SAVAGE WIFE #เมียใจมาร

ตอนที่ 10 : ll BATTLE 07 ll #ส่วนเกินของชีวิต 120 Per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,508
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

 
Devil Smiley
 
 
 

 
 
ll BATTLE 07 ll
 
 
#ส่วนเกินของชีวิต
 
 
 
LOSER 외톨이
คนขี้แพ้ที่เดียวดาย
센 척하는 겁쟁이
คนขี้ขลาดที่แกล้งทำเป็นเข้มแข็ง
못된 양아치 거울 속에 넌 
แกล้งทำเป็นคนร้ายๆ คุณที่อยู่ในกระจกนั้นเป็น...

JUST A LOSER 외톨이 
แค่คนขี้แพ้ที่เดียวดาย
상처뿐인 머저리
คนโง่ที่เต็มไปด้วยบาดแผล
더러운 쓰레기 거울 속에 난 I’M A LOSER
เป็นขยะสังคม ฉันที่อยู่ในกระจกนั้น ฉันมันก็แค่ไอ้คนขี้แพ้
 
 
 

 

ตึง!

 

นี่มัน เรื่องอะไรกัน?!!’  เสียงคุ้นเคยของใครสักคนกังวานเข้ามาในหัวสมองที่กำลังหนักอึ้งของฉัน ก่อนจะตามมาด้วยฝ่ามือเย็นเฉียบพยายามฉุดแรงเรียกสติเพื่อให้ฉันลืมตาขึ้น เสียงเดิมโวยวายและพยายามปลุกฉันอย่างวุ่นวาย นั่นทำให้ฉันจำใจต้องฝืนลืมตาขึ้นมา แม้มันจะยากลำบากเพียงไหนก็ตาม

 

อื้อ อะไรอ่ะม๊า บีจะนอน ว่าจบก็พลิกตัวหนีไปอีกทางด้วยความงัวเงีย จังหวะนั้นแขนของฉันพาดลงบนที่นอนที่ควรจะว่างเปล่า หากทว่ามันกลับมีอะไรบางอย่างเข้ามาแทนที่ บางอย่างที่ฝ่ามือของฉันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและนุ่มลื่น คล้ายกับผิวกายของแผ่นหลังใครสักคน ซึ่งมัน ไม่ควรจะมาอยู่ตรงนี้

 

พรึ่บ!

 

ฉันถลันตัวลุกขึ้นนั่งบนที่นอนด้วยความเร็วแสง สองตาเบิกกว้างมองตรงไปทางร่างเล็กของผู้เป็นแม่ ใบหน้าที่ยังเค้าความสวยเฉียบเต็มไปด้วยความกังวล และตื่นตกใจ

 

อะไร กะ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?

 

มะ ม๊า…’ น้ำเสียงแหบแห้งเปล่งออกมาเบาๆ สายตาจับจ้องดวงตาคมเฉี่ยวที่กำลังหลุบมองอะไรบางอย่างข้างกายฉัน ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ไม่กล้าจะมองตามสายตาของแม่เลย ตอนนี้ดูเหมือนสมองของฉันเริ่มกลับมาทำงานแล้ว และมันโคตรจะไม่โอเคเลยกับความรู้สึกแบบนี้

 

บี นี่ลูก…’

 

อะ อะไร คะม๊า…’ ฉันกระพริบตาปริบๆ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเลย สองมือที่กำลังรวบผ้านวมแนบอกเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ฉันไม่อยากคิดไปเองหรอกนะ แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหวิวๆ ตามร่างกายแปลกๆ มันโล่งๆ คล้ายกับไม่ได้สวมใส่อะไรเลย

 

นั่นใช่ นาฑีหรือเปล่า

 

หะ! อะไรนะ?!

 

คำถามของแม่เหมือนหมัดน๊อคเอ้าท์กันกลางอากาศ มันช่วยตอกย้ำให้รู้ว่าบนที่นอนแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ร่างอันเปลือยเปล่าของฉันคนเดียว แต่ยังมีร่างของใครอีกคนนอนอยู่ข้างกันด้วย เขาที่ฉันไม่กล้าหันไปมอง

 

ไม่จริง นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับฉัน เมื่อคืนฉันเมาหนักมากจนแทบไม่เหลือสติเลยด้วยซ้ำ จำไม่ได้ว่าเข้ามานอนที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมถึงมาอยู่ในสภาพแบบนี้ได้

 

เมื่อความอึดอัดและความกดดันจากสายตาของแม่ ฉันจึงจำใจหันกลับมามองด้านข้างตัวเอง แผ่นหลังเปลือยเปล่าของผู้ชายคนหนึ่งทอดกายอยู่ตรงนั้น ลมหายใจของฉันติดขัดขณะจับจ้องรอยสักลวดลายสวยงามบนเรือนร่างของเขา ริมฝีปากเม้มแน่นเล็กน้อย สายตาเลื่อนขึ้นมาหยุดลงตรงเส้นผมสีดาร์กช๊อคโกแลตแสนคุ้นตา

 

ไม่ เป็นไปไม่ได้ มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ!!

 

นั่น เวฬาไม่ใช่เหรอ

 

‘…’

 

ผู้ชายที่นอนอยู่บนเตียงลูกคือเวฬาใช่ไหมบีลีฟ?!!’

 

และโลกของฉันก็พังลงนับตั้งแต่เช้าวันนั้น

 

 

หลายวันต่อมา

 

อะไรนะม๊า! แต่งงาน?! ม๊าจะให้บีแต่งงานกับใครนะคะ?!’ ฉันวางเสื้อกราวน์ในมือลงบนโซฟาแล้วหันกลับมาสบตากับแม่ตรงๆ พ่อเดินลงจากบันไดบ้านมาหยุดยืนข้างแม่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แม้แต่เจ้ลันตาที่นั่งอยู่ตรงโซฟาก็ยังหันมามองพวกเรา

 

ม๊าจะให้บีแต่งงานกับเวฬา

 

วะ ว่าไงนะ

 

ทำไมคะ?! ทำไมบีต้องแต่งงานกับหมอนั่นด้วย?! บีกำลังจะหมั้นกับเฮียฑีนะม๊า!’ ฉันโวยวายเสียงดังใส่แม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต เจ้ลันตาลุกขึ้นมาจับไหล่ฉันเบาๆ คล้ายเรียกสติ พ่อมองฉันสลับกับแม่สักพักก็เดินเข้ามาลูบผมฉันด้วยความอ่อนโยน

 

ใจเย็นๆ นะคะคนเก่งของป๊า ฟังเหตุผลของม๊าก่อนนะลูก ถึงป๊าจะไม่ชอบใจนัก แต่มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้ พ่อกาฬวาตของฉันยังคงความอบอุ่นทุกสถานการณ์เสมอ และมันสามารถดับไฟร้อนลงได้อย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนอารมณ์ของฉันจะเย็นลงกึ่งหนึ่งทันที

 

ทางออกอะไรกันคะป๊า ให้บีไปแต่งงานกับแฝดน้องในขณะที่กำลังจะหมั้นกับแฝดพี่เนี้ยนะคะ? ฉันถามอย่างไม่เข้าใจมากๆ พ่อกับแม่เป็นอะไรไป ทำไมอยู่ๆ ถึงมาพูดแบบนี้กับฉัน

 

แต่แฝดน้องที่บีกำลังพูดถึงน่ะ เขา…’ แม่เม้มปากเล็กน้อย สีหน้าลำบากใจที่จะพูด “เขานอนกับบีแล้วนะลูก”

 

อะไรนะคะ?ฉันชะงักไปกับคำพูดของแม่ พ่อเบือนหน้าหนีไปอีกทางเหมือนยังรับกับเหตุการณ์นั้นไม่ได้ ฉันเข้าใจทุกอย่างขึ้นมาทันทีเลย เข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ถึงเปลี่ยนใจกะทันหันแบบนี้ แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ พ่อกับแม่จะทำแบบนี้ไม่ได้ ไม่เอานะ บีไม่แต่งกับเขา บีไม่ได้รักเขานะม๊า

 

ไม่แต่งไม่ได้นะบีลีฟ ลูกเป็นของเวฬาไปแล้ว เขาต้องรับผิดชอบลูก

 

แต่บีไม่ต้องการค่ะ! บีไม่อยากแต่งกับเวฬา!’

 

ไม่ได้เด็ดขาด แม่จะบังคับฉันแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาดนะ! ฉันกำลังจะหมั้นกับนาฑีแล้วแท้ๆ ความฝันของฉันกำลังจะสมหวังอยู่แล้ว ทำไมล่ะ ทำไมเรื่องทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้!

 

แต่บีต้องแต่ง…’

 

‘…’

 

ม๊าจะไม่ยอมให้บีท้องไม่มีพ่อเด็ดขาด!!’

 

 

 

 

เฮือก!

 

สองตาอันแสนเหนื่อยล้าลืมขึ้นโพรงท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องอันเย็นเฉียบ แรงหายใจหอบเหนื่อยสร้างความอึดอัดให้กับฉันอย่างมาก ร่างกายเหมื่อยล้าอ่อนเพลียไปทั่วทุกส่วน เมื่อวานฉันคงเมามากไปหน่อยสินะ ดื่มหนักทีไรร่างพังแบบนี้ทุกทีเลย

 

เดี๋ยวนะ ว่าแต่ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้?

 

หลังจากเรียกสติกลับมาจนเกือบครบ สองมือพยุงตัวเองขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สายตากวาดมองไปทั่วห้อง ความรู้สึกหนักๆ ตรงช่วงหน้าท้องเรียกความสนใจจากฉัน สองตาหลุบต่ำมองอะไรบางอย่างที่กำลังวางพาดอยู่บนร่างกายตัวเองก่อนจะนิ่งงันไปราวถูกสะกด

 

 

นี่มัน ท่อนแขนของใครกัน ใครกำลังนอนกอดฉันอยู่?

 
 
 
Loading...30%
 
 
 
 

สายตาเลื่อนจากท่อนแขนเปลือยเปล่าไล่ไปตามรอยสักสวยงามลามไปยังแผ่นหลังแกร่ง หัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งกับความใกล้ชิดราวกับเดจาวู เรือนผมสีดาร์กช๊อคโกแลตปรากฏให้เห็นพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาครึ่งเสี้ยวที่กำลังหลับใหล เหมือนกับในความฝันเลย มันเหมือนกับคืนบ้าๆ นั่นไม่มีผิด จะผิดก็ตรงที่สถานะระหว่างเราตอนนี้เปลี่ยนไป

 

พลั่ก!

 

“เฮ้ย!

 

เสียงแรกเป็นเสียงของร่างหนากระแทกลงบนพื้นห้อง ส่วนเสียงที่สองคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าเป็นเสียงของใคร ฉันเป็นคนผลักเวฬาเองแหละ ด้วยความกรุ่นโกรธ ความปวดเนื้อปวดตัว หรือความแฮงค์ก็ตาม มันทำให้ฉันหงุดหงิดมากที่ตื่นมาเห็นภาพเดิมราวกับย้อนกลับไปในเหตุการณ์บ้าบอคืนนั้น

 

พอนึกถึงมันแล้วก็โมโห พอโมโหมือและเท้ามันก็พร้อมใจกันผลักดันผู้ชายข้างกายให้ออกไปไกลตัวทันที

 

“มันเจ็บนะบีลีฟ เล่นอะไรของเธอวะ” เวฬาปีนขึ้นมาบนเตียงด้วยสีหน้าหงุดหงิดและงัวเงียในคราวเดียวกัน ฉันกรอกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อสายตาปะทะกับแผงอกเปล่าเปลือยที่มีรอยสักลวดลายเท่ๆ แสนดึงดูดสายตาพาดผ่านอยู่ เขาทิ้งตัวนั่งลงที่เดิมแล้วทำท่าจะนอนต่ออย่างหน้าตาเฉย

 

นี่คิดว่าเมื่อกี้มือฉันกระตุกหรือไง? ต้องหน้าด้านเบอร์ไหนถึงจะทำมึนแบบหมอนี่ได้!

 

“ออกไปจากห้องเลยนะเวฬา! นายเข้ามาทำบ้าอะไรในนี้เนี้ย!” ปากก็ว่า สองมือก็รัวทุบไหล่เขาแรงๆ เวฬาทิ้งตัวลงนอนแล้วพลิกกลับมารวบข้อมือฉัน สีหน้าหงุดหงิดระดับสิบริกเตอร์ เขาคงจะง่วงนอนมาก แต่ฉันไม่สน!

 

“โวยวายอะไรนัก นี่มันห้องฉันนะอย่าลืม” ฉันชะงักไปเล็กน้อย สายตาจับจ้องใบหน้าหล่อๆ ที่อยู่ใกล้จนเกินพอดี เหมือนเวฬาจงใจดึงข้อมือฉันเข้าหาตัวเอง ทำให้ตัวฉันที่กำลังนั่งอยู่จำต้องเอนลงไปหาตามแรงฉุดรั้งนั่น เราสบตากันชั่วครู่แล้วปล่อยให้ความเงียบกลืนกินรอบตัว

 

บ้าจริง ทำไมอยู่ดีๆ ฉันถึงรู้สึกแปลกๆ กับสายตาของเวฬานะ หรืออาจจะยังไม่ชินเพราะก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยสบตากับฉัน คงใช่ มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ

 

“งั้นก็ปล่อย เดี๋ยวออกไปเอง” ฉันยื้อข้อมือกลับ เบี่ยงหน้าหนีเพื่อหลบตาไปอีกทาง ไม่อยากจ้องหน้าเวฬานานๆ เพราะมันทำให้หวนนึกถึงใครอีกคนที่หน้าตาเหมือนเขาอย่างกับแกะ

 

นึกแล้วมันเจ็บ ยิ่งเห็นก็ยิ่งเจ็บ ไม่อยากเห็นแล้ว

 

“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นอ่ะ นอนด้วยกันนี่แหละ”

 

“เอ๊ะ นี่!” ฉันถูกมือหนาบังคับให้นอนลงด้วยแรงมหาศาล กลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยเข้ามาแตะปลายจมูกบ่งบอกให้รู้ว่าร่างกายแข็งแกร่งตรงหน้าสะอาดสะอ้านมากแค่ไหน ฉันพยายามจะขัดขืนไม่ยอมนอนตามที่คนนิสัยเสียต้องการ พอเห็นฉันดิ้นและพลิกตัวหนี ท่อนแขนร้อนๆ เปลี่ยนมากอดรัดอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะรั้งจนแผ่นหลังฉันแนบชิดกับร่างกายอบอุ่นของเขา ไออุ่นกรุ่นร้อนจากเวฬากำลังทำฉันบ้า!

 

“ฉันง่วง อย่าเพิ่งดื้อดิ”

 

“วะ เวฬาปล่อยนะ ทำบ้า อะไรของนาย” ฉันย่นคอหนีลมหายใจร้อนๆ ข้างใบหู ได้ยินเสียงตัวเองพูดออกมาอย่างติดขัด ซึ่งมันบ้ามาก! สัมผัสเขามันทำให้ฉันเสียสมาธิ! “นะ นี่! ห้ามหลับนะ ปล่อยก่อนสิ”

 

“อืม” เขาตอบรับเบาๆ ก่อนจะกระชับกอดแน่นกว่าเดิม ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ ให้มันสาสมกับความรู้สึกบ้าบอตอนนี้ หัวใจมันเต้นแรงทำไม ใบหน้าจะร้อนทำไม ไม่เข้าใจเลย!

 

“อืมบ้าอะไรของนาย! บอกให้ปล่อยไงไม่ได้ยินเหรอ?” ฉันยังคงโวยวายต่อไปไม่หยุด พลางจิกปลายเล็บลงบนหลังมือของเขาไปด้วย เวฬาคงจะเพลียมาก ฉันเองก็ทั้งเพลียทั้งแฮงค์ แต่จะให้นอนต่อในสภาพแบบนี้ก็ไม่เอาหรอกนะ มันไม่ดีแน่ๆ

 

“เจ็บ”

 

วลีสั้นๆ หลุดออกมา ปลายเล็บชะงักเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างคิดหนักว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี ถ้าในเวลาปกติฉันเป็นพวกใช้สมองมากกว่าหัวใจและความรู้สึก เพราะอาชีพของฉันต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก การจะตัดสินใจทำอะไรแต่ละอย่างจำเป็นต้องคิดให้รอบคอบเสมอ เพราะนั่นหมายถึงชีวิตของคนๆ หนึ่งเลยทีเดียว

 

หากทว่าในเวลานี้มันโคตรไม่ปกติมากๆ ฉันพยายามใช้สมองส่วนที่เหลือคิดหาทางรอดจากอ้อมกอดบ้าๆ นี่ แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกเลยทำได้แค่ทำร้ายเขาด้วยปลายเล็บเท่านั้น

 

“เจ็บก็ปล่อย มากอดทำไม”

 

“หนาว อยากกอด” เวฬาพึมพำตอบ เสียงเขางัวเงียมาก “เมื่อคืนกว่าจะพากลับมาได้ เหนื่อยมากรู้ป่ะ”

 

เขาพูดถึงเรื่องเมื่อคืนที่ฉันจำแทบไม่ได้ ถ้าจำไม่ผิดฉันนั่งดื่มอยู่ที่บาร์แห่งหนึ่งในสนามแข่งนี่นา จากนั้นก็เมา จำได้บ้างไม่ได้บ้าง มันเลือนรางสุดๆ คิดแล้วก็ปวดหัว งั้นแสดงว่าเวฬาเป็นคนพาฉันกลับมาจากสนามอย่างนั้นสินะ

 

“ขอค่าแบกหน่อย”

 

“คะ ค่าแบกอะไร ใครใช้ให้พากลับมาล่ะ” ฉันเลิกจิกหลังมือเขาแล้วเปลี่ยนมานอนกอดอกแทน ดิ้นไปก็ไม่หลุด ไม่ดิ้นแล้ว เหนื่อย

 

“เออ ฉันเสือกเอง จบไหม”

 

“ปล่อยสิ เดี๋ยวจบเลย” ฉันดึงแขนเขาออกจากหน้าท้องตัวเองอีกครั้ง แต่มันก็เหมือนเดิมคือไม่ยอมขยับเลย ชักเหนื่อยแล้วนะ ง่วงด้วย

 

“ไม่เอา ปล่อยแล้วเธอก็หนี ปล่อยแล้วเธอก็หายไป”

 

 

“ฉันไม่ปล่อยเธอหรอก”

 

 

อะไร ก็แค่ประโยคสั้นๆ ของคนกำลังงัวเงีย แล้วทำไมต้องใจเต้น??

 

 
Loading... 55%
 
 
 

ฉันตื่นขึ้นมาในตอนสายด้วยอาการมึนหัวเล็กน้อย บนเตียงไร้วี่แววของใครอีกคน ดูเหมือนว่าเขาจะลุกไปก่อนฉันนานแล้ว ฉันเลิกสนใจและลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน มือที่กำลังเอื้อมหยิบแปรงชะงักค้างเมื่อเห็นว่าของใช้ทุกอย่างภายในห้องน้ำถูกจัดวางอย่างดี และที่สำคัญมันมีเป็นคู่!

 

ฉันกวาดสายตาไล่มองแปรงสีฟัน เครื่องโกนหนวด โฟมและครีมต่างๆ รวมไปถึงผ้าขนหนู เสื้อคลุมที่แขวนอยู่คู่กันด้วย ถ้าจำไม่ผิดก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ของใช้ส่วนตัวของฉันเท่านั้นนี่ เพราะตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่ฉันจัดการเก็บของของเวฬาใส่ตู้ไปหมดแล้ว แล้วจู่ๆ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีของใช้ของหมอนั่นวางรวมอยู่ด้วยล่ะ

 

“คิดจะบ้าอะไรอีกเนี้ย” ฉันบ่นกับตัวเองผ่านกระจกเงา รู้สึกสมเพชตัวเองนิดๆ กับสภาพหน้าโทรมๆ ที่พักนี้เริ่มเห็นจนชินตา ปกติฉันเป็นคนดูแลตัวเองดีนะ แต่พักหลังมานี้มันรู้สึกเนือยๆ ไม่อยากแต่งสวยอะไรเลย เบื่อโลกมาก

 

ว่าแล้วก็โทรไปนัดน้ำหอมกับเนตรออกมานั่งชิลกันบ้างดีไหมนะ

 

หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จฉันก็เดินออกจากห้องน้ำด้วยชุดใหม่อย่างเตรียมพร้อมจะไปโรงพยาบาล ผ่านห้องนอนออกมาพบกับห้องนั่งเล่นมุมสบายๆ ด้านนอก กลิ่นหอมของอาหารลอยแตะปลายจมูกเรียกน้ำย่อยในท้องให้พร้อมใจกันร้องประสานเสียงทันที

 

“ตื่นเร็วกว่าที่คิดนะ”

 

สองเท้าชะงักเล็กน้อยพลางเบี่ยงตัวหันไปมองตามต้นเสียงซึ่งดังมาจากทางเค้าท์เตอร์ครัว ภาพที่เห็นคือผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งกำลังง่วนทำอะไรบางอย่างอยู่หลังเค้าท์เตอร์นั่น ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองกัน ริมฝีปากหนาบิดยิ้มนิดๆ พอได้เห็นหน้าเขาก็พาลหวนคิดถึงเรื่องเมื่อตอนเช้ามืดเลย

 

ให้ตายสิ ฉันไม่น่าเผลอหลับไปแบบนั้นเลย หลับในอ้อมกอดเขาเนี้ยนะ บ้าชะมัด!

 

“หิวหรือยัง มานั่งนี่สิ” เขาตบโต๊ะเรียกขณะวางจานลง ฉันเดินเข้าไปใกล้หลุบตามองอาหารบนจานนั้นอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตาสักเท่าไหร่ ผู้ชายอย่างเวฬานี้ยนะทำอาหารเป็นด้วย? แล้วทำหน้าตามันถึง พิลึกพิลันขนาดนั้นกันล่ะ?

 

“นายทำอะไร”

 

“อาหารเช้าไง”

 

“แน่ใจนะว่านั่นเรียกว่าอาหารน่ะ” ฉันกอดอกถามเสียงเรียบ เวฬาชะงักเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง ใบหูเขาเรื่อแดงนิดๆ ดูแล้วตลกชะมัด

 

“มันก็แค่ไส้กรอกกับไข่ดาว ฉันทำเป็นอยู่แค่นี้นี่” เขาอธิบายพลางนั่งลงตรงหน้าจานของตัวเอง ยังไม่วายกวักมือให้ฉันนั่งลงตามด้วย ฉันหลุบตามองอาหารตรงหน้าอีกรอบ

 

ไส้กรอกสีเหมือนไม่สุกกับไข่ดาวแอบเกรียม ใครกินลงก็บ้าแล้ว

 

“ทำไปทำไม”

 

“หิวก็ต้องทำสิ ถามแปลกนะเธอ”

 

“ฉันหมายถึงเรื่องเมื่อคืน นายทำแบบนั้นทำไม?” ฉันยิงคำถามอย่างตรงประเด็น ส่งผลให้เวฬาชะงักช้อนที่กำลังจะเข้าปากนิ่ง แต่มันก็แค่แว่บเดียวเมื่อเขาเลือกกินต่อโดยไม่ตอบคำถามฉัน “ไม่ได้ยินที่ถามเหรอเวฬา นายพาฉันไปที่สนามทำไม?”

 

“ก็ฉันมีแข่ง จะให้ลงแข่งทั้งที่ยังเจ็บอยู่โดยไม่มีหมอได้ไงล่ะ” เขาตอบแบบไม่ใส่ใจ แต่ฟังก็รู้ว่าโกหก

 

“เฮียฑีก็เป็นหมอ” ฉันเม้มปากนิดๆ ขณะเอ่ยชื่อเขาคนนั้น เวฬาก็เช่นกัน สีหน้าเขาเปลี่ยนตั้งแต่ฉันเปิดประเด็นนี้แล้ว “นายจงใจพาฉันไปเจอกับเขาใช่ไหม”

 

 

“นายรู้มาตลอด ตัวตนของผู้ชายคนนั้นน่ะ”

 

“เลิกพูดแล้วกินเหอะ วันนี้ขึ้นวอร์ดไม่ใช่ไง” เวฬาพยายามเบี่ยงประเด็นด้วยการเอาเรื่องเรียนของฉันมาอ้าง ไม่รู้หรอกว่าเขารู้เรื่องตารางชีวิตของฉันได้ยังไง คนอย่างเขาถ้าลองอยากรู้อยากได้อะไรก็ไม่เกินความสามารถเขาหรอก ที่ผ่านมาเขาก็เป็นแบบนี้เสมอ ชอบวุ่นวายกับชีวิตคนอื่นจนน่ารำคาญ

 

“ทำไมต้องพาฉันไป”

 

ถึงเขาจะพยายามยังไงก็ไม่สามารถหยุดความหงุดหงิดในใจฉันได้ ฉันยังคงยิงคำถามใส่เขาไม่หยุด จนกว่าจะได้คำตอบจากปากของเขา ฉันไม่มีทางยอมง่ายๆ เด็ดขาด เวฬาไม่ใช่คนความอดทนสูง การที่เขาเงียบนั่นแปลว่าเขากำลังใกล้ระเบิดเหมือนกัน

 

“ทำไมต้องให้ฉันเห็นแบบนั้น นายต้องการจะทำอะไร ตอบมาสิ!

 

ตึง!

 

“ต้องการให้เธอตาสว่างไง!

 

และในที่สุด ความอดทนของเวฬาก็หมดลง เขาวางช้อนลงบนโต๊ะ ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมาสบตากัน แววตาเยือกเย็นของเขาสะกดฉันให้หยุดนิ่งไปด้วย

 

“เธอจะได้เลิกโง่ เลิกคิดว่ามันเป็นเทพบุตรสักที”

 

 

“ทั้งที่รู้มาตลอดว่ามันก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันเลย แต่กลับได้รับสิ่งดีๆ ไปทุกครั้ง”

 

“นั่นคือเหตุผลของนายเหรอ” สองมือของฉันกำแน่นอย่างรู้สึกกรุ่นโกรธในใจ สองตามองผู้ชายตรงหน้าด้วยแววตารังเกียจ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเวฬาจะมีความคิดแบบนี้กับพี่ชายฝาแฝดตัวเองด้วย

 

ความอิจฉาอย่างนั้นเหรอ

 

ใช่” เขาเงียบไปสักพักก่อนจะตอบโดยหลบตาฉัน มันยิ่งตอกย้ำคำตอบในใจของฉันมากขึ้น

 

“ไม่อยากจะเชื่อว่านายจะอิจฉาแม้แต่พี่ชายตัวเอง”

 

 

“รู้อะไรไหมเวฬา นายมันโคตรน่ารังเกียจ”

 

 

[บทบรรยาย เวฬา]

 

คุณเคยรู้สึกปางตายเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำไหม

 

ผมกำลังเผชิญกับความรู้สึกนั้นอยู่ คำพูดและแววตาของผู้หญิงตรงหน้ามันฉายชัดความรู้สึกนั้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง ผมรู้ว่ามันโง่มากกับเหตุผลที่ผมพูดออกไป ผมไม่ได้อิจฉานาฑีเรื่องที่มันได้สิ่งดีๆ ทุกอย่างไป แต่ผมอิจฉาที่มันได้หัวใจเธอไปต่างหากล่ะ ผมอิจฉาสายตาที่เธอมองมัน อิจฉาที่มันได้ความรักจากเธอแต่มันกลับไม่สนใจใยดี

 

เออใช่ ผมอิจฉา

 

ผมเองก็เกลียดความรู้สึกนี้เหมือนกันนะ ทั้งที่ผมยอมเป็นคนเลวแย่งคู่หมั้นพี่ชายตัวเองมาแล้วแท้ๆ แต่กลับได้เพียงสถานะและทะเบียนสมรสเท่านั้น ขณะที่หัวใจและสายตาของบีลีฟก็ยังคงอยู่ที่นาฑีไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

ผมเลยตัดสินใจทำเรื่องไร้ศักดิ์ศรีอีกครั้งด้วยการพาบีลีฟไปที่สนามเพื่อขายความลับทั้งหมดของนาฑีให้กับเธอ ผมยอมหักหลังพี่ชายตัวเองเพื่อต้องการให้เธอเห็นตัวตนอีกด้านของมัน เพราะแอบหวังว่าเธออาจจะยอมตัดใจจากมันสักที

 

ผมรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากมากสำหรับบีลีฟ เธอแอบรักนาฑีมาสิบกว่าปี การจะให้เธอตัดใจจากมันง่ายๆ คงจะเป็นไปไม่ได้ แม้เธอจะแต่งงานกับผมแล้ว แต่มันก็แค่ในนาม แค่ทำตามหน้าที่ เธอไม่ได้ต้องการแบบนั้นเลยสักนิด ผมจึงต้องทำบางอย่างเพื่อให้ตัดใจจากมัน

 

 

ในเมื่อทำให้บีลีฟเลิกรักนาฑีไม่ได้ ผมจะทำให้เธอเกลียดมันแทน นี่แหละวิถีคนเลวอย่างผม!

 
Loading... 85%



“จะไปไหน” ผมโน้มตัวไปคว้าท่อนแขนเล็กที่กำลังจะเดินหนีไปทางประตูด้วยความรวดเร็ว บีลีฟหันหน้ากลับมามองกันด้วยสายตาเย็นชาเจือความรังเกียจ มันจี๊ดนะ แต่พอทนได้


“อย่ามายุ่ง ปล่อย” ดวงตาหวานหลุบมองมือผมเป็นเชิงสั่ง ผมลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปยืนด้านข้างเธอ บีลีฟถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง ท่าทางของเธอมันช่างกระตุกหัวใจผมเหลือเกิน เหอะ! มันเจ็บดีจริงๆ


“บอกแล้วไงว่าจะไม่ปล่อย”


“ทำไม? ต้องการอะไรจากฉันอีก?!” บีลีฟขึ้นเสียงเล็กน้อย ทั้งแววตาและสีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่ารำคาญผมเต็มทน แต่ผมไม่สนหรอก ยังไงเธอก็ไม่เคยมองผมดีอยู่แล้วนิ ในสายตาของเธอผมมันไม่มีอะไรให้เสียอยู่แล้ว


“เดี๋ยวไปส่ง”


“ไม่ต้อง!” มือเล็กสะบัดหนีก่อนจะเบี่ยงตัวหลบไปอีกทาง  “เลิกยุ่ง เลิกวุ่นวาย เลิกตามฉันสักทีได้ไหม?! กลับไปใช้ชีวิตของนายเหมือนกับที่เคยเป็น ทำเหมือนว่าฉันไม่มีตัวตนบนโลกไปเลยยิ่งดี”



“แล้วรู้เอาไว้ด้วยน นายมันก็แค่ส่วนเกินของชีวิตฉัน อย่าทำให้ฉันเกลียดนายไปมากกว่านี้เลยเวฬา”


หลังจากพูดจาทำร้ายจิตใจผมเสร็จ ร่างบางในชุดเดรสก็เดินออกจากห้องไป ผมยืนมองบีลีฟด้วยความรู้สึกที่โคตรขัดแย้งในตัวเอง สมองมันสั่งให้ผมปล่อยเธอไปและเลิกสนใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอเสียที ในขณะที่หัวใจมันกลับเรียกร้องไม่ยอมให้ปล่อยมือเธอ มันกลับต้องการให้ผมเหนี่ยวรั้งเธอเอาไว้ทุกวิถีทาง


แล้วผมควรจะทำยังไงดี


ปึง!


เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งตามร่างบางออกมาหน้าลิฟต์ มันเป็นอีกครั้งที่สมองของผมพ่ายแพ้ต่อหัวใจ ผมเลือกที่จะเหนี่ยวรั้งเธอแม้ว่าเธอจะพยายามผลักไสก็ตาม ผมเหมือนคนโง่ๆ ที่ปล่อยให้ชีวิตเดินตามหัวใจโดยไร้สมองนำพา เชื่อแล้วว่าความรักมักทำให้คนเป็นบ้า


ผมมันบ้า บ้าเกินจะเยียวยาจริงๆ


ติ๊ง


ประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิดถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยมือของผม บีลีฟเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าตกใจเล็กน้อย เราสบตากันนิ่งนานเกือบนาที และก็เป็นผมที่เป็นฝ่ายก้าวเข้าไปหาเธอก่อน ผมปล่อยให้ประตูลิฟต์ด้านหลังปิดลงช้าๆ ขณะร่างบางถอยหลังจนชิดพนังลิฟต์ ริมฝีปากบางเม้มนิดๆ เหมือนกำลังคิดอะไรในใจ


“ทำไม่ได้”


ผมจ้องตาเธอแล้วพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าอยู่ใกล้เกินเอื้อมจริงๆ ที่ผ่านมาผมมันขี้ขลาดมัวแต่หลบอยู่ในเงาจนโดนความมืดกลืนกิน และกลายเป็นไร้ตัวตนในสายตาของเธอ ผมยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่บีลีฟไม่เคยมองมาที่ผม ไม่ใช่เพราะเธอไม่มอง แต่เธอมองไม่เห็นต่างห่างล่ะ ผมทำให้มันเป็นแบบนั้น เพราะความขี้แพ้ของตัวเอง


แต่ว่า ตอนนี้ผมจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ผมยอมเป็นคนเลวที่รักเธอดีกว่าเป็นคนดีที่ไม่มีแม้สิทธิ์จะรัก


“อยากเกลียดก็เกลียดไป แต่จะให้ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนคงทำไม่ได้”



“ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยอมไร้ตัวตนในสายตาเธออีกแล้วบีลีฟ”


Goodbye, A loser (ลาก่อน ไอ้คนขี้แพ้)


[จบบทบรรยาย เวฬา]



 

สิบหกปีก่อน


รถบังคับคันเล็กขับเคลื่อนไปมาบนถนนหน้าสนามหญ้าตามด้วยร่างของเด็กชายผู้เป็นเจ้าของที่ค่อยๆ เดินตามมันไปช้าๆ เขาเลี้ยวรถวนไปวนมาอย่างสนุกสนานด้วยความบ้าเห่อ เพราะว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญวันเกิดมาสดๆ ร้อนๆ


ปึก!


ในขณะที่เด็กชายกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการบังคับรถนั้น จู่ๆ ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นรถคันโปรดถูกเท้าเล็กๆ ของใครคนหนึ่งเตะเข้าเต็มแรงจนมันกระเด็นกระแทกกับพื้นหลายตลบ ร่างเล็กในชุดกระโปรงสีหวานชะงักค้างพลางยกสองมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขณะจ้องมองรถบังคับคันใหม่นอนหงายบนพื้น


เห้ย! รถบังคับฉัน!!’ เด็กชายที่ตั้งสติได้ก่อนรีบตะโกนขึ้นพร้อมกับวิ่งมาหยิบรถบังคับขึ้นสำรวจ และก็พบว่าอุปกรณ์ภายในของมันหลุดออกมา แถมยังไม่สามารถบังคับได้เหมือนเดิม


บี บีขอโทษ บีไม่ได้ตั้ง ว้าย!’ ร่างเล็กกำลังพนมสองมือขึ้นไหว้ขอโทษด้วยความรู้สึกผิด แต่กลับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจอีกครั้งเมื่อจู่ๆ ถูกเด็กชายตรงหน้าตรงเข้ามาผลักเต็มแรง เด็กหญิงเสียหลักล้มลงบนพื้น สองมือและตามแขนขาเสียดสีกับพื้นซีเมนต์จนเกิดรอยถลอกตามตัว ความเจ็บปวดทำให้ร่างเล็กร้องไห้ออกมาเบาๆ


ทำอะไรน่ะเว


ขณะที่เด็กหญิงกำลังนั่งร้องไห้บนพื้นโดยมีเด็กชายยืนมองด้วยสายตาโกรธเคืองก็มีร่างของเด็กชายอีกคนเดินออกมาจากทางสนามหน้าบ้าน เขามีใบหน้าและทรงผมคล้ายกับเด็กชายคนแรกราวกับแกะ เด็กหญิงมองสลับไปมาพลางสะอื้นในลำคอ


นายผลักเธอเหรอ” เด็กชายผู้มาใหม่ย่อตัวลงข้างเด็กหญิงแล้วช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น ก่อนจะใช้สายตาตำหนิมองน้องชายฝาแฝดตัวเอง ทำไมต้องใช้กำลังด้วย ถ้าป๊ารู้เข้านายจะทำยังไง


‘…’


เจ็บมากหรือเปล่า ฉันขอโทษแทนเวฬาด้วยนะ ความอ่อนโยนของเด็กชายที่ช่วยพยุงเด็กสาว ทำให้เธอผ่อนคลายความหวาดกลัวลง มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาก่อนส่งยิ้มน้อยๆ ให้


ขอโทษทำไม ยัยนั่นต่างหากที่ต้องขอโทษฉัน เห็นไหมว่ารถที่ป๊าซื้อให้พังหมดแล้ว เด็กชายเจ้าของชื่อเวฬาทำน้ำเสียงไม่พอใจ พลางยกรถบังคับคันโปรดในมือให้พี่ชายดู เด็กหญิงเม้มปากนิดๆ สองตาจับจ้องเขานิ่ง


บีไม่ได้ตั้งใจ บีขอโทษไปแล้ว แต่เฮียไม่ฟัง


ใครเป็นเฮียเธอไม่ทราบ? ฉันไม่เคยมีน้องสาว!’


อ้าวเด็กๆ ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าน่ะ เพราะเสียงตะโกนของเด็กชายทำให้พวกผู้ใหญ่ภายในบ้านรีบวิ่งออกมาทันที ทุกคนต่างแยกย้ายเข้าไปหาลูกตัวเองเพื่อถามไถ่เรื่องราว


เกิดอะไรขึ้นกับบีลีฟคนเก่งคะ ไหนบอกปะป๊าซิ ผู้เป็นพ่อตรวจตรารอยถลอกตามร่างกายลูกสาวสุดที่รักด้วยความเป็นห่วง เด็กหญิงส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันกลับไปมองเด็กชายต้นเรื่องอีกครั้ง


ไม่มีอะไรค่ะปะป๊า บีแค่หกล้ม…’ คำตอบของเด็กหญิงตัวน้อยเรียกสายตาจากเด็กชายทั้งสองคน เธอยิ้มให้พวกเขานิดๆ ขณะถามคำถามหนึ่งกับผู้เป็นพ่อ ปะป๊าคะ ปะป๊าเคยบอกบีว่าคนที่ชอบใช้กำลังคือคนขี้แพ้ใช่ไหมคะ?


ใช่แล้วค่ะ


วันนี้บีเจอ คนขี้แพ้คนนั้นแล้วค่ะปะป๊า


และนั่นคือความทรงจำแรกระหว่างเด็กทั้งสามคน ความทรงจำที่แม้จะผ่านมาสิบกว่าปีแล้วก็ยังไม่เคยลืมเลือน


Just a loser (ก็แค่คนขี้แพ้)



TO BE CONTINUED
 

รักเรื่องนี้จิ้มเลย
V
V
ADD ME
 
 
TALK 2
โดนเกลียดอย่าไปแคร์ ตื้อเข้าไว้นะเฮีย ด้านได้อายอด >///<
แต่แหม! ตอนเด็กๆ เฮียก็ร้ายใช่ย่อยนาจา
ไม่แปลกที่เจ้จะไม่ชอบขี้หน้า แถมโตมายังไม่เคยทำดีใส่เจ้เล้ยยย
งานนี้เลือกไม่ถูกเลยยย ทีมใครดีน้าา 5555

 
 
 
TALK 1
โง้ยยย >< โดนเมียถีบตกเตียงแล้วยังไม่เข็ดไงเฮีย
อ้อนอะไรเบอร์นั้นนนน เขินแรงง อ๊างงง >///< เจ้หวั่นไหวแล้วใช่ม้ายย
 
อยากอวดดดดด >///<
วางจำหน่าย E-Book แล้วนะคะ
เหล่าสาวกนิยายอิเลคทรอนิคเชิญสอยเฮียเวฬากันได้แล้วค่าา
 
  
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,543 ความคิดเห็น

  1. #3533 pcjy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 15:52
    บีเริ่มหวั่นไหวแล้ววว สู้ๆนะเว เวเป็นพี่บีสินะ
    #3,533
    0
  2. #1183 Hatthaya14 (@Hatthaya14) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 19:51
    สงสารพระเอก มากกก #แค่คนขี้แพ้! T^T
    #1,183
    0
  3. #1110 35898446 (@35898446) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 21:35
    คนขี้แพ้ ก็ไม่ได้ต้องการดูแลตัวเองนะ บีลีฟ
    #1,110
    0
  4. #1090 maytag (@maytag) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:59
    คนขี้แพ้...ที่รักเธอหมดหัวใจ....เทใจให้เฮียเวเลย...ฉากนี้...ฟินนนน
    #1,090
    0
  5. #1045 นิก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 13:56
    โว้ๆๆๆๆๆๆ

    โอ้ยยยยยยยยยไม่รู้จะบอกยังไงแต่รักเฮยเวอย่างแรงเลยคร้าาา
    #1,045
    0
  6. #1019 Phapatsara (@Phapatsara) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 14:22
    บีลีฟพูดแรงมากกก สงสารเวฬา ฮือออ
    #1,019
    0
  7. #1015 Ked250839 (@Ked250839) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 12:39
    บีลีฟเธอทำเกินไปแล้วนะ
    #1,015
    0
  8. #992 bossy8995 (@bossy8995) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 08:53
    สงสารเวฬา
    #992
    0
  9. #980 Frongkanokpan (@Frongkanokpan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 02:38
    สงสารเวฬาจัง
    #980
    0
  10. #979 jjalaxy (@achalaya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 01:01
    โถ่วววเว
    #979
    0
  11. #978 chalisa_ab (@chalisa_ab) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 21:12
    สักวันบีลีฟจะรู้สึก
    #978
    0
  12. #977 bbyybb (@bababbys) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 20:47
    สงสารเวฬาเลยย
    #977
    0
  13. #976 devilrecords (@devilrecords) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 19:11
    เฮียเวร้ายแต่เด็กเลยนะ สู้ๆล่ะกันนะเฮีย แต่ถ้าเฮียไม่ไหวมาร้องไห้ซบไหล่เรามาเฮีย
    #976
    0
  14. วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 19:10
    มีความเจ็บปวดดดดดด
    #975
    0
  15. #974 bookkoh (@bookkoh) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 18:44
    เจิมมมม
    #974
    0
  16. #973 พลอย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 18:28
    โอ้ยโดนว่าว่าคนขี้แพ้มาตั้งแต่เด็กนี่เองจำฝังใจเลยนะเฮียเว สงสาร
    #973
    0
  17. #972 Yeol Minmin (@min_maimai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 18:17
    พอเข้าใจแล้ว ทำไมบีถึงรักนาฑีก็เล่นเหมือนพระเอกขี่ม้าขาสขนาดนี้ เวฬาก็เป็นตัวร้ายไปสิ แอบสมนิดนึง 555555 ถึงว่าเฮียก็ไม่โดนเรียก เพราะงี้นิเอง
    #972
    0
  18. #971 JS.Sirawan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 17:54
    สงสารเฮีย😭😭😭
    #971
    0
  19. #970 Pvl6ic (@kykth) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 16:32
    บีลีฟใจแข็งมาก ไม่ลองใจอ่อนกับเวฬาดูละ สงสารมัน
    #970
    0
  20. #969 chuychayy (@chuychayy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 16:29
    เชียร์เวฬาคนเลวค่ะ
    #969
    0
  21. วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 16:14
    บีลีฟใจร้ายจัง ไม่รักเฮียเวแต่อย่าเกลียดเฮียเลยนะ
    #968
    0
  22. #967 chalisa_ab (@chalisa_ab) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 15:58
    สงสารเวเลย ทำไมต้องใจร้าย
    #967
    0
  23. #966 AwatchadaSriphet (@AwatchadaSriphet) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 15:46
    สงสารเฮียเว
    #966
    0
  24. #965 Rawisara Toey (@to3ey) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 15:23
    สงสารเฮีย ปล้ำเลยๆ 5555555 เจิมมม
    #965
    0
  25. #963 bookkoh (@bookkoh) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 10:23
    สงสารเวฬา
    #963
    0