(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 31 : การเผชิญหน้า(3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ต.ค. 61

กรี๊ดด…!

แต่ยังไม่ทันที่ศัลยแพทย์จะพูดจบประโยคดี เสียงกรีดร้องของของหญิงสาวก็ดังแว่วขึ้นมาให้ได้ยินมาแต่ไกล ส่งผลให้คิเคียวและเพื่อนร่วมชายคาหันไปตามเสียงดังกล่าวทันที

พวกเขาทั้งคู่ก็วิ่งไปตามเสียงที่ว่าอย่างอัตโนมัติทันที ทว่าในขณะที่กำลังจะวิ่งไปตามทาง เสียงกรีดร้องแหลมเล็กก็แปรเปลี่ยนไปเป็นเสียงสะอื้นคร่ำครวญออกมา ศัลยแพทย์หนุ่มจึงหันไปมองเพื่อนร่วมชายคา แล้วพึมพำเบาๆ ว่า “คิเคียว”

มีเพียงการพยักหน้าลงรับรู้ถึงความเปลี่ยนไปนี้เบาๆ แต่ก็ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั่นเลยสักคำ

เมื่อวิ่งมาถึงสิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นแผ่นหลังของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่พวกเขาทั้งคู่นั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะหญิงสาวคนนี้หาใช่ใครที่ไหน นอกเสียจากเพื่อนสาวคนสนิทอย่าง มารีเนต สเตล่าเหยี่ยวข่าวสาวมือฉมัง เพื่อนสาวคนสนิทเพียงคนเดียวของพวกเขานั่นเอง โดยที่เธอนั้นกำลังนั่งก้มหน้าร้องไห้ไม่ต่างจากคนเสียสติเลยสักนิดเดียว

พอได้เห็นดังนั้นทั้งคู่จึงตะโกนออกไปพร้อมกันอย่างตกใจ “มารีเนตเธอมาทำอะไรที่นี่” ก่อนจะวิ่งเข้าไปยังจุดเกิดเหตุทันที สิ่งที่เห็นตรงหน้า คือใบหน้าทีเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาของเพื่อนสาวคนสนิท เลือดสีแดงสดไหลซึมจากริมฝีปากรูปกระจับบางๆ แขนข้างหนึ่งของเธอนั้นมีบาดแผลฉกรรจ์จากการโดนของมีคมบางอย่าง กรีดเป็นทางยาว

หลังจากได้ยินเสียงของเพื่อนชาย มารีเนตก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองมาตามเสียงดังกล่าว แล้วพึมพำออกมาเบาๆ ว่า “คิเคียวช่วยด้วย” ก่อนจะฟุบลงตรงนั้นทันที

เมื่อเห็นดังนั้น คิเคียวจึงเอื้อมมือไปรับอย่างตกใจ แล้วโพล่งออกมาดังๆ ว่า “มารีเนต เกิดอะไรขึ้นกับเธอ” จบคำเขาก็เงยหน้ามองไปยังศัลยแพทย์เพื่อนร่วมชายคา ที่กำลังเช็คดูอาการของเพื่อนสาวด้วยสีหน้าวิตกกังวล “เป็นไงบ้างวะไอ้หมอ”

“ไม่เป็นไรแค่เป็นลม แต่ต้องรีบเย็บแผลก่อนเลือดออกเยอะเกิน” ศัลยแพทย์พูดออกมา ในขณะที่เอาผ้าพันคอของตัวเองพันรอบแขนเพื่อห้ามเลือดแบบคร่าวๆ เอาไว้ “แต่ต้องอุ้มไปที่ห้องฉันไม่ได้หิ้วกระเป๋ามา”

หลังจากได้ยินสิ่งที่เพื่อร่วมชายคาพูดออกมา คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็พยักหน้าเชิงรับรู้เบาๆ ก่อนจะช้อนร่างบอบบางของหญิงสาวเพื่อนสนิทของตนขึ้นมาในท่าอุ้มเจ้าสาว แล้วเดินกลับไปยังที่พักทันที

“จะรีบไปไหนครับคุณนักสืบ”

แต่ทว่าในขณะที่กำลังจะก้าวขาออกไป เสียงที่คิเคียวไม่อยากได้ยินเป็นที่สุดในเวลาแบบนี้ ก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ส่งผลให้นักสืบหนุ่มถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างรำคาญเบาๆ ว่า “ให้ตายตอดไม่เลิกเลยจริงๆ นะ” ก่อนจะพูดเสียงดังๆ ให้คนข้างหลังให้ได้ยินว่า “ตอนนี้ผมไม่ว่างพอที่จะมาเล่นไล่จับกับคุณหรอกนะคุณ ลูปิน”

“เห.... ไม่ว่างมาเล่นวิ่งไล่จับกับผม แต่ก็ว่างพอที่จะไล่ฆ่าคนไปทั่วกับทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนนั้นสินะ”

สิ้นคำพูดของเจ้าหน้าที่ลับๆ อย่าง ออกัส อาเจง ลูปินพูดออกมา ส่งผลให้ขาของนักสืบหนุ่มที่กำลังก้าวออกไปต้องหยุดชะงักลงทันที ก่อนจะค่อยๆ หันหน้ากลับมาเผชิญกับคู่กรณี ด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกเฉกเช่นดังเดิม

“พูดผิดพูดใหม่ได้นะครับ” คิเคียวพูดเพียงแค่นั้นก็หันไปพยักหน้าบอกเพื่อนร่วมชายคา  เพื่อบอกให้รู้ว่าคงต้องนำอุปกรณ์การแพทย์มาทำแผลที่นี่แทน เพราะดูแล้วเหมือนจะถูกคู่กรณีทำให้ต้องหยุดอยู่ตรงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ซึ่งเพื่อนร่วมชายคาเหมือเห็นทางทางของทั้งสอง ก็พอจะเดาได้ จึงพยักหน้ารับน้อยๆ แล้วเดินไปยังที่พักของตัวเองทันที โดยไม่สนเลยสักนิดว่ามีคนคอยสะกดรอยตาม

เมื่อเห็นว่าศัลยแพทย์หนุ่มเดินออกไป คิเคียวที่อุ้มร่างบอบบางของเพื่อนสาวคนสนิทไว้ ก็เปรยเบาๆ ว่า “คุณเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าใครกันที่ก่อเรื่องขึ้นมา”

“เห็นว่าจะไม่ได้นะครับคุณคิเคียว เพราะบังเอิญเหลือเกินว่า หลักฐานและเวลามันช่างเหมาะเจาะเสียจริงๆ ว่าคนที่ทำร้ายผู้หญิงคนนั้น กับคนที่ฆาตกรรมผู้หญิงที่นอนอยู่ตรงนู้น มันคือคุณน่ะสิ

จบคำ ออกัส อาเจง ลูปิน ก็แลสายตาไปยังร่างบอบบางของเพื่อนคนสนิทที่นอนไม่ได้สติในอ้อมแขนของคนตรงหน้า ก่อนสายตาจะเบนไปยังพื้นที่ข้างๆ ไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่เท่าไร เพื่อบอกตำแหน่งอีกที่หนึ่งให้คิเคียวรู้เช่นกัน

เมื่อเห็นดังนั้นคิเคียวจึงแค่นหัวเราะออกมาอย่างนึกขำ ในความคิดที่แสนเอาแต่ใจของคนตรงหน้า ที่พยายามยัดเยียดข้อหาหลายๆ อย่าง เพื่อกันให้ตัวเขาออกให้ห่างจากคดี

เพราะถึงยังไงคิเคียวก็แน่ใจ ว่าต่อให้ถูกยัดข้อหาแบบซึ่งๆ หน้าแบบนี้ พอได้ตรวจสอบดีๆ ยังไงความผิดที่โดนคนตรงหน้าป้ายมา ก็ต้องกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิดไป แต่กว่าจะถูกตรวจสอบว่าตัวเองบริสุทธิ์นั้น ก็คงต้องใช้เวลาอีกหลายวัน และถ้าถึงตอนนั้นคดีนี้ก็คงสิ้นสุดแล้วแน่นอน

เขาจึงเปรยเบาๆ แบบไม่ใส่ใจเท่าไรว่า “คุณรู้อะไรไหมจริงๆ แล้ว ผมเองก็ไม่ได้สนใจคดีที่อยู่นอกบ้านตัวเองอยู่แล้ว เพราะคิดว่าการให้เกียรติเจ้าของบ้านเป็นสิ่งจำเป็น แต่สุดท้ายก็โดนยัดเยียดข้อหาให้ทั้งๆ ที่ไม่อยากสนใจ เห็นทีงานนี้คงละเลยไปไม่ได้เสียแล้วสิ” ก่อนจะเหยียดยิ้มบางๆ ออกมา “และคุณเองก็คงจะหยุดความอยากรู้ครั้งนี้ของผมไม่ได้เช่นกัน”

เมื่อได้ยินดังนั้น ออกัส ก็เหยียดยิ้มร้ายออกมา ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า "แบบนี้มันก็น่าสนุกน่ะสิ"





ปล.ตอนนี้ช้าไปนิส พอดีติดฟิค เอิ๊ก กว่าจะหลุดจากวังวน All Xนายเอกได้ แทบตาย ติดได้ติดดี 55555 ยอมรับแบบไม่อาย //// โดนนักอ่านถีบกระเด็น แอ็ก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

90 ความคิดเห็น