Autumn Black • อสุราร้าย เจ้าชายยาพิษ (จบแล้วจ้า)

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11 Dance the night of full moon : By เด็กหญิงผมจุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ส.ค. 55

11

Dance the night of full moon.

งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง

 

 

                สระน้ำใหญ่หลังบริษัท E.X.P. Sing Song Antartainment

                เมื่อยามราตรีขึ้นสีจันทราบนท้องฟ้าสีครามที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวต่างๆอย่างสวยงาม เธอเหม่อมองไกลไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยอากาศที่หนาวเย็นจัดจากไอน้ำที่สระน้ำใหญ่จึงทำให้เธอเอามือกอดอกพลางห่อตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับสายลมโชยที่พัดมาเป็นระยะๆมากนัก เธอค่อยๆก้มลงถอดรองเท้าบูทสีดำอย่างทุลักทุเลแล้วล้มตัวนั่งตรงขอบสระน้ำอย่างระมัดระวังเพราะกลัวชุดบอลลูนสีแดงตัวเก่งที่เจย์นัซซื้อให้เธอจะเปียกน้ำพร้อมกับทอดสายตามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวนับล้านดวงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพลางครุ่นคิดเรื่องราวที่ผ่านมาที่แสนจะน่าทรหดอย่างสิ้นหวัง......  แต่เพียงชั่วขณะบทสนทนาก็เริ่มผุดขึ้นมาบนหัวทีละนิดๆ

                'เมื่อนำทั้งหมดมารวมกันก็หมายถึงผู้ชายที่มีทั้งบริวารมากมายจะอยู่กับหญิงสาวที่อ่อนโยนและพร้อมที่จะปกป้องเธอเสมอ......ด้วยความรัก....ที่แข็งแกร่งดั่งเพชรตลอดกาลและตลอดไป....'

                'ฉันรักเธอนะ..ซาฟา....'

                'ฉันจะบอกเธอดีไหม เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะมากระทำแบบนี้เพราะหวงหรือหึงฉัน!! ผู้หญิงสารเลวอย่างเธอฉันไม่อยากเอาเธอมาเป็นแม่ของลูกหรอก!...เชื่อฉันเถอะแล้วเลิกหลงคิดอมนุษย์บ้าบอนั่นเสียที!'

                เธอคิดก่อนที่จะปล่อยให้น้ำตาไหลพรากหยดย้อยลงมาเลอะแก้มใสๆที่ถูกตกแต่งไปด้วยผงสีชมพูอ่อน ปากที่ทาด้วยลิบมันเปร่งประกายสั่นระริกเล็กน้อย ดวงตากลมโตราวกับเด็กนับขวบผุดตาลงต่ำ จมูกที่โด่งราวกับสันเขื่อนของเธอหายใจฟึดฟัดอย่างไม่ขาดหาย แต่ทว่า

                ก็มีเสียงๆหนึ่งดึงความสนใจที่สระน้ำกว้างใหญ่ไปหาคนคนนั้น

                "เธอร้องไห้อีกแล้ว....." คำทักทายของคนที่เดินมาเบื้องหลังทำให้เธอเอามือเล็กยกขึ้นปัดป้ายน้ำตาเล็กน้อย ร่างสูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเดินเข้ามาก้มตัวนั่งลงข้างกายเธอ "ฉันไม่สบายใจเลยนะ....ที่เห็นเธอร้องไห้ทุกวันแบบนี้" ร่างสูงเอื้อมมือมาวางไว้บนหัวเล็กของหญิงสาวที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นเป็นทวีราวกับเด็กตัวน้อยๆอย่างเอ็นดู

                "ฮึก....ปล่อยฉันเถอะช่างมันเถอะ..."

                "ไม่.....ยังไงฉันก็ไม่ยอมปล่อยเธอหรอก...คืนนี้มีการเต้นรำข้ามวันนะ" หญิงสาวส่ายหน้าไปมา" คำว่า ไม่ยอมปล่อย ของเขาทำให้เธอคิดมากเป็นทวีคูณ

                "ฉันไม่ใจสนหรอก..."

                "ทำไมล่ะ.....เธอรู้ความหมายของงานนี้แล้วหรอไง"

                "..."

                "เขาว่ากันว่า...ถ้าคู่ไหนเต้นรำข้ามวันและเป็นวันเดียวกับพระจันทร์เต็มดวงคู่นั้นจะสมหวังกับความรักและจะอยู่ด้วยกันตราบเท่าชีวาจะหาไม่..." คำพูดสุดแสนจะลึกซึ้งหลังประโยคทำให้ขาของเธอที่ทำตีน้ำตรงสระน้ำเล่นอย่างเพลินๆก็ต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ และคิดถึงจี้รูปพระจันทร์ที่คนคนหนึ่งให้เธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว

                'หรือว่า...เขาให้ฉันเพราะงานนี้โดยเฉพาะกันแน่นะ....' หญิงสาวคิดในใจแต่ก็ยังอดคิดถึงผู้ชายคนนั้นไม่ได้เสียทีผู้ชายคนนั้น.....คนที่เธอปิดใจกั้นไม่ให้เขาเข้ามาในหัวใจของเธอ....แต่ก็ยังคิดและโหยหา

                ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนใบหน้าอ่อนโยนราวเสมือนกับเจ้าหญิงองค์น้อยในชุดบอลลูนสีแดงทำให้ผู้คนที่เดินขวักไขว้ไปมาดึงความสนใจไปอยู่ที่เธอคนนี้คนเดียว...ถึงแม้ว่าใบหน้าอ่อนหวานของเธอจะเปรื้อนเปรอะไปด้วยคราบน้ำตาก็ตาม....

                เธอเป็นผู้หญิงทีเริ่มร้องไห้ตั้งแต่วันที่เธอเจอกับความโชคร้ายและโหดร้ายหลายอย่างและวันที่เธอได้เจอกับเขาคนนั้น เริ่มทำให้เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกนรกทั้งเป็น

                 "ตามที่จีซัดส์ได้พูดไว้ ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยุ่งกับเธออีกแล้ว....ถึงใจมันจะทนไม่ไหวที่เห็นเธอจูบกับมันท่ามกลางสักขีพยานนับหมื่น" เธอซาฟาหันไปจ้องใบหน้าคนตรงหน้าอย่างช้าๆ นัยน์ตากลมโตของเธอเปรื้ยมไปด้วยคำถามมากมาย

                "นายจะรู้สึกอย่างนั้นทำไม....ในเมื่อนายไม่ได้รักฉันแล้ว..."

                "ฉันรู้ว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับเธอ ทำให้เธอทุกใจตลอดเวลา....ฉัน...."

                "นายเลยคิดที่จะทิ้งฉันไปอย่างไร้เยื่อใยงั้นสิ...." หญิงสาวพูดพลางทอดสายตาไปยังพื้นผิวน้ำที่เคลื่อนไหวตามแรงลมโชยอย่างแผ่วเบา..

                "แต่นั่นทำให้เธอไม่ต้องเจ็บซ้ำซากเพราะฉันอีกต่อไป...."

                "งั้นสินะ....ฉันทำลายชื่อเสียงนายซะยับเยินเลย" เธอหัวเราะเก้อๆน้ำตาไหลหยดย้อยไม่หยุดเมื่อสายตามองไปยังสายตาที่แหลมคมและอ่อนโยนของคนตรงหน้า

                "ไม่หรอก....เธอพูดอย่างนั้นใช่ว่าทุกคนจะเชื่อเธอแค่คนเดียวซะหน่อย...."

                "..."

                "ฉันแค่จัดฉากทำสัมภาษณ์ให้เธอแค่นั้นเองจริงๆมันไม่ได้ถ่ายทอดสดจริงๆหรอก แผนนี้ฉันวางแผนกับเอ็มผู้จักการส่วนตัวของเธอเมื่อตอนนั้น...."

                "ฉันโกรธนายแล้ว...."  หญิงสาวพูดติดตลกพลางฝืนยิ้ม.....นับจากนี้เธอจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกแล้ว

                "แต่ว่า....ตอนนี้เธอคงไม่ได้เจ็บเพราะฉันอีกต่อไปแล้วใช่ไหม" เขาเลื่อนมือมาป้ายน้ำตาของเธอที่ไหลลงมาเป็นสายอย่างแผ่วเบา

"เธอเจ็บกับคนนั้นใช่ไหม..." หญิงสาวมองหน้าชายตรงหน้าอย่างสื่อความหมายก่อนที่จะพยักหน้าเล็กน้อย "ฉันควรจะทำอะไรบางอย่างเพื่อจะไถโทษเธอได้ไหม...."

                "มะ....." ก่อนที่เธอจะออกปากปฏิเสท เขาก็ลุกขึ้นวิ่งปูดไปทันที และเมื่อห้ามไม่ทันแล้วเธอก็หันหน้าไปทางสระน้ำแล้วถอนหายในเฮือกใหญ่พลางนั่งกอดเข่าแล้วก้มหน้าฟุบเข้ากับมันความรู้สึกของเธอต่างกับผู้คนที่กำลังสมสุขสนุกภิรมย์อยู่ภายในงานที่กว้างใหญ่.....และอลังกาล

 

                ( Save In : จีซัดส์ )

                เหมือนราวกับเหล็กแหลมคมที่แฝงไปด้วยพิษร้ายแรงที่ทิ่มแทงผมโดยที่ผมไม่รู้สึกตัว เมื่อตอนนั้นสายตาเฉียบคมของผมได้ไปสะดุดเห็นดวงตาที่อ่อนโยนของเธอที่กำลังสั่นไหวสื่อความเจ็บปวดและความทรมานออกมาอย่างมากมาย  ผมคิดว่า....

                เธอคงไม่คิดจะมองผมในแง่ดีเหมือนที่เธอมองผู้คนอื่นอีกต่อไป.....

                "จีซัดส์คะ....." เสียงแหลมเล็กที่กำลังยืนควงผมอยู่ข้างๆปลุกผมให้หลุดออกจากภวังค์ที่สุดแสนเกินที่จะทรหด

                ภวังค์ที่มีแต่.....ภาพใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง....เต็มไปหมดจนน่าใจหาย

                ' จีจี้ ' สาวน้อยที่ผมควง 'แก้เหงา....จนลำคาญ' มาได้สักพักใหญ่ เธอเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของหุ้นส่วนบริษัท S.S. Antartainmant ที่เกาะติดหนึบผมทุกสถานะการเมื่อเธอเจอผม ถึงแม้ว่าคุณน้าจะไปพูดกับพ่อแม่ของเธอแล้วก็เถอะ! แต่เธอก็ยังตื้อ ดื้อดึง ดิ้นรน ใส่ผมจนผมจะเป็นบ้า แต่ที่แน่ๆล่ะสิ.....ซาฟาจะคิดยังไงถ้าเผลอเดินมาเห็นเธอยืนเหมือนปลาหมึกคลอเคลียอยู่กับตัวผมเนี่ยแหละ ถึงผมจะทำหน้าสอิดเสอียนใส่เธอมากแค่ไหนแต่ร่างบางที่อยู่ข้างๆก็ไม่เคยหวั่น.....

                เธอมีเรือนผมเงาที่สวยงามจมูกแหลมอันน้อยนิดที่เข้ารับใบหน้าออกกลมเล็กที่มีปากอมชมพู ชุดแซ็กแหวกกลางโชว์แผ่นหลังสุดเซ็กส์ซี่ของเธอทำให้เฒ่าหัวงูที่ด่อมๆมองๆอยู่แถวๆนั้นตาลุกวาวเหมือนกองเพลิง....เอวคอดเล็กบวกกับมือเรียวเล็กที่ควงแขนของผมอยู่จนน่าลำคาญ 'ส่วนมาก' ผู้ชายทุกคนจะติดตาตรึงใจไว้ที่เธอแค่เพียงผู้เดียวแต่.....

                ผมมั่นใจว่า 'ส่วนน้อย' ที่ไม่เหลียวตาแลมองเธอเลยหนึ่งในนั้นก็คือ.....'ผม'...!!

                "....?" ผมมองเธอแทนคำตอบอย่างเย็นชา แต่เธอก็คืออย่างเดิมก็อย่างเดิม แต่ผมว่านะ...ปกติของคนไร้ยางอายอย่างเธอจะไม่สทกสท้าน

                "อีกไม่นานแล้วจะถึงเวลาเต้นรำข้ามวันแล้วนะคะ....จีซัดส์"

                "..."

                "จีซัดส์คะ....จีจี้อยากเต้นกับจีซัดส์ม๊าก!!" เธอทำตัวกระดี้กระด้าแล้วหันมาสวมกอดผมอย่างแน่น จนผมใช้ความพยายามอย่างสูงเพื่อจะดึงร่างของเธออกไปห่างๆจากร่างกายของผม...สำเร็จ แต่ว่า....ผมท่าจะผลักเธอแรงไปหน่อยผลก็คือเธอเซไปโดนตาแก่ผมหงอกที่มีรังแคอยู่เต็มหัวหรือว่าไม่ได้เข้าห้องเข้ามาเป็นเดือนก็ไม่ปาน แต่ผมก็ยังแอบคิดในใจอยู่ว่าคุณน้าชวนตานั่นหรือตานั่นใฝ่สูงอย่างจะมาเอง...

                 แต่แล้วเธอก็ทรงตัวได้แล้ววิ่งจู๊ดมาเกาะผมแบบเดิม...

                "ขอโทษด้วย!"

                "..."

                "ฉันจะเต้นรำกับคนที่ฉันรักเท่านั้น! แต่เธอมันไม่ใช่....." คำพูดของผมนั้นทำให้เธอเปลี่ยนจากสีหน้าที่ยิ้มร่ากลายมาเป็นสีหน้าที่สะอึกกับคำพูดก้อนโตของผมที่แสนจะเยือกเย็นและเย็นชา.... "ปล่อยฉันได้หรือยัง.....? หรือต้องให้ทหารของฉันมาจับเธอไว้?"

                มือที่รัดกุมอย่างเน้นของเธอก็ปล่อยให้แขนของผมเป็นอิสระทันที หน้าของเธอแสดงออกกับผมว่าเธอตกใจและอึ้งทื้อและค้างกับคำพูดแทงใจดำของผมเป็นอย่างมาก

                แต่ถ้าคำพูดนั้นช่วยบรรเทาให้เธอไม่ด้านอีกต่อไปผมก็ยอม...

                ตอนนี้ผมเดินมาที่หน้าบริษัทได้สักพักใหญ่แล้ว พยายามจะเปิดปอดสูดอากาศให้ลึกๆเข้ามาแทนที่ความเจ็บช้ำที่กระอักกระอวนอยู่ในหัวใจของผมอย่างไม่มีทางที่จะสามารถลบเลือน ก่อนที่จะล้วงบุหรี่ขึ้นมาแล้วเคาะขึ้นมาเพื่อจะจุดสูบ

                เธออยู่ที่ไหนกันะ.....

                ผมเสมอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยความมืดที่กว้างใหญ่ไพสานมีดวงจันทร์กับดาวนับล้านดวงส่องไสวยอย่างสวยงาม.....ดวงจันทร์เต็มดวง......ใช่!! ดวงจันทร์เต็มดวง!

                เมื่อผมคิดได้เช่นนั้นผมรีบก้าวขาเดินไปข้างหน้าเพื่อจะตามหาร่างเล็กอย่างมุ่งมั่น มันจะใกล้เวลาเต้นรำแล้วสินะเหลือเวลาอีกสองชั่วโมง....ก็จะเที่ยงคืนแล้ว....ผมล้วงโทรศัทพ์ขึ้นมากดโทรออกทันที...

                'ขออภัยค่ะ.....'  เธอปิดเครื่อง......หนี?

                ให้ตายสิ! ผมจะคลั่งตายแล้วนะ.....ถ้าเธอไปเต้นรำกับผู้ชายคนไหนแทนผมนะ....ผมจะขย้ำเธอซะให้เข็ดเลยให้ตายเถอะ!!

ผมเดินรับสายชมที่บริสุทธิ์ไปได้สักครู่แต่ผมต้องต้องหยุดชะงักเมื่อมีผู้ชายบางคนเดินมาตัดหน้าอย่างกะทันหันจนรู้สึกว่าเขาจงใจ

                 "!!!"

                "สวัสดี...." การ์ดอน....ยืนเหยียดยิ้มให้ผมพลางเอ่ยทักทาย แต่ชิบ!...ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาเล่นกับมันนะ!......

                "นายรีบงั้นหรอ....?"

                "โปรดเข้าใจ!.....ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับแก" ผมพูดปิดการสนทนาไว้เพียงแค่นั้นแล้วจะก้าวขาเดินไปแต่เพียงไม่กี่ก้าวหูเจ้ากรรมก็ได้ยินประโยคนั้นสวนขึ้นมาทันควันเสียก่อน

                "แล้วถ้า....แกจะมีเวลาหยุดคุยเรื่องซาฟาได้ไหม...?" แน่นอนมันรู้....ถ้ามันเอ่ยคำคำนี้ออกมาผมต้องหยุดชะงักเป็นธรรมดาอยู่แล้ว นัยน์ตาของมันที่ราวกับเพลิงไฟที่เร้าร้อนไปด้วยคำถามที่ก่ายกองอย่างมากมายที่มันจะพยายามสื่อมาให้ผมได้รับรู้.... "ว้าจะใกล้เที่ยงคืนแล้ว...เร็วจริงๆเนอะแกว่าไหม?" มันยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาแล้วเงยหน้าพลางเอามือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินไปมาอย่างลีลาและถือวิสาสะ

                "นายรักซาฟาหรือมากิตะ...." คำพูดก้อนโตของมันที่เสมือนกับหยดน้ำใหญ่ที่ตกลงมากระแทกหัวใจของผมสนแสบซ่านและสั่นไหวอย่างรุนแรง "ถ้านายรักมากิตะฉันขอซาฟา....นายจะเลือกใครระหว่างมากิตะกับซาฟา"

                "นายจะทายใจอะไรฉันกัน...."

                "งั้นแสดงว่านายเลือกไม่ได้เพราะนายยังรักมากิตะอยู่...."

                "ถึงนายไม่พูดตัวเลือกให้ฉันรับรู้ยังไงคนรักฉันก้คือคนเดิม.....ฮึ" เมื่อมันได้ยินอย่างนั้นมันก็เสยอะยิ้มราวกับมีอะไรแอบแฝงอยู่ลึกๆ

แต่ผม....ไม่รู้ทำไมเวลาพูดต้องรู้สึกฝืนหรือกั้นใจด้วยทั้งๆที่ตัวผมมันอยากให้พูดแบบนั้นแต่มีบางสิ่งกระตุ้นให้ผมได้รับรู้....ความเจ็บปวด

                "อ่อถ้านายจะมาเจอฉันเพื่อพร่ำอะไรไร้สาระฉันต้องขอ....!" เมื่อผมจะเอ่ยได้จบประโยคมันก็ล้วงอะไรบางสิ่งอย่างแล้วกดเล่นจนทำให้ผมสะดุ๊งกับเสียงนั้นอย่างทันที จากหัวใจที่พยายามฝืนไว้แล้วห้ามโหยหาเธอแต่หูของผมกลับได้ยินเสียงหวานแหววมันก็ไม่ต่างอะไรกับฝืนแล้วจะตกนรกทั้งเป็น! แล้วบทสนทนาจากกล่องบันทึกเสียงที่มีสภาพโทรมแล้วก็ดังขึ้นแต่ถึงมันจะดูติดๆขัดๆผมก็สามารถฟังจับใจความบทสนทนานี้ได้โดยไม่มีอุปสรรคเลย....

                นี่นายเบื้อก! รักแรกมันเป็นรักที่เจ็บช่ำและมันเป็นรักที่ไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไร นายก็อย่าจดจำมันสิ นายควรจะอยู่กับปัจจุบันนะ ถ้านายอยู่กับอดีตที่ไม่มีความสุข นายก็ไม่มีความสุขอยู่ดี! สู้เก็บอดีตไว้เป็นแค่บทเรียนยังดีกว่า อย่าเก็บมาทำให้นายต้องเสียสิ่งดีๆในปัจจุบันไปเลย

                งั้นหรอ...งั้นซาฟามาเริ่มต้นปัจจุบันกับฉันได้ไหม

                ตึก ๆ... ตึก ๆ ...

                "แล้วไง....นายคิดจะเล่นอะไรกับฉัน...."

                "ป่าว  ถ้านายไม่คิดจะมอบใจที่บอบช้ำชอนของนายให้ซาฟาช่วยบรรเทาให้หายดีนายก็อย่าตามราวีเธออีกนับจากนี้เป็นต้นไป...."

                "แล้วทำไมฉันต้องเชื่อนายด้วย!!"

                ผมตะคอกใส่หน้ามันเสียงดังลั่น ทำให้คนแถวนั้นหันมามองกันเป็นตาเดียวหลังจากที่ผมจะค่อยๆสงบสติอารมณ์เอาไว้

                "นี่คือบันทึกเทปของฉันกับซาฟาเมื่อตอนสมัยหลายปีที่เรายังคบกัน....ซาฟาบอกกับฉันว่าถ้ารักแรกมันเป็นรักที่เจ็บช่ำสู้มันเก็บเอาไว้เป็นบทเรียนดีกว่า....และฉันก็เริ่มเชื่อใจเธอจนฉันรักเธอจนหมดหัวใจ...."

                "แล้วนายก็ทิ้งยัยนั่นไปงั้นสิไอคำว่าหมดหัวใจนายนั่นน่ะ...."

                "ป่าว....ฉันไม่ได้รักใครนอกจากเธอ....^^...คำว่าบอกเลิกไม่ได้ใช้กับคำว่าหมดรักกันแค่อย่างเดียวหนิ....เพราะบางครั้งคนที่บอกเลิกก็อาจจะมีเหตุผลของตัวเองเสมอนะ"

                ผมกลับหลังหันเดินจากมันไปก่อนที่จะได้ยินประโยคสุดท้ายที่มันตะโกนมาทางผมเสียงดังชัดแจ๋ว.....

                "ฉันให้โอกาศแกเป็นครั้งสุดท้ายถ้าแกเลือกไม่ได้!.....คนนี้ฉันขอ!!"

                "เสียใจโว้ย! ฉันไม่มีทางให้แก!!"

                ผมตะโกนตอบมันอีกทอดโดยที่ไม่รู้ว่าคนเบื้องหลังที่สนทนากับผมเมื่อประกี้ดวงตาของคนนั้นจะสื่ออกมาในทางที่แสนจะเจ็บปวดและฝืนกั้นใจมอบคนที่รักให้กับผมอย่างจำใจและทรมาน และคุณลองคิดดูสิ....ถ้าคุณเป็นเขาคุณจะกล้ามอบคนที่รักที่สุดให้คนคนที่เกลียดที่สุดไหม...?

                ใช่!....ถ้าผมเป็นเขาผมจะไม่มอบเธอ.....ให้ใครทั้งนั้นเพราะ......ผมไม่ใช่พระเอกในเทพนิยาย!!

                หลายสิบนาทีผ่านไป....

                การ์ดอนยังยืนทื้อนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไหวติงใดๆ

                ในหัวใจของเขาก็ได้แต่พูดปลอบใจตัวเองอย่างสิ้นหวัง....ใช่ถึงเขาจะร่ำรวยแต่ใช่ว่าความร่ำรวยนั้นจะทำให้ได้หัวใจของผู้หญิงคนนั้นมาก็ไม่ได้หรอก....ถึงอดีตหัวใจดวงนั้นเคยอยู่กับเขาตลอดแต่ทว่า....มันคงไม่ใช่ตอนนี้.....เพราะหัวใจของเธอได้หวั่นไหวไปกับหนุ่มแบดบอยสุดฮอทที่ดังระดับเอเชียไปแล้ว.... เหมือนกับที่เขาคิดไว้เมื่อก่อนไม่มีผิด....ว่าสักวันเขากลัวว่า 'เธอ' จะไปมอบหัวใจให้คนอื่นที่ไม่ใช่เขาเอง....!

                จะมีใครรู้บ้างไหม....? ว่าเขาต้องกั้นใจเช็ดน้ำตาให้คนที่เขารักที่สุดในหัวใจ โดยน้ำตานั้นไม่ได้มาจากเขาแต่มาจากผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะก้าวเข้ามาครอบครองหัวใจของผู้หญิงที่เขาเคยครอบครองเมื่อก่อนนี้....

                การ์ดอนเงยหน้าขึ้นเหม่อมองท้องฟ้าพร้อมกับหยดน้ำตา 'หยดแรก' ในชีวิตที่เราเพิ่งจะเสียให้กับผู้หญิงคนแรกไป ที่เขาเคยวาดฝันเอาไว้ว่าจะได้เต้นรำกับหญิงสาวที่เขาจะอยู่กับหญิงสาวคนนั้นไปชั่วนิรันดร์แต่ตามที่คาดไว้....มันล้มเหลว

                และแหลกเหลวไปพร้อมกับ...หัวใจของเขาโดยที่เขาก็รู้ตัวดี......

                ขอบคุณ 'เธอ' ที่ทำให้เขาได้รับรู้ว่าความ 'เจ็บปวด' มันให้ความรู้สึกยังไงในครั้งที่สองในชีวิตของเขา

                ขอบคุณจริงๆ......

 

                "นี่เธอจะใกล้ถึงงานเต้นรำแล้วฉันยังเลือกคู่ไม่ได้เลย...."

                "ฉันยิ่งแล้วใหญ่ ฉันยังไม่มีคู่ด้วยซ้ำ...น่าเสียดายชมัด" เสียงเจือแจ้วของหญิงสาวคู่หนึ่งที่กำลังเดินผ่านด้านหลังของฉันไป เธอสองคนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับงานค่ำคืนนี้อย่างสุขภิรมภ์แม้ว่าถึงเธอสองคนจะเป็นแค่คนธรรมดาแต่งตัวค่อนข้างจะออกแนวผู้สื่อข่าวหรือปาปารัซซี่ถึงเธอจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็มีเพื่อน...มีความสุข... มันช่างแตกต่างกับตัวของฉันเองอย่างลึกลับฉันไม่ค่อยมีเพื่อน...มีแต่ความทุกข์ ที่แย่งกันรุมเร้าเข้ามาหาฉันอย่างมากมาย

                ทุกข์ใจและเจ็บใจในเวลาเดียวกัน...

                 แต่ทว่า กลับมีเสียงหนึ่งทำให้ภวังค์ของฉันแตกสลาย...

                "มานั่งอยู่ตรงนี้นี่เอง...ฉันตามหาเธอแทบแย่นะ" ฉันสะดุ๊งกับต้นเสียงเฉียบคมที่ดังขึ้นเข้ามาแทรกกลางระหว่างความเงียบและความโดดเดี่ยว... ฉันหันไปข้างๆแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูงที่มีดวงตาแหลมคมที่ถูกเขียนด้วยอายไลน์เนอร์ก้มลงมามองฉันที่กำลังนั่งเล่นตรงขอบสระน้ำใหญ่อย่างอ่อนโยนและลึกซึ้ง... ใบหน้าของเขาที่ฉันพยายามอยากจะลืมนักอยากจะลืมหนาดันมาทำให้หัวใจของฉันสั่นครอนอีกครั้งโดยควบคุมเอาไว้ไม่อยู่...

                "มาทำไม..."

                "การแสดงของเราสองคนมันยังไม่จบ..."

                "จำเป็นด้วยหรอไง..." ในที่สุดเมื่อเขาได้เอ่ยปากคุยกับฉันแค่ไม่กี่วินาทีทำให้หัวใจของฉันค่อยๆแง้มเปิดอย่างอัตโนมัติ แต่ให้ตายสิ...

ฉันไม่อยากให้พญาเหยี่ยวที่ดุร้ายอย่างเช่นเขาได้เข้ามาในหัวใจของฉันเลย...ถึงแม้ว่าฉันจะกั้นใจมากแค่ไหนก็ตามแต่...

                ไหงฉันยังรู้สึก...โหยหา หึ..จีซัดส์ฉันไม่ต้องการนายเลย...ไม่เลยสักนิดเดียว...

                "แต่...ระหว่างฉันกับเธอมันจำเป็น!"

                เขาเอื้อมมือหนามากระชากแขนของฉันขึ้นอย่างแรงจนฉันเริ่มรู้สึกเจ็บราวกับกระดูกของฉันมันรับแรงกดหนักแน่นนั้นไม่ไหวแล้ว...

จะมีวันไหนบ้างนะที่เขาจะไม่ใช้กำลังกับฉัน ทั้งๆที่น่าจะบอกกับฉันด้วยคำพูดจากปากดีๆกันนะ...  เขาช่างใจร้ายจังเลย!

                "จีซัดส์...ปล่อยแขนของฉันด้วยได้โปรด"

                ฉันสบัดข้อมือออกจากมือของเขาที่กำลังรัดกุมข้อมือของฉันอย่างแรง แต่ทว่า! โดยความคิดฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเขาก้มตัวลงมาชอนร่างบางของฉันขึ้นไปอยู่ในอ้อมกอดและอ้อมอกที่แข็งแกร่งของเขาอย่างชำนาญ

                "จีซัดส์...อย่าทำอย่างนั้นได้ไหม" เขาอุ้มฉันไปโดยไม่ปล่อยโอกาสให้ฉันได้สวมใส่รองเท้าบูทส้นสูงสีดำคู่นั้นได้เลย...

                โอ้ย!...เขาจะทรมานร่างกายและจิตใจของฉันไปถึงไหนกัน...?

                "นายลืมไปแล้วหรอ...ฉันไม่ใช่ของนายนะ!"

                "ตกใจทำไม...ในเมื่ออีกไม่นานเธอก็เป็นของฉันอย่างสมบูรณ์แบบ..."

                "ว่าไงนะ...!"

                "หุบปาก...ฉันจะไปในงาน"

                หรือว่า... เขาจะลากฉันไปเต้นรำด้วยกัน ไม่นะ...ฉันไม่อยากอยู่กับเขาไปจนคราบชั่วนิรันดร์ ฉันจะไม่ยอมจมปรักอยู่กับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานชั่วชีวิตนี้เด็ดขาด... แต่ภายในแววตาที่ดุร้ายที่ถูกปกคลุมไปด้วยความอ่อนโยนของคนตรงหน้าทำให้ฉันไม่ค่อยจะไว้เนื้อเชื่อใจเขามากนัก...ใช่! เขาไม่ใช่เจ้าชายขี่ม้าขาว...แต่เขาเป็นดั่งพ่อมดที่ดุร้ายที่พร้อมจะร่ายมนต์สะกดให้คนตรงหน้าละลายไปกับเสี้ยววินาทีที่สบตากับสายตาที่เจ้าเลห์คู่นั้น...อย่างหัวปักหัวปำ...

                แต่แล้วเขาก็อุ้มฉันต่อไปถึงแม้ว่าฉันจะดิ้นซะขนาดไหนแต่นั่นไม่ทำให้เขาสทกสท้านหรือว่าหงุดหงิดเลยเหมือนกับว่า...เขาไม่มีต่อมรับความรู้สึกหรือกลายเป็นรูปปั้นประติมากรรมของศิลปินชื่อดังก็ไม่ปาน....เขา...พ่อมดที่ดุร้ายที่ถูกครอบงำไปด้วยความเย็นชาและป่าเถื่อน!!

                เมื่อเขาเดินมาหน้างานฉันกับเขาก็เห็นเจย์นัซที่กำลังโดนนักข่าวรุมทึ้งอยู่ จนเขาละสายตาจากพวกสื่อข่าวหันมามองฉันที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดหน้าแผงอกสันกว้างของเขา "ปล่อยฉันเสียที..."

                "ไม่..."

                "ปล่อย!..."

                "มองตาของฉันสิ...แล้วสื่อออกมาว่าจะให้ฉันปล่อยหรือจะให้ฉันอุ้มต่อ..." เขาเค่งนัยน์ตาเฉียบคมมาที่ฉันเสียจนน่าหวาดหวั่น เมื่อดวงตาของฉันเผลอไปผสานกับเขาก็ต้องหยุดชะงัก และพยายามสื่อคำพูดนั้นผ่านแววตาถึงแม้มันจะยากเย็นเข็ญใจมากมายแค่ไหนก็ตาม...แต่ยังไม่ทันถึงกาลเวลาที่เนิ่นนานก็มีใครคนหนึ่งเดินมากระชากร่างบางของฉันมันทำให้ฉันหล่นจากการครอบครองของจีซัดส์ ร่างของฉันเซเข้าประทะกับแผงอกที่ถูกปกคลุมด้วยชุดออกแนวโทนดำ ซึ่งทำให้จีซัดส์ทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยก่อนที่จะเพ่งสายตาแสนจะกดดันมาทางฉันแล้วกลับไปทำสีหน้าเย็นชาแบบเดิม...

                เมื่อเราทั้งสามคนต่างคนต่างเงียบและมองตากันอย่างหนักแน่น ก็ได้มีเสียงบรรเลงเพลงเต้นรำของวงบรรเลงวงหนึ่งที่โด่งดังระดับเอเชียเลยก็ได้... แต่พอทุกคนหันไปก็เห็นบรรดาคู่หญิงชายนับพันเริ่มตั้งท่าแล้วหันมาทางพวกเราทั้งสามคนเหมือนกับจะรออะไรบางอย่างอย่างใจจดใจจ่อ....  เขารออะไรอยู่น่ะ....ชักเริ่มหวั่นแล้วแต่...ว่า

                ฉันจะเลือกจับมือของใครดีระหว่างคนที่สุดแสนจะดีกับฉันและระหว่างคนที่ทำให้ฉันเจ็บปวดทุกวิถีทาง ไม่สิ...ถึงฉันจะเลือกที่จะจับมือเจย์นัซแต่ยังไงจีซัดส์ก็ดื้อลั้นแย่งฉันมาอยู่ดีแหละ...

                "ยัยนี่เป็นของฉัน..."

                "..."          

                ไม่หน่ำซ้ำ!...เจย์นัซยังบีบข้อมือของฉันแรงขึ้นอีกแขนคำตอบ จนฉันลืมไปว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่บังเอิญไม่สิไม่หรอกเขาจงใจเดินมาเห็นเราสามคนที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนนับหมื่นพันที่ตั้งท่ารอฉันกับเขาสองคนอยู่... "ซาวน์นา?!" เธอมาไดยังไงกัน....?

38 ความคิดเห็น