SAVAGE WIFE #เมียใจมาร

ตอนที่ 6 : ll BATTLE 04 ll #ไม่ได้หวงแค่ทวงสิทธิ์ 100 Per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

 
Devil Smiley

 
 
 
 
 
 
 
ll BATTLE 04 ll
 
#ไม่ได้หวงแค่ทวงสิทธิ์
 
 
 
What goes around, goes around, goes around, 
comes all the way back around
 
 
 
 
 

เวรเอ๊ยกว่าจะหาเจอนะยัยเมียใจมาร!!

 

ผมสบถทันทีที่เห็นใบหน้าสวยๆ โผล่พ้นประตูออกมา สีหน้าของเธอดูจะตกใจกับการปรากฏตัวของผมเล็กน้อย

 

เหอะ! ก็แน่ล่ะสิ! คงไม่คิดว่าผมจะตามหาเธอจนเจอสินะ!

 

อยากรู้ไหมว่าทำไมผมถึงอารมณ์เสียได้เบอร์นี้ มันก็เป็นเพราะว่ายัยผู้หญิงใจมารตรงหน้าผมนี่แหละ บีลีฟทำกับผมได้เจ็บแสบมาก! ก่อนหน้านี้เธอส่งโลเกชั่นให้ผมพร้อมบอกชื่อคอนโด ชั้น และเลขที่ห้องอย่างดี ตอนแรกผมก็หลงคิดไปไกลว่าเธอคงยอมให้ผมมารับแบบดีๆ แล้วเชียว 

 

แต่ที่ไหนได้ เธอหลอกให้ผมไปหาผิดห้อง!!

 

เออ! อย่างที่บอกเลย! บีลีฟบอกให้มารับที่คอนโด HK ซึ่งใช่เธอบอกพิกัดถูก แต่ที่แม่งผิดน่ะคือชั้น! เธอบอกผมว่าอยู่ชั้น 14 ห้อง 1404 แต่พอผมมาถึงจริงๆ สรุปว่าไอ้ห้องที่เธอบอกนั่นดันเป็นลุงกับป้าแก่ๆ อาศัยอยู่น่ะสิ!

 

พูดเลยตอนนั้นผมนี่ถึงกับแดกจุดเลยครับ มึนงงยิ่งกว่าโดนสิบล้อชนเสียอีก ไอ้ผมก็อุตสาห์รีบซิ่งฝ่านรกมารับ แต่ดูยัยเมียใจมารนี่ทำกับผมสิ! เธอจงใจบอกชั้นผิดห้องผิดเพื่อปั่นประสาทผม แล้วพอผมส่งข้อความหา เธอก็ไม่ยอมอ่านไม่ยอมตอบเลยด้วย ไอ้ครั้นจะให้โทรหามันก็ไม่ใช่วิถีของผมซะด้วยสิ เพราะตั้งแต่ได้เบอร์บีลีฟมาผมยังไม่เคยโทรหาเธอเลยสักครั้ง เธอเองก็เช่นกัน

 

“เล่นตลกอะไรวะ! รู้ป่ะว่าเธอทำฉันโคตรเสียเวลาเลย!” ผมโวยวายต่อพลางเสยผมสีดาร์กช๊อคโกแลตของตัวเองไปด้านหลังลวกๆ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าและลำตัว อย่าให้พูดเลยว่าทำไมสภาพผมถึงเป็นแบบนี้ นึกแล้วเคือง!

 

“อะไร มาถึงก็โวยวาย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ บวกกับแววตานิ่งๆ ยิ่งทำให้ผมฉุนมากกว่าเดิม “แล้วนี่ไปทำอะไรมาล่ะ สภาพถึงได้ดู แย่ขนาดนี้”

 

บีลีฟหลุบตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วลากจากเท้าจรดหัวของผม ก่อนจะหยุดสบตากัน การกระทำของเธอนั้นเหมือนกับตบหน้าผมเลยว่ะ นี่เธอกล้าพูดกับผมแบบนี้ได้ยังไงกันวะ?? ก็เพราะเธอเองไม่ใช่เหรอที่ทำให้ผมตกอยู่ในสภาพเวรๆ แบบนี้อ่ะ

 

“เธอนี่มัน โคตรใจมารจริงๆ! เธอจงใจบอกเลขห้องกับเลขชั้นผิดใช่ป่ะวะ?! นี่มันชั้น 15 ห้อง 1505 ชัดๆ เลยนะเว้ย!

 

“อ้าวเหรอ นี่ฉันบอกชั้นกับห้องผิดเหรอเนี้ย ตายแล้ว! แย่จังเลยเนอะ” บีลีฟตีหน้าตกใจอย่างโคตรแสดง เด็กอนุบาลยังมองออกเลยว่าเธอจงใจอ่ะ!

 

“ไม่ตลกเลยนะบีลีฟ! รู้ไหมว่าฉันต้องตามกดออดแม่งทุกห้องบนชั้น 14 ก่อนจะขึ้นมาไล่กดบนชั้น 15 นี่ด้วยเพื่อตามหาเธอ เพียงเพราะว่าเธอไม่ยอมตอบข้อความฉันน่ะ!” ผมใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบประตู ปากก็ระบายอารมณ์ออกมาจนหมด แต่แทนที่บีลีฟจะมีสีหน้าสลดหรือรู้สึกผิดสักนิดบ้าง เธอกลับทำเพียงแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูพร้อมเงยหน้าขึ้นมองตาใส

 

“อุ้ย! ขอโทษทีนะเวฬา พอดีว่าฉันลืมอ่านน่ะ”

 

เวรเอ๊ยตอนนี้ผมโคตรอยากจะบีบคอผู้หญิงตรงหน้าเลยว่ะ! เธอแม่งโคตรของโคตรจะแสบเลย! ผมไม่น่าตามหาเธอทุกห้องแบบนั้นให้เหนื่อยเลยว่ะ รู้ไหมว่าตอนที่ผมตามกดออกทุกห้องเมื่อกี้ผมต้องเจอกับอะไรบ้าง ทั้งโดนพวกผู้ชายด่า โดนพวกผู้หญิงส่งสายตาหวานให้ แถมยังเกือบโดนพวกเก้งกวางบ่างชะนีลากเข้าห้องอีกด้วย! แม่งโคตรบรรลัยกัลป์จริงๆ!

 

“ใครมาเหรอครับเจ้?”

 

และในระหว่างที่ผมกำลังเคียดแค้นบีลีฟในใจ อยู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายตะโกนถามมาจากในห้องด้านหลังของเธอ ใบหน้าสวยชะงักเล็กน้อย เธอไม่ได้หันกลับไปตอบคำถามหมอนั่น และไม่ได้อธิบายอะไรกับผมเช่นกัน

 

“เสียงใคร”

 

“สนทำไม มารับไม่ใช่? งั้นออกไปรอหน้าลิฟต์ก่อน เดี๋ยวฉันตามไป” เธอไม่ตอบ แถมยังไล่กันอีกต่างหาก มันทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบใจอย่างแรง

 

“ฉันถามว่านั่นเสียงใคร?!

 

และผมก็จะไม่ยอมเช่นกัน ดังนั้นเมื่อสมองสั่ง ร่างกายมันก็ทำตามโดยพลัน ประตูห้องถูกผลักออกจนร่างบางเสียหลักเล็กน้อย ผมมองเธอด้วยสายตาดุดันก่อนจะแทรกตัวเข้ามาด้านในห้อง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับร่างสูงของใครอีกคนเดินออกมาจากห้องนอนพอดี ผมชะงักเท้าหยุดอยู่กับที่แล้วกวาดสายตามองมันผู้นั้นตั้งแต่หัวจรดตีนทันที

 

เหอะ! ผู้ชายที่สามารถแต่งตัวสบายๆ แบบนี้อยู่ในห้องกับผู้หญิงสองต่อสองได้มันคงต้องสนิทกันมากพอดูเลยล่ะ! งามหน้าแล้วไงยัยเมียใจมาร!!

 

“ทำบ้าอะไรของนายเนี้ยเวฬา! นายจะมาบุกรุกห้องคนอื่นแบบนี้ไม่ได้นะ!

 

“ไอ้เด็กนี่เป็นใคร?” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มอารมณ์เอาไว้ บีลีฟหยุดยืนตรงกลาง เธอปรายตามองมันนิดๆ ก่อนจะลากกลับมาสบตากับผมนิ่ง แม้แววตาของเธอจะดูเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่ผมเห็นนะ ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มนั่นกำลังขบเม้มอย่างมีพิรุธ

 

 

 

“เงียบทำไม หรือต้องให้งัดปาก??”

 
 
Loading...30%



บรรยากาศรอบตัวมาคุอย่างเห็นได้ชัด ผมกดดันบีลีฟทางสายตา ขณะเธอมองสลับไปมาระหว่างผมกับไอ้เด็กนั่น ส่วนมันจะทำสีหน้าแบบไหนอยู่นั้นผมไม่รู้ ไม่อยากมองแม่งมาก ไม่งั้นอาจได้งัดปากคนเร็วๆ นี้


“จะไม่ตอบ?”


“ไม่จำเป็น แค่มารับไม่ใช่? งั้นก็รีบไปสิ” บีลีฟเดินไปที่โซฟาหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วหันหน้ากลับมา ดวงตาคมเฉี่ยวเหลือบมองไอ้เด็กนั้นด้วยสีหน้านิ่งๆ ตามสไตล์ของเธอ “ฝากรถไว้ที่นี่ก่อนนะ ไว้ฉันมาเอาทีหลัง”


“อาหะ ยินดีรับฝากครับ” ไอ้เด็กเวรนั่นรับคำด้วยรอยยิ้มแพรวพราว เห็นแล้วอยากเอาเลือดหัวมันออกจริงๆ กล้าดียังไงถึงมายืนส่งยิ้มให้เมียคนอื่นแบบนี้วะ? ต้องหน้าด้านเบอร์ไหนถึงจะทำแบบมันได้!


“เห้ยเดี๋ยว! คิดจะหนีเหรอบีลีฟ!” ผมรีบขยับตัวขวางประตูห้องเพื่อไม่ให้เธอเดินออกไปง่ายๆ บีลีฟถอนหายใจแรงๆ ดวงตาสวยเลื่อนขึ้นสบกัน ยิ่งได้มองหน้าสวยๆ หยิ่งๆ ของเธอผมก็ยิ่งโมโหว่ะ! และผมก็เป็นประเภทที่ว่าถ้าข้องใจอะไรแล้ว จะไม่ยอมปล่อยให้มันค้างคาซะด้วยสิ


ผมเดินกลับเข้ามาภายในห้องรับแขกก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง แล้วลากมาหยุดที่ไอ้เด็กหน้าตากวนตีนซึ่งน่าจะเป็นเจ้าของห้อง มันมองผมด้วยสายตาเหมือนจะเป็นมิตร แต่อย่าคิดว่าผมมองไม่ออกนะว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มกริ่มของมันซ่อนเบื้องหลังอะไรเอาไว้


“ฉันจะถามเธออีกครั้ง” ผมเลื่อนสายตากลับไปหาร่างบางที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้อง ผมถามขณะมือข้างหนึ่งหยิบแจกันดอกไม้ลายทันสมัยขึ้นมาหมุนเล่นช้าๆ “ไอ้เด็กเวรนี่เป็นใคร??”


” แต่บีลีฟก็คือบีลีฟ ผู้หญิงใจมารแสนเย่อหยิ่ง และท้าทายผมได้ทุกเรื่อง! คงจะคิดสินะว่าผมไม่กล้าพังที่นี่  ขอโทษทีเถอะ! คาดหวังกับคนอย่างผมสูงเกินไปซะแล้ว ก็ดี เก็บปากเอาไว้ เดี๋ยวได้ใช้แน่ๆ


ปากหนักดีนัก ต้องจับงัดซะให้เข็ด!


“ถามดีๆ ไม่ตอบ ชอบให้ใช้กำลังสินะ”


เพล้ง!


 


[บทบรรยาย บีลีฟ]


บางครั้งคนเราก็มักจะทำอะไรงี่เง่าออกมาโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่นผู้ชายหน้าเนื้อใจเสือ แถมนิสัยอันธพาลคนนี้ไง!


ฉันหลุบตามองเศษแจกันบนพื้นที่กระจัดกระจายตามแรงกระแทกจากฝีมือของเวฬา เขามันบ้า! ไม่ได้บ้าธรรมดาด้วย บ้ามาก! เขากล้าดียังไงถึงเข้ามาทำลายข้าวของในบ้านคนอื่นแบบนี้ เขาโยนแจกันดอกไม้ของอิงฟ้าลงบนพื้นตรงหน้าแอลเต็มแรง และเศษกระเบื้องนั่นกระเด็นเฉียดปลายเท้าของแอลไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น


เวฬาทำเกินไปแล้วนะ!


“ทำบ้าอะไรของนาย! ที่นี่เป็นบ้านของเพื่อนฉันนะ!!


“เพื่อน? ไอ้เด็กนี่อ่ะเหรอ?” เขาชี้นิ้วไปทางแอลอย่างโคตรเสียมรรยาท ส่วนแอลก็ทำเพียงยืนมองนิ่งๆ ไม่มีท่าทีสะเทือนอะไรเลย ดูเหมือนไม่ตกใจเลยด้วยซ้ำ


“ไม่ใช่! นี่ห้องของเพื่อนฉันและเขาก็เป็นน้องเพื่อน! ” ฉันเสยผมขึ้นอย่างเริ่มมีอารมณ์นิดๆ จากตอนแรกแค่รำคาญและเบื่อเขามาก มาตอนนี้ฉันชักไม่โอเคแล้วนะ เวฬาทำเกินไป เขาไม่ควรทำลายข้าวของอิงฟ้าแบบนี้เลย! “ให้ตายดิ นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”


“เธอบังคับให้ฉันบ้าเองนะบีลีฟ ถามดีๆ ไม่ตอบไง ทำไมไม่เงียบต่อล่ะ แหม! กำลังอยาก ละเลงหน้า คนเล่นพอดี” ดวงตาดุดันตวัดมองไปทางแอล มันไร้ซึ่งความเป็นมิตรอย่างเปิดเผยมาก ไม่รู้ว่าเขาเกลียดขี้หน้าอะไรแอลนักหนา เพิ่งเจอกันครั้งแรกไม่ใช่หรือไง!


“นายมันบ้า!” ฉันว่าให้พลางย่อตัวลงเพื่อจะเก็บเศษกระเบื้องเคลือบบนพื้น แต่กลับถูกมือหนากระชากท่อนแขนเอาไว้พร้อมจ้องมาด้วยแววตาไม่พอใจ


“ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่ออีกวินาทีเดียว ฉันบ้ามากกว่านี้แน่! ไปกับฉันเดี๋ยวนี้!


“หยุดนะเวฬา! ฉันต้องจัดการเศษกระเบื้องพวกนี้ก่อน” ฉันพยายามยื้อแขนไม่เดินตามแรงฉุดกระชากของเวฬา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แอลพูดขึ้น


“ไม่เป็นไร เดี๋ยวจัดการตรงนี้เอง ไม่ต้องห่วง นะครับ” 


คำพูดที่เหมือนสุภาพของแอลฉุดรั้งใบหน้าหล่อแสนร้ายให้หันกลับมาปาดมองแทบจะทันที เมื่อเห็นว่าคนอันธพาลที่กำลังบ้าทำท่าจะหวนกลับไปหาแอลอีกครั้ง ฉันจึงเป็นฝ่ายฉุดท่อนแขนแกร่งเสียเอง ก่อนจะออกแรงลากร่างสูงให้เดินพ้นจากประตูห้องมา ส่วนเวฬาก็ไม่วายยกนิ้วขึ้นชี้หน้าแอลอย่างเอาเรื่อง


“คิดจะทำอะไรอีก! ที่ทำไปเมื่อกี้ยังบ้าไม่พออีกเหรอ!” ฉันตวาดใส่เสียงดังเมื่อลากเขามาถึงหน้าลิฟต์ มันเหลืออดแล้วจริงๆ ทำไมฉันต้องมาแต่งงานกับผู้ชายอันตรายแถมนิสัยอันธพาลคนนี้ด้วย! มันเป็นเวรกรรมอะไรของฉันเหรอ!


“โวยวายทำไม ห่วงมันมากหรือไงฮ๊ะ??”


“นายนั่นแหละโวยวายทำไม ทำแบบนั้นทำไม!” ฉันผลักร่างสูงให้ถอยห่างจากตัว ตอนนี้อารมณ์มันขึ้นสูงเกินไป ทั้งโมโห ทั้งโกรธจนหน้าชาไปหมดแล้ว เวฬาก็คงไม่ต่างกัน เขากำหมัดแน่นแทบจะตลอดเวลาเลย ท่าทางเหมือนอยากจะซัดหน้าใครสักคน


“เธอไง! ที่ฉันบ้าแบบนั้นก็เพราะเธอนั่นแหละ!


“เอ๊ะนี่! อย่ามาโทษฉันนะ ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย?”


“เหอะ! ยังมีหน้ามาย้อนถามนะยัยเมียใจมาร หัดระลึกไว้ซะบ้างนะว่าตัวเองมีผัวแล้วอ่ะ” หน้าฉันตึงไปกับคำพูดหยันๆ ของผู้ชายตรงหน้า สายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง!


“ทำไม? มาพูดอย่างนี้ทำไม หรือว่านายกำลังหึงฉัน?” ฉันถามกลับเสียงสูงสายตาจ้องมองอย่างจับผิด ส่งผลให้เวฬาเปลี่ยนสีหน้าแทบจะทันที


“อะไร ใครหึงวะ??” 


แล้วเขาก็เลี่ยงการสบตากับฉันเพื่อหันไปทุบปุ่มลิฟต์รัวๆ แทน ก่อนจะหันมาพูดต่อด้วยท่าทางนักเลงเหมือนกำลังกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง 


“ที่ทำเมื่อกี้ ไม่ได้หึง ไม่ได้หวง แค่จะทวงสิทธิ์ที่มี เข้าใจป่ะ?”


Loading...55%





อ้อเหรอ สิทธิ์ที่นายไม่เคยมีอะนะ” ฉันเบะปากใส่ผู้ชายงี่เง่าก่อนจะเดินเข้าลิฟต์ เวฬาตามหลังเข้ามาแล้วทำเรื่องบ้าๆ ด้วยการผลักฉันจนแผ่นหลังแนบชิดกับพนังลิฟต์ จังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ปิดลงพอดี “จะ จะทำบ้าอะไรอีก! ปล่อยนะ!


“พอดีนึกอยากใช้สิทธิ์ขึ้นมา มีไรป่ะ?” เวฬาเปลี่ยนอารมณ์โคตรจะไว เคยบอกแล้วไงว่าอารมณ์เขาน่ะยิ่งกว่า 4G เมื่อกี้ยังเป็นหมาบ้ากัดไม่เลือกอยู่เลย ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเปลี่ยนโหมดมารุกรานฉันอีกแล้ว


“เลิกทำตัวงี่เง่าสักทีได้มั้ย รำคาญ”


“ทำไม? ทีอยู่กับไอ้เด็กเปรตนั่นทั้งวันไม่เห็นรำคาญเลย” เขาแซะฉันเรื่องแอลอีกแล้ว นี่ถ้าไม่รู้จักนิสัยขี้แซะของเวฬา ฉันอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเขากำลังหึงจริงๆ ก็ได้นะ ก็ดูท่าทางและการกระทำของเขาสิ ไม่รู้ว่าจะอะไรกับแอลนักหนา!


“หยุดบ้าสักที! ไม่งั้นนัดคืนนี้ฉันจะถือว่าเป็นโมฆะ” ฉันเอาเรื่องนัดขึ้นมาขู่ และมันก็ได้ผล สายตาของเวฬาวูบแสงลงเล็กน้อย เขาเม้มริมฝีปากเหมือนกำลังคิดบางอย่าง ก่อนปล่อยฉันเป็นอิสระ


“ถ้าไม่ติดว่าคืนนี้เป็นนัดสำคัญ เธอไม่รอดแน่บีลีฟ!


หึ พูดได้ก็พูดไป ถ้าคิดว่าฉันจะยอมให้เขาทำเรื่องบ้าบอได้ง่ายๆ ละก็ ลองดู!


 

“ใส่นี่ซะถ้าไม่อยากสมองเละคาถนน”


หมวกกันน๊อคถูกยื่นมาตรงหน้าจากผู้ชายร่างสูงในชุดนักแข่ง เขาสวมหมวกกันน๊อคใบใหญ่และกำลังคร่อมอยู่บนรถบิ๊กไบค์ อย่างที่ทุกคนรู้ดีว่าเวฬารักความเร็วมากและเขาก็ชื่นชอบการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจ แต่ที่ฉันข้องใจตอนนี้ก็คือ ทำไมฉันต้องซ้อนท้ายมฤตยูสีดำคันนี้ไปกับเขาด้วย??


“ยืนอึ้งทำไม ใกล้จะถึงเวลาแข่งของฉันแล้วนะ” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ฉันเคยบอกไปหรือยังว่าความเร็วเป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบมากๆ เลยอ่ะ


มันเป็นเรื่องฝังใจตั้งแต่เด็กๆ สมัยที่ฉันเพิ่งรู้จักกับสองพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ ตอนนั้นฉันซ้อนท้ายจักรยานคันที่มีนาฑีเป็นคนขี่ ส่วนเวฬาขี่อีกคันตามหลัง ฉันจำได้ว่าเย็นวันนั้นพวกเราสามคนกลับจากสวนบนเนินเขา และมันเป็นทางลาดยาวตลอดจนถึงทางเข้าบ้าน ขณะที่รถจักรยานสองคันกำลังแล่นขนานข้างลงมาด้วยความเร็วระดับหนึ่งนั้น ฉันเกิดอาการหวาดกลัวจึงหลับตาแล้วกอดเอวนาฑีแน่น หลังจากนั้นก็รู้สึกได้ถึงแรงเหวี่ยงและแรงกระแทกก่อนจะสลบไป


ฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันต่อมาด้วยบาดแผลที่ศีรษะและรอยถลอกตามร่างกายเต็มไปหมด แม่บอกกับฉันว่ารถจักรยานที่นาฑีขี่เกิดสะดุดล้มกะทันหันทำให้ฉันกระเด็นตกจากรถแล้วหัวฟาดพื้นสลบไป จากวันนั้นฉันเลยหวาดกลัวกับอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับความเร็วทุกชนิด ขนาดขับรถฉันยังเหยียบไม่เคยถึงแปดสิบเลยด้วยซ้ำ


กึก


“อ๊ะ!” ฉันสะดุ้งตกใจกับเสียงกดล๊อคปลายคางพร้อมกับหลุดจากภวังค์ความคิด ภาพตรงหน้าปรากฏใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่เป็นหนึ่งในความทรงจำนั้น ดวงตาเรียวคมดุจมังกรจ้องมองกันนิ่ง ไม่รู้ว่าเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้กันตั้งแต่เมื่อไหร่ ระยะห่างระหว่างเราถึงได้ลดลงขนาดนี้ รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เวฬาสวมหมวกกันน๊อคให้ฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


“เธอกำลังทำฉันเสียเวลา รีบขึ้นมาสักที หรือต้องให้อุ้ม?” ไม่พูดเปล่าแต่เวฬาทำท่าจะลงจากรถมาอุ้มฉันจริงๆ


“มะ ไม่ต้อง! ฉะ ฉันแค่ ไม่ชอบอะไรแบบนี้” ฉันไม่รู้ว่าควรจะอธิบายยังไงให้เวฬาเข้าใจดี ฉันไม่อยากซ้อนไปกับเขาเลย ไม่อยากทำแบบนั้นเลยจริงๆ


“ไม่ชอบอะไรแบบนี้ของเธอคือ? ซ้อนท้ายฉัน?”


“ก็ไม่เชิง แต่ฉันไม่ชอบความเร็ว” ฉันงับปากตัวเองเอาไว้ด้วยความลืมตัว นี่ฉันเผลอพูดอะไรออกไปเนี้ย! อุตสาห์ตั้งใจว่าจะไม่ให้ใครเห็นจุดอ่อนของตัวเองแท้ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนคนนั้นคือเวฬา ฉันยิ่งไม่อยากให้เขารู้เลย


“ถ้ากังวลเรื่องนั้น



“ฉันจะคลานไปให้ก็ได้ สบายใจยัง??”



 

สนามแข่ง UNIT RACE


คลานอย่างนั้นเหรอ บอกว่าจะคลานมาให้ฉันอย่างนั้นเหรอ คลานบ้าคลานบอบ้านเขาน่ะสิ!!


“กอดแน่นขนาดนี้ เปลี่ยนจากสนามแข่งเป็นโรงแรมเลยดีไหม?”


พรึ่บ!


ฉันรีบดึงแขนที่กำลังโอบรอบเอวหนาของร่างสูงออกด้วยความรวดเร็วแล้วเอนตัวหนีเพื่อละใบหน้าออกจากแผ่นหลังอบอุ่นของเขา เวฬาเอี้ยวตัวกลับมาจ้องหน้ากัน มุมปากยกยิ้มนิดๆ เหมือนสนุกกับการแกล้งฉันเหลือเกิน


“คนโกหก นั่นเรียกว่าคลานเหรอ?!” ฉันก้าวลงจากรถด้วยสภาพที่ไม่มั่นคงนัก ยังเสียศูนย์กับความเร็วผ่านรกเมื่อครู่ไม่หาย เวฬาทำกับฉันได้เจ็บแสบมาก เขาคิดจะเอาคืนฉันอย่างนั้นสินะถึงได้บิดลืมตายซะขนาดนั้น ทั้งที่ตอนแรกรับปากดิบดีว่าจะขี่เหมือนคลาน แต่พอเอาเข้าจริงแม้แต่ไฟแดงเขายังฝ่าเลยคิดดู!


“อะไร เมื่อกี้บิดแค่สองร้อยเองนะ ถ้าช้ากว่านั้นก็เต่ากัดยางแล้วเธอ”


สะ สองร้อย?! ให้ตายสิ! นี่เขาพาฉันเฉียดนรกมาด้วยความเร็วสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงงั้นเหรอ! สาบานเลยว่านี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ฉันจะยอมซ้อนท้ายมฤตยูคู่ใจของเวฬาน่ะ!


“ฮัลโหล เออๆ กูถึงแล้ว พวกมึงอยู่ไหน เออๆ เจอกัน” เวฬากดวางสายพร้อมกับหันมามองฉัน เขาเปิดกระจกหมวกขึ้นแล้วสั่งด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดัง เพื่อแข่งกับเสียงอื้ออึงด้านในสนาม “ขึ้นรถ เราต้องเข้าไปข้างในแล้ว”


“อะไรนะ?? จะไปไหนอีกล่ะ” ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่อยากซ้อนท้ายเขาอีกแล้ว ไม่เอาแล้วนะ!


“ตรงนี้มันหน้าสนามเธอไม่เห็นหรือไง ฉันต้องขี่รถเข้าไปกลางสนามเพื่อรอเวลาแข่ง ไวๆ บีลีฟ อย่าลีลา” เขาว่าพลางปิดกระจกหมวกลงดังฉับแล้วหันกลับไปสตาร์ทรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามหึ่มๆ ของมฤตยูคันใหญ่ช่างสั่นประสาทฉันเหลือเกิน


ไม่ขึ้นได้ไหมอ่ะ


“บีลีฟ! ต้องให้อุ้มมั้ย??”


เออๆ ขึ้นก็ได้!


ฉันชักสีหน้าใส่เวฬาแต่ก็ยอมก้าวขาขึ้นซ้อนท้ายเขาจนได้ ทันทีที่รถทะยานไปข้างหน้าสองมือของฉันรีบตวัดรัดรอบเอวเวฬาตามสัญชาตญาณอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นาทีนี้ไม่มีแล้วศักดิ์ศรีบ้าบออะไร ความกลัวมันอยู่เหนือทุกอย่างหมดแล้ว!


ท่องเอาไว้บีลีฟ วันพระไม่ได้มีหนเดียว!



Loading...81%



ไงมึง คืนนี้พกเมียมาด้วยเหรอ”


หลังจากบิ๊กไบค์ของเวฬาจอดสนิทหน้าบล็อกแห่งหนึ่งภายในสนามแข่งอันกว้างใหญ่ เสียงแซวจากเพื่อนสนิทของเขาก็ทักขึ้นมา ผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่ฉันพอจะคุ้นหน้าคุ้นตา คนคนนี้ชื่อ เรย์ ฉันเคยเจอเขาอยู่กับเวฬาสองสามครั้งเห็นจะได้ ถ้านับรวมวันแต่งงานด้วย เขาเป็นผู้ชายหน้าตาดีแต่รูปร่างสูงใหญ่มาก สูงกว่าเวฬาเสียอีก หุ่นเหมือนพวกเล่นกล้ามเทือกๆ นั้นอ่ะ แถมหน้าตายังจัดว่าโหดใช่ได้อีกต่างหาก จะว่าไปถ้าสังเกตจริงๆ เวฬาเป็นคนมีเพื่อนน้อยเหมือนกันแฮะ อย่างว่าล่ะ นิสัยแย่แบบนี้คงไม่มีใครคบสินะ


“ไอ้พวกนั้นมาถึงยัง”


เวฬาก้าวลงจากรถพร้อมกับถอดหมวกกันน๊อคออกแล้วเสยผมสีดาร์กช๊อคโกแลตไปด้านหลังลวกๆ ฉันกวาดตามองรอบตัวด้วยความหวาดระแวงนิดๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันก้าวย่างเข้ามาในสถานที่ที่ไม่เหมาะกับอาชีพและนิสัยของตัวเองสักนิด ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้มาสัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่เหล่านี้ด้วย


“พวกไหน? พวกมันหรือพวกเรา?”


“อ้าวไอ้นี่ ก็พวกเราสิวะ! จะไปถามหาพวกมันทำหอกอะไรล่ะ” ฉันยืนโง่อยู่ที่เดิมอย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อไป หูก็ฟังเพื่อนรักเขาคุยกันพร้อมกับแอบชำเลืองมองไปด้วย เวฬาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวหน้าทางเข้าบล็อกดังกล่าวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฉัน “จะยืนโชว์ตัวอีกนานไหม? มานั่งนี่สิวะ”


ฉันขมวดคิ้วใส่เขาอย่างไม่ชอบใจ แต่ทำไรไม่ได้นอกจากยอมเดินไปนั่งตามที่เขาบอก ไม่ใช่อะไรหรอก ตรงที่ฉันยืนอยู่เมื่อกี้มันเด่นเกินไปหน่อย สายตาผู้ชายนัหลายสิบคู่จากบล็อกข้างๆ จ้องมองมาที่ฉันไม่วางตาเลย ไม่รู้ว่ามองเพราะฉันสวยหรือฉันแปลกหน้าก็ไม่รู้


“พวกมันน่ะมาแล้ว ส่วนพวกเราน่ะกำลังมา เออนั่นไง พูดถึงก็มาพอดี”


เรย์พยักพเยิดไปทางถนนที่มีรถบิ๊กไบค์คันหนึ่งกำลังพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะดริฟจอดเป็นวงกว้างเรียกเสียงเบรกลากยาวจนน่าขนลุก ฉันหันหน้าหนีพร้อมกับหลับตาแน่นด้วยความหวาดเสียว ในใจก็รู้สึกโชคดีที่เมื่อกี้เวฬาไม่พาฉันดริฟนรกแตกแบบนี้ ไม่อย่างนั้นฉันได้ไปเข้าเฝ้ายมบาลแน่ๆ


“จะหลับตาทำไม เธอควรจะจับตามองไอ้เวรนี่ให้ดีๆ นะบีลีฟ” สัมผัสจากฝ่ามือหนาล๊อคปลายคางของฉันแล้วบังคับให้หันกลับไปมองทางเดิม ฉันจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมองตามที่เขาสั่ง และมันก็ทำให้ฉันถึงกับตาค้างไปหลายวินาที...


ไม่จริง นั่นมัน


“นาฑี” ริมฝีปากขยับเรียกชื่อเขาคนนั้นออกมาด้วยความลืมตัว ส่งผลให้เจ้าของชื่อที่เพิ่งก้าวลงจากรถพร้อมกับถอดหมวกกันน๊อคออกเมื่อครู่หันมองตามเสียงเรียกของฉัน ดวงตาเรียวคมมีแววตกใจเล็กน้อยก่อนมันจะสลายไปเมื่อเขาลากสายตาไปมองคนข้างๆ ฉันแทน


“นี่มึงพาบีลีฟมาด้วยทำไมวะไอ้เชี่ยเว?!” 


ผู้ชายร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีเทาควันบุหรี่เดินเข้ามาใกล้เวฬาพร้อมกับยิงคำถามใส่ด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาเหลือบมองฉันนิดๆ อย่างไม่ค่อยเต็มสายตานัก เหมือนคนกำลังกลัวความผิดอย่างไรอย่างนั้น


เหอะ! มันแน่อยู่แล้ว เขาจำเป็นจะต้องกลัวความผิดอยู่แล้ว นาฑีน่ะ ไม่กล้าสบตาฉันตรงๆ ก็เพราะกลัวว่าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณลุงคุณป้าสินะ! เรื่องที่จู่ๆ ลูกชายผู้แสนดีของพวกท่านมาโผล่อยู่ในสถานที่อโคจรเช่นนี้!


ไม่อยากจะเชื่อเลย! ทำไมนาฑีถึงมาอยู่ที่นี่ได้ สนามแข่งเนี้ยนะ? ผู้ชายที่ความประพฤติดี การเรียนเด่น แถมยังเป็นแพทย์มือดีและนิสัยสุภาพอบอุ่นคนนี้เนี้ยนะ 


นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน


“แหม มึงก็ถามแปลกนะไอ้หมอ กูก็พาเมียมาดินเนอร์บ้างไรบ้างสิ เนอะที่รัก :)” เวฬาหันมาส่งยิ้มชั่วๆ ให้ฉัน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความไม่น่าไว้ใจ ฉันเคยคิดนะว่าถึงแม้เวฬากับนาฑีจะหน้าตาเหมือนกัน แต่เรื่องนิสัยน่ะสองคนนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว พอมาถึงตอนนี้ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่


“เวรเอ๊ย มึงนะมึงไอ้เว! หาเรื่องให้กูแล้วไง!


นาฑีขยี้หัวตัวเองแรงๆ เหมือนขัดใจอะไรสักอย่าง เขามองฉันที่เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดและไม่มองหน้าใคร สักพักร่างสูงค่อยๆ ขยับตัวมาหยุดยืนตรงหน้า ฉันหลุบสายตามองรองเท้าหน้าตาแปลกๆ ไม่เหมือนกับรองเท้าแพทย์ที่ปกตินาฑีสวมใส่ทุกวัน มันยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าฉันตอนนี้ไม่ใช่เขาคนเดิมที่ฉันเคยรู้จักอีกแล้ว


“บีลีฟ คือเฮีย” นาฑีย่อตัวลงเพื่อให้ระดับสายตาของเราตรงกัน ฉันเลี่ยงจะสบตากับเขา แต่เพราะมันทำได้ยากเมื่อพละไปเจอกับสายตาเรียบนิ่งของใครอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างกัน


บ้าจริง ทำไมเวฬาต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นด้วย!


“จะเป็นไปได้ไหม ถ้าเฮียจะขอร้องไม่ให้บีบอกเรื่องนี้กับใคร”


ฉันเลื่อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาเรียวรีแสนอบอุ่นตรงหน้า ไม่น่าเลย ฉันไม่น่ามารับรู้เรื่องบ้าบออะไรแบบนี้เลย ถ้าฉันไม่รู้ไม่เห็นก็คงจะดี ความรู้สึกของฉันมันคงจะไม่พังขนาดนี้


“ได้ไหมบีลีฟ เฮียไม่อยากให้แม่รู้เรื่องนี้”


“หมายถึงเรื่องไหนล่ะ?” ฉันตั้งสติชั่วครู่ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยปากถามเป็นครั้งแรก รู้สึกอยากจะแสยะยิ้มสมเพชให้กับตัวเองชะมัด แค่ได้มองตาและพูดคุยกับผู้ชายคนนี้ไม่กี่คำ ทำไมหัวใจต้องปวดหนึบขนาดนี้


เธอมันน่าสมเพชจริงๆ บีลีฟ!


“เรื่องเจอเฮียที่นี่ ที่สนามแข่ง” นาฑีเว้นช่วงพลางหลบสายตา “เฮียไม่อยากทำให้แม่ผิดหวัง บีเข้าใจเฮียใช่ไหม”


ฉันละสายตาจากนาฑีไปทางผู้ชายอีกคน ทันได้เห็นรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏตรงมุมปากของเขา เวฬาตั้งใจอย่างนั้นสินะ เขาพาฉันมาที่นี่คืนนี้ก็เพราะต้องการให้ฉันเจอกับนาฑีงั้นเหรอ


ทำไมกัน เขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร  


ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมเวฬาถึงทำแบบนี้ ทำไมเขาถึงอยากให้ฉันได้เห็นด้านมืดของนาฑีนัก ทั้งที่ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยมองนาฑีเลวร้ายเลยสักครั้ง กลับกัน กลับเป็นเวฬาเสียมากกว่าที่ถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น มันจะต้อง มีอะไรมากกว่าที่เห็นแน่ๆ และฉันจะต้องรู้ให้ได้!


“บี


“ไม่” ฉันจ้องหน้านาฑีนิ่ง ความรู้สึกมากมายตีรวนอยู่ภายในหัวใจ ขณะสมองสั่งการให้พูดออกไปโดยไม่รู้ตัว เรียกความเงียบจากรอบตัวพร้อมกับสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่ฉัน แค่ฉันเท่านั้น



“เราไม่เคยเจอกัน ฉันไม่เคยเจอเฮียที่นี่”



รักเรื่องนี้จิ้มเลย

V

V

ADD ME


TO BE CONTINUED






TALK 2
เอ๊ะ? อะไรยังไง? ทำไมมันกลับตาลปัตรแบบนี้กันนะ
แล้วเจ้บีจะทำยังไงต่อไปดี ติดตาม EP หน้าต่อน๊าา รับรองแซ่บ!
อ่านกันแล้วคอมเม้นกันด้วยนะคะ
 
วางจำหน่าย E-Book แล้วนะคะ
เหล่าสาวกนิยายอิเลคทรอนิคเชิญสอยเฮียเวฬากันได้แล้วค่าา
 
  
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,543 ความคิดเห็น

  1. #3530 pcjy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 15:31
    หึงก็บอกเถอะ หึงโหดด้วย 555555
    #3,530
    0
  2. #998 Phapatsara (@Phapatsara) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 10:49
    เพิ่งมาอ่าน สนุกมากค่ะ ชอบคาแรกเตอร์พระเอกและนาวเอกมีความเผ็ชชชช
    #998
    0
  3. #758 ohtao (@gamolchanog) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:20
    เวฬาอาจจะชอบบีลีฟมาตั้งแต่เด็กแต่คงรู้ว่าบีลีฟชอบนาฑี (?) โถ่เฮียเวน่าสงสารTT
    #758
    0
  4. #757 ohtao (@gamolchanog) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:19
    จะบอกว่าฮาตรงที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์มากเลยค่ะไรท์ 5555. ชอบๆเฮียเวมีความกวนทีน
    #757
    0
  5. #756 ohtao (@gamolchanog) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:18
    หมอนาฑีทำไมทำแบบนี้ง่ะ อย่างน้อยก็สนใจบีลีฟบ้างก็ได้ ในฐานะน้องสะใภ้ไรงี้ ทำเป็นเมินใส่ ชิๆ
    #756
    0
  6. #755 ohtao (@gamolchanog) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:17
    เวฬาคงอยากให้บีลีฟรู้ในสิ่งที่ตัวเองหลงเชื่อแบบผิดๆหรือเปล่าน้า ให้เห็นตอนนี้อาจจะดีกว่าปล่อยไว้
    #755
    0
  7. #754 ohtao (@gamolchanog) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:15
    จ้าาาาไม่ได้หึงเล้ย
    #754
    0
  8. #753 ohtao (@gamolchanog) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:15
    ไม่ได้หึง!!! หราาาาาคะ
    #753
    0
  9. #752 ohtao (@gamolchanog) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:15
    ชอบทั้งพี่ทั้งน้องขอสองได้มั้ยคะ555555
    #752
    0
  10. วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 10:56
    ทำไมชอบแฝดพี่~ #ทีมแฝดพี่
    #557
    0
  11. #532 kie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 17:43
    คนที่บีลีฟชอบคื...นาฑี.....สินะ
    #532
    0
  12. #494 maytag (@maytag) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 23:39
    เฮียเว...เก็บงำความลับอะไรไว้อะ...เจ้บีอย่ายอม...ต้องถอดความลับ(ไม่ใช่ถอดเสื้อผ้าอะนะ)ของเฮียสองพี่น้องให้ได้นะ...ไฟท์ติ้ง
    #494
    0
  13. #493 นิก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 23:10
    เฮียนางคงไม่ได้หึงเมียกับพี่ชายตัวเองหรอกใช่ไหมคะ

    ทำไมนางต้องอยากให้เจ้บีมาเจอ

    รอนะคร้าาาาา
    #493
    0
  14. #492 kruemee (@krue1980) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:51
    แล้วนาฑีชอบบีลีฟไหม
    #492
    0
  15. วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 21:42
    บีลีฟต้องชอบนาฑีแน่ๆเลย
    #491
    0
  16. #490 IxxHim1Z (@IxxHim1Z) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 20:19
    รอๆๆๆๆๆ อยากอ่านตอนต่อไปแล้วค่ะ
    #490
    0
  17. #489 beembam25 (@beembam25) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 19:39
    อ้าว เกมพลิกอ่ะเฮียเว เขาเข้าข้างกันอ่ะ 55555555555 นี่เจ๊บีของเราชอบนาฑีล่ะสินะ ถึงได้รู้สึกพัง
    #489
    0
  18. #486 Frongkanokpan (@Frongkanokpan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 17:52
    บีลีฟฟฟฟฟฟ ทำไมเป็นคนแบบนี้
    #486
    0
  19. #485 062448kai (@062448kai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 17:50
    รอมาต่อ
    #485
    0
  20. วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 17:32
    ออกอสการแบนี้คือบีลีฟชอบนาฑีเหรอ
    #484
    0
  21. #483 NongPolly_RK (@NongPolly_RK) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 17:19
    j คืออะไรคะ
    #483
    0
  22. #482 NongPolly_RK (@NongPolly_RK) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 17:19
    เอาไงทีนี้ดูเหมือนเจ้บีจะเข้าข้างนาฑีนะเวฬา5555
    #482
    0
  23. #481 Kawakami_Nozomi (@Kawakami_Nozomi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 16:53
    อะไรคือJ ง่ะ5555
    #481
    0
  24. #480 Maystorymay (@maystorymay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 16:50
    นาฑี โผล่มาแค่นี้ ทำไมรู้สึกเท่ห์แบบนี้ ><
    #480
    0
  25. #479 nan_apin (@nan_apin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 16:34
    รออ่านนะคะ
    #479
    0