[Fic : Date A Live ] เกิดใหม่พร้อมพลังของ Omegamon X ที่โลก Date A Live

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 พบกันอีกครั้ง ชื่อของเธอคือ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    19 ต.ค. 63

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทาคุมิก็สามารถเคลียร์เกมได้หมดถูกรูทจนสำเร็จ

“เป็นไง! สำเร็จ สำเร็จแล้ว...”

เขาโห่ร้องกำหมัดโพสท่าแห่งชัยชนะด้วยความเหนื่อยยากหลังจากที่ต้องทรมานกับการเล่นเกมนี้ บอกตามตรงเลยว่ามันเป็นการฝึกที่บั่นทอนจิตใจของเขามาก ทำเอาเขาคิดว่าแทนที่จะต้องมาฝึกด้วยเกมจีบสาวสู้ไปอัดพวกดิจิมอนแห่งความมืดยังจะดีซะกว่า

ในช่วงบ่าย ณ โรงเรียนไรเซ็น

โคโทริกับเรย์เนะก็เริ่มการฝึกขั้นต่อไป โดยให้ทาคุมิไปพูดคุยกับอาจารย์ทามาเอะ โคโทริได้มอบหูฟังสื่อสารให้เขาแล้ว ส่วนเบลโกะก็นอนอยู่บ้าน ส่วนมาสติมอนก็กลายแยกร่างกลับมาเป็นแองเจวูมอนกับเดวิลวูมอน โดยทั้งสองกลายร่างเป็นแมวสองตัว แองเจวูมอนเป็นแมวสีขาวชื่อชิโระ ส่วนเดวิลวูมอนเป็นแมวสีดำชื่อคุโระ ตอนแรกโคโทริก็ตกตะลึงสุดๆ ที่ทั้งสองสามารถเปลี่ยนร่างได้ พวกเธอโดนโคโทริกอดเพราะความน่ารักของแมว

ตอนนี้ทั้งสองก็อยู่กับโคโทริและเรย์เนะที่ห้องเตรียมฟิสิกซ์ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์จำนวนมากคอยจับตาดูเขา

และตอนนี้เขาก็กำลังยืนอยู่ต่อหน้าทามาเอะ

“ไม่เป็นไรแน่เหรอ?”

ทาคุมิพูดผ่านหูฟังไปหาเรย์เนะกับโคโทริ

“ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องฝึกกับคนจริงๆ อยู่แล้ว”

“ให้ตายสิ พวกเธอเนี่ย...”

ทาคุมิถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ ทามาเอะที่เห็นท่าทีของเขาก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ อิสึกะคุง ดูเธอเหนื่อยๆ นะ ไปพักที่ห้องพยาบาลหน่อยมั้ย?”

“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ ผมสบายดีครับ”

จากนั้นทาคุมิก็พูดคุยกับทามาเอะ ไม่ว่าจะชมชุดที่เธอใส่ ทรงผม ทำให้เธอเขินอายหน้าแดงเลยทีเดียว

พอมาถึงช่วงหนึ่ง เรย์เนะก็ติดต่อเข้ามาหาเขา

[เดี๋ยวจากนี้ให้เธอพูดตามที่ฉันบอกก็แล้วกัน]

“เฮ้อ”

เขาถอนหายใจ ก่อนจะกลับมามีสีหน้าปกติ จากนั้นเขาก็พูดตามที่เรย์เนะบอกทันที

“ที่จริงแล้วผม การได้มาโรงเรียนสองปีที่ผ่านมาสนุกมากเลยล่ะครับ”

“อย่างนั้นเหรอจ๊ะ? นั่นเป็นเรื่องที่ดีจังนะ”

“นั่นก็เพราะได้อาจารย์มาประจำชั้นไงล่ะครับ ตัวผมนั้นตั้งแต่แรกคิดกับอาจารย์แบบ...”

“เอ๊ะ?”

ทามาเอะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“พะ พูดอะไรกันจ๊ะ แหม~~~~ไม่ได้หรอก ถึงจะรู้สึกดีใจก็เถอะนะ”ฃ

“ผมจริงจังนะครับ จริงจังกับอาจารย์ ขนาดอยากจะแต่งงานเลยครับ!”

ชิ้ง

พริบตาที่ทาคุมิเอ่ยคำว่าแต่งงานออกไป รู้สึกเหมือนแก้มของทามาเอะจะขยับวูบ

และหลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็พูดกับเขาด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“....พูดจริงเหรอจ๊ะ?”

“เอ๊ะ?....”

--------แม้จะรู้สึกหวั่นใจกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แล้วอยู่ ทามาเอะก็ก้าวเข้ามาก้าวนึง ก่อนจะจับแขนเสื้อของทาคุมิเอาไว้

“กะ กว่าจะถึงอายุที่อิสึกะคุงแต่งงานได้ ฉันก็อายุ 30 แล้วนะ เรื่องนั้นเธอรับได้สินะ จะให้ไปตามสวัสดีพ่อแม่เธอเลยมั้ย? รับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงได้มั้ย? ถ้าจบม.ปลายจะย้ายมาอยู่บ้านฉันเลยรึเปล่า?”

ทามาเอะรุกเข้าใส่ด้วยอารมณ์คึกจัด ขณะที่ดวงตาทอประกายเจิดจ้าราวกับเป็นคนละคน

ทางห้องเตรียมฟิสิกซ์

เรย์เนะกับโคโทริก็มองดูผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ใช่ไพ่ตายกับสาวโสดสนิทอายุ 29 ปีได้ผลเกินเกินไปหน่อย”

เรย์เนะพูดพลางกดแป้นแผงควบคุมอย่างหน้าตาเฉย ส่วนโคโทริก็เอามือกอดอก ทางด้านชิโระกับคุโระก็นอนหลับ

“เฮ้อ อยากให้ซ้อมต่อ แต่ดูจะยุ่งยากไปเปล่าๆ ทาคุมิ เป้าหมายสำเร็จลุล่วงแล้วล่ะ ขอโทษแล้วก็เผ่นมาซะ”

ทาคุมิที่ได้ยินดังนั้นก็รีบอ้าปากทันที

“ขอโทษนะครับ! อาจารย์! ผมยังไม่ได้เตรียมใจไว้ถึงขนาดนั้นน่ะ! ขอตัวก่อนล่ะครับ!!”

ทาคุมิตะโกนพร้อมกับวิ่งหนีสุดฝีเท้า

“ถึงฉันจะต้องลาออกจากงาน ก็ไม่อยากเสียความเป็นตัวเอง ถึงตอนแรกอยากจะเช่าบ้านอยู่ แต่ถ้าได้อยู่บ้านเกิดกับพ่อแม่ก็ดีเหมือนกันนะ เอาล่ะมาเก็บเงินแต่งงานกันเลย”

ในระหว่างที่ทามาเอะกำลังละเมอเพ้อฝันอยู่นั้น ทาคุมิก็ได้วิ่งหนีไปไกลแล้ว

“แหม~~เป็นอาจารย์ที่จริงจังชะมัดเลย”

[เล่นบ้าอะไรเนี่ย!? นี่คิดจะฆ่ากันหรือไง!?...]

ทาคุมิตะเบ็งเสียงตวาดใส่โคโทริที่พูดด้วยน้ำเสียงสบายใจเฉิบ

วินาทีที่เขาพูดถึงตรงนั้น

“โอ๊ย~~~~!?”

“.....!”

เพราะมัวแต่เพ่งความสนใจไปที่หูฟัง ทาคุมิจึงวิ่งไปชนเข้ากับนักเรียนที่เดินมาจากทางหัวเลี้ยวจนล้มไม่เป็นท่า

“อูย.... โทษที เป็นอะไร....”

เขาพูดระหว่างที่ลุกขึ้นยืนและ...

เขาก็เห็นกางเกงในสีขาวอย่างชัดเจนและคนที่ทาคุมิวิ่งไปชนก็คือโทบิอิจิ โอริกามินั่นเอง เธอล้มและกางขาออกกว้าง ทำให้ทาคุมิเห็นกางเกงสีขาวบริสุทธิ์ของเธอเต็มสองตา

“สบายมาก”

พริบตานั้นเธอก็ลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับหุบขาทันที เธอเอามือปัดฝุ่นที่กระโปรงออก

ในระหว่างนั้นเองโคโทริก็ติดต่อเข้ามา

[พอดีเลย ทาคุมิ ฝึกซ้อมกับเธอด้วยละกันนะ]

“หา!?”

[อยากเดทกับคนที่อายุเท่ากันไม่ใช่เหรอ อีกอย่างถึงจะไม่ใช่ภูต แต่เป็น AST เลยนะ ไม่ใช่คนประเภทช่างพูดซะด้วยสิ]

“นี่เธอ... ถึงงั้นก็เถอะ...”

[เอาเถอะน่า รีบๆ ชมเธอได้แล้ว]

“...ให้ตายสิ”

ทาคุมิถอนหายใจออกมา ก่อนจะปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติแล้วหันหน้าไปหาโอริกามิ

“เอ่อ โทบิอิจิ...”

ทาคุมิพยายามคิดหาคำชมว่าจะพูดชมโอริกามิยังไงดี

“เอ่อ... เธอน่ารักมากเลยนะ”

“น่ารัก”

[ก็ยังถือว่าผ่านอยู่นะ]

โคโทริติดต่อเข้ามา โชดยังดีที่ไม่โดนด่าว่าเป็นแมลงช้าง

จะเรียกว่าเป็นความพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว เพราะตั้งแต่ที่มายังโลกนี้เขาก็เอาเวลาไปใช้กับการต่อสู้ปกป้องโลกจริงกับโลกดิจิตอลเวิลด์ เลยไม่ได้คิดถึงเรื่องความรักไปซะสนิท

[---ทาคุมิ จะช่วยนะ]

ต้องขอบคุณเรย์เนะจริงๆ ที่เสนอตัวเข้ามาช่วยอีกครั้ง

“โทบิอิจิ ที่จริงแล้วฉันรู้จักเธอมาก่อนหน้านี้นะ”

“ฉันก็ด้วย”

แม้เสียงจะยังคงเฉยชาอยู่ แต่ไม่น่าเชื่อว่าโอริกามิจะเอ่ยต่อไปด้วย

“งั้นเหรอ แล้วได้มาอยู่ห้องเดียวกันตอนปีสอง ฉันดีใจมากเลย ชั่วโมงเรียนฉันคอยมองเธออยู่ตลอด”

“ฉันก็ด้วย”

“ฉันน่ะ ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ ช่วงหลังเลิกเรียนก็ไปดมกลิ่นเสื้อพละของโทบิอิจิด้วยนะ”

คุณเรย์เนะครับ! นี่คุณให้ผมพูดบ้าอะไรออกไปครับเนี่ย!?

“ฉันก็ด้วย”

“งั้นเหรอ ใจตรงกันจังเลยนะ”

“ตรงกัน”

“ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ ช่วยคบกันฉันได้มั้ยล่ะ?”

จากนั้นทั้งสองก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไรไปพักนึง

วินาทีต่อมาทาคุมิก็หันควับไปด้านข้างแล้วติดต่อกลับไปหาเรย์เนะ

“นี่ ถึงจะดูราบรื่นเกินไปก็เถอะ แต่ไม่จู่โจมเร็วไปหน่อยเหรอ?”

“ก็ได้นะ”

“เอ๊ะ?”

....เดี๋ยวก่อนนะ... เมื่อเธอพูดว่าอะไรนะ?

“จะคบกันก็ได้นะ”

“เอ่อ ที่คบหากันนี่แบบชายหญิงงั้นเหรอ?”

“อืม ใช่แล้ว”

เธอพยักหน้าตอบ งานเข้าล่ะครับท่าน!?

“เวรแล้ว ดันตอบไปแบบนั้นซะได้ ถ้ารู้ว่าเข้าใจผิดได้มองหน้ากันไม่ติดแน่”

ระหว่างที่ทาคุมิกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น โอริกามิก็เดินเข้ามาแล้วเอารูปถ่ายพร้อมลายเซ็นของเธอให้เขา

“เอ๋? อะไรน่ะ?”

“รูปถ่ายของฉันเอง ถ้าชอบล่ะก็”

“...หา?”

ทาคุมิถึงกับงงจนไปไม่ถูกพลางจ้องมองรูปถ่ายของโอริกามิในชุดนักเรียน

แต่....

หวออออออ!!!

“!?”

“!?”

[ตอนนี้ที่เขตมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดอากาศสั่นไหวค่ะ นี่ไม่ใช่การซ้อมแต่อย่างใด กรุณารีบอพยพไปยังที่หลบภัยในบริเวณใกล้เคียงด้วยค่ะ]

“มีธุระด่วนต้องไป แล้วเจอกัน”

พูดแบบนั้นแล้ว โอริกามิก็หันกลับและออกวิ่งไปตามทางเดิน

ทาคุมิมองตามแผ่นหลังของเธอจนหายลับไป

ไม่นานนักโคโทริก็ติดต่อเข้ามาที่หูฟังสื่อสาร

[ทาคุมิ อากาศสั่นไหวน่ะ รีบไปรวมตัวกันที่ <แฟรกซินัส> ก่อน]

“ภูตปรากฏตัวแล้วสินะ”

ทาคุมิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

[ใช่ <ปริ๊นเซส> สถานที่ที่ปรากฏตัวคือที่นี่ โรงเรียนไรเซ็น]

 

อีกด้านหนึ่ง ณ กองกำลังป้องกันตนเองสาขาเท็นกู

หน่วย AST ก็เริ่มออกปฏิบัติการณ์ พวกเธอขึ้นรถไฟใต้ดินความเร็วสูงมุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่คาดการณ์ว่าจะเกิดอากาศสั่นไหว

โอริกามิยืนรอรถไฟอยู่ที่ชั้นใต้ดิน เมื่อรถไฟมาถึง เธอก็ขึ้นรถไฟและเปลี่ยนชุดสูทต่อสู้ทันที

เรียวโกะและสมาชิกคนอื่นๆ เงยหน้ามองหน้าจอที่กำลังฉายภาพโรงเรียนไรเซ็น

“อากาศสั่นไหวเริ่มแล้ว”

วินาทีถัดมาก็ได้เกิดการระเบิดของมิติขึ้น

 

เวลา 17 นาฬิกา 20 นาที

ทาคุมิได้มายืนอยู่ตรงหน้าโรงเรียนไรเซ็นซึ่งตอนนี้ได้พังเสียหายจากอากาศสั่นไหว อีกด้านหนึ่งที่ภูเขาหลังโรงเรียน ภายในป่า หน่วย AST ก็รวมกลุ่มเพื่อเตรียมที่จะบุกเข้าไป

โคโทริก็ติดต่อมาหาเขา

“ทาคุมิ นายเนี่ยโชคดีจริงๆ เลยนะ CR ยูนิตน่ะไม่สามารถใช้ต่อสู้ภายในอาคารได้ ต้องขอบคุณ <ปริ๊นเซส> ที่เข้าไปอยู่ในอาคารเรียน ทำให้ AST เองก็เข้าไปไม่ได้”

“ให้ฉันแปลงร่างเป็นโอเมกามอน X แล้วทำให้พวกนั้นหมดสภาพต่อสู้ก็ได้นี่นา”

[นี่พี่คิดจะไปเป็นศัตรูกับ AST หรือยังไง?]

“...เอ่อ เปล่าไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นนะ”

ทาคุมิรีบปฏิเสธทันที

[งั้นก็หลีกเลี่ยงการต่อสู้เท่าที่จะเป็นไปได้ซะ ทั้งที่พี่เพิ่งจะช่วยเมืองเท็นกูจากกองทัพดิจิมอนที่บุกโจมตีเมื่ออาทิตย์ก่อนนะ นี่คิดจะเปลี่ยนตัวเองจากวีรบุรุษไปเป็นวายร้ายหรือไงกัน?]

“เข้าใจแล้ว...”

ทาคุมิจึงต้องจำยอมอย่างช่วยไม่ได้ แต่โคโทริก็พูดถูก

“ฉันเป็นคนที่จะสามารถช่วยภูตได้สินะ? โคโทริ”

[ใช่ มีแค่ทาคุมิเท่านั้น ที่ทำได้ ตลอดหนึ่งสัปดาห์นายไม่เคยละทิ้งการฝึกซ้อมเลย แม้ว่าจะมีโอดครวญอยู่หลายครั้งก็ตาม อยากจะช่วยไม่ใช่เหรอ ภูตน่ะ]

ได้ยินแบบนั้น ทาคุมิก็นึกถึงใบหน้าของสาวน้อยคนนั้นขึ้นมา ใบน่าที่แสนเศร้าสร้อยนั่น ทำเอาเขารู้สึกไม่สบอารมณ์

‘ใช่แล้ว ไม่อยากให้ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว’

ทาคุมิคิดในใจ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะหูฟังสื่อสาร

“โคโทริ เธอพร้อมที่จะส่งฉันเข้าสู่สนามรบมั้ย?”

[แน่นอน พี่ชาย แตกต่างจากการทำลาย เป็นวิธีรับมือกับภูตอีกวิธีนึง นั่นก็คือ....]

“พูดคุยกัน ไปเดทกัน ทำให้ตกหลุมรัก”

จากนั้นทาคุมิก็เริ่มเดินเข้าไปในอาคารเรียน

 ณ สะพานเดินเรือของ <แฟรกซินัส>

โคโทริซึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้กัปตันก็พูดให้กำลังใจทาคุมิ เบลโกะกับมาสติมอนก็นั่งอยู่ที่บันได พลางจ้องมองมาที่จอมอนิเตอร์หลักซึ่งมีภาพของทาคุมิฉายอยู่

“วางใจได้ ทาคุมิ ลูกเรือของ <แฟรกซินัส> ที่พวกเราลาทาทอสก์ภาคภูมิใจจะคอยสนับสนุนอย่างเต็มกำลังเอง”

บอกตามตรงเลยว่า ไม่อยากให้ช่วยอ่ะ ยิ่งได้ยินประวัติอันโชกโชนในอีกความหมายของพวกเขาก็ทำเอากำลังใจหดหายไปเลย

จากนั้นโคโทริก็เริ่มแนะนำตัวเหล่าลูกเรือให้ทาคุมิ เบลโกะ และมาสติมอนฟัง

“แต่งงานมาห้าครั้ง หย่าร้างก็ห้าครั้ง หรือในชื่อมาสเตอร์ความรัก <แต่งจนเบื่อ> คาวาโกเอะ!”

“เลิฟ”

“ผู้ภูมิใจในการสร้างความนิยมสาวกลางคืน <ประธานบริษัท> มิคิโมโตะ!”

“ผมรักคุณ”

“ทำให้คู่แข่งความรักทั้งหมดเจอเคราะห์ร้าย สาวเวลาตีสอง <นักตอกตะปู> ชิอิซากิ!”

ชิอิซากิไม่ได้พูดอะไร แต่หยิบตุ๊กตาหุ่นฟางขึ้นมาแทน

“ชายที่มีภรรยากว่าร้อยคน <ผู้อยู่เหนือมิติ> นากาสึงาว่า!”

“เอโวลูชั่น”

“รักอย่างลึกซึ้ง หญิงสาวผู้ไม่สามารถเข้าใกล้คนที่รักเพราะกฎหมาย <รักอย่างสุดซึ้ง> มิโนวะ!”

 

กลับมาทางฝั่งของทาคุมิซึ่งกำลังเดินขึ้นบันได หลังจากที่เขาได้ยินโคโทริแนะนำตัวลูกเรือทุกคนจบ

ทาคุมิก็รู้สึกเหมือนใจสู้ของเขามันลดลงอย่างฮวบฮาบจนอย่างจะถอนตัว

“จู่ๆ ไม่รู้ทำไมพลังใจมันหดหายไปซะอย่างงั้น ชักอยากจะกลับซะแล้วสิ”

[ทาคุมิ ตั้งสติหน่อยสิ]

เบลโกะคุยผ่านช่องสื่อสาร

[ทำใจดีๆ ไว้ ทาคุมิ]

มาสติมอนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อพวกเธอเห็นว่าทาคุมิหมดใจสู้ซะอย่างงั้น

[ไม่ต้องห่วง ทุกคนเชื่อใจได้แน่]

[ยังมีหัวกะทิคนอื่นที่ยังไม่เห็นอยู่อีกนะ]

“ขอฉันลุยเองได้มั้ยเนี่ย?”

ทาคุมิร้องขอให้ตัวเองลุยงานเอง โดยไม่ต้องให้พวกโคโทริช่วย แต่ว่า...

[ไม่ได้ย่ะ]

โคโทริกลับตอบปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทำให้เขาได้แต่ต้องจำยอมทำตามที่เธอบอก

[ไม่ต้องห่วง ถ้าเป็นทาคุมิถึงจะตายไปครั้งหนึ่งก็กลับมาเริ่มเกมใหม่ได้นะ]

“นี่ๆ ฉันไม่ได้เป็นอมตะนะ แล้วที่เธอพูดก็ไม่ได้ทำให้ฉันสบายใจเลยสักนิด”

[เชื่อใจน้องสาวได้เลย]

โคโทริพูดอย่างอารมณ์ดี

[ฝากหล่อนด้วยล่ะ]

จากนั้นเธอก็วางสายไป ทาคุมิก็เดินขึ้นมาที่ชั้น 3 แล้วเดินเข้าไปประตูห้องม. 5/4 ซึ่งเป็นห้องเรียนของเขา และเมื่อเดินเข้ามาในห้อง เขามองไปรอบๆ เขาก็พบกับสาวน้อยสวมชุดเกราะสีม่วงยืนอยู่ที่โต๊ะของทาคุมิพอดีโดยมีฉากหลังที่ถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยอาทิตย์ยามเย็นส่องเข้ามาภายในห้อง

ตอนนั้นเอง สาวน้อยก็รู้สึกถึงการมาของทาคุมิแล้วหันมาหาเขา

สาวน้อยยกแขนซ้ายขึ้นมาและสะบัดมืออย่างลวกๆ ก็เกิดคลื่นกระแทกพุ่งเข้ามาหาเขา

“ชิ!”

ทาคุมิรีบกระโดดหลบการโจมตี เขากลิ้งตัวไปกับพื้นหนึ่งครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นมาอยู่ในท่าคุกเข่า

“...ใจเย็นก่อน! ฉันไม่ใช่ศัตรู!...”

ทาคุมิลุกขึ้นยืนและพยามเกลี้ยกล่อมให้สาวน้อยใจเย็นๆ ก่อนทีจะเดินเข้าไปหาเธอ

แต่...

“...หยุดซะ”

สาวน้อยสะบัดมือสร้างคลื่นกระแทกขึ้นเพื่อไม่ให้ทาคุมิเข้ามาใกล้เธอ จากนั้นเธอก็เริ่มถามเขาพร้อมกับยกแขนขวาขึ้นมาเพื่อเตรียมโจมตีอีกครั้ง

“นายเป็นใครกันแน่?”

“ฉันชื่อ...”

[รอก่อน ทาคุมิ]

ขณะที่ทาคุมิกำลังจะตอบนั้นเอง โคโทริก็สั่งให้เขาหยุด

 

สะพานเดินเรือ <แฟรกซินัส>

ปิ๊บ! ปิ๊บ!

“สภาพจิตใจของภูตมีการเปลี่ยนแปลงค่ะ!”

“AI วิเคราะห์การตอบสนองครับ”

“ตารางตัวเลือกมาแล้วครับ”

1. “ฉันชื่ออิสึกะ ทาคุมิ มาเพื่อช่วยเธอนะ!”

2. “ฉันก็คนที่บังเอิญผ่านทางมาน่ะ อย่าฆ่าฉันเลย”

3. “ก่อนจะถามชื่อคนอื่นน่ะ บอกชื่อของตัวเองก่อนสิ”

‘นั่นไงมาแล้ว ตัวเลือกสามข้อ’

ทาคุมิคิดในใจ เพราะเขารู้ดีว่าไม่ว่าจะตอบข้อไหน สาวน้อยคนนั้นหรือโทกะจะต้องโจมตีใส่เขาทันทีทันใด

“ออกมาแล้วสินะ”

โคโทริพูดพลางมองตัวเลือกที่แสดงอยู่ที่จอมอนิเตอร์หลัก เบลโกะกับมาสติมอนก็มอนมาที่จอด้วยเหมือนกัน

“แต่ละคนเลือกได้”

ลูกเรือทุกคนต่างกดเลือกหมายเลขของตัวเองทันที จากนั้นหน้าจอก็แสดงผลโหวต ข้อ 3มีคนโหวตมากที่สุด รองลงมาคือข้อ 2 และสุดท้ายคือข้อ 1 ซึ่งมีคนเลือกน้อยที่สุด

“ความเห็นเหมือนกับฉันเลยนี่นา”

โคโทริพูดพลางมองดูผลโหวตที่แสดงบนหน้าจอ

“ข้อ 1 เหมือนจะถูกต้อง แต่ว่าในสถานการณ์นี้ดูน่าสงสัยมากกว่า แล้วก็ไม่น่าไว้วางใจด้วย”

มิคิโมโตะแสดงความเห็นให้ทุกคนฟัง ซึ่งเหล่าลูกเรือก็พยักหน้าเห็นด้วย รวมถึงเบลโกะกับมาสติมอน แน่นอนว่าทาคุมิก็เห็นด้วย เพราะเขาเองก็คงสงสัยเหมือนกัน

“ข้อ 2 ตัดไปได้เลยสินะ ถึงจะสามารถหนีรอดจากที่นั่นได้ก็เถอะ แต่นั่นก็จบกัน”

คันนาสึกิพูดพลางเอามือกอดอก

“นั่นสิ ข้อ 3 ดูมีเหตุผลที่สุด แล้วยังสามารถเป็นผู้นำการสนทนาได้ด้วย”

“หวังว่ามันจะไม่ได้ให้ผลตรงกันข้ามนะ”

“นั่นสิ ถ้าตามปกติก็เป็นบทสนทนาที่มีเหตุผลที่สุด แต่กลับอีกฝ่ายที่เป็นภูตดูไม่น่าจะใช้ได้ผล”

เบลโกะกับมาสติมอนแสดงความคิดเห็นให้โคโทริฟัง

“ก็จริง แต่ถึงยังไงเราก็ต้องใช้ข้อ 3 ทาคุมิฟังอยู่รึเปล่า? หวังว่าคงได้ยินนะ ตอบตามที่ฉัน....”

แต่ยังไม่ทันที่โคโทริจะได้พูด ทาคุมิก็ชิงพูดไปก่อน และผลของมันก็เป็นไปตามที่เขารู้

 

ย้อนกลับไปเล็กน้อยก่อนที่โคโทริจะได้พูด ทาคุมิกำลังตกเป็นเป้าสายตาเย็นชาของสาวน้อย จากนั้นเธอเอ่ยปากพูดอีกครั้ง

“....ขอถามอีกครั้ง นายเป็นใครกันแน่?”

ในจังหวะที่โคโทริกำลังจะบอกให้ทาคุมิพูดตามเธอ เขาก็ชิงพูดออกไปก่อน

“ก่อนจะถามชื่อคนอื่นน่ะ บอื่อของตัวเองมาก่อน!!”

แล้วก็เป็นไปตามคาด สาวน้อยสะบัดมือสร้างคบื่นกระแทกโจมตีใส่ทาคุมิทันที

“....อย่างที่คิดจริงๆ!? แว้ก!?”

ทาคุมืรีบหลบการโจมตีของสาวน้อยทันที การโจมตีของเธอได้สร้างความเสียหายให้กับอาคารชั้น 3 กระจกหน้าต่างแตกกระจายพร้อมกับควันที่พุ่งออกมานอกหน้าต่าง

[แปลกจังแฮะ?]

โคโทริพูดอย่างพิศวงงงงวย

“ไม่ต้องมาแปลกเลย....คือจะฆ่ากันเรอะ....”

จากนั้น----

สาวน้อยก็เดินเข้ามาหาทาคุมิซึ่งนั่งพิงกำแพงห้องและกำลังคุยกับโคโทริ เธอยื่นมือออกมาหาเขาแล้วสร้างลูกบอลแสงสีดำมาที่เขา

“อ๊ะ...”

“จะถามเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าไม่คิดจะตอบล่ะก็จะตัดสินว่าเป้นศัตรู”

สาวน้อยพูดพร้อมกับเล็งลูกบอลแสงสีดำมาที่เขา ทาคุมิจึงรีบบอกไปทันที

“ฉันชื่ออิสึกะ ทาคุมิ เป็นนักเรียนของที่นี่ ไม่ใช่ศัตรูหรอกนะ!”

สาวน้อยมองมาที่เขา

“...อ้อ นี่นายเคยเจอกันมาก่อนสินะ”

“ใช่แล้ว วันที่ 10 เดือนนี้ในตัวเมือง”

“อ้อ”

สาวน้อยนึกออกในที่สุด ก่อนจะสลายบอลแสงสีดำในมือแล้วเอามือวางไว้ข้างลำตัว

“นึกออกแล้วล่ะ ไอ้คนที่พูดอะไรแปลกๆ นี่เอง แล้วหลังจากนั้นก็มีกองทัพพวกตัวประหลาดโผล่มา ตามด้วยเจ้าตัวสีขาวที่มีแขนสองข้างที่มีสีน้ำเงินกับสีส้มสินะ”

“…อืม ใช่แล้ว”

ทาคุมิยังไม่ทันได้ผ่อนคลาย ก็โดนสาวน้อยเอามือมาขยุ้มผมหน้าไว้และจับให้แหงนหน้า

“บอกว่าไม่ได้จะมาฆ่าฉันอย่างนั้นสินะ แต่ฉันรู้ทันหรอกน่า มีเป้าหมายอะไรกัน?”

ทาคุมิรู้สึกเห็นใจเธอที่ต้องมาอยู่ในสภาพที่ไม่อาจเชื่อใจใครได้

“ฉันไม่อยากเห็นเธอทำหน้าแบบนั้น...”

คำพูดนั้นทำให้ตาของสาวน้อยกระตุกวูบหนึ่ง

“เป้าหมายอะไรนั่นไม่มีหรอก ที่ฉันมาก็เพื่อมาเจอเธอ ไม่ใช่มนุษย์ทุกคนหรอกนะที่ต้องการจะฆ่าเธอหรอก”

ทาคุมิรวบรวมความกล้าพูดคุยกับเธอ

“โกหก! มนุษย์ที่ฉันเจอมาทุกคนน่ะ มีแต่บอกว่าฉันจะต้องตายทั้งนั้นแหละ”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ! ก็เพราะตรงหน้าเธอตอนนี้มีมนุษย์ที่ไม่มีความต้องการที่จะฆ่าเธออยู่ตรงนี้ยังไงล่ะ! ถ้าฉันจะตอบโต้เธอก็ทำได้ แต่ฉันเลือกที่จะไม่ทำ”

เมื่อได้แบบนั้นสาวน้อยก็ยอมปล่อยมือจากผมของทาคุมิ

“งั้นขอถามหน่อย ถ้าไม่มาเพื่อฆ่าฉันล่ะก็ แล้วนายมาปรากฏตัวเพื่ออะไรกันล่ะ?”

วินาทีนั้นเองตัวเลือกชุดใหม่ก็ปรากฏขึ้น

1. “ก็ต้องเพื่อมาเจอเธอไง”

2. “เรื่องพรรค์นั้นจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะน่า”

3. “แค่บังเอิญเท่านั้นเอง”

[ดูจากปฏิกิริยาเมื่อกี้แล้ว มีแต่ต้องตอบข้อ 1 นะ ทาคุมิ]

เสียงของโคโทริดังเข้าในหูฟัง ทาคุมิจึงตอบตามที่เธอบอก

“เพื่อมาพบเธอไง”

ได้ฟังดังนั้นสาวน้อยก็ทำหน้างงๆ

“พบฉันเหรอ? เพื่ออะไรกัน”

วินาทีที่สาวน้อยพูดเช่นนั้นออกมาด้วยท่าทางแปลกใจก็มีตัวเลือกปรากฏขึ้นมาบนจออีกครั้ง

1. “ฉันสนใจในตัวเธอน่ะ”

2. “เพื่อมีความรักกับเธอไง”

3. “ฉันมีเรื่องจะถามเธอหน่อย”

“เฮ้อ... จะเอาไงดีล่ะทีนี้”

ระหว่างที่โคโทรินั่งลูบคางอยู่นั้น คาวาโกเอะก็พูดขึ้นมา

“ตอบตรงๆ ไปเลยครับ”

“ถ้าไม่ตอบให้ชัดเจน เด็กคนนี้ก็คงจะไม่เข้าใจหรอกนะครับ”

“นั่นสินะ ตอบไปตามตรงเลยจะดีกว่า ไม่งั้นคงถูกหาว่าโกหก ไม่ก็มีคำถามตามมาเรื่อยๆ”

เบลโกะพูดพลางเอามือเท้าคาง

“อืม นั่นสินะ ตอบ 1 กับ 3 ไปเดี๋ยวก็โดนถามกลับมาอีกอยู่ดี”

 

“อะ...เอ่อ คือเพื่อได้มีความรักกับเธอ”

ได้ยินแบบนั้นสาวน้อยก็ยกมือขวาขึ้นมาแล้วเหวี่ยงมันออกไปสร้างคมมีดสายลม ทำให้กำแพงห้องงเรียนที่อยู่เหนือศีรษะของทาคุมิถูกตัด วินาทีถัดมามันก็เคลื่อนลงมา

“อย่ามาพูดล้อเล่น”

สาวน้อยพูดด้วยสีหน้าเย็นชาและหม่นหมองอย่างยิ่ง

“ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว...”

ใบหน้าที่สิ้นหวังแบบนั้นเป็นใบหน้าที่ทาคุมิไม่ชอบใจสุดๆ

เขากัดฟันกรอดแล้วลุกขึ้นยืน

“...ฉันมาเพื่อที่จะคุยกับเธอ... เนื้อหาจะเป็นยังไงก็ได้ ถ้าไม่ชอบใจล่ะก็ จะทำเป็นเมินไม่สนใจก็ได้ แต่ว่า... ฉันเรื่องที่จะต้องบอกเธอให้ได้ ฉันน่ะ...”

[ทาคุมิ ใจเย็นๆ ก่อน]

โคโทริพูดปรามเขา แต่เขาก็ไม่ยอมหยุด

ทาคุมิอยากที่จะช่วยสาวน้อย อยากจะเป็นที่พึ่งพิงให้กับเธอ

“ฉันน่ะจะไม่ปฏิเสธเธอ!”

ปัง!!

มีเสียงปืนดังขึ้นราวกับว่าคำพูดของเขายิงทะลุหัวใจของเธอ

สาวน้อยกลับหลังหันเพื่อหลบสายตาทาคุมิ

“...ชื่อ... ทาคุมิสินะ... นายจะไม่ปฏิเสธฉันจริงๆ งั้นเหรอ?”

“จริงสิ”

วินาทีนั้นสาวน้อยก็หันกลับมาหาเขา

“จริงแน่เหรอ?”

“จริงแน่นอน”

“จริงแท้แน่นอนเหรอ?”

“จริงแท้แน่นอน”

พอได้ยินทาคุมิตอบแบบไม่ทิ้งช่วง สาวน้อยก็ขยี้ผมแรงๆ และทำเสียงคราง อือ แล้วจึงหันกลับมา

“หึ!”

สาวน้อยเอามือกอดอกโดยยังขมวดคิ้ว

“ใครจะไปเชื่อคำพูดนั่นกันเล่า เจ้าบ้าๆ”

เมื่อได้เห็นท่าทีแบบนั้นของเธอ ทาคุมิก็อมยิ้ม ดูเหมือนว่าเธอเริ่มจะยอมรับเขาแล้ว

“แต่ว่า ก็นั่นไงล่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ยังไงก็เถอะ แต่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้พูดคุยกับมนุษย์ จะใช้ประโยชน์ตอนนี้ หาข้อมูลของทางโลกนี้เลยล่ะกัน”

เธอพูดพลางพงกศีรษะ

“สำคัญมาก ข้อมูลที่สำคัญไงล่ะ”

“แน่นอนว่า ฉันยินดีช่วย...”

แต่ตอนนั้นเองทาคุมิก็นึกขึ้นมาได้

“จะว่าไปแล้วเธอชื่อ...”

สาวน้อยได้ยินทาคุมิถามก็ขมวดคิ้วและหันหน้ามาหาเขา

“ชื่อเหรอ? ของแบบนั้นไม่มีหรอก”

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้าจะคุยแลกเปลี่ยนกับอีกฝ่ายล่ะก็คงจำเป็นสินะ”

สาวน้อยก็หันมาหาทาคุมิอีกครั้ง

“ทาคุมิ ช่วยตั้งชื่อให้ฉันทีสิ”

[คราวนี้เจอของหนักเข้าซะแล้วสิ ทุกคน~~~]

แต่ก่อนที่โคโทริจะได้สั่งให้เหล่าลูกเรือช่วยกันคิดชื่อ ทาคุมิก็ติดต่อเข้ามา

“ไม่ต้อง โคโทริ”

[เอ๋? ทำไมเหรอ? ทาคุมิ]

โคโทริเอ่ยถาม ทาคุมิก็ยกมุมปากยิ้มแล้วพูดต่อ

“เพราะฉันมีชื่อที่คิดเอาไว้อยู่แล้วน่ะ”

จากนั้นทาคุมิก็เริ่มปากพูดชื่อที่เขาตั้งใจจะมอบให้กับสาวน้อย

“โทกะ”

“เอ๋?”

“โทกะ! คือชื่อของเธอ!”

ทาคุมิพูดชื่อนั้นออกไป มันคือชื่อที่เขาจดจำมาจากตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ที่โลกเดิมและอ่านนิยาย Date A Live เขาจดจำชื่อของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่มีวันลืม มันคือชื่อที่มาจากการพบกันครั้งแรกของเขากับเธอในวันที่ 10 เมษา

จากนั้นเขาก็พาเธอไปที่กระดานดำ หยิบชอล์กมา แล้วเขียนลงไปว่า “โทกะ”

“นี่อ่านว่า โทกะ อย่างนั้นเหรอ”

“อืม”

สาวน้อยสร้างบอลแสงสีดำจนาดเล็กไว้ที่ปลายนิ้วแล้วลากไปกระดานดำตามอย่างทาคุมิ

“ทาคุมิ”

“อะไรเหรอ?”

สาวน้อยจ้องมองดูตัวหนังสือที่ตัวเองเขียนและยิ้มน้อยๆ

“โทกะ แปลว่าชื่อของฉัน ฟังดูดีมั้ย? ทาคุมิ”

เมื่อได้เห็นสีหน้าที่มีความสุขของสาวน้อย ทาคุมิก็พลอยยิ้มไปด้วย

“โทกะ”

ทาคุมิเรียกชื่อนั้น โทกะก็ยิ้มดีใจอย่างมีความสุข

แต่ในระหว่างนั้นเอง

[หมอบลงซะ! ทาคุมิ!]

เสียงของโคโทริกดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืนที่ดังกระหึ่ม กระสุนปืนดั่งห่าฝนพุ่งตรงมาที่พวกเขา

“ฮึ่ม!”

ทาคุมิรีบหลบหลังกำแพง ส่วนโทกะซึ่งมีบาเรียป้องกันจึงไม่ได้รับอันตรายใดๆ

ปังๆๆๆ!!

AST เริ่มทำการโจมตีหลังจากที่เฝ้าดูสถานการณ์มานาน

อีกด้านหนึ่งที่ดิจิตอลเวิลด์

ดิจิมอนแห่งความมืดก็ได้ทำการส่งดิจิมอนร่างสมบูรณ์จำนวนหนึ่งไปยังโลกมนุษย์

“เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น