เสน่หาจอมมารบงการรัก

ตอนที่ 13 : Chapter 4...25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ก.พ. 59

 



               อิษยาเก็บข้าวของที่จำเป็นของคุณย่าและของตัวเองเสร็จเรียบร้อยภายในเวลาไม่นานนักเพราะเลือกแต่สิ่งจำเป็นอย่างเสื้อผ้าและยาประจำตัวบางอย่างเท่านั้น คนของเคลาดิโอมารับคุณย่าเธอตอนบ่ายสองโมง อิษยาเลยขอไปด้วยเพราะอยากเห็นด้วยตาว่าคุณย่าเธอจะอยู่อย่างไร สะดวกสบายหรือไม่ เมื่อไปถึงอิษยาประหลาดใจกว่าที่คิดเพราะคิดว่าเป็นศูนย์ดูแลคนป่วยและผู้สูงอายุทั่วไป แต่กลับเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยกึ่งโรงพยาบาลที่รักษาและเชี่ยวชาญเรื่องผู้สูงอายุที่เป็นโรคอัลไซเมอร์โดยเฉพาะ ที่สำคัญเธอแอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งพอได้ทราบถึงกับอ้าปากค้างเพราะมันสูงมากจนเธอเริ่มคิดว่าเงินเดือนเธอจะเหลือเท่าไหร่กันหรืออาจจะไม่เหลือเลยและต้องทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน แต่ไหนๆ ก็มาถึงป่านนี้โวยวายหรือยกเลิกข้อตกลงก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก แต่คงไม่เป็นไรถ้าแลกกับการที่โรซานน่าได้รับการดูแลอย่างดีจากผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ..เธอเต็มใจ

                โรซานน่าดูจะหวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อพบพยาบาลที่จะมาดูแล อิษยาค่อยอธิบายและตะล่อมอย่างใจเย็น และพยาบาลก็หน้าตาสะสวยน้ำเสียงอ่อนหวาน โรซานน่าเลยคลายความกังวลและความหวาดกลัวลงได้บ้าง อิษยาเลยพอใจชื้นแม้จะแอบใจหายเล็กๆ ก็ตาม คนของเคลาดิโอมาส่งเธอที่คอนโดหรูหราของเขาก่อนเวลาเล็กน้อย อิษยานั่งรอด้านล่างไม่กล้าขึ้นไปอีกแล้ว เมื่อเช้าคงเพราะลืมตัวเอาความโกรธบวกกับความท้าทายนำหน้าเลยลืมคิดไปว่าการขึ้นไปหาเขาด้านบนอาจเป็นอันตรายหรืออาจถูกล่วงละเมิดโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเธอก็ไม่ได้รู้จักเขาไม่ทราบเลยว่านิสัยใจคอเป็นอย่างไร และยังอาจทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอมาเสนอตัวยั่วยวนเขาก็ได้ บางทีเขาอาจพูดถูกก็ได้ว่าเธอสมองน้อยคิดอะไรน้อยเกินไป ต่อไปนี้เธอต้องมีสติไตร่ตรองทุกอย่างให้มากที่สุด เธอจะไม่ยอมให้เขามาดูถูกว่าเธอโง่อีกเป็นอันขาด

                “พร้อมแล้วใช่ไหม”

                เสียงที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ

                “อะ เอ่อ ค่ะ พร้อมแล้วค่ะ”

อิษยายืนขึ้นเมื่อเขาเดินมา พอยืนใกล้กันเธอรู้สึกตัวเองกลายเป็นเหมือนเด็กสิบขวบเพราะเขาสูงมากน่าจะมากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ศรีษะเธออยู่ระดับไหล่เขาเท่านั้นเอง รูปร่างกำยำอยู่ในชุดสูทเรียบร้อยชุดเดียวกับเมื่อเช้ากลิ่นน้ำหอมนุ่มๆ บางๆ คล้ายกลิ่นไม้แห้งลอยอวลอยู่รอบตัวเขา ทำเอาหญิงสาวเคลิบเคลิ้มต้องรีบห้ามตัวเองไม่ให้เอนซบอกเขาและสูดกลิ่นหอมแบบผู้ชายจากแผ่นอกกว้างของเขา

“งั้นไปเถอะ” เขาหันหลังเดินนำออกไปด้านหน้าที่มีรถคันเดิมที่ไปรับเธอจอดรออยู่แล้ว

“เอ่อ ฉันต้องทำอะไรบ้างคะแล้วลูกชายคุณอายุเท่าไหร่” อิษยาทำลายความเงียบชวนเขาคุยและสอบถามว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง

“เป็นพี่เลี้ยงดูแลบรูโน่ลูกชายผมตลอดเวลา รวมถึงไปรับไปส่งเขาที่โรงเรียน สอนการบ้านหรือสอนสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่คุณเห็นว่าเหมาะสมกับวัยเพิ่มเติมให้เขา ตอนนี้เขาอายุ 7 ปี แต่ผมอยากให้เน้นเรื่องสังคมและทักษะการใช้ชีวิตต่างๆ ที่สำคัญ ผมหมายถึงพวกความรู้รอบตัวต่างๆ ส่วนเรื่องวิชาการคุณก็เสริมตามบทเรียนจากโรงเรียนก็ได้”

อิษยาพยักหน้าว่ารับทราบและเข้าใจ

“แล้วฉันมีวันหยุดไหมคะ เอ่อฉันหมายความว่าฉันสามารถหยุดไปเยี่ยมคุณย่าของฉันได้วันไหน”

“คุณไม่มีวันหยุด แต่คุณสามารถใช้เวลาว่างช่วงที่บรูโน่ไปโรงเรียนเรียนไปทำธุระได้ตามใจ หรือหากจำเป็นจริงๆ บอกผมหรือเกรซ หัวหน้าแม่บ้านล่วงหน้า”

“ค่ะ” เอาเถอะอย่างน้อยก็แฟร์ดี ถึงไม่หยุดแต่มีเวลาว่างไปทำธุระหรืออะไรได้ตามต้องการ

“ส่วนรายละเอียดเงินเดือนคุณและสวัสดิการต่างๆ อยู่ในนี้คุณเอาไปอ่านเองแล้วกัน”

เขายื่นซองเอกสารขนาดเอสี่มาให้เธอ อิษยารับไว้แล้วหยิบเอกสารด้านในมาอ่านดูทันที ตัวเลขเงินเดือนทำให้เธอตาโต….คุณพระนี่มันมากกว่าที่เงินที่ทำงานพิเศษตลอดทั้งปีเสียอีก

“เงินนี่มัน

“ทำไม มันน้อยไปหรือไง”

“ไม่ใช่ค่ะ มันมากไปต่างหาก”

“ลูกชายผมค่อนข้างเกเร เอาแต่ใจเพราะผมไม่ค่อยมีเวลาให้ ผมเลยต้องให้เงินเดือนมากหน่อยเพื่อที่จะทำให้คนที่มาทำงานพอจะอดทนกับความดื้อรั้นไปบ้างของบรูโน่ และผมหวังว่าคุณจะไม่ถอดใจเหมือนคนอื่น”

“ไม่แน่นอนค่ะ ฉันทำได้” อิษยายังไม่ค่อยเข้าใจนักแค่เด็กคนเดียวทำไมจะต้องถอดใจกันล่ะ

รถหรูจอดลงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ อิษยาก้าวลงมาพร้อมกับห่อปากด้วยความอัศจรรย์ เธอไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีโอกาสมายืนอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตสวยงามราวกับพระราชวังเช่นนี้ มันไม่ได้เก่าโบราณอย่างที่เธอคิดไว้ในตอนแรก แต่ตรงกันข้ามมันมีความทันสมัยและความโออ่าผสมกันอย่างลงตัว

“พ่อพ่อครับ” เด็กชายตัวอ้วนป้อมเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาพร้อมโผตัวเข้าหาอ้อมแขนของบิดาที่รอรับอยู่แล้ว “ผมคิดถึงพ่อ ทำไมพ่อไม่มาหาผมบ่อยๆ ล่ะครับ”

อิษยาจับน้ำเสียงน้อยใจของเด็กชายได้นี่คงเป็นบรูโน่ ลูกชายที่เขาพูดถึงสินะ หน้าตาคมเข้มมีเค้าของเคลาดิโออยู่ไม่น้อย อิษยาคิดแล้วก็อยากเห็นหน้ามารดาของเด็กชาย แต่ไม่เห็นมีใครที่พอจะดูใกล้เคียงกับฐานะภรรยาเขาเลย มีเพียงหญิงสาวร่างท้วมสองคนที่สวมชุดคล้ายๆ แม่บ้านและชายอีกคนที่สวมชุดโทนสีคล้ายกัน

“พ่อติดงาน งานยุ่งมากเลย แต่พ่อไม่ลืมของวัญวันเกิดของลูกนะ นี่ไงมาดูสิว่าชอบไหม” เขาก้มตัวหายไปในรถครู่หนึ่งก็หยิบของขวัญกล่องใหญ่มาส่งให้ เด็กชายดูดีใจกระโดดโลดเต้นนำของขวัญไปอวดคนนั้นคนนี้อย่างมีความสุข

“ไจแอนด์ เกรซดูสิ พ่อมีของขวัญให้ผมด้วย”

หญิงสาวที่ดูมีอายุราวๆ ห้าสิบปีที่ถูกเรียกว่าไจแอนด์เกรซยิ้มให้เด็กน้อยพร้อมกล่าวดีใจและชื่นชมในกล่องของขวัญนั้น อ้ออิษยาเลยนึกออกคนนี้คงเป็นเกรซหัวหน้าแม่บ้านที่ดูแลที่นี่แน่ๆ

“บรูโน่ นอกจากของขวัญแล้วมาดูสิว่าพ่อพาใครมาด้วย” เคลาดิโอบอกลูกชายเพื่อให้มาทำความรู้จักกับอิษยาก่อน

“เมียใหม่ของพ่อล่ะสิ สวยอึ๋มแบบนี้สเปคของผู้ชายทุกคนไม่ใช่หรือไง”เด็กชายมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก

“เฮ๊ย!!

อิษยาตกใจเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นภรรยาใหม่ของเขา  หนำซ้ำยังตาโตยังเบิกกว้างเพราะแทบไม่เชื่อว่านี่คือคำพูดของเด็กอายุเจ็ดขวบจริงๆ

อ้อ พ่อม่ายนี่เองอิษยาประมวลความคิดโดยเร็วจากคำพูดของบรูโน่

“ใช่ที่ไหนกัน นี่คืออีฟครูพี่เลี้ยงคนใหม่ของลูก มาทักทายคุณครูหน่อยสิ”

“ครูพี่เลี้ยงอีกแล้ว ผมเกลียดครูพี่เลี้ยง แต่..ก็ได้ๆ ถ้าพ่ออยากให้ผมทักทายกับเธอ” บรูโน่หันมาทางเธอก่อนจะเดินตรงมาหา “สวัสดีคนสวย ไม่ค่อยยินดีที่ได้เจอเท่าไหร่ แต่เอ่อจับมือกันหน่อยได้ไหม”

“ได้สิจ๊ะ ฉันชื่ออีฟ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ” อิษยานึกขันกับคำทักทายของเด็กเจ็ดขวบที่ดูแก่แดดเกินไปนิด

อิษยายื่นมือขวาออกไปรอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรสักหน่อยนี่นา ดูแล้วก็ออกจะน่ารักดีถึงจะแก่นตามประสาเด็กผู้ชายไปสักหน่อยก็ตาม

“ครับ ผมบรูโน่ มาเควซ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณครู”

บรูโน่นำมือที่ซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วจับมือกับเธอไม่ใช่แค่มือแต่ในมือของเด็กชายที่กำอะไรสักอย่างออกมาด้วยนั้นประกบเข้ากับมือที่เธอยื่นไปรอและอะไรสักอย่างนั้นมันมีชีวิต

มือเรียวกระตุกนิดหน่อยเพราะตกใจกับความเปียกชื้นและเย็นชืดของสิ่งมีชีวิตนั้น แต่เมื่อเห็นว่าเป็นแค่กบตัวเดียวก็เลยเฉยๆ รู้ทันทีว่าถูกแกล้งแต่อิษยาไม่ใช่ผู้หญิงประเภทบอบบาง เรื่องทโมนพวกนี้เธอผ่านมาหมดแล้ว หากแต่อาการเฉยๆ ของเธอสร้างความไม่พอใจให้กับบรูโน่ที่หวังจะได้ยินเสียงร้องกรี๊ดกร๊าดหรือกระโดดโหยงด้วยความขยะแขยงของเธอ

“เอากบมาเป็นของขวัญให้ครูหรือจ๊ะ ขอบใจมากเลยครูชอบมันมากจ้ะ แต่ว่าตอนนี้มันคงคิดถึงบ้านมันแย่แล้ว ครูขอเอามันไปปล่อยนะจ๊ะ” อิษยาจับเจ้ากบน้อยขึ้นมาแล้วมองซ้ายขวาเมื่อเห็นพุ่มไม้ก็เลยเดินพาเจ้ากบไปปล่อยคืนแล้วเดินกลับมาสมทบและทันได้ยินเสียงตำหนิของเคลาดิโอ

“ลูกไม่ควรแกล้งครูแบบนั้น ถ้ายังไม่เลิกนิสัยเกเรแบบนี้พ่อจะไม่มาหาอีก”

“ผมไม่ได้แกล้ง ผมเอามันมาเป็นของขวัญให้ครูคนใหม่จริงๆ นะครับ” บรูโน่พยายามจะแถเขาผิดหวังที่ไม่เห็นภาพตกใจหรือกระโดดกรีดร้องแบบครูพี่เลี้ยงคนเก่าหลายๆ คน แต่ไม่เป็นไรเขายังมีอีกหลายวิธีที่จะแกล้งยายครูพี่เลี้ยงคนนี้

“พ่อจะทำโทษลูกที่เกเร อาทิตย์นี้งดเงินค่าขนม” เคลาดิโอบอกเสียงนิ่งจริงจัง

“พ่อฮะ ผมไม่ได้แกล้งเธอจริงๆ” เด็กชายหน้าตื่นพยายามอธิบายว่าเขาไม่แกล้งอิษยา

“ช่างเถอะค่ะ คุณเคลาดิโอ ดิฉันไม่หวาดกลัวอะไรกับของพวกนี้ ตรงกันข้ามดิฉันชอบมันมากและดิฉันก็ดีใจที่บรูโน่ก็ชอบมัน วันหลังดิฉันจะได้อธิบายวงจรชีวิตของกบให้เขาฟังได้ง่ายขึ้นเพราะเขาไม่กลัวสัตว์พวกนี้ นี่เย็นมากๆ แล้ว เข้าข้างในดีกว่าค่ะ อากาศเย็นเดี๋ยวแกจะไม่สบาย”

“ก็ได้ ไปบรูโน่ เข้าข้างในกันพ่อหวังว่าวันนี้จะไม่มีเซอร์ไพร์สอะไรแล้วนะ” เคลาดิโอเดินนำเข้าไปก่อน

“ครับ” เด็กชายรับคำก่อนจะเดินทอดน่องช้าจนอิษยาที่เดินตามหลังมาเดินทันเขา “ฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้ายังไม่รีบย้ายก้นอ้วนๆ ของเธอกลับบ้านไปซะรับรองว่าเธอเละแน่ๆ” บรูโน่กระซิบน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“อู้วน่ากลัวจังเลย ครูจะนั่งรอเลยจ้ะว่าจะมีของขวัญอะไรมาฝากครูอีก” อิษยายิ้มรับในใจนึกขำว่าเด็กอายุเจ็ดขวบแต่กลับแสบซ่าขนาดนี้ ไม่รู้เขาเลี้ยงลูกยังไงกัน

อ้อตามใจจนเสียเด็กสิท่ายะฮู้วงานนี้ไม่น่าเบื่อซะแล้วอิษยา สนุกแน่ๆ




Writer Talks

 

     ยะฮู้ววว ชนะเลิศคร้า นังนู๋ อยากได้พ่อของลูกต้องเข้าทางลูก ถูกแล้วนะนังนู๋ สู้ๆ เอ๊ะ อ้าว เฮ๊ยเสี่ยมีเมียแล้วทำไมไม่บอก!!!! เจ้ไม่ยอมให้นังนู๋ของเจ้เป็นเมียน้อยนะฮะ พูดเลอ งานนี้มีเงิบไหม...ต้องติดตามน้า บอกเลยคร้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น