(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 27 : ออกัส อาเจง ลูปิน(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

นั่นสินะนานเท่าไรแล้วที่เราไม่ได้เจอกับเธอ

 

คิเคียวบ่นในใจอย่างนึกขำหลังจากที่หลุดออกมาจากภวังค์ เขาเอามือลูบใบหน้าที่เปียกชื่นเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดฝักบัว แล้วคว้าเอาผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่บนราว มาพันร่างกายท่อนล่างอย่างลวกๆ พลางเดินออกมา

พอก้าวพ้นธรณีประตูห้องน้ำออกมาได้ไม่ทันไร ความรู้สึกบางอย่างก็กล้ำกรายเข้ามาในจิตใจ จนรู้สึกได้ถึงภัยคุกคาม

เจ้าของนัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองไปมารอบๆ กายอย่างระวัง ก่อนสายตานั้นจะไปหยุดอยู่ตรงผืนผ้าม่านสีฟ้าสดใส ที่ปิดกั้นแสงแดดจากระเบียงด้านหลังเอาไว้

เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงค่อยๆ ย่างเท้าเข้าไปยังจุดต้องสงสัยอย่างแผ่วเบา แล้วกระชากผ้าม่านให้เปิดออกเมื่อเดินมาถึงทันที แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงความว่างเปล่าของชานระเบียง

คิเคียวจึงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ออกไป สิ่งที่สัมผัสได้มีเพียงสายลมเอื่อยๆ ที่พัดอย่างบางเบาเข้ามาปะทะตรงใบหน้า และมันก็พากลิ่นหอมอ่อนๆ ของยาเส้นชนิดหนึ่งเข้ามาด้วยเช่นกัน 

ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินไปที่ผนังด้านข้าง เพื่อเอียงตัวมองระเบียงห้องที่อยู่ติดกัน พอทำแบบนั้นแล้ว สิ่งที่เห็นก็มีเพียงแต่ความว่างเปล่า ไม่มีภัยคุกคามอย่างที่ควรจะเป็น

เมื่อสิ่งที่ได้ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เขาจึงแหงนหน้ามองไปยังระเบียงชั้นบนแล้วพึมพำเบาๆ “ฉันคงคิดไปเองสินะ” ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาอย่างบางเบา แล้วก็ยกเลิกการตามหาของแปลกปลอมที่แสนจะน่าเบื่อหน่ายนี้ลง จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อจัดการกับตนเอง

ก๊อกๆ

แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา ส่งผลให้ต้องหยุดชะงักการทำภารกิจส่วนตัวลง ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายจากเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าก็ตรงไปยังหน้าประตูแทน เมื่อเดินมาถึงคิเคียวจึงมองลอดผ่านตาแมวเพื่อดูว่าใครมา

สิ่งที่เห็นตรงช่องเล็กๆ บนบานประตู ก็ทำให้รู้ว่า คนที่มาเคาะขัดจังหวะนั้น คือเพื่อนร่วมชายคาของตน โดยที่ในมือข้างหนึ่งของผู้มาใหม่นั้น ถือแผ่นกระดาษเอาไว้ กำลังยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล 

เมื่อเห็นดังนั้นคิเคียวจึงเอื้อมมือไปลูกบิดประตูทันที เพื่อเปิดสิ่งที่ขวางกั้นพวกเขาทั้งสองคน ทั้งๆ ที่ตัวเองยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยแม้แต่ชิ้นเดียว พอบานประตูถูกเปิดออกมา สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือหน้าตาบอกบุญไม่รับของเพื่อนร่วมชายคา ซึ่งกำลังไล่สายตามองมาที่เขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาแบบเอือมๆ

เพราะสิ่งที่ศัลยแพทย์หนุ่มได้เห็น คือสภาพของเจ้าของห้อง ที่ทั้งเนื้อทั้งตัวนอกร่มผ้ามีแต่ริ้วรอยของบาดแผลฉกรรจ์ หมอหนุ่มมองดูเพื่อนร่วมชะตากรรมด้วยสายตาเอือมระอาเต็มทน แล้วโพล่งออกมาทันทีว่า อะไรของแกวะไอ้เคียว ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า แกก็รู้นี่หว่าเกิดใครมาเห็นเนื้อตัวในสภาพที่มีแต่รอยแผลไม่ต่างจากคนที่พึ่งทำสงครามมาอย่างแก เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้าเขาจะได้คิดว่าแกเป็นผู้ก่อการร้ายเอา

โทษทีว่ะ พอดีฉันคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่น่ะเลยลืมตัว

อย่างแกนี่นะลืมตัวศัลยแพทย์หนุ่มพูดทวนคำ เขาหรี่ตามองหน้าคู่สนทนา แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ ว่า รีบๆ ไปใส่เสื้อผ้าไปเกิดใครมาเห็นเข้ามันไม่ใช่เรื่องดีเลยว่ะ

อะไรมันทำให้แกเป็นได้ถึงขนาดนี้วะคิเคียว

ฉันเข้าใจแล้วน่าคิเคียวพูดพึมพำออกมาอย่างตัดรำคาญ ก่อนจะกวาดสายตาไปมาโดยรอบจนทั่ว แล้วแหงนมองบนผนังและเพดานก็เห็นได้ว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่เพียงจุดเดียว คิเคียวจึงยื่นมือไปชี้กล้องตัวนั้นแล้ว พูดเบาๆ "เพื่อความสบายใจของแก งั้นฝากแกลบภาพของฉันด้วยแล้วกัน และที่สำคัญคุณหมอเชิญเข้าห้องมาได้แล้วอย่ามัวยืนทื่ออยู่หน้าประตู

เมื่อเห็นท่าทางของคู่สนทนา ศัลยแพทย์ก็หันไปตามคำบอกกล่าว แล้วถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ ทันที เออให้มันได้แบบนี้สิ เดี๋ยวจัดการให้แล้วแกเองก็อย่าเผลออะไรแบบไม่เข้าท่านี้อีกล่ะ

รู้แล้วน่า

จบคำคิเคียวก็ขยับตัวเล็กน้อยให้ศัลยแพทย์หนุ่มเดินเข้ามา จากนั้นเจ้าของห้องจัดการปิดประตูลง ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้มที่กองอยู่ในตู้ขึ้นมาสวมทันที ว่าแต่แกเถอะมีธุระอะไร

ก็เรื่องที่แกให้ไปหานั่นแหละศัลยแพทย์หนุ่มพูดออกมา เขาเดินเข้าไปหาคิเคียวที่กำลังง่วนอยู่กับการติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า ก่อนจะยืนเอกสารบางอย่างให้ไป     

พอเห็นดังนั้นคิเคียวจึงยืนมือมารับมันเอาไว้ เขากวาดสายตามองดูเอกสารแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วพูดพึมพำเบาๆ ว่า หมอนั่นชื่อ ออกัส อาเจง ลูปิน ได้มาแค่นี้น่ะเหรอก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนร่วมชายคา นอกนั้นไม่มีประวัติอะไรเลย แม้กระทั้งการก่ออาชญากรรม

 “ก็อย่างที่เห็นฉันมีปัญญาหาได้แค่นี้แหละก่อนจะไหวไหล่น้อยๆ ออกมาอย่างจนปัญญาแล้วจริงๆ ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ทางนั้นก็ปกปิดข้อมูลของผู้ชายคนนี้น่าดู

มันเป็นแบบนี้เองสินะคิเคียวพูดพึมพำออกมาเบาๆ เขามองชื่อของชายคนดังกล่าวอย่างพิจารณา "ถ้าไม่มีอะไรเลยแบบนี้ คงเป็นใครสักคนที่คนพวกนั้นส่งมา"

ยังไงวะฉันไม่เข้าใจ

ถ้าให้ฉันลองคิดดูคิเคียวพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษคืนให้เพื่อนร่วมชายคา ผู้ชายคนนี้คงเป็นคนในหน่วยข่าวกรองของประเทศ มาเพื่อสืบเรื่องคดีมือสังหารที่เกิดขึ้นอย่างลับๆ นั่นแหละ

แล้วแบบนี้งานของเรา

แต่ยังไม่ทันที่หมอเซนจะพูดจบดี คิเคียวก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อนว่า ไม่ต้องกังวลไป พวกเราจะไม่ไปก้าวก่ายงานของหมอนั่นแน่นอน เราอยู่ส่วนเรา เขาอยู่ส่วนเขา คงไม่มีทางได้เจอกัน” จบคำรอยยิ้มเย็นชาก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าที่เฉยเมย

ถ้าเป็นแบบที่แกคิดคงจะดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #89 87122~~¶ (@TARN2017) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 17:29

    เราก็รู้นะคะไรท์ ว่านิยายเรื่องนี้เป็นแนวสืบสวนสอบสวน แต่......มันก็ทำให้เราอดจิ้นหมอกะนักสืบไม่ได้เลยค่ะ
    #89
    1
    • #89-1 วาฬสีเทา. (@parn1112) (จากตอนที่ 27)
      26 สิงหาคม 2561 / 21:20
      นั่นสิ ขนาดคนเขียนยังจิ้นเลย ><
      #89-1
  2. #62 slimebox (@slimebox) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 05:34
    คิเคียวอ่อยอ่า 555+
    #62
    0