(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 35 : ราตรีที่ 6 เริ่มสืบคดี(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 พ.ย. 61

ราตรีที่ 6 เริ่มสืบคดี

ภายในห้องพักทรงสี่เหลี่ยม โทนสีขาวสะอาดตา บรรยากาศโดยรออบอุ่นจากเครื่องทำความร้อนที่วางอยู่ข้างผนัง บริเวณโซฟายังมีชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำนั่งนิ่งๆ อย่างใช้ความคิด มือทั้งสองข้างผสานกันแล้วเอาป้องปากตัวเอง นัยน์ตาสีรัตติกาลทอดมองไปยังผนังสีขาวนิ่งๆ ไร้ความรู้สึกใดๆ ฉายชัดออกมา

“ใช่ครับพวกเธอท้อง”

เสียงในหัวดังขึ้นซ้ำๆ หลังจากที่ได้ยินคำพูดจากปากของสายสืบเจ้าปัญหา เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าเจ้าของคำพูดดังกล่าวจะกลับไปแล้วก็ตามแต่สิ่งที่ยังค้างคาใจคิเคียวก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

 

หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านั้น

“ใช่ครับพวกเธอท้อง” ออกัสตอบเสียงเรียบกลับไป ก่อนจะยื่นเอกสารเกี่ยวกับคดีความยื่นมาให้กับคู่สนทนา “นี่เป็นผลการชันสูตรของเหยื่อทั้งหมดที่ได้มา”

“มันน่าแปลกนะครับที่ผู้หญิงทำงานแบบนี้จะท้องได้” คิเคียวพูดพึมพำออกมาเบาๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองผลชันสูตรไปมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคู่สนทนา “หรือคุณมีความเห็นว่ายังไง”

“ใช่ครับมันแปลกมันเลยทำให้ผมสงสัยว่า การฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลอยู่เบื้องหลังคดีพวกนี้”

“ยังไงครับผมไม่เข้าใจ”

“คุณจำปัญหาเชาว์ภาษอังกฤษที่ผมทายคุณก่อนหน้านี้ได้ไหม” ชายหนุ่มพูดขึ้นมา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสบมองคู่สนทนาฉายแววเรียบนิ่งแต่ก็แฝงไปด้วยความจริงจัง “Above the Limits of Humanity

“ครับผมจำได้” คิเคียวแสร้งตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขำๆ แต่ภายในใจนั้นเริ่มตีรวนเพราะความหวาดหวั่นจนควบคุมไม่อยู่ ชายหนุ่มพยายามตีหน้านิ่งแล้วทำแววตาซุกซน ก่อนจะพูดแบบทีเล่นทีจริงว่า “แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ชื่อทีสิทของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยจะมาเกี่ยวข้องกับคดีนี้นี่น่า”

“ครับมันก็จริงอย่างที่คุณบอกมันไม่น่าจะเกี่ยวถ้ามันเป็นชื่อของทีสิทจริงๆ” ออกัสอธิบายอย่างใจเย็น ด้วยน้ำเสียงช้าชัดๆ ทั้งๆ ที่จริงแล้วในใจอยากจะตะบันหน้าไอ้คนที่นั่งตรงหน้านี้สักครั้งให้สาแก่ใจ เพราะทั้งๆ ที่น่าจะรู้และเดาได้ แต่ก็ยังตีมึนไม่ยอมพูดออกมา

“หมายความว่าไงครับผมไม่เข้าใจ”

“เฮ้ย” ออกัสถอดถอนลมหายใจออกมาอย่างปลงๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองแล้วจ้องเข้าไปนัยน์ดวงตาสีรัตติกาล ที่ยังฉายแววพราวระยับไปมาอย่างขี้เล่นไม่เปลี่ยนแปลง “ก็หมายความว่า Above the Limits of Humanity เป็นชื่อขององค์กรไต้ดินขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วทุกมุมโลก เป็นองค์กรที่มีแนวความคิดที่ว่ามนุษย์สามารถพัฒนาศักยภาพขึ้นได้อีก จึงใช้มนุษย์เป็นๆ มาทดลองเพื่อให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดไป”

“อย่างนั้นหรือครับ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีองค์กรที่เชื่อของเหลือเชื่อแบบนั้นอยู่อีก” คิเคียวทำหน้าตายตอบกลับไปอย่างหน้าตาเฉย “มันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากจริงๆ นะครับว่าจะมีของพรรคนั้นอยู่ในโลกแบบนี้อีก”

เท่านั้นแหละเส้นความอดทนของออกัสก็ขาดผึ่งลง ชายหนุ่มใช้หางตาเหลือบมองคู่สนทนาด้วยสีหน้าเรียบๆ อย่างคนเก็บอาการโมโหเอาไว้ไม่อยู่พร้อมกับกัดฟันพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “อย่าพยายามเบี่ยงประเด็นทั้งๆ ที่ตัวเองก็รู้จักมันดีสิครับ”

เมื่อได้ยินดังนั้นคิเคียวจึงพูดด้วยสีหน้ายิ้มเหมือนไม่ยิ้ม “โฮ่รู้แล้วจริงๆ ด้วยสินะว่าผมรู้จักองค์กรนี้เป็นอย่างดี”  นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยฉายแววพราวระยับแบบขี้เล่นก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังในฉับพลัน เขามองไปยังที่คู่สนทนาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเฉกเช่นทุกครั้ง แต่ทว่ากลับมารังสีความกดดันจากสายตา “ใช่ครับผมรู้จักมันเป็นอย่างดี องค์กรมี่เคยทำลายชีวิตผมจนย่อย  ยับแบบนั้นใครมันจะไปลืมลง”

ชายหนุ่มเลือกที่จะตอบออกมาเพียงแค่ส่วนเดียวที่เคยเกี่ยวข้องกับองค์กร และปิดบังส่วนที่เขาเคยใช้ชีวิตอยู่ในนั้น เพราะชายตรงหน้าเป็นคนนอกที่ไม่ควรรู้อะไรมากไปกว่านี้ ชายหนุ่มจึงเลี่ยงที่จะไม่พูดออกมาทั้งหมดในคราเดียว

“หึ” ออกัสแค่นหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ อย่างรู้ทัน เขาเปรยออกไปว่า “ที่นี่ค่อยพูดกันรู้เรื่องหน่อย” ก่อนเจ้าตัวจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่จ่าหน้าซองว่า ลับสุดยอด ยื่นไปให้คู่สนทนา

เมื่อเห็นดังนั้นคิเคียวจึงเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยแววตาฉงนปนสงสัย ก่อนจะพูดเสียงเรียบออกไปว่า “ของสำคัญขนาดนี้เอามาให้ผมดูทำไม”

“มันไม่ได้สำคัญมากมายนักหรอก” ออกัสไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ “มันเป็นเอกสารที่ส่งมาเกี่ยวกับเรื่อง การทดลองโดยการผสมเทียมตัวอ่อนของมนุษย์ แล้วตัดแต่งพันธุกรรมลงไป เพื่อให้มนุษย์เริ่มมีศักยภาพที่เหนือคนทั่วไปตั้งแต่ในท้อง(เนื้อหาตรงนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องจริงนะคะ) แล้วฝังตัวอ่อนลงไปในมดลูกของมนุษย์อีกที”

“งั้นก็หมายความว่า” คิเคียวตอบกลับไป ก่อนจะล้วงมือเข้าไปกระดาษสีขาวในซองกระดาษสีน้ำตาลออกมา นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองเนื้อหาไปมา แล้วได้แต่นึกในใจว่า ยังไม่เลิกความความคิดบ้าๆ แบบนี้อีกรึไง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

90 ความคิดเห็น