คัดลอกลิงก์เเล้ว
MissCall Minhyunbin | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
MISS CALL

Hyunbin x minhyun

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 พ.ค. 62 / 21:00


MissCall

Hyunbin x Minhyun

 

 

                คุณเคยพลาดการรับสายจากใครสักคนไหมครับ?

                เวลาที่คุณยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วมันแจ้งเตือนว่ามี มิสคอลจากคนที่คุณรู้จัก คุณเคยสงสัยเหมือนผมหรือเปล่า ว่าเขามีอะไรจะพูดกับเรานะ? แล้วถ้าตอนนั้นเราไม่ปล่อยให้มันเป็นมิสคอล แต่คุณรับสาย แล้วคุยกับเขา คุณว่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปไหมนะ?

                .

                .

                .

                .

                .              

                ผมควอน ฮยอนบิน ประธานบริษัทเครือควอนกรุ๊ป ที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์อย่างที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมมีทั้งทรัพย์สินเงินทองไหลเข้ามือมหาศาลในแต่ละวัน มีบ้าน มีรถ มีทุกอย่างพร้อม และแน่นอน มีทั้งคนรักที่สมบูรณ์แบบด้วย ; )

                มินฮยอน คือชื่อของเขา ฮวัง มินฮยอน เจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ ตรงข้ามบริษัทที่เมื่อก่อนผมเคยฝากแดฮวี เลขาของผมไปซื้อให้บ่อย ๆ แต่มีครั้งหนึ่งที่คุณเลขาป่วย และเหมือนว่ามินฮยอนคงจะจำได้ว่าต้องมีเลขาหนุ่มหน้าตาดีแต่หัวฟูเพราะการใช้งานอย่างคุ้มเงินเดือนของผมมาซื้อกาแฟดำไม่ผสมน้ำตาลในทุก ๆ วัน เขาจึงจัดการนำกาแฟขึ้นมาให้ผมเองเสร็จสรรพ(คงเพราะแดฮวีเคยไปคุยอะไรไว้แน่ ๆ )และนั่นแหละครับ รักแรกพบก็เกิดขึ้น

                ซึ่งหลังจากนั้นผมก็ไม่เคยใช้แดฮวี และลงไปซื้อกาแฟด้วยตัวเองทุก ๆ วัน ฮ่า ๆ ความรักของผมกับมินฮยอนน่ะสวยงาม อ่อนหวานและมั่นคง

 

 

 

                ผมเชื่ออย่างนั้นมาตลอด...

 

 

 

 

            [ฮยอนบิน วันนี้จะกลับมากินอาหารเย็นด้วยกันไหม?]

 

                “คิดว่าไม่หรอกมินฮยอน ยังเหลือเอกสารอีกเยอะเลย”

 

                [อีกแล้วงั้นเหรอ... งั้นก็สู้ ๆ นะ อย่าหักโหมล่ะ]

 

                น้ำเสียงนุ่ม ๆ อ่อนลงอย่างที่ผมรู้สึกได้ นี่ก็เข้าวันที่ 3 แล้วที่งานมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา มินฮยอนโทรมาถามคำถามเดิม และผมปฏิเสธเหมือนเดิม แต่จะทำยังไงล่ะครับ ในเมื่อเอกสารมันเยอะอย่างที่ว่าจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ผมเองก็นั่งทำมาตลอดไม่ได้พักเลยแท้ ๆ ผมอยากบ่นให้มินฮยอนฟังถึงความเหนื่อยของผม แต่สิ่งที่ทำก็แค่ตอบไปด้วยเสียงที่พยายามทำให้สดใสเท่านั้น

 

                “ขอบคุณครับ รักนะ : )”

 

                ติ๊ด

 

                ผมวางสายแล้วจึงรีบเซ็นเอกสารต่ออีกครั้ง ก็หวังว่ามันจะไม่ถึงสามทุ่มหรอกน่ะ...

 

 

 

 

 

 

                [ฮยอนบินา วันนี้กลับมากินข้าวที่บ้านเถอะนะ ฉันมีเรื่องจะ...]

 

                “ขอโทษนะมินฮยอน ประธานบริษัทคู่ค้าเขาชวนไปทานอาหารเย็นด้วยน่ะ”

 

                [... นายไม่ได้กลับมาทานข้าวกับฉันนานแล้วนะ]

 

                “มันจำเป็นนะมินฮยอน ขอโทษทีนะ”

 

                [อือ ไม่เป็นไรหรอก]

 

                ติ๊ด

 

               

 

 

 

 

 

 

                [ฉันเพิ่งซื้อของเสร็จแล้วผ่านทางบริษัทนายพอดี ว่างหรือเปล่า ไปกินข้าวกลางวันกันเถอะนะ]

 

                “ไว้คราวหลังนะมินฮยอน ฉันมีประชุมด่วนน่ะ”

 

                [...อือ ตั้งใจประชุมล่ะ อย่าลืมหาอะไร...]

 

                บอสครับ ถึงเวลาแล้วนะครับ

                “โอเค! อ่า โทษทีนะมินฮยอน ฉันไปก่อนนะ”

 

                [ครับ]

                ติ๊ด

 

               

                .

                .

                .

                .

                .

 

                ครืดด ครืดดด

                [Minhyun is calling…]

โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นจนผมต้องหยิบขึ้นมาดูพร้อมกับขมวดคิ้ว แต่เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอผมก็ถอนหายใจก่อนจะปล่อยให้มันสั่นต่อไป กลับมาจดจ่อกับเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องใช้สมาธิอย่างหนักตรงหน้าอีกครั้ง จนผ่านไปครู่หนึ่ง โทรศัพท์นั้นก็นิ่งลง พร้อมกับเปลี่ยนเป็นข้อความ Missed call แทน ผมเหลือบมองครู่หนึ่งแล้วจึงหยิบแฟ้มอันสุดท้ายมาอ่านต่อ

                ค่อยโทรกลับก็ได้นี่นะ...

 

 

เอี๊ยดดดด

 

เสียงล้อบดถนนดังเบา ๆ มาจากชั้นล่าง แต่ผมที่ทำงานอยู่ชั้นสูงลิบอย่างนี้ยังได้ยินก็แสดงว่าจริง ๆ แล้วเป็นเสียงที่ดังไม่เบาแน่นอน อันที่จริงมันคงไม่เกี่ยวกับผมเท่าไหร่ ผมเลยกลับมาสนใจแฟ้มงานหน้าสุดท้ายที่เปิดค้างไว้ต่อแล้วปิดกั้นตัวเอง อยู่กับสมาธิอีกครั้ง

และราวกับช่วงมรสุมได้ผ่านพ้นไป หลังจากโหมงานหนักด้วยระยะเวลารวม ๆ เกือบอาทิตย์ ในที่สุดปริมาณงานก็ลดลงแล้วครับ! อา เหมือนสวรรค์โปรดเลย วันนี้ผมคงได้ไปทานอาหารกับมินฮยอนแล้วล่ะ จริง ๆ ผมก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยเลยล่ะที่ปฏิเสธไปหลาย ๆ ครั้งแบบนั้น แต่มันช่วยไม่ได้จริง ๆ นะครับ

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะสไลด์ไปดูสายมิสคอลของมินฮยอน แล้วสไลด์เตรียมโทรกลับ แต่ชั่วขณะหนึ่งนั้นเอง หน้าจอก็แสดงผลข้อความแปลก ๆ ขึ้นมา

 

Miss call simulation

 

หืม? อะไรน่ะ

 

ตรู๊ดด ตรู๊ดดดด ติ๊ด!

[นี่ ฮยอนบิน ฉันกำลังจะเอากาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลไปให้นะ ทำงานหลายวันคงเหนื่อยแย่เลย]

อืม แฟ้มนี่อันสุดท้ายแล้วล่ะ ยังไม่ต้องก็ได้มินฮยอน เดี๋ยวฉันลงไปหาที่ร้านเลยดีกว่า

เสียงสนทนาของผมกับมินฮยอนดังก้องออกมาจากโทรศัพท์ทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่ได้พูดอะไร มันแปลก แปลกมากด้วย แต่ผมกลับตั้งใจฟัง...

[โอเค จะรอที่ร้านนะ น่าดีใจจังเลย ในที่สุดคุณประธานก็ว่างมาดื่มกาแฟเองที่ร้านฉันสักที ฮ่า ๆ ]

ผมฟังน้ำเสียงสดใสของมินฮยอนที่โต้ตอบกับกับผมอย่างมีความสุข ผมยิ้มออกมาทั้ง ๆ ที่ในใจมันรู้สึกเจ็บ เสียงที่สดใสของมินฮยอนที่มีความสุขเพราะแค่ผมว่างลงไปหาด้วยหลังจากถูกผมปฏิเสธเรื่องอาหารเย็นมาหลายครั้ง ทำไมมันทำให้ผมรู้สึกผิดขนาดนี้นะ

ขอโทษที่ปล่อยให้อยู่คนเดียวมาตลอดเลยนะ แต่วันนี้จะกลับไปนอนกอดมินฮยอนให้หายคิดถึงเลย

ราวกับเสียงของผมที่ผมไม่ได้พูดออกไปได้ตอบแทนความคิดของผมไปแล้ว

 

[ไม่เป็นไรหรอก แล้วก็นะฮยอนบิน]

                ครับ? มีอะไรเหรอ

 

                [คิดถึงมากเลยล่ะ]

                คิดถึงเหมือนกันครับ รักนะ ;)

 

                ติ๊ด

                เสียงจากโทรศัพท์เงียบไปแล้ว และไม่นานก็มีเสียงหุ่นยนต์เสียงเดิมดังขึ้น

                {สิ้นสุดการจำลองสถานการณ์ ขณะนี้กลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน เหตุการณ์กรณีที่เจ้าของโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ไม่ได้รับสาย}

 

                แล้วก็ไม่มีเสียงใดดังขึ้นมาอีก ผมใจเต้นถี่รัวอย่างหวาดกลัว กำลังจะก้าวขาออกไปจากห้องทำงาน นึกถึงร้านกาแฟของมินฮยอนตรงข้ามบริษัทกับเสียงดังที่เพิ่งเกิดขึ้นใจก็เหมือนร่วงไปอยู่ที่เท้า...

 

                “บอสครับ!

                แต่แดฮวีก็เปิดประตูเข้ามาก่อนพร้อมสีหน้าซีดเผือก

                “คุณมินฮยอนถูกรถชนที่หน้าบริษัทครับ!

                และนั่นทำให้ผมรีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตลงไปที่ชั้นล่างทันที หากคุณเคยพบเจอสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ถูกแล้วล่ะก็ คุณคงรู้ถึงความลนลาน ...ลิฟต์สำหรับผู้บริหารที่จะไม่มีวันที่พนักงานคนไหนจะใช้เด็ดขาดทำให้มันพร้อมต่อผมเสมอ แต่ตอนนี้ผมกลับเลือกใช้สองขาวิ่งอย่างรวดเร็ว ไปที่ล็อบบี้ ไปที่ถนน... ไปที่ร่างของมินฮยอนที่ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาล้อมไว้แล้ว ไม่ไกลจากนั้นผมเห็น... แก้วกาแฟที่หกเลอะถนนนั้นเอง

                เพราะมินฮยอนไม่เลือกที่จะรอผมที่ร้าน เพราะมินฮยอนจะเอากาแฟมาให้เพราะห่วงผม ...เพราะผมไม่รับสายของมินฮยอน

                ถ้าผมรับสาย บอกให้มินฮยอนรอที่ร้าน เดินมาหามินฮยอนเอง เรื่องแบบนี้อาจจะไม่เกิดก็ได้

                “ขอโทษนะครับ ขอทางหน่อยนะครับ”

                ผมบอกกับคนที่มุงอยู่ พยายามเข้าไปหามินฮยอนให้ได้มากที่สุด น้ำตาไหลเลอะใบหน้าหมดมาดประธานแค่ไหนผมก็ไม่สนแล้วในเวลานี้

                “มินฮยอน มินฮยอนได้ยินไหม ฉันขอโทษนะ ลืมตาขึ้นมาหน่อยสิ”

                ร่างโปร่งที่นอนอยู่บนเปลมีบาดแผลที่แขนและขาบางจุด ผมรู้สึกผิดและเจ็บปวดเหลือเกินที่เห็นเขาเป็นแบบนี้ แต่คุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังทำแผลบางจุดให้ก็หันมายิ้มอย่างใจดีให้ผมพร้อมกับอธิบาย

                “จริง ๆ เขาไม่ได้โดนชนแรงมากหรอกครับ แค่โดนรถเฉี่ยวแล้วเขาไปกระแทกเสาด้วยเลยสลบไปน่ะ เดี๋ยวจะส่งไปโรงพยาบาลเพื่อเช็คแผลกับตรวจภายในอีกทีนะครับ”

                “ค่อยยังชั่วครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยทำแผลให้”

                ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก แอบคาดโทษในใจที่แดฮวีทำให้แตกตื่นไปหมด... ผมมองใบหน้าของมินฮยอนที่หลับตาพริ้ม ยกมือข้างหนึ่งของเขาขึ้นมาจูบเบา ๆ

 

                “ขอโทษนะมินฮยอน”

 

 

                อันที่จริงคุณอาจจะคิดว่าสถานการณ์นี้มันดูโอเว่อร์ ไม่เมคเซ้นส์ ...ผมก็คิดเหมือนกันครับ แต่ว่าโลกนี้น่ะมีความเป็นไปได้มหาศาล รูปแบบของเส้นทางที่เป็นไปได้นับร้อยนับพัน การรับสายโทรศัพท์ครั้งหนึ่ง อาจจะเป็นตัวเลือกที่ทำให้เส้นทางในอนาคตนั้นพลิกไปได้หลายรูปแบบ ผมที่ไม่รับโทรศัพท์ทำให้มินฮยอนต้องเดินมาหาเองและถูกรถชน แต่ถ้าผมรับโทรศัพท์แล้วบอกว่าให้รอที่ร้าน ก็อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็ได้ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมรับสายของมินฮยอนทุกครั้งที่เขาโทรมา แต่ก็มีบางครั้งที่ยุ่งจริง ๆ ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นมิสคอลไป แต่ก็จะรีบโทรกลับทุกครั้ง น่าแปลกใจที่มิสคอลซิทูเอชั่นอะไรนั่นไม่เคยปรากฏอีกเลยนับแต่นั้น....

 

                และผมกับมินฮยอนก็ยังรักกันดีอยู่เรื่อยมา J

                End

 

Writer talk

          มันอาจจะอ่านแปลก ๆ นะคะ แต่ไรต์อยากนำเสนอความคิดของตัวเองนี่แหละ คือเวลามีมิสคอลจากใครก็ตามทั้งรู้จักไม่รู้จัก เราจะสงสัยตลอดว่า ณ ตอนนั้นอ่ะ เขาจะพูดอะไรกับเรานะ5555 แล้วก็ ๆ ชื่อเรื่องไม่ได้เขียนผิดนะคะ จงใจให้ใช้คำว่า Miss ที่แปลว่าคิดถึง พอเป็น Miss call ก็เลยอยากจะสื่อว่าเป็นสายที่โทรมาเพราะคิดถึงนะ อย่าทำให้เป็น Missed call (สายที่ไม่ได้รับ) เลยนะ อะไรแบบนี้น่ะค่ะ

                สุดท้ายนี้ ถ้าไม่ชอบวอนอย่าด่านะคะแงงง555

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เอลฟ์หูยาว จากทั้งหมด 23 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 EMO_TUNG (@EMO_TUNG) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 17:02
    แงงงงงงง อยากรู้เรื่องต่อจากนี้
    #2
    0
  2. วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 21:15

    หูยยย เกือบไปแล้วนะฮยอนบิน เราชอบการเล่าเรื่องมากเลย กระชับและครบถ้วนดีค่ะ

    #1
    0