[[END]] มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,228 Views

  • 58 Comments

  • 553 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    369

    Overall
    12,228

ตอนที่ 4 : CHAPTER4 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    4 ต.ค. 60



มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

CHAPTER4



     ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของอีกวัน ซึ่งขณะนี้เวลาหกโมงเช้าพอดิบพอดี

     ผมเป็นคนที่มีนิสัยติดการนอนตื่นเช้ามากๆเลยหละครับ ผมรู้สึกว่าการนอนตื่นเช้าเป็นอะไรที่ดีมากๆเลย

     ทั้งบรรยากาศตอนเช้าที่สงบ สายลมพัดโชยเบาๆ แสงแดดอ่อนๆที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น

     นี่แหละครับสิ่งที่ผมชอบ

     หลังจากอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ผมก็พาร่างของตัวเองมานั่งค้นหนังสือเรียนที่จะต้องเรียน แต่ผมไม่รู้หรอกว่าวันนี้จะเรียนอะไรบ้าง ค้นมาไว้งั้นแหละ

     แคว่กๆๆ

     เสียงเหมือนของแหลมขูดเข้ากับประตูทำให้ผมชะงัก เสียงมันยังคงดังอยู่เรื่อยๆ

     ผมตัดสินใจเดินไปเปิดประตู ก่อนจะพบกับเจ้าเหมียวอ้วน

     "คุณทรงเดช เห้ย!"

     คุณทรงเดชกระโดดขึ้นเกาะผมอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว นั่นทำให้ผมเซ..

     อะไรคือการที่เปิดประตูมาแล้วมีแมวอ้วนกระโดดเกาะ คือน้ำหนักตัวพ่อคุณนี่ก็ไม่ได้เบาเลยนะ ตั้งเก้ากิโล! กระโดดเกาะแบบชิวๆประมาณว่าเราหนักนิดเดียวเองอุ้มเราหน่อยสิ

     มองบนใส่แมวแป๊บนึง!

     "ขอโทษด้วยค่ะคุณรัก คือดิฉันจะพาคุณทรงเดชไปอาบน้ำแต่เจ้าตัวไม่ยอมเลยวิ่งหนีมา"

     พี่แก้วที่ได้ข่าวจากน้องต้นกล้าว่าเป็นคนที่ต้องรับการดูแลคุณทรงเดชเอ่ยขึ้น ผมได้ยินเสียงร้องแง๊วๆของเจ้าแมวที่อุ้มอยู่ก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามตะเกียกตะกายปีนมาเกาะไหล่ผม

     โว๊ะ..หนัก

     "เอ่อ ไม่เป็นไรครับพี่แก้ว" ผมว่าก่อนจะยิ้มแห้งๆส่งกลับ

     "งั้นดิฉันขอพาตัวคุณทรงเดชกลับไปอาบน้ำนะคะ"

     คุณทรงเดชดิ้นขลุกขลักอยู่บนไหล่ผม ก่อนจะหันมามองหน้าทำตาใสซื่อ

     แหม..มีอ้อนด้วยเว่ย

     งั้นช่วยคุณเขาหน่อยละกัน

     "พี่แก้วครับ คือถ้าผมจะบอกว่าขอให้คุณทรงเดชไม่อาบน้ำได้ไหมครับ"

     "มันจะดีหรอคะคุณรัก ถ้าคุณอชิตรู้เข้าพี่จะลำบากนะคะ" เจ้าตัวว่าเสียงสั่น

     ทำไม่ทุกคนถึงกลัวผู้ชายในบทสนทนานี้มากนัก น่ากลัวตรงไหนก็แค่หน้านิ่ง อารมณ์ตายด้านความรู้สึก แล้วก็...

     เป็นมาเฟีย

     ก็น่ากลัวแหละ แหะๆ

     "ถ้าเกิดมีเรื่องเดี๋ยวผมจะคุยให้นะครับ"

     "งั้นก็ได้ค่ะ" พี่แก้วว่าก่อนจะขอตัวไปทำงานต่อ

     ผมอุ้มเจ้าแมวกลับเข้าห้องก่อนจะวางมันลงบนเตียง ส่วนตัวเองก็นั่งอยู่ด้านล่างให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน

     "อ้อนเป็นด้วยเหรอคุณทรงเดช ฮึ?"

     เมี๊ยวๆ เจ้าตัวส่งเสียงร้องก่อนจะพยักหน้าเหมือนเข้าใจ

     ก็อาจจะจริงที่เขาบอกว่าสัตว์ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจคำพูดของมนุษย์

     ผมลูบหัวเจ้าแมวที่นอนหลับตาพริ้มก่อนที่จะเผลอหลับตอนไหนก็ไม่รู้

     รู้ตัวอีกทีป้านวลก็มาเรียกลงไปทานอาหารแล้ว

     อาหารเช้าวันนี้เป็นข้าวต้มกุ้งแสนอร่อยฝีมือแม่บ้าน ผู้ร่วมโต๊ะก็มีแค่ผมและคุณอชิต

     ส่วนน้องต้นกล้าป้านวลบอกน้องไปโรงเรียนแล้ว

     อาหารอร่อยมาก แต่บรรยากาศแสนอึดอัดนี่เหมือนเครื่องลดความอร่อยของอาหารก็ว่าได้

     แม่บ้านก็ไม่อยู่เพราะกลับไปกินข้าวที่บ้านพัก เลยเหลือแค่ผมกับคนร่างสูงอีกคน

     โคตรจะอึดอัดเลย!

     เสียงริงโทนโทรศัพท์ของอีกฝ่ายดังขึ้น แต่นั่นผมไม่สนใจหรอก

     ได้ยินแค่บอกให้ผู้โทรมาเข้าบ้านมาเลย

     ไม่ได้สนใจจริงๆนะครับ เชื่อสิ

     "สวัสดีตอนเช้าอชิต"

     "สวัสดีธิน กินข้าวด้วยกันไหม"

     "ไม่หละ กินมาแล้ว"

     ผมมองไปยังผู้มาใหม่ สันจมูกโด่งได้รูป เรียวคิ้วสวยที่เข้ากับตาอันเฉียบคม ยังไม่นับรวมปากกระจับนั่นอีก ผิวที่ขาวดั่งน้ำนมยิ่งขลับให้เจ้าตัวดูดีขึ้นไปด้วย

     ดูๆไปแล้วนี่หล่อมากๆเลยหละ

     แต่คนละอย่างกับคุณอชิตเลยนะ พี่คนชื่อธินอ่ะหล่อ ส่วนคุณอชิตหนะแบดจะตาย

     มาเป็นเพื่อนกันได้ไงก็ไม่รู้

     "นี่ธิน เพื่อนฉันที่จะมาสอนเธอ" คุณอชิตที่เห็นว่าผมจ้องอีกฝ่ายจนเกินไปเลยแนะนำตัวให้ฟัง

     "ส่วนนี่รัก ตามที่ฉันบอกนายนั่นแหละ"

     "สวัสดีครับน้องรัก พี่ชื่อธินนะครับ น้องจะเรียกพี่ว่าพี่หมอ หรือหมอธินก็ได้ครับ" รอยยิ้มที่ปรากฎบนใบหน้าของอีกฝ่ายที่ส่งมาให้ผมมันช่างละมุนเสียงจริงๆ

     "น้องรักครับ"

     "...."

     "เห้ ตัวเล็ก!"

     "ห้ะ อ่ะครับ?" พี่เรียกผมว่าไงนะเมื่อกี้?

     "พี่เห็นเราเหม่อๆหนะ"

     "อ้อ สวัสดีครับผมชื่อรักครับ เป็นลูกหนี้ของคุณอชิต"

     พรืดดด

     ร่างสูงตรงหน้าหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ มันตลกตรงไหนกะอีแค่เป็นลูกหนี้ ไม่เข้าใจ

     หลังจากนั้นพวกเราสองคนก็คุยกันอย่างสนิทสนมจนผมแทบจะรู้เรื่องทุกอย่างของพี่หมอธินแล้ว

     เจ้าตัวหนะเป็นหมอครับ อายุ27ปี เป็นหมออยู่โรงพยาบาลศิริราช(เก่งมากอ่ะ) พี่หมอธินเป็นคนเรียนเก่งมากๆโดยเฉพาะวิทย์และคณิต แต่วิชาอื่นก็ใช่ว่าจะไม่เก่ง ทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทของคุณอิตมาตั้งแต่เด็กด้วย

     อ่า...จะว่าไปเราสองคนคุยกันจนลืมเจ้าของบ้านเลยแฮะ

     "ห้องเรียนใช้ห้องฝั่งขวานะ ฉันให้คนไปเปิดห้องให้แล้ว ขอตัวหละ"

     ว่าจบคุณอชิตก็เดินออกไปทิ้งให้ผมอยู่ในความงงงวย แบบว่างงเรื่องส่วนตัวเขาอ่ะนะ

     เป็นมาเฟียวันๆจะทำอะไรบ้าง

     "มันต้องเข้าบริษัทหนะครับ"

     บริษัท!? มาเฟียอย่างเขาหนะเหรอมีบริษัทด้วย

     "บริษัทวรโชติ กรุ๊ป"

     "บริษัทที่ดังระดับประเทศเลยหนะหรอครับ"

     "ใช่แล้วครับ"

     อึ้งได้ไม่นานผมก็โดนพี่หมอธินลากไปเรียนซะแล้ว

     แค่เห็นตารางเรียนของวันนี้ก็มึนแล้วครับ ฟิสิกส์เอย เคมีเอย ชีวะเอย ขนกันมาทั้งโคตรอ่ะ

     แล้วคนสมองต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างผมจะไปทำได้ยังไงกัน!

     เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังจากพักกินข้าวเที่ยงเสร็จผมก็กลับมาเรียนต่อซึ่งต้องมานั่งทำโจทย์ฟิสิกส์ที่ประกอบด้วยโจทย์แสนโหด

     ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่ทัพที่ต้องยกทัพไปตีกับทัพโจทย์ของฟิสิกส์ ซึ่งในทัพมีเพียงแค่ตัวเองคนเดียว

     โหดร้าย!

     ผมนั่งงมทำโจทย์ข้อเดิมจนเวลาผ่านไปเกือบจะบ่ายสอง พยายามยังไงคำตอบก็ไม่ถูกเหมือนที่พี่หมอธินเฉลยไว้เลย

     "ทำได้รึเปล่าครับ ไหนพี่ขอดูซิ"

     พี่หมอธินเดินเข้ามาจากด้านหลังก่อนจะโน้มตัวลงมองข้อสอบที่โต๊ะ

     "มันจะทำได้ยังไงหละครับ ก็รักนอกจากจะใช้สูตรผิดแล้ว ยังเอาตัวแปรมาแทนค่าไม่ถูกเลย"

     เจ้าตัวหยิบดินสอก่อนจะเขียนสูตรแล้วหาคำตอบให้ดูลงบนแผ่นชีท มันจะอึดอัดนิดหน่อยก็ตรงที่มือด้านขวาของพี่หมอเขาอ้อมตัวผมมาเขียนนี่แหละ

     มองจากด้านหลังคือคนกอดกันชัดๆ

     "เข้าใจยังครับ" พี่หมอหันหน้ามาหาผมในขณะที่ยังคงโน้มตัวอยู่

     ใกล้เกินไปแล้ว..

     "ฟังพี่อยู่รึเปล่าครับเนี่ย"

     "อ่ะ เอ่อครับ"

     พี่หมอผละตัวออกไปก่อนจะยกมือมายีหัวผมอย่างเอ็นดู แล้วเดินไปนั่งพักเหลือไว้แค่ความรู้สึกแปลกๆที่ร้อนอยู่ตรงแก้มและคอด้านหลัง

     แต่ก็อดรู้สึกดีกับสัมผัสของอีกฝ่ายไม่ได้เหมือนกัน

     ตายแล้ว! นี่ผมเป็นอะไรเนี่ย!!

     ผมเลิกเรียนในเวลาบ่ายสามครึ่ง ก่อนที่จะขอตัวขึ้นมาเก็บหนังสือ

     พอลงมาอีกทีก็ยังไม่มีวี่แววของคุณอชิตหรือน้องต้นกล้าเลย

     "น้องรักหิวไหมครับ" พี่หมอธินเอ่ยถามขึ้นขณะที่ผมเดินลงมายังชั้นล่าง

     "ก็นิดหน่อยครับ"

     "พี่หิวพอดี เราออกไปหาอะไรทานเล่นไหมครับ"

     "จะดีหรอครับ ถ้าคุณอชิตรู้ผมอาจจะโดนดุ" ดีไม่ดีขืนเขาโมโหมากๆเขาอาจจะฆ่าผมตายเลยก็ได้

     "ไม่เป็นไรแน่นอนครับ คืนนี้มันชวนพี่ทานข้าวเย็นด้วย ถ้ามีอะไรเดี๋ยวพี่เคลียร์ให้"

     "งั้น...ก็ได้ครับ" เจ้าตัวส่งยิ้มละมุนมาให้ผมอีกรอบ

     "คิดซะว่าเลี้ยงเด็กตั้งใจเรียนละกันเนอะ" ว่าจบเจ้าตัวก็หัวเราะขึ้นมา

     แอบหมั่นเขี้ยวจริงๆเลย คนอะไรก็ไม่รู้ทำอะไรก็ดูดีไปหมด

     ไม่เหมือนคุณอชิตนั่น นอกจากจะน่ากลัวแล้ว น้ำเสียงยังไม่ช่วยให้รู้สึกดีเลยด้วยซ้ำ

     แล้วผมจะคิดถึงเขาทำไมกันนะ!

     พี่หมอธินพาผมขึ้นรถของเจ้าตัวก่อนจะขับมายังห้างที่เป็นที่นิยม

     ร่างสูงจูงมือผมเดินไปทั่วห้าง ถึงแม้ว่าผมจะค้านแล้วเจ้าตัวก็ยังคงจับมือผมต่อพร้อมให้เหตุผลง่ายๆว่า

     'จับไว้นี่แหละครับ เดี๋ยวเด็กหลง'

     ผมอยากจะตะโกนดังๆออกไปว่าผมไม่ใช่เด็กซะหน่อย

     ต่อให้เป็นเด็กจริงๆ คนน้อยแบบนี้ไม่มีวันหลงหรอก

     พวกเราเดินต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะเข้ามานั่งในร้านบิงซูยอดฮิตของที่นี่

     "น้องรักกินอะไรดีครับ"

     "อ่า ให้พี่หมอเลือกดีกว่าครับ พี่หมอจะเลี้ยงรักทั้งทีนี่นา"

     "งั้นเอา choco banana bingsu ที่นึง แล้วก็ green tea bingsu อีกที่นึงครับ ขอไซส์Lทั้งสองเลยนะครับ"

     พวกเรารอไม่นานขนมหวานหน้าตาแสนอร่อยสองที่ก็มาเสริฟ

     "น่ากินจัง" ผมทำตาโตก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ

     ไอเย็นของขนมทำให้ผมต้องรีบหดคอกลับมา โดยมีเสียงหัวเราะของคนที่นั่งตรงข้ามเป็นเอฟเฟคประกอบ

     "พี่หมอธินครับ ถ่ายรูปกัน"

     ผมเรียกเจ้าตัวก่อนที่อีกคนจะยื่นหน้าเขามาในเฟรม แต่ผมไม่ถนัดอ่ะ รู้สึกว่าแขนตัวเองสั้นเกินไปจนได้ภาพที่องค์ประกอบไม่ดีเอาซะเลย

     จริงๆก็...ผมเรื่องมาก

     "มาครับ พี่ถ่ายให้"

     ผมส่งโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายก่อนเจ้าตัวจะยื่นแขนที่ถือโทรศัพท์ออกไปเพื่อเตรียมเซลฟี่

     "ยิ้มนะครับ"

     งานนี้มือไม้ของผมก็ออกอาการได้เต็มที่เลยหละ ไม่ว่าจะจิ้มแก้ม สองนิ้ว หรือจะมินิฮาร์ท

     แชะ

     แชะ

     "ว้าวพี่หมอถ่ายรูปสวยจัง" ผมรับโทรศัพท์มาก่อนจะนั่งเช็ครูป

     "ฮ่าๆไม่หรอกครับ ว่าแต่ส่งรูปให้พี่หน่อยสิครับ"

     "งั้นรักขอไอดีไลน์พี่หมอหน่อยนะครับ"

     หลังจากทำอะไรเสร็จสัพพวกเราสองคนก็ลงมือทานขนมหวานที่ล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า

     พวกเรานั่งกินไป พูดคุยไป จนท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มหม่นๆ

     และนั่นทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย

     พวกเรากลับบ้านในสามสิบนาทีต่อมา ฝนที่ตกลงมานั้นทำให้การจราจรที่ว่าแออัดในเมืองกรุงน่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม

     กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ใช้เวลาปาไปชั่วโมงกว่า

     พอลงจากรถเราทั้งสองก็เดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดีที่หลุดพ้นจากการจราจรแสนแย่ แต่ก็ดันมียักษ์หน้าบึ้งตึงมายืนรอหนะสิ

     "ไปไหนมา"



-------100%-------





Talking With LittleA_
     สรุปใครเป็นพระเอก5555555 เหมือนเดิมค่ะ พระเอกของเรายังเหมือนเดิม สำหรับตอนนี้ก็ครบ100% อีกทั้งเนื้อหายาวขึ้นด้วย
     สำหรับพี่หมอธินนั้น..ดีต่อใจ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อันแจฮยอน Blood
ธิน
( Image : Ahn Jae Hyun )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #58 Apple3503V (@Apple3503V) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 09:34
    ขอหมอได้ไหม...
    #58
    0
  2. #57 Bambell (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:29

    ถ้าหมอจะหล่อขนาดนี้น่ะ...

    (แวมไพร์ฉัน...)หลงหมอสุดๆอ่ะ

    #57
    0
  3. #15 Sweetie_lemon (@tangkwakiku) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 16:42
    ฉันว่าหมอธินต้องการเป็นตัวชงแน่ๆ แบบแกล้งทำเป็นสนใจน้องให้อชิตหวงงี้ 55555//นังชะนีตื่นค่ะตื่น! lol
    #15
    0
  4. #14 0848316524 (@0848316524) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 15:44
    ชอบบบบบบบบมันฟินนนนยยยมากรอน้าาาาา
    #14
    0