(จบเล่ม 1) Night Walker หน้ากากรัตติกาล ภาค1 ปฐมบทแห่งจอมโจร

ตอนที่ 21 : ข้อมูลใหม่(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 มิ.ย. 61

เคียว เป็นอะไรของแกวะคิเคียว” เสียงของไบรอัน โรโกโซพ หรือหมอเซน เรียกชายหนุ่มที่กำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนโซฟา ไม่ต่างกับคนที่ใกล้จะขาดใจตาย ก่อนจะตะโกนข้างๆ หูอีกครั้งว่า “ไอ้คุณคิเคียว แอล คูเปอร์ ครับช่วยตื่นด้วยครับ” เมื่อเห็นว่า คนที่นอนดิ้นทุรนทุรายไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักที

โดยที่เซนคนนี้เป็นชายหนุ่มอายุ ยี่สิบหกปี อยู่ในชุดยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีเข้ม โดยสวมเสื้อกาวน์สีขาวทับอีกที ในมือถือแก้วกาแฟเอาไว้ เขาเขย่าร่างกายเพื่อนร่วมชายคาไปมาเพื่อปลุกให้ตื่นจากห้วงความฝัน ด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าเพื่อนตนนั้นนอนดิ้นทุรนทุรายไปมาอย่างทรมาน

ส่งผลทำให้ชายหนุ่มที่กำลังนอนดิ้นกระสับกระส่ายไปมา สะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันทีที่รู้สึกตัว เขาลุกขึ้นมานั่ง กหอบหายใจแบบถี่ๆ ราวกับวิ่งมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบกิโล ใบหน้าเรียบนิ่งบัดนี้เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองไปทั่วอย่างตกใจ

เขายกมือที่สั่นเทาทั้งสองข้างของตนขึ้นมาดู ก่อนจะเอามือข้างหนึ่งขึ้นมากุมปิดใบหน้าของตนไว้ แล้วบีบมือข้างนั้นลงบนใบหน้าอย่างแรงเพื่อระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ

ฝันว่าบ้าๆ แบบนี้อีกแล้วสินะ

ชายหนุ่มคิดในใจอย่างนึกขำ เขาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างรู้สึกสมเพชตัวเอง ที่ถูกอดีตเมื่อครั้งวัยเยาว์หลอกหลอนในความฝันนี้อีกครั้งเข้าจนได้  

จากนั้นก็เอามือข้างที่กุมหน้าตัวเอง เสยผมสีดำสนิทให้ขึ้นไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ส่งผลให้นัยน์ตาสีรัตติกาลเหลือบมองไปเห็น คนที่ยืนค้ำหัวมองเขาอยู่ข้างกายอย่างเงียบๆ อย่างศัลยแพทย์เพื่อนร่วมชายคาแบบไม่ได้ตั้งใจ

ไอ้หมอแกเองเหรอ

เป็นอะไรของแกวะนอนยังคนกำลังโดนบีบคอ” ศัลยแพทย์หนุ่มพูดออกมา ก่อนจะจ้องมองเข้าไปนัยน์ตาสีรัตติกาลของคู่สนทนา แล้วพูดพึมพำออกมาว่า “แกฝันอีกแล้วใช่ไหม

ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” เสียงคิเคียว แอล คูเปอร์ หรือ เคียว โพล่งออกมา หลังจากที่เห็นใบหน้าของเพื่อนร่วมชายคามองเข้ามานัยน์ตาหมายจะทะลวงความคิดจากด้านใน โดยที่เขาคนนี้เป็นชายหนุ่มอายุ ยี่สิบหกปี ผิวกร้านแดดราวกับผ่านกิจกรรมกลางแจ้งมาอย่างโชกโชน ใบหน้าเรียบนิ่ง มองไปยังคู่สนทนา ก่อนจะหลบสายตาของเพื่อร่วมชายคาอย่างไม่พอใจ “แกมาทำอะไรอยู่แถวนี้วะ

ก็มีเรื่องจะมาคุยกับแกนั่นแหละ แต่เห็นแกนอนดิ้นเหมือนปลาขาดน้ำ ก็เลยปลุกเพราะกลัวแกจะจมน้ำตายขึ้นมาจริงๆ

ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่า ก็แค่

แต่ยังไม่ทันที่คิเคียวจะพูดจบประโยคดี เสียงของศัลยแพทย์เพื่อนร่วมชายคาก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “ฝันแบบเดิมๆ ฝันที่ตามหลอกหลอนแกมาสิบแปดปีอย่างนั้นสินะ

อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปกว่าฉันหน่อยเลยน่า

คิเคียวพูดออกมาอย่างปัดรำคาญ นัยน์ตาสีรัตติกาลเหลือบมองบนอย่างอดไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเพื่อนยังมองมาที่เขาไม่ยอมวางสายตาสักที นักสืบหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตนเองทันทีเพื่อเบี่ยงประเด็น แล้วเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหาน้ำเปล่าในนั้นมาดื่ม เพื่อดับความวิตกกังวลที่มันกำลังก่อตัวขึ้นมาในจิตใจอย่างเงียบๆ ให้มันสงบลง เพราะตัวเขานั้นไม่ต้องการสูญเสียตัวตนไปเพียงแค่ความฝันในครั้งเยาว์วัย

แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวเดินไปไหน เสียงของเพื่อนร่วมชายคาก็ดังไล่หลังไม่ต่างจากเงาตามตัว อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลยนะคิเคียว แกจะปักอกปักใจหมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่มันเคยเกิดขึ้นมานานแล้วทำไมวะ

แกก็รู้นี่หว่าต่อให้ฉันพยายามลืมมันสักแค่ไหน แต่ตราบใดที่ฉันยังหาความจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นไม่ได้ มันก็ตามมาหลอกหลอนฉันอยู่แบบนี้นั่นแหละอย่าใส่ใจนักเลย” คิเคียวหันมาแยกเขี้ยวพูดกับคนที่ยืนรออยู่ด้านหลังอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเอามือลูบใบหน้าและเสยผมสีดำสนิทที่มันปรกหน้าปรกตาให้ขึ้นไปด้านบนอย่างไม่ใส่ใจ

แต่ก็ยังไม่วายโดนเพื่อนร่วมชายคา พูดตอกกลับมาแบบไม่สบอารมณ์ทันที “ก็ถ้าแกไม่นอนดิ้นทรมานเหมือนปลาขาดน้ำอยู่บนโซฟาแบบนี้แล้วก็นะ ฉันจะไม่สนใจแกเลยบอกไว้ก่อน

ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่าคิเคียวพูดแบบไม่ใส่ใจ เขายกขวดน้ำที่ค้นได้ในตู้เย็นขึ้นมาดื่มทันที ที่เปิดฝามันออกมาได้ ก่อนจะเหลือบมองคู่สนทนาอย่างสงสัยหลังจากที่ดื่มน้ำเข้าไปได้ครึ่งขวดพอดี “ว่าแต่แกเถอะมีอะไรถึงมาฉันล่ะ

เมื่อเห็นท่าทีที่เริ่มผ่อนคลายของนักสืบหนุ่ม ไบรอัน ก็เดินไปหยิบแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ หน้าโซฟาขึ้นมา แล้วยื่นไปให้คู่สนทนาทันที “เรื่องที่แกให้ฉันไปสืบหาข้อมูลของยายวาเลนเซีย เมื่อวันก่อนฉันได้มาแล้วนะ

เมื่อเห็นดังนั้น คิเคียว แอล คูเปอร์ จึงยื่นมือออกไปรับก่อนจะเปิดเอการเหล่านั้นอ่านอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวที่ตนเองนอนอยู่เมื่อครู่ แล้วเอาแต่จับจ้องตัวหนังสือที่เพื่อร่วมชายคาหามาได้ นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววหงุดหงิดออกมาทันที เมื่อเห็นอักษรบนแผ่นกระดาษผ่านสายตา

แกแน่ใจแล้วหรือวะ ว่านี่คือข้อมูลล่าสุดที่แกได้มา

ก็เออน่ะสิวะ ถ้าชื่อที่แกให้มาเป็นชื่อว่าวาเลนเซีย ครอเรียส ล่ะก็นะ นั่นก็เป็นข้อมูลล่าสุดของเธอ

หมอเซนตอบกลับไป ก่อนจะมองไปยังเอกสารในมือคู่สนทนาด้วยแววตาจนปัญญา เพราะเขานั้นไม่สามารถหาข้อมูลของคนที่เพื่อนตัวเองได้มากไปกว่านี้แล้วจริงๆ

แกแน่ใจแล้วนะโว้ย

เออก็บอกว่าแน่ใจ ก็แน่ใจสิวะคิเคียว ไอ้ข้อมูลล่าสุดที่ฉันหามาได้ คือยายวาเลนเซีย ของแกเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถไฟ” หมอหนุ่มกล่าวออกมา ฉันว่าแกจำผิดคนแล้วว่ะ

ไม่ผิดหรอกไอ้หมอ ยายนั่นคือวาเลนเซียจริงๆ ถ้าข้อมูลสุดท้ายบอกว่าตายไปเมื่อสิบปีที่แล้วก็แสดงว่า ยายบ้านั่น เข้าองค์กรที่พวกเราเคยอยู่มาตั้งสิบปีต่างหากล่ะ” คิเคียวพูดออกไป มือข้างหนึ่งก็พลิกแผ่นกระดาษไปมา เพื่ออ่านข้อมูลที่เพื่อนสนิทสืบหามาให้แบบใจจดใจจ่อ แต่ก็นึกเอะใจบางอย่างขึ้นมาได เขาจึงเงยหน้ามองคู่สนทนา “แล้วทำไมพวกเราถึงไม่เคยรู้ระแคะระคายเรื่องนี้เลย ทั้งๆ ที่พวกเราเองก็เคยอยู่ที่นั่นเหมือนกัน

แกอย่าลืมสิวะว่าองค์กรนั้นใหญ่แค่ไหน มีกี่ที่บ้างที่เรายังไม่รู้แล้วมีอีกกี่ที่ ที่เรายังไม่เคยไป

มันก็จริงริงของแก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

90 ความคิดเห็น