(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 24 : ความบังเอิญหรือจงใจ(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.ค. 61

หลังจากนั้นไม่นานพวกตำรวจและเหล่ารถพยาบาลก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุดังกล่าว เสียงอึกทึกเซ็งแซ่ฟังไม่ได้ศัพท์ของบรรดาเจ้าหน้าทีก็ดังขึ้นมา ส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบที่ก่อนหน้านี้มีแต่ความเงียบสงัดดูคึกคักขึ้นมาในทันที แต่ความวุ่นวายอลหม่านในครั้งนี้ กลับแฝงไปด้วยสายตาที่หวาดกลัวของผู้คน

        โอ๊ยนี่มันรายที่สาม ในรอบอาทิตย์นี้แล้วนะเนี่ย กะจะไม่ให้หยุดพักกันเลยหรือไงเสียงนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งสบถออกมาเบาๆ โดยที่เขาอยู่ในชุดฟอร์มเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำสนิทแล้วสวมเสื้อโค้ทสีเขียวอ่อนทับอีกที แล้วกำลังอ่านเอกสารบางอย่างที่ถืออยู่ในมืออยู่ปึกหนึ่ง 

          ก่อนจะยกเอามือที่สวมถุงมือยางเอาข้างหนึ่งขึ้นมาขยี้ศีรษะตัวเองไปมาอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นว่าข้อมูลที่ได้มาไม่มีประโยชน์อะไรไปกว่าที่เคย จึงได้แต่มองของในมือด้วยสายตาที่ปลงๆ

         จากนั้นนายตำรวจจึงเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานคนหนึ่ง ที่กำลังนั่งก้มๆ เงยๆ อยู่รอบรอบที่เกิดเหตุด้วยความรวดเร็วได้เรื่องอะไรบ้างไหมจ่า ก่อนจะยื่นมือที่สวมถุงมือยางสีขาวไปหยิบถุงซิปล็อคที่วางไว้ข้างๆ กายของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานขึ้นมาดู

         ก็อย่างที่คุณเห็นนั่นแหละครับสารวัตรเมสัน ไม่มีอะไรเลยนอกจากกองเลือดกับรอยกรีดที่น่าสะอิดสะเอียนพวกนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเอี้ยวหลังหันมาพูดกับสารวัตรเจ้าของคดี ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอย่างจนปัญญาที่ไม่สามารถหาของสำคัญไปมากกว่าที่เห็น แล้วหันกลับไปกลับไปคีบชิ้นส่วนที่คาดว่าจะพอเป็นหลักฐานได้ ข้างๆ ตัวศพอย่างใจเย็นตามเดิม

         เมื่อเห็นดังนั้นสารวัตรเจ้าของคดีก็ได้แต่ถอดถอนลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย แล้วพึมพำเบาๆ ว่า นี่มันคดีบ้าอะไร ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกนี้ก็ไม่เจออะไร เพราะทุกครั้งที่ฆาตกรก่อคดีขึ้นมา กล้องวงจรปิดแถวนี้เป็นอันต้องเจ๊งทุกครั้งให้ได้เลยสิน่าก่อนจะเอาเท้าเตะอัดเข้ากำแพงอิฐของตึกหลังหนึ่งอย่างหัวเสีย แล้วเดินไปตรวจสอบรอบรอบที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง

         และในขณะที่เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังง่วนอยู่กับการจัดการกับที่เกิดเหตอยู่นั้นเอง คิเคียวและหมอเซนก็เดินทางมาถึงโรงแรมที่ตั้งอยู่ในย่านนั้นพอดี เพราะหลังจากที่รู้ที่อยู่ของอดีตเพื่อนสมัยเด็กอย่างวาเลนเซียว่าอยู่ที่ไหนเป็นที่สุดท้ายเมื่อสิบปีที่แล้ว จนมั่นใจว่าไม่มีข้อมูลคลาดเคลื่อนแน่นนอน

ก็จัดการกับเอกสารส่วนตัว และเตรียมของที่ต้องใช้จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนึ่งวันให้หลังจากนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็เดินทางมาถึง โรงแรมที่จองไว้ล่วงหน้าทันที แต่ด้วยความบังเอิญอย่างร้ายกาจหรือโชคชะตากลั่นแกล้งไม่อาจเดาได้ ทำให้โรงแรมที่ทั้งสองคนพักอยู่ อยู่ใกล้กับที่เกิดคดีฆาตกรรมพอดิบพอดี

“วันนี้ทำไมคนเยอะจัง” คิเคียวบ่นพึมพำออกมาเพียงแค่นั้น หลังจากลงจากรถแท็กซี่สีดำสนิท แล้วบังเอิญหันไปเห็นเข้าพอดี เขามองเหตุการณ์เหล่านั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหันกลับเก็บสัมภาระของตัวเองตามเดิม

“กระผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันนะขอรับไอ้คุณคิเคียว ถึงคุณจะถามกระผมไปก็ไม่ทราบอยู่ดี เพราะผมพึ่งมาถึงแถวนี้พร้อมๆ กับแก” ศัลยแพทย์หนุ่มพูดตอบกลับมาแบบหน้าตาย ก่อนจะหันไปมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วพึมพำออกมาเบาๆ ว่า “แต่เท่าที่ฉันรู้มา รู้สึกว่าละแวกใกล้นี้จะมีข่าวไม่ค่อยดีน่ะ”

“งั้นก็ช่างมันเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของเรา” คิเคียวพูดเพียงแค่นั้น ก็เดินหิ้วสัมภาระบางส่วนแล้วเดินเข้าไปด้านในของโรงแรม โดยไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกเลย

เมื่อเห็นการกระทำดังกล่าวอย่างไม่สนอีร้างข้างอีรมของเพื่อนร่วมชายคา หมอเซนก็ไหวไหล่พอเป็นพิธี ก่อนจะโคลงศีรษะอย่างปลงๆ แล้วหิ้วสัมภาระที่เหลือตามเข้าไป

พอเดินมาถึงบริเวณหน้าประตูใหญ่ ศัลยแพทย์หนุ่มก็แหงนมองขึ้นไปก็เห็นได้ว่าโรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนสายที่สี่สิบสองเป็นตึกกลางเก่ากลางใหม่ ตัวโครงสร้างตึกถูกสร้างโดยการใช้อิฐแดงก่อขึ้นมา มีด้วยกันทั้งหมดห้าชั้น ตัวอาคารทอดยาวจากหัวมุมหนึ่งไปอีกหัวมุมหนึ่งของถนน ด้านหน้าประตูทางเข้ามีกระจกบานใหญ่ ซึ่งด้านบนของมันมีป้ายสีน้ำเงินเขียนชื่อของโรงแรม หมอเซนเผลอวิเคราะห์มองตัวอาคารสักครู่ใหญ่ พอรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป เขาก็ลอบยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ที่ติดนิสัยชอบมองนู่นมองนี่ของเพื่อนตัวเองมา

เมื่อเขาเดินเข้ามายังไม่พ้นธรณีประตูดี ก็ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมชายคาสนทนากับพนักงานต้อนรับว่า “เมื่อครู่ก่อนเดินเข้ามาในโรงแรม ผมเห็นมีคนมากผิดปกติ ออกันอยู่บริเวณหัวมุมถนนของอีกฝั่ง ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ คนเยอะเชียว”

หลังจากได้ยินคำถามที่ถามมา พนักงานต้อนรับก็หันซ้ายหันขวา แล้วยื่นหน้าเข้ามากระซิบให้พอได้ยินว่า “รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะ เมื่อเช้านี้มีคนถูกฆ่าตาย”

“ถูกฆ่าเหรอครับ”

“ใช่ครับถูกฆ่า” พนักงานต้อนรับกระซิบกระซาบอย่างระวัง “สภาพศพดูไม่จืดเลยครับ”

“งั้นแบบนี้แถวนี้ก็อันตรายแย่น่ะสิครับ”

“อย่าพึ่งคิดแบบนั้นสิครับ เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ผู้ชายอย่างเราๆ ฆาตกรเขาไม่แลหรอก”

“ผู้หญิง” คิเคียวพูดทวนคำ ก่อนจะทำหน้าฉงนปนสงสัย แต่เก็บความรู้สึกไว้แล้วพึมพำเบาๆ “แค่ผู้หญิงอย่างงั้นเหรอครับ”

“ใช่ครับผู้หญิง แถมผู้หญิงพวกนั้นยังเป็น” พูดเพียงแค่นั้น พนักงานต้อนรับก็ขยับตัวเข้ามาใกล้กับคิเคียวขึ้นอีก แล้วกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินแค่สองคนว่า “ก็เป็นผู้หญิงขายบริการอีกด้วยนะครับ เห็นว่ากันว่าผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อพวกนั้นส่วนใหญ่จะถูกกรีดที่หน้าท้อง แล้วฆาตกรก็จะควักเอาไปแค่” พนักงานต้อนรับพูดได้เพียงแค่นั้น คำพูดของเขาก็ถูกหยุดโดยใครบางคนที่พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อนว่า

“มดลูกสินะครับ”


อาจเข้ามาแก้ไขบางส่วนนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

90 ความคิดเห็น