[END]YOU'RE MY SHIFTY POISON "รักวุ่นวายพี่ชายกะล่อน"

ตอนที่ 17 : ♪ CHAPTER 09 ♫ #ยัยหนูน้อยโดนรุก(?) [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    2 พ.ค. 61






CHAPTER 09

#ยัยหนูน้อยโดนรุก(?)


ให้ตายสิหัวใจ ทำไมถึงได้อ่อนไหวง่ายขนาดนี้กันนะ

-ลิลลา-


บ่ายวันเสาร์


“เสร็จแล้วฮะพี่ลิล”



“พี่ลิลฮะ พี่ลิล”


“อ๊ะ” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกมือเล็กสะกิด เพราะมัวแต่นั่งเหม่อมากไปทำให้ไม่ทันเห็นว่านาวีทำโจทย์เสร็จแล้ว “เอ่อ ขอโทษทีจ้ะ ทำเสร็จแล้วเหรอ ไหนขอพี่ตรวจหน่อยนะ”


“พี่ลิลไม่สบายหรือเปล่าฮะ ทำไมวันนี้ดูเหม่อๆ จัง”


“อ้อ พี่ไม่เป็นไรค่ะ สงสัยจะนอนน้อยไปหน่อย” ฉันยิ้มแห้งๆ ให้กับเด็กชายช่างสังเกต ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกลับมาที่การเรียนการสอนตรงหน้า “อื้ม ถูกทุกข้อเลยนะ น้องวีเก่งจริงๆ เลย”


“ก็ผมบอกแล้วไงฮะว่าผมเรียนเก่งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียนพิเศษด้วยซ้ำ”


“นั่นสินะ” ฉันตอบรับตามความเป็นจริง นาวีเรียนเก่งจริงๆ นั่นแหละ ขนาดตั้งโจทย์ยากๆ ระดับมัธยมยังสามารถแก้โจทย์ได้เลย อัจฉริยะเกินไปแล้ว


“แต่ผมก็โอเคนะที่พี่ลิลมาสอน” ฉันเงยหน้ามองใบหน้าจิ้มลิ้มแสนหล่อเหลาของนาวีพลางยิ้มน้อยๆ เด็กคนนี้กำลังพูดจาปลอบใจฉันอยู่หรือเปล่านะ “อย่างน้อยๆ ผมก็มีเพื่อนคุย ถึงพี่จะเหม่อๆ ไปหน่อยก็เถอะ”


“โธ่ พี่ไม่ได้เหม่อสักหน่อย” ฉันทำแก้มป่องใส่ รู้สึกอายที่ถูกเด็กชายล้อ


“เหม่อชัดๆ ฮะ”


“มะ ไม่ใช่นะน้องวี” ฉันพยายามเถียง


“เรียนกันอยู่เหรอ”


ทว่าในระหว่างที่ฉันกับนาวีกำลังถกเถียงกันเรื่องที่ฉันเหม่อไม่เหม่อ จู่ๆ เสียงทักจากด้านหลังก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา ฉันหันมองตามเสียงนั้นด้วยความแปลกใจเล็กน้อย


“อาขุนมาทำอะไรเหรอฮะ”


นั่นเป็นคำถามที่ฉันอยากจะถามร่างสูงในชุดไปรเวทพอดี เขาก้าวเข้ามาในสวนก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าเราสองคน ใบหน้าหล่อละลายใจทำหัวใจฉันเต้นตึกตักๆ เลยล่ะ


“วันนี้ว่างก็เลยแวะมาหาน้องวีสักหน่อย” ขุนทัพตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ ขณะสายตาเขาจ้องมาทางฉัน


“มาหาผมหรือมาหาพี่ลิลกันแน่ฮะ” นาวีถามอย่างรู้ทัน ทำเอาฉันร้อนวูบวาบใบหน้าขึ้นมาทันที


จะบ้าเหรอน้องวี ขุนทัพจะมาหาพี่ทำไม


“นี่อย่าบอกนะฮะว่าอาขุนก็รู้จักพี่ลิลเหมือนกัน”


“เอ่อ คือพี่กับขุนทัพเป็นเพื่อนกันจ้ะ เราอยู่คณะเดียวกัน แล้วก็ ทำงานพากย์เสียงด้วยกัน” ฉันอธิบายคลายความกระจ่างให้เด็กน้อยขี้สงสัย ขุนทัพก็เอาแต่ยืนเงียบกดดันกันอยู่ได้ ฮือออ!


“โอ้โห บังเอิญจังเลยนะฮะ อาหน่วยจ้างพี่ลิลมาสอนผม แถมพี่ลิลยังเป็นเพื่อนกับอาขุน แล้วก็รู้จักกับอาบัสอีก พี่ลิลต้องเป็นคนพิเศษมากแน่ๆ” นาวีร่ายประโยคยาวๆ ที่ไม่บ่อยนักจะเห็น ปกติชอบพูดสั้นๆ ไม่ก็ถามตอบเท่านั้น


“อาบัส?”


“ใช่ฮะ ครั้งก่อนอาบัสมาที่นี่ด้วย”


ขุนทัพทำหน้าแปลกใจเมื่อได้ยินชื่อแอร์บัส ฉันเม้มปากนิดๆ พอคิดถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมา หัวใจมันก็หวิวแปลกๆ ขุนทัพจะคิดมากเรื่องเมื่อคืนหรือเปล่านะ แล้วการที่เขามาที่นี่วันนี้มันคงไม่เกี่ยวอะไรกับฉันใช่ไหมนะ


“แล้วนี่เรียนกันเสร็จหรือยัง”


“อ้อ เสร็จแล้วฮะ”


ฉันสัมผัสได้ถึงความสนิทสนมของสองอาหลานคู่นี้นะ นาวีไม่ใช้น้ำเสียงเย็นชากับขุนทัพด้วย แถมยังพูดตอบโต้ทุกครั้ง คงจะสนิทและรักกันมากเลยทีเดียว


“ถ้างั้นอาขอยืมตัวคุณครูหน่อยได้ไหม” จู่ๆ ขุนทัพก็ขอยืมตัวฉันแบบตรงๆ ทำเอาฉันกับนาวีหันมองหน้ากันตาปริบๆ


“ก็ได้ฮะ งั้นเดี๋ยวผมเข้าบ้านก่อน” แล้วนาวีก็ช่างพูดง่ายอะไรอย่างนี้ล่ะ ไม่เหมือนกับตอนแอร์บัสเลยสักนิด ตอนนั้นแทบจะตีกันทางสายตาเลยเถอะ


หลังจากนาวีเดินเข้าบ้านไป บรรยากาศรอบตัวเราก็เงียบสงบลงทันที ขุนทัพนั่งลงแทนที่นาวีซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉัน มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก พอได้มาอยู่ต่อหน้าเขาคนนี้แล้วฉันทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ


“เมื่อคืนกลับดึกหรือเปล่า”


“หะ อ้อ” ฉันประหม่าเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็ถูกถามถึงเรื่องเมื่อคืน นี่ขุนทัพใส่ใจเรื่องนั้นขนาดนี้เลยเหรอ “ก็ไม่ดึกนะ ออกจากผับฉันก็กลับบ้านเลยน่ะ”


ฉันโกหก


บ้าจริง ฉันโกหกเขา ไม่รู้ทำไมถึงต้องโกหกขุนทัพด้วย แต่จะให้บอกว่าแอร์บัสพาไปนั่งเล่นต่อที่สวนสาธารณะแบบนั้นฉันก็พูดไม่ได้อยู่ดี


“งั้นเหรอ” เขาเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “เมื่อคืนไอ้ไม้โทรมาด้วยนะ มันถามหาเธอ ฉันบอกไปว่าเราอยู่ด้วยกัน และให้มันไปส่งโบอิ้งกลับบ้านได้เลย”


“งะ งั้นเหรอ” ไม้เอกโทรหาขุนทัพด้วยเหรอ


นั่นสินะ เมื่อคืนโทรศัพท์ฉันแบตหมด ฉันเลยไม่ได้โทรหาโบอิ้ง กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว ป่านนี้ยัยนั่นคงงอนฉันตุ๊บป่องแล้วล่ะ คิดว่าเย็นนี้ค่อยไปง้อยัยเพื่อนรักทีหลังแล้วกัน


“เธอโกรธหรือเปล่าที่ฉันบอกไปแบบนั้น”


“อ่ะ มะ ไม่หรอก ต้องขอบคุณด้วยซ้ำ” ฉันยิ้มให้ขุนทัพที่กำลังทำหน้าไม่สบายใจ ฉันรู้สึกขอบคุณเขาจริงๆ แหละที่พูดแบบนั้นออกไป อย่างน้อยๆ ฉันก็มีข้อแก้ตัวที่จู่ๆ หายไปจากผับ อย่างน้อยๆ ไปกับขุนทัพก็ดีกว่าบอกไปตามตรงว่าไปกับแอร์บัสละนะ


“แล้วเย็นนี้ไปไหนต่อหรือเปล่า”


นี่ฉันคิดไปเองหรือเปล่านะ ทำไมช่วงนี้รู้สึกว่าขุนทัพพูดเก่งขึ้น แถมยังชวนฉันคุยได้ตลอดเลย ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเอาแต่เงียบซะจนฉันอึดอัดด้วยซ้ำ


“มีเข้ากะที่ร้านชิคเก้นริงต่อน่ะ”


แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้เข้าใกล้ผู้ชายคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องเกร็งหรืออึดอัดเหมือนเมื่อก่อน


ฉันน่ะ รู้สึกดีจริงๆ นะ


#Loading...75%


@ร้านชิคเก้นริง


คืนนี้เป็นกะของฉันที่ต้องอยู่จนปิดร้าน แต่โชคดีหน่อยที่มีโบอิ้งทำงานต่อเป็นเพื่อน ตอนแรกที่ฉันมาถึงร้านยัยเพื่อนรักบ่นฉันใหญ่เลยแหละ แถมยังงอนแรงใส่ฉันด้วย หาว่าเมื่อคืนฉันหนีกลับก่อน ฉันใช้เวลาออดอ้อนง้องอนอยู่พักใหญ่ๆ กว่ายัยนี่จะใจอ่อน จนตอนนี้เรากลับมารักกันดีเหมือนเดิมแล้ว


แต่ก็นะ ฉันกับโบอิ้งเคยทะเลาะกันรุนแรงซะที่ไหน ตั้งแต่คบกันมาเราก็ไม่เคยทะเลาะหรือผิดใจกันเลยสักครั้ง ส่วนใหญ่ก็จะแค่งอนๆ แล้วก็ง้อคืนดีกัน ยิ่งโกรธกันข้ามวันข้ามคืนนี่ยิ่งไม่เคยมี เพราะเราเป็นเพื่อนที่รักและรู้ใจกันมาก แทบจะเป็นคนๆ เดียวกันด้วยซ้ำ


ครืน ครืน


เสียงฟ้าร้องคำรามลั่น กระจกร้านบานใหญ่สั่นสะเทือนเบาๆ เวลานี้ล่วงเลยมาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ลูกค้าในร้านกลับไปจนหมดเพราะฝนใกล้จะตกเต็มแก่ เหลือเพียงฉันกับโบอิ้งที่กำลังช่วยกันทำความสะอาดร้านไปพลางๆ จากการฟังพยากรณ์อากาศวันนี้เขาว่าจะมีพายุเข้าในหลายพื้นที่ ดูเหมือนวันนี้ฉันกับโบอิ้งคงจะต้องกลับดึกอีกแล้วล่ะสิ กว่าฝนจะหยุดตกอีกน่ะนะ


เปรี้ยง!


พรึ่บ


เสียงฟ้าร้องดังก้องอีกครั้งพร้อมกับสายฟ้าผ่าลงมาดังสนั่น แสงสว่างวาบนั่นสว่างเพียงวูบเดียวก่อนจะดับลงพร้อมกับไฟฟ้าภายในร้านที่มืดสนิท ความมืดกลืนกินไปทั่วบริเวณ ขณะเสียงกรีดร้องจากโบอิ้งสร้างความตื่นตกใจให้กับฉันแทบจะทันที


กรี๊ดดดดดด


โบอิ้ง !! แกอยู่ไหนฉันตะโกนถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง สิ่งหนึ่งที่ยัยนั่นกลัวมากที่สุดก็คือเสียงฟ้าร้อง เห็นโบอิ้งแกร่งกล้าสามารถอย่างนั้น เวลาฝนตกทีไรนี่หงอเป็นลูกแมวทุกทีเลยนะ


ละ ลิล ฉันอยู่นี่ อยู่ตรงเคาร์เตอร์ เสียงตะโกนตอบกลับมาจากทางเคาท์เตอร์ ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่องไฟเพื่อนำทาง ร่างเล็กๆ ของยัยเพื่อนรักถลาเข้ามากอดด้วยความกลัวทันทีที่ฉันเดินไปถึง โบอิ้งตัวสั่นเทิ้มไปหมด คงจะกลัวมากจริงๆ


แกฉันกลัว กลัวเสียงฟ้าร้องนั่น แถมไฟก็ดันมาดับอีก


อือ... ฉันรู้แล้ว ฉันถึงรีบมาหาแกไง ก็บอกแล้วว่าให้กลับบ้านไปก่อน ดูดิต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกฉันลูบหลังพลางทำเสียงดุ


ใครจะไปรู้เล่า แค่ฟ้าร้องก็น่ากลัวพอแล้ว ไฟมาดับอีก


โอ๋ๆ ขวัญเอ้ย ขวัญมา คุณหนูโบอิ้งของช้านนน ฮ่าๆฉันอดจะขำไม่ได้ ใครจะไปคิดกันละว่ายัยคุณหนูตัวแสบอย่างยัยนี่จะขี้กลัวอะไรแบบนี้ด้วย


ไม่ต้องมาหัวเราะเลย ฉันจะร้องไห้อยู่แล้วนะเมื่อกี้นี้


ก็แหม่เพื่อนรัก ใครมาเห็นนี่เสียชื่อคุณหนูโบอิ้งหมด ฮ่าๆ


โบอิ้งฟาดแขนฉันเบาๆ พลางร้องไห้งอแงเป็นเด็กๆ เมื่อเห็นว่าฉันยังขำไม่เลิก เราสองคนทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นเพื่อหลบหลังเคาร์เตอร์เหมือนที่เคยทำประจำ อย่างน้อยๆ ก็ช่วยหลบจากแสงฟ้าผ่านั่นได้ละนะ


กรุ๊งกริ๊ง


นั่งหลบอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงกระดิ่งจากหน้าประตูดังขึ้น ฉันกับโบอิ้งมองหน้ากันด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีใครกล้าฝ่าพายุเข้ามาในร้านตอนนี้


ลิลลาๆ เธออยู่ไหนเสียงเรียกหาแสนคุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว ทำให้ฉันมั่นใจทันทีว่าใครคือผู้มาใหม่คนนั้น


นั่นเสียงขุนทัพนิแกฉันหันไปบอกโบอิ้งซึ่งทำหน้าอึ้งๆ ใส่ ก่อนจะขานรับเขาฉันอยู่ตรงนี่ ตรงเคาร์เตอร์


ฉันปล่อยมือโบอิ้งและลุกขึ้นยืนเพื่อบอกตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ ตรงหน้าฉันปรากฏร่างสูงของผู้ชายสองคนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูด้วยสภาพเปียกปอนไปทั้งตัว คนหนึ่งคือผู้ชายที่ฉันแอบปลื้มมานาน เขากำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาเป็นห่วง ส่วนอีกคนคือเพื่อนรักของเขา ซึ่งปลายสายตานั้นมองมาทางเพื่อนรักของฉันที่ลุกขึ้นยืนแล้วเช่นกัน


เธอโอเคใช่ไหม เป็นอะไรหรือเปล่าขุนทัพถามด้วยความห่วงใย นั่นทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหว นี่เขาเป็นห่วงฉันเหรอ


เอ่อฉันไม่เป็นไร จะมีก็แต่ยัยโบที่กลัวเสียงฟ้าร้องน่ะฉันตอบตะกุกตะกักพลางเหลือบมองโบอิ้ง รู้สึกแปลกนิดๆ ที่จู่ๆ ก็ได้รับความห่วงใยจากเขาคนนี้ แถมยังต่อหน้าคนอื่นด้วย มันก็จะเขินๆ หน่อยอะนะ


มึงจะบ้าหรือไงวะ ไอ้ขุน! ไอ้ห่า! แค่ร้านไฟดับ มึงวิ่งฝ่าพายุมาอย่างกับร้านไฟไหม้อย่างงั้นแหล่ะไม้เอกเพื่อนรักเพื่อนซี้ของขุนทัพบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด ผมเผ้าทั้งสองคนเปียกไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงความหล่อร้ายเอาไว้


แล้วพวกนายมากันได้ไงอ่ะ รู้ได้ไงว่าที่ร้านไฟดับ ฉันถามด้วยความสงสัย เพราะไม่คิดว่าพวกเขาจะมาที่ร้านในเวลาแบบนี้ แถมยังวิ่งฝ่าพายุเข้ามาอีก


อ้าวไอ้นี่ ยืนเงียบเลยมึง เออ กูตอบเองก็ได้วะเพราะขุนทัพเอาแต่จ้องหน้าฉันแล้วเงียบ ไม้เอกเลยอธิบายแทน คืองี้ พอดีพวกเรานั่งดื่มกันอยู่ที่ร้านเหล้าฝั่งตรงข้ามนู้นอ่ะ แล้วเห็นฝนตกหนักแถมไฟดับด้วย เลยคิดว่าสาวๆ ที่ร้านนี้อาจต้องการความช่วยเหลือ


ฉันมองหน้าโบอิ้งนิดๆ อย่างไม่รู้ว่าจะอธิบายอะไรยังไง ยัยนั่นทำหน้าแปลกๆ ก่อนจะกระโดดเข้ามากอดฉันอีกรอบเมื่อแสงฟ้าผ่ามันสว่างวาบขึ้นมา


เปรี้ยง!


“นี่เธอกลัวจริงดิยัยหนองโพ?” ไม้เอกมองโบอิ้งด้วยสีหน้าประหลาดใจมาก คงจะคาดไม่ถึงว่าคุณหนูสุดสตรองอย่างโบอิ้งจะกลัวอะไรพวกนี้ด้วย ฉันเองก็คิดเหมือนนายนะไม้เอก ถึงได้กอดไปขำไปนี่ไง


“ก็ใช่น่ะสิ! คิดว่าฉันแสดงหรือไงละยะ!” โบอิ้งว้ากกลับก่อนจะซุกหน้าซบฉันต่อ เอาเถอะ ขนาดกลัวยังจะฝีปากเก่งอีกนะเพื่อนฉัน


“ถ้างั้นพวกเราไปหาที่นั่งหลบมุมกันดีกว่านะ เอ่อ แกยืนรอตรงนี้แปปนะโบ เดี๋ยวฉันออกไปล๊อคประตูร้านก่อน” ฉันพูดตัดบทก่อนจะพละออกจากโบอิ้งแล้วเดินอ้อมไปหน้าประตูร้านเพื่อล๊อคประตู ป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาในร้านตอนนี้ เพราะไฟดับคงไม่สะดวกบริการลูกค้าแล้ว


โอ้ย ถ้ากลอนมันสูงเบอร์นี้นะ


ฉันบ่นในใจขณะพยายามเขย่งเท้าเพื่อเอื้อมจับกลอนประตูด้านบน ไม่รู้ว่ามันสูงมากไปหรือฉันเตี้ยไปกันแน่ หากทว่าขณะที่ฉันพยายามอยู่นั้นก็ถูกมือของใครอีกคนเอื้อมไปกดล๊อคให้ ฉันเบี่ยงหน้ามองเขาที่กำลังยืนซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยความรู้สึกประหม่า


อ่าขุนทัพอยู่ใกล้ฉันเกินไปแล้วนะ


“อะแฮ่มๆ” เสียงกระแอมกระไอดังขัดจังหวะ ฉันรีบพละตัวออกจากขุนทัพแล้วหันกลับไปมองไม้เอกที่เป็นเจ้าของเสียงนั้นก่อนเขาจะเดินตามโบอิ้งไปที่โต๊ะมุมหนึ่งของร้าน


“เอ่อ เดี๋ยวฉันไปเอาผ้าขนหนูมาให้นายสองคนแล้วกันนะ ผมเปียกขนาดนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” ฉันเดินตามมาที่โต๊ะก่อนจะพูดขึ้นเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ ทว่าโบอิ้งกลับคว้ามือฉันเอาไว้


“แกนั่งพักเหอะลิล เดี๋ยวฉันไปหยิบให้เอง”


“แต่ว่า” ฉันมองเพื่อนรักอย่างไม่แน่ใจ ก็ยัยนี่กลัวอยู่ไม่ใช่เหรอ จะเดินไปหยิบเองคนเดียวได้ยังกัน


“เอาน่า เชื่อฉันสิ” โบอิ้งพูดโดยไม่มองหน้าฉันก่อนจะเดินเข้าหลังร้านไป ฉันมองตามเพื่อนด้วยความรู้สึกแปลกๆ ยัยนั่นมีสีหน้าและท่าทางแปลกไปตั้งแต่ขุนทัพกับไม้เอกเข้ามาในร้านแล้วนะ


ยัยนั่นเป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ

 

#TO BE CONTINUED


รักเรื่องนี้จิ้มเลย
 


TALK
เหวยย ลิลลาเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนรักแล้ว
จู่ๆ โบอิ้งก็แปลกๆ ไป เป็นเพราะอะไรกันน้าาาาา
อ่านแล้วคอมเม้นท์ด้วยน้าาาา
1 คอมเม้น 1 โหวตเป็นรางวัลให้นักเขียนนะคะ
E-Book วางจำหน่ายแล้วนะคะ
ราคาฟินๆ 259 บาท
 

SET

________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย+เข้ากลุ่มลับ]
......
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

913 ความคิดเห็น

  1. #749 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 18:04
    เปิดทางให้เพื่อนไง
    #749
    0
  2. #525 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 00:31
    รอเฮียบัส
    #525
    0
  3. #524 kaow55150 (@kaow55150) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 21:20
    เชียรขุนทัพได้มัยอ่ะ55
    #524
    0
  4. วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 07:29
    โบอิ้งกับไม้เอกต้องมีอะไรกันแน่เลย
    #523
    0
  5. #522 $pirit Finger$ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 17:30
    เป็นเพราะไม้เอกชิม่ะหนูหนองโพ
    #522
    0
  6. #521 netnapa pluemjit (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 23:44
    เฮียบัสอย่ายอมมม มาเฝ้าด่วส
    #521
    0
  7. #520 $pirit Finger$ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 21:05
    งุ้ยยยยยย. เฮียบัสเค้าจีบกันแล้ว แวร์ อาร์ ยู้วววววว
    #520
    0
  8. วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:42
    ทีมขุนทัพ 
    #519
    0
  9. วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 17:45
    เจิมจร้าาาาาาาาา
    #518
    0
  10. วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 17:45
    เจิมจร้าาาาาาาาา
    #517
    0
  11. วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 17:45
    เจิมจร้าาาาาาาาา
    #516
    0