[END]BRO #Villain รุ่นพี่วายร้าย! [Ebook]

ตอนที่ 35 : Villain 31 ► ข้าวสวย [100 Per.] เปิดโอนหนังสือรอบเก็บตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    5 ก.ค. 62





Villai31

[ข้าวสวย]


แล้วพี่โลกิมีอะไรจะบอกเฌอไหมละคะ? เรื่องที่ปิดบังเฌออยู่?’


คำถามตรงๆ กับแววตาเรียบนิ่งคู่นั้นทำเอาผมชะงักไปหลายวินาที ขนาดแยกจากเฌอแตมมาแล้วผมยังวุ่นวายใจไม่หาย อยู่ๆ ก็รู้สึกหวาดกลัวอดีตของตัวเองขึ้นมา ทั้งที่ผ่านมาผมไม่เคยแคร์มันเลยสักนิด ผมใช้ชีวิตแบบไม่สนใจความรู้สึกใคร ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเจ็บปวดเพราะผมมากแค่ไหนผมก็ไม่เคยสน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่... ผมกลัว... กลัวว่าเฌอแตมจะเสียใจ กลัวจะทำให้เธอต้องเจ็บปวดเพราะอดีตของผม


ผมหยุดยืนอยู่หน้าอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ผมเคยมาที่นี่หลายครั้งเพราะเป็นอู่ประจำของที่บ้าน แต่วันนี้ผมไม่ได้มาซ่อมรถ แต่มาหาใครบางคนต่างหาก


“รถมีปัญหาอะไรหรือเปล่าไอ้หนุ่ม?” เสียงทักจากชายวัยกลางคนในชุดช่างยนต์เขรอะๆ เรียกสายตาผมหันมอง เขาเลิกคิ้วนิดๆ เมื่อเห็นหน้าผมชัดๆ “อ้าว เจ้ากิเองเหรอ? มาๆ เข้ามาก่อนๆ”


ผู้ชายคนนี้คือช่างเสือ หรือลุงเสือ นายช่างใหญ่ผู้เป็นเจ้าของอู่แห่งนี้และยังเป็นเพื่อนกับพ่อของผมด้วย ลุงเสือเป็นคนกว้างขวาง มีลูกชายสามคนและลูกสาวหนึ่งคน ส่วนคนที่ผมมาหานั้น...


นั่นไง... กำลังนอนอยู่บนกระดานเลื่อนใต้ท้องรถยนต์คันหนึ่ง


ครืด!


“เฮ้ย! ใครวะ?”


“พี่เอง” ผมหลุบตามองเจ้าของประโยคห้วนๆ ที่ชักสีหน้าหงุดหงิดเมื่อถูกเลื่อนกระดานนอนออกมาจากใต้ท้องรถ ดวงตาคมเฉี่ยวเบิกกว้างนิดๆ ยามเห็นหน้าผม ยัยนี่ชื่อ ข้าวสวย เป็นลูกสาวคนเล็กของลุงเสือ เรียนอยู่ปีหนึ่งคณะเดียวกับผมแต่เอกยานยนต์ อ่านไม่ผิดหรอก ยัยนี่เป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนผู้หญิงสักเท่าไหร่ ติดจะนิสัยทอมๆ ด้วยซ้ำเพราะในครอบครัวมีแต่ผู้ชายหมด พี่ชายสามคนก็นิสัยห่ามๆ ทั้งนั้น ไม่แปลกถ้ายัยนี่จะติดนิสัยห่ามๆ ห้าวๆ จากพวกนั้นมาด้วย ผมมองยัยตัวดีที่ยิ้มแฉ่งแล้วลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางเขินอาย เอ่อ... ไม่ทันแล้วมั้ง?


“พี่กิมีอะไรหรือเปล่า มาได้ไงเนี่ย” ต้องบอกก่อนว่าทุกคนในบ้านนี้มักเรียกชื่อผมสั้นๆ ว่า กิเป็นชื่อเล่นที่เรียกกันเฉพาะคนในครอบครัวผม แต่เพราะครอบครัวนี้สนิทกับครอบครัวผมก็เลยได้อนิสงค์เรียกตามกันมา


“มาหาไอ้ฌอน” ร่างบางชะงักเล็กน้อย ผมหรี่ตามองสีหน้าไม่สู้ดีของเธออย่างจับผิด “ทะเลาะอะไรกับมันอีกล่ะสิ”


“โหย ทะเลาะอะไรล่ะ คนที่ทำให้เขาเป็นหมาบ้าแบบนั้นก็พี่ไม่ใช่หรือไง” ข้าวสวยพาผมเดินอ้อมมาด้านหลังอู่ซ่อมรถซึ่งเป็นทางเดินไปสู่บ้านหลังใหญ่ “กว่าฉันจะลากเขามาที่นี่ได้แทบตายเลยรู้ป่ะ ต้องให้พวกพี่สิงห์พี่ตุลย์ไปช่วยตีหัวให้สลบแล้วอุ้มมา”


ผมชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดแล้วหันมองผู้หญิงตัวเล็กข้างกายด้วยสีหน้าตกใจ ยัยตัวดียิ้มโชว์ลักยิ้มอย่างกวนประสาท


“ล้อเล่นน่า แค่ให้พวกพี่สิงห์มอมเหล้าแล้วอุ้มมาเฉยๆ”


“อ้าวไอ้กิ ลมอะไรหอบมา”


เดินขึ้นมาถึงชั้นสองก็พบกับไอ้สองแฝดนรก เอ่อ... ผมหมายถึงสิงหากับตุลา พี่ชายคนรองของข้าวสวย สองคนนี้เป็นฝาแฝดกันอายุเท่าผม ส่วนพี่ชายคนโตชื่อธันวาอายุมากกว่าผมปีหนึ่ง


“มาเก็บศพไอ้ฌอนเหรอ”


“ตายยังล่ะ” ผมแสยะยิ้มเย็น พวกมันมองหน้ากันแล้วหัวเราะ


“เสียใจที่ยังว่ะ ฮ่าๆ” แท๊คมือกันเสร็จมันสองคนก็เดินลงบันไดไป ข้าวสวยหันไปแยกเขี้ยวใส่พี่ชายตัวแสบแล้วชูมือขึ้นจะทุบใส่ พอหันกลับมาเห็นผมจ้องอยู่ก็รีบลดมือลง


“พะ พี่ฌอนอยู่ห้องนี้ ตามมาสิ” ผมเดินตามข้าวสวยเข้ามาในห้องนอนห้องหนึ่งซึ่งปิดผ้าม่านจนมืดสนิท แสงจากหน้าต่างสว่างไปทั่วห้องเมื่อเจ้าของห้องเดินไปเปิดผ้าม่านออก ผมเห็นร่างสูงกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงใหญ่ สภาพเหมือนตายแล้วมาหลายวันยังไงไม่รู้ “เดี๋ยวฉันออกไปรอข้างล่างแล้วกัน มีอะไรก็ค่อยๆ คุยกันล่ะ”


“อือ ขอบใจมาก” ผมพยักหน้ารับ ข้าวสวยเดินออกจากห้องไปแล้ว เหลือเพียงผมกับศพ... เอ่อ... ไอ้ฌอนนั่นแหละ มันนอนหลับแบบหมดสภาพมาก นี่อาการหนักเหมือนคนโดนเมียทิ้งไม่มีผิด


ปึกๆ


ผมยกเท้าขึ้นสะกิดลำตัวมันเบาๆ สภาพนี้น่าจะสร่างเมาแล้ว แต่คงกำลังแฮงค์อยู่ มันขยับตัวอย่างรำคาญแล้วพลิกตัวหนี เห็นงั้นผมเลยเปลี่ยนจากสะกิดเป็นถีบมันแทน


“อั่ก... อะไรวะ?!” ไอ้ฌอนที่ถูกถีบจนตัวพลิกรีบพลิกตัวกลับมาตวัดตามองแรงใส่ผม มันนิ่งไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าผมเป็นใคร ก่อนจะกำหมัดแน่นแล้วลุกขึ้นนั่ง “มาทำเหี้ยไรวะ ไสหัวออกไป!


“ที่นี่ไม่ใช่บ้านมึง มีสิทธิ์ไล่?”


“อ้าว ไม่ใช่บ้านกูแล้วบ้านใครวะ?” มันหยีหัวตัวเองท่าทางมึนงง มองไปรอบตัวสักพักก็เบิกตากว้างแล้วหันขวับมามองผม “เรื่องนั้นช่างแม่ง! แล้วมึงหากูเจอได้ไง! ออกไปให้พ้นหน้ากูเลยนะโว้ย! อยากโดนกูซัดหน้าแหกอีกใช่มะ?!


“มีแรงลุกมาต่อยกูให้ได้ก่อนแล้วค่อยเห่า” ผมว่าหน้าตายพลางเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง ไอ้ฌอนมองตามผมตาเขียว ท่าทางยังไม่หายโมโหเรื่องผมกับเฌอแตม ผมควรรีบเข้าเรื่องสินะ อาศัยจังหวะตอนมันกำลังแฮงค์ๆ นี่แหละ “กูมานี่เพราะมีเรื่องจะคุย”


“กูไม่อยากคุย ไม่ต้องมายุ่งกับกูอีก กูเคยบอกมึงแล้วไงว่าต่อให้ต้องหักกับมึงกูก็ไม่สน” ไอ้เวรนี่มันรั้นแค่ไหนทำไมผมจะไม่รู้ เพราะงั้นวันนี้ผมจะเปลี่ยนความคิดมันให้ได้


“แม้แต่ความรู้สึกของน้องมึงก็ไม่สนงั้นเหรอ?”


“ยัยเฌอไม่เกี่ยว! เรื่องนี้มีแค่กูกับมึง!” มันกำหมัดแน่นอยู่บนเตียง สายตาคุกรุ่นจ้องตรงมาทางผมไม่ยอมละ ก็ยังดีที่มันไม่เดินหนี


“เกี่ยวสิ เพราะกูกับเฌอรักกัน...”


“กูไม่ฟัง...”


“แต่มึงต้องฟัง! ฟังแล้วเปิดใจให้มันกว้างๆ!” ผมเริ่มขึ้นเสียง ผมไม่ใช่คนใจเย็น แถมยังความอดทนต่ำ หน้ากากไม่สามารถใช้กับคนสนิทอย่างไอ้ฌอนได้ ผมจึงใช้ความจริงใจทั้งหมดที่มีต่อเฌอแตมเปิดเผยออกมาให้มันเห็น “กูรักเฌอแตมจริงๆ ไอ้ฌอน มึงรู้จักสันดานกูดี ถ้ากูไม่จริงจัง ถ้ากูไม่ได้รักจริงๆ กูคงไม่ทุ่มสุดตัวสุดกำลังขนาดนี้”


“...”


“กูไม่อยากเห็นยัยนั่นเจ็บปวด ไม่อยากทำให้เสียใจ กูรู้ว่าอดีตของกูมันเลวร้ายมากแค่ไหน เพราะงั้นกูถึงมาที่นี่เพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้มึงฟัง” ไอ้ฌอนหันมองผมด้วยสายตาเรียบนิ่ง ผมรู้ว่ามันกำลังคิดอะไร ผมจึงพูดต่อ “กูไม่ได้มีส่วนในเรื่องครั้งนั้น มึงอาจจะไม่เชื่อ... แต่นี่คือความจริง”


วันนี้ผมพร้อมแล้ว... พร้อมที่จะเปิดเผยทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ความรักที่ผมมีให้กับเฌอแตม... ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ


ต่อค่ะ

[บทบรรยายเฌอแตม]


“เฮ้อ...” ฉันถอนใจเป็นรอบที่สิบของวัน ก่อนจะสะดุ้งนิดๆ เมื่อถูกเจ้าชานมเลียมือ ฉันลูบหัวทุยน้อยๆ ของมันแล้วจับอุ้มขึ้นมาบนตัก ฉันมักแวะมาเยี่ยมมันทุกครั้งที่เลิกคลาสช่วงเย็นเร็วและรอเวลาไปคาเฟ่


“อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย หึ!” เสียงแหลมๆ ทักขึ้นจากด้านหลัง แต่ยังไม่ทันจะหันมองฉันก็ถูกผลักจากที่นั่งยองๆ ตอนแรกกลายเป็นล้มเข่ากระแทกกับพื้นซีเมนต์อย่างแรงซ้ำรอยแผลเดิมจนรู้สึกเจ็บแสบเบาๆ เจ้าชานมกระโดดลงจากตักฉันแล้ววิ่งเข้าไปหลบในบ้านเล็กของมันพลางขู่ฟ่อใส่คนด้านหลัง ฉันเม้มปากกลั้นความเจ็บตรงหัวเข่าแล้วหันมองด้านหลัง


ยัยนี่... ผู้หญิงชื่อเกรซที่เคยสาดน้ำใส่ฉันคราวที่แล้ว?


“สมน้ำหน้า แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับผู้หญิงหน้าด้านอย่างเธอ” ยัยนั่นกอดอกเชิดหน้าพลางยิ้มเยาะใส่ วันนี้เธอมาคนเดียว ไม่รู้ว่าโกรธเกลียดอะไรฉันนักหนา ครั้งที่แล้วได้เห็นด้านมืดโลกิไปแบบนั้นก็คิดว่าจะเข็ดหลาบแล้วเชียว


“บ้าไปแล้วหรือไง แค่ผู้ชายคนเดียว ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย” ฉันยังคงนั่งอยู่ที่พื้นไม่ขยับไปไหน เลือดสีแดงค่อยๆ ซึมหัวเข่าทั้งสองข้าง ยัยนี่จะรู้บ้างไหมเนี่ยว่าเลือดฉันมันมีค่ากับชีวิตคนอื่นมากแค่ไหน เลือดฉันมันหายากนะยะ เลือดแพนด้าเลยนะยัยบ้า!


“เพราะฉันเกลียดผู้หญิงอย่างเธอไงล่ะ เธอทำให้ฌอนกับโลกิต้องทะเลาะกันทั้งที่พวกนั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แถมยังกล้าลอยหน้าลอยตาคบกับโลกิได้หน้าตาเฉย ทุเรศ!


“แล้วยังไงล่ะ...”


“อะไรของเธอ?!


“ฉันจะคบกับเขาหรือไม่แล้วมันยังไงล่ะ? มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอสักหน่อย”


“นี่แก...”


“อีกอย่างนะ เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าพี่โลกิเขาไม่ใช่คนแสนดีอย่างที่พวกเธอคิด แล้วทำไมเธอถึงยังทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้เพื่อเขาอีกล่ะ? เขาไม่ใช่เทพบุตรแสนดีแล้วไม่ใช่หรือไง ทำไมเธอถึงยังคลั่งไคล้เขาขนาดนี้อีก” นี่ฉันไม่เข้าใจจริงๆ นะเลยถาม แต่แทนที่ยัยเกรซนั่นจะทำหน้าตกใจกับคำถามฉัน เธอกลับยกยิ้มร้ายราวกับนางร้ายในละคร


“ก็เพราะว่าฉันรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาอยู่แล้วยังไงล่ะ”


“...” เอ๊ะ... หมายความว่ายังไง?


“โลกิน่ะ ไม่ใช่เทพบุตรอย่างที่ใครๆ คิด เขามันปีศาจเจ้าอารมณ์ ทั้งรุนแรงและเร่าร้อน ไม่ว่าจะบนพื้นหรือว่า... บนเตียง”


อึก...


อยู่ๆ ฉันก็รู้สึกหน้าชาราวกับถูกคำพูดเหล่านั้นตบหน้า โดยเฉพาะประโยคต่อมา


“ฉันรู้จักเขาตั้งแต่สมัยมัธยม ฉันเฝ้ามองเขามานานถึงได้รู้ไงว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอมันก็แค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว พอหมดสนุกเขาก็จะทิ้งขว้างเธอเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยเจ็บช้ำเพราะเขามานักต่อนัก เพราะการทำลายผู้หญิงใสซื่อแบบเธอมันเป็นเกมที่วายร้ายอย่างเขาโปรดปรานมากที่สุด”


“ไม่จริง... ถึงโลกิจะไม่ใช่คนแสนดีอย่างหน้ากากที่เขาสวม แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดนั้น” ฉันเชื่อแบบนั้นได้หรือเปล่านะ... ฉันไม่ควรหวั่นไหวไปกับคำพูดไร้ความหวังดีของผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม...


เกรซเดินเข้ามาใกล้แล้วจับต้นแขนฉัน ปลายเล็บคมจิกสุดแรง


“เธอนี่มันโง่สิ้นดี... ผู้หญิงที่คิดแบบเธอมีจุดจบไม่สวยมานักต่อนักแล้ว ฮึ!


“พอได้แล้ว!” เสียงคุ้นหูตวาดลั่นจากด้านหลังช่วยหยุดชะงักปลายเล็บคมที่กำลังทำร้ายฉัน เธอคลายมือออกแล้วยืดตัวขึ้นเพื่อหันมองต้นเสียง ฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะมองเช่นกัน “หยุดแค่นั้นแหละ ถ้าทำร้ายเธอมากกว่านี้ ฉันไม่ยอมแน่”


“หึ... หวงจังเลยนะ ทั้งที่ยัยนี่ไม่ได้เห็นหัวนายเลยสักนิด โง่ไม่แพ้กันจริงๆ” เกรซยิ้มเยาะใส่ก่อนจะเดินออกจากตรอกไป ทิ้งฉันไว้กับเขาคนนั้นที่เข้ามาช่วยฉันเอาไว้


“ไม่เป็นไรใช่ไหม เธอเลือดออกด้วยนี่... ชิ! ยัยนั่น!” เขาทำท่าจะหมุนตัวกลับไปเอาเรื่องเกรซแต่ฉันรั้งชายเสื้อช็อปของเขาเอาไว้ซะก่อน


“ช่างเถอะเหนือ ฉันไม่เป็นอะไร”


“...” แสงเหนือหลุบตามองฉันนิ่งชั่วครู่ก่อนจะทำเรื่องน่าตกใจด้วยการช้อนตัวฉันอุ้มในท่าเจ้าสาว ฉันรีบโอบรอบคอเขาด้วยความกลัวจะตก ส่งผลให้ใบหน้าเราอยู่ใกล้กันจนเกินพอดี เราสบตากันชั่วขณะก่อนจะเป็นฉันที่เบนสายตาหนี


“เอ่อ... วางฉันลงเถอะ ฉันเดินเองได้นะ”


แสงเหนือไม่พูดอะไร เขาพาฉันมานั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวบริเวณนั้นก่อนจะบอกให้ฉันรอแล้วตัวเองก็เดินออกจากซอกตึกไป ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็กลับมาพร้อมขวดน้ำและถุงยา เขาจัดการเปิดขวดน้ำล้างแผลให้ฉัน และเริ่มทำแผลให้โดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งพลาสเตอร์แผ่นสุดท้ายถูกแปะลงบนหัวเข่า เขาก็เบี่ยงตัวกลับมานั่งด้านข้างฉันเหมือนเดิม


“ขอบใจนะ” ฉันพูดฝ่าความเงียบขึ้นมา แสงเหนือเหลือบมองฉันเล็กน้อย ฉันจึงพูดต่อ “ขอบใจเรื่องก่อนหน้านี้ด้วย ถ้านายไม่เข้ามาช่วยฉันคงแย่”


“เลิกยุ่งกับหมอนั่นได้ไหม”


“เอ๊ะ...?” ฉันหันมองพลางเลิกคิ้วใส่เขา จู่ๆ ก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาฉันทำหน้าไม่ถูกเลย “ทะ ทำไมอยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาล่ะ ฉันตกใจหมด”


“...”


“ฮ้า... เย็นมากแล้ว ใกล้ถึงเวลาเข้างานฉันแล้วล่ะ งั้น... ฉันกลับก่อนนะเหนือ” ฉันเปลี่ยนเรื่องและลุกขึ้นยืนเพื่อทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดระหว่างเรา แต่ยังไม่ทันจะเดินไปไหนร่างของฉันก็ถูกโอบกอดจากด้านหลัง ฉันนิ่งค้างไปกับการจู่โจมแบบไม่ทันคาดคิดของแสงเหนือ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง ภายในหัวเต็มไปด้วยคำถามซ้ำๆ


แสงเหนือ... ทำแบบนี้ทำไม?


#TO BE CONTINUED


ฝากติดตามพี่ฌอนด้วยค่าาา



TALK
อื้อหื้อออ แสงเหนือทำอาร๊ายยยย!! แล้วก็คือตัดจบแบบ... แฮ่ะๆ
มันถึงโควต้าอัพตอนสุดท้ายแล้วง่าาาา
ปมอดีตของพี่โลกิไม่ได้ปลดล๊อคใน EP นี้นะคะ 
ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ค่ะ T^T แต่มันอัพมากกว่านี้ไม่ได้แล้ววว
สามารถตามอ่านจนจบได้ในหนังสือหรือ Ebook นะคะ
จากนี้ฟางจะเริ่มลบเนื้อหาทีละตอนแล้วน้าา




#พี่โลกิ

#วางจำหน่าย Ebook แล้วค่ะ

สั่งซื้อ Ebook ได้ที่

#MEB >> https://goo.gl/5yR8zh

#Ookbee >> https://goo.gl/ci66LN

ขอบคุณสำหรับการติดตามสนับสนุนค่ะ

รักกันต้องไม่เงานะคะ คอมเม้นท์คนละ 1 เม้นท์ด้วยจ้า

________________
LIKE PAGE "พันเก้า" 
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]
...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

907 ความคิดเห็น

  1. #905 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 01:15
    ขอบคุณนะคะ ไปให้กำลังใจต่อกับพี่ชายสายโลลิต้ากัน
    #905
    0
  2. #895 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 21:16

    สงสารทุกตัวละครในเรื่องนี้

    #895
    0
  3. #894 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 18:48
    เรื่องอะไรรร
    #894
    0
  4. #893 suebyoo6935 (@suebyoo6935) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 14:37

    ค่ดหล่อออออแมนๆคุยกันไปเลยครัช

    #893
    0
  5. #887 BlueberryBlinK (@blueberrystory) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 15:28
    ก็แอบเข้าใจพี่ฌอนนะ คลั่งรักน้องขนาดนั้น อยู่ดีๆก็เป็นแฟนเพื่อนตัวเองที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้ คงกลังน้องเสียใจแหละ โลกิเปลี่ยนไปแล้วพี่ฌอนต้องเปิดใจ เค้ารักกันนะคะ ><
    #887
    0
  6. #885 Twnns__ (@Twnns__) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 01:58
    อยากรู้อดีตของโลกิแล้วก็อยากรู้เรื่องผู้หญิงคนนั้นของฌอน?
    #885
    1
    • #885-1 Twnns__ (@Twnns__) (จากตอนที่ 35)
      13 พฤษภาคม 2562 / 01:58
      มันมีส่วนเกี่ยวข้องกันใช่มั่ย
      #885-1
  7. #882 janichaa (@janichaa) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 17:06
    รอน้าา
    #882
    0
  8. #880 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 04:35

    ฌอนยอมรับความจริงเถอะ

    #880
    0
  9. #879 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 19:23
    รอค่าาา
    #879
    0
  10. วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 17:28

    เจิมจร้าาาาาาาา

    #878
    0
  11. #877 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 16:36
    อ่ะมาเจิมจ้าาาาา
    #877
    0
  12. #876 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 16:23

    เจิมมมมมมมมมมมมม

    #876
    0