[[END]] มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,113 Views

  • 58 Comments

  • 551 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    254

    Overall
    12,113

ตอนที่ 3 : CHAPTER3 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    2 ต.ค. 60



มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

CHAPTER3



     หลังจากที่ช็อคไปประมาณสามวินาที ผมก็ได้สะติก่อนจะใช้มือยันตัวเองให้ลุกขึ้นมากยืนดั่งเดิม

     ตามมาด้วยคุณอชิตที่ลุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยปากถามผมโดยที่ไม่ได้ห่วงตัวเองเลยสักนิด

     "นายเป็นอะไรรึเปล่า?"

     "อะ เอ่อไม่"

     ไม่ที่ไหนเล่า! ตอนนี้ยังช็อคอยู่เว้ย!!

     เกิดมาอายุจะสิบแปดปี เป็นชายใจหาญที่พ่อแม่เลี้ยงมาอย่างดี ไม่เคยหอมแก้มผู้ชายคนใดคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อตัวเอง แต่วันนี้..

     ผมกลับมาหอมแก้มคนที่เป็นเจ้าหนี้ผมเนี่ยนะ!

     บ้าไปแล้ว ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

     "ผมไม่ลบรูปแล้ว! ขะ ขอตัวกลับห้องหละ"

     "เดี๋ยวสิ" เจ้าตัวไม่ได้พูดเปล่า ซ้ำยังยื่นมือมาจับที่ข้อมือผมไว้

     ผมมองหน้าเขางงๆก่อนจะเบนสายตาไปมองยังข้อมือที่ถูกกอบกุม ก่อนที่เขาจะปล่อยมันออก

     "ฉันจะบอกเรื่องเรียนเธอว่าจะเริ่มพรุ่งนี้ เนื้อหาก็ตามหลักสูตร ส่วนครูนายเพื่อนฉันจะรับอาสาเอง"

     อ๋อ เรื่องเรียนนี่เอง

     เอาจริงๆในใจผมก็ยังค้างคาอยู่เสมอว่าทำไมตัวเองถึงต้องลาออก

     หรือเพราะกับอีแค่การเดินทางไปโรงเรียนมันเปลืองค่าน้ำมันอย่างนั้นหรอ รึว่ายังไง? แต่ถ้าใช่จริงๆบ้านเขาก็ดูรวยออก กับการจ่ายค่าน้ำมันคงจิ๊บจ๊อยมากเลยหละ คิดแล้วก็ตลกสิ้นดี

     "เริ่มซักเก้าโมงเช้าละกัน"

     "โอคะ--"

     เปรี้ยงงงง

     ...!!

     "นายกลัวเสียงฟ้าร้อง?"

     ไม่ใช่แค่กลัว แต่เข้าขั้นเกลียดเลยหละ

     ผมไม่ได้พูดออกไป เพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น

     จริงๆผมหนะไม่ชอบฟ้าร้องตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว สำหรับเหตุผลผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

     ทุกๆครั้งที่ฟ้าร้องผมมักจะมีพ่อไม่ก็แม่กอดปลอบเสมอ แต่ตอนนี้...ไม่มี

     มันนับว่าเป็นอะไรที่ทรมาน มันเหมือนบนโลกนี้มีเพียงแค่ผมอยู่คนเดียว

     ไม่มีใครที่จะมาปกป้องหรือให้ความดูแล ยกเว้นแต่ผมจะต้องทำมันเอง

     "ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ"

     ผมเดินออกจากห้องทันทีที่เจ้าของห้องพยักหน้ารับ ไม่ลืมที่จะปิดประตูอีกฝ่ายให้สนิท

     เวลาแบบนี้ผมคิดว่าตัวเองไม่ควรหมกอยู่แต่ในห้อง อากาศตอนเย็นแบบนี้ควรจะออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง

     จะว่าไปแล้ว ไปเดินดูรอบๆตัวบ้านหน่อยก็ดี จะได้คุ้นเคยไวๆ

     ซ่าาาาา

     แต่คงไม่ใช่วันนี้

     เฮ้อ

     ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ ดูเหมือนแพลนวันนี้ของผมคงต้องพับเก็บไว้ก่อนแล้วหละ

     ผมเดินลงมายังชั้นล่างก่อนจะแวะไปทางห้องครัวที่ได้ยินเสียงของการประกอบอาหาร

     ในห้องครัวมีแม่บ้านอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือป้านวลที่ดูจะมีอายุสุด

     ผมเดินเข้าไปยิ้มแฉ่งอยู่ตรงประตูทางเข้า ก่อนที่จะเอ่ยปากให้ความช่วยเหลือ

     "มีอะไรให้รักช่วยไหมครับ"

     "อ้าวหนูรักลูก ลงมานานยังจ๊ะ" ป้านวลที่เสร็จจากการล้างผักถามผมขึ้น

     "เมื่อกี้นี้เองครับป้านวล แล้วมีอะไรให้รักช่วยไหมครับ"

     "ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวลูกป้าก็มาช่วยแล้ว อ่ะนั่นไงพูดถึงก็มาเลย" ผมหันไปตามนิ้วที่ป้านวลชี้ก่อนจะพบกับเพื่อนที่ผมสนิทที่สุด

     ไอ้เจมส์

     "หวัดดีครับป้าๆ อ้าวรัก" อีกฝ่ายยิ้มทักทายก่อนจะเดินมาตบบ่าผมเบาๆ

     "รู้จักกันเหรอลูก"

     "ครับแม่ เราเรียนห้องเดียวกัน รักหนะมันเป็นเพื่อนสนิทผมเลยนะ" ผมมองไปยังคนที่กำลังโม้ให้แม่ตัวเองฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมากับท่าทางนั้น

     หลังจากที่ตื๊อป้าๆแม่ครัวไปจนเหนื่อย สุดท้ายผมก็ได้รับมอบหมายหน้าที่เดียวกันกับไอ้เจมส์คือหั่นผัก

     ที่จริงผมไม่ค่อยถูกกับของมีคมเท่าไหร่หรอกครับ เพราะปกติแล้วผมจะทำมันบาดมือตัวเองอยู่เรื่อยจนโดนคุณแม่ดุ

     แต่ผมคิดว่าผมทำได้นะครับ

     ฉึก!

     ซะที่ไหนหละ

     "หั่นผักยังไงให้บาดมือตัวเองแบบนี้เนี่ยรัก" อีกฝ่ายว่าก่อนจะคว้ามือผมไปดู

     "แค่นี้เอง" ผมว่าก่อนจะมองหน้าคนที่จ้องนิ้วผมที่มีเลือดอาบอย่างจริงจัง

     "ได้ไงหละ แม่ครับเดี๋ยวผมขอพารักไปทำแผลก่อนนะครับ" ประโยคแรกอีกฝ่ายพูดกับผม ส่วนประโยคที่สองหันไปพูดกับแม่ตัวเอง

     "ตายแล้วมีดบาดมือหนูรักหรอเนี่ย ไปเลยๆรีบไปทำแผลเดี๋ยวนี้ ขืนคุณอชิตมาเห็นจะเป็นเรื่องเอา"

     เป็นเรื่องยังไงอ่ะ ผมแค่เป็นลูกหนี้เขาเอง ไม่ใช่เมียซะหน่อย

     เดี๋ยวนะ! เมีย! บ้าๆๆ นี่ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย ใครจะยอมไปเป็นเมียคนตายด้านความรู้สึกแบบนั้นกัน

     แค่คิดก็ขนลุก

     ผมเดินตามคนตัวสูงที่นับว่าเป็นเพื่อนสนิทตัวเองมายังด้านหลังของตัวบ้านใหญ่

     ที่นี่คือบ้านพักของคนงานทั้งหมด ซึ่งแบ่งเป็นหลังๆขนาดก็ใช่ว่าจะเล็กไปเลยนะครับ อาศัยได้ประมาณบ้านละสามคนเนี่ยแหละ

     เจมส์พาผมเข้ามานั่งด้านในบ้านพักของตนก่อนจะไปค้นหากล่องปฐมพยาบาลที่โต๊ะใต้ทีวี

     "คราวหน้าก็ระวังหน่อยหละ" เจ้าตัวพูดขึ้นหลังจากติดพลาสเตอร์ลายกระต่ายเสร็จ

     มีอะไรจะแต๋วกว่านี้ไหมเนี่ย

     "ครับผม จะพยายามครับผม" ผมแสร้งตะเบ๊ะรับก่อนที่เจ้าตัวจะหลุดหัวเราะออกมา

     หลังจากนั้นพวกเราก็กลับมายังตัวบ้านใหญ่ ที่ตอนนี้จะดูเหมือนได้เวลาอาหารเย็นซะแล้ว

     "หนูรักลูก คุณอชิตให้มาตามไปร่วมโต๊ะอาหาร"

     ผมชี้นิ้วมายังตัวเองหลังจากที่ป้านวลเรียก

     คือ..สถานะผมคือลูกหนี้ใช่ไหม ส่วนเขาเป็นเจ้าหนี้

     แล้วมีที่ไหนที่ลูกหนี้ไปกินข้าวร่วมโต๊ะกับเจ้าหนี้

     บ้าบอ!

     แต่สุดท้ายผมก็ต้องพาตูดตัวเองมานั่งลงยังเก้าอี้โต๊ะอาหารในห้องอาหารตามที่ป้านวลพูดอยู่ดี

     ก็ผมไม่มีสิทธิ์ไปขัดอ่ะ

     การรับประทานอาหารเป็นไปด้วยบรรยากาศที่จะออกไปทางอารมณ์ดีนิดๆ เมื่อน้องต้นกล้าที่ไปหาหมอฟันมาเอาแต่พูดเจื้อยแจ้วกับคุณอาของตน ส่วนผมก็นั่งฟังและกินไปด้วย มีบ้างที่จะร่วมด้วยเมื่อโดนลากไปเกี่ยวข้อง

     ดีแล้วหละ อย่างน้อยผมกับคุณอชิตก็จะไม่ได้อึดอัดเรื่องที่เกิดจากความไม่ระมัดระวังของผมนั่น

     หลังจากที่กินเสร็จแล้วผมก็พาตัวเองขึ้นมาบนห้อง ก่อนจะอาบน้ำชำระร่างกายตามกิจวัตรประจำวันปกติ

     สี่ทุ่มสิบห้า นี่คือเวลาขณะนี้หลังจากที่ผมดูการ์ตูนในยูทูปจบไป

     จะว่าไปผมก็ควรพักผ่อนได้แล้วหละ

     เฮ้อ..ฝันดีนะไอ้รัก



     "งืม" ผมครางเบาๆเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลบนศีรษะ ก่อนจะค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ

     "ว่าไงจ๊ะเด็กดื้อ"

     "แม่! พ่อ!" ผมชะงักก่อนจะโผกอดผู้ให้กำเนิดทั้งสองท่าน

     "ไม่เอาสิลูกพ่อ ไม่ร้องนะ"

     "ฮึก รักคิดถึง อึก คิดถึงพ่อกับแม่" ผมว่าก่อนจะเงยหน้ามองท่านทั้งสองที่ในเวลานี้ช่างมีสีหน้าที่ดีซะเหลือเกิน

     สีหน้าของท่านไม่ได้เหนื่อย หรืออิดโรยเหมือนหลังจากกลับมาจากที่ทำงาน

     สีหน้าของท่านทั้งสอง ดูอิ่มเอิบเหมือนกำลังมีความสุข

     "แม่กับพ่อก็คิดถึงรักจ้ะ แต่ตอนนี้รักต้องสู้นะรู้ไหม พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่กับเราต่อไปแล้ว"

     "ตะ แต่รัก ฮึก รักเหนื่อย ฮือ รักอยากอยู่กับพ่อแม่" ผมเหนื่อยเกินไป เหนื่อยไปมากตั้งแต่ที่ไม่มีท่านทั้งสอง

     เหนื่อยกับทุกสิ่งทุกอย่าง เหนื่อยกับชีวิตตัวเอง

     "ลูกพ่อต้องเข้าใจนะว่าทุกอย่างมีพบต้องมีจาก มีเกิดต้องมีตาย ลูกพ่อต้องเข้มแข็ง สู้ต่อไปโดยที่ไม่มีพ่อกับแม่อยู่ด้วย เดี๋ยวพ่อกับแม่จะคอยมองดูเราเสมอ"

     "สะ สัญญา ฮึก แล้วนะครับ ว่าจะ อึก จะคอยมองรักเสมอ"

     "สัญญาสิคนเก่งของแม่" แม่ยื่นนิ้วก้อยมาก่อนที่จะเกี่ยวกับนิ้วก้อยผมพร้อมกับคุณพ่ออีกคน

     นี่เป็นการให้สัญญาที่ผมจะไม่มีวันลืม

     "และตอนนี้หนูอย่าดื้อกับพี่เขานะครับ หนูต้องเป็นเด็กดีรู้ไหม"

     "พี่ อึก ไหนอ่ะครับ" ผมปาดน้ำตาก่อนจะถามต่ออย่างสงสัย เพราะว่าผมไม่มีพี่หรือญาติที่อายุเยอะกว่าเหลือแล้ว

     "พ่อกับแม่ต้องไปแล้วนะ ดูแลตัวเองดีๆนะลูกพ่อ" พ่อว่าก่อนจะจูบเข้าที่ขมับของผมอย่างอ่อนโยน ตามด้วยคุณแม่

     "สู้ๆนะครับคนเก่งของแม่ อย่าดื้อหละเข้าใจไหม"

     "ฮึก ครับ รักสัญญา"

     ก่อนที่ท่านทั้งสองจะเลือนหายไป และทุกๆอย่างก็มืดลง

     แต่สิ่งเดียวที่ผมยังสงสัยก็คือ พี่ที่คุณแม่พูดถึงคือใครกันแน่?



-------100%-------





Talking With LittleA_
     งือ..สงสารน้องรักมาก สำหรับตอนนี้ครบ100%แล้วค่า แต่ทำไมไรท์รู้สึกว่าเนื้อหามันสั้นลงเรื่อยๆนะ.ครุ่นคิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #55 kimimill (@kimimill) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 13:08
    พี่อชิตมั้ง?
    #55
    0
  2. #13 aunny_99 (@aun_pariyakorn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 20:49
    พี่ที่ว่านี่คุณอชิตเปล่าอ่ะ? ให้เดานะ55555 สงสารรักมาก สู้ๆนะ
    #13
    0