[END]::MAD TUSSLE:: รักนี้ขยี้สุดแรง!

ตอนที่ 14 : ::MAD TUSSLE:: EPISODE 11 [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    30 พ.ย. 60




เปิดโอน #นับกาล แล้วค่ะ!!



ราคา 400 บาท







 EPISOD11


Somethin’ ’bout you makes me feel like a dangerous woman
Somethin’ ’bout, somethin’ ’bout, somethin’ ’bout you
Makes me wanna do things that I shouldn’t
Somethin’ ’bout, somethin’ ’bout, somethin’ ’bout




และแล้ว เวลาที่ฉันรอคอยก็มาถึงสักที


นาฬิกาลายโดราเอม่อนบอกเวลาสามทุ่มกว่าๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นับกาลยืนยันมาแล้วว่าช่วงนี้ค่อนข้างปลอดคนที่สุด เพราะคนในบ้านทยอยออกไปเที่ยวไม่ก็เข้าห้องนอนกันหมด ถ้าไม่รีบออกไปตอนนี้ฉันอาจจะต้องรอต่ออีกสองหรือสามชั่วโมงเลยล่ะ


ฉันหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายพร้อมกับเดินไปทางประตูห้อง หากทว่ากลับถูกร่างสูงเดินเข้ามาดักหน้าเสียก่อน ฉันช้อนตาขึ้นมองเขานิ่งๆ ไม่เข้าใจว่าเขาจะมาขวางทางทำไม


“เดี๋ยวฉันดูต้นทางให้ เธอเดินตามหลังมาแล้วกัน” นับกาลอาสาโดยไม่รอให้ฉันตอบตกลง เขาหันกลับไปแง้มประตูเปิด มองซ้ายมองขวาแล้วเดินออกไป ฉันมองเขานิดๆ ก่อนจะยอมเดินตาม


ด้านนอกตรงโถงทางเดินเงียบสงัด ฉันเหลือบมองบานประตูห้องฝั่งตรงข้ามนับกาลเล็กน้อย ก็จำได้ว่าเจบีอยู่ห้องนี้ไงกลัวว่าจู่ๆ เขาจะเปิดประตูพรวดพราดออกมา


“มองทำไม ไอ้เวรนั่นไม่อยู่หรอก ป่านนี้ออกไปล่าหญิงที่ไหนต่อไหนแล้วมั้ง” เสียงนับกาลดังแทรกความเงียบขึ้นมาเบาๆ ฉันถลึงตาใส่เขาก่อนจะเดินลงบันไดมา นับกาลรีบวิ่งตามมาติดๆ “เห้ย! จะรีบไปไหน ควายหายเหรอเธอ”


“หุบปากสักที! นายจะตามมาทำไมเนี้ย!” ฉันว่าขณะเดินลงมาถึงชั้นสามของบ้าน ห้องนับกาลอยู่ชั้นห้า ถามว่าทำไมไม่ใช้ลิฟต์ นั่นเพราะไม่อยากเสี่ยงเจอคนในบ้านไง


“ก็ตามมาส่งน่ะสิ เผื่อเธอเจอคนในบ้านฉันจับได้ขึ้นมาจะทำไง”


“ไหนว่าช่วงเวลานี้ไม่มีใครไง”


“ก็ มันก็ไม่เสมอไปป่ะ!


ฉันกรอกตาเซ็งๆ สองเท้าเร่งก้าวลงบันไดเร็วกว่าเดิม อยากจะรีบออกๆ ไปจากบ้านนี้สักที ฉันเสียเวลากับที่นี่มาทั้งวันแล้วนะ แถมยังอยู่กับคนบ้าจนจะบ้าตามแล้วด้วย!


เมื่อเดินมาถึงชั้นล่าง ฉันแอบชะลอฝีเท้าเล็กน้อย สายตาสอดส่องมองลาดเลาทั่วบริเวณทั้งห้องนั่งเล่นและห้องครัว ภายในชั้นนี้มีแสงไฟสลัวๆ ส่องสว่างอยู่เพียงสองดวง แสดงว่าปลอดคนอย่างที่นับกาลบอกจริงๆ ฉันถอนหายใจแรงๆ หนึ่งทีแล้วเดินตรงออกทางประตูหน้าบ้านโดยไม่สนใจคนที่กำลังสาวเท้าตามมาด้านหลัง


แอ๊ด


กึก


จังหวะที่ฉันเปิดประตูบ้านและกำลังจะก้าวเท้าออกกลับต้องชะงักเพราะถูกร่างสูงของใครคนหนึ่งยืนขวางทางเอาไว้ เขาคนนั้นกำลังจะเปิดประตูเข้าบ้านเช่นกัน ทำให้เราสองคนประจันหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงความเงียบพร้อมกับสายตาของเขาที่จ้องมาทางฉันนิ่งๆ ก่อนจะเลื่อนผ่านไปด้านหลังฉัน หัวคิ้วเขาขมวดนิดๆ คล้ายสงสัยแต่ไม่อยากถาม คงจะเป็นคนไม่ชอบเผือกเรื่องชาวบ้านสินะ ไม่เหมือนอีตานาวาอะไรนั่น


“ไอ้ ไอ้คชา มึงมาทำไรตอนนี้วะ?” นับกาลดึงฉันไปด้านข้างแล้วใช้ตัวเองเข้าไปยืนแทนที่ฉัน ส่วนผู้ชายที่ชื่อคชายังคงสีหน้าเรียบนิ่งเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ฉันรู้จักผู้ชายคนนี้นะ เขาเป็นลูกชายของคุณอัลญ่า ไอดอลสายแฟชั่นของฉันเอง


“กลับบ้านดิถามได้ แล้วนี่จะยืนบังอีกนานไหม?”


“เออ รีบๆ เข้าไปเลยนะมึง” นับกาลหลบฉากให้คชาเดินเข้ามาภายในบ้าน เขาเดินผ่านฉันไปโดยที่สายตาแอบชำเลืองมองกันนิดๆ


หมอนี่คงไม่ปากสว่างหรอกใช่ไหม เวลาที่ฉันเฝ้าอุตสาห์อดทนรอมาทั้งวันมันกำลังจะสูญเปล่าใช่ไหม!


“เดี๋ยวไอ้ชาช่า” หากทว่าคชาเดินผ่านไปไม่กี่ก้าวก็ถูกประธานบ้านเรียกเอาไว้ เขาหยุดเดินแล้วเบี่ยงตัวกลับมามองด้วยสายตาสงสัย “วันนี้มึงไม่เห็นอะไร มึงไม่ได้เจอใคร เข้าใจป่ะ?!


ฉันเหลือบมองนับกาลนิดๆ เมื่อได้ฟังคำพูดกึ่งสะกดจิตจากเขา นี่เขากำลังสั่ง กำลังขอร้อง หรือกำลังทำบ้าอะไรกันแน่เนี้ย


“...” คชาเหลือบมองมาทางฉัน นับกาลรีบกระโดดมาบังทันที


“ถ้ามึงปากสว่าง กูเอาเรื่องที่มึงเคยพาผู้หญิงขึ้นห้องออกมาแฉแน่!


“เออ แล้วพูดไรยัง ร้อนตัวชิบ”


“รีบขึ้นห้องไปเลยไป แล้วอย่าลืมว่ามึงไม่เห็นอะไร” นับกาลพูดแค่นั้นก็ถือวิสาสะดึงมือฉันเดินออกประตูมา ขณะเสียงคชาเรียกตามหลัง


“เดี๋ยวเฮีย แล้วใครบอกเฮียเรื่องนั้นวะ?” สีหน้าคชาดูสงสัยไม่น้อย สองคิ้วเขาขมวดเข้าหากันชัดเจน ขณะคนถูกถามหันกลับมายิ้มแสยะให้


“ไม่น่าถามนะมึง รู้ๆ กันอยู่”


“ไอ้เชี้ยวา...” เขาพึมพำชื่อนาวาออกมาเบาๆ โดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา


“ฉลาดนี่ สงสัยกินตับมาเยอะล่ะสิ” จบประโยคกวนๆ นั่น เขาก็ดึงฉันให้เดินตามออกมา


แต่เดี๋ยวนะ หมอนี่กำลังเนียนอยู่ใช่ไหม!



#Loading...25%


นี่! ปล่อยได้แล้วป่ะ จำเป็นต้องจับมือไหม?”


เมื่อเดินออกมาจนพ้นเขตหน้าบ้าน MAD ฉันก็สะบัดมือออกจากการจับกุมทันที มันบ้ามากที่ฉันรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา มันเหมือนว่าบริเวณที่ถูกเขาสัมผัสมันยังอุ่นๆ อยู่เลย


“ก็แค่จับมือ มากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้วป่ะ”


ว่าไงนะ ให้ตายเหอะ! หมอนี่ไม่มีจิตสำนึกเลยใช่ไหมเนี้ย กล้าพูดออกมาอย่างหน้าด้านๆ แบบนั้นได้ยังไงกัน ฉันละเอือมระอาจริงๆ!


ฉันขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับคนบ้าอย่างนับกาลอีก ช่วงเวลาแย่ๆ ของฉันมันสิ้นสุดลงแล้ว ฉันควรจะรีบกลับบ้านไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเสียที ล้างความบ้าจากหมอนี่ออกไปให้พ้นๆ ด้วย!


หากทว่าฉันเดินหนีเขาออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหันกลับไปถลึงตาใส่ร่างสูงที่เดินล้วงกระเป๋าตามมาติดๆ พอถูกฉันจ้องเขาก็ทำเป็นลอยหน้าลอยตาชมดาวชมจันทร์


“ตามมาทำไม! กลับบ้านนายไปสิ!” ฉันออกปากไล่


“อะไรใครตาม ฉันก็แค่เดินเล่นเฉยๆ ไม่ได้ตามเธอสักนิด”


จะใช้มุกนี้แน่ใจแล้วดิ มุกเก่าไปแล้วนะนับกาล เหอๆ


ฉันเม้มปากนิดๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนจะหันซ้ายหันขวามองรถบนถนนแล้วเดินข้ามมาอีกฝั่ง ทิ้งนับกาลให้ยืนอยู่ฝั่งเดิม เขามองฉันด้วยสีหน้าเหวอนิดๆ


ก็เอาสิ! อยากเดินก็เดินไปเลยคนละฝั่ง ไม่ต้องมาใกล้อะไรกันอีก


หลังจากเดินเลียบฟุตบาทในซอยมาเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงหน้าประตูบ้านแฟรี่เสียที อย่างที่เคยบอกว่าบ้านของฉันกับบ้านแมดอยู่ในโซนวีไอพีเหมือนกัน และอยู่ในซอยเดียวกันด้วย บ้านฉันอยู่หน้าปากซอย ส่วนบ้านแมดน่ะอยู่สุดซอยจึงใช้เวลาในการเดินกลับไม่นานเท่าไหร่


“นี่ใจคอจะเข้าบ้านเลยเหรอวะ” เสียงนกกาดังขัดจังหวะฉันที่กำลังจะเปิดประตูบ้าน ฉันเหลือบมองเจ้าของเสียงนิดๆ มองด้วยหางตาและสีหน้ารำคาญเต็มที่ “เธอไม่หิวหรือไง วันนี้ทั้งวันกินแค่ข้าวขาหมูเองนะ ฉันนั่งเฝ้าเธอทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลยเหมือนกัน”


“จะพูดทำไม ถ้านายหิวก็ไปหากินเอาสิ มือเท้าก็มีจะมาเรียกร้องเพื่อ?” ฉันไม่ได้กวนนะ แค่สงสัยน่ะ เขาหิวแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย


“ก็จะชวนไปกินข้าวไง เดี๋ยวเลี้ยงก็ได้ ฉันไม่ชอบกินคนเดียว”


อ้อ ไอ้ที่เดินตามฉันมาต้อยๆ นี่คือจะชวนไปกินข้าวต่อว่างั้น?


“ทำไม? ที่บ้านนายอบอุ่นมากจนอยู่คนเดียวไม่เป็นเลยหรือไง กะอีแค่นั่งกินข้าวคนเดียวทำไมต้องเรื่องมาก” นี่ก็ไม่ได้ประชดเหมือนกัน ก็แค่สงสัยอีกเฉยๆ ว่าคนอย่างนับกาลจะเติบโตมาแบบไหน ทำไมถึงได้มีนิสัยแปลกๆ แบบนี้


“จะว่างั้นก็ได้ บ้านฉันเลี้ยงด้วยความรักความอบอุ่น อยู่ด้วยกันตลอด ขนาดมาอยู่หอยังขนญาติพี่น้องมาอยู่ด้วยกันเต็มบ้านไปหมด” ฉันเบ้ปากนิดๆ ขณะฟังเขาเล่า


เลี้ยงด้วยความรักความอบอุ่นงั้นเหรอเหอะ!


“งั้นก็ไปชวนญาติพี่น้องนายมานั่งกินด้วยสิ ไม่ต้องมายุ่งกับฉันไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม” ฉันหันกลับมาจ้องเขาอย่างเต็มตาเป็นครั้งแรกพร้อมพูดย้ำเป็นครั้งสุดท้าย “อย่ามายุ่งกับฉันอีก”


หวังว่านี่จะเป็นประโยคสนทนาสุดท้ายระหว่างฉันกับผู้ชายคนนี้ เพราะฉันไม่ต้องการและไม่อยากจะเกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีกในทุกๆ เรื่อง เราสองคนอยู่กันคนละฟากฝั่งมาตั้งแต่แรกก็ควรจะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นต่อไป อย่าได้คิดข้ามมาฝั่งฉันเด็ดขาด ถ้าหากเขาเติบโตมาด้วยความรักจริงๆ


เพราะฝั่งที่ฉันอยู่มันมีแต่ความโดดเดี่ยวและความอ้างว้าง ปราศจากความรักความอบอุ่นเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง


 

ก๊อกๆ


เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นกลางดึก มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่มาหาฉันดึกๆ แบบนี้ ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่สนใจแต่สุดท้ายก็อดไม่ได้อยู่ดี


กริ๊ก


ประตูห้องถูกเปิดออก ปรากฏร่างสูงในชุดเสื้อยืดตัวบางยืนเด่นอยู่ตรงหน้า เราสองคนต่างมองตากันนิ่งๆ โดยไม่พูดอะไร ความอึดอัดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละนิด ยิ่งได้มองหน้าเขาฉันก็ยิ่งรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก


“หายไปไหนมาทั้งวัน ไอ้เวรนั่นมันทำอะไรเธอหรือเปล่า”


“ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนายนิ จะมาถามแค่นี้ใช่ไหม?” ฉันว่าพลางทำท่าจะปิดประตู แต่เพลิงศูรย์ใช้มือแทรกมากั้นเอาไว้ ฉันตกใจเล็กน้อยเพราะคิดว่าเขาคงจะเจ็บมาก หากทว่าสีหน้านิ่งๆ นั่นกลับไร้ความรู้สึก


“เราต้องคุยกัน”



“หยาดฟ้า”


“เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ตอนนี้” ฉันตอบเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา มือข้างหนึ่งยื่นไปผลักร่างสูงให้ถอยพ้นประตูก่อนจะปิดมันลงอีกครั้ง


ฉันรู้ว่าเพลิงศูรย์ต้องการจะคุยเรื่องอะไร ซึ่งตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมจะพูดอะไรทั้งนั้น ฉันเหนื่อย ฉันเพลีย ฉันต้องการพักผ่อน ฉันอยากจะนอน


บางครั้งฉันก็อยากจะหลับโดยไม่ต้องตื่นอีกเลย



#Loading...51%




หลายวันต่อมา


@คณะศิลปกรรม (สาขาแฟชั่นดีไซน์)


“ชุดที่จะใช้เดินในงานแฟชั่นวีคปลายเทอมนี้ แกออกแบบไปถึงไหนแล้วอ่ะหยาด” จีน่าถามหลังจากอาจารย์เดินออกจากห้องไป ทำให้เพื่อนร่วมเซคคนอื่นๆ หันมาสนใจฉันกันเป็นตาเดียว


“ก็ร่างแบบไว้บ้างแล้วล่ะ แต่ยังไม่ได้เลือกจริงจัง” ฉันลุกขึ้นเก็บหนังสือใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าไปไหนก็ต้องชะงักเพราะเสียงของรุ่นพี่ที่ดังมาจากหน้าประตูห้อง


“หยาดฟ้าๆ มีคนมาหาแน่ะ”


“เอ๊ะ ใครเหรอ” ฉันขมวดคิ้วถาม รุ่นพี่คนนั้นวิ่งเข้ามายืนตรงหน้าฉันพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่ทันไรร่างสูงในชุดไปรเวทเท่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูห้อง เสียงกรี๊ดกร๊าดดังระงมทันทีที่ทุกคนได้ห็นหน้าเขา


“นั่นนับกาลใช่ไหมอ่ะ”


“ใช่ๆ เฮียกาลตัวจริงเสียงจริงเลยแก!


“กรี๊ดดด! ตัวจริงโคตรหล่ออ่ะ! ดาเมจแรงเว่อร์!


ไม่ต้องให้บอกก็คงจะรู้กันแล้วใช่ไหมว่าคนที่มาหาฉันคือใคร นับกาลไงจะใครล่ะ!


ให้ตายเถอะ! หมอนี่เป็นบ้าหรือไงหรือสมองกลับถึงกล้าบุกมายันคณะฉันเลยเนี้ย! เขาอยากเป็นข่าวมากเลยหรือไงหะ!


“โอ้ย! พวกพี่คิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ขอให้หยาดช่วยเรื่องนี้อ่ะ แสดงว่างานแฟชั่นวีคเทอมนี้เราจะได้สี่หนุ่มมาร่วมเดินแล้วใช่ไหม”


ในขณะที่สาวๆ ในห้องกำลังดิ้นพล่านๆ กับความหล่อของนับกาล รุ่นพี่ผู้หญิงที่เป็นคนพาเขามาหาฉันก็พูดขึ้นเสียงดังโดยไม่ปรึกษาฉันก่อนสักนิด แถมยังไม่ดูสีหน้าฉันด้วย หน้าฉันดูยินดีปรีดากับการมาเยือนของหมอนี่มากเลยเหรอ?


“งาน? งานอะไรเหรอ? แล้วสี่หนุ่มที่ว่านั่นหมายถึงใคร?”


และก็เป็นไปตามคาด โรคขี้เผือกของนับกาลกำเริบขึ้นมาทันทีเลยเห็นมะ หมอนั่นหันไปถามรุ่นพี่ด้วยสีหน้าเผือกสุดฤทธิ์ ส่วนรุ่นพี่หันมามองหน้าฉันแบบเหวอนิดๆ เพราะคงจะคิดว่านับกาลรู้เรื่องหมดแล้ว


” ฉันไม่พูดอะไร แค่เพียงกอดอกยืนมองนิ่งๆ


เอาเถอะ ในเมื่อพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ชวนกันเองเลยละกัน ฉันก็เบื่อเวลาโดนพวกรุ่นพี่กดดันเต็มทีล่ะ


“เอ่อคือ เรานึกว่าหยาดไปชวนนายแล้วอ่ะ สรุปนายยังไม่รู้เรื่องเหรอ”


“ชวนเหรอ อืม ชวนเรื่องไหนล่ะ มันหลายเรื่องด้วยดิ” คำพูดกำกวมบวกกับหน้าตากวนตีนของนับกาลเรียกเสียงซุบซิบเบาๆ ฉันเม้มปากนิดๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในห้องเรียนนะ หมอนี่โดนฉันด่าเปิงไปล่ะ


“อย่ามาพูดบ้าๆ นะ” ฉันส่งสายตาดุใส่นับกาลก่อนจะลากกลับมาหารุ่นพี่ “ส่วนพี่น่ะ ฉันก็บอกแล้วไงว่าฉันกับหมอนี่ไม่ได้รู้จักกัน ไม่ได้เป็นแม้แต่เพื่อนกันด้วยซ้ำ จะให้ไปพูดไปชวนได้ยังไง”


“แล้วตกลงมันเรื่องอะไรล่ะ ไหนลองชวนมาซิ” นับกาลดูจะสนุกกับการที่ตัวเองเหมือนเป็นคนสำคัญมาก ก็งี้แหละ พวกชอบเรียกร้องความสนใจ โรคจิต!


“อ้อ คืออย่างงี้ พอดีว่าปลายเทอมนี้อ่ะ ทางสาขาแฟชั่นดีไซน์ของพวกเราจะมีการจัดงานแฟชั่นวีคขึ้น แล้วพวกเราต้องการทาบทามนายกับน้องๆ ของนาย สี่หนุ่มบ้านแมดมาร่วมเดินฟิเนเล่ในงานด้วยน่ะ พวกเราก็เลย” รุ่นพี่อธิบายอย่างฉะฉานก่อนจะมาสะดุดประโยคสุดท้าย แถมยังเหลือบตามองฉันนิดๆ ด้วย


“อาหะ ก็เลย?”


“ก็เลยให้หยาดฟ้าไปทาบทามน่ะ”


“อ้ออออ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” นับกาลลากเสียงยาวพลางเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ฉัน แววตาเขาเป็นประกายวิบวับโคตรไม่น่าไว้ใจอ่ะ ทำหน้าทำตาเหมือนเจอเรื่องสนุกแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงเนี้ย!


“แล้ว พวกนายสนใจจะมาร่วมเดินให้สาขาเรามั้ยอ่ะ” รุ่นพี่ถามแบบไม่เต็มเสียง คนอื่นๆ ในห้องฉันก็พลอยลุ้นไปด้วย ไม่รู้อะไรจะสำคัญเบอร์นั้นกับอีแค่ชวนพวกนี้มาเดินแบบเนี้ย


“อืม ความจริงพวกฉันไม่ค่อยชอบงานแบบนี้หรอกนะ ที่เห็นถ่ายแบบลงปกนั่นก็ไม่ได้เต็มใจ อีกอย่างเรื่องแบบนี้มันต้องมีเวลาคิดสักหน่อยน่ะสิ”


“เอ่อ ถ้างั้นนายเก็บไปคิดก่อนก็ได้นะ พวกเรายังไม่รีบเท่าไหร่”


“ก็ดี ฉันขอไปคิดดูก่อนว่าถ้าพวกฉันตกลงมาเดินให้มันจะมีข้อเสนออะไรดีๆ ตอบแทนพวกฉันบ้าง” ไม่พูดเปล่าแต่ยังเหลือบตามองมาที่ฉัน นับกาลกำลังคิดอะไรชั่วๆ อีกแล้วใช่ไหม!


“มีสิ มีแน่นอนอยู่แล้ว พวกนายอยากได้อะไรบอกเราได้เลยนะ พวกเราจะพยายามหาให้ทุกอย่างเลย” รุ่นพี่รีบตกปากรับคำทันที


เห้ยเดี๋ยวสิ! ที่พูดออกไปนี่รู้แล้วเหรอว่าหมอนี่อยากได้อะไรตอบแทนน่ะ!


“หาให้ได้ทุกอย่างเลยเหรอ ยัง ยังไม่เลิกจ้องหน้าฉันอีก!


“คุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม ฉันจะได้กลับ!” ฉันตัดบทจบพร้อมกับเดินผ่านพวกเขาออกมา จีน่ารีบวิ่งตามมาติดๆ


ให้ตายเหอะ! หมอนั่นจะตามหลอกหลอนชีวิตฉันทำไมนักหนา! หน้าฉันเหมือนเมียเก่าเขาในชาติที่แล้วหรือไง! ชาตินี้ถึงตามติดไม่เลิก!





#Loading...75%

โอ้ยแก จะรีบไปไหนเนี้ย พวกพี่เขายังตกลงกับเฮียนับกาลไม่เสร็จเลยนะ” จีน่าตะโกนถามเพราะเดินตามฉันไม่ทัน


“ช่างสิ! ฉันไม่เกี่ยวไรด้วย อ๊ะ”


หมับ!


ฉันพูดยังไม่ทันจบก็ถูกมือหนาคว้าแขนไว้จากด้านหลัง แรงของเขาหยุดการเดินของฉันแทบจะทันที และมันทำให้ฉันเกือบจะหน้าคว่ำด้วย หมอนี่เป็นบ้าอะไรอีกเนี้ย!


“ทำบ้าอะไรของนาย! ปล่อยเลยนะ!


“จะหนีไปไหนอีก นี่ฉันถ่อสังขารมาหาเธอนะเว้ย!” นับกาลชักสีหน้าหงุดหงิดใส่ เหมือนเขาจะวิ่งตามฉันมาเมื่อครู่


“มาหาฉัน? มาทำไม จำเป็นไหมที่ต้องเจอกันอีกอ่ะ”


“ตอนแรกก็คิดว่าไม่จำเป็น แต่พอได้ยินข้อเสนอจากรุ่นพี่เธอ ฉันว่าฉันจำเป็นต่อเธอมากนะหยาดฟ้า” ฉันเกลียดรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของหมอนี่ชัดมัด!


“มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน นายจะรับข้อเสนอหรือไม่ก็เรื่องของนาย ฉันไม่แคร์อยู่แล้ว!” ฉันว่าพลางสะบัดมือออกซึ่งนับกาลก็ยอมปล่อยโดยง่าย


“เห้ยหยาด จะดีเหรอพูดแบบนี้ แกก็รู้ว่าพวกเฮียนับกาลสำคัญกับงานแฟชั่นวีคปลายเทอมนี้มากเลยนะ” จีน่ากระซิบเสียงเบา ยัยนี่คงจะตกใจไม่น้อยที่เห็นฉันกับนับกาลปะทะอารมณ์ใส่กันแบบนี้


“ก็ช่างสิ! บอกแล้วไงว่าไม่ได้สำคัญอะไรกับฉัน” พูดจบฉันก็หันหลังเตรียมจะเดินหนี แต่คำพูดหยันจากคนข้างหลังดังขัดเอาไว้


“เหอะ เธอนี่ก็เห็นแก่ตัวใช้ได้เหมือนกันนะ”


ว่าไงนะ หมอนี่ด่าว่าฉันเห็นแก่ตัวงั้นเหรอ?!


“ไม่รู้ว่าใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ยังไง ทุกคนเขาพยายามทำเพื่อส่วนร่วมกัน ทำเพื่อคณะและสาขาของตัวเอง แต่เธอกลับคิดหันหลังให้กับสิ่งที่คนอื่นๆ พยายามตามหาเนี้ยนะ?”


ฉันหันกลับมาจ้องหน้านับกาลตรงๆ ด้วยสายตาเย็นชาสุดขั้วทั้งที่ภายในใจมันร้อนเป็นไฟจนอยากจะเข้าไปตะกรุยหน้าเขาเต็มทนแล้ว! เขากล้าดียังไงถึงมายืนด่าฉันฉอดๆ แบบนี้ เขาคิดว่ารู้จักฉันดีแล้วอย่างนั้นเหรอ! นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!


“อย่ามาพูดเหมือนรู้จักฉันดี ทั้งที่นายไม่เคยรู้จักฉันเลย!” ฉันจิกตาใส่เขา เราสองคนตกเป็นเป้าสายตาไปโดยปริยาย ตอนนี้นักศึกษาที่กำลังพลุกพล่านหน้าคณะเริ่มหยุดมองกันแล้ว และเชื่อเหอะว่าอีกไม่นานจะต้องมีข่าวระหว่างฉันกับนับกาลแพร่กระจายไปทั่วมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน


“ฉันพูดไปตามที่เห็นไง ก็ดูเธอตอนนี้ดิ เธอทำอะไรบ้างเพื่อคนอื่นนอกจากเดินหนีและทิ้งโอกาสไป ไหนว่าอยากได้พวกฉันมาเดินแบบให้คณะมากไง แล้วนี่อะไร? ไม่เห็นจะทำอะไรสักอย่าง”


นี่มันดูถูกกันชัดๆ! เหอะ! คนอย่างหยาดฟ้าฆ่าได้หยามไม่ได้!


“เออก็ได้ ถ้างั้นนายพูดมาเลยดีกว่าว่าต้องการอะไรกันแน่ ฉันเห็นนายลีลาท่าเยอะตั้งแต่ตอนคุยกับพวกรุ่นพี่แล้วนะ ถ้าไม่เต็มใจจะมาก็ไม่ต้องมาสิ ปฏิเสธมาเลยอย่าเรื่องมาก ฉันไม่ว่างมาเสียเวลากับนายทั้งวันหรอกนะ” ฉันพูดรัวใส่เขาเป็นชุดพลางยกมือขึ้นกอดอก นับกาลกระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ เหมือนชอบใจที่ไล่ต้อนฉันได้สำเร็จ


“แหม ถามแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบละ” ยังจะกวนประสาทไม่เลิก!


“ตกลงจะเอาไง พูด?”


“ถ้าฉันจะขอคิดดูก่อนล่ะ?”


“เหอะ! นายนี่มัน


“เห้ยๆ อย่าเพิ่งด่า ฉันก็ต้องใช้เวลาในการคิดหน่อยป่ะ อย่าลืมว่าไม่ใช่ฉันคนเดียวที่ต้องมาเดินงานเธอนะ ยังมีไอ้สามเกรียนนั่นด้วย ฉันก็ต้องใช้สมองคิดหาวิธีชักจูงพวกมันให้ยอมมาเดินด้วยหน่อยสิ”


” ฉันเม้มปากนิดๆ พลางคิดตาม


มันก็จริง จากประสบการณ์ที่ฉันได้เคยพบเจอคชากับนาวาด้วยตัวเองมาแล้ว ทำให้รู้ว่าสองคนนั้นโคตรไม่ธรรมดาเลย แล้วยังจะมีชาลีอีกคนซึ่งไม่รู้ว่าพวกเขาจะยอมตกลงมาเดินแฟชั่นวีคให้ง่ายๆ หรือเปล่า ขนาดแค่อีตานับกาลคนเดียวฉันยังปวดประสาทขนาดนี้ นี่ถ้าเอาสี่คนนั้นมามัดรวมกันฉันไม่หัวระเบิดตายไปเลยเหรอ


“ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าเข้าใจที่ฉันพูดใช่ป่ะ เพราะงั้นถ้าเธออยากให้พวกฉันทั้งสี่คนมาร่วมเดินในงานด้วยจริงๆ เธอก็ต้องทำตามที่ฉันต้องการ”


“หมายความว่าไง ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย!” ฉันแว้ดเสียงใส่เขาทันที หมอนี่คิดอะไรชั่วๆ อีกแล้วใช่มะ!


“อ่ะๆ คิดเอาเองนะว่าจะเอาไง เธอจะยอมทำเพื่อส่วนร่วมหรือจะเห็นแก่ตัวก็แล้วแต่เลย ถ้าได้คำตอบเมื่อไหร่ก็มาบอกแล้วกัน เธอรู้จักห้องฉันดีอยู่แล้วนิ หึๆ” เขาก้มมากระซิบข้างหูฉันก่อนจะยกยิ้มร้าย ฉันกัดฟันแน่นอย่างอาฆาต ถ้าไม่ติดว่าโดนสายตานับสิบคู่จ้องมองอยู่ ป่านนี้ฉันพ่นไฟใส่เขาไปแล้ว!


“นายนี่มัน


“น่ารักใช่มะ”


“ชั่ว!” ฉันผลักร่างสูงให้ถอยห่างจากตัวก่อนจะชี้หน้า “ระวังไว้เถอะ เขาว่ากันว่าหมองูจะตายเพราะงู คนอย่างนายระวังจะตายเพราะปากเหมือนกัน!

 

#TO BE CONTINUED

รักกันจริงต้องไม่เงานะคะ

รักเรื่องนี้จิ้มเลย
v
v



TALK 
มีการต่อรองกันแล้ววว งานนี้เฮียไม่ยอมเสียเปรียบแน่ๆ
หยาดจะทำยังไงต่อไปดีน้าาาา ต้องมาลุ้นกันนะคะ
ขอคอมเม้นด้วยนะคะ เม้นกันเยอะๆ นะ ขอพลังหน่อยค่าาาา

เปิดโอน MAD TUSSLE


ส่งลงทะเบียน  400 บาท

กรอกฟอร์มสั่งซื้อ



ขั้นตอนการสั่งซื้อ
โอนเงินเข้ามาที่ ธนาคารกสิกรไทย 
เลขที่บัญชี :: 748-2-64181-9
ชื่อบัญชี :: ชนานา ยิ้มเฉลย
สาขา :: เซ็นทรัลพระราม 3 ประเภท :: ออมทรัพย์
*กรอกข้อมูลอย่างละเอียดทุกช่องนะคะ*
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอุดหนุนกันนะคะ
สั่งซื้อ E-Book เฮียนับกาลได้แล้วนะคะ
คุ้มสุด!! ฟินสุด!! หื่นสุด!!
     


ฟางสุ่มเลขคอมเม้นแจกหนังสือหลังหมดโควต้าอัพนะคะ
ทุกคอมเม้นมีสิทธิ์ได้หนังสือเด้ออออ
ยังไงก็ฝากหนุ่มๆ เซ็ต MAD ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะ
กดติดตามและคอมเม้นมาเยอะๆ เน้อ รักเฮียกาลต้องเม้นนะ

ทวีต หรือ แฮชแทกคุยกันได้นะคะ ><



________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,657 ความคิดเห็น

  1. #1653 150221 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 08:25
    เค้าจะฆ่ากันตายก่อนมั้ยไรท์555
    #1,653
    0
  2. #907 may2za (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 14:04
    ฉันรอเธออยู่นับกาลลลลลลลลลลลลลลลล
    #907
    0
  3. #749 fahnatee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 23:32
    ชั่ว คำเดียวมาเต็มๆ เข้าใจไหมนับกาล 5555 หยาดเผ็ดแท้
    #749
    0
  4. #748 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 16:09
    อาจจะฝช่นะเฮียแกจะตายเพราะปาก แต่ปากน้องหยาดนะ 555
    #748
    0
  5. #747 rosemonster46 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 08:18
    งานยากมาแล้ว55555555
    #747
    0
  6. #746 #PuyzZii PuyzZii PuyzZii# (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 22:02
    ตายแน่นวลหนูหยาด
    #746
    0
  7. #745 So Fia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 19:30
    เฮียนับกาลนี้เหมือนเฮียเเจ็คสันเลย อิมเมจที่เอามา นิสัยกวนประสาทพอๆกันเลย 555
    #745
    0
  8. #744 kig25662 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 19:16
    หยาดสู้ๆๆ555
    #744
    0
  9. #743 Ployly4787 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 19:10
    รออ่านต่อ อยากรู้ว่าจะรักกันตอนไหน 555
    #743
    0
  10. #742 (ㅠ.ㅠ) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:59
    มันต้องมีปมหลัง พระนางต้องเคยดุ๊กดุ๋ยกัน หลังนับกาลต้องมีรอยสัก หยาดต้องเคยเป็นภรรยาพี่เค้า กรี๊ดดดด ความมโนนี้...
    #742
    0
  11. #741 Y'Ym Yuii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:58
    รออออออออออออ
    #741
    0
  12. #739 So Fia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 11:30
    มาไร ไรท์จะมาต่อน๊าาาาาา
    #739
    0
  13. #738 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 09:18
    จิ้มมมมมมมม
    #738
    0
  14. #737 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 09:18
    จิ้มมมมมมมม
    #737
    0
  15. #736 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 09:18
    จิ้มมมมมมมม
    #736
    0
  16. #735 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 09:18
    จิ้มมมมมมมม
    #735
    0
  17. #734 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 09:17
    จิ้มมมมมมมม
    #734
    0
  18. #733 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 09:17
    จิ้มมมมมมมม
    #733
    0
  19. #732 So Fia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 18:07
    เฮียนับจะด่าหยาดฟ้าเเบบนั้นไม่ได้นะ 555
    #732
    0
  20. #731 Phapatsara (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 09:52
    ร้ายยยยยยยย
    #731
    0
  21. #730 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 13:30
    ไม่ใข่เมียเก่าขาติที่แล้วหรอก แต่เมียใหม่ชาตินี้ตะหาก
    #730
    0
  22. #729 rosemonster46 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 00:53
    ยังไงหยาดก็ไม่รอด555555
    #729
    0
  23. #728 Y'Ym Yuii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 23:37
    ค้างค่ะมาต่อออออออออ
    #728
    0
  24. #727 ..PuyzZii PuyzZii PuyzZii.. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 22:12
    ทู้กกกกกกกกกกกกกอย่างเยยอ่อ
    #727
    0
  25. #726 rosemonster46 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 23:29
    สองคนนี้ยังไงอ่ะ มากกว่าเพื่อนหรอ? ไม่จริงมั้งเห็นเพลิงแคร์น้องนับกาลอ่ะ แล้วสรุปความสัมพันธ์เป็นยังไงเนี่ย
    #726
    0