(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 3 : ราตรีที่2 ผู้มาเยือน100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 501
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

ราตรีที่ 2


หลังจากที่นักสืบหนุ่มค่อยๆ ไล่อ่านข้อความในการ์ดอย่างพินิจพิจารณา จะมีสักกี่คนที่รู้เรื่องของเราก่อนจะพลิกกระดาษการ์ดสีดำไปมาแล้วจะมองดูทุกจุดอย่างวิเคราะห์ พลางพึมพำออกมาอีกครั้งแบบไม่ใส่ใจว่า แถมยังเป็นคนถนัดซ้ายแบบนี้

สิ้นเสียงการบ่นแบบไม่ใส่ใจ แต่กลับทำให้คิ้วเข้มบนใบหน้าศัลยแพทย์หนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ถึงกับขมวดมุ่นจนเกือบจะเป็นปมอย่างฉงนปนสงสัย เขาพยายามเพ่งมองดูการ์ดสีดำใบที่เพื่อนร่วมชายคาถืออยู่อย่างชั่งใจ แล้วเงยขึ้นมองหน้าผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่มึนงง ก่อนจะโพล่งออกมาว่าแล้วแกรู้ได้ไงว่าเขาถนัดซ้าย

แกก็ดูนี่สิ คนที่เขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา เขียนโดยการสวมถุงมือยางและใช้มือข้างที่ไม่ถนัดเขียน ถึงแม้จะพยายามทำให้วิจิตรบรรจงแค่ไหนก็เถอะ แต่ไม่ถนัดก็คือไม่ถนัดนั่นแหละ มันดูได้จากน้ำหนักที่กดลงไปบนกระดาษหนาๆ แผ่นนี้นี่แหละ แถมยังมีรอยเสียดสีของถุงมือยางที่สวมอยู่จนขึ้นวาวเล็กๆ ตรงขอบจดหมายด้านขวาจบคำนักสืบหนุ่มก็วางการ์ดใบนั้นลงบนโต๊ะแล้วชี้ให้ดูร่องรอยที่เกิดจากการเสียดสีของถุงมือยางจนขึ้นวาวเล็กน้อย ซึ่งสีของมันจะเข้มกว่าสีเนื้อเดิมของกระดาษเพียงนิดเดียว ก่อนจะเลื่อนมาชี้รอยยับย่นที่เกิดขึ้นให้ศัลยแพทย์หนุ่มดู แล้วดูนี่สิยังมีรอยยับเล็กๆ ตรงมุมนี้ด้วย มันเลยทำให้ฉันรู้ว่าเขาใช้มือข้างขวาที่ไม่ถนัดเขียนจดหมายฉบับนี้ แต่มันก็เหมือนโชคเข้าข้างเราที่คนร้ายจงใจเขียนจดหมายท้าทายนี้ด้วยลายมือ

แล้วทีนี้แกจะเอาไง

เขาท้ามาขนาดนี้ เราก็ต้องสนองตามนั้นน่ะสิถามได้

แต่แกดูนี่สิศัลยแพทย์หนุ่มพูดขัดขึ้น ก่อนจะหยิบแผ่นการ์ดสีดำขึ้นมาแล้วใช้นิ้วชี้ข้างขวาเคาะลงไปตรงคำว่า เรือสำราญพร้อมกับโพล่งออกมาอย่างหงุดหงิดว่า ส่งการ์ดแล้วเขียนข้อความมาแค่นี้ แล้วพวกเราจะรู้ได้ไงว่าเป็นเรือลำไหน

ก็เรือลำนี้ไงพูดจบคิเคียวก็ใช้นิ้วชี้เคาะที่คอลัมน์หนึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้ ที่มีใจความดังนี้

 

ขอเชิญทุกท่านสู่เรือสำราญ Corundum

จ้าวแห่งท้องทะเลที่จะพาคุณโลดแล่นไปอย่างหฤหรรษ์

พร้อมโชว์พิเศษที่สุดตื่นเต้นเร้าใจ

เตรียมพบกับสุดยอดฉากตระการตาที่พวกคุณต้องตะลึง

ไปกับเรา 8 วัน 7 คืน บนเรือสำราญแล้วคุณจะได้พบกับความสุขที่ยากจะลืม

กับทัวร์เดินสมุทรที่ทุกท่านรอคอย

แล้วคุณจะไม่ผิดหวังที่เลือกเราในการเดินทาง

 

หมายเหตุ เรือจะออกเดินทาง 19.30 น. ณ. ท่าเรือ……

วันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2018 เชิญจองตั๋วไดที่.... ทั่วไป

 

ก่อนจะอธิบายออกมาว่าคำว่าอัญมณีสีน้ำเงิน ที่ในการ์ดสีดำใบนั้นพูดถึง ก็คือ เรือสำราญที่ชื่อ คอลันดัม ลำนี้ไง ถ้าจะให้พูดกันแบบภาษาบ้านๆ คอลันดัมมันเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า บลู แซฟไฟล์ หรือ พลอยไพลิน อัญมณีสีน้ำเงินยังไงล่ะจบคำร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเองเดินแล้วเดินไปที่ประตูทันที

เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู ประตูอัตโนมัติก็เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เขาเดินทอดน่องออกจากห้องอย่างสบายใจ แต่ก็ไม่วายหันกลับไปพูดกับศัลยแพทย์หนุ่มเพื่อนสนิทว่า โอเคเอาตามนี้แหละ เดี๋ยวฉันฝากแกจัดการเรื่องตั๋วกับเอกสารด้วยนะ

เฮ้ยเดี๋ยวสิคิเคียว แกเอาจะเอาจริงอย่างงั้นรึไงศัลยแพทย์หนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินถือหนังสือพิมพ์ฉบับของวันนี้ขึ้นมา แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงไปหานักสืบหนุ่มเพื่อนร่วมชายคา พร้อมกับโพล่งออกมาดังๆ อีกทีว่า แกก็รู้นี่หว่า ว่ามันเป็นกับดัก

แล้วแกกลัวรึไงคิเคียวพูดออกมาทันทีที่คนตรงหน้าพูดจบลง ก่อนจะมองไปที่หน้าของศัลยแพทย์หนุ่ม ที่ตอนนี้กำลังทำสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจน พร้อมกับพูดออกมาว่า บางทีถ้าเราไปที่นั่น เราอาจจะเจอเบาะแสสิ่งที่พวกเราสองคนตามหาแทบพลิกแผ่นดินอยู่ก็ได้

ไอ้เรื่องกลัวฉันไม่กลัวหรอก ที่กลัวจริงๆ ก็คือเรื่องของพวกเราอาจถูกเปิดโปง แต่ที่สำคัญอะไรทำให้แกมั่นใจขนาดนั้นว่าจะต้องมีเบาะแสของคนพวกนั้นอยู่

จะมีสักกี่คนกันไอ้หมอ ที่รู้เรื่องของเราคิเคียวพูดออกมา ก่อนจะเอามือตบบ่าของศัลยแพทย์หนุ่มผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันและยังเป็นคนที่เขาค่อนข้างไว้ใจสองสามครั้งอย่างเข้าใจ ถ้าไม่ลองเราก็ไม่รู้จบคำร่างสูงก็เดินออกไปทันที โดยทิ้งให้เพื่อนร่วมชายคาอยู่ในความคิดของตัวเอง

แต่เพียงไม่นานหลังจากที่ คิเคียว แอล คูเปอร์ พูดจบลง ศัลยแพทย์หนุ่มก็พึมพำออกมาเบาๆ ว่าเอาตามนั้นก็ได้จบคำเขาก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองไปยังเพื่อนสนิทคนเดียวที่มี ก็เห็นว่าเป้าหมายสายตาได้เดินจ้ำพรวดๆ ออกไปอย่างรวดเร็ว อ้าวแล้วนั่นแกกำลังจะไปไหน

ก็ไปตรวจดูสถานที่เกิดเหตุขโมยไพลินน่ะสิ เพราะฉันรู้สึกสังหรณ์ใจว่าสองเรื่องนี้ต้องมีบางอย่างเกี่ยวข้องกันสิ้นคำพูดของนักสืบหนุ่ม ไบรอัน โรโกโซพ ก็เดินไปจัดการเรื่องต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายมา

ส่วนตัว คิเคียว แอล คูเปอร์ นั้นเมื่อสั่งให้เพื่อนร่วมชายคาให้ช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ ก็เดินทางมายังสถานที่เกิดเหตุเจ้าปัญหาเมื่อคืนวาน

เมื่อเดินทางมาจุดหมาย เขาก็เดินเข้ามาในตัวตึกที่จัดงานแสดงอัญมณีอย่างเร่งรีบ ซึ่งกว่าจะเข้ามายืนอยู่หน้าตึกแห่งนี้ได้ ก็แทบจะดำดินเข้ามาเลยทีเดียว เพราะถนนด้านนอกประตูรั้วนั้น เต็มไปด้วยการจราจรที่หนาแน่นของรถบนถนน อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวอีกหลายสิบชีวิต ที่มาออกันอยู่ตรงหน้าประตูรั้วใหญ่ จึงทำให้สถานที่จุดนี้ไม่ต่างอะไรกับคอขวดเลยสักนิดเดียว

พอมายืนอยู่หน้าตึกสูงก็เห็นได้ว่า สถานที่เกิดเหตุเป็นอาคารสีเทาสูงถึงสี่สิบชั้น บริเวณโดยรอบมีกำแพงสูงสองเมตรกั้น ส่วนด้านนอกของกำแพงก็มีตึกสูงอีกสองหลังขนาบข้างไว้ มีที่จอดรถกว้างขวางอยู่ภายในด้านข้างและด้านหลังรวมถึงชั้นใต้ดิน

โดยที่ชั้นจัดแสดงอัญมณีจะอยู่ที่ชั้นแรกด้านใน เมื่อเดินเข้าประตูหน้ามาได้ คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็เดินมาดูแผนผังของอาคาร

นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองดูแผนผังไปมา ก็ทำให้วิเคราะห์โครงสร้างภายในทุกอย่างได้คร่าวๆ ว่า ตึกหลังนี้น่าจะมีห้องใดห้องหนึ่งที่อยู่ภายใน เป็นห้องสำหรับเชื่อมระบบเซิฟเวอร์ทั้งหมดเพื่อควบคุมอาคารทั้งหลังไว้ ก่อนจะพึมพำออกมาว่า เดี๋ยวให้ไอ้หมอเช็คให้อีกทีจบคำเขาก็เงยหน้ามองมุมกล้องวงจรปิดทุกตัวที่อยู่ในบริเวณนี้ ก่อนจะเดินออกมา

เมื่อเดินดูรอบๆ อาคารจนพอใจ เขาก็เดินเร้นกายเข้ามาด้านในด้วยความรวดเร็ว เมื่อเข้ามาภายในตัวตึกได้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็เห็นได้ว่าชั้นแรกที่เดินเข้ามานั้น มีห้องประชุมขนาดใหญ่ขนาบทั้งซ้ายและขาวเว้นระยะให้เป็นทางเดินราวๆ สี่เมตรเห็นจะได้ บริเวณผนังด้านบนติดกล้องวงจรปิดทุกมุม จนแทบไม่มีจุดใดที่เล็ดลอดกล้องวงจรปิดพวกนี้ไปได้ ก่อนจะเดินตรงไปอีกหน่อยก็ไปเจอห้องโถงใหญ่ซึ่งอยู่ตรงสุดทางเดิน พอดูดีๆ ก็รู้ได้ทันทีว่าห้องนี้เป็นห้องจัดแสดง

คิเคียวหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูคู่ไม้ประดู่บานใหญ่ได้สักพัก ซึ่งประตูนี้ก็ถูกเปิดออกมาเพียงแค่หนึ่งบาน นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองซ้ายมองขวาไปทั่วทั้งบริเวณ เพื่อต้องการเก็บรายละเอียดต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่เห็น

ก็เห็นได้ว่าสถานที่เกิดเหตุยังคงอยู่ในสภาพเดิม มันถูกพันด้วยเทปสีเหลืองไว้โดยรอบบริเวณเอาไว้ ด้านในมีตู้นิรภัยไว้สำหรับจัดแสดงอัญมณีอยู่เรียงราย เมื่อกวาดสายตามองดูแบบเผินๆ ก็กะได้ราวๆ สามสิบตู้เห็นจะได้ ก่อนจะเดินเข้ามาด้านในเพื่อสำรวจดู

เมื่อเดินเข้ามาด้านใน สิ่งที่เห็นได้ชัดจากภายในห้องจัดแสดงก็คือ บริเวณทั่วทั้งห้องมีตู้กระจกใสๆ ที่วางอยู่เรียงราย และสินค้าทุกชิ้นยังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน นัยน์ตาสีรัตติกาลเหลือบไปมามองดูก็รู้ว่าภายในห้องรวมทั้งตู้โชว์สินค้าทุกใบมีระบบนิรภัยเป็นอย่างดี

ก่อนจะเดินเข้ามาตรงตู้ใบใหญ่ที่ถูกโจรกรรมไป ซึ่งก็มีแผ่นกระจกนิรภัยที่ถูกตัดเป็นแผ่นกลมๆ หล่นอยู่ข้างตู้ใบนี้ รายล้อมตู้นิรภัยอีกหลายตู้อีกที ซึ่งภายในตู้ที่เกิดเหตุมีเพียงหุ่นโชว์สร้อยคอที่ว่างเปล่าปราศจากอัญมณีใดๆ ประดับอยู่

อ้าวสวัสดีครับคุณ คูเปอร์ ลมอะไรหอบมาที่นี่ได้ละครับเนี่ยแต่ในระหว่างเดินสำรวจสิ่งต่างๆ อยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นมาทางด้านหลังของเขาราวจงใจให้เขาย่างเข้ามาติดกับด้านใน แล้วเอาฉมวกแทงอีกที

การมาของบุคคลผู้มาใหม่นี้ ทำให้นักสืบหนุ่มถึงกับทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเบาๆ อย่างรำคาญ เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ทำเหมือนบังเอิญมาทักนั้นเป็นใคร แต่ก็ต้องหันไปทักทายคนผู้นั้นตามมารยาทที่พึงมี ทั้งที่ความจริงแล้วตัวเขาเองไม่ได้อยากเจอชายผู้นี้เลยแม้แต่นิดเดียว

อ้าว สารวัตรเมอร์ฟี่ สวัสดีครับ นักสืบหนุ่มเอ่ยทัก สารวัตรหน่วยสืบสวนสอบสวนฝ่ายคดีโจรกรรม โดยที่คนที่พึ่งมาให้เห็นหน้าเป็นชายหนุ่มวัย สี่สิบปี สวมเสื้อฟอร์มแขนยาวสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขายาวสีฟ้าเข้มแบบเต็มยศ ผมสีดำสนิทดูยุ่งเหยิงรุงรัง หน้าตาบอกบุญไม่รับเหมือนคนที่พึ่งอดนอน นัยน์ตาสีฟ้าเข้มฉายแววเหนื่อยอ่อน เขาเดินเข้ามาทักพร้อมกับถือถ้วยกาแฟอยู่ในมือ

พอดีขับรถผ่านเห็นคนพลุกพล่านผิดสังเกตก็เลยเดินเข้ามาดู ไม่ทราบว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นหรือครับ

อ้าวคุณคูเปอร์ คุณไม่เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้หรอกรึจบคำสารวัตรหนุ่มก็เดินไปหยิบหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับที่วางกองอยู่บนโซฟาตัวสีดำตัวใหญ่ขึ้นมา ก่อนจะเปิดหน้าที่มีคอลัมน์เกี่ยวกับข่าวการขโมยไพลินเมื่อคืนวาน มายื่นให้นักสืบหนุ่มดูอีกที ก็นี่ไง ไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ มันออกอาละวาดอีกแล้วน่ะสิ แถมไอ้การขโมยคราวนี้ มันไม่ได้ส่งจดหมายมาบอกเหมือนทุกทีด้วย

นักสืบหนุ่มรับหนังสือพิมพ์ที่สารวัตรยื่นให้ พลางแกล้งยกขึ้นมาอ่านเนื้อหาแบบผ่านๆ อ๋อ อย่างนั้นหรือครับนัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองดูเนื้อหาด้านในไปมาอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็จัดการพับหนังสือพิมพ์กลับให้เรียบร้อยตามเดิม ก่อนจะเอายื่นคืนให้สารวัตรเจ้าของคดี แล้วได้เรื่องบ้างรึยังครับ

ยังเลยสารวัตรเมอร์ฟี่ โคลงศีรษะไปมาอย่างเหนื่อยใจ พลางยื่นมือไปรับหนังสือพิมพ์ที่นักสืบหนุ่มยื่นมาให้ ก่อนจะหนีบมันเอาไว้ในวงแขน เขายกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบแล้วยืนพิงกำแพง ราวกับต้องการจะคลายอารมณ์ที่กดดันของตัวเองให้หมดลง ไอ้นี่มันร้าย ผมตามเก็บกวาดตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่ได้เรื่องอะไรเลย รอยนิ้วมือสักนิ้วก็ไม่มี หรือแม้แต่เศษผมยังไม่เห็นเลย

งั้นเอาเป็นว่าไหนๆ ก็มาแล้ว เดี๋ยวผมขอลองเดินดูรอบๆ ที่เกิดเหตุหน่อยได้ไหมครับ

เดินดูรอบๆสารวัตรเมอร์ฟี่ พูดทวนคำนักสืบหนุ่มอีกครั้งอย่างชั่งใจ หลังจากที่คนตรงหน้าพูดจบลง ก่อนจะหรี่ตามองดูใบหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่ค่อยเข้าใจ พลางพูดออกมาว่า ผู้ช่วยฝ่ายแผนกคดีฆาตกรรมอย่างคุณ สนใจคดีโจรกรรมนี้ด้วยรึครับ

จะโจรกรรมหรือฆาตกรรมมันก็คืออาชญากรรมที่ให้อภัยไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับคิเคียว แอล คูเปอร์ สบถขึ้นมาเบาๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดไปมาเพื่อมองดูสถานที่เกิดเหตุโดยรอบอย่างวิเคราะห์ ก่อนจะหันมาพูดกับคนตรงหน้าว่า ผมก็แค่อยากรู้ว่าทำไม ไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ งวดนี้ถึงได้มาแบบแปลกๆ

เอาสิ ตามสบาย ถ้าเจออะไรก็อย่าลืมแจ้งมาล่ะ ถ้าเจอน่ะนะจบคำสารวัตรหนุ่มก็โคลงศีรษะไปมา เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอเบาๆ อย่างนึกตลกอยู่ในใจ ก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านในเพื่อรวบรวมหลักฐานที่เหลือตามหน้าที่ของตัวเอง

เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าที่เจ้าทางเรียบร้อยแล้ว คิเคียว แอล คูเปอร์ จึงเดินสำรวจรอบๆ สถานที่เกิดเหตุอย่างใจเย็น เขาก้าวข้ามเทปสีเหลืองที่ปิดกันที่มีไว้สำหรับห้ามคนภายนอกเข้ามายุ่งวุ่นวาย ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในและเดินวนดูรอบๆ พร้อมกับวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานด้วยความเคยชิน

เขาเดินค่อยๆ ก้าวเท้าไปอย่างช้าๆ เพื่อสำรวจทุกสิ่ง แล้วเก็บรายละเอียดต่างๆ ไว้ จากนั้นจึงบันทึกมันเข้าไปในความทรงจำ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ กับตู้กระจกนิรภัยที่เกิดเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลเพ่งมองตู้ใบนั้นอย่างพิจารณา

จากนั้นจึงล้วงเอาถุงมือยางสีขาวที่เหน็บอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังขึ้นมาสวมใส่ พลางก้มลงเก็บแผ่นกระจกที่ถูกตัดออกขึ้นมาดู ก่อนจะเดินเอาแผ่นกระจกใสที่ถืออยู่ในมือมาเทียบกับรอยตัดบนตู้ดูอีกที

งวดนี้ถนัดขวาแฮะ คงไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่เขียนจดหมายมาให้เรานักสืบหนุ่มบ่นพึมพำออกมา ก่อนพลิกแผ่นกระจกที่ถูกตัดไปเพื่อดูอย่างวิเคราะห์อีกครั้ง จากนั้นก็นำมันกลับมาวางไว้ที่เดิม ถึงจะไม่ใช่มืออาชีพในการโจรกรรม ถึงได้เหลือร่องรอยขนาดนี้ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีเมื่อเดินสำรวจทุกอย่างจนพอใจ ร่างสูงก็ค่อยๆ เดินออกไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้มีเสียงรบกวน

แต่ทว่าในขณะที่ตนเองกำลังจะเดินพ้นธรณีประตูอยู่แล้วเชียว ก็มีเสียงที่สุดแสนจะคุ้นเคย แต่กลับทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายจนไม่อยากจะได้ยิน อย่างเสียงของสารวัตรเมอร์ฟี่ คู่ปรับคนสำคัญของ ไนท์ วอล์กเกอร์ ก็ดังตะโกนไล่หลังตามมา อ้าว คุณ คูเปอร์ ได้เรื่องอะไรบ้างไหม

เมื่อได้ยินเสียงเรียกดังกล่าว คิเคียวจึงชะงักฝีเท้าเอาไว้ พร้อมกับทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่ค่อยชอบใจ ก่อนจะหันกลับไปแล้วยิ้มบางๆ ออกมา ไม่มีเลย

ไม่น่าเชื่อ ว่านักสืบชื่อดังอย่างคุณจะยอมแพ้ เรื่องแบบนี้ด้วย

วันนี้ผมคงไม่มีโชคล่ะมั้งครับจบคำนักสืบหนุ่มก็เดินเข้าไปใกล้ แล้วกระซิบที่หูของสารวัตร ผู้เป็นเจ้าของคดีว่า แต่ผมก็รู้อย่างหนึ่งนะครับว่า คนที่ขโมยสร้อยคอเจ้าปัญหาเส้นนี้ไป ไม่ใช่ ไนท์ วอล์กเกอร์ หรอกครับพูดจบเขา ก็กลับมายืนในท่าปรกติตามเดิม

อะไรทำให้คุณคิดเช่นนั้น

มันก็ไม่มีอะไรมาก ผมรู้ตั้งแต่ที่เขาไม่ได้ส่งจดหมายเตือนนั่นแล้วละจบคำร่างสูงก็หันหลังกลับ เพื่อเดินจากไป แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้านั้นเอาไว้ พร้อมๆ กับหันกลับไปมองสารวัตรเมอร์ฟี่ ที่กำลังยืนทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกอีกที อ๋อลืมไป ขอบคุณนะครับที่ให้เช็คดูพูดจบ คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็คลี่ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะก้มหัวลงเล็กน้อยเป็นการขอบคุณแล้วเดินกลับออกมา

เมื่อเดินทางกลับมาถึงที่พักส่วนตัว คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของศัลยแพทย์หนุ่มเพื่อนร่วมชายคาทันที ร่างสูงเดินจ้ำเท้าด้วยความรีบเร่ง ก่อนจะถือวิสาสะพรวดพราดเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของเพื่อนร่วมชายคาแบบไม่รั้งรอ

ไอ้หมอ วันนี้มีงาน

เฮ้ยคิเคียว เข้ามาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงตกใจหมด ไอ้เวรเอ๊ยเสียงสบถของศัลยแพทย์หนุ่มบ่นพึมพำออกมา ในขณะที่เจ้าตัวกำลังเย็บแผลให้แมวตัวหนึ่งอยู่อย่างหัวเสีย ก่อนจะเหลือบหางตามองคู่กรณีด้วยสายตาเอือมๆ แล้วถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ

จากนั้นจึงวางอุปกรณ์ทุกอย่างในมือลง ยกเว้นเข็มเย็บแผลที่ถูกคีมจับเข็มคีบเอาไว้ แกรู้ไหมถ้าฉันเกิดตกใจแล้วเย็บแผล แบบผิดๆ ถูกๆ อะไรจะเกิดขึ้น

ก็ไม่มีอะไร แกก็คงจะเย็บนิ้วตัวเองแทนเย็บแผลให้แมว

เย็บหน้าแกน่ะสิไม่ว่า ดีนะแค่แมว นี่ถ้าฉันกำลังเลาะกระพุ้งแก้มให้ลูกค้าอยู่จะทำไงวะ จะเข้ามาก็หัดเคาะกันก่อนสิร่างสูงในชุดกาวน์ โพล่งขึ้นมาก่อนจะเดินจ้ำพรวดๆ เข้าไปหาเพื่อนร่วมชายคาทันที โดยที่มือข้างหนึ่งของเขายังถือคีมจับเข็มนั่นเอาไว้ แล้วสับขึ้นลงตรงด้านหน้าของเพื่อนคู่กรณีอย่างไม่เกรงใจ จนเข็มเกือบทิ่มลูกนัยน์ตา

ฮึ ฉันรู้หรอกน่า ว่าอะไรเป็นอะไร ในเมื่อหน้าบ้านไม่มีรองเท้าสักคู่ แถมคนอย่างแกก็ไม่รับงานนอกอยู่แล้ว ถ้า ฉันจะพรวดพราดเข้ามา แกก็คงไม่ได้เย็บหน้าให้ใครอยู่แล้วนี่

เออๆ เลิกต่อล้อต่อเถียงแล้ว มีอะไรว่ามา

แต่ก่อนอื่น แกวางเข็มก่อนได้ไหม เข็มของแกกำลังจะทิ่มลูกตาฉันอยู่แล้ว

เออ ก็ได้วะจบคำศัลยแพทย์หนุ่มก็เดินไปวางอุปกรณ์ในมือลงบนถาดใบใหญ่ ที่มีอุปกรณ์ผ่าตัดอยู่เรียงราย ก่อนจะหันหน้ามามองเพื่อนร่วมชายคาพลางพูดออกมาว่า แกมีเรื่ออะไรของแก

วันนี้ฉันจะเข้าไปตึกที่แสดงอัญมณี ในฐานะของ ไนท์ วอล์กเกอร์

ไปทำไม ตำรวจเกร่อออกอย่างนั้น

นั่นแหละที่ฉันต้องการพูดจบรอยยิ้มที่มุมปากก็ผุดออกมาอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเดินเข้าไปหาศัลยแพทย์ผู้ร่วมชายคาที่กำลังทำหน้างง เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก แล้วพูดออกมาอีกทีว่า ฝากแกจัดการระบบนิรภัยบนดาดฟ้าตึกนั้นด้วยล่ะ

เฮ้ย...เดี๋ยวแค่นั้นมันจะพอหรือ

พอแล้วแค่ดาดฟ้าก็พอ ที่เหลือฉันจัดการ…”

คิเคียว อยู่ไหม

แต่ทว่าในขณะที่คุยธุระสำคัญกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงใสๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งร้องเจื้อยแจ้วสอดแทรกการสนทนาก่อนที่นักสืบหนุ่มจะทันได้พูดจบลง ส่งผลให้ทั้งสองต้องเหลียวหน้าไปพร้อมกันตามเสียงที่ว่านั่นทันทีแบบไม่ได้นัดหมาย

ถึงแม้มันจะมีผนังหนาๆ สีขาวขุ่นกั้นเอาไว้ก็ตาม นัยน์ตาสีเทาหรี่เพ่งมองดูกำแพงที่ว่างเปล่าราวกับว่ามันจะสามารถจ้องมองทะลุออกไปได้ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเอือมระอาเต็มทน

ไอ้เคียว แกเข้ามาเมื่อกี้นี้ทำไมไม่ปิดประตูใหญ่วะ

จะบ้ารึไง แกเห็นฉันเป็นคนสะเพร่าขนาดนั้นรึไง

แล้วยายนั่นเข้ามาได้ยังไง

แกก็น่าจะรู้นี่ว่าไม่มีอะไรที่ขัดขวางคนบ้าพรรณนั้นได้

คิเคียว แอล คูเปอร์ พึมพำออกมาเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าเจ้าของเสียงปริศนานั่นเป็นใคร นัยน์ตาสีรัตติกาลเรียบนิ่งแต่ก็เจือไปด้วยความเอือมระอาอยู่ภายใน ถึงการเข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของบุคคลที่ตัวเขานั้นไม่ได้รับเชิญ

โดยที่ยายคนนั้นที่พวกเขาพูดถึง ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกเสียจากนักข่าวสาวเจ้าปัญหา อย่าง มารีเนต สเตล่า เหยี่ยวข่าวสาวมือฉมัง แถมยังเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ชอบแวะเวียนมาขอทำข่าวเป็นประจำ เป็นนักขุดคุ้ยทุกอย่างเบื้องหน้าและเบื้องหลังไม่ต่างอะไรกับมอดที่ชอบชอนไช

งั้นแกก็ออกไปรับยายนั่นก่อนที่จะเดินไปที่อื่นเถอะ

แกไปสิฉันเบื่อหน้ายายบ้านั่นเต็มทนแล้ว

จะบ้ารึไงยายนั่นเรียกชื่อแกนะ จะให้คนที่ไม่ถูกเรียกชื่อไปหาได้ยังไงเล่าศัลยแพทย์หนุ่มพูดออกมาลอยๆ อย่างไม่ใส่ใจ ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มออกมาแบบร้ายๆ แล้วเดินไปทำแผลให้แมวต่ออย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดอย่างไม่แยแสว่า อีกอย่าง ฉันยังทำแผลให้ไอ้ตัวนี้ไม่เสร็จเลย

เออก็ได้วะไปก็ได้ ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หมอคิเคียว แอล คูปอร์ พูดออกไปแบบตัดรำคาญ ก่อนจะกลอกสายตาขึ้นลงอย่างหมดอารมณ์ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ แล้วเดินออกไปแต่ก็ไม่วายหันกลับไปที่เพื่อนร่วมชายคาเพื่อเน้นย้ำคำพูดเมื่อครู่นี้ อย่าลืมเรื่องที่ให้จัดการด้วยล่ะ

เออไม่ลืมหรอก แกก็รีบๆ จัดการลากยายบ้านั่นไปเก็บด้วยก็แล้วกัน

สิ้นคำตอบรับของศัลยแพทย์หนุ่ม คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็โคลงศีรษะไปมาแบบเอือมระอาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เขารีบเดินออกไปจากห้องทำงานของเพื่อนร่วมชายคา เพื่อไปหาเหยี่ยวข่าวสาวเจ้าปัญหา ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเดินทะเล่อทะล่าไปถึงไหนต่อไหน จนไปเจอสิ่งที่ไม่อยากให้เจอ

โดยที่หญิงสาวผู้มาเยือนนั้น อยู่ในชุดไปรเวทแบบสบาย ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนแล้วพับครึ่งแขนไว้ สวมคู่กับกางเกงยีนทรงสกินนี่สียีนส์แต่งขาดแบบเก๋ๆ ส่งผลให้เจ้าตัวดูมีเสน่ห์ออกแนวเท่ห์มากกว่าสวย เธอสะพายกระเป๋าเป้ที่เก็บอุปกรณ์คู่ใจ ผมสีน้ำตาลเข้มยาวสยายถึงกลางหลัง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนภายใต้กรอบแว่นหนาๆ มองรอบบ้านอย่างระวัง ก็เธอนั้นกำลังแอบลักลอบเข้ามา แบบที่เจ้าของบ้านไม่ได้เชิญ

ที่มารีเนตต้องทำตัวแบบนี้ ก็เพราะตั้งแต่ได้รู้จักกับ คู่หู อย่าง คิเคียว แอล คูเปอร์ และไบรอัน โรโกโซพนั้น เธอก็แอบทำกุญแจบ้านของเขาทั้งคู่เก็บเอาไว้ มันมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกค้างคาอยู่ในใจ ถึงเบื้องหลังของคนทั้งคู่ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่ ซึ่งตนเองนั้นกะไว้ว่าถ้าคนพวกนี้เผลอและมีโอกาสอำนวยเมื่อไร ก็จะแอบเข้ามาขุดคุ้ยเรื่องของทั้งสองคนทันที

ถึงเห็นเป็นแบบนี้เธอก็รู้จักกับทั้งสองคนมา นี้ก็จะย่างเข้าปีที่หกอีกไม่กี่วัน แต่ไม่ว่าจะพยายามหาทางเข้ามาสักกี่หน ก็ยังไม่สามารถแอบเข้ามาโดยไม่ให้คนในบ้านหลังนี้รู้ตัวได้เลย เพราะเวลาที่สองคนนี้ไม่อยู่ทีไร พวกเขาก็จะเปลี่ยนกุญแจและติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาทุกที

วันนี้ก็เช่นกันเธอกะจะลักลอบเข้ามาขุดคุ้ยเรื่องราวของพวกเขาอีกเช่นเคย เพราะจำได้ว่าสองคนนั้นไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วยังไม่กลับมา แต่พอเปิดรั้วเข้ามาเป็นต้องชะงักทุกสิ่งอย่างไว้ เมื่อตัวเองเปิดประตูรั้วมาได้ก็ดันไปเห็นดูคาติ มอนสเตอร์ หนึ่งพันหนึ่งร้อย อีโว ซูปเปอร์ไบค์ คู่ใจของนักสืบหนุ่มจอดอยู่ในรั้วหน้าประตูบ้านตัวเอง

โธ่ ไอ้เราอุตส่าห์ดีใจที่เปิดเข้ามาได้

เธอบ่นพึมพำออกมาทันทีที่เห็นรถคันนั้น ก่อนจะยกพวงกุญแจที่แอบก๊อบปี้เก็บเอาไว้หลายสิบดอกขึ้นมาดู พลางกลอกตาขึ้นลงอย่างปลงๆ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

เธอเดินเข้ามาพลางพึมพำกับตัวเองว่าเจ้าที่บ้านนี้ดันอยู่ซะนี่ มิน่าล่ะเข้ามาได้ง้ายง่ายแบบนี้สงสัยงานนี้คงต้องแอบมาทำกุญแจใหม่อีกแล้วสิเราจบคำมาริเนตก็ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ ให้เต็มปอดเพื่อเพิ่มความมั่นใจที่แอบย่องเข้ามาให้ตัวเองเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เอาวะไหนๆ ก็แอบเข้ามาโดยไม่ได้ขอเจ้าที่เจ้าทางแล้ว งั้นขอลองเรียกดูหน่อยเผื่อเจ้าพวกนั้นอาจจะไม่อยู่ก็ได้ ถ้าไม่อยู่จริงก็เสร็จเราล่ะทีนี้

คิเคียว อยู่ไหมมาริเนตหัวเราะหึๆ อยู่ในใจ ก่อนจะตะโกนเรียกคนที่อยู่ข้างในทันทีที่ความคิดแสนเจ้าเล่ห์นั่นจบลง พลางเดินเตร็ดเตร่เข้ามาภายในตัวบ้านแบบถือวิสาสะ โดยไม่สนว่าเจ้าที่บ้านหลังนี้จะอนุญาตหรือไม่ เธอเดินทอดน่องเข้าไปภายในบ้านอย่างสบายใจ โดยไม่รู้เลยสักนิดว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมอง

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสอดส่ายไปมา มองซ้ายมองขวาเพื่อดูสิ่งใหม่ๆ ที่บางครั้งเธอเองก็ไม่เคยเห็น ก่อนจะเดินเข้าห้องนู้นออกห้องนี้ตามประสาคนที่เคยเข้ามาสำรวจเป็นประจำ

อะ แฮ่ม

แต่ขณะที่มารีเนตกำลังเดินดูสิ่งต่างๆ ด้วยความตื่นเต้นอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงกระแอมดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้ตัวเธอนั้นต้องชะงักฝีเท้าและการกระทำทุกอย่างลง

ก่อนจะหันกลับไปก็เห็นได้ว่า เจ้าของชื่อที่เธอตะโกนเรียกโหวกเหวกอยู่เมื่อครู่กำลังยืนกอดอกอยู่พิงกำแพงอยู่นิ่งๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลมองมาที่เธอฉายแววเรียบเฉยจนยากที่จะอ่านความรู้สึกใดๆ ออกมา

นะนายปีศาจหน้าตายยืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร

คำแรกที่หลุดออกจากริมฝีปากรูปกระจับ พูดออกมาได้เพียงเท่านั้น หลังจากที่เจ้าตัวนั้นรู้สึกตกใจแบบสุดขีดเหมือนทำผิดบาปอย่างร้ายแรงมาแล้วโดนจับได้แบบคาหนังคาเขา ใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดลงไปเต้นอยู่ข้างๆ เท้า แต่ตัวเธอนั้นก็พยายามปรับปฏิกิริยาของตัวเองให้เป็นปรกติดังเดิม

ก็ตั้งแต่เธอเดินสำรวจบ้านคนอื่นเขาตามใจชอบนั่นแหละ

ตั้งแต่แรกเลยเหรอมารีเนตพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองคู่กรณีแล้วยิ้มแหยๆ ขัดตาทัพออกมา พอดีเดินเล่นอยู่แล้วมันปวดห้องน้ำเลยกะว่าจะมาหาห้องน้ำ แล้วแล้วคือแบบมันเดินหลงทางมาโผล่ที่นี่ได้ยังไงก็ไม่รู้ ก็เลยตะโกนเรียกจะถามทางสักหน่อย แฮะๆ

แก้ตัวน้ำขุ่นๆคิเคียว แอล คูเปอร์ พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะหรี่ตามองไปยังคู่สนทนา เมื่อไรนะเธอจะเลิกแอบย่องเข้ามาในบ้านคนอื่นสักที ถ้าเธอมีธุระก็นัดล่วงหน้าสิไม่ใช่แอบย่องเข้ามาแบบนี้

ไม่ได้ย่องสักหน่อย ฉันบอกแล้วว่าหลงทางก็หลงทางเซ่ แถมยังเรียกพวกนายแล้วด้วย

ไอ้ที่เรียกชื่อโหวกเหวกนั่นน่ะเหรอที่บอกว่าเรียกแล้ว

ก็ใช่น่ะสิมารีเนตตอบสวนกลับแบบทันที ที่คู่สนทนาทำท่าทางเอือมระอาออกมา มือทั้งสองข้างยกขึ้นมากอดอกแบบไม่ยอมแพ้ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องเขม็งไปยังคนตรงหน้าฉายแววคุกรุ่นอยู่ในที เลิกจับผิดฉันสักทีเซ่

เมื่อเห็นท่าทีของคนตรงหน้า คิเคียว แอล คูเปอร์ ถึงกับถอนลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างปลงๆ แล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอย่างยอมแพ้ให้กับท่าทีที่ไม่ยอมใครง่ายๆ ของคู่สนทนาโอเค ฉันไม่เถียงเธอแล้วก็ได้

พอเห็นท่าทางปลงๆ ของคนตรงหน้า ริมฝีปากรูปกระจับก็กระตุกยิ้มออกมาอย่างมีชัย ก่อนจะพูดออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจว่ามันก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้วสิ

ว่าแต่เธอมีธุระอะไรถึงได้มานี่ล่ะเนี่ย

ก็รู้อยู่นี่ ฉันมาที่นี่ก็สืบเรื่องของพวกนายสองคนนั่นแหละ กะว่าจะย่องเข้ามาแบบไม่ให้รู้ตัวสักหน่อย แต่ที่ไหนได้ดันอยู่บ้านซะได้เธอพูดออกมาแบบไม่สนใจว่าจะมีใครตำหนิพฤติกรรมของตัวเองหรือไม่ พวกนายก็รู้นี่ว่าฉันสงสัยที่ไปที่มาของพวกนายทั้งคู่ว่ามันมีความเป็นมายังไงกันแน่ ถึงฉันจะรู้จักกับพวกนายตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัยก็เถอะ แต่ยังไงซะทีไปที่มาของพวกนายมันก็ยังคลุมเครืออยู่ดี

ก็เล่าไปตั้งหลายครั้งแล้วไม่ใช่รึไง ว่า พ่อแม่ฉันกับพ่อแม่ไอ้หมอ…”

คิเคียว แอล คูเปอร์ พูดยังไม่ทันจะจบประโยคดี ก็มีเสียงใสๆ ของมารีเนตพูดแทรกต่อขึ้นมาว่าเป็นหุ้นส่วนกันแล้วบังเอิญวันนั้นไปเที่ยวด้วยกันกับบริษัท แต่โชคร้ายรถที่ครอบครัวของนายกับครอบครัวของหมอเซนดันมาประสบอุบัติเหตุทำให้พ่อแม่ของพวกนายเสียชีวิตพร้อมกันทั้งสี่คน เหลือแค่พวกนายสองคนที่รอดมาได้ แบบนั้นสินะเธอพูดต่อข้อความของคนตรงหน้าให้จนจบประโยค แบบไม่แยแสเลยสักนิดว่าจะมีแววตาตำหนิติเตียนส่งมาให้ ก่อนจะทำสีหน้าเบื่อหน่ายแบบเอือมระอากับเรื่องที่ได้ฟัง เรื่องนี้ฉันฟังมาจนเอียนแล้วรู้ไว้ซะด้วย แต่ขอบอกเลยว่ายังไงฉันก็ไม่เชื่อหรอก

นั่นมันก็เรื่องของเธอเขาพูดพึมพำออกมา นัยน์ตาสีรัตติกาลมองคู่สนทนาอย่างเงียบๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า เพื่อนสาวของเขาคนนี้ชื่นชอบบุรุษแห่งราตรีมากแค่ไหน เพราะทุกที่ที่ ไนท์ วอล์เกอร์ ไป จะต้องมียายคนนี้อยู่ด้วยราวกับเป็นเงาตามตัว เออว่าแต่ไหนๆ เธอก็มาแล้ว ขอถามอะไรหน่อยสิ

ถามถามเรื่องอะไรล่ะ ถ้าถามว่าขุดเรื่องพวกนายไปถึงไหนแล้วล่ะก็นะ ขอตอบเลยว่าความคืบหน้ายังหยุดอยู่แค่หน้าประตูบ้านพวกนายเท่านั้นแหละ

เปล่าไม่ใช่เรื่องของพวกเราหรอกนักสืบหนุ่มพูดออกมา นัยน์ตาสีรัตติกาลมองคู่สนทนาฉายแววเรียบนิ่งจนยากที่จะคาดเดาความคิดใดๆ ที่อยู่ภายใน ก่อนจะพูดออกมาลอยๆ ว่า เรื่องที่ฉันอยากรู้คือข่าวเกี่ยวกับ ไอ้ไนท์ วอล์ก เกอร์นั่นต่างหาก

คนแบบนายนี่นะ จะสนใจคดี ของ ไนท์ วอล์กเกอร์มารีเนตพูดออกมาทันทีที่คู่สนทนาพูดจบลง ก่อนจะหรี่ตามองไปยังนัยน์ตาสีรัตติกาลของคนตรงหน้าด้วยความสงสัย จะไม่ให้เธอสงสัยได้อย่างไร ก็ตั้งแต่รู้จักกันมาเพื่อนชายของเธอคนนี้ แต่ไหนแต่ไรไม่เคยแยแสข่าวเกี่ยวกับ ไนท์ วอล์กเกอร์ เลยสักนิดเดียว เธอพยายามเพ่งมองดูความคิดที่อยู่ภายในก้นบึ้งในใจของเขา แต่พยายามล้วงลึกเท่าไรก็เจอแต่ความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความรู้สึกใดๆ ปนออกมา เมื่อไม่ได้คำตอบทางสายตา ก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างยอมแพ้ พลางพูดออกมาว่า ทุกทีไม่เห็นสนใจเลยนี่นา

ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักหรอก นอกจากคดีล่าสุดที่มันพึ่งไปขโมยสร้อยพลอยสองร้อยกว่ากะรัตเมื่อวันก่อนเท่านั้นแหละ

อะไรทำให้นายสนใจคดีนั้น

ก็เห็นว่างวดนี้ ไอ้ ไนท์ วอล์กเกอร์ มันมาแบบแปลกๆ น่ะก็เลยอยากรู้ว่าทำไมคิเคียว แอล คูเปอร์ พูดออกมาแบบลอยๆ มือทั้งสองข้างมาเลื่อนจากกอดอกมาล้วงกระเป๋ากางเกงเอาไว้ เอาเป็นว่า เธอรู้อะไรเกี่ยวกับคดีนี้บ้างไหม

รู้สิ แล้วฉันก็ยังได้ ไฟล์กล้องวงจรปิดของวันเกิดเหตุมาด้วย

มารีเนตพูดออกมาเพียงแค่นั้น ก่อนจะเอื้อมเอากระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ข้างหลัง เลื่อนมาด้านหน้าแล้วรูดซิปด้วยความรวดเร็ว จากนั้นไม่นานก็ใช้มือล้วงหยิบเอาตลับซีดีขนาดเล็กขึ้นมาชูต่อหน้าคู่กรณี

เมื่อเห็นสิ่งที่ต้องการอยู่ตรงหน้า คิเคียว แอล คูเปอร์ ถึงกับยื่นมือไปคว้าเอาไว้แทบจะทันทีที่เห็นมัน ก่อนจะพูดออกมาว่างั้นขอดูหน่อยสิ

พอเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้า มารีเนต ถึงกับหลุดหัวเราะขำ พลางชักมือเข้ามาหาตัวก่อนที่มือของนักสืบเจ้าปัญหาจะทันได้หยิบมันไปอ๊ะๆ ข้าวสองมื้อ

เห็นแก่กิน

จะเอาหรือไม่เอา

เออโอเค สองมื้อก็สองมื้อ

เมื่อเห็นว่าคู่กรณีตอบตกลง มารีเนตจึงยื่นตลับแผ่นซีดีไปให้อ๊ะแต่ก็ยังไม่วายชักมือกลับก่อนที่คนตรงหน้าจะทันได้หยิบมัน พร้อมกับพูดออกมาว่า อย่าลืมที่สัญญาล่ะ

เออไม่ลืมหรอก ยืมก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาไปคืนพร้อมเลี้ยงข้าวด้วยเลย

อ้าวทำไมไม่เป็นเย็นนี้ล่ะฉันจะได้ล้างท้องรอ

ไม่ว่าง

จะไปไหนหรือบอกหน่อยสิ

เซ้าซี้จริงนะเธอ ฉันก็จะเคลียร์งานที่ค้างอยู่บ้านนี้นั่นแหละไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น

อ้าวเหรอ ว้าแย่จัง ไอ้เราอุตส่าห์ดีใจนึกว่าเย็นนี้จะได้เข้ามาล้วงความลับของพวกนายสองคนแล้วซะอีก

ทำตัวอย่างกับ ไนท์ วอล์ก เกอร์ เลยนะเธอเนี่ย

มันแน่อยู่แล้วก็ฉันเป็นแฟนคลับเขานี่ ใครๆ ก็อยากเห็นหน้าเขาทั้งนั้นแหละ รึว่านายไม่อยากรู้ว่าภายใต้หน้ากากสีดำนั่นจะซ่อนใบหน้าแบบไหนเอาไว้มารีเนตพูดออกมา นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉ่ำปรือ หวานหยดอย่างเผลอไผล ก่อนจะกลับมาเป็นปรกติดังเดิม เมื่อรู้สึกตัวตื่นจากห้วงภวังค์ รึว่านายไม่อยากรู้ละว่าหน้าตาที่แท้จริงของคนคนนั้นคือใคร

ไม่อยากรู้สักนิด

คิเคียว แอล คูเปอร์พูดออกมาแบบไม่ใส่ใจ นัยน์ตาสีรัตติกาลเหม่อมองออกไปแบบไร้จุดหมาย ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากออกมาบางๆ เมื่อนึกถึงความจริงบางอย่างที่รู้อยู่แก่ใจ

ฉันจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ ในเมื่อ ไนท์ วอล์กเกอร์ ก็คือฉันเอง

โธ่ ไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว ไหนๆ ก็ผิดหวังจากการมาขุดคุ้ยเรื่องของพวกนายแล้ว ฉันว่าฉันกลับบ้านไปนอนดีกว่า

มารีเนตโพล่งออกมา เมื่อเห็นท่าทีของคนตรงหน้าที่พยายามเพ่งมองยังไงก็ไม่อาจเข้าใจได้สักที ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างยอมแพ้ที่จะขุดคุ้ยเรื่องของพวกเขาในวันนี้แล้วจริงๆ

เอาสิเชิญตามสบาย

ไม่คิดจะรั้งไว้หน่อยรึไง

ไม่ล่ะคิเคียว แอล คูเปอร์ พูดออกมาเพียงแค่นั้น ก่อนจะไหวไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ พลางเดินสืบเท้าเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าคู่สนทนา นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเอาไว้ เพราะฉันเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องรั้งเธอเอาไว้นี่

ใช่สิพอได้สิ่งที่ต้องการก็ถีบหัวส่ง

ก็รู้นิสัยฉันอยู่แล้วนิว่าเป็นคนยังไง

จบคำคิเคียวก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน จากนั้นก็ยักคิ้วเข้มขึ้นข้างหนึ่งแบบกวนๆ เหมือนต้องการจะเน้นย้ำคำตอบของตัวเอง

เออฉันรู้อยู่แล้วแหละว่านายนิสัยเสียแค่ไหน

มารีเนตพูดกุกๆ กักๆ ออกมาแบบตื่นตกใจ ก่อนพยายามหลบสายตาของคนตรงหน้าที่จ้องมองมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็ไม่วายอมยิ้มน้อยๆ ออกมา

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคู่สนทนา คิเคียว แอล คูเปอร์ ก็เลยพูดออกมาแบบยิ้มๆ ว่าเอาเป็นว่า พรุ่งนี้เย็นทำตัวให้ว่างก็แล้วกันฉันจะไปรับ

เจ้าค่ะ คุณชาย

มารีเนตตอบรับแบบห้วนๆ กึ่งโกรธกึ่งดีใจ จนไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ที่อยู่ๆ เหมือนจะโดนคู่สนทนาแกล้ง ซึ่งนานๆ ทีเธอจะเห็นเขาทำท่าทีแบบนี้สักครั้ง จนเผลอตัวยิ้มน้อยๆ ออกมาแบบเผลอไผล ก่อนจะหุบยิ้มฉับลงแทบจะไม่ทัน เมื่อเหลือบเห็นนัยน์ตาสีรัตติกาลที่กำลังมองมาอยู่อย่างเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรกับท่าทางของเธอ พอตั้งสติได้มารีเนตจึงรีบหันหลังเพื่อกลบความรู้สึกปั่นป่วนในจิตใจแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นทันที

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

90 ความคิดเห็น