ตอนที่ 8 : CHAPTER8 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    13 ต.ค. 60


มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

CHAPTER8



     ผมตื่นขึ้นมาในช่วงสายของเช้าอันสดใส

     จริงๆก็ช่วงสายอันสดใสอ่ะ

     ผมตื่นขึ้นมาคนเดียวพร้อมกับความว่างเปล่าของคนร่างสูง

     สงสัยจะอยู่ห้องรับแขกมั้ง

     คิดดังนั้นผมก็เดินคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป ก่อนที่จะทำธุระส่วนตัวและใส่เสื้อผ้าที่อีกฝ่ายเตรียมให้

     สิบโมงสิบห้า! ตายละ เลยเวลาเรียนแล้วนี่

     ผมรีบวิ่งลออกไปด้านนอกห้อง ก่อนจะเจอกับใครอีกคนที่นั่งจิบกาแฟพลางดูโทรทัศน์ไปพลาง

     "คือคุณอชิตครับ เรื่องเรียนผม"

     "ฉันยกเลิกไอ้ธินแล้ว ทั้งมันก็ติดเควสผ้าตัด"

     เห้อ รอดไป

     โครก อ่า..สงสัยได้เวลากระเพาะทำงาน

     "คุณอชิตครับคือผมขอเข้าครัวได้ไหมครับ"

     "ทำอาหารเป็นรึไง"

     ก็ตอบอย่างมั่นใจเลยหละว่า

     "ไม่ครับ!"

     ผมบอกแล้วไงว่าผมอ่ะทำอาหารไม่เป็น แค่เข้าครัวกับคนเก่งๆก็ยังทำให้คนอื่นลำบากเลย

     แล้วถ้าเข้าครัวคนเดียวจะไม่ได้สร้างใหม่เลยเหรอ ดีไม่ดีสร้างใหม่ทั้งหลังอ่ะ

     คุณอชิตยืนขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว ผมจึงรีบตามอีกฝ่ายไป

     "วัตถุดิบไม่ค่อยมี เดี๋ยวฉันจะทำข้าวผัดหมูให้"

     หลังจากที่เจ้าตัวบอกผมก็โดนบังคับให้ไปนั่งที่โต๊ะทานอาหารในห้องรอ

     ผมมองท่าทางของเจ้าหนี้ตัวเองตั้งแต่หาวัตถุดิบ หุงข้าว หั่นผัก ซึ่งมันเพอร์เฟคมากๆเลยหละ

     ผู้ชายคนนี้เก่งทุกด้านจริงๆ

     แต่เรื่องรสชาติก็ไม่รู้แหละนะ

     ผมมองท่วงทีของอีกคนตอนที่นำข้าวลงไปผัดในกระทะ การจับกระทะแล้วกระตุกให้ข้าวลอยขึ้นที่เหมือนอย่างกับเชฟปลอมตัวมามันสุดยอดจริงๆ

     ผู้ชายคนนี้ตอนทำอาหารเป็นอะไรที่เท่ห์มากๆเลยหละ

     วกกลับมาที่ผมสิครับ นอกจากผอมแห้งแรงน้อย สูงก็ไม่เท่าเขา เรื่องการงานพวกนี้คะแนนแทบติดลบเลยต่างหาก

     แต่ดีนะที่คนมันหล่อ

     จ้องจนเพลินไปนาน รู้สึกตัวอีกทีข้าวผัดแสนน่ากินก็ถูกวางลงด้านหน้า กลิ่นหอมโชยมาแตะจมูกนั่นชั่งเย้ายวนให้ลิ้มลองซะจริงๆ

     "แล้วคุณอชิตทานข้าวเช้ารึยังครับ"

     "ฉันทานแล้วนายทานเถอะ"

     ผมนั่งกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนอีกคนก็ล้างเครื่องครัวที่ตนใช้ทำอาหาร

     ก่อนที่อีกฝ่ายจะมานั่งข้างผมที่กำลังตักข้าวผัดคำโตๆมาเข้าปาก

     จะมองอะไรเล่า อีกอย่างทำไมไม่ไปดูโทรทัศน์อยู่ข้างนอกนู่น

     ผมลดความเร็วในการกินและขนาดของข้าวแต่ละคำ เพื่อให้มันดูไม่น่ารังเกียจจนเกินไป

     ก็คนมันหิวจริงๆนี่

     "ทำไม..คุณไม่ไปนั่งเล่นข้างนอกหละครับ"

     "ฉันแค่อยากจะดูหมากินข้าวหนะ"

     หมา!?

     ผมโดนหลอกด่ารึเปล่าเนี่ย

     "ไม่มีใครบอกเหรอว่านายเหมือนลูกหมา"

     คนตรงข้ามเลิกคิ้วถามผม

     อ่าจริงๆมันก็มีแหละครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคุณแม่แหละที่เรียกผมว่าเจ้าลูกหมา

     แต่คุณอชิตนี่สิใช้คำว่า 'หมา' คำเดียวตอนแรกมันเหมือนด่ากันเห็นๆเลย

     "ก็นายหนะดื้อ ซน ไม่ฟังใคร เอาแต่ใจอยู่เรื่อย" ว่าจบเจ้าตัวก็ส่งนิ้วชี้มาแตะที่ปลายจมูกผมเบาๆ

     "...." นี่คุณกำลังทำผมร้อนหน้านะ

     "อีกอย่างจมูกรั้นๆแบบนี้ นายมันลูกหมาชัดๆเลย"

     เอาจริงๆก็อยากโกรธแหละ แต่เหมือนจะเขินซะมากกว่า

     เอ๊ะ! เขินอย่างงั้นเหรอ บ้าๆผมจะไปเขินคุณอชิตทำไมเนี่ย

     "ผม ผมเห่าไม่ได้ซักหน่อย"

     "ไหนพูดว่าโฮ่งๆซิ"

     "โฮ่งๆ" เดี๋ยวนะ..

     "นี่ไงครับคุณลูกหมา"

     ตึกตัก ตึกตัก

     ผมพลาดเต็มๆเลยหละ..

     ฮื่อออ ไอ้หัวใจบ้าก็หยุดเต้นกับคำพูดธรรมดาแบบนี้สักทีเถอะ!

     หลังจากที่ผมทั้งกินทั้งอยากจะมุดดินหนีเสร็จ คุณอชิตก็โทรเรียกคนขับรถให้มารับ

     ก่อนที่ชั่วโมงถัดมาเราก็กลับมาถึงบ้านใหญ่กันสักที

     "คุณอชิตจะเข้าบริษัทไหมครับ"

     "ไม่หละ วันนี้กะว่าจะพักสักหน่อย"

     ผมได้ยินคำสนทนาของคุณเขาและคนขับรถ คงจะจริงแหละที่คนแบบเขาบ้างาน

     ผมเดินขึ้นมายังห้องตัวเองก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนำชุดที่ใส่มาซึ่งเป็นของใครอีกคนไปให้แม่บ้าน

     "คุณรัก คือคุณอชิตให้ไปหาที่ชั้นสามค่ะ"

     "รักบอกให้เรียกว่าน้องไงครับพี่แก้ว"

     "พี่ก็ลืมตัวนี่นา ยังไงก็อย่าลืมไปหาคุณอชิตนะ"

     ผมรับคำพี่แก้วก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปยังชั้นสาม

     จะว่าไปชั้นสามแล้วมันห้องไหนหละ ทำไมผมโง่แบบนี้ เรื่องสมควรจะถามไม่รู้จักถามเอาซะเลย

     ผมเดินมาจนถึงชั้นสามก็พบบริเวณโล่งด้านหน้าก่อนจะมีประตูแค่บานเดียว

     อย่าบอกว่าชั้นสามมีห้องเดียวนะ

     "ขออนุญาตครับ" ผมเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับเอ่ยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท

     "อ่ะ คุณทรงเดช"

     ทันที่ที่เปิดประตูเสร็จก็เจอกับคุณทรงเดชจอมอ้วนกระโดดเข้าใส่

     ผมบอกคุณทรงเดชแล้วไงครับว่าผมหนัก ทำไมคุณทรงเดชยังต้องให้ผมอุ้มอีก

     "มานั่งโซฟานี่"

     ผมเดินไปนั่งตามคำเรียกของอีกฝ่ายพลางสำรวจห้องไปด้วย

     ดูๆห้องนี้แล้ว ตู้แฟ้มต่างๆมากมาย ตรงกลางเป็นโต๊ะที่มีกองเอกสารวางเต็มไปหมด

     ถ้าให้ผมเดาก็คงหนีไม่พ้นจากห้องทำงานแล้วหละ

     "เรียกผมมามีอะไรรึเปล่าครับ"

     "ฉันจะให้นายทำความสะอาดและจัดห้องให้"

     "แต่เอกสารมันจะไม่สลับกันหรอครับ อีกอย่างผมไม่ควรรู้เรื่องเอกสารพวกนี้"

     "มันอยู่ตามหมวดหมู่แล้ว แค่นายจัดให้มันดูเรียบร้อยก็พอ"

     คือก็พอจะเข้าใจที่ว่าอยู่เป็นหมวดหมู่อ่ะ แต่คือห้องมันกว้าง อีกทั้งที่เก็บแฟ้มเอกสารก็มีเกือบสิบที่ได้

     ผมคนเดียวมันจะทำไหวเรอะ!

     เจ้าตัวยื่นมือมารับคุณทรงเดชจากผมไปก่อนจะพยักหน้าเป็นคำสั่งให้ผมจัดการเอกสาร

     จะว่าไปผู้ชายคนนี้เวลาอยู่กับคุณทรงเดชจะดูหล่อไปอีกแบบเลยหละ

     แต่มันใช่เรื่องจะมาคิดไหมไอ้รัก! รีบๆไปจัดเอกสารเถอะ

     เวลาผ่านไปประมาณสามชั่วโมงได้นับตั้งแต่ตอนที่ผมกินข้าวเที่ยงเสร็จ

     ไม่อยากจะบรรยายเลยว่ามันเหนื่อยแค่ไหนกับการต้องมารับผิดชอบอะไรแบบนี้

     ง่ายๆก็คือมันเหนื่อยเกินจะบรรยาย และเหนื่อยจนไม่สามารถบรรยายได้

     ผมล้มตัวลงนอนกางแขนกางขาเพื่อให้ร่างกายสบายที่สุด เหงื่อนี่ไม่ต้องถามครับ แทบจะเป็นลำธารได้เลยหละ

     ส่วนคุณอชิตตอนนี้หนะเหรอ เหอะ!

     นั่งเล่นกับแมวเขายังไงหละ

     เหยยย..ฉากหายากมากเลยนะครับเนี่ย

     ในนิยายเรื่องนี้ผมว่ามีไม่เยอะหรอกที่ผู้ชายมาดมาเฟียหน้านิ่งแถมยังบ้างานจะมานั่งเล่นง้องแง้งกับแมว

     ดูไปดูมาก็น่ารักแฮะ

     "เสร็จแล้วเหรอ"

     ผมนอนเล่นแบบนี้สงสัยยังเหลืออยู่หละมั้งครับ แต่ไม่กล้าตอบแบบนี้หรอกครับ ทำได้แค่บ่นในใจ

     "เสร็จแล้วครับ"

     "อยากได้อะไรตอบแทนรึเปล่า"

     คืออะไรเหรอ..

     "ไม่รู้รึไงว่าเวลาเจ้าของใช้ลูกหมาทำตามคำสั่งแล้วก็ต้องมีอะไรตอบแทน"

     นี่ผมเป็นลูกหมาไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมเนี่ย

     แต่เรื่องเจ้าของมันยังไงๆอยู่นะผมว่า

     "แล้วผมไปเป็นลูกหมาของคุณตอนไหนกันหละครับ"

     ใช่! คุณไม่ได้ซื้อผมสักหน่อยอ่ะ

     สิทธิมนุษยชนอ่ะคุณรู้จักรึเปล่า

     แต่อย่าได้พูดไปเชียวหละ เดี๋ยวผมโดนฆ่ากันพอดี

     "ได้ไงหละ ลูกหมาตัวนี้เป็นของฉันคนเดียว"

     คนตรงหน้าพูดและเดินเข้ามาย่อตัวลงใกล้ๆผม

     "และลูกหมาก็ต้องรักแต่เจ้าของด้วย เข้าใจไหมเจ้าลูกหมา?"

     ต่อด้วยลูบหัวผมเบาๆ

     ฮื่ออออ ใครก็ได้พาผมไปโรงพยาบาลที

     หัวใจเต้นไม่หยุดแบบนี้ ผมคงเป็นโรคหัวใจแน่ๆเลย



-------100%-------





Talking With LittleA_
     มาลูกมงลูกหมา ไรท์ก็อิจเหมือนกันนะคะคุณอชิต5555 ตอนนี้100%เหมือนเดิมเน้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #24 aunny_99 (@aun_pariyakorn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 22:26
    เห็นด้วยๆ55555 ถ้าหยุดเต้นตายก่อนพอดีนะรัก5555
    #24
    0
  2. #23 Sweetie_lemon (@tangkwakiku) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 21:42
    หัวใจเต้นไม่หยุด? เดี๋ยวลูก 555555 ถ้าหัวใจเต้นแรงยังพอว่านะ 5555555
    #23
    0