(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 23 : ความบังเอิญหรือจงใจ(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 ก.ย. 61

        ราตรีที่ 2      

          ท่ามกลางลมหนาวปลายเดือนมกราคม หิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมถนนหนทางจนเป็นสีขาวโพลน บรรยากาศโดยรอบหนาวเย็นกว่าทุกวัน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเกิดติดขัดแต่อย่างใด หากคนเหล่านั้นรู้จักดูแลตัวเองได้ดีพอ ภยันตรายใดๆ ก็ไม่อาจคืบคลานเข้ามาได้ และที่สำคัญอากาศหนาวจับขั้วหัวใจแบบนี้นานทีปีหนจะเกิดขึ้นสักครั้ง

ส่งผลให้ยามเช้าของวันอาทิตย์ มีแสงแดดส่องสงลงมามากพอให้สามารถแยกกลางวันและกลางคืนออกจากกันได้ จึงทำให้ผู้คนที่อาศัยในละแวกนี้ออกจากบ้านมีบางตามากกว่าที่เป็น

พวกคนเหล่านั้นที่ออกมาเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็น ส่วนใหญ่จะพวกเขาจะออกมากวาดหิมะหน้าบ้านของตนเสียมากกว่า จึงไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่กำลังจะย่างกรายเข้ามาเลยแม้แต่คนเดียว

            และในความเงียบสงบนั้นเองก็มีชายคนหนึ่ง เขาสวมเสื้อสีมอๆ เขรอะไปด้วยฝุ่น เนื้อตัวสกปรกมอมแมม มีรอยแผลเก่าแผลใหม่ให้เห็นตามใบหน้า ผมบนศีรษะที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสีน้ำตาลทองบัดนี้กลับเป็นสีน้ำตาลคล้ำขมุขมอมยุ่งเหยิงรุงรัง กำลังเดินโซซัดโซเซไปตามทางเดิน เพื่อมองหาสิ่งของตกหล่นลงบนพื้นที่คาดว่าจะสามารถเอามาประทังชีวิตอยู่ได้ตามถนน ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างบนพื้นถนนไกลๆ ริมรั้วกำแพง

           ริมฝีปากหนาสีคล้ำเหยียดยิ้มออกมาบางๆ อย่างดีใจ เมื่อสิ่งที่เขาเห็นมันมีลักษณะคล้ายกับกระเป๋าสีครีมใบใหญ่ มันถูกวางเอาไว้ตรงสงบนิ่งอยู่ริมกำแพง ไร้คนสนใจโดยสิ้นเชิง ซึ่งของชิ้นนั้นมีหิมะตกลงมาใส่ จนกลบรูปลักษณ์บางส่วนไป เลยทำให้ไม่เป็นที่สังเกตจากคนเดินทางผ่านไปมา

พอได้เห็นสิ่งของดังกล่าวชายเร่ร่อนก็หันซ้ายหันขวา เพื่อดูจนแน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็น พลางกระหยิ่มยิ้มในใจเพราะคิดว่าของที่เห็นเป็นกระเป๋าสีครีมใบใหญ่ที่มีใครสักคนลืมทิ้งเอาไว้ และที่สำคัญของที่อยู่ข้างในกระเป๋าใบนั้น จะต้องเป็นมีของมีค่าอย่างแน่นอน

ชายเร่ร่อนจึงรีบสาวเท้ายาวๆ ก้าวเดินตรงไปยังเป้าหมายด้วยความรวดเร็ว เพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็นแล้วเก็บมันไปเสียก่อน ตัวนั้นจะทันได้เดินไปถึง

           ทว่าเมื่อสองเท้าย่างก้าวเข้ามาใกล้เป้าหมายเรื่อยๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้าดันไม่ใช่กระเป๋าสีครีมอย่างที่คิดไว้ แต่มันกลับเป็นเสื้อโอเวอร์โค๊ดสีครีมขาว ที่เหล่าบรรดาหญิงสาวนิยมสวมใส่กัน และที่สำคัญเจ้าของเสื้อตัวนั้นก็ยังคงสวมชุดดังกล่าวอยู่เลย

โดยที่หญิงสาวเจ้าของเสื้อตัวนี้ เธออยู่ในลักษณะนอนคู้ตะแคงหันหน้าเข้าหากำแพง เส้นผมสีบรอนทองถูกหิมะกลบเอาไว้จนมองไม่ออกว่ามันคือเส้นผม มีเพียงช่วงลำตัวที่สวมเสื้อโอเวอร์โค๊ดเท่านั้นที่โผล่พ้นเกล็ดน้ำแข็งออกมาให้เห็น จึงทำให้สังเกตได้ยากจากที่ไกลๆ

อะไรกันคนหรอกรึ

           เขาก่นด่าในใจอย่างผิดหวัง เมื่อรู้ว่าสิ่งที่กองอยู่ตรงพื้นไม่ใช่กระเป๋าใบใหญ่ที่มีของมีค่าอยู่มากมายอย่างที่คิดไว้ แต่กลับเป็นผู้หญิงนักเที่ยวขี้เมาคนหนึ่งกำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นหิมะไม่ได้สติเท่านั้นเอง

“คงเมาหัวราน้ำแล้วหลับอยู่ตรงนี้น่ะสิ” เขาบ่นพึมพำในใจอย่างไม่สบอารมณ์ แต่พอได้เห็นร่างไร้สตินอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว ไอ้ครั้นจะปล่อยทิ้งไว้ ให้นอนตากหิมะก็คงไม่ดี เขาจึงหันมองทางซ้ายทีหันมองทางขวาทีเพื่อเรียกคนแถวนั้นให้มาช่วย แต่ไม่ว่ามองไปทางหนก็แทบจะไม่มีคนสนใจเขาเลยสักคน “หวังว่าจะไม่หนาวตายซะก่อนนะ”

จากนั้นชายเร่ร่อนจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาหญิงสาวคนดังกล่าว ก่อนจะค่อยๆ ย่อกายลงนั่งยองๆ ข้างตัวเธอ พร้อมกับร้องเรียกเบาๆ ว่า “เฮ้คุณหญิงครับ มานอนทำไมแถวนี้ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” แต่ไม่ว่าจะร้องเรียกสักกี่หน ก็เห็นว่าไม่มีทีท่าว่าเจ้าหล่อนจะขยับร่างกายเลยสักนิดเดียว ชายเร่ร่อนจึงตัดสินใจก็เอื้อมมือไปหมายเขย่าร่างกายที่นอนแน่นิ่งให้รู้สึกตัว

แต่ทว่าพอร่างกายที่ไร้สติของหญิงสาวกำลังถูกเขย่า กลิ่นคาวของหิมะผสมกับคาวสนิมเหล็กก็โชยฟุ้งขึ้นมา ทำให้ชายเร่ร่อนรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของร่างกายนี้มีบางอย่างที่ผิดแปลกไป

และในขณะนั้นเองยังไม่ทันที่จะทันได้ทำอะไร ร่างที่ไร้สติก็ถูกแรงมือที่เขย่าแบบไม่ได้ตั้งใจจะดึงของชายเร่ร่อน พลิกร่างกายจนเปลี่ยนท่าทางไปเสียก่อน กลิ่นคาวบางอย่างฟุ้งกระจายออกมาปะทะกับจมูกแทบจะทันที ส่งผลให้สายตาของเขาเผลอเหลือบไปมองร่างไร้สติอย่างหวาดระแวง

พอได้เห็นทุกอย่างผ่านสายตา ส่งผลให้เขาถึงกับผงะ มือทั้งสองข้างอ่อนระโหยจนไม่มีแรงไปเสียดื้อๆ อยากจะกรีดร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ แต่เสียงเหล่านั้นกลับจุกอยู่ที่ลำคอจะพ่นคำพูดออกมาก็ทำไม่ได้ ใบหน้าถูกตรึงเอาไว้ด้วยแรงกดดันบางอย่าง จนทำให้ต้องเก็บรายละเอียดต่างๆ ที่เห็นแบบครบถ้วน ทั้งๆ ที่ใจนั้นไม่ได้อยากมองเลยแม้แต่นิดเดียว

เพราะสิ่งที่ชายเร่ร่อนเห็นตรงหน้า คือร่างของหญิงสาวนักท่องราตรีคนหนึ่ง ใบหน้าไร้สีเลือด ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ริมฝีปากซีดเซียวมีคราบเลือดหยดเล็กๆ จับตัวกันจนเป็นเกร็ดน้ำแข็งเพราะความหนาวเย็น

และพอได้ไล่สายตามองลงไปเรื่อยๆ ก็เห็นเข้ากับลิ่มเลือดขนาดที่จับตัวเป็นวุ้น กองอยู่รวมกันตรงหน้าท้องที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกอะไรบางอย่างทะลวงเป็นช่องโหว่ จนอวัยวะภายในไหลทะลักออกมา

ส่งผลให้คนที่เห็นสภาพดังกล่าวไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่า ตรงไหนเป็นเนื้อหนังของมนุษย์หรือเป็นเศษผ้าที่ถูกฉีกกระจุย ไม่มีแม้แต่สัญญาณของการหายใจ จึงรู้ได้ว่าร่างไร้สติตรงหน้าไม่หลงเหลือชีวิตให้ยื้ออีกต่อไป

ชายเร่ร่อนได้แต่นั่งมองร่างหญิงสาวนิ่งๆ ราวกับถูกสะกดไว้ ร่างกายหนักอึ้งไม่มีแรงแม้แต่คลานหนีออกมา ลมหายใจติดขัด สติสัมปชัญญะบางส่วนเริ่มขาดหายไป ก่อนจะทรุดล้มลงตรงนั้นด้วยความอ่อนแรง

"เฮ้...ตรงนั้นมีคนล้มลงไป"

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

90 ความคิดเห็น