ตอนที่ 12 : CHAPTER12 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    21 ต.ค. 60


มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

CHAPTER12



     หลังจากที่อีกฝ่ายทิ้งคำพูดแสนมึนงงให้ผมตอนนี้เราสองคนก็อยู่ที่บ้านแล้ว

     พวกเราเพิ่งกลับมาหลังจากเล่นน้ำได้ไม่นาน

     เวลาตอนนี้ก็หกโมงกว่าๆ เราทั้งสองคนก็อาบน้ำเสร็จกันหมดแล้ว

     ข้าวเย็นคุณอชิตซื้อมาจากร้านขายริมทะเลเลย

     และมื้อเย็นก็เป็นอาหารทะเลที่จัดหนักจัดเต็มอีกเหมือนกับมื้อเที่ยง

     จะว่าไปผมก็ขาดเรียนกับพี่หมอมาหลายวันแล้วนะ กลัวว่าจะเรียนไม่ทันตามที่กำหนดไว้เอาหนะสิ

     ผมนั่งเหม่อมองทะเลที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวยังคงมีอยู่ไม่เยอะ ส่วนคนข้างๆได้ข่าวว่าน่าจะเช็คข้อมูลบริษัทอยู่มั้ง

     ครืดดดด

     ผมตกใจเสียงโทรศัพท์ของอีกฝ่าย ที่ตอนนี้รายชื่อโชว์หราอยู่บนหน้าจอ

     พ่อของเขาโทรมา จริงๆต้องบอกว่าคอลมาสิถึงจะถูก

     "สวัสดีครับพ่อ"

     [โอ้ อันยองฮาเซโย] สำเนียงภาษาเกาหลีแปล่งๆถูกเปร่งออกมาจากปากของชายที่ดูมีอายุบนหน้าจอโทรศัพท์

     "ถ้าพ่อจะรัวเกาหลีผมไม่เข้าใจด้วยหรอกนะครับ"

     ผมไม่ได้อยากจะแอบฟังบทสนทนาของอีกฝ่ายหรอกนะครับ แต่คือมันไม่มีอะไรให้ผมทำจริงๆ

     [ฮ่าๆ แล้วหลานพ่อเป็นยังไงบ้าง]

     "คอลมาจะถามถึงลูกชายตัวเองก่อนสักหน่อยหรอครับ"

     [ลูกชายพ่อมันไม่เป็นไรหรอก รายนี้ตายยากจะตาย]

     "พ่อก็พูดไป เดี๋ยวคนเขาก็เข้าใจผิดหรอกครับ"

     [แล้วหลานพ่อหละ]

     "ก็ดีครับ น่ารักอยู่ แต่พูดยากมากๆเลย ดื้อ เอาแต่ใจสุดๆ"

     [นี่แหละเด็กกำลังโต ฮ่าๆ]

     ผมที่แอบฟังบทสนทนาก็ได้แต่คิดอยู่คนเดียวในใจ

     ถ้าหลานที่พูดถึงก็เห็นจะมีแต่น้องต้นกล้านะครับ

     รายนั้นหนะน่ารักจริงๆแหละ แต่ไอ้เรื่องพูดยาก ดื้อ เอาแต่ใจ ผมขอเห็นต่างครับ

     "พ่ออยากคุยด้วยไหมหละครับ ตอนนี้ก็นั่งอยู่ข้างๆผม"

     ห๊ะ!? สรุปอะไรยังไง?

     [ดีๆ ยื่นไปให้พ่อเห็นน้องด้วยซิ]

     คุณอชิตขยับตัวมาจนเราสองคนนั่งติดกันเพื่อที่จะให้อยู่ในเฟรมกล้องได้

     "เอ่อ..สวัสดีครับ ผมชื่อรัก เป็นลูกหนี้ของคุณอชิตครับ"

     คุยกับผู้ใหญ่ให้ทำตัวนอบน้อมมีมารยาท นี่เป็นคำพูดที่คุณแม่มักบอกผมเสมอ

     [ฮ่าๆๆ นี่เรายังไม่บอกน้องอีกเหรอตาอชิต]

     "ก็มันยังไม่ถึงเวลานี่ครับพ่อ"

     ผมมองสองคนพ่อลูกอย่าง งงๆ ในบทสนทนา

     [งั้นค่อยไปอธิบายเองก็แล้วกัน ว่าแต่หนูรัก อชิตดูแลเราดีไหมลูก]

     "คุณอชิตดูแลผมดีมากๆเลยหละครับ" ผมยิ้มกลับให้อีกฝ่าย

     [เราหนะหน้าตาดี ยิ้มก็ยังสวยอีก เดี๋ยวอชิตมันก็ได้หลงอีกรอบหรอก ยิ่งตอนเด็กเรายิ่งไปสัญญากับพี่เขาไว้อีก]

     สัญญานี่อีกแล้ว แล้วผมจะรู้ไหมว่ามันคืออะไร

     "อย่าพูดแบบนั้นสิพ่อ" คุณอชิตเอ็ดพ่อกลับไป

     ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวไปเซ็นต์เอกสารต่อ ทำให้การสนทนาจำเป็นต้องยุติเพียงเท่านี้

     แต่สำหรับผมกับคุณอชิตเรื่องมันยังไม่จบ

     "แล้วสรุปเรื่องสัญญานี่มันยังไงครับ"

     "มันก็นานแล้วนะ อีกอย่างเด็กน้อยวิตกตอนพ่อแม่เสียอีกมันเลยทำให้เราหนะจำไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม"

     อีกฝ่ายพูดด้วยสรรพนามแปลกๆยังไงก็ไม่รู้

     แต่ทำไมผมกลับรู้สึกคุ้นเคยจังหละ

     "รีบๆอธิบายเถอะครับ"

     "ตอนนั้นนายอายุสี่ปี ส่วนฉันอายุสิบสี่ปี"

     สี่ปี มันก็สมควรแล้วแหละที่ผมจะจำอะไรไม่ได้

     "วันนั้นที่สวนหลังบ้านมีเด็กน้อยวิ่งเข้ามากอดพี่ชายเพียงเพราะเห็นว่าพี่กำลังคุยกับเด็กคนอื่น แล้วยังเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักอีก"

     "...."

     "เด็กชายตัวน้อยงอแงไม่ยอมให้พี่ชายคุยกับใครจนเหลือแค่พวกเขาสองคน เด็กน้อยสารภาพบอกชอบคนพี่ แล้วก็บอกว่าหวงพี่ที่ไปคุยกับคนอื่น"

     "...."

     "พี่ชายของเขาคิดหนักว่ามันอาจจะเป็นความรู้สึกหวงเหมือนเด็กหวงของเล่น แต่สำหรับเขาเขารักเด็กคนนั้นจริงๆ และเด็กน้อยยังได้สัญญากับพี่ชายว่าจะแต่งงานกับพี่ชายคนเดียวของเขาเท่านั้น แต่งงานแล้วก็มีลูกเหมือนที่พ่อกับแม่ของเขาทำ ซึ่งเด็กน้อยบอกในวันเกิดตัวเองคือวันที่สิบสี่ของเดือนกุมภาพันธ์"

     "นั่นมัน..." ไม่อยากจะเชื่อเลย วันเกิดผม

     "วันเกิดน้องรักไงครับ แล้วเด็กผู้ชายตัวน้อยคนนั้นแหละคือเรา"

     "แล้วพี่ชาย..."

     "พี่เองครับ พี่อชิตของน้องรักไง"

     ว่าจบเจ้าตัวก็กดจูบแผ่วเบาลงมาที่กระหม่อมของผม

     ความรู้สึกตื้นตันใจถูกพังทลายด้วยสายน้ำตาที่ไหลอาบแก้มลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก

     ผมจำมันได้..ผมจำเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว

     "ไม่ร้องนะครับคนดี"

     คนข้างๆรวบผมที่สะอื้นจนตัวโยนเข้าไปกอดปลอบ

     "ฮึก..ทะ..ทำไม ฮือ..ไม่รีบบอก..อึก..เล่า"

     "ขอโทษครับ พี่นึกว่าเราจำได้เสียอีก"

     หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ชวนผมกินข้าวแล้วก็คุยจ้อเกี่ยวกับเรื่องของเราสองคนในอดีตไม่หยุด จนผมที่ฟังอยู่อยากจะมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด

     ถ้ารู้ว่ารู้เรื่องทั้งหมดแล้วอีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน ผมขอไม่รู้ซะยังดีกว่า

     ไม่หรอก..ล้อเล่น

     พวกเราสองคนออกมาเดินเล่นที่ชายหาดอีกครั้งในยามค่ำคืน

     แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังโลก ดวงดาวที่มากเกินกว่าจะนับได้ บรรยากาศค่ำคืนแห่งท้องทะเลมันช่างสวยงามจริงๆ

     "มีเด็กชายชอบดาวเรามากๆคนนึงเลยหละเรารู้ไหม" อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมา

     ทำไมผมจะไม่รู้ เพราะนั่นมันเป็นตัวผมเอง

     "ตอนเด็กๆนะ เอาแต่บอกว่าดวงดาวหนะสวยมากๆ และตอนนี้พี่ว่าก็ยังคิดเหมือนเดิมแหละ"

     ก็มันสวยจริงๆนี่ จะให้ผมเปลี่ยนความคิดตัวเองรึยังไง

     "แต่รู้อะไรรึเปล่า"

     ผมหันไปมองอีกฝ่ายแล้วชิ่งตัดประโยคที่เขากำลังจะพูด

     "คนที่อยู่ข้างๆพี่หนะสวยกว่าตั้งเยอะ อะไรประมาณนี้หรอครับ"

     "ทำไมต้องตัดหน้ากันด้วย หืม?"

     "คุณอชิตเอาหน้าออกไปเลยนะครับ มันจั๊กจี้"

     ผมดันตัวอีกฝ่ายที่พยายามจะเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆผม

     "ยังไม่ยอมเรียกพี่แล้วก็แทนตัวเองว่ารักอีกหรอ"

     "มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ ทีคุณยังหลอกผมอยู่เลยว่าผมเป็นลูกหนี้ ทำไมคุณไม่บอกความจริงหละว่าพ่อคุณกับพ่อผมเป็นเพื่อนกัน"

     "แต่พี่ขอโทษไปแล้วนี่นา"

     "ไม่รู้ไม่ชี้หรอก" ว่าจบผมก็วิ่งหนีอีกฝ่ายที่พยายามจะวิ่งมาจับผม

     "ถ้าจับได้โดนดีแน่ตัวเล็ก"



-------100%-------





Talking With LittleA_
     รู้สึกไม่คุ้นกับผู้ชายที่ชื่ออชิตเลยนะคะ5555 100%เรียบร้อยน๊า
     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #31 Faye Februsche (@ApichayaJamnoi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:04
    อิฉันปรับอารมณ์ไม่ทันคุณอชิตค่ะ คุนพี่ละมุนขึ้นมากมายก่ายกอง เขินแทน อร๊ายยย
    #31
    0