คัดลอกลิงก์เเล้ว

After all, life goes on:ถึงที่สุดแล้ว ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป

โดย NiCo120944

ความรักเป็นสิ่งสวยงามเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกำหนดได้ความรักสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะ รักสุนัข รักแมว รักรถ รักครอบครัว รักแฟน ความรักไม่มีขีดจำกัด

ยอดวิวรวม

15

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


15

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 ก.ค. 63 / 03:34 น.
นิยาย After all, life goes on:֧ش ԵͧԹ After all, life goes on:ถึงที่สุดแล้ว ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ความรักเป็นสิ่งสวยงามเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกำหนดได้ความรักสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะ รักสุนัข รักแมว รักรถ รักครอบครัว รักแฟน ความรักไม่มีขีดจำกัด แต่ความรักสำหรับฉันคือแรงผลักดัน ขณะเดียวกันก็เป็นแรงกดดัน มันทำให้เกิดความทรงจำที่ดีและไม่ดีแถมยังยากที่จะลืมด้วย มันทั้งมีความสุขและทุกข์ไปพร้อมกัน หึๆ อยากรู้แล้วละสิว่าฉันน่ะรักอะไร ฉันจะเล่าเรื่องความรักของฉันให้ฟัง        
ฉัน ชื่อ พะพาย 

สวัสดี ฉันชื่อพะพาย ตอนนี้ฉันอายุ25 ฉันกำลังจะรับปริญาวันพรุ่งนี้ ฉันดีใจมากเลยแหละป๊ากับแม่ฉันนี่ตัดชุดใหม่เพื่อไปถ่ายรูปไว้ติดฝาบ้านเลยนะ น่ารักเนอะ เมื่อวานฉันกับเพื่อนกลับไปที่โรงเรียนเก่าด้วยนะ โคตรคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ความทรงจำเดิมๆ โคตรคิดถึงเลยทุกที่ในโรงเรียนมันมีแต่ความทรงจำของฉันไม่ว่าจะเป็น ห้องประจำที่ใช้เรียน,เล่น,สอบ,ทำกิจกรรม โรงอาหารที่มีโต๊ะประจำเอาไว้กินข้าวกับเดอะแก๊ง เมาท์มอยเรื่องต่างๆ เอาไว้สอบแล็ปกริ๊งด้วยเพราะห้องชีววิทยาไม่พอตั้งกล้อง 55555 ห้องน้ำที่ไปเข้าที่ไปเป็น10แต่เข้าจริง3-4คน เข้าไปแอบอาจารย์ก็โดดเรียนนั้นแหละ ว่าไปๆ สนามบอลที่เอาไว้ดูนักบอล ห้องประชุมที่นั่งหลับตลอด โรงยิมที่ฉันโดนลูกบาสอัดหน้า ห้องฟิสิกฟ์ห้องที่ฉันเข้าบ่อยสุด ห้องเคมีที่เรียนยังไงก็ไม่เข้าใจ ห้องพักที่อาจารย์ที่ปรักษาที่เข้าบ่อยพอกับห้องปกครองเข้าทุกวันจนอาจารย์ฝ่ายปกครองเป็นเพื่อนซี้กับป๊า5555 สแตนเชียร์ที่ช่วงกีฬาสีคือบ้านคือที่นอน ทุกอย่างที่บอกมามันคือความสุขที่ฉันมีกับเพื่อน อาจารย์ รุ่นน้องและโรงเรียน มันทำให้คิดถึงเหตุการณ์เก่าและทำให้ความรักที่ฉันมีให้เพื่อน อาจารย์(ไม่ใช่กับเพื่อนทุกคนหรืออาจารย์ทุกคนนะ)และโรงเรียนมีมากขึ้นในขณะเดียวกันตอนนั้นฉันก็มีความทุกข์นะ เสียใจ เศร้าไม่ว่าจะทะเลาะกับเพื่อน สอบไม่ผ่าน เพื่อนคนหนึ่งที่จากไปไม่มีวันกลับ และปัญหาที่กว่าจะฉันและเพื่อนหาทางออกไปเกือบทำคนที่ไม่รู้อะไรจากไปโดยไม่กลับมา และตอนฉันขับรถกลับบ้านฉันผ่านสถานที่ๆหนึ่งมันมีความทรงจำของฉันกับผู้ชายคนหนึ่งมากพอสมควร 
#เค้าโครงมาจากเรื่องจริง

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 ก.ค. 63 / 03:34


เขาคืออดีตคนรักที่ฉันรักมากๆ ถึงแม้ว่าจะว่าอายุเราจะห่างกัน6ปีแต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาเลยสักนิด ฉันจอดรถไว้ข้างโรงพยาบาลและเดินไปที่สวนสาธารณะข้างๆ และนั่งลงบนม้านั่งที่หันหน้าเข้าตึกของโรงพยาบาลฉันมานั่งตรงนี้ทุกๆวันเสาร์ช่วงเย็นๆ ตอนนี้ฉันกำลังมองไปที่ชั้น2ห้องริมสุด มันเป็นห้องที่เขาอยู่มากกว่าบ้านห้องที่ทุกครั้งที่ฉันมานั่งจะสามารถมองเห็นเขาที่กำลัง ดื่มกาแฟ อ่านหนังสือ หรือนั่งหลับ แต่ตอนนี้ไม่มีเขาอีกแล้ว ฉันลุกและเดินไปที่ร้านข้าวของป้าที่ชอบแซวฉันทุกครั้งที่มานั่งกินข้าวกับเขามานั่งรอเขา ทำไมถึงต้องร้านป้าหรอเพราะว่าเป็นร้านเดียวที่มันใกล้โรงพยาบาลเขาสามารถลงมาหาฉันได้แค่เดินลงจากตึกเดินตรงอีก10ก้าวเลี้ยวขาวก็ถึงแล้ว ตอนนี้ร้านก็ยังเหมือนเดิมป้าก็ยังเหมือนเดิมจนฉันต้องบอกว่าหนูเลิกกันแล้วค่ะ ป้าแกตกใจนิดๆแถมยังบอกให้ฉันกินฟรีด้วยนะ ทุกครั้งที่ฉันมารอเขาฉันจะคุยเล่นกับป้าเขานี่แหละถามว่าบ่อยไหมตอบเลยว่าทุกวันหลักเลิกเรียนตอน18.00-19.00 ฉันมารอเขาตลอดบางวันเขาก็ลงมาไม่ได้ มีครั้งหนึ่งเขาว่าให้สั่งเขาให้ฉันก็สั่งไว้รอเขาจน19.25น.เขาก็ยังไม่มา20.00น.เขาก็ยังไม่มา จนฉันกลับมาบ้านทำการบ้าน ดูหนัง นอน จนผ่านไป2วันไม่มีแม้เบอร์ที่เข้ามาหรือไลน์ที่น่าจะส่งมาบอก จนในที่สุดแล้วเขาก็โทรมาบอกว่าวันนั้นเขามีเคสผ่าตัด2เคสที่ถูกเลื่อนวันผ่าตัดมาเป็นวันนั้น โอเครฉันเข้าใจ หลังจากวันนั้นเราก็เปลี่ยนมาเจอกันแค่วันที่ว่างหรือวันที่เขาไม่เหนื่อยมากไป สรุปแล้วเดือนหนึ่งเจอกันแค่2-3ครั้ง ถามว่าน้อยใจไหมมันก็มีบ้างตอนนั้นฉันแค่นักเรียนม.ปลายอยากไปเที่ยวกับแฟนไปดูหนังไปกินข้าว แต่นี่เจอกัน1-2ชม.เพราะฉันก็กลัวเขาเหนื่อย อยากให้เขานอน แต่ฉันก็เก็บมาน้อยใจทั้งที่ฉันเลือกเอง ตลกตัวเอง555 ถามว่ามีทะเลาะกันไหมก็นิดหน่อยแบบวันที่เจอกันฉันจะไปสายประมาณ5-10นาที เขาก็จะบ่นจนน่ารำคาญ แต่ไม่เคยพูดว่ารำคาญนะ หรือแบบเขาชอบผลักหัวฉัน โยกหัวฉัน ทำให้ผมฉันยุ่งพองอลเขาก็ง้อโดยการหอมหัว เขาไม่ใช่คนพูดเพราะกับฉัน!! แต่กับเพื่อนเขาจะสุภาพนิดนึง เขาสอนหนังสือให้ฉันด้วยนะเอาข้อสอบเก่าๆมาให้ทำถ้าทำแล้วไม่ผ่านฉันต้องถ่ายรูปทำหน้าตลกๆให้เขาตามจำนวนที่ผิด คิดว่าฉันฉลาดมากมั้งในโทรศัพท์เขามีรูปตลกๆฉันเป็นร้อยๆ ฉันถามว่าจะเอาไปทำไมเขาบอกว่าเวลาเครียดมันช่วยได้ดีได้ยินแบบนี้ยิ้มปากถึงหูเลยจ้า ฉันเคยเจอพ่อแม่เขา3ครั้งแต่เขาไม่เคยเจอพ่อแม่ฉันนะ ด้วยที่บ้านฉันค่อนข้างปิดเรื่องความรักในวัยเรียน ถามว่ากลับบ้านมืดๆเขาจะไม่รู้หรอ ไม่รู้จ้าเพราะฉันเรียนพิเศษเลิกช้าเป็นปกติด้วยและรถที่นั่งมาบ้านรอนานมากๆ เลิกเรียนอยู่ที่17.30กว่าๆ ให้เพื่อนมาส่งด้วยที่มันขับรถเร็วปกติมาถึงโรงพยาบาลก็18.15น.เร็วสุดประมาณนี้ เราคบกันแบบนี้จนเค้ารับปริญาเขาเลือกที่จะไม่ใช้ทุนและไปเรียนต่อต่างประเทศเดือนหน้า ตอนนั้นฉันตกใจมากตอนเขาบอกเพราะเขาพึ่งรับปริญาผ่านมาได้เกือบสองเดือน หลังจากรับปริญาเขามีเวลาให้ฉันมากขึ้นแต่ฉันกลับมีเวลาในเขาน้อยลง ฉันต้องเตรียมตัวสอบขณะเดียวกันฉันต้องทำกิจกรรมต่างๆ จากที่เราเจอกันเดือนละ2-3ครั้งก็เป็นเจอกกันทุกวันอาทิตย์หลังฉันเลิกเรียนพิเศษ ฉันมีความสุขมากๆ เขาอยู่ข้างฉันตลอดเขาสอนอะไรหลายๆอย่างให้ฉัน ตลอดเวลาที่คบกันตอนเขายังเรียนไม่จบเขาไม่เคยที่จะไม่ฉีดน้ำหอมเลยครั้งๆที่รู้ว่าฉันแพ้น้ำหอม มันจะกลบกลิ่นมอร์ฟีนแต่ตอนนั้นที่มาเจอฉันเขาไม่ฉีด เขาไม่เคยไปส่งฉันที่โรงเรียนแต่นั้นเขาตื่นเช้าเพื่อมารับที่ฉันที่รอรถประจำทาง เขาไม่เคยไปรับฉันที่โรงเรียนแต่เขาก็มารับฉันทุกครั้ง และเขาก็เลิกบ่นที่ฉันมาสายเวลานัดด้วยนะ สั่งข้าวให้ฉันด้วย มัดผมให้ฉันด้วยนะ ฉันถามเขาว่าทำไมถึงเลิกฉีดน้ำหอม ทำไมถึงเลิกบ่นเวลาฉันมาสาย ทำไมถึงไปรับไปส่งฉันที่โรงเรียน เขาบอกว่าเพราะเขารู้ว่าฉันแพ้น้ำหอมเขารู้มานานแล้วแต่ที่ยังฉีดตอนนั้นเพราะเขาไม่อยากให้กลิ่นมอร์ฟีนติดเสื้อเขาจนเกินไป และที่เลิกบ่นเวลาฉันมาสายเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันรอเขามาเสมอ เขารู้สึกผิดที่ปลอยให้ฉันรอแต่ตอนนั้นที่บ่นเพราะเขาอยากที่จะนอนแต่ก็อยากที่จะเจอฉันเลยขอบ่นหน่อย ทำไมถึงไปส่งไปรับเขาบอกว่าเพราะเขาอยากทำไม่มีอะไรมาก เขาสองคนมีความสุขมากจนเขาบอกฉันว่าจะไปเรียนต่างประเทศเพราะที่บ้านอยากให้ไปฉันตกใจมากแต่มันคืออนาคตของเขา ฉันถามว่าเราต้องเลิกกันหรอเขาบอกว่าเขาไม่ได้มาบอกเลิกเขามาบอกว่าเขาจะไปเรียนต่อเฉยๆเรายังคบกันได้เหมือนเดิมถึงจะอยู่ห่างกันแต่เรายังรักกันได้ ฉันเลือกที่จะเชื่อเขาจนเดือนที่เขาต้องไปมันไวมากจริงๆ เราไม่ได้เจอกันเลยเพราะฉันต้องไปค่ายๆหนึ่งที่เชียงใหม่อยู่ที่นั้น14วันและมันตรงกับวันที่เขาบินไปเรียนต่อ เขาบอกว่าเขาเข้าใจไม่เป็นไรไว้ว่างๆเขาจะบินกลับมาเที่ยวหา เราสองคนยังโทรคุยกันคอลกัน จนฉันสอบติดเขาส่งของขวัญมาให้ฉันมันคืออัลบั้มรูปของฉันที่อยู่ในโทรศัพท์ของเขา เราคบกันเข้าปีที่สองฉันกำลังจะขึ้นปีหนึ่ง จู่ๆเขาก็หายไป ไม่ตอบแชท ไม่โทรมาหา ฉันไปถามกับพ่อของเขาท่านบอกว่าไม่รู้ๆ ฉันขอให้พ่อเขาโทรให้พอเขาได้ยินเสียงฉันเขาก็ตัดสายทิ้ง ฉันไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร ไม่รู้ว่าทำไม พ่อเขาบอกว่าเขางอลหรือเปล่า ฉันบอกว่าฉันไม่รู้ เป็นแบบนี้อยู่5เดือนมันเป็น5เดือนที่ฉันไม่มีความสุข สับสน มีคำถามหลายอย่างในหัวเช่น ทำไมฉันทำผิดอะไร ไม่อยากคุยกับฉันหรอ มีคนอื่นหรอ ไม่รักกันแล้วหรอ คำถามพวกนี้อยู่ในหัวของฉันทุกๆนาที เพื่อนบอกฉันว่าฉันไม่เหมือนเดิม แม่ฉันขอให้ฉันเล่าทุกอย่างเขาบอกว่าฉันเหมือนอมทุกข์ตลอดเวลา ฉันตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้แม่ฉันฟังฉันคิดว่าฉันต้องโดนว่าแน่ๆเพราะแม่ฉันไม่ชอบให้มีแฟนแต่เขาบอกว่าไม่เป็นไรนะแม่จะอยู่ข้างหนูเอง ตอนนั้นฉันได้แต่ร้องไห้และกอดแม่ของตัวเอง ฉันเป็นแบบนี้จนใกล้จะเข้าปีที่2 มีครั้งนึงที่นัดรวมรุ่น เพื่อนบอกว่าฉันกลายเป็นคนหน้านิ่ง ไม่ชอบพูด ไม่ยิ้ม ไม่เล่นมุข กินน้อย ซึ้งตอนนั้นจริงฉันเป็นแบบนั้น ในหัวของฉันยังมีแต่คำถามเดิมๆ ทำไมฉันทำผิดอะไร ไม่อยากคุยกับฉันหรอ มีคนอื่นหรอ ไม่รักกันแล้วหรอ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยลืมและฉันยังพยายามติดต่อเขา ยังเป็นห่วงเขา แล้ววันหนึ่งฉันได้ยินแม่ร้องไห้กับป๊าว่าฉันไม่เหมือนเดิมเขาอยากได้พะพายคนเดิม แม่อยากจะถามเขาว่าพะพายไม่ดีตรงไหน ฉันรู้สึกผิดที่ทำให้แม่ร้องไห้ ฉันกลับมาที่ห้องมองดูตัวเองในกระจกว่านี่คือฉันจริงๆหรอ ฉันต้องการแบบนี้จริงๆหรอ ฉันจะมีความสุขอีกไม่ได้หรอ ทำไมพะพายในกระจกดูน่าสมเพชทำไมพะพายคนนี้อ่อนแอ ทำไมพะพายคนนี้ถึงกล้าที่ทำให้แม่เสียใจ ทำไมถึงทำให้คนที่รักเรามาตลอดอยู่กับเรามาตลอดและเลี้ยงเรามาร้องไห้ละ ทำไมฉันถึงเป็นขนาดนี้กับแค่คนๆเดียวที่คบกันแค่2ปีกว่าๆ ฉันตัดสินใจที่จะไม่โทรหาเขาหรือพยายามติดต่อเขา ฉันพยายามที่จะกับมายิ้ม พูดคุย เล่นหรืออะไรต่างๆให้เหมือนพะพายคนเดิมและฉันก็เริ่มดีขึ้นฉันไม่ได้ไปหาหมอฉันแค่ปล่อยว่าง และเมื่อปีที่แล้วฉันได้บังเอิญเจอเขา เขาทำเหมือนไม่เคยรู้จักฉันเลยงั้นก็คิดซ่ะว่าเราไม่เคยรู้สักกันดีกว่าแล้วทุกอย่างปกติดี จนได้รับการ์ดงานแต่งของเขา ตกใจละสิ ฉันก็ตกใจเพื่อนบอกว่าเขายังจะมีหน้ามาเชิญฉันอีกที่แรกว่าจะไม่ไปแต่เพื่อนบอกว่าไปเลยเดี๋ยวมันจะไปด้วยกันหมดเนี้ยละไม่เชิญพวกมันๆก็จะไป แล้วฉันก็ไปค่ะพวกเพื่อนฉันมันก็ตามมาด้วย ภาพที่ฉันเห็นคือรอยยิ้มบนหน้าที่เขาเคยมีให้ฉันที่เขาเคยยิ้มให้ฉันกำลังยิ้มให้ว่าที่ภรรยาของเขา ฉันเดินเข้าไปยินดีกับเขาและว่าที่ภรรยาของเขาๆมองฉันสายตาเขาเหมือนกำลังขอโทษ ฉันยิ้มให้นิดๆแต่ในหัวฉันตอนนี้คำถามแบบเดิมมันกำลังกลับมา ฉันไม่ได้ถามเขาแต่บอกว่าขอพาเพื่อนมาด้วยนะเขาบอกได้ๆและขอโทษที่ไม่ได้ส่งการ์ดเชิญไป ส่วนเพื่อนฉันน่ะหรอสายตานี่ฆ่าได้ฆ่าแต่ยังไงซ่ะฉันก็อยู่จนจบงานเลยนะ เก่งละสิ ก่อนจะกลับฉันเข้าไปสวัสดีพ่อแม่พี่เขาทั้งสองก่อนจะกลับด้วยละ พอออกจากงานมาที่รถกำลังจะขึ้นรถพี่เขาวิ่งมาหาและขอคุยด้วย ฉันหันไปมองหน้าเพื่อนๆมันบอกมาถามในสิ่งที่มึงอยากถามมึงจะได้ไม่เศร้า เราคุยกันในรถส่วนเพื่อนๆฉันเข้าไปข้างในงานก่อน เราเลือกที่จะเงียบฉันมองออกไปนอนรถพี่เขาก็ไม่พูด จนพี่เขาพูดออกมา เราเลิกกันเถอะนะ ฉันหันไปมองหน้าเขาทันทีและเขาก็มองฉันอยู่ ฉันไม่ได้ตอบแต่พยักหน้ารับ และฉันก็ถามเขาว่า ทำไมฉันทำผิดอะไร ตอนนั้นไม่อยากคุยกับฉันหรอ ตอนนั้นไม่รักกันแล้วหรอ เขาตอบว่า ขอโทษ เขาบอกว่าฉันไม่ผิด และใช่เขาไม่อยากคุยกับฉัน ไม่ใช่ว่าไม่รักและความรักมันลดลง และฉันถามต่อว่าตอนนั้นพี่มีคนอื่นหรอเขาบอกว่าตอนนั้นเขาไม่มีใคร ฉันไม่มีอะไรจะพูดมันพูดไม่ออกได้แต่หันไปมองนอกรถพี่เขาพูดว่าเขาขอโทษเขาได้แต่พูดคำว่าขอโทษอยู่ซ้ำๆ จนฉันถามกลับไปอีก พี่ยังรักพะพายอยู่ไหม เขาตอบกลับมาทันทีว่าไม่ ฉันพยักหน้าเข้าใจและบอกเขาไปว่า ยินดีกับงานแต่งครั้งนี้ด้วย  และเขาก็บอกกับฉันว่า ขอบคุณตลอดเวลาที่ผ่านมาขอบคุณสำหรับทุกอย่างขอบคุณที่อยู่ข้างเขาจนถึงวันที่เขาประสบความสำเร็จ ฉันพยักหน้าแล้วบอกเขาไปว่าขอบคุณพี่เช่นกัน ข้อสอบที่พี่เอามาให้ทำมีหลายข้อที่โจทย์คล้ายกัน เขายิ้มนิด เราคุยกันแค่นั้นก่อนพี่เขาจะกลับเข้าไปในงานฉันบอกเขาว่าช่วยตามเพื่อนในมาที่รถด้วย เขาบอกว่าเพื่อนพายจะไม่ฆ่าพี่ใช่ไหม ฉันตอบไปว่าไม่รู้สิ ไม่นานเพื่อนฉันก็วิ่งมาขึ้นรถ มันถามนู้นนี่นั้นเยอะไปหมด ฉันก็ตอบมันตลอดทาง ฉันถามเพื่อนว่าทำไมถึงพูดว่าฉันเศร้าเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยแสดงสีหน้าเศร้าๆให้เห็นเลยสักครั้ง พวกมันบอกว่า มึงเป็นเพื่อนพวกกูนะอยู่ด้วยกันมา8-9ปีทำไมจะไม่รู้สายตามึงมันยังเศร้ายังมีอะไรคาใจแต่มึงไม่พูด ฉันเลยบอกว่า ใส่ใจเก่ง พวกมันตอบทันที่พวกกูขี้เสือก 55555 ปัจจุบัน ฉัน พะพาย นางสาว ศริราภรณ์  บวรศกุล U57***** ว่าที่บัญฑิตแพทย์ฯ ผู้ที่กำลังจะเดินออกไปจากร้านข้าวตรงโรงพยาบาล ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่อ่านจนจบ และเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังประสบปัญหาไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถึงที่สุดแล้ว ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป โชคดี 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ NiCo120944

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น