SAVAGE WIFE #เมียใจมาร

ตอนที่ 12 : ll BATTLE 09 ll #แค่หลับตา 100 Per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

 
Devil Smiley
 
 

 
 
 
 
ll BATTLE 09 ll
 
 
#แค่หลับตา
  
 
This could take some time, hey
I made too many mistakes
Better get this right, right, baby
 
 
    
 

ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ทำไมผมต้องทำตามที่ยัยผู้หญิงใจมารนี่พูดด้วยวะ


สายลมเย็นๆ ปะทะเข้ากับร่างกายที่มีเพียงเสื้อยืดบางๆ สวมอยู่ขณะรถแล่นด้วยความเร็วสูง ทั้งที่โดยปกติแล้วผมจะสวมเสื้อคลุมตัวหนาทุกครั้งที่ขี่รถแต่ว่าคืนนี้มันไม่ปกติน่ะสิ เพราะผู้หญิงที่กำลังซ้อนท้ายผมอยู่เธอดันสวมเพียงเดรสรัดรูปบางๆ จนอดไม่ได้ต้องถอดเสื้อให้เธอสวมทับแทน ไม่อย่างนั้นคืนนี้ได้มีคนปอดบวมตายแน่ๆ


ผมชะลอความเร็วลงเมื่อขี่มาจนเกือบจะถึงจุดหมายปลายทาง รถบิ๊กไบค์คู่ใจแล่นเลียบถนนริมชายหาดมาเรื่อยๆ สัมผัสอบอุ่นบริเวณแผ่นหลังเร่งอัตราการเต้นของหัวใจผมรัวเร็วขึ้นเล็กน้อย หลุบสายตาลงมองสองแขนเล็กรอบเอวตัวเองก่อนจะผุดรอยยิ้มบ้าบอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว


ผมว่าผมบ้าเข้าขั้นหนักมากแล้วล่ะ พักนี้ผมปล่อยให้บีลีฟเข้ามามีอิทธิพลต่อความคิดและหัวใจมากเกินไป ผมไม่รู้ตัวเลยว่าเริ่มตามเธอเหมือนคนบ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าในสายตาของผมตอนนี้มันคอยมองหาเธอเสมอ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรก็ตาม


อย่างวันนี้ก็เช่นกัน


ปกติแล้วผมไม่ค่อยมาเที่ยวผับแถวนี้สักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นถิ่นของนาฑี ผมไม่ชอบเวลาที่ไปไหนมาไหนแล้วมีคนทักว่าเป็นมันเสมอ โดยเฉพาะกับพวกสาวๆ ในสต๊อคของมัน โคตรน่ารำคาญเลยจริงๆ ผมจึงเลือกสิงสถิตอยู่ที่สนามแข่งเสียมากกว่า เพราะที่นั่นมีครบครันทุกอย่าง โดยเฉพาะบาร์ส่วนตัวของผม


แต่วันนี้ผมกลับยอมมาที่ผับนี่เพียงเพราะต้องการมาเฝ้ายัยผู้หญิงงี่เง่าคนหนึ่งที่บังอาจโดดเวรโรงพยาบาลมานั่งดื่มเหล้าท่ามกลางสายตาหื่นกระหายของไอ้พวกสิงสาราสัตว์ทั้งหลายนั่นอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ผมเคยมาเฝ้าเธออยู่ครั้งสองครั้งเพราะเป็นคำสั่งของน้าเมบี หากทว่าวันนี้ผมไม่ได้มาเพราะคำสั่งใคร แต่เพราะใจสั่งมาล้วนๆ


กลับมาเรื่องของยัยผู้หญิงใจมารต่อ ผมรู้ว่าบีลีฟมีนิสัยแบบไหน เธอชอบเที่ยว ชอบปาร์ตี้ แต่ไม่ได้เหลวแหลกอะไร และส่วนมากเวลามาดื่มเธอก็มักจะมากับเพื่อนๆ น้องๆ กลุ่มนี้เสมอ ซึ่ง จากที่เห็นสองสาวนั่นมาหลายครั้ง พวกเธอก็พอจะไว้ใจฝากฝังได้ละนะ


ผมนั่งเฝ้าบีลีฟเกือบชั่วโมงกว่าเพื่อนๆ เธอจะมา รู้ไหมว่าแทบจะทุกสิบนาทีเลยที่ผมโคตรอยากเดินเข้าไปกระชากเธอแล้วพากลับบ้านเดี๋ยวนั้น ถ้าไม่บังเอิญเห็นว่าไม่ใช่เพียงผมคนเดียวที่นั่งมองเธอ แต่ยังมีไอ้นาฑี พี่ชายฝาแฝดของผมกำลังนั่งมองเธออยู่ด้วย


หึตลกสิ้นดี!


“หนาวจัง” เสียงหวานอู้อี้จากด้านหลังทำให้ผมคลายคันเร่งในมือโดยอัตโนมัติ ความเร็วของรถวิ่งช้าลงเพื่อลดความหนาวเย็นจากแรงลมที่ปะทะเข้าหาร่างกาย ผมรู้ว่าบีลีฟไม่ชอบความเร็วเพราะเธอมีความจำไม่ดีในอดีต ซึ่งเธอไม่เคยรู้เลยว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเธอในครั้งนั้น ผมคือตัวต้นเหตุทั้งหมด


ตอนนั้นผมขี่จักรยานตามหลังนาฑีซึ่งมีบีลีฟซ้อนท้ายอยู่ เธอกลัวมากจึงกอดเอวนาฑีแน่น ผมเห็นภาพนั้นอย่างเต็มสองตา และด้วยความอารมณ์ร้อนบวกกับความเอาแต่ใจตั้งแต่เด็ก ผมหน้ามืดตามัวขี่จักรยานเข้าไปเบียดคันของนาฑีจนทำให้ทั้งสองคนเสียหลักล้มลงบนพื้น ส่งผลให้บีลีฟหัวแตกแล้วสลบไป


และนั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัวในอารมณ์ของตัวเอง


ผมทั้งกลัวและรู้สึกผิดต่อบีลีฟอย่างมาก หลังจากวันนั้นมาผมก็ไม่กล้ามองหน้าหรือสบตากับเธอตรงๆ อีกเลย ส่วนลึกในใจเป็นเพราะผมขี้ขลาดเกินไป ผมกลัวว่าวันหนึ่งผมอาจจะพลั้งมือทำร้ายเธออีกก็เป็นได้

 


หลังจากขี่รถมาสักพักก็มาหยุดลงตรงบริเวณเกือบสุดชายหาด บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงแสงจากพระจันทร์สาดส่องลงมาท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิดยามตีสองกว่าๆ ผมจอดรถแล้วหันมาประคองร่างเล็กลงจากรถด้วยความทุลักทุเลเล็กน้อย บีลีฟเมาพอสมควรเลยล่ะ ถึงจะไม่ได้หนักมากแบบพูดจาไม่รู้เรื่องเหมือนครั้งก่อนๆ แต่จากที่เห็นตอนนี้มันก็กึ่งๆ มากแล้วแหละ


“ถึงแล้วเหรอ” ดวงตาหวานหรี่มองไปทางทะเล ริมฝีปากสีสดคลี่ยิ้มนิดๆ แล้วเดินซวนเซเข้าหามันทันที แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเธอก็หันใบหน้าสวยกลับมาหาผมก่อนจะทำแก้มป่องใส่อย่างน่ารัก “อยากเมาอ่า ไปซื้อเบียร์ให้หน่อยน้า”


ไม่รู้ว่าที่บีลีฟพูดออกมานั่นเป็นคำสั่งหรือคำขอร้อง แต่น้ำเสียงหวานๆ ของเธอมันยวบหัวใจผมอย่างบอกไม่ถูก นี่ถ้าเป็นในเวลาปกติแล้วมาสั่งผมแบบนี้นะ ผมไม่มีทางทำให้หรอก แต่เพราะเธอเมาไง แถมไม่ได้อยู่ในโหมดนักเลงเหมือนที่ผ่านๆ มาด้วย จู่ๆ ก็กลายร่างจากพญาเหยี่ยวเป็นลูกนกตัวน้อยซะอย่างงั้น พูดเลยว่าปรับอารมณ์ตามไม่ทัน แต่เห็นแบบนี้แม่งโคตรได้ฟิลเลยว่ะ


ผมรีบหันหน้าหนีไปมองอีกฟากของถนนซึ่งมีร้านมินิมาร์ทเล็กๆ ตั้งอยู่เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเอง ตั้งสติสักพักก็หันกลับมาถามร่างบางด้วยความเป็นห่วง


“รอคนเดียวได้เหรอ”


“อือได้ อึก รีบมานะ” บีลีฟมองผมด้วยดวงตาคู่สวยพร้อมพยักหน้ารับช้าๆ แล้วเดินลงชายหาดไป ผมมองตามหลังเธอจนเห็นว่าเดินไปถึงด้านล่างโดยไม่หกล้มจึงหันหลังแล้วรีบวิ่งข้ามถนนเพื่อมาซื้อเบียร์ตามคำสั่งเมีย


เดี๋ยวนะ เมื้อกี้ผมพูดว่าอะไรนะ?


ตามคำสั่งเมียงั้นเหรอ


” ผมชะงักมือที่กำลังถือกระป๋องเบียร์เล็กน้อย เมื่อเห็นเงาสะท้อนของตัวเองผ่านประตูกระจก


เวรเอ้ย ยิ้มทำไมวะเนี้ยกู!


ผมตบแก้มตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกสติ อยู่ๆ ก็ยืมยิ้มแม่งอย่างกับคนบ้า ไม่รู้ว่ามีความสุขอะไรนักหนาถึงได้ยิ้มโดยไม่รู้ตัวแบบนั้น ผมส่ายหัวแรงๆ สองสามทีแล้วรีบเดินไปจ่ายเงินหน้าเค้าท์เตอร์ ตอนจะเดินออกจากมินิมาร์ทยังไม่วายหันไปมองกระจกอีกครั้ง


มึงบ้าเหรอไอ้เวฬา หยุดยิ้มสักทีโว้ย!

 

Loading...30%


ผมเดินกลับมาที่ชายหาดพร้อมกับถุงเบียร์ในมือ สายตากวาดมองหาร่างบางไปทั่วบริเวณซึ่งเธอควรจะอยู่แถวนี้ หากทว่ากลับมองไม่เห็นเลย ผมมองความว่างเปล่ารอบตัวด้วยหัวใจที่เริ่มกลัว ผมไม่ควรทิ้งบีลีฟไว้ในที่เปลี่ยวๆ แบบนี้คนเดียวเลย ผมปล่อยเธอที่กำลังเมาให้อยู่ในสถานที่ที่ไร้ผู้คนแบบนี้ได้ยังไงกันวะแม่ง!


หรือว่า


ความร้อนรนปะทุขึ้นมาในใจพร้อมกับสองเท้าที่วิ่งลงชายทะเล สายตาจับจ้องไปทางร่างเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินลงน้ำด้วยท่าทางเหม่อลอย ผมปล่อยถุงในมือทิ้งแล้วรีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต สองมือกำหมัดแน่นด้วยความหวาดกลัว และทันทีที่คว้าร่างบางได้ผมก็ดึงเธอเข้ามากอดแน่นพร้อมกับตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง


“ทำบ้าอะไรของเธอวะ! คิดจะตายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ! ทำไมถึงโง่แบบนี้วะ!!


” ผมยังคงกอดร่างบางแน่น ขณะที่บีลีฟเอาแต่ยืนเงียบไม่พูดจา ไม่ตอบโต้ผมสักคำ และไม่ขัดขืนผมด้วย


“อย่าทำแบบนี้ ขอร้องล่ะ ชีวิตเธอมีค่ามากนะบีลีฟ มีค่าสำหรับฉันมาก” ผมพละออกจากเธอพร้อมกับประคองใบหน้าสวยด้วยสองมือสั่นๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมร่างกายผมถึงเป็นแบบนี้ รู้แต่ว่าเวลานี้ผมโคตรกลัวเลยว่ะ กลัวจะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไป


“นาย


“ขอร้องได้ไหม” ผมพูดแทรกบีลีฟที่มองมาด้วยสายตาว่างเปล่า เธอเม้มริมฝีปากเหมือนทุกครั้งที่ชอบทำ เราสบตากันนิ่งขณะผมพูดคำขอร้องออกมา “เธอไม่เคยเห็นฉันในสายตาก็ไม่เป็นไรแต่เลิกมองมันสักทีได้ไหม ถ้าการต้องทนมองไอ้เวรนั่นมันทำให้เธอเจ็บ เธอก็แค่หลับตา อย่ามองมัน อย่าสนใจมันอีก”



“อย่าคิดสั้นแบบนี้เลยบีลีฟ อย่าทำเลยฉันขอร้อง”


“เดี๋ยวนะ” บีลีฟยกมือขึ้นผลักอกผมเบาๆ เพื่อให้ปล่อยกอดจากร่างกายเธอ สีหน้าคล้ายกับคนเพิ่งได้สติ ดวงตาหวานกระพริบปริบๆ ขณะจ้องมองผม “เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ”


“อย่าทำเลย?” ผมทวนคำให้อีกครั้ง


“ก่อนหน้านั้นสิ” ใบหน้าสวยส่ายน้อยๆ สองคิ้วขมวด


“อย่าคิดสั้น?”


“อ่าหะ หมายความว่ายังไงอ่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นจ้องผมตาแป๋ว ทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดกลัวปนตื่นตกใจเมื่อครู่จางหายไปหมดแล้ว


“ก็ เมื่อกี้เธอคิดสั้นไม่ใช่เหรอ ฉันเห็นเธอเดินลงทะเล


“หะ? ฉันเนี้ยนะคิดสั้น?” นิ้วเรียวยกขึ้นขี้หน้าตัวเอง “นายจะบ้าเหรอเวฬา ฉันไม่ได้คิดบ้าๆ แบบนั้นสักหน่อย”


“อ้าว แล้วเธอเดินลงน้ำทำไม”


“ฉันก็แค่ มึนๆ อยากจะอ้วกอ่ะ”


ว่าไงนะ


ผมถึงกับสตั้นไปหลายวินาที รู้สึกใบหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมาทันทีเลย นี่หมายความว่ายังไงวะ ผมเข้าใจผิดหรอกเหรอ? บีลีฟไม่ได้คิดสั้นงั้นเหรอ


“เธอไม่ได้จะฆ่าตัวตาย?” ผมถามย้ำอีกครั้ง และได้รับคำตอบด้วยการพยักหน้า เสียงคลื่นลมรอบตัวไม่ได้ช่วยกลบความหน้าแหกของผมได้เลย


โอ้ย! ไอ้เวนะไอ้เว! มึงนี่มันเป็นเอามากจริงๆ เลย!


“แสดงว่าฉันเข้าใจผิดไปเองสินะ” ผมขยี้หัวตัวเองแรงๆ อย่างโคตรจะอาย เมื่อกี้พูดห่าอะไรออกไปบ้างวะ จำไม่ได้แล้วด้วยดิ


“งั้นมั้ง” บีลีฟตอบ ริมฝีปากบางผุดรอยยิ้มเล็กๆ ขึ้น นั่นกระตุกหัวใจผมเลยทีเดียว “แต่ก็ขอบใจนายมากนะ เมื่อกี้ทำฉันตกใจจนสร่างเมาเลยแฮะ”


โอ้ยๆ ผมจะตายเพราะรอยยิ้มของผู้หญิงตรงหน้าแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ผมได้รับรอยยิ้มที่มาจากใจจริงของบีลีฟน่ะ แถมเธอยังยิ้มให้ผมตอนที่สร่างเมาแล้วด้วย มันเป็นอะไรที่โคตรจะแอคแทคผมเลย


ช๊อตนี้กูตาย!

 



[บทบรรยาย บีลีฟ]


ฉันสร่างเมาแล้ว อาจจะไม่ได้สร่างร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็มีสติสัมปชัญญะเกินครึ่ง ส่วนหนึ่งมาจากน้ำทะเลเย็นๆ และอีกส่วนมาจากผู้ชายที่กำลังนั่งอยู่ด้านข้างกัน ฉันเหลือบมองเวฬานิดๆ ก่อนจะหยิบเบียร์ขึ้นดื่มโดยที่ยังจ้องหน้าเขาอยู่ ดวงตาคมเข้มเหลือบมามองเช่นกัน และพอเห็นว่าถูกมองอยู่ก่อนแล้วเขาก็รีบเสสายตาหนีไป


“จ้องทำไม กำลังตกหลุมรักฉันอยู่หรือไง” ริมฝีปากหนาขยับถามขณะยกเบียร์ขึ้นจิบ ตรงหน้าเราสองคนตอนนี้มีกระป๋องเบียร์วางอยู่จำนวนไม่น้อยเลย ไม่รู้ว่านั่งดื่มกันเงียบๆ แบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว แต่ถ้าให้เดาจากจำนวนที่เห็นก็น่าจะพักใหญ่ๆ แล้วล่ะ


“ฉันสงสัยน่ะ”


“เรื่อง?” เวฬาหันกลับมามองฉันอย่างเต็มตา พอได้สบตากับเขาตรงๆ แบบนี้ อยู่ดีๆ ก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาแฮะ ฉันคงจะเริ่มเมาอีกแล้วสินะ


“เรื่องฉันกับเฮียฑี” ฉันเสสายตาออกไปทางทะเล เหม่อมองเกลียวคลื่นยามค่ำคืนที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องร่ำไร ได้ยินเสียงถอนหายใจสั้นๆ จากคนข้างกายเบาๆ “นายรู้นานหรือยัง”


“เรื่องไหนล่ะ” เวฬาแสร้งถาม แต่ฉันรู้นะว่าเขาเข้าใจในคำถามนั้นดี เมื่อเห็นฉันเงียบ เขาเลยเป็นฝ่ายพูดต่อ “แล้วถ้าฉันบอกเธอว่ารู้มานานแล้ว...


“...


เธอจะเชื่อฉันไหม?”


คำตอบของเขาเรียกสายตาจากฉันแทบจะในทันที ภายในหัวใจมันบีบรัดอย่างบอกไม่ถูก เขาหมายความว่ายังไงกันน่ะ จะบอกว่าเวฬารู้เรื่องระหว่างฉันกับนาฑีมานานแล้ว แต่เขาก็ยัง


“ถ้างั้น ทำไมนายถึงยังแต่งงานกับฉัน...”


Loading... 55%



ความเงียบคือคำตอบของผู้ชายตรงหน้า ฉันจ้องตาเขานิ่งด้วยความไม่เข้าใจ ฉันไม่เข้าใจจริงๆ นะ ถ้าเวฬารู้เรื่องของฉันกับนาฑีจริงๆ แล้วทำไมเขาถึงยอมแต่งงานกับฉันล่ะ...

 

ในตอนนั้นถ้าเวฬาปฏิเสธและช่วยฉันยืนกรานกับพวกผู้ใหญ่ว่าระหว่างเราคืนนั้นมันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น แม้ฉันจะยังไม่ชัวร์ในเรื่องนั้น แต่ถ้าเราสองคนช่วยกันยืนยัน การแต่งงานจอมปลอมนั่นมันก็คงจะไม่เกิดขึ้น และป่านนี้ฉันก็อาจจะได้หมั้นกับนาฑีไปแล้วด้วย


แต่ทว่า เวฬากลับไม่พูดอะไรเลย ฉันยังจำวันที่คุณลุงคุณป้าพาเขามาสู่ขอฉันกับพ่อแม่ได้อย่างขึ้นใจ เวฬาเอาแต่นั่งจ้องหน้าฉันเงียบๆ แล้วก็ปล่อยให้งานแต่งงานบ้าๆ นั่นเกิดขึ้น ปล่อยให้ชีวิตของฉันกับเขาต้องมาผูกมัดกันด้วยความไม่เต็มใจแบบนี้


“ทำไมไม่ตอบล่ะ มันตอบยากมากเลยหรือไง” ฉันหันกลับมามองทะเลพร้อมกระดกเบียร์จนหมดก่อนจะหยิบกระป๋องใหม่ขึ้นมาแล้วพยายามเปิด รู้สึกอยากเมาอีกแล้ว อยากเมาแล้วก็หลับๆ ไปไม่ต้องรับรู้อะไรอีกเลย


“ตอบไม่ยาก แต่ไม่อยากตอบ” เวฬายอกย้อนแล้วแย่งกระป๋องเบียร์ไปเปิดให้ก่อนจะเอื้อมมากุมมือฉันขึ้นแล้วยัดมันคืน ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนากระตุกหัวใจฉันเบาๆ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นผ่าน ฉันรีบชักมือกลับแล้วเบี่ยงตัวหนีไปอีกทางพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นทาบหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจ


บ้าจริง นี่ฉันเป็นบ้าอะไรไปเนี้ย เมามากถึงขนาดใจเต้นกับเวฬาเลยหรือไง


“เธอน่ะ เสียใจมากเลยหรือไงที่เจ้าบ่าวไม่ใช่นาฑี แต่เป็นฉัน”


ฉันนิ่งงัน อธิบายความรู้สึกตัวเองตอนนี้ไม่ถูกเลย มันเป็นคำถามที่ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยลังเลคำตอบ หากทว่าเวลานี้ฉันกลับตอบตัวเองไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังสับสน


“ไม่รู้สิ ถ้าเป็นตอนแรกที่แต่งกันก็คงจะใช่นะ” ฉันยิ้มนิดๆ ขณะหันกลับมาจ้องหน้าเวฬา “ฉันโคตรเสียใจเลยรู้ป่ะที่ต้องแต่งกับนายน่ะ”


“งั้นแสดงว่าตอนนี้ไม่เสียใจ?”


“ก็เฉยๆ นะ คงเป็นเพราะมีเรื่องอื่นให้เสียใจมากกว่ามั้ง”


รอยยิ้มสมเพชปรากฏขึ้นมุมปากฉันก่อนกระดกเบียร์ย้อมใจ รู้สึกได้ถึงสายตาคมที่กำลังจับจ้องมา เวฬาจ้องฉันนานมากกว่าจะละสายตาไป


“เรื่องที่นายพูด ก่อนหน้านี้” อยู่ๆ ฉันก็นึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งของเวฬาที่เขาตะโกนบอกตอนฉันกำลังเดินลงทะเลขึ้นมาได้ คำพูดที่ทำให้ฉันสร่างเมาโดยไม่รู้ตัว “ที่บอกว่า ถ้าไม่อยากมองให้เจ็บก็แค่หลับตาน่ะ”



“คิดว่าทำแบบนั้นแล้วมันจะได้ผลจริงๆ น่ะเหรอ ฉันน่ะ จะลืมเขาได้จริงๆ น่ะเหรอ” ฉันว่าฉันเริ่มเมามากแล้วล่ะ สังเกตได้จากอาการพูดมากจนเกินไป คิดอะไรแล้วก็พูดออกมา แถมยังกล้าสู้สายตากับผู้ชายที่มีใบหน้าคล้ายกับเขาคนนั้นตรงๆ อีกต่างหาก


“งั้นเธอก็ลองหลับตาดูสิ”


” สองตาสบกันนิ่งท่ามกลางแสงสีนวลอ่อนๆ เริ่มปรากฏขึ้นสุดปลายขอบฟ้าจรดขอบทะเล แสงสวยงามบนท้องฟ้าส่องสว่างทำให้เรามองเห็นใบหน้าของกันและกันชัดขึ้น ฉันสบตากับเขานิ่งโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงตามคำแนะนำของเวฬา


ก็แค่หลับตางั้นเหรอ


ความมืดมิดฉายชัดอยู่ในหัวสมองอันแสนหนักอึ้งของฉัน ภาพความทรงจำมากมายผุดเข้ามาช้าๆ ล้วนเป็นภาพระหว่างฉันกับนาฑีทั้งหมด มันเป็นภาพที่ฉันอยากจะลบทิ้งไปเหลือเกิน ไม่อยากจะจดจำให้เจ็บปวดอีกแล้ว ในเมื่อเขาเองก็ไม่ได้ต้องการที่จะจดจำมันเช่นกัน 


ซึ่งมันไม่แฟร์สำหรับฉันเลย... ฉันควรจะลืมเขา


หากทว่าระหว่างที่ฉันกำลังสับสนในใจ ฉันกลับรู้สึกถึงสัมผัสอบอุ่นบางอย่างแตะแต้มลงข้างแก้มก่อนจะลากไปทางด้านหลังและสัมผัสท้ายทอยของฉันอย่างแผ่วเบา ขณะนั้นเอง ริมฝีปากเย็นเฉียบจากอากาศหนาวเย็นของฉันถูกความอ่อนนุ่มแสนกรุ่นร้อนทาบทับลงมาเบาๆ สองตาลืมขึ้นโดยอัตโนมัติ


เวฬากำลังทำอะไรน่ะ นี่เขากำลังจูบฉันอย่างนั้นเหรอ


ฉันร้องถามตัวเองในใจ สองตาสบนิ่งกับดวงตาเรียวคมดุจมังกร ฝ่ามือหนารั้งท้ายทอยของฉันเข้าหาแนบชิดพลางเปลี่ยนองศาใบหน้าเพื่อทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างลึกซึ้งมากกว่าเดิม สัมผัสอ่อนหวานล้ำลึกฉุดรั้งสติและความคิดของฉันจนแทบหมดสิ้น เรียวลิ้นกรุ่นร้อนเจือรสเฝื่อนขมของเบียร์รุกล้ำเข้ามากวาดต้อนกัน


เวฬาบดจูบและดูดดึงสติสัมปชัญญะของฉันไปอย่างช้าๆ เขาเอนตัวฉันลงนอนราบบนผืนทรายขณะร่างสูงเคลื่อนตัวคร่อมทับ เขาไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงมาแนบชิด เพียงแค่ใช้แขนค้ำยันบนพื้นทรายขณะริมฝีปากยังคงทำหน้าที่เผาผลาญฉันต่อไปอย่างไม่คิดจะหยุดพัก


หัวใจฉันเต้นรัวไปกับจูบแสนหวานที่กำลังมอมเมาและบดขยี้ริมฝีปากบางซ้ำๆ ความอ่อนโยนลึกล้ำค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงมากขึ้น และมากขึ้น ราวกับว่าเวฬากำลังสูบพลังชีวิตไปจากฉันเลย


ไม่รู้ว่าเพราะความเมาหรือเพราะจูบอันแสนเนินนานของเวฬากันแน่ที่ทำให้ฉันรู้สึกหมดแรง พร้อมกับสติที่เริ่มขาดหายไปช้าๆ ก่อนประสาทการรับรู้ทั้งหมดจะค่อยๆ ปิดสวิซลง ขณะได้ยินคำพูดประโยคสุดท้ายจากเขาที่มันดังแทรกเข้ามาในสมองและทะลุไปยันหัวใจ


“ฉันจะลบมันออกไปจากหัวใจของเธอเอง บีลีฟ”

 

Loading... 80%

 

หนึ่งเดือนก่อน


ยิ้มหน่อยสิลูก วันนี้เป็นวันสำคัญของบีนะ เสียงเตือนจากผู้เป็นแม่เรียกเสียงถอนหายใจจากเจ้าสาวแสนสวยที่กำลังยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ดวงตาหวานจับจ้องเงาตัวเองผ่านกระจกนิ่ง ความอึดอัดภายในใจทำให้อยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ อยากจะฉีกทึ้งชุดเจ้าสาวบนร่างกายให้ขาดไปเลย


วันนี้มันไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับบี


บีลีฟ…’ เมบีถอนหายใจขณะจับจ้องลูกสาวสุดที่รัก เธอรู้อยู่เต็มอกว่าบีลีฟต้องฝืนใจกับงานแต่งงานครั้งนี้มากแค่ไหน แต่นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับบีลีฟ คนเป็นแม่อย่างเธอไม่สามารถปล่อยให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกสาวผ่านไปง่ายๆ เด็ดขาด แม้จะเป็นการบังคับฝืนใจยังไงก็ตาม ที่สุดแล้ว เวฬาก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พลาดพลั้งไปอยู่ดี


ก๊อกๆ


ประตูห้องแต่งตัวถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงในชุดสูทสีดำ ความหล่อของพ่อเจ้าสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาเรียกสายตาจากบรรดาช่างแต่งหน้าทำผมแทบจะในทันที กาฬวาตหยุดลงตรงหน้าลูกสาว ดวงตาอบอุ่นจ้องมองพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน


วันนี้ลูกสาวของปะป๊าสวยที่สุดเลยค่ะ


สวยแบบหน้าบึ้งๆ ใช่มั้ยคะ ลูกสาวยอกย้อนพลางทำหน้าบึ้งอย่างที่พูด เมบีกับกาฬวาตมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนจะแตะมือลงบนไหล่เปลือยเปล่าของแก้วตาดวงใจ


ไม่เอาน่าบี วันนี้เป็นวันที่ป๊ากับม๊าและเจ้รอคอยมากที่สุดเลยนะ พวกเราอยากเห็นบีมีความสุขนะ เสียงหวานจากลันตาพี่สาวคนโตเอ่ยบอก มือบางเกาะกุมมือน้องสาวด้วยความรัก เวลานี้คนอื่นๆ ทยอยออกจากห้องแต่งตัวไปหมดแล้ว เหลือเพียงคนในครอบครัวที่ยังยืนอยู่ด้วยกัน


ผลักไสให้บีแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเนี้ยนะ แถมยังต้องย้ายไปอยู่กับหมอนั่นด้วย บีไม่เข้าใจหรอกนะเจ้ลัน


ม๊าไม่ได้ผลักไสบีนะลูก ม๊าแค่อยากทำให้มันถูกต้อง เมบีลูบผมบีลีฟเบาๆ ก่อนเสียงประตูห้องจะถูกเคาะอีกครั้งเพื่อสงบศึกภายในห้อง


ก๊อกๆ


ลันตาเป็นคนเดินไปเปิดประตู ทุกสายตาจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยความเงียบสงัด ร่างสูงในชุดเจ้าบ่าวสีขาวยืนเด่นอยู่ตรงนั้น วันนี้เวฬาดูหล่อมากในสายตาทุกคน ยกเว้นสายตาของเจ้าสาวเพียงคนเดียวที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ


ผมขอคุยกับบีลีฟสักครู่ได้ไหมครับคุณน้า คำขอของเวฬาทำให้กาฬวาตและเมบีลำบากใจเล็กน้อย ทั้งคู่หันกลับมามองลูกสาวผู้เป็นที่รักก่อนจะพยักหน้ารับแล้วจูงมือลันตาเดินออกจากห้องไป ทิ้งเจ้าสาวแสนสวยอยู่กับเจ้าบ่าวสุดหล่อเพียงสองต่อสองภายในห้องแต่งตัว


ออกไป


นั่นคือประโยคแรกที่บีลีฟพูดกับเวฬานับตั้งแต่วันที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายทำการสู่ขอเธออย่างเป็นทางการ และยังเป็นประโยคแรกหลังจากคนทั้งคู่มีปากเสียงกันในครั้งนั้นอีกด้วย


ก็รู้ว่าฝืนใจ แต่มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว


‘…’


ยังไงวันนี้เราก็ต้องแต่งงานกัน


บีลีฟเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกอยากจะตบหน้าเขาแรงๆ สักที ทั้งที่เธออุตสาห์ขอร้องเขาไปแล้วแท้ๆ ว่าให้ช่วยต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้ด้วย เพราะเธอไม่ต้องการแต่งงานกับเขา และเขาเองก็ไม่ได้อยากจะแต่งกับเธอ หากทว่าเวฬากลับไม่คิดจะช่วยเธอเลย เขาเอาแต่เงียบในขณะที่เธอพยายามต่อต้านทุกวิถีทาง


นายมันขี้ขลาด ฉันเกลียดคนอย่างนายที่สุด


คำด่าของเจ้าสาวแสนสวยตรงหน้าเปรียบเสมือนใบมีดทิ่มแทงหัวใจแกร่ง แต่ร่างสูงสามารถเก็บอาการเอาไว้ได้ดี เวฬายิ้มสมเพชให้กับตัวเองก่อนจะเดินเข้าหาเธอช้าๆ พร้อมคำพูดที่ตั้งใจจะปั่นประสาทเจ้าสาวแสนสวยของเขา


โบราณเขาว่า เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้นฉันชักจะเชื่อแล้วสิ

 


พิธีแต่งงาน


ขอเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวกล่าวคำปฏิญาณ


เสียงบาทหลวงเริ่มพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ดังก้องกังวานไปทั่วโบสถ์ ท่ามกลางบรรยากาศของงานแต่งงานตามศาสนาคริสต์ซึ่งมีผู้มาร่วมงานไม่กี่สิบคนเท่านั้น เพราะจัดกันเงียบๆ มีเพียงคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิทบางส่วนเท่านั้นที่ถูกเชิญมาร่วมเป็นสักขีพยาน


ผมนายเวฬา พิพัฒรังสรรค์ ขอรับนางสาวบีรญา อัครพงษ์สวัสดิ์เป็นภรรยาเจ้าบ่าวเป็นฝ่ายกล่าวคำปฏิญาณก่อน เสียงของเขาดังก้องท่ามกลางความเงียบสงัด


...


ขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อภรรยา... ทั้งในยามสุขและยามทุกข์... ในเวลาป่วยและเวลาสบาย


...


จะรัก…’ เจ้าบ่าวเหลือบมองเจ้าสาวข้างกายก่อนจะพูดต่อ จะยกย่อง และให้เกียรติภรรยาจนกว่าชีวิตจะหาไม่


หลังจากเจ้าบ่าวกล่าวคำปฏิญาณจบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เจ้าสาวคนสวยคล้ายกดดันกรายๆ ให้เธอกล่าวคำปฏิญาณเช่นกัน บีลีฟเม้มริมฝีปากแน่น สองมือที่กำช่อดอกไม้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ สีหน้าของเธอราวกับคนกำลังจะขาดอากาศหายใจก็ไม่ปาน


ฉะ ฉัน... นางสาวบีรญา อัครพงษ์สวัสดิ์ ขอรับ... เสียงหวานหยุดชะงักจนทุกคนลุ้นตามไปด้วย ขณะดวงตาหวานเหลือบมองไปทางด้านข้างและจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาของใครอีกคนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากแท่นพิธีมากนัก เขาจ้องตาเธอกลับด้วยแววตานิ่งงัน ไร้อารมณ์ใดใดในสายตาคู่นั้น ความเจ็บปวดเสียใจทำให้ริมฝีปากบางเอ่ยคำต่อมาด้วยเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ นายเวฬา พิพัฒรังสรรค์เป็นสามี


‘…’


ขอสัญญาว่า... จะซื่อสัตย์ต่อสามี ทั้งในยามสุขและยามทุกข์... ในเวลาป่วยและเวลาสบาย


‘…’


จะรัก... ยกย่องและให้เกียรติสามีจนกว่าชีวิตจะหาไม่


คำปฏิญาณของบ่าวสาวสิ้นสุดลงพร้อมกับอิสรภาพที่สูญหายไป หัวใจดวงน้อยเจ็บหนึบจนชาไปหมด รู้สึกเกลียดตัวเองที่แอบหวังว่าจะมีใครสักคนเอ่ยคัดค้านการแต่งงานครั้งนี้ขึ้นมา หากทว่า ไม่เลย ไม่มีใครเลยที่จะทำแบบนั้น


เชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวสวมแหวนให้กัน 


บาทหลวงยังคงทำหน้าที่ต่อไปอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง  เจ้าบ่าวและเจ้าสาวหันหน้าเข้าหากัน แหวนวงเล็กถูกหยิบขึ้นมาสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของร่างบาง เธอจ้องมองมันด้วยความรู้สึกเฉยชา ก่อนจะหยิบแหวนอีกวงขึ้นสวมให้กับร่างสูงโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองเขาเลย


เมื่อพิธีแลกแหวนเสร็จสิ้น เหมือนทุกอย่างจะจบลงแล้ว แต่ไม่เลย เพราะประโยคต่อมาของบาทหลวงเปรียบเสมือนคมมีดปักเข้ากลางหัวใจ


เชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจูบสาบานต่อหน้าพระเจ้า


ไม่นะ…’


คราวนี้ดวงตาหวานเลื่อนขึ้นสบตาเจ้าบ่าวทันที ริมฝีปากบางกระซิบห้าม แต่กลับได้รับเพียงการกระตุกยิ้มมุมปากก่อนมือหนาเอื้อมประคองใบหน้าสวยในเวลาต่อมา


“ยะ อย่า อื้อ” เสียงหวานถูกทาบทับด้วยริมฝีปากกรุ่นร้อน หากทว่าภาพการจูบสาบานต่อหน้าพระเจ้าและสักขีพยานทุกคนนั้นไม่ได้เป็นภาพติดตาและจำฝังใจเพียงแค่เจ้าสาวเท่านั้น แต่ยังมีใครอีกคนที่ไม่อาจทนมองภาพเหล่านั้นได้ เขาจึงเลือกเดินหนีออกจากโบสถ์มาโดยที่พิธีแต่งงานยังไม่จบลงด้วยซ้ำ


จูบสาบานต่อหน้าพระเจ้าอย่างนั้นเหรอ หึ พระเจ้าที่ไม่เคยมีอยู่จริงน่ะสิ!


TO BE CONTINUED

    
รักเรื่องนี้จิ้มเลย
V
V
ADD ME
 



TALK 2
พาย้อนอดีตกันสักหน่อยย >.,<
ว่าแต่ใครกันน้าที่ทนเห็นภาพนั้นไม่ได้ งุงุ
อ่านแล้วเม้นด้วยจ้า ซีนหน้างานมิ้งๆ จะมาอีกมั้ย รอลุ้นน
#สั่งซื้อหนังสือกันได้แล้วน้า





TALK 1
ฮิ้ววว เจอยิ้มเมียเข้าไปหน่อย ถึงกับระเบิดตัวเองตายเลยนะเฮีย 555
ซีนนี้เป็นโมเม้นดีๆ  ที่เกิดขึ้นครั้งแรกของพวกนางเลยนะ
จิบเบียร์เผยความในใจเนี้ย 555 ช่างเป็นพระ-นางสายลำยองจริงๆ
รักใคร ชอบใคร เม้นด้วยยย เม้นลด หดหาย เค้าจับดองเค็มเลยนะ -.-
วางจำหน่าย E-Book แล้วนะคะ
เหล่าสาวกนิยายอิเลคทรอนิคเชิญสอยเฮียเวฬากันได้แล้วค่าา
 
  
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,543 ความคิดเห็น

  1. #3542 0897935056 (@0897935056) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 17:49
    ชอบเวฬาไม่อยากเจ็บก็หลับตา
    #3,542
    0
  2. #3535 pcjy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 16:24
    นาฑีชอบบีลีฟแน่ๆ
    #3,535
    0
  3. #2406 dreamptk (@dreamptk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 23:12
    เราว่านาฑีต้องชอบบีลีฟแน่ๆ แต่เสียสละให้น้อง เพราะรู้ว่าน้องชอบบีลีฟ โอ้ยยยยเศร้า
    #2,406
    0
  4. #1343 Naabwunnnn. (@nupneungz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 14:33
    มีความอยากรุ้มากๆ ว่านาฑี คิดไลกับบีลีฟบ้างมั้ย รึสุดแล้วสละเพื่อน้องชาย นี่อยากรุ้ปมมนาฑีมากกก!
    #1,343
    0
  5. #1235 Phapatsara (@Phapatsara) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 01:47
    หน่วงระดับสิบบบบบ
    #1,235
    0
  6. #1234 jjalaxy (@achalaya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 00:03
    นาฑีแน่ๆเลยทึ่เดินออกมา
    #1,234
    0
  7. #1233 sweet1997 (@sweet1997) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 23:52
    นาฆีหรอ?
    #1,233
    0
  8. วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 22:39
    อยากให้หวานกันบ้าง 555555
    #1,232
    0
  9. #1231 devilrecords (@devilrecords) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 21:32
    คนที่เห็นต้องเป็นนาฑีแน่ๆ นาฑีคงไม่ได้รักบีลีฟหรอกใช่มั้ย อาจจะแค่รู้สึกเสียหน้าที่โดนแย่งไป

    ผู้ชายแบบนาฑีนี่มองออกอยากว่าจะทำอะไร คิดยังไง
    #1,231
    0
  10. #1230 leegeesoo (@leegeesoo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 21:17
    นาฑีนี่แบบน่ากลัวกว่าเวฬาด้วยซ้ำ ร้ายแบบลึก ลึกมากๆ
    #1,230
    0
  11. #1229 Nui_MinMIn (@nuiminminloves) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 19:40
    เอียนาฑีหรือเปล่าเนี้ย
    #1,229
    0
  12. #1228 2303tum (@2303tum) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 19:16
    นาฑีชอบบีลีฟใช่ป่าวถึงได้คอยมองตอนอยู่ผับก็เหมือนกัน
    #1,228
    0
  13. #1227 FearPhoebe (@lovethehope99) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 18:57
    ใครทนมองไม่ได้อะ ดราม่าหล่าว5555 เวฬาสู้สู้นะลูก
    #1,227
    0
  14. #1226 Frongkanokpan (@Frongkanokpan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 18:53
    นาฑีชอบบีลีฟ ทำไมถึงปล่อยมา รักน้องมากกว่าว่างั้น เอ๊ะ ยังไง
    #1,226
    0
  15. #1225 Frongkanokpan (@Frongkanokpan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 18:52
    เห้ออออออ
    #1,225
    0
  16. วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 18:41
    เอิ่มมมมม อย่ายอกว่านาฑีก็ชอบบีด้วยนะ
    แล้วทำไม??????
    #1,224
    0
  17. วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 18:41
    เอิ่มมมมม อย่ายอกว่านาฑีก็ชอบบีด้วยนะ
    แล้วทำไม??????
    #1,223
    0
  18. #1222 jirapon- (@jirapon-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 18:35
    ปมมาอีกแล้ววว
    #1,222
    0
  19. #1221 AwatchadaSriphet (@AwatchadaSriphet) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 11:31
    จัดหนักเลยเฮีย
    #1,221
    0
  20. #1220 chalisa_ab (@chalisa_ab) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 09:22
    เฮียเวสู้ๆๆ
    #1,220
    0
  21. #1219 sirada1902 (@sirada1902) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 08:37
    เฮียรุกซะที สู้ๆเฮีย
    #1,219
    0
  22. #1218 Pratrana Sithiwong (@zenraphaer-12) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 08:30
    ว้าย พ่อเทพบุตรของเจ้ ^____^
    #1,218
    0
  23. #1217 jjalaxy (@achalaya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 01:40
    ลอกไปเลยว่ารักดังๆเฮียเว #ทีมเวฬา #ทีมเฮียเว
    #1,217
    0
  24. #1216 chuleesri (@chuleesri) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 01:15
    อ่ออออว
    #1,216
    0
  25. #1215 neuy_neuy (@neuy_neuy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 00:33
    เฮียเว สู้ๆน้าาาาาาาา
    #1,215
    0