ตอนที่ 10 : CHAPTER10 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    17 ต.ค. 60


มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

CHAPTER10



     ผมนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องเป็นเวลามาหลายชั่วโมงแล้วจนบ่อน้ำตาแห้งเหือดไป

     ผมโดนพี่ธินบังคับให้ไปทานข้าวเย็นก่อน แต่ผมก็ไม่สนอยู่ดี

     จนอีกฝ่ายทนกับความเอาแต่ใจของผมไม่ไหวเลยให้รอกับลูกน้องส่วนเจ้าตัวก็ไปทานอาหาร

     อีกทั้งตอนกลับมายังได้ข้าวกล่องมาฝากคนอื่นๆรวมทั้งผมอีกด้วย

     "น้องรักกินข้าวก่อนเถอะครับ พี่ซื้อมาจนข้าวเย็นหมดแล้วนะ"

     เสียงของพี่ธินยังคงดังอยู่เรื่อยๆ

     นั่นแหละครับ เป็นเพราะผมห่วงคนด้านในห้องนั้นจนไม่อยากทำอะไรเอาซะเลย แม้กระทั่งกินข้าวก็ด้วย

     "เชื่อมือหมอเถอะครับน้องรัก เราหนะจะแย่เอานะพักกินข้าวก่อนเถอะ"

     "ไม่เป็นไรครับ ผมจะรอคุณอชิต"

     "เห้อ ทำไมเราดูห่วงมันจัง เราชอบมันรึเปล่า"

     กึก

     จริงสิ..ทำไมผมต้องทำเหมือนเป็นห่วงอีกฝ่ายมากมายงั้นเหรอ

     ถ้าถามว่าชอบอีกฝ่ายไหม สำหรับผมมันอาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้น

     จริงๆแล้ว ผมรู้สึกดีที่มีอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ คอยดูแล มันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนอย่างพ่อกับแม่อยู่เคียงข้างเสมอ

     พอเห็นคนที่ตัวเองรู้สึกดีด้วยเป็นแบบนี้ ใครๆเขาก็ต้องเป็นห่วงสิ

     "ไม่ใช่หรอกครับ ผมแค่เป็นห่วงคนที่ผมรู้สึกดีด้วย"

     "รู้รึเปล่าว่าเราพูดอะไรออกมา" พี่ธินถามแบบยิ้มกลั้วหัวเราะ

     ตอนนั้นยังอารมณ์เสียอัดกำแพงอยู่เลย ตอนนี้ทำไมพี่ยังยิ้มได้หัวเราะได้เนี่ย

     นั่นเพื่อนพี่ทั้งคนเลยนะ

     "คนที่รู้สึกดีด้วย อีกไม่นานก็จะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกชอบ พอชอบเข้ามากๆก็จะแปลเปลี่ยนเป็นความรัก"

     มันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมดก็ได้..มั้ง

     แกร๊ก

     เสียงเปิดประตูออกมาทำให้ผมรีบพยุงตัวเองยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว

     ก่อนที่สองขาจะก้าวฉับๆเดินไปหาทีมแพทย์

     "คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ อีกทั้งยังมีการฟื้นตัวที่ดีมากๆ"

     อยากจะร้องไห้อีกรอบซะจริงๆ เขาปลอดภัยแล้วนะรัก! คนที่เองได้รับความดูแลเขารอดแล้ว!

     "อาหมอครับผมขอย้ายเพื่อนผมไปห้องพิเศษเลยนะครับ"

     ผมเก็บซ่อนใบหน้าแห่งความดีใจของตัวเองแทบไม่อยู่

     ไม่นานพวกเราก็เข้ามาอยู่ในห้องพิเศษ ที่บัดนี้มีร่างสูงของคนสนิทนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยแบบไฮเทค

     "เดี๋ยวพี่จะเข้าไปเอาชุดที่บ้านใหญ่นะน้องรัก พี่ให้แม่บ้านเตรียมชุดให้เราแล้ว"

     "ขอบคุณมากจริงๆครับ"

     ห้องพิเศษมีระบบความปลอดภัยที่ดีมาก

     ต้องใส่รหัสก่อนเข้ามา พอเข้าได้แล้วก็จะเจอห้องที่มีโซฟาไว้สำหรับการ์ด แล้วก็ต้องใส่รหัสเข้ามาห้องผู้ป่วยหลักอีกรอบ ซึ่งเป็นรหัสที่ต่างกันออกไป

     โรงพยาบาลเครือพ่อพี่ธินนี่เยี่ยมจริงๆ

     ผมกลับมาสนใจคนบนเตียงที่ตอนนี้มีสายระโยงระยางเชื่อมต่ออยู่บนตัวเต็มไปหมด

     ดูจากการพันผ้าไว้แล้วจุดสำคัญที่ว่าเฉียดน่าจะเป็นหัวใจ

     ใบหน้าสงบนิ่งของอีกฝ่ายทำให้ผมที่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเตียงรู้สึกเหมือนถูกดึงดูด

     มันไม่ได้ดูคิดหนักเหมือนตลอดเวลา แต่บัดนี้มันดูเหมือนอีกฝ่ายสบายใจอยู่ต่างหาก

     "ทำไมคุณเอาแต่สนใจงานหละ คุณไม่สนใจชีวิตตัวเองเลย"

     "...."

     "ถ้าคุณเป็นอะไรไปผมจะอยู่ยังไงหละครับ ใครจะมาดูแลผมกัน ใครจะมาคอยดูแลหมาน้อยตัวนี้ที่มีเจ้าของคนเดียวกัน"

     แม้จะรู้ว่าพูดไปแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ยินหรือรับรู้อะไรต่างๆ

     แต่ก็อดที่จะพูดเหมือนดุคนตรงหน้าไม่ได้

     "ไหน..เห่าให้ชื่น ใจหน่อย"

     "คุณอชิต! คุณฟื้นแล้วหรอฮะ คุณฟื้นตัวเร็วเหมือนที่คุณหมอบอกจริงๆเลย"

     "หะ เห่า"

     "อ๋อ โฮ่งๆ นี่ไงหมาน้อยเห่าแล้วนะ โฮ่งๆๆ"

     ร่างบนเตียงยิ้มอ่อนกับท่าทางของผม ทำให้ผมรู้สึกดีกับรอยยิ้มนั้นไปด้วย

     "คุณหมอบอกว่าถ้าคุณฟื้นขึ้นมาให้กินยานี่ก่อน ส่วนอาหารคุณหมอบอกค่อยกินพรุ่งนี้เช้านะครับ"

     ผมป้อนยาอีกฝ่ายอย่างยากลำบาก แต่ก็เป็นไปได้ด้วยดี

     ตอนนี้ผมนั่งจ้องอีกคนที่เอนตัวลงแล้วหลับตา แต่ยังไม่ถึงขั้นหลับ

     "จ้องอีกนานไหม"

     "โถ่ ก็ผมนึกว่าคุณจะไม่รอดมาดูแลผมแล้วนี่นา คุณรู้รึเปล่าว่าผมเป็นห่วงคุณมากเลยนะครับ"

     "ฉันไม่รีบตายหรอกน่า มีลูกหมารอให้ดูแลอยู่ทั้งตัว"

     หลังจากนั้นไม่นานเจ้าตัวก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยา ส่วนผมได้ชุดจากพี่ธินแล้วก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะมานอนเฝ้าอีกฝ่าย

     ส่วนพี่ธินนั้นขอตัวไปนอนที่ห้องด้านบนซึ่งเป็นห้องสำหรับครอบครัวของพี่เขา ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร

     ตอนนี้ผมก็ควรจะรีบพักผ่อนได้แล้ว

     หกโมงสิบสี่ ผมตื่นขึ้นมาในอีกเช้า

     ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาดูแลคนป่วยที่ลืมตามองผมตลอดตั้งแต่ออกจากห้องน้ำมา

     "หิวข้าวรึยังครับ"

     "ยังเลย ว่าแต่..ฉันจะอาบน้ำยังไง"

     "ไม่ได้ๆคุณหมอสั่งห้ามอาบครับ ถ้าทำได้ก็มีแต่เช็ดตัว"

     "งั้นเช็ดตัวให้หน่อยสิ"

     จริงๆก็ไม่อยากจะมีปัญหาหรอก แต่ว่าเช็ดตัวมันก็ต้องถอดชุดนี่นา

     แล้วมันก็ต้องเจอร่างกายของอีกฝ่าย ซึ่งผม...

     ผมก็เขินเป็นเหมือนกันนะ!

     "คิดอะไรหน้าแดงหมดแล้ว แค่ดูแลฉันเหมือนฉันดูแลนายหน่อยไม่ได้เหรอ" ทำไมต้องมาทำเสียงตัดพ้อด้วยเล่า

     คิดว่าจะหลงกลรึไง หึ

     ไม่

     "ระวังอย่าให้โดนแผลหละ"

     "ค้าบๆ"

     ไม่หลงกลก็บ้าละเว้ย!

     ผมแกะกระดุมเสื้อของอีกฝ่ายออกช้าๆก่อนที่ลอนกล้ามท้องสวยจะค่อยๆโชว์สู่สายตาผม

     ร่างกายกำยำที่มีแต่กล้ามเนื้อของอีกฝ่าย ช่างแตกต่างจากผมเสียเหลือเกินเลย

     ผมจำใจบิดน้ำออกจากผ้าใส่กระชามแล้วนำผ้ามาเช็ดตัวให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ จนท่อนบนเสร็จไป

     แล้ว...ท่อนล่าง ผมจะต้องทำด้วยหรอ

     "ทำต่อสิยังไม่เสร็จเลย"

     "ตะ..แต่มัน แบบว่า"

     "อย่าทำเป็นอายเลยเจ้าลูกหมา"

     เอาวะ ยังไงก็มีเหมือนกันแหละ

     ผมค่อยๆถอดกางเกงของอีกฝ่ายออก แล้วรีบๆเช็ดขาของอีกฝ่ายที่ท่อนล่างมีเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียวเหลืออยู่ ก่อนจะรีบทำแล้วรีบสวมกางเกงให้แล้วก็เผ่นเอากระชามกับผ้าเข้ามาในห้องน้ำ

     ส่องดูหน้าตัวเองในกระจกแล้วผมยิ่งอายเข้าไปใหญ่เลย ฮื่อออ

     "หยุดหน้าแดงได้แล้วไอ้รัก!"

     ผมปรามตัวเองก่อนจะออกมาเผชิญสายตาของใครอีกคนที่มองผมยิ้มๆ

     ยิ้มบ้าอะไรนักหนา พ่อแสดงตลกรึไงเล่า

     อยากจะมุดพื้นปูนหนี..

     หลังจากที่พยาบาลเอาข้าวเช้ามาให้พร้อมกับยาเสร็จ หลังจากนั้นสองชั่วโมงพี่ธินก็พาน้องต้นกล้ามาเยี่ยม

     คุณหลานคุยเรื่องต่างๆนานาให้คุณอาของตัวเองที่นอนอยู่บนเตียงฟังเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุด

     ดีนะที่วันนี้เป็นวันหยุดราชการ น้องต้นกล้าเลยได้มาเยี่ยม

     จากนั้นพี่ธินก็คุยอะไรกับคุณอชิตนิดหน่อย ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจฟังหรอกครับเพราะมัวแต่คุยกับน้องต้นกล้า

     แต่ผมสังเกตได้ว่าสีหน้าอีกฝ่ายเคร่งเครียดมากๆ

     หลังจากนั้นประมาณสองชั่วโมงพี่ธินก็ขอตัวพาน้องต้นกล้ากลับบ้านไป พร้อมทั้งคุณพยาบาลก็เอาข้าวเที่ยงมาให้เสียแล้ว

     ส่วนของผมหนะได้ของเวฟมากมายที่พี่ธินซื้อมาตุนให้แหละครับ

     ดีที่โรงพยาบาลมีเครื่องไมโครเวฟให้ด้วย สะดวกมากๆ

     ผมป้อนข้าวคนป่วยเสร็จก็มานั่งกินข้าวบ้าง ปล่อยให้คนป่วยดูทีวีต่อ

     "ของเวฟไม่ดีต่อสุขภาพนะ"

     "แต่มันสะดวกนี่ครับ"

     "ก็ฉันเป็นห่วง"

     ตึกตัก ตึกตัก

     รู้สึกดีกับคำพูดของอีกฝ่ายอีกแล้ว..

     แต่ยังไงหละ คุณอชิตหนะห่วงแต่ผมไม่ห่วงตัวเองเลยด้วยซ้ำ

     "ผมก็ห่วงคุณนะครับ คุณเอาแต่ห่วงผม ทำแต่งานอยู่นั่นแหละ ไม่ห่วงชีวิตแล้วก็สุขภาพตัวเองเลย"

     "แต่มันเป็นหน้าที่"

     "ไม่รู้แหละ เมื่อวานคุณยิ่งทำให้ผมเป็นห่วงหนักมากรู้ไว้ด้วย"

     ผมหงุดหงิดเมื่ออีกคนพยายามจะแก้ต่างให้ตัวเอง

     "ขอบคุณนะ"

     "ครับ?"

     "ขอบคุณที่คอยห่วงฉันแล้วก็ดูแลฉัน นานแล้วที่ไม่มีใครดูแลฉันใกล้ชิดแบบนี้"

     คุณอชิตคงเหงามากๆที่ไม่มีใครอยู่ดูแลใกล้ชิด เพราะคุณพ่อก็อยู่ที่เกาหลี พี่สาวก็มีครอบครัว จะว่าให้แม่บ้านดูแลตลอดมันก็ไม่ใช่เรื่อง

     ผมเอาข้าวกล่องไปทิ้งถังขยะก่อนจะล้างมือเสร็จแล้วเดินมานั่งข้างๆอีกฝ่าย

     ผมจับมือของอีกฝ่ายที่ถูกเข็มสายน้ำเกลือแทงมากุมไว้

     "แต่ก่อนคุณอาจจะเหงามาตลอด"

     "...."

     "แต่ต่อจากนี้ ผมจะคอยอยู่เคียงข้างคุณนะครับ"



-------100%-------





Talking With LittleA_
     ฉากในตอนนี้แอบแต่งยากนิดๆแต่ก็ครบ100%แน่นอนค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #28 Ji-Seen (@sasikarnjinhwan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 20:12
    หวานนนน
    #28
    0
  2. #27 Love Star (@Coffee2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 20:55
    นิยายสนุกมากค่ะรอตอนต่อไปนะคะ
    #27
    0