(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 29 : การเผชิญหน้า(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 ก.ย. 61


ราตรีที่ 4 การเผชิญหน้า

กาลเวลาล่วงเลยพ้นผ่าน ม่านแห่งรัตติกาลค่อยๆ ปกคลุม อาบย้อมเวิ้งฟ้าในยามราตรีให้เป็นสีดำ ความหฤหรรษ์ที่แต่งแต้มสีสันของเมืองในยามค่ำคืนต่างพากันเฉิดฉาย หมู่ผีเสื้อราตรีทั้งหลายก็พากันโบยบิน โลดแล่นไปกับท่วงทำนองและเสียงดนตรี

ทว่าความครึกครื้นนี้มีแค่เพียงในใจกลางตัวเมืองใหญ่ พื้นที่รอบนอกอันห่างไกลกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน ความมืดมิดปกคลุมไปทั่ว บรรยากาศโดยรอบเปล่าเปลี่ยว ราวกับว่ารอต้อนรับปีศาจร้าย ที่จะมาฉุดกระชากพรากเอาของสำคัญของหญิงสาวไปจากร่างกายในยามวิกาล

ส่งผลให้ในยามนี้มีเพียงเสียงของรองเท้าหุ้มส้นสองคู่กระทบพื้นเบาๆ โดยที่คู่หนึ่งนั้นเป็นของ คิเคียว แอล คูเปอร์ ที่กำลังเดินตามเงาของใครบางคน ที่จงใจให้ตัวเขานั้นต้องเดินตามไปอย่างใจเย็น

ชายหนุ่มจึงได้แต่สาวเท้ายาวๆ ไปเรื่อยๆ ตามเป้าหมาย โดยทิ้งระยะห่างเอาไว้ราวๆ สองร้อยเมตรเห็นจะได้ เขาอยู่ชุดฟอร์มสีดำสนิท แล้วใช้เงาของกำแพงที่สาดลงมาอำพรางตัว ส่งผลให้ร่างกายนั้นกลืนหายเข้าไปในบรรยากาศไม่ต่างจากเงา

เพราะหลังจากที่หมอเซนเดินออกไปจากห้องไป เขาก็ถูกผู้มาเยือนเข้ามาทักทายอีกหนราวกับจงใจ ส่งผลให้เริ่มรำคาญ และตัดสินใจไล่ตามคนที่แอบมาด่อมๆ มองๆ ไปทันที แต่ก่อนจะออกไปเขาก็ไม่ลืมกำชับให้เพื่อนร่วมชายคาช่วยดูแลห้องให้ด้วยเช่นกัน

นัยน์ตาสีรัตติกาลมองเป้าหมายคนสำคัญในครั้งนี้ ที่กำลังเดินไปด้านหน้าด้วยอัตราเร็วคงที่ ราวกับว่าชายคนนั้นกำลังรอให้เขาเดินตามไป

ใช่เราถูกล่อให้ตามไป และคงจะมีใครหนึ่งกลุ่มคนพวกนี้เข้าไปติดเครื่องดักฟังในห้องแล้วอย่างแน่นอน

เมื่อคิดขึ้นมาได้เขาก็เหยียดยิ้มในใจอย่างนึกขำ ในสิ่งที่เป้าหมายคนสำคัญทำออกมาให้เห็น ชายหนุ่มจึงตอบสนองความต้องการให้อย่างที่ควรจะเป็น เพื่อที่ต้องการรู้ให้ได้ว่าคนที่ล่อเขาออกมามีจุดประสงค์อะไร ส่งผลให้ต้องพยายามเดินตามไปเรื่อยๆ อย่างใจเย็น

เสียงถอดถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายดังออกมาเป็นระยะระยะ เมื่อเดินตามไปเท่าไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง และยังเดาจุดประสงค์ของคนที่อยู่ด้านหน้าไม่ได้สักที

เมื่อเดินตามชายปริศนามาได้ไกลพอสมควร และคิดว่าเป็นระยะที่ออกห่างจากที่พักมามากเกินไป คิเคียวจึงตัดสินใจเลิกทำตามความต้องการของเป้าหมายสักที

พอคิดได้แบบนี้ชายหนุ่มจึงหยุดการกระทำทั้งหมดลง จากนั้นเขาก็ยืนอยู่นิ่งๆ แล้วเอาหลังพิงกับผนังของกำแพง ก่อนจะเอามือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็ควักเอาซองบุหรี่ขึ้นมา 

ชายหนุ่มเคาะซองกระดาษนั้นสองสามครั้ง ก็เอาปากคาบบุหรี่มวนที่โผล่พ้นซองดังกล่าวออกมา เขาจุดไลท์เตอร์ตรงปลายอีกด้าน ก่อนจะดูดควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาให้เข้าไปในปากทันที แล้วปลดปล่อยมันออกมาอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับไม่ต้องการให้มลพิษนี้จางหายไป

ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วได้แต่ถอดถอนลมหายใจ พลางพึมพำออกมาเบาๆ ว่า เฮ้ยทำไมกัน ฉันถึงได้รู้สึกว่า จะมีปัญหามากมายวิ่งเข้ามาจนเลี่ยงไม่ได้จริงๆจบคำริมฝีปากบางก็ผุดรอยยิ้มเหนื่อยๆ ออกมา เขาโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วให้ปลายรองเท้าหนังสีดำขยี้เบาๆ หนึ่งที ก่อนจะยืนตัวตรงแล้วค่อยๆ เดินกลับไปทางเก่าอย่างใจเย็น

แต่ทว่าในขณะที่กำลังเดินทอดน่องเพื่อกลับไปที่โรงแรมอย่างช้าๆ อยู่นั้น ก็รู้สึกได้ว่าเหมือนมีใครบางคนเดินตามหลังมาด้วยเช่นกัน

ชายหนุ่มจึงเหลือบหางตามองไปทางด้านหลังอย่างระวัง สิ่งที่เห็นมีเพียงเงาตะคุ่มของใครคนหนึ่ง กำลังแอบหลบอยู่ตรงมุมของกำแพง

เมื่อเห็นดังนั้น คิเคียวก็เหยียดยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น แล้วพึมพำเบาๆ ว่า ฮึไม่เห็นตามไปต่อ ก็เลยมาตามเองสินะ” ก่อนจะทำเป็นก้าวเดินแบบเร่งๆ เพื่อล่อให้คนที่ตามหลังเขามาเดินตามไปอย่างไม่ทันระวังตัว

หลังจากนั้นชายหนุ่มจึงเร่งฝีเท้าขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะกลายเป็นวิ่ง ก่อนจะหาทางเร้นกายหายเข้าไปในมุมถนน เขาหยุดยืนรออยู่ตรงในซอกตึกเล็กๆ แล้วทำตัวไม่ต่างจากเงา เพื่อดักรอคนที่ตามมาด้วยใจที่สงบ

ส่งผลให้คนที่วิ่งตามมาไม่ทันได้เฉลียวใจคิดจึงวิ่งตามเข้ามา แล้วพึมพำออกมาเบาๆ ว่า รู้ตัวแล้วรึไงก่อนสอดส่ายสายตามองรอบๆ ด้านอย่างระวัง เพราะตัวเขานั้นก็รับรู้ได้ทันทีว่า เป้าหมายคนสำคัญที่สะกดรอยตามมาคงแอบมองอยู่ในเงามืดอย่างแน่นอน

หลังจากที่รอคอยอย่างใจเย็น พอสบโอกาสได้จังหวะระยะมือเอื้อมถึง คิเคียวจึงกระโดดเข้าไปหาเป้าหมายในทันที ก่อนจะยื่นแขนไปคว้าคอคนที่สะกดรอยตามตัวเขามา แล้วจัดการล็อกชายปริศนานั้นเอาไว้ คิเคียวพยายามออกแรงบีบแขนเพื่อไม่ให้ทั้งแขนและขาของเป้าหมายขยับไป พร้อมกับส่งเสียงลอดไรฟันออกมา คุณตามผมมาทำไม

ก็ไม่มีอะไรผมก็แค่อยากรู้จักคุณเพิ่มขึ้นเท่านั้นเองชายคนที่ถูกล็อกคอพูดขึ้นมา เขาเหลือบมองคิเคียวด้วยหางตาแล้วพูดต่ออีกว่า แต่คุณเองก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือผมสักเท่าไรเลย” จบคำชายที่อยู่ในการเกาะกุม ก็ใช้ขาข้างที่ยังพอขยับได้เตะเข้าไปที่ขาของคิเคียวอย่างแรง ก่อนจะจับจังหวะแล้วจับแขนที่รัดคอตัวเองเพื่อทุ่มร่างกายหนักๆ ที่เป็นภาระนี้ฟาดลงไปกับพื้นดิน

แต่คิเคียวก็รู้สึกได้ถึงภัยคุกคามเล็กๆ นี้ได้ เขาจึงเอี้ยวตัวปล่อยคอของคนที่ตามสะกดรอย เสียก่อนที่จะโดนทุ่มลงพื้นแบบไม่ทันได้ตังตัว เฮ้ๆ ให้คนแอบลอบเข้ามาในห้องคนอื่นเขา ล่อให้ตามไปเพื่อให้คนของตัวเองไปติดเครื่องดักฟัง" เขาบ่นเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะไหวไหล่ทั้งสองข้างอย่างกวนๆ "เท่านั้นยังไม่พอนะ ยังมีหน้ามาสะกดรอยตามผมมาอีกเมื่อเห็นว่าผมไม่เล่นตามแผนคุณ แถมล่าสุดก็กะจะให้ผมลงไปนอนกลิ้งบนพื้นเล่นอีกแบบนี้ มันไม่เกินไปหน่อยรึไงครับ คุณออกัส อาเจง ลูปิน” 




เนื้อหาอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

90 ความคิดเห็น