(one piece) straw hat pirate | short fanfiction (all luffy)

ตอนที่ 2 : (sf) The Devil's Trap [intro] – Law x Luffy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    18 พ.ย. 61


 


 



title :: The Devil's Trap

pairing :: Law x Luffy

author :: daydream

request by :: -

notes :: ตอนแรกตั้งใจว่าจะลงเรื่องนี้ปีหน้า แล้วทยอยแต่งฟิคที่รีดเดอร์รีเควสก่อน แต่ไม่ไหวจริงๆค่ะ ;-; สมองตันมากๆ เคลียร์รีเควสที่ดองๆไว้ไม่จบซักที (หรือบางเรื่องแต่งได้นิดหน่อยก็ตันซะงั้น..) เอาเป็นว่าอ่านเรื่องนี้ไปก่อนนะคะ T^T

 

----|----|----|----|----

 

 

 

          ในปี N.E. 2020 (New World Era 2020) ทั่วทั้งโลกได้ตกอยู่ในสภาวะสงครามของสองมหาอำนาจในโลก จักรวรรดิแกรนด์ไลน์ [Grandline Empire] และสหพันธรัฐออลบลู [The Allblue Federation] ผู้คนมากมายบาดเจ็บล้มตายจากสงคราม ไร้ซึ่งที่อยู่อาศัย อาหารและน้ำขาดแคลน โรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า และก่อให้เกิดการจลาจล

 

          สาเหตุของสงครามคือการตายของ  โบอา แฮนค็อก พระชายาในองค์ชายรัชทายาทของจักรวรรดิแกรนด์ไลน์ซึ่งเป็นฝีมือของบุคคลจากสหพันธรัฐผู้ลอบปลงพระชนม์พระชายาและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหล่าประชาชนโกรธแค้น..องค์จักรพรรดิและองค์ชายรัชทายาทจึงจับดาบขึ้นสู่ ก่อเกิดสงครามที่ยิ่งใหญ่จนทั่วโลกต้องสั่นสะเทือน

 

          ไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะจบลงเมื่อใด

 

          อาจจะจนกว่าความโกรธแค้นของจักรวรรดิแกรนด์ไลน์จะทุเลาลง หรืออาจจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแพ้พ่ายไป

 

          แต่นั่น..คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบทหนึ่งในชีวิตของชายผู้ตกอยู่ในความมืดมนมานานกว่าหลายสิบปี ชายหนุ่มผู้เติบโตมาในฐานะบุตรชายของนายทหารผู้ยิ่งใหญ่ ชายหนุ่มผู้ได้รับขนานนามว่า ศัลยแพทย์แห่งความตาย

 

 

 

          ชายหนุ่มเดินขึ้นบันไดด้วยการก้าวเท้าที่สม่ำเสมอ เขาสวมชุดเครื่องแบบทหารของสหพันธรัฐออลบลูซึ่งเป็นเครื่องแบบสีดำสนิท บนบ่าประดับด้วยอินทรธนูบอกยศและพู่ประดับมากมาย ผมสีดำสนิทถูกปกคลุมด้วยหมวกขนสัตว์ลายจุดดูโดดเด่น แม้มันจะไม่เข้ากับเครื่องแต่งกาย..แต่ก็ไม่มีใครกล้าวิจารณ์หรือติฉินนินทาชายหนุ่มผู้มียศศักดิ์เป็นถึงพลโทแห่งกองทัพสหพันธรัฐออลบลู

 

         ทราฟาการ์ ดี วอเตอร์ ลอว์ คือชายหนุ่มรูปร่างสูงผู้มีใบหน้าหล่อคมคายราวกับนายแบบในนิตยสาร นัยน์ตาสีดำคมกริบราวกับสัตว์ป่าดูเข้ากับโครงหน้าเรียวซึ่งประกอบด้วยสันกรามโดนเด่น จมูกโด่งเป็นสัน กับริมฝีปากหนาที่ไม่ได้ดำคล้ำเนื่องจากไม่คิดสูบบุหรี่ ไม่ว่าใครที่เห็นเขาต่างก็พากันหลบสายตาด้วยความกลัวทั้งนั้น

 

          เขาจ้องมองแผงควบคุมขนาดเล็กซึ่งประดับอยู่ตรงทางเข้าศูนย์บัญชาการใหญ่ ไม่รอช้าก็ใส่รหัสระบุตัวตนลงไป..ไม่นานประตูเหล็กก็เปิดออก เขาเดินเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผย ภายในนั้นมีคนใหญ่คนโตของกองทัพนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมสีแดงสด สายตาของพวกเขาจับจ้องมายังคนมาใหม่

 

          ลอว์โค้งตัวทำความเคารพตามมารยาทที่พึงมีเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังเด็กชายแปลกหน้าซึ่งยืนอยู่ข้างๆชายร่างสูงผู้กำลังสูบซิการ์โดยที่ไม่ได้สนใจเขามากนัก

 

          “มาแล้วหรือพลโททราฟาการ์” ชายชราคนหนึ่งทักเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เขาขานรับในลำคอเบาๆก่อนไปยืนประจำที่เพื่อรายงานการทำงานของคนในกองทัพ สังเกตได้ว่าเด็กหนุ่มตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ครอคโคไดล์ เหลือบมองมาที่เขาหลายรอบจนเขาชักจะเริ่มหงุดหงิด

 

          ระหว่างการรายงานจึงตวัดสายตามองเด็กคนนั้นราวกับกำลังว่ากล่าวตัดเตือนทางสายตาเป็นระยะ

 

          “นอกจากทัพที่บุกมาทางใต้เมื่อวันก่อน..ศัตรูยังไม่มีการบุกโจมตีเพิ่มเติมครับ ดูเหมือนว่าพวกมันจะมีแผนการบางอย่าง สังเกตได้จากที่เงียบเกินไปจนน่าสงสัย”

 

          “งั้นหรือ— พวกมันคงวางแผนไว้ดีทีเดียว”

 

          “รวมถึงการเคลื่อนไหวของหมัดอัคคีก็ดูจะแปลกๆไปเล็กน้อย เมื่อ 3 วันก่อนมันบุกมาที่นี่แต่ไม่ได้ฆ่าหรือก่อความเสียหาย และไม่นานมันก็จากไป”

 

          ทุกคนในห้องประชุมพยักหน้ารับเงียบๆ มันแปลกจริงๆที่หนึ่งในผู้นำทัพผู้ยิ่งใหญ่ของฝ่ายศัตรูบุกมาแต่พวกเขากลับไม่รู้ตัว แม้มันจะไม่ได้ฆ่าหรือก่อความวุ่นวายใดๆ แต่นั่นก็ถือเป็นจุดที่น่าสงสัยอย่างหนึ่ง

 

          “แกยังทำให้ได้ดีเหมือนเดิมเลยนะพลโท” เขายักไหล่ ไม่ได้สนใจคำพูดของพ่อเลี้ยงของตัวเองอย่างโดฟลามิงโก้มากนัก

 

          ก่อนหน้านี้เขาพึ่งได้รับคำสั่งให้ไปกำจัดศัตรูที่บุกมาจากทางทิศใต้ โชคดีที่มันไม่ได้เป็นทัพหลัก..ดังนั้นเขาจึงสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดายด้วยทัพเล็กๆของเขาที่มีคนเพียงไม่กี่คน

 

          “โอ้ จริงสิ เซอร์ครอคโคไดล์..คุณมีเรื่องจะพูดกับเขานี่” หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น และมันทำให้เขาหันไปมองชายร่างสูงที่มักแต่งตัวแบบพวกมาเฟียโดยอัตโนมัติ

 

          ชายวัยใกล้เลข 4 กระแอมเล็กน้อย มองหน้าเขาด้วยสีหน้านิ่งสนิท

 

          “จริงๆแล้วฉันไม่ได้อยากพูดแบบนี้เลย แต่..เอาเถอะ” ครอคโคไดล์ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาไขว่ห้าง พลางดึงมือเด็กหนุ่มข้างกายออกมายืนข้างๆเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ เมื่อลองพินิจดูก็พบว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กผู้ชายที่น่าหวานอยู่พอสมควร ดูจากหน้าตาแล้วลองกะอายุคร่าวๆ ก็คิดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 17-20 ปี ร่างกายผอมแห้งเหมือนขาดสารอาหาร ใต้ตาข้างหนึ่งมีรอยแผลเป็น..และบนศีรษะของอีกฝ่ายก็สวมหมวกฟางที่ช่างคุ้นตา แต่เขากลับจำไม่ได้เลยว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 

          “เขาชื่อลูฟี่..” เด็กหนุ่มคนนั้นมองเขาด้วยสายตาอ่านยาก

 

          “เป็นลูกบุญธรรมของฉัน ฉันเจอเขาเมื่อปีที่แล้วที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ปีนี้ก็อายุ 20 ปีพอดี..” อายุห่างกับเขาตั้ง 10 ปีเชียวหรือ..?

 

          “แล้วคุณต้องการอะไร” ลอว์เลิกคิ้วมองหน้าครอคโคไดล์ราวกับกำลังกดดันให้รีบพูดเร็วๆ ทุกคนในห้องประชุมมองหน้ากัน ก่อนที่โดฟลามิงโก้จะเป็นคนตอบแทนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มดูน่าขนลุก

 

          “พวกเราเห็นฝีมือของเขาและคิดว่ามันน่าสนใจ คงดีถ้าแกยอมดูแลเขา..และสอนเขาให้เป็นทหารที่ดี”

 

          ขอทีเถอะพระเจ้า บอกทีว่านี่มันเรื่องล้อเล่น..

 

          ลอว์ชักสีหน้า กวาดตามองทุกคนในห้องประชุมพลางแผ่รังสีกดดันเล็กๆออกมา บรรยากาศกลายเป็นตึงเครียดทันทีที่เขาทำแบบนั้น ทุกคนมองหน้ากันเหมือนกำลังปรึกษาผ่านทางสายตาว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้ดี สุดท้ายแล้ว..คนที่สามารถกล่อมลอว์ได้เพียงคนเดียวก็ต้องยอมออกมาพูดแทน

 

          “เขาจะเป็นกำลังรบที่สำคัญได้แน่ และพวกเราไว้ใจให้นายดูแลเขา นายจะไม่ทำจริงๆหรือลอว์?

 

          “โรซี่..” เขามองโรซินันเต้ด้วยแววตาอ่อนลง

 

          “ฉันเชื่อว่าแค่ให้ลูฟี่ไปอยู่กับแกแล้วก็คอยตามแกเวลาออกรบ แค่นั้นเด็กนี่ก็จะเก่งขึ้น”

 

          “มันจะเป็นไปได้ยังไง?” ลอว์ตั้งคำถามหลังจากที่ครอคโคไดล์ว่าดังนั้น เขาไม่เห็นว่าการลงสนามจริงมันจะทำให้เก่งขึ้น..มีแต่จะทำให้ตายเร็วขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะหากเด็กคนนี้ไม่เคยมีประสบการณ์จริงในการต่อสู้และไม่ได้รับการฝึกฝนที่มากพอ

 

          “ถึงลูฟี่จะอายุยังน้อย แต่หมอนี่ก็เคลื่อนไหวรวดเร็ว มีความคล่องตัวและมีความยืดหยุ่นของร่างกายสูง ฉันคิดว่าแค่ฝึกฝนและขัดเกลาความสามารถพวกนั้นอีกนิดหน่อย เด็กนี่ก็สามารถเก่งทัดเทียมแกได้”

 

          “โฮ่..เก่งทัดเทียมเลยหรือ? พูดเกินจริงไปรึเปล่า?

 

          “ฟุฟุฟุ ถ้านายลองอยู่กับหมอนั่นซักสัปดาห์เหมือนฉัน เดี๋ยวนายก็จะรู้เอง ลอว์”

 

          สุดท้ายแล้วเขาก็ทนสายตาของทุกคนในห้องไม่ได้ โดยเฉพาะสายตาของรักแรกของเขาอย่างโรซินันเต้..ชายหนุ่มถอนหายใจ กวักมือเรียกเด็กหนุ่มให้มายืนอยู่ข้างๆตัวเอง และลูฟี่ก็ทำตามอย่างว่าง่ายโดยไม่มีการอิดออด

 

          นัยน์ตาคมกริบมองร่างของเด็กหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

 

          “ก็ได้ ฉันจะดูแลเจ้านี่”

 

          “...”

 

          “แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้านี่สร้างปัญหาให้ฉัน คงรู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

 

          ทุกคนในห้องประชุมพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง โดฟลามิงโก้แค่นหัวเราะในลำคอ “ฟุฟุฟุ ฉันรู้ดีเชียวล่ะ แต่รับประกันได้..เด็กนั่นไม่มีทางสร้างปัญหาให้แกหรอก”

 

          ครอคโคไดล์มองหน้าเขานิ่ง

 

         น่าสนใจ— ลอว์แค่นหัวเราะ

 

          “รู้อะไรมั้ยครอคโคไดล์ ยิ่งฉันเห็นแกดูเป็นเดือดเป็นร้อนกับเด็กนี่ ยิ่งทำให้ฉันอยากฆ่าหมอนี่เร็วๆ มันน่าสนใจนะ..ที่เด็กกะโปโลอย่างหมอนี่ทำให้แกเป็นได้ถึงขนาดนี้น่ะ”

 

          พวกเขาสบตากันราวกับกำลังจะขย้ำกันให้ตาย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวทั้งคู่ไม่หยุด ครอคโคไดล์กระตุกยิ้มมุมปาก ทิ้งซิการ์ที่ใกล้หมดมวนลงไปที่พื้นก่อนหยัดตัวยืนขึ้น ขยี้มันด้วยปลายเท้าพร้อมมองลอว์ด้วยสายตาที่แม้จะดูเหมือนไม่มีอะไร..แต่มันกลับแผ่รังสีบางอย่างที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขนลุก

 

          “แกไม่รู้หรอกว่าเด็กนั่นสำคัญกับฉันแค่ไหน และแน่นอน..ไม่ใช่แค่ฉัน แต่กับโลกใบนี้ ฉันเชื่อว่าเด็กนั่นคือตัวแปรที่จะทำให้สงครามบ้าๆนี่จบเร็วขึ้น”

 

          “...”

 

          “จำเอาไว้นะทราฟาการ์ ถ้าหากแกฆ่าเด็กนั่นล่ะก็..ฉันนี่ล่ะที่จะตามไปเด็ดหัวแกเอง”

         





 ----|----|----|----|----

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #37 Termelon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 22:32
    น่าสนใจจ
    #37
    0
  2. #18 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 01:56

    หนูลอว์ไม่มีวันฆ่าภรรยาตัวเองหรอก~~

    #18
    0
  3. #11 colaion (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 10:21

    💕💕💕💕💕
    #11
    0
  4. #10 colaion (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 10:21
    อยากรู้เลยว่าดอฟใจอ่อนได้ไง--แคก แต่ที่รู้ที่เอสมาบุกต้องเพราะลูฟี่แน่ๆ!!! เดาล้วนๆครับ
    #10
    0
  5. #9 LatteChan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 18:32

    อ่านบทนำตอนแรกๆนี่ให้ความรู้สึกคล้ายสงครามโลกครั้งที่ 1 เลยค่ะ ถถถถ
    คุณหมอของเราไม่รู้อะไรซะแล้ว ฟี่น้อยของเรานี่แหละคือตัวแปรเปลี่ยนโลก!
    แล้วคุณหมอจะต้องตกเป็นทาสน้องจนโงหัวไม่ขึ้น วะฮ่าฮ่าฮ่า

    #9
    0
  6. #8 Hikari69-สาววาย- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 14:30

    งื้ออออ ชอบบบบ~~
    #8
    0