ประวัติศาสตร์สโมสรเชลซี 100 ปี
ตอนก่อนหน้า

ประวัติศาสตร์สโมสรเชลซี 100 ปี
เกริ่นเรื่อง: ถึงประวัติศาสตร์เราจะไม่ยิ่งใหญ่และยาวนาน แต่ตอนนี้เรากำลังสร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับแฟนเชลซีในรุ่นหลังได้ภูมิใจ..
26 พ.ค. 49 , View: 1627 , Post : 1


Centenary Year of Chelsea

..................กาลครั้งหนึ่งเมื่อ ปี 1877 ที่นี่เป็นสนามแข่งกรีฑาของชมรมกรีฑาแห่งลอนดอน ซึ่งผู้สร้าง ก็คือ ตระกูล วอดเดลล์ ( Voddell's ) และ ใช้ชื่อว่า สแตมฟอร์ด บริดจ์ ( Stamford Bridge ) ตามชื่อของ บึง ที่ชื่อ สแตนฟอร์ด ( Stanford ) ซึ่งมีสะพานทอดยาวไปจนถึง King's Road ชาวบ้านเรียกสะพานนี้เองว่า Stanford Bridge ต่อมา ภายหลังเพี้ยนเป็น Stamford Bridge

..................หลังจากนั้น ปีที่ 6 ตะกูลวอดเดลล์เป็นหนี้สินอย่างมากมาย จึงขายกิจการให้เฟรด ปาร์เกอร์ ( Fred Parker ) ประธานชมรมกรีฑาเอซี สตาร์เตอร์ กิจการของเชลซีเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ มีการเสนอร่วมหุ้นเพื่อพัฒนา สโมสร ซึ่ง ผู้เข้ามาถือหุ้นก็คือ สองพี่น้องตระกูลเมียร์ คือกัส เมียร์ และโจ เมียร์ ( The Mier )

..................ต่อมาภายหลัง ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สนามของเชลซี ซึ่งถูกใช้เป็นทั้งสนามกรีฑา และ กัสระงับแผนที่จะขายสนาม และสร้างทีมคริกเกตและ สร้างอัฒจันทร์ ขึ้นมา
..................ในขณะเดียวกันกับที่ปาร์เกอร์ ก็ได้สร้างทีมฟุตบอลที่ชื่อเชลซีขึ้นมา ซึ่งใช้ที่รวมพลนักเตะ เป็นผับแห่งหนึ่งชื่อ The Rising Sun Pub ตำแหน่งปัจจุบัน คือห้องแต่งตัวของนักเตะเยาวชน เมื่อวันที่ 14 เมษายน 1905 โดยใช้ชื่อทีมเป็นชื่อตำบล ของผับซึ่งอยู่ในลอนดอนตะวันตกเฉียงใต้ นั่นเอง

..................ภายหลังอังกฤษ นิยมกีฬาฟุตบอลมากกว่าคริกเกต ทีมคริกเกต จึงถูกยุบไป ทีมฟุตบอลเชลซี เริ่มพัฒนาตัวเองเป็นลำดับขั้นและ ปาร์เกอร์ยืนขอเป็นสมาชิกฟุตบอลลีก แต่ล้มเหลว เนื่องจาก กฏที่ต้องให้ทีม เริ่มต้นเล่นจากทีมนอกลีกก่อน
..................ต่อมา เชลซี มีพันธะ ที่ดีต่อเพื่อนร่วมทีมในลอนดอนและใกล้เคียง ได้เสนอชื่อเข้าร่วมลีคอีกครั้ง ในคราวนี้ มี 4 ทีม จากลีก รับรองสถานภาพ (Fulham ,Spurs) เชลซีจึงเข้าร่วมลีกฟุตบอลอังกฤษครั้งแรก เมื่อ 29 พฤษภาคม 1905 โดยเลือกสีประจำทีมคือ สี น้ำเงิน ขาวและดำ และ นี่คือทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษที่เป็นสมาชิกฟุตบอลลีกโดยไม่ต้องเล่นเกมเลย

..................เชลซีลงสนามครั้งแรก ในเกมที่เป็นทีมเยือน พบกับ สต็อกปอร์ต เคาน์ตี้ และเชลซีก็พัฒนา เป็นลำดับขึ้น จน เป็นแชมป์ ลีก สูงสุด ของอังกฤษ ครั้งแรกเมื่อ ฤดูกาล 1955-1956 จำนวนเงินที่ได้รับ ถูกนำมาใช้ในการพัฒนา สนามซึ่ง สนามเดิมวึ่งอยู่ติดกันในปัจจุบัน ถูกขายให้ฟูแล่ม และย้ายสนามสู่ New Stamford Bridge

..................การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี่เอง ทำให้เชลซีประสบปัญหา หนี้สินอีกครั้ง เชลซี
ร่วงสู่ อันดับ 18 ของดิวิชั่น 2 ซึ่งเป็นอับดับต่ำสุดของเชลซี ในฤดูกาล 1882 - 1883 พร้อมกับการยื่นมือเข้าช่วยเหลือจาก เคน เบตส์ ( Ken Bates ) ด้วยเงินลงทุนเพียง 1 ปอนด์ (40 บาท ขณะนั้น) และรับภาระหนี้สินทั้งหมดของเชลซี 

..................เชลซีก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุดอย่างมั่นใจและไต่อันดับอย่างเนื่อง พยายามหาเงินเพื่อพัฒนาสโมสร อย่างเป็นระยะ และร่วมกับ เศรษฐี นักธุรกิจ โรงแรม ชื่อดัง อย่าง แมทธิว ฮาร์ดดิ้ง (Mathew Harding) และยึดเอาอัฒจรรย์ฝั่งตะวันออกสร้างเป็นโรงแรม และสร้างอัฒจรรย์ฝั่งตะวันตกขึ้นมา

..................ฮาร์ดดิ้งเป็นแฟนบอลเชลซีอย่างเหนียวแน่น และเข้าชมเชลซีในที่นั่งของแฟนบอลธรรมดา จนเป็นที่รักของ แฟนบอลเชลซี ในขณะนั้น ต่อมา ฮาร์ดิ้ง ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินส่วนตัวตก จากการบินไปเชียร์เชลซีเล่นบอลยุโรป ภายหลังข่าวคลุมเคลือและซุบซิบว่าเป็นการฆาตรกรรม จากการขัดแย้งด้านการบริหารกับ เคนเบตส์ เนื่องจาก ฮาร์ดดิ้ง ต้องการปิด กิจการ The Village เพื่อเอาใจแฟนบอล สร้างอัฒจรรย์เพิ่ม และลดราคาค่าบัตรผ่านประตู 

..................เชลซีภายหลังการจากเข้ามาเทคโอเวอร์ของสองนักธุรกิจดัง มีการปรับเปลี่ยนทั้งด้านบริหารและทีมใหม่หมด และผู้จัดการทีมที่เริ่มต้นระบบทีมใหม่ให้กับเชลซี คือ เกล็น ฮอดเดิ้ล (Glen Hoddle) ภายหลังการทำทีมโดย ฮอดเดิ้ล ซึ่งเป็นนักเตะชื่อดัง ได้ดึงนักเตะฝีเท้าดีสู่ทีมมากมาย และหนึ่งในนั้นคือ รุด กุลลิท (Rudd Gullit) ผู้เล่นตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวกลาง หลังจากลงเล่นไป 1 ฤดูกาล กุลลิทเข้ารับตำแหน่ง ผู้เล่น - ผู้จัดการเชลซี ต่อจาก ฮอดเดิ้ล ซึ่งผันตัวเองไปรับหน้าที่ ผู้จัดการ ทีมชาติอังกฤษ ก่อนจะถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษไล่ออกหลังจากวิจารณ์ว่าคนตาบอดเป็นบุคคลไร้ค่า

. กุลลิท เริ่มต้นวางแผนระบบเชลซีใหม่หมดจากเดิม ที่เชลซีเน้นลูก กลางอากาศ โดยใช้ ปีกสองข้าง คือ เดนนิส ไวส์ และเคร็ก เบอร์ลี่ย์ มาเล่น ระบบ ที่กุลลิท เรียกว่า Sexy Football ระบบนี้จะไม่เน้นทั้งเกมรับ และรุก แต่จะรุกและรับพร้อมๆกับหมด คล้ายๆกับ Total football ของ ฮอลแลนด์ ใน ปี 1980 

..................จากนั้น กุลลิท ถูก เคน เบตส์ ปลดสายฟ้าแลบ โดนกล่าวหาว่า ไม่ใจใส่การทำทีมเชลซีมากที่ควรและใช้เวลาไปกับการให้สัมภาษณ์ การออกทีวี ธุรกิจส่วนตัว และเที่ยวกลางคืน ผู้ที่เข้ามาทำทีมต่อจากนั้นคือ จิอันลูก้า วิอัลลี่ (Gianluca Vialli) นักเตะปัจจุบันของเชลซีในขณะนั้น ระบบไม่ได้ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม และเชลซีภายหลังการคุมทีมครึ่งฤดูกาลแรก ก็คว้าแชมป์เอฟเอฟ คัพมาครองได้ ก่อนจะคว้าแชมป์ คัพวินเนอร์คัพ ,ซุเปอร์คัพ ,ลีกคัพ 

..................เมื่อเชลซี เป็นทีมที่ใหญ่ขึ้น เคน เบตส์คิดว่า เชลซีสมควรจะได้โค๊ชชั้นนำมาดูแลทีม และก็เป็น เคลาดิโอ รานิเอรี่ (Claudio Ranieri) ซึ่งเพิ่งพาทีมบาเลนเซีย คว้าแชมป์ สแปนิช คัพ การเข้ามาคุมทีมของรานิเอรี่ แทคติกและการแก้เกม ถูกมองว่า มั่วไปหมด จึงได้ฉายาจากนักข่าวอังกฤษว่า Tinker Man 

..................ปีต่อมา แฟนเชลซี แทบคลั่ง เมื่อ เศรษฐีหนุ่ม นักธุรกิจน้ำมัน ชาวรัสเซีย โรมัน อบราโมวิช (Roman Abramovic) เข้ามาซื้อหุ้นกิจการ สโมสร และจ่ายเงินมากมายเพื่อซื้อนักเตะ ฝีเท้าดีมาร่วมทีมกว่า 100 ล้านปอนด์ ในเพียงฤดูกาล แรก
..................รานิเอรี่ ถูกกดดันอย่างหนัก เมื่อ อบราโมวิช ต้องการแชมป์มาครอบครองอย่างเร็วที่สุด ซึ่ง นี่คือฤดูกาลสุดท้ายของผู้จัดการ ชาวอิตาเลียน หลังจากล้มเหลว ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ มาครองได้สักรายการ แม้ว่าจะได้ถึงอันดับ 2 ของลีก ด้วยคะแนน 79 คะแนน และเข้ารอบ 4 ทีม ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ก็ตาม 

..................ไม่เพียง รานิเอรี่ เคน เบตส์ ก็ถูกกดดันจาด อบราโมวิชเช่นกัน เมื่อถูกลดระดับเป็นเพียง ประธานอาวุโสของทีม จึงตัดสินใจลาออกจากทีม พร้อมกับการเข้ามาของ ปีเตอร์ เคนย่อน ประธานฝ่ายบริหาร ของแมนยูฯ

..................ปัจจุบัน เชลซี ภายใต้การทำทีมของ โฆเซ่ มูริญโญ่ (Jose Murinho) ผู้จัดการชาวโปรตุเกสซึ่ง เพิ่งพา ปอร์โต้ คว้าแชมป์ลีคโปรตุเกส และ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ในระยะเพียงแค่ 2 ฤดูกาล เท่านั้น เข้ามาคุมทีม อันดับของเชลซี นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล ก็อยู่อันดับ หัวตารางมาตลอด กระทั่ง ปัจจุบัน

...................และนี่ คือโอกาส อันดีที่ เชลซี จะได้ฉลอง แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ ที่รอคอยมานานถึง 50 ปี และเป็นการ ฉลองครบรอบ 100 ปี สโมสร อีกด้วย



แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 บอกว่า :
    TTOTT ตายคาประวัติศาสตร์ เพิ่งได้หนังสือประวัติศาสตร์การช่างมาอ่านสองหน้าหลับ

    ประกาศนะคะ

    มาเพื่อบอกข่าวโดยเฉพาะก่อนจะลบนิยาย ^O^


    สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ที่แอ๊ดนิยายเรื่อง Daylight ~ saving Time ขืนซ่าบ้านักกั๊กใจเสียให้เข็ด วันที่ 1 กันยายนจะมีการทะยอยลบต้นฉบับนะคะ เพราะเรื่องนี้ผ่านการพิจารณากับสนพ.อินลักค์ และจะวางแผงภายในเดือนตุลาคม ใครที่ยังอ่านนิยายไม่ถึงบทที่ 33 ก็หาเวลาว่างไปอ่านได้นะคะ เพราะไม่อยากให้เพื่อนต้องมาหงุดหงิดภายหลัง เวลาก็กระชั้นชิดเข้ามาทุกที ถ้าใครหาเวลาอ่านไม่ได้แต่ยังไม่อยากให้ลบหมดก็บอกๆ ล่วงหน้าได้ค่ะ เจ้าหุ่นกระบอก จะได้เก็บความเห็นไปพิจารณา แต่ถ้าเสียงตอบรับมีไม่มากจะดำเนินงานตามกำหนดค่ะ ประมาณวันที่ 15-20 กันยายน หากภาพร่างปกเสร็จแล้วจะประกาศในเวปให้เพื่อนๆ ได้ทราบอีกทีนะคะ ขอบคุณที่ชื่นชอบ

    26 ส.ค. 50 / 19:21

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    2
    Comments
    1
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog