สองวันแล้ว..ที่ไม่ได้เข้ามาอัพไดเลย...
ยุ่งซะ...เหมือนยุงตีกัน...
ก่อนหน้านี้มีเรื่องให้โมโหหงุดหงิดกับน้ำใจของคนเราทุกวันนี้
น้ำสะอาดหายากฉันใด ...จิตใจเอื้อเฟื้อเพื่อแผ่หายากยิ่งกว่าฉํนนั้น
.....จ้องแต่จะเอาชนะ...แสดงความเป็นตัวตน ของกู พวกกู สิทธิของกู เรื่องของกู
(โทดนะขอหยาบซักนิด..คำพาไป..เฮาบ่ผิดเน้อ)
จนลืมสิ่งที่ควรจะพึงมีเวลาที่อยู่ร่วมกันกับคนอื่น
ลืมว่าคนทุกคนมีข้อบกพร่อง ลืมว่า..ชีวิตมีถูกมีผิด
ลืมว่า แม้นกระทั่งตัวเรามันก็ไม่ได้ดีไปทุกอย่าง..
นาที สองนาที....ยอมกันไม่ได้..ทุกอย่างต้องได้ดังใจ
อาการโมโห หงุดหงิด...จากเรื่อง และ คนแย่ ๆ
ทำให้นึกถึงเรื่องวันก่อน..ที่เหมือนจะลืมไปแล้ว..กลับวกกลับมาอีกครั้ง
เข้าเรื่องเลยแล้วกัน...เหตุเกิดที่คาร์ฟู พระรามสี่ ที่นี่ที่จอดรถอยู่ชั้นสอง
มีเก๋งคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงจุดจอดรับของห้างชั้นสอง ตรงประตูเข้าออก
จู่ ๆ รถ SUV ยี่ห้อ Mitsu สีดำก็วิ่งมาแล้วหักพวงมาลัยจะเลี้ยว แต่เลี่ยงไม่ได้เพราะ รถที่จอดอยู่ตรงที่ประตูกำลังเอาของขึ้นรถ รถที่กำลังจะหักเลี้ยว....บีบแตรทันที เสียงดังลั่น ทำท่าโมโหขึงขังอยู่ในรถ..แล้วแถมยังเปิดกระจกยื่นหน้าออกมาดูอีก หน้าตาก้อดี ขับรถก้อดี...แต่สันดาน...ม่ายไหว ม่ายไหว... กำของโลก ที่มีสัตว์โลกเช่นนี้
อีกเรื่องที่จะเล่าเป็นเรื่องต้นเหตุที่ทำมให้เราเกิดอารมณ์หงุดหงิด
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง......
เรื่องมันเกิดเพราะ เราพักอยู่คอนโด...อันธรรมดาของคอนโดที่ไม่เลิศหรูอะไร
รถก้อต้องแออัด ใครมาเร็วจอดก่อน ใครมาช้าไม่มีที่จอด
เรื่องมันเริ่มจาก...วันที่เรากลับมาถึงคอนโดประมาณ 3 ทุ่ม
ขับตรง มาเรื่อย ๆ สายตาสอดหาที่จอดรถ..อย่างเคยชิน
และแล้วสายตาก็ปะกับที่ขุมทอง ที่ว่างสำหรับจอดรถ
สงสัย..จะมีคนเพิ่งออกไป แต่มันมีปัญหาตรงที่รถจะต้องจอดเข้าซองด้านใน
เว้นจากจุดที่เราจะเอารถเข้าจอดด้านหน้าและด้านหลังที่เราจะเข้าช่องจอดมีรถจอดซ้อนคันเต็มหมด ยกเว้นไว้แค่เหลือช่องพอที่จะให้รถที่เข้าไปจอด..
ทำไงหล่ะ แต่ช่องที่เราจะจอดมันอยู่ระหว่างรถเก๋งโตโยต้า กับรถ กะบะโตโยต้า
ที่เผิอญอีกเหมือนกันที่จอดหันหน้ามาทางถนน หน้าเฉซะชิดเส้นเหลือง เอาหล่ะสิ...ซวยหล่ะตูทีก็เหลือที่เดียว ทำไงดี ลงไปดูก็เอ๊ะ รถที่ออกไปยังออกได้ แล้วรถเราก็หน้าจะเข้าได้เหมือนกัน ถอยหายใจหนึ่งเฮือก ก่อนแสดงฝีมือที่มีอยู่ไม่เยอะ
ทำไงดี... เข้าไปได้นิด...ก็ลงมาดู....เข้าไปหน่อยก็ลงมาดู... ถอยเข้าถอยออก.. จนเจ้าของรถโตย้าต้าเคมลี่ สีทองที่จอดขวางรถเข้าซอง
ที่จอดถัดเราอยู่สักสองคน เค้าก็มาเดินด้อม ๆ มอง เราก็เอ๊ะ เค้าจะออกไหมเนี่ย....เออ ถ้าออกก็ดี เราจะได้เข้าง่ายขึ้น...
มองรถก้มๆ เงยๆ เปิดปิดประตูแล้วเค้าก็เดินไป.....เอ้าสงสัยไม่ออกเดินไปแล้ว
เราก็เลยจัดการเอารถค่อยเข้าตรงที่จอดที่ถูกขนาบข้าง .. ตายหล่ะข้างขวาเบียดน่าดู มืดก็มืดมองก็มองไม่ค่อยเห็น ทำไง...
คิดวกวนในใจ ชะเง้อแล้วค่อยเข้า จนเข้าได้เลยประตูคนขับ ที่นี้ออกไม่ได้แล้ว ชโงกมองไม่เห็นไม่รู้ว่าด้านหน้าที่อยู่ตรงโตโยต้า เหลืออีกเยอะไหม ก็เลยเปิดกระจกชะเง้อ.. สักพักก้อได้ยินเสียงรถร้อง เอาหล่ะกำ "เราขับไปโดนรถเค้าหรือเนี่ย" เอ๊ะแต่ไม่น่าหนะไม่เห็นรู้สึกหันไปมอง ด้านข้าง.. อ๋อคนเดิมนั่นเอง ...เดินป่วนเปี้ยนอยู่ตรงรถก้ม ๆ เงย ๆ มองไปมองมา.. เอางัย..เค้าจะออกหรือเปล่า หรือว่า จะมาบอกทางให้เรา. .
ไอ้เราก็ได้แต่ปล่อยไปที่ละน้อย.. เอาซวยเสียงรถร้องอีกแหล่ะ ...อ้าวหันไปมองทิศเดิม รถแคมลี่คันเก่าเจ้ามันยืนอยู่ท้ายรถ เปิดปิดรีโมท..
ทำเสียงร้องทำไม...หรือว่าจะเรียก รปภ. ให้เรา...โห...ยังไม่ทันไปไหน จอดคาอยู่อย่างนั้น.. ถอยไม่ได้แล้วด้านท้ายตรงประตูหลังรถเราเริ่มจะ
ไม่มีช่องให้มองเห็นกับกันชนหน้ารถกะบะคันใหญ่แล้ว..ทำไง.... ได้แต่ภาวนาในใจ ชะเง้อ ...มองไม่เห็นจริง จะตรงไปอีกก็กลัวชน
รถโตโยต้า.. นั่งว้าวุ่นใจ ...แล้วก็ต้องตกใจ...เอาอีกแล้วเสียงดังอีกแล้ว..ที่นี้ มันกดเสียงดังไปมาอยู่นั่น นี่มันก็หลายนาทีแล้วนะ..มันจะเปิด
ปิดทำไม..เราก็เอะไงๆๆ แล้วอ่ะ... เวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีที่รถเราค้างอยู่ตรงนั้น โดยมีเจ้าของรถคันนั้นคอยทำลายสมาธิ..เราก็ยิ่งไม่กล้า
เซ็งจิต ... แล้วสักพักผู้ชายคนหนึ่งก็เดินมา.. เท่านั้นแหล่ะ .....ผู้ชายตาตี่ ตัวขาว สูงท้วม ท่าทางเก๊กจัด ใส่เสื้อเชิตแขนยาวสีขาว กางเกงสแลคํสีดำ มันตะโกน เลย
"ไม่รู้ว่าจะเข้าหรือออก...ค้างอยู่อย่างนี้ต้องนานแล้ว คนจะออกไปไหนก็ไม่ได้...." แล้วก็แผดเสียงอันดังตะโกนออกคำสั่งตรงไปหน่อยดิ ตรงไป
อย่าหักสิ ตรงไปอีกนิด แล้วค่อยหัก...แล้วนั่นแหล่ะ สิ่งที่เราภาวนาอยู่นานในใจ...... ตอนแรกเรากะจะลงไปขอบใจสักหน่อย ถึงแม้นในใจเราจะ
รู้สึกว่าน่าจะบอกเราตั้งนานแล้ว...เพราะท่าทางเรามันก็บอกว่าไม่เห็นระยะห่างระหว่างหน้าเรากับรถโตโยต้าอย่างเด่นชัด "ช่างเหอะยังงัยเค้าก็บอก"
เราปลอบตัวเองและก็ทำใจ ถึงแม้นจะรู้สึกแย่กับน้ำเสียงที่เค้าตะโกนบอกเรามากก็ตาม .... แต่หลังจากที่เราจอดรถเข้าที่ได้... เสียงด่าก็ลอยเค้าหู
บอกว่าเข็นรถยังไงไม่ดู เข็นซะรถหน้ารถคันหลังเค้าไปแนบรถท้ายงามของเค้า.. เราก็มอง เอะ..ไงนี่ ถามซักคำไม่ถามด่าเลยเหรอ...
มาทำลายสมาธิต้องนานไม่บอกไม่ว่า ยังๆ มาว่าเราทำให้ช้าอีก แล้วทำไมไม่บอกเราก่อนที่จะเข้าว่าจะออกก่อน ตอนแรกเราก็คาดหวัง
ว่าถ้ารถเค้าออกเราก็คงได้เข็นรถอีกคันขยับไป เราก็คงตีวงเข้าง่าย รถคงเข้าจอดนิ่งอยู่กับที่นานแล้ว โดยไม่ต้องมาเปลืองน้ำมัน สร้างความ
รำคาญให้ตัวเองและคนอื่นแบบนี้ อารมณ์ที่อัดแน่น...ก็เปิดประตูลงไป...."ฉันไม่ได้คิดรถคุณ..คุณเห็นหรือปล่าว...ช่องมันเหลือแค่ช่องเดียว
ฉันมาถึงฉันเห็นว่าพอจะเข้าได้ฉันก็เข้า" และตอนหลังมารู้ว่าผู้ชายที่เดินมาทีหลัง หน้าตาธรรดา ตัวก็ดำกว่า ที่ผู้ชายตาตี่ตัวขาวมันยืน
บ่นให้เค้าฟังนั่นเป็นเจ้าของรถที่หน้าแนบอยู่กับท้ายมัน.. เค้าก็ช่วยมันเข็นรถ แล้วก็บอกมันว่า.. รถที่คอนโดมันเยอะ รถผมก็โดน เค้าก็บอก
อย่างงี้ ไอ้ตาตี่หน้าขาวใจดำ เค้าก็ขับรถสุดหรูของเค้าออกไป เหลือทิ้งไว้แค่ล่องลอยความรู้สึกที่แย่ๆ ไว้กับตัวเรา..
จริง ๆ แล้ว..ปกติที่เราอยู่ที่แห่งคอนโดนี้ สิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือความใจดำของ รปภ. ที่ไม่เคยช่วยเขยื้อนขยับรถ.. แต่เราก็ไม่เคยเห็นคนที่อยู่ด้วยกันทำ โดยปรกติแล้วถ้าเป็นคนอื่น หรือตัวเรา ผ่านมาหรือเห็นว่าใครสักคนมีปัญหา... ก็เข้าไปช่วยถามเผื่อจะช่วยอะไรได้..เราไม่ใช่คนดีที่วิเศษ เราก็เป็นแค่คนดีบ้างเลวบ้าง แต่เราถูกสอนคิดอยู่เสมอว่า...การที่เราจะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น เป็นสัตว์ร่วมสังคม..มันต้องรู้จักช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่ให้อยู่กันแบบกาฝาก ตักตวงผลประโยชน์กันและกันเท่านั้น
และเราก็คิดว่า มันไม่ได้เหลือบ่า กว่าแรง ที่จะหยิบยื่น การช่วยเหลือให้กันและกัน....โลกทุกวันนี้มันร้อนมากแล้ว...อย่าให้อารมณ์ของคน..ที่ยกย่องว่าตัวเอง
เป็นมนุษย์ มีสมอง มีความนึกคิดเหนือสัตว์ทั้งปวงที่อยู่บนโลกใบนี้ ทำในสิ่งที่ด้อยค่า...ปราศจากความนึกคิดเยี่ยงนี้เลย.....อย่าอยู่อย่างบุด้วยเปลือกทองที่เหลืองอร่าม
แต่อยู่อย่างห่อหุ้มด้วยน้ำที่เย็นฉ่ำ โลกจะได้ไม่ร้อนรุ่ม..........อย่าคิดว่า..แค่ขาดน้ำใจ...ไม่ได้ทำสงคราม...แต่การขาดน้ำใจ
จะเป็นบ่อเกิด...ของการอยู่โดยปราศจากความนีประนอม...และแย่งชิงในที่สุด
แต่เมื่อเช้า...โลกก็สอนให้เรารู้ว่า...โลกมีหลากหลายมุม ...คนมีหลายแบบ....เมื่อเช้า..รถเราจอดด้านในเหมือนเดิม... รถที่จอดซ้อนอยู่ใหญ่มาก.. เข็นไม่ไป..
ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า "ไหวไหม." แล้วเขาก็ไม่รอคำตอบ..."เขาช่วยเราเข็น" ....อือ....แค่ต้องนี้...ความรู้สึกที่ร้อนจากผู้ชายคนเมื่อวานก่อนก็ดับวูบ
แสงสว่าง...ของความรู้สึกที่ดี..กลับมาอีกครั้ง...............เรายังเชื่อมั่นอยู่เสมอ...ว่า....น้ำใจที่สละคนละนิดละหน่อย จะช่วยให้โลกที่เป็นโลกาภิวัตฒ์ ยุคแห่งข้อมูล
ข่าวสารที่ไร้ขอบเขต โลกที่เจริญด้วยเทคโนโลยี...............เต็มไปด้วยความร้อน.......จากการกระทำของมนุษย์...............เย็นลง.......เย็นลง สวนทางกับความร้อนที่ภายนอก
ความคิดเห็น
โอ้โห ถ้าเจอแบบนี้ก็เฮิร์ทเหมือนกัน
ยิ่งเป็นคนขี้ใจน้อยอยู่ด้วย ถ้าเจอแบบนี้คงคิดไป สิบตลบ
แต่ก็เหมือนกัน พอเจออะไรดีดี มาทดแทนก็ลืมความรู้สึกที่ไม่ดีไปเสียทุกที
เอาน่านะ เล่นตัว ในบรรดาคนที่ไม่มีน้ำใจ
ก็ยังคงหลงเหลือคนที่มีน้ำใจ พลอยให้เราได้สัมผัสอีกนะ
โอ๋ ๆๆ อย่าอารมณ์เสียน๊า เดี๋ยวไม่สวยน๊า
PS. หนุ่ม ม ปลาย & สาววัยทำงาน โดย Robinhood ลองไปหาอ่านกันนะ แล้วน้อง ๆ จะหลงรัก เบส กะ สา อย่างหมดหัวใจ