้นเล็กนี้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว

หลังจากที่จัดเตรียมทุกเสร็จสิ้น เขาก็ออกมายืนตรงจมูกบันได มือข้างหนึ่งจับคาราไบเนอร์ที่เกี่ยวเชือกเอาไว้ ส่วนขาอีกข้างก็เอาเชือกพันไว้สองรอบก่อนจะเอามาพันที่ปลายเท้าอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยอีกที แล้วโหนรูดเชือกโรยตัวตามแนวดิ่งลงไปด้วยความรวดเร็ว

เฮ้ยนั่นมันไอ้ ไนท์ วอล์ก เกอร์ นี่หว่าเรียกกำลังเสริมมาเร็ว

แต่ในระหว่างที่รูดเชือกโรยตัวจนถึงชั้นที่ ยี่สิบแปดอยู่นั้น ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นมา เมื่อยามทั้งสองคนที่ยืนคุยกันตรงประตูบันไดหนีไฟเห็นเข้าพอดี

ดี เห็นนั่นแหละดี เขาจะได้รู้ว่าเรามาร่างสูงบ่นพึมพำ ก่อนจะเหยียดยิ้มผยองที่มุมปากออกมาอย่างบางเบา ที่แผนขั้นแรกสัมฤทธิผลอย่างที่หวังไว้ จากนั้นไม่นานเท้าทั้งสองข้างก็สัมผัสกับพื้นซีเมนต์ชั้นล่างพอดิบพอดี มาก็ดีแต่อย่าเยอะ เดี๋ยวหนีไม่ทันจบคำ ไนท์ วอล์กเกอร์ ก็ดึงคาราไบเนอร์ออกจากเชือกเส้นใหญ่ ก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ด้วยความรวดเร็ว

ร่างสูงเดินเร้นกายหายเข้าไปสู่ที่กำบัง เขาจัดการเปลี่ยนลุ๊คตัวเองใหม่ โดยการเอาซีลีโคนที่หล่อเอาไว้สำหรับปลอมตัว มาสวมทับใบหน้าภายใต้หน้ากากสีดำทันที

ส่งผลให้ใบหน้าของไนท์ วอล์กเกอร์ กลายมาเป็นหน้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีอายุมากแล้วคนหนึ่ง คิเคียวจัดการใบหน้าเพียงไม่นาน การเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาก็เสร็จสิ้นลง

หลังจากนั้นก็เดินออกมาจากที่กำบัง ซึ่งมันก็มาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของบรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

เฮ้ลุง

เสียงตะโกนดังไล่หลังเขาขึ้นมาทันที หลังจากออกมาจากที่กำบังได้เพียงไม่นาน ไนท์ วอล์กเกอร์ จึงหันกลับไปตามเสียงดังกล่าว ก็เห็นว่าคนที่พึ่งวิ่งเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนาย

มีอะไรหรือเปล่าครับคุณตำรวจ

ลุงเห็น ไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ มาแถวนี้รึเปล่า

หาเมื่อกี้คุณว่าไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ มันมาแถวนี้ยังงั้นรึ ถ้างั้นไอ้ที่เห็นแวบๆ เมื่อกี้ก็มันน่ะสิร่างสูงในคราบของชายชราทำท่าคิด น่าจะใช่มันนะ เมื่อกี้ลุงเห็นใครก็ไม่รู้ วิ่งไปไวๆ ตรงนู้นน่ะจบคำเขาก็ใช้นิ้วชี้มั่วๆ แบบส่งเดชออกไป ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายที่วิ่งเข้ามาเมื่อกี้ รีบรุดวิ่งหน้าตาตื่นไปทางที่ชี้มั่วๆ ทันที

เมื่อพ้นจากสายตาของเหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่ ไนท์ วอล์กเอกร์ ก็รีบเดินเข้าไปภายในห้องจัดแสดง เพื่อที่จะทำธุระของตัวเองให้จบลง

เมื่อเดินเข้ามาถึงสถานที่จัดแสดงได้ สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากที่เห็นเมื่อเช้านี้ เขาใช้สายตากวาดไปมามองดูสิ่งของเหล่านั้นอย่างใจเย็น พลางพึมพำออกมาว่า ถึงแม้ฉันจะยังไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ พวกแกสองคนต้องเกี่ยวข้องกันจบคำร่างสูงก็หันซ้ายหันขวากวาดสายตามองดูที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อวิเคราะห์ดูอีกที ในเมื่อยังหลบอยู่ในเงาฉันจะเป็นคนลากแกออกมาเอง

เฮ้ยนั่นใครน่ะ มาทำอะไรแถวนี้

แต่ในขณะที่ยืนมองดูสภาพแวดล้อมต่างๆ อยู่นั้น ก็มีเสียงงัวเงียเหมือนคนพึ่งตื่นนอนดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เมื่อได้ยินดังนั้น ริมฝีปากบางเฉียบภายใต้ซีลีโคนก็กระตุกยิ้มขึ้นมาบางๆ เพราะเสียงที่ได้ยินนั้นมันเป็นของบุคคลที่ ไนท์ วอล์กเกอร์ รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ทำให้เขารู้ว่าคนที่พึ่งเดินเข้ามา เป็นเป้าหมายคนสำคัญที่ต้องการจะให้เข้ามาเจอ ร่างสูงเหยียดยิ้มที่มุมปากออกมาอีกครั้งอย่างมีชัย เมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นไปตามหมากที่วางไว้อย่างลงตัว

แหม แหม แหม สารวัตร เมอร์ฟี่ ผู้โด่งดัง ไม่ได้เจอกันนานลืมผมไปแล้วรึไงครับ

จบคำชายหนุ่มในคราบของชายชราก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับสารวัตรเจ้าของคดี ก่อนจะกระชากใบหน้าที่มีแต่รอยยับย่นไปให้พ้นตัว จะเหลือก็เพียงแต่ใบหน้าที่สวมใส่หน้ากากสีดำสนิทเอาไว้ ภายใต้ชายที่ชื่อว่า ไนท์ วอล์กเกอร์

อะไอ้ไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ ไอ้ไนท์ วอล์กเกอร์ แกเสียงพูดติดๆ ขัดๆ พูดออกมาแบบไม่ได้ศัพท์ ของสารวัตร เจ้าของคดี ก่อนจะใช้นิ้วชี้ไปยังคนตรงหน้าอย่างตกใจ ที่ไม่นึกว่าจู่ๆ ก็มาเจอมหาวายร้ายตัวฉกาจแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

คราบผมเอง ไม่ต้องเรียกซ้ำหลายๆ ครั้งก็ได้ เรียกทีเดียวก็ได้ยินแล้วน่า

วันนี้แกจะมาขโมยอีกรึไงเมื่อตั้งสติได้สารวัตรเมอร์ฟี่ ก็ตวาดเสียงดังออกมา พลางหันรีหันขวางเพื่อหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังวิ่งอยู่ในละแวกใกล้ จากนั้นก็ตะโกนออกไปด้วยเสียงที่ดังสนั่นว่า ทุกคนเตรียมพร้อม ทำการจับกุม ไนท์ วอล์กเกอร์

สิ้นเสียงตะโกนของสารวัตรเมอร์ฟี่ มหาวายร้ายก็เดินปรี่เข้าไปประชิดตัวนายตำรวจวัยกลางคนด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างๆ หูว่า จุ๊จุ๊จุ๊จุ๊ อย่าดีกว่าครับ วันนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะถูกสารวัตรจับจบคำเขาก็หยิบการ์ดแผ่นเล็กๆ ที่มีข้อความเขียนเตรียมไว้ แล้วยัดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสีฟ้าอ่อนในเครื่องแบบอย่างใจเย็น พร้อมกับตบกระเป๋าเสื้อเบาๆ สองที ก่อนจะก้าวถอยหลังออกมา วันนี้ผมไม่ได้มาขโมย แต่จะมาเพื่อแจ้งข่าวให้คุณทราบเท่านั้นพูดจบเขาปาระเบิดควันทันที

ควันสีขาวพวกพุ่งออกมาจากระเบิดควันลูกเล็กๆ จนคับห้องจัดแสดง เมื่อเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นสีขาวโพลน ราวกับหมอกหนาๆ มันบดบังทุกสิ่งอย่างจากสายตา จนยามและตำรวจหลายนายเริ่มเอะอะโวยวาย แถมยังเดินชนกันเอง ไนท์ วอล์กเกอร์ก็ปลอมตัวกลับไปเป็นยามหนุ่ม ก่อนจะเร้นกายหายเข้าไปรวมกับหมู่เจ้าหน้าที่ที่กำลังชุลมุน

เมื่อกลุ่มควันเริ่มจางลง ไนท์ วอล์กเกอร์ ก็อันตรธานหายไปจากสายตา สารวัตรเมอร์ฟี่ กำหมัดแน่นก่อนจะทุบมันลงข้างตู้กระจกนิรภัยอย่างเจ็บใจ นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองดูความชุลมุนวุ่นวาย ก่อนจะถอนหายใจอย่างปลงๆ เมื่อรู้แน่ๆ ว่าคงจะตามมหาวายร้ายตัวฉกาจไม่ทัน จึงเอามือล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง แล้วดึงแผ่นการ์ดออกมา ซึ่งภายในการ์ดแผ่นนั้นมีข้อความถูกเขียนเอาไว้ว่า

 

เมื่ออัญมณีสีน้ำเงินถูกปลดปล่อย

เมื่อนั้นความมืดแห่งรัตติกาลจะขอหวนคืน

 

Night Walker

 

ไอ้ไนท์ วอล์เกอร์ แกนะแกเสียงคำรามในลำคอของสารวัตรเจ้าของคดี สบถออกมาหลังจากที่อ่านข้อความทั้งหมดจบลง เขาขย้ำแผ่นการ์ดที่ว่านั่นจนยับยู่ยี่ด้วยความโมโห ก่อนจะขว้างสิ่งที่อยู่ในมือลงพื้นกระเบื้องอย่างเจ็บใจ นัยน์ตาสีฟ้าหรี่มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าที่เริ่มจะกลับมาเข้าที่เข้าทาง แล้วเหลียวไปมองประตูทางเข้าบานใหญ่

สารวัตรเมอร์ฟี่จึงตะโกนออกไปด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังว่า ปิดทางเข้าออกทุกทาง ระดมทีมค้นหา เดินค้นหาแบบปูพรม เห็นใครที่หน้าตาไม่คุ้นก็จับมาให้หมด ไอ้ไนท์ วอล์กเกอร์ มันยังนี้ไปได้ไม่ไกลจบคำเขาก็ก้มลงเก็บการ์ดเจ้าปัญหาที่ขว้างทิ้งไปเมื่อครู่ ก่อนจะคลี่มันออกมาอย่างเบามือ

พอได้รับคำสั่งเขาผู้บัญชาการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและนายตำรวจที่อยู่ในละแวกใกล้ ก็พร้อมใจกันขานรับและทำท่าวันทยหัตถ์กันแบบพร้อมเพรียง ก่อนจะวิ่งออกทำไปตามคำสั่งที่ได้รับมา

โดยที่เป้าหมายของการล่าในครั้งนี้ กำลังวิ่งออกมาด้านนอกด้วยความรวดเร็ว เขาใช้เงามืดของกำแพงที่สาดส่องลงมาปิดบังอำพรางตัว นัยน์ตาสีรัตติกาลมองซ้ายมองขวาไปมาอย่างระวัง แล้วพยายามหลบซ่อนตัวตนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

พอได้จังหวะตอนไร้ผู้คนในละแวกใกล้ เขาก็ใช้ปืนที่ทำพิเศษขึ้นมายิงออกไป เพื่อให้ตะขอที่ร้อยเชือกเอาไว้ไปเกี่ยวบนขอบของกำแพง แล้วปีนออกมาอย่างว่องไว ก่อนจะมายืนหยุดหอบหายใจอยู่ด้านนอกกำแพง

เฮ้ย….” เสียงผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ ซึ่งมาพร้อมกับเสียงหอบหนักๆ เหมือนคนพึ่งวิ่งมาราธอนมาหลายร้อยกิโล หลังจากที่ปืนกำแพงสูงสองเมตรออกมาได้ แล้ววิ่งมาถึงจุดนัดพบที่นัดกันกับเพื่อนร่วมชายคาเอาไว้ มือข้างหนึ่งยันและทิ้งน้ำหนักลงไปกับต้นไม้สูงใหญ่ ส่วนอีกข้างวางไว้บนหัวเข่าตัวเอง ก่อนจะครางออกมาเบาๆ ว่า เกือบไปแล้ว เกือบหนีไม่ทัน

หลังจากที่หยุดยืนหอบหายใจยังไม่ทันพ้นนาที ก็มีรถโฟล์กวาเกน คาวาเวลสองจุดศูนย์ ดีทีไอสีดำสนิท ค่อยๆ เคลื่อนมาจอดอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะมีใบหน้าที่แสนคุ้นเคยยื่นออกมาตรงกระจกฝังคนขับ ไหนว่าไหวไงวะไอ้คิเคียว ทำไมเหนื่อยเป็นหมาหอบแดดแบบนั้นล่ะ

เมื่อได้ยินดังนั้น เจ้าของนัยน์ตาสีรัตติกาลก็เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา พร้อมกับแยกเขี้ยวพูดออกมาว่า เออน่าช่างฉันเถอะจบคำเขาก็รีบสาวเท้ายาวๆ แล้วขึ้นไปบนรถด้วยความรวดเร็ว

จะทำอะไรก็ระวังระวังหน่อยก็ดีนะไอ้คิเคียว ช่วงนี้แกเสี่ยงมากเกินไปแล้ว ฉันขี้เกียจต้องมานั่นเย็บแผลให้แกเมื่อก้าวขึ้นมาบนรถได้ ก็มีเสียงดังมาจากตำแหน่งของคนขับทันที โดยที่เจ้าของเสียงที่พูดออกมานั้นไม่ได้หันมามอง นัยน์ตาสีเทาทอดมองไปยังถนนเบื้องหน้าฉายแววเรียบนิ่งแต่ก็เจือความหวั่นวิตกออกมาบางๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี แล้วที่นี้จะทำยังไงต่อไปวะ

จบจากตรงนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะ ทำตามแผนเดิม เพราะพรุ่งนี้เช้าข่าวที่ฉันเข้ามาในคืนนี้มันก็ต้องออกแน่นอนอยู่แล้ว สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คงได้แต่รอเวลาเท่านั้นแหละ เอาไว้พรุ่งนี้ไปเจอยายมารีเนต ฉันจะลองถามข่าวดูอีกทีเผื่อได้อะไรเพิ่มเติม

เอางั้นก็ได้สิ้นคำพูดของตัวเอง ศัลยแพทย์หนุ่มก็ขับรถอกมาจากตรงจุดนั้นด้วยความรวดเร็ว

 

เวลา 17 .30 น. วันที่ 18 มกราคม 2018

บริเวณหน้าคอนโด B

ยายบ้านั่นขึ้นอืดคาโต๊ะเครื่องแป้งไปแล้วรึไงคิเคียว แอล คูเปอร์ สบถพึมพำออกมา หลังจากที่เขามารออยู่หน้าคอนโดของมารีเนตผ่านไปแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง ใบหน้าเรียบนิ่งเฉยชา แต่ทว่านัยน์ตาสีรัตติกาลกลับฉายแววหงุดหงิดอยู่ภายใน

โดยที่ตัวเขานั้นกำลังยืนพิงรถคู่ใจ ก่อนจะมองนาฬิกาอยู่ตลอดเวลา สงสัยคงต้องไปกู้ซากงัดร่างออกจากโต๊ะเครื่องแป้งซะแล้วล่ะมั้งจบคำเขาก็เอื้อมมือไปถอดกุญแจรถที่เสียบคารูกุญแจไว้ เพื่อจะขึ้นไปตามเพื่อนของตนเอง

กรี๊ดดด

แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินไปยังประตูคอนโดของเพื่อนตัวเอง ก็มีเสียงกรี๊ดสนั่นของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อนจากทางด้านหลัง ส่งผลให้เขาต้องชะงักความคิดที่จะขึ้นไปตามมารีเนตบนคอนโดแทบจะทันที ก่อนจะหันกลับแล้วสาวเท้ายาวๆ ด้วยความรีบเร่งไปยังบริเวณต้นเสียงที่ได้ยิน

เกิดอะไรขึ้นหรือครับ

พอวิ่งมาถึงเขาก็พยายามถามคนในละแวกใกล้ แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีแต่ความเงียบงัน เพราะสายตาของคนส่วนใหญ่นั้น กำลังดูอะไรบางอย่างอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาตื่นตกใจ

คิเคียว แอล คูเปอร์ จึงพยายามเบียดเหล่าฝูงชนทั้งหลายเพื่อเข้าไปดู พอเดินเบียดฝูงชนเข้ามาได้สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า ก็คือชายวัยกลางคนสวมชุดสูทสีเทากำลังนอนแน่นิ่งไร้สติอยู่บนพื้นทราย พอลองไล่สายตามองตามร่างกายก็เห็นได้ว่าชายคนดังกล่าวไม่มีแม้แต่การเคลื่อนไหวของการหายใจ

โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นเป็นหย่อมๆ บนพื้นหญ้าข้างๆ กันกับร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น บริเวณศีรษะมีน้ำสีแดงของเลือดค่อยๆ ไหลซึมออกมาจนเจิ่งอาบชโลมพื้นทรายจนเป็นสีแดง

ซึ่งข้างๆ ตัวของชายคนดังกล่าว ก็มีสุภาพสตรีคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วยเช่นกัน เธออยู่ในชุดแม็กซี่เดรสสีชมพูอ่อนแบบสบาย กำลังนั่งอยู่บนพื้นด้วยท่าทางที่อ่อนแรง บริเวณร่างกายนอกร่มผ้าไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายให้เห็น แต่สภาพจิตใจของเธอนั้นคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี

เพราะนัยน์ตาสีเทาเอาแต่จ้องมองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งข้างๆ ตัวอย่างตื่นตระหนกระคนหวาดหวั่นตลอดเวลา ร่างบอบบางเกร็งกระตุกเป็นพักๆ ด้วยความหวาดกลัวจนสั่นสะท้านอยู่ตรงนั้น หยาดน้ำตามากมายเอ่อไหลอาบแก้มออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ

เมื่อเห็นดังนั้น คิเคียว แอล คูเปอร์ จึงกวาดสายตาไปมา เขามองจนทั่วก็เห็นมีเพียงแต่ประชาชนที่สัญจรไปมาเริ่มจะเข้ามามุงดูอยู่ไม่ห่าง แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ร่างไร้สติเลยแม้แต่คนเดียว

พอเห็นทุกอย่างผ่านสายตา สมองก็วิเคราะห์และประมวลผลอย่างรวด พลางตะโกนออกมาดังๆ ว่า ใครก็ได้ช่วยเรียกรถพยาบาลกับตำรวจให้ทีหลังจากเห็นสิ่งผิดปรกติบางอย่างบนร่างกายของชายคนดังกล่าว ก่อนจะสาวเท้าเร็วๆ เดินเข้าไปหาชายผู้เคราะห์ร้ายทันที

หลังจากที่เดินมาถึงชายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดิน เขาก็หันไปถามคนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดว่า เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือครับ

เมื่อกี้เขาเดินมาด้วยกันกับผู้หญิงคนนั้นผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งพูดออกมา ก่อนจะชี้นิ้วมือที่สั่นเทาไปยังหญิงสาวคนที่อยู่ข้างๆ กัน แล้วอยู่ๆ เขาก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นอย่างที่คุณเห็นนี่แหละครับ

อย่างนั้นหรือครับ

จบคำนักสืบหนุ่มทรุดเข่าลง ก่อนจะยื่นมือไปแตะบริเวณต้นคอเพื่อจับชีพจร สิ่งที่สัมผัสได้คือความเงียบไร้สัญญาณของการมีชีวิตใดๆ หลงเหลืออยู่ เขากวาดสายตาไปมาแล้วมองดูตามรอยเลือดไป ก็เห็นได้ว่าเลือดเหล่านี้มาจากบริเวณศีรษะตรงข้างๆ กกหูขวาเยื้องไปราวหนึ่งนิ้วมีรูเล็กๆ ปรากฏอยู่ แล้วรูที่ว่านั่นก็มีรอยทะลุออกไปอีกด้านหนึ่งของศีรษะเช่นกัน

เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็เดาออกได้ทันทีว่าเหยื่อเคราะห์ร้ายรายนี้โดนอะไรมา ร่างสูงจึงหยิบถุงมือยางจากกระเป๋าด้านหลังที่ชอบพกเอาไว้ตลอดเวลา ก่อนจะสวมมันเข้าไป แล้วใช้มือเปิดเส้นผมที่ปกปิดบาดแผลไว้ เขาเอามือลูบร่องรอยของบาดแผลไปมาอย่างเบามือ เพราะต้องการดูขนาดของรอยกระสุนที่เข้าออก เพื่อจะได้กะระยะยิง

เขาเป็นยังไงบ้างครับ

ไม่ทันแล้วครับ โดนเล็งยิงจากระยะไกล ถึงกระสุนทะลุออกไปแต่เนื้อสมองเสียหายมาก เสียชีวิตคาที่เลยครับ

ถะถูกเล็งยิง ตรงไหน จากตรงไหน งั้นแสดงว่าตรงนี้ไม่ปลอดภัยน่ะสิ

สิ้นเสียงตะโกนของชายคนหนึ่งที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ส่งผลให้ผู้เห็นเหตุการณ์ในละแวกใกล้ ต่างก็รีบวิ่งหนีกระจัดกระจาย บ้างก็พากันวิ่งหนีเข้าหาที่กำบัง ซึ่งก็มีบางส่วนที่รีบหมอบลงกับพื้นทรายจนฝุ่นฟุ้งกระจาย เกิดความโกลาหลวุ่นวายแบบคาดเดาได้จึงเริ่มต้นขึ้น

เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า คิเคียว แอล คูเปอร์ จึงลุกขึ้นยืน แล้วเดินมองดูจุดล้มของชายคนนั้นและร่องรอยของหยดเลือดที่สาดกระเซ็นบนพื้นดิน จากนั้นเขาจึงแหงนหน้ามองขึ้นไปเพื่อหาจุดยิง พลางกวาดสายตาไปมาก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ตึกสูง ซึ่งตรงนั้นก็เป็นคอนโดของเพื่อนสาวของตนเองพอดิบพอดี นัยน์ตาสีรัตติกาลหรี่ลงเพ่งมองไปยังชั้นดาดฟ้า สิ่งที่เห็นคือเงาตะคุ่มๆ ของใครคนหนึ่งกำลังยืนขึ้นมองมาที่เขาด้วยเช่นกัน

มารีเนตยายบ้านั่น

คำอุทานคำแรกที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบหลังจากที่เห็นคนอยู่บนนั้น นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองไปมาเพื่อมองหาคนที่ยังมีสติดีพอ

ที่นี่เกิดอะไรขึ้นคะ/ครับ

แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ เสียงที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงของผู้ชายอีกหลายคน แว่วมาจากบริเวณใกล้ๆ คิเคียว แอล คูเปอร์เลยหันมองตามเสียงดังกล่าวไป ก็เห็นได้ว่าเหยี่ยวข่าวสาวเจ้าปัญหากำลังยืนชะเง้อมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างทุลักทุเล ก่อนจะตามมาด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองนายที่กำลังวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์

เมื่อเห็นดังนั้น คิเคียว แอล คูเปอร์ ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาผู้มาใหม่ที่น่าจะพึ่งพาได้ แล้วพูดแบบไม่มีพิธีรีตองว่า ชายคนนั้นถูกเล็งยิงจากที่สูงเสียชีวิตครับจบคำเขาก็ใช้มือชี้ไปยังดาดฟ้าของตึกต้องสงสัย นัยน์ตาสีรัตติกาลเพ่งมองดูก็ยังเห็นเงาตะคุ่มของใครคนหนึ่งยืนไม่เคลื่อนไหวไปจากที่เดิม

พอได้เห็นการกระทำดังกล่าวของ คิเคียว แอล คูเปอร์ ทุกๆ คนที่อยู่ในละแวกใกล้ที่ได้ยินเสียงของเขา ต่างก็พากันหันไปตามคำบอกของนักสืบหนุ่ม ก่อนจะมีคนใดคนหนึ่งตะโกนออกมาค่อนข้างดังเฮ้ยมีคนอยู่บนนั้นด้วย พวกเรารีบๆ หลบจากตรงนี้เร็วเข้าเถอะ เดี๋ยวถ้ามันกราดยิงขึ้นมาอีกจะแย่เอา

สิ้นคำพูดของชายคนดังกล่าว ความวุ่นวายที่คาดเดาได้ก็เริ่มต้นขึ้นแทบจะทันที ประชาชนส่วนใหญ่ ต่างกรีดร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะวิ่งหนีตายกันอย่างหัวซุกหัวซุน

พอทุกสิ่งอย่างเริ่มโกลาหล คิเคียว แอล คูเปอร์ เลยฝ่าความชุลมุนวุ่นวายเดินเข้าไปหาเหยี่ยวข่าวสาวเจ้าปัญหาที่พยายามวิ่งหาที่หลบภัยตามคำบอกของผู้เห็นเหตุการณ์ โดยที่เธอกำลังวิ่งไปพร้อมๆ กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดอีกสองคน

ส่วนเขานั้นพอเดินมาถึงก็นั่งยองๆ แล้วพูดกับยามที่นั่งหมอบอยู่ใกล้ๆ กับมารีเนตว่า เดี๋ยวผมจะลอบขึ้นไปดูข้างบนนั่น ขอแรงพวกคุณช่วยดูแลศพชายคนนั้นอย่าให้ใคร แตะต้องศพทีนะครับ

ฉันไปด้วยสิ

มารีเนตก็โพล่งออกมาแทบจะทันทีที่นักสืบหนุ่มพูดจบลง ก่อนจะทำสีหน้าจริงจังส่งไปให้ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววมุ่งมั่นและมั่นใจเหมือนบอกให้รู้ว่า ต่อให้ห้ามยังไงก็จะไปดู

เมื่อเห็นการกระทำดังกล่าวของเพื่อนสาว คิเคียว แอล คูเปอร์ ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างระอากับความดื้อรั้นสุดขั้ว ก่อนจะมองไปยังคู่สนทนา แล้วพูดแบบห้วนๆ สั้นๆ ว่า ไม่ได้

ทำไมล่ะ ก็ฉันดูแลตัวเองได้นี่

พอเห็นว่าไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมฟัง คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็ตวาดออกมาด้วยเสียงค่อนข้างดัง ก็บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิจบคำนัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองไปที่คนตรงหน้าฉายแววเรียบนิ่งแต่ก็แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่มารีเนตเห็นแล้วถึงกับหยุดการกระทำทุกอย่างอยู่ตรงนั้น

โดยที่มารีเนตเองพอเจอการกระทำที่คุกคามจิตใจ เธอก็พยายามหลบสายตาของคนตรงหน้าให้ได้ แต่พยายามเท่าไรก็ไม่เป็นผล เพราะนัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นล็อกใบหน้าเธอด้วยแรงกดดันบางอย่างจนไม่อาจขยับไปไหน ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากเย็น แล้วพูดอ่อยๆ ออกมา ก็ได้ไม่ไปก็ได้

เมื่อเห็นสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของทั้งสองคน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายหนึ่งก็พูดออกมา ไม่ต้องเป็นห่วงครับเดี๋ยวผม จะไปเป็นเพื่อนคุณนักสืบเขาเองก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่แขนของมารีเนตเบาๆ

คุณรู้จักผมด้วยหรือ

ครับ

จบคำของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็มองเขาด้วยแววตาทึ่งเล็กน้อย เพราะนานแล้วที่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงแค่ไหน ก็ดูเหมือนว่าหลายๆ คนในที่เกิดเหตจะควบคุมสติสัมปชัญญะไม่ค่อยได้ และจะแยกแยะไม่ออกว่าใครเป็นใคร จะมีส่วนน้อยมากที่ตั้งสติของตัวเองได้แบบนี้ เขายิ้มในใจอย่างนึกขำที่เลือกพึ่งพาไม่ผิดคน

เมื่อคุยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสร็จ คิเคียว แอล คูเปอร์ จึงหันไปคุยกับมารีเนตว่า เอาตามนี้นะ แล้วอย่าให้รู้นะว่าแอบตามมาพลางจ้องมองมารีเนตด้วยสายตาที่คาดคั้นอีกเท่าตัว เมื่อเห็นว่าคู่สนทนาไม่คิดที่จะขัดขืนอะไรอีก เขาจึงหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกคน ผมขอฝากที่เหลือด้วยนะครับ รวมทั้งเฝ้ายายคนนี้ด้วย อีกไม่กี่นาทีตำรวจคงมา

ได้ครับไม่มีปัญหา

จบคำของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย นักสืบหนุ่มกับเจ้าหน้าที่อีกคน ก็รีบวิ่งก่อนจะพยายามหลบซ่อนตัวตน ให้พ้นจากสายตาของมัจจุราชที่มองลงมา

เขาทั้งคู่วิ่งไปยังจุดหมายด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบาราวกับแมวเดิน เพียงไม่นานก็เดินทางมาถึงหน้าประตูคอนโดของเป้าหมาย ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปด้านใน แล้วตรงไปยังลิฟต์ขนส่งทันที

แต่ทว่าเมื่อเดินทางมาถึงหน้าประตูลิฟต์ ก็ต้องชะงักการกระทำทุกอย่างลงเพียงแค่นั้น เพราะว่าลิฟต์ที่ใช้ขนส่งขึ้นลงทั้งสองตู้ เกิดปัญหาขัดข้องจนไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้ โดยที่มีช่างกำลังซ่อมกลไกภายในอยู่สองคน

มิน่าล่ะ ยายบ้านั้นถึงได้ลงมาช้านัก ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เองเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า คิเคียว แอล คูเปอร์ก็บ่นพึมพำออกมา ก่อนจะหันหน้าไปพูดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เดี๋ยววิ่งขึ้นไปทางบันไดหนีไฟกันครับ ไหวรึเปล่า

ได้ครับไม่เป็นไร

จบคำของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งสองคนก็รีบวิ่งไปยังจุดหมายทันที กว่าจะเดินทางมาถึง พวกเขาทั้งคู่ก็ใช้เวลาไปประมาณสามสิบนาที พอเปิดประตูดาดฟ้าเข้ามาได้ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า มีเพียง ปืนไรเฟิล เชย์แทค เซนสองร้อย ตั้งอย่างสงบนิ่งอยู่ตรงจุดเล็งยิง ส่วนคนที่ควบคุมมันนั้นอันตรธานหายไป

เมื่อเดินมาถึงจุดซุ่มยิง คิเคียว แอล คูเปอร์ ถึงกับสบถออกมาอย่างหัวเสีย เวรเอ๊ยช้าไปรึเขาเตะเท้าไปกับพื้นปูนเพื่อระบายอารมณ์ลงไป เขาใช้สายตากวาดมองไปมาทุกอย่างโดยรอบจนทั่ว ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่วางอยู่ไม่ไกล

นักสืบหนุ่มจึงเดินเข้าไป ก่อนจะสวมถุงมือยางด้วยความรวดเร็วแล้วหยิบมันขึ้นมา เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า ไอ้พวกนี้มันรู้ความเคลื่อนไหวฉันขนาดไหนกันหลังจากที่ได้เห็นข้อความบางอย่างภายในการ์ดที่คนร้ายจงใจทิ้งไว้ให้

จากนั้นพวกเขาทั้งสองคน ต่างก็พยายามหาหลักฐานให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ทว่าไม่ว่าจะรื้อค้นอะไรก็มีแค่ปืนและการ์ดใบเล็กๆ ถูกวางเอาไว้ กับข้อความที่เขียนว่า

 

ปฐมบทแห่งการนองเลือดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

Night walker

 

เมื่อตัวอักษรบนแผ่นการ์ด ผ่านสายตา เสียงลอดไรฟันก็สบถออกมาเบาๆ หึเริ่มโผล่หางออกมาแล้วสินะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #57 slimebox (@slimebox) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 13:13
    แมววว แมวล่ะ แมวว อย่าลืมแมว เย็บเสร็จแล้วเหรอ 555+
    ฝากคำผิดจ้า ช่างใจ > ชั่งใจ โครงศีรษะ (มาเป็นโครงกระดูกล้าววว) > โคลงศีรษะ
    #57
    2
  2. #54 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 15:55
    คิเคียวคือฉลาดมาก 555

    จองตัวไดที่ คือ จองตั๋วได้ที่ รึเปล่าครับ
    #54
    1
    • #54-1 วาฬสีเทา. (@parn1112) (จากตอนที่ 4)
      7 มีนาคม 2561 / 16:57
      ขอบคุณค่า เดวจะแก้อย่างว่อง
      #54-1
  3. #48 Blue (@amalina) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:06
    ไม่มีอะไรจะคอมเมนต์แหะ แต่สปีดการอ่านอาจช้าลงนิดนึง
    #48
    1
    • #48-1 วาฬสีเทา. (@parn1112) (จากตอนที่ 4)
      3 มีนาคม 2561 / 20:18
      แค่แวะเข้ามาเยี่ยม ก็ดีใจล้าววว
      #48-1
  4. #38 Kina_ks (@Kina_ks) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 12:27
    อ่านเพลินมากค่ะ ชอบเลยค่ะ

    #เม้นท์มาเม้นท์กลับ Challenge 
    #38
    0
  5. #18 Pimlp_xy (@pimlp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:24
    น่าสงสัย น่าสงสัย...
    #18
    1
    • #18-1 วาฬสีเทา. (@parn1112) (จากตอนที่ 4)
      2 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:07
      ใช่ ช่างน่าสงสัยจริงๆ ใครกันที่ปองร้ายพวกไนท์ วอร์เกอร์อยู่
      #18-1
  6. #8 😊😊😊&#12852 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 19:34
    อ๊ากกกกกกก รอออออ
    #8
    1