(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 33 : ร่องรอยแรกจากซากศพ(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 พ.ย. 61

           เสียงถอดถอนลมหายใจรอบที่เท่าไรไม่รู้ของ ออกัส อาเจง ลูปิน หลังจากที่เจ้าตัวอ่านข้อมูลทุกอย่างตรงหน้า ซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบราวกำลังหาจุดบกพร่องต่างๆ ที่อาจหลุดลอดสายตาออกไป แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ กับกองเอกสารตรงหน้าเลย

           “ไม่ได้เรื่องอีกตามเคย”

คำบ่นพึมพำของชายหนุ่มดังสะท้อนในจิตใจ เสียงเคาะนิ้วชี้ลงไปบนโต๊ะดังเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด ออกัส อาเจง ลูปิน โยกเก้าอี้ไม้ตัวเดิมที่นั่งอยู่ไปมา โดยการใช้หัวเขาดันกับโต๊ะตัวใหญ่ สมองพยายามประมวลเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายตั้งแต่เริ่มมีคดี และเพียงไม่นานหลังจากนั้นริมฝีปากบางก็เหยียดยิ้มร้ายอย่างพอใจ เมื่อจู่ๆ ก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้

ฉับพลันร่างกายสมส่วนก็ลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะเพียงวูบเดียว ออกัสก็ใช้มือคว้าเอากองกระดาษเหล่านั้นขึ้นมา จากนั้นจึงพาร่างกายที่เริ่มเหนื่อยล้าของตัวเองเดินไปที่ประตูห้อง มือหนาคว้าลูกบิดประตูแล้วเปิดมันออก ก่อนจะปิดมันลงไปอย่างเบามือเมื่อพาตัวเองเดินออกมา

สองขาเรียวยาวภายไต้กางเกงยีนส์สีเข้มก้าวสลับกันไปมา ชายหนุ่มเดินทอดน่องมาเรื่อยๆ อย่างมีจุดมุ่งหมายและถูกหยุดชะงักโดยเจ้าของมัน เมื่อตัวเขานั้นพาร่างกายตัวเองมาถึงที่พักของตัวเอง

ชายหนุ่มเดินขึ้นบันไดด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะเดินเลยชั้นที่ตัวเองอยู่ขึ้นไป เพราะเป้าหมายในการเดินทางในครั้งนี้ไม่ใช่ห้องของตัวเอง แต่เป็นห้องของนักสืบหนุ่ม นามว่า คิเคียว แอล คูเปอร์ คนนั้นที่กำลังเป็นปัญหาที่ตัวเขานั้นคิดไม่ตกในครั้งนี้ ชายที่ขึ้นชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องในคดีตามที่เขาสงสัย

ในเมื่ออยากรู้หน้าด้านถามไปตรงๆ ไปเลยดีกว่า

ออกัสคิดในใจอย่างนึกขำ สองขาเรียวยาวก้าวสลับกันไปมาขึ้นบันได ไปยังชั้นที่ คิเคียว แอล คูเปอร์พักอาศัยอยู่อย่างรวดเร็ว ก่อนเจ้าตัวจะชะงักฝีเท้าลง เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู

ก๊อกๆ

ออกัสถอดถอนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเคาะประตูลงไปสองสามครั้ง และยืนรออยู่หน้าห้องอย่างใจเย็น เพียงสักครู่ใหญ่ปราการหน้าห้องก็ถูกเปิดออก ร่างสมส่วนของเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทก็ปรากฏออกมาให้เห็น นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองมาที่ชายหนุ่มอย่างไม่วางตา มือทั้งสองข้างกอดอกพิงขอบประตู แล้วเปรยเบาๆ ว่า “มีธุระอะไร”

“พอดีมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย” ออกัสตอบเสียงเรียบกลับไป ก่อนจะไหวไหล่เล็กน้อยพอเป็นพิธี เขาพยายามสอดสายตาเข้าไปมองในห้องของคู่สนทนาอย่างไม่ปิดบัง

เมื่อเห็นดังนั้นคิเคียวจึงได้แต่เหลือบหางตามองกลับเข้าไปในห้องตัวเอง ตามสายตาที่แอบมองของคนตรงหน้า ที่แสดงออกมาว่าอยากรู้อยากเห็นเต็มที เขาจึงพูดเสียงเรียบว่า “แอบมองแบบนั้นมันไม่ดีนะครับ” ก่อนจะสบตามองคู่สนทนาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

แต่ก็ไม่มีคำพูดใดๆ จากปากของสายสืบเลยแม้แต่คำเดียว นอกเสียจากใบหน้าที่แสนจะยียวนกวนส้นเท้าส่งมาให้แบบปิดไม่มิดราวกับจงใจตีน้ำให้ขุ่น พอได้เห็นท่าทางแบบนั้นคิเคียวจึงได้แต่ถอดถอนลมหายใจเหนื่อยๆ ออกมา เขากลอกสายตาขึ้นลงอย่างเอือมละอาเต็มทน ก่อนจะเปิดประตูให้กว้างขึ้นแล้วพึมพำเบาๆ “เข้ามาสิ”

“ขอบใจที่ไม่ให้ฉันแอบมองนาน”

ออกัสตอบเสียงเรียบกลับไป ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มแบบขำๆ เมื่อเห็นท่าทีเหนื่อยๆ ของเจ้าของห้องที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจแต่ก็ยอมเปิดประตูให้เขาได้เข้าไปนั่งคุยในห้องได้แบบนี้ พอเห็นว่าเจ้าของห้องยอมให้เข้าแต่โดยดี ออกัสจึงสาวเท้าก้าวเข้าไป

เมื่อเห็นท่าทีที่แสนจะกวนบาทาของคนที่พึ่งก้าวผ่านหน้าไป คิเคียวก็ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบว่า “ไหนๆ ก็อยากรู้อยากเห็นนิครับ ผมก็เลยสนองให้ ก็แค่นั้น” ก่อนเจ้าตัวจะปิดประตูลง แล้วพึมพำกับตัวเอง “ไอ้หมอฝากที่เหลือด้วย”

มีเพียงเสียงดังผ่านลำโพงตัวจิ๋วข้างๆ หูตอบกลับมาเบาๆ “ได้” ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มร้ายๆ ออกมาอย่างนึกขำ ก่อนเจ้าตัวจะเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อหยิบแก้วมาบริการน้ำดื่มให้แขกที่มาเยือนตามมารยาทที่พึงมี

ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าก่อนหน้านี้ เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้องตัวเอง คิเคียวก็เดินมาส่องดูตาแมวตรงหน้าประตู ก็เห็นได้ว่า คนที่ถ่อสังขารมาเยือนถึงที่นี่ ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกเสียจาก ออกัส อาเจง ลูปิน สายสืบเจ้าปัญหาคนนั้น

ไหนๆ ในเมื่อไม่อยากให้มีปัญหามากมายจนงานที่เป็นเป้าหมายต้องติดขัด ชายหนุ่มจึงคิดได้ว่าน่าจะหาทางขอความร่วมมือกับผู้ชายที่อยู่หน้าห้องไปเลยคงจะดี เพราะเรื่องราวที่แสนยุ่งยากในครั้งนี้จะได้จบๆ ไป

แต่ถึงผู้ชายที่ชื่อออกัสอะไรนั้นจะไม่ร่วมมือด้วยยังไง คิเคียวก็จะต้องหาทางหลอกใช้สายสืบคนนี้อยู่ดี โทษฐานที่มาทำให้เขาไม่ได้ทำงานที่ตัวเองตั้งใจอย่างที่ควรจะเป็น

เมื่อคิดได้ดังนั้น คิเคียวจึงโทรศัพท์ไปหาเพื่อนร่วมชายคาอย่าง ไบรอัน โรโกโซพ เพื่อให้ ศัลยแพทย์หนุ่มให้เตรียมบันทึกภาพต่างๆ ของออกัสจากกล้องที่ติดตั้งอยู่ภายในห้องนี้เอาไว้ ก่อนเจ้าตัวจะเปิดประตูต้อนรับคนมาใหม่ให้สมกับเป็นคนที่สร้างปัญหาให้ตัวเอง

หลังจากที่เดินเข้ามาในห้องของคู่สนทนา ออกัส อาเจงลูปิน ก็เลือกนั่งตรงโซฟาที่ติดอยู่ข้างผนัง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองซ้ายมองขวาไปมา ก่อนจะสายตาจะไปหยุดอยู่ที่วัตถุบางอย่างที่ไม่ควรมีในห้องพักแบบนี้ แล้วค่อยๆ นับสิ่งแปลกปลอมที่สัมผัสได้ในใจเบาๆ

หนึ่ง สอง สาม แล้วตรงนู้นอีกสอง หลังรูปภาพอีกหนึ่ง จะติดเยอะไปไหนเนี่ย

เมื่อเห็นท่าทีของคนที่พึ่งเข้ามาใหม่ คิเคียวจึงวางแก้วน้ำที่พึ่งเทน้ำในตู้เย็นมาวางไว้บนโต๊ะกระจกใสสีชา ก่อนจะตอบเสียงเรียบกลับไป “กล้องวงจรปิดในห้องนี้มีทั้งหมด เจ็ดตัว” ก่อนจะเหลือบหางตามอง ไปยังกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งเอาไว้ทุกตัว แล้วเปรยเบาๆ ว่า “อีกสองตัวคุณมองไม่เห็นหรอก เพราะเราใช้เทคโนโลยีพิเศษ” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังมองหาตัวที่เหลืออีกสองตัว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

90 ความคิดเห็น