(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 34 : ร่องรอยแรกจากซากศพ(3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    13 พ.ย. 61

“เสียมารยาทจังเลยนะที่มาอ่านความคิดของคนอื่นแบบนี้” ออกัสพูดเสียงเรียบ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองคู่สนทนาด้วยแววตานิ่งๆ ราวกับว่ากำลังอ่านความคิดภายในดวงตาของคนตรงหน้า แต่ดูเหมือนความพยายามมากมายจะศูนย์เปล่า เพราะ ออกัสไม่สามารถอ่านอะไรได้จากสายตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นเลย

“หึ” คิเคียวแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขำๆ หลังจากได้ยินคำพูดกับท่าทีเหนื่อยๆ ของคนตรงหน้า นัยน์ตาสีรัตติกาล กวาดมองไปมา แล้วเบนหน้าไปอีกทางเมื่อเห็นว่าตัวเขานั้นกำลังถูกทะลวงความคิดในใจ “ใครกันแน่ที่เสียมารยาท”

“เอาเถอะ ไม่เถียงแล้วดีกว่า”

ออกัสว่าออกมาด้วยสีหน้ายิ้มเหมือนไม่ยิ้ม ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างยอมแพ้ทุกกรณี แต่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มพราวระยับด้วยความอยากรู้ จนคิเคียวได้แต่โคลงศีรษะไปมาอย่างหน่ายใจ

เมื่อเห็นท่าทีที่ทีเล่นทีจริงของคู่สนทนา คิเคียวจึงเอ่ยเสียงเรียบกลับมาว่า “แล้วโผล่หน้ามาที่นี่มีธุระอะไรครับ” มือทั้งสองข้างกอดอกเอาไว้ แล้วยืนพิงผนังกำแพง

“ก็ไม่มีอะไร แค่อยากรู้จักนายให้มากขึ้นกว่านี้”

“คุณก็ได้ข้อมูลของผมไปแล้วนี่ครับ” คิเคียวเอ่ย นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววเรียบเฉยไร้อารมณ์ “ตรวจซะละเอียดทุกรูขุมขน แล้วยังจะต้องการอะไรอีกล่ะครับ”

พอได้ยินสิ่งที่คู่สนทนาพูดออกมา ออกัสก็ไหวไหล่ขึ้นเบาๆ หนึ่งครั้ง “ก็ทุกอย่างที่ได้จากนายมันดูคลุมเคลือเกินไปนี่”

“ก็เลยอยากรู้มากกว่านี้สินะ” คิเคียวพูดต่อประโยคให้ ก่อนจะจ้องมองคู่กรณีด้วยแววตาที่ไม่ค่อยพอใจ “แต่ผมไม่มีข้อมูลจะให้คุณอีกแล้วล่ะครับ” ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องพร้อมๆ กับเอ่ยออกมาว่า “ถ้าคุณถ่อมาถึงที่นี่แล้วมีคำถามแค่นี้เชิญคุณกลับไปได้เลย”จบคำชายหนุ่มเจ้าของห้องก็ผายมือออกไป แบบเชิงไล่กลายๆ

เมื่อเห็นท่าทีที่ส่งมาให้ ออกัสจึงได้แต่พ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะปรายตามองไปยังเจ้าของห้อง แล้วพูดเสียงเรียบออกมาว่า “โอเครับ ผมไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณแล้วก็ได้ ถึงแม้เรื่องส่วนตัวของคุณอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ก็ตาม”

“เรื่องส่วนตัวผม” คิเคียวทวนคำอย่างใจเย็น นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองคู่สนทนาด้วยความไม่พอใจ “มันจะไปเกี่ยวกับคดีนี้ได้ยังล่ะครับ ไหนช่วยอธิบายที”

เมื่อเห็นท่าทีของคิเคียว นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มก็แสร้งสอดส่ายไปมา มองนู่นมองนี้ด้วยท่าทีสบายๆ จากนั้นจึงเปรยเสียงเรียบออกไปว่า “Above the Limits of Humanity (ก้าวข้ามขอบเขตของความเป็นมนุษย์ หากมีคำไหนผิดพลาดไป หรือมีตัวไหนที่วางสลับตำแหน่งกันช่วยบอกด้วยนะคะ เราโง่อิ้งขั้นสุด) นายรู้จักชื่อนี้ไหม” ก่อนที่เจ้าตัวชายเหลือบหางตามองปฏิกิริยาของคู่สนทนาเพื่อจับความจริงบางอย่างทันที

พอได้ยินคำที่ฝังอยู่ในหัว นัยน์ตาสีรัตติกาลก็กระตุกวูบไหวขึ้นมาครู่หนึ่ง ก่อนเจ้าตัวจะตีหน้านิ่งเฉกเช่นที่ผ่านมาคิเคียวจ้องมองหน้าคู่กรณีด้วยแววตาไร้อารมณ์ ก่อนจะพูดออกมาแบบขำๆ “ชื่อของกลุ่มวิจัยทีสิทของภาควิชาชีววิทยาในมหาลัยหรือครับนั่น แปลกดี” เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่มี

เพราะคำๆ นี้คิเคียวรู้จักมันเป็นอย่างดี ชื่อขององค์กรที่สังหารครอบครัวของเขา และมันก็เป็นชื่อของสถานที่ที่เลี้ยงเขามาจนโตเช่นกัน Above the Limits of Humanity หรือเรียกย่อๆ ว่า เอ แอล เอช สัญลักษณ์ที่ถูกสลักไว้บนกางเขนคว่ำอันนั้น ชื่อที่คนอย่างเขาไม่มีวันลืม

แต่ถึงจะรู้จักยังไง คิเคียวก็ไม่อาจเปิดเผยเรื่องพวกนี้ออกมาได้ เขาจึงเลือกที่จะทำเมินเฉยแล้วตีเนียนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่ถึงจะพยายามกลบพิรุธยังไง เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่อยู่ตรงหน้าเขา ก็จับความตกใจเมื่อครู่นี้ได้แน่นอน 

รู้จักจริงๆ ด้วยแฮะ

ออกัส ก็นึกในใจอย่าหวาดหวั่นเมื่อได้เห็นท่าทีของคู่สนทนา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแวววิตกออกมาให้เห็น ก่อนจะหันมามองหน้าของคิเคียวแบบตรงๆ แต่แล้วใบหน้าเรียบนิ่งที่แสนจะเอื่อยเฉื่อย ก็ปั้นยิ้มกว้างออกมา “ถูกเผงเลยครับ แหม่คุณคูเปอร์นี่เดาเก่งจังเลยนะครับ” จบคำชายหนุ่มก็เอามือทั้งสองข้างประสานกัน หัวสมองประมวลที่เกิดขึ้นออกมาอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย” แต่ยังไม่ทันที่จะทำอะไรต่อ คิเคียวก็ถอดถอนลมหายใจออกมาด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง เพื่อจะให้คนที่กำลังอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดบางอย่างหันมาสนใจ แล้วเปรยออกมาด้วยท่าทางสบายใจ “คุณคงไม่ได้มาหาผมเพื่อทดสอบปัญหาภาษาอังกฤษกับผมหรอกนะครับ”

“มันก็ไม่เชิงหรอกผมแค่มีเรื่องอยากให้ช่วย” ออกัสพูดออกมาก่อนจะเงยหน้ามองคู่สนทนาด้วยแววตาที่ค่อนข้างจริงจัง “แต่ผมไม่รู้ว่าจะไว้ใจคุณได้ในระดับไหนนี่สิ”

“โฮ่ถ้าเป็นเรื่องคดีที่เกิดขึ้นคุณไว้ใจผมได้ครับ ถึงคุณจะไม่ไว้ใจผม ผมก็ต้องตามหาความจริงทุกอย่างอยู่ดี เพราะเรื่องนี้มันทำให้งานที่ผมจะต้องจัดการมันชะงักไป ถ้าผมไม่เคลียร์ปัญหาพวกนี้ งานผมก็ไม่เดิน”

“อย่างนั้นหรือครับ” ออกัสพึมพำเบาๆ ตอบกลับมา เขาไหวไหล่เล็กน้อยแบบสบายๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววผ่อนคลายลง ก่อนจะเจ้าตัวเอนหลังพิงพนักโซฟา “เรื่องคดีที่เกิดขึ้นมีบางอย่างผิดเพี้ยนไป และมีบางอย่างที่อยู่ลึกกว่านั้น”

“บางอย่างที่อยู่ลึกกว่านั้น” คิเคียวพูดทวนคำของคู่สนทนา นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววสงสัยออกมา “คุณหมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจ”

“เฮ้ย” ออกัสพ่นลมหายใจออกมาแบบหน่ายๆ เขาเอามือทั้งสองข้างประสานกันไว้ที่ท้ายทอย แล้วพยายามจัดท่าทางให้สบายที่สุดเท่าทีทำได้ ถึงแม้มันจะดูขัดๆ สายตาของคิเคียวก็ตาม “จะอธิบายยังไงดีล่ะ”

“แล้วไม่ลองพูดดูล่ะครับเผื่อผมจะเข้าใจก็ได้ เพราะเรื่องคดีนี้ผมเองก็ไม่ได้ติดตามมาตั้งแต่แรก เลยไม่รู้รายละเอียดอะไรเท่าไร”

“โอเคงั้นฉันจะลองดู” พูดจบเจ้าตัวก็เงยหน้าสบมองใบหน้าเรียบเฉยของคู่สนทนา “คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม โดยที่เหยื่อทุกคนเป็นหญิงสาว ขายบริการคุณรู้ใช่ไหม”

“ครับเรื่องนั้นผมพอรู้”

“แล้วเป้าหมายของฆาตกรในครั้งนี้ คือมดลูกของผู้หญิงพวกนั้น” ออกัสเยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ เขาเงยหน้ามองคู่สนทนา ก็เห็นได้ว่า คิเคียวนั้นกำลังตั้งใจฟังโดยที่ไม่พูดคำใดออมา เพื่อบอกให้เขารู้ว่าพูดต่อไปได้เลย “พอตรวจสอบเหยื่อทุกๆ คนล้วนมาจากต่างสถานที่ พวกเธอไม่รู้จักกันเลยไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกัน ไม่มีศัตรูคู่อาฆาตที่ไหน จึงทำให้ประเด็นเรื่องขัดแย้งทางธุรกิจถูกปิดลงไป”

“ก็เหลือแต่เรื่องชู้สาวสินะครับ”

“อืม จะว่ายังดีละ เหยื่อทุกคนไม่มีครอบครับ และไม่มีคนมาติดพัน เพราะทุกๆ ครั้งที่เขาทำงานจะเป็นแบบ วันไนท์สแตนด์ และต่างฝ่ายต่างพึงพอใจแบบนั้น เรื่องนี้เป็นอันต้องพับลงไปเหมือนกัน”

“พวกเธออาจจะมีซ่อนเอาไว้ก็ได้นี่ครับ” คิเคียวเถียงถึงประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะเขามั่นใจผู้หญิงที่ทำอาชีพนี้ ส่วนใหญ่จะมีคนมาติดพันธ์มากมาย ไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ต้องมีซุกซ่อนไว้สักคนสองคน

“ไม่หรอกผมตรวจสอบย้อนหลังเป็นเดือนๆ ก่อนที่พวกเธอจะถูกฆ่าตาย” ออกัสพูดเสียงเรียบอย่างใจเย็น เขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำตรงหน้าขึ้นมาจิบแก้กระหาย “มันเลยทำให้ผมมั่นใจว่า พวกเธอไม่มีคนรักแอบซ่อนเอาไว้ และไม่มีคนมาติดพันธ์แน่นอน”

“แล้วคุณได้ตรวจสอบอีกไหมครับว่า นอกจากที่พวกเธอเป็นผู้หญิงขายบริการแล้ว จะมีอย่างอื่นอีกที่เกี่ยวข้องกัน”

“มีครับ ถึงไม่ค่อยเข้าใจ แต่มันก็คือเรื่องจริง พวกเธอที่เป็นเหยื่อทุกคนในที่นี้ ทุกๆ คนมีผลเลือดที่บอกว่า กำลังตั้งครรภ์”

“ท้องอย่างงั้นหรือครับ”

“ใช่ครับพวกเธอท้อง”




ปล.เนื้อหาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตอนรีไรท์นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

90 ความคิดเห็น