[END]BRO #Chain รุ่นพี่ล่ามรัก!

ตอนที่ 6 : CHAIN 04 ► หน้าที่ของภรรยา [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    21 ก.พ. 62




[โปรดฟังเพลงประกอบเพื่อความอรรถรส]
++


CHAIN 04

[หน้าที่ของภรรยา]




ตกเย็นฉันเริ่มทำอาหารตามสิ่งที่ร่ำเรียนมา แม่รินจดรายการอาหารที่พี่ไรม์ชอบและเกลียดมาให้ฉันเมื่อหลายวันก่อน ฉันอยากทำหน้าที่ของภรรยาให้เต็มที่แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการมันเลยก็ตาม


ไม่นานร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์เดินลงบันไดมาด้วยสีหน้าเรียบตึง เขาเหลือบมองฉันเล็กน้อยก่อนเดินออกประตูบ้านไป ฉันรีบวิ่งตามหลังเขาด้วยความลืมตัว


“เดี๋ยวค่ะพี่ไรม์!” ปากมันพลั้งเรียกเขาไว้ ร่างสูงชะงักเท้าและมือที่กำลังกดปลดล๊อครถสปอร์ตคันหรูที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญแต่งงานของเราซึ่งฉันยังไม่เคยนั่งเลยสักครั้ง เขาหันมองฉันด้วยสายตาเย็นชา


“มีอะไร? บอกแล้วไงว่าอย่าพูดกับฉันถ้าไม่จำเป็น” เขาย้ำข้อตกลงที่ตัวเองสร้างขึ้นโดยที่ฉันไม่ได้ยินยอมเลยสักนิด ฉันเม้มปากพลางหลบสายตา


“คือว่า… ฟองจะถามว่าคืนนี้พี่กลับดึกไหมคะ”


“ทำไม? มีสิทธิ์อะไรมายุ่ง?” 


“ฟองแค่… แค่จะบอกว่า… เอ่อ…”


“น่ารำคาญ” เพราะฉันมัวแต่อ้ำอึ้งเขาจึงตัดรำคาญด้วยการหันหลังเดินไปเปิดประตูรถ ฉันรีบถลาเข้าไปรั้งบานประตูเอาไว้แล้วพูดรัวเร็ว


“ฟองจะรอทานข้าวนะคะ!!”


“ไร้สาระ!” มือหนาปลดมือฉันออกจากประตูรถแล้วปิดดังปึง เขาหยิบแว่นตามาสวมแล้วกดรีโมตเปิดประตูรั้ว เพียงครู่เดียวรถคันหรูก็พุ่งทะยานออกไป ทิ้งฉันไว้ในบ้านหลังใหญ่แสนวังเวงนี้เพียงคนเดียวอีกแล้ว…


“ฟองไม่ชอบทานข้าวคนเดียวนะคะ… ฮึก” ฉันยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างพยายามกลั้นเสียงสะอื้น จู่ๆ นึกถึงความทรงจำวัยเด็กตอนย้ายไปนิวยอร์คแรกๆ ขึ้นมา ตอนนั้นพ่องานยุ่งมากแทบไม่มีเวลากลับบ้าน ฉันต้องนั่งทานข้าวคนเดียวทุกมื้อ ยังจำได้ว่าตอนนั้นฉันทานไปร้องไห้ไปเพราะทนคิดถึงบรรยากาศอบอุ่นในบ้านกิตติโสภณไม่ไหว สุดท้ายแม่นมต้องมานั่งทานด้วย  หลังจากนั้นมาเวลาพ่อไม่ว่างทานข้าวกับฉัน แม่นมก็มักจะนั่งทานเป็นเพื่อนฉันเสมอ 


“เกิดอะไรขึ้นเหรอฟอง? ร้องไห้ทำไม?!” เสียงทักจากหน้าประตูบ้านเรียกสายตาฉันเงยขึ้นจากฝ่ามือ พี่โชกำลังจูงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ตัวใหญ่มองมาทางฉันด้วยสีหน้าตื่นๆ ข้างกายเขามีร่างบางของผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย เธอกำลังอุ้มลูกสุนัขตัวเล็กๆ เอาไว้ในอ้อมกอด ฉันลืมความเศร้าเป็นปลิดทิ้ง รีบเช็ดน้ำตาแล้ววิ่งเข้าหาเจ้าตัวเล็กด้วยความตื่นเต้น


“นะ… น่ารักจัง!” ฉันชอบสัตว์มากโดยเฉพาะสุนัข ยิ่งตัวเล็กๆ น่ารักน่ากอดแบบนี้ยิ่งเป็นเหมือนแบตเตอร์รี่ชาร์จพลังบวกในตัวฉันอย่างมาก


“ชอบลูกหมาเหรอ ลองอุ้มไหม?” ฉันเงยหน้ามองเจ้าของคำถามพลางพยักหน้ารับ เธอส่งเจ้าตัวเล็กเข้าสู่วงแขนฉัน ความนุ่มนิ่มจากปุยขนของมันช่วยทำให้จิตใจว้าวุ่นของฉันสงบลงมาก “ชอบมากจริงแฮะ ยิ้มไม่หยุดเลยนะ แหม เธอน่ารักเหมือนที่พี่บอกจริงๆ ด้วยพี่โช”


“ใช่ไหมล่ะ บอกแล้วว่าถ้าหวานเจอฟอง หวานต้องถูกชะตาแน่ๆ”


ฉันลืมตาขึ้นมองทั้งสองด้วยแววตางุนงง ลืมไปเลยว่าเมื่อครู่ฉันยืนร้องไห้อยู่ พอคิดอย่างนั้นก็ขยับยิ้มเจื่อน มองไปทางพี่โชสลับกับร่างบางเจ้าของใบหน้าหวานภายใต้กรอบแว่นสายตาเลนส์ใหญ่ เธอยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร มันเป็นรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับพี่โชเลย


“หวัดดี เราหวานนะ เป็นน้องสาวพี่โช” อ้อ… คนนี้นี่เอง น้องสาวที่พี่โชพูดถึง


“เอ่อ… สะ สวัสดีค่ะ”


“แหม ไม่ต้องสุภาพกับหวานหรอก เราอายุเท่ากันนะฟอง แถมยังเรียนคณะเดียวกันด้วยนี่” เชื่อแล้วว่าสองคนนี้เป็นพี่น้องกันจริงๆ ความเป็นกันเองและพูดคุยอย่างสนิทสนมกับฉันง่ายๆ เหมือนกันไม่มีผิด “ว่าแต่ฟองเรียนเอกอะไรเหรอ หวานเรียนทัศนศิลป์”


“อ๊ะ… ฟองก็เหมือนกัน” ฉันเบิกตากว้างนิดๆ ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้


“ว้าวจริงเหรอ! งั้นเราก็เรียนเอกเดียวกันด้วยสิ! ดีใจจังที่มีเพื่อนเรียนด้วยกันแถมยังอยู่บ้านข้างกันอีก” หวานยิ้มตาประกาย ยิ่งมองก็ยิ่งคิดว่าเธอสวยแฮะ สวยแบบสาวติสท์ๆ อาร์ตๆ ดูมีเอกลักษณ์น่ามองมากๆ


“เอาล่ะสาวๆ พี่ว่าเราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่าไหม ฟองว่างอยู่หรือเปล่า สะดวกไปนั่งเล่นที่สวนบ้านพี่ไหม จะได้คุยกับหวานได้เต็มที่เลย” พี่โชหันมาถามฉัน ฉันชะงักเล็กน้อยพลางเหลือบตามองในบ้าน


“ตอนนี้เย็นมากแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ได้ไหมคะ หวานว่างใช่ไหม?” ประโยคหลังฉันหันไปถามหวาน เธอมองพี่โชเล็กน้อยก่อนขยับยิ้ม


“อื้ม ได้สิ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะฟอง”


ฉันคืนเจ้าตัวเล็กให้หวานแล้วโบกมือลาเธอที่เดินเข้าบ้านตัวเองไป พี่โชยังคงยืนมองฉันไม่ขยับไปไหนจนฉันเลื่อนสายตามองเขา ดวงตาคมวูบไหวเล็กน้อยก่อนขยับยิ้มบาง


“งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ”


“ค่ะ ขอบคุณที่ชวนนะคะ” ฉันโบกมือลาพี่โชที่เดินจูงเจ้าตัวโตเข้าบ้านไปก่อนปิดประตูรั้วแล้วเดินกลับเข้ามาในบ้าน สายตามองวัตถุดิบต่างๆ ที่ยังทำค้างไว้ ฉันตั้งใจว่าจะทำอาหารรอทานพร้อมพี่ไรม์ ฉันก็ต้องทำมันให้เสร็จและรอเขากลับมาทานพร้อมกัน


วังว่าพี่ไรม์จะกลับมานะ…



ต่อค่ะ



[บทบรรยาย ไรม์]


PK PUB


“ไงมึง ได้ข่าวว่าเพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่วันไม่ใช่เหรอวะ ทำไมขยันร่อนจัง ทิ้งเจ้าสาวหมาดๆ ไว้ที่บ้านคนเดียวแบบนี้ น่าสงสารแย่” คำถามกึ่งหวังดีกึ่งแดกดันดังมาจาก ‘ฌอน’ เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งของผม มันนั่งลงฝั่งตรงข้ามยังไม่วายส่งสายตาขี้เสือกมาให้


“เออ ก็ว่าอยู่ทำไมสองสามวันมานี้มึงเที่ยวได้ติดๆ กัน เพราะแยกออกมาอยู่เองแล้วสินะ” เพื่อนอีกคนสมทบขึ้นเหมือนเพิ่งนึกได้ ผมปรายตามองคนขี้เสือกเบอร์สองอย่าง ‘พลูโต’ มันจิบเหล้าในมือนั่งพาดแขนกับโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ


“เลิกเสือกเรื่องของกูแล้วสนใจไอ้เวรนั่นแทนดีกว่ามั้ง” ผมส่งสายตาไปทาง ‘โลกิ’ เพื่อนสนิทอีกคนที่วันนี้มันนั่งเหม่อแปลกๆ มันเงยหน้ามองพวกผมแล้วขมวดคิ้ว


“อะไร?”


“มึงอ่ะเป็นไร มาถึงก็เหม่อเลย” ผมถามพลางจิบเหล้าในมือไปด้วย


“กูห่วงน้องน่ะสิ พักนี้ไลลาอาการไม่ค่อยดี” คิ้วเข้มขมวดยุ่งๆ สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อพูดถึงน้องสาวตัวน้อยที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงของมัน


“เมื่อเดือนก่อนก็เพิ่งผ่าตัดไปไม่ใช่? ทรุดอีกแล้วเหรอวะ”


“ไม่เชิง ช่างเหอะ มาคุยเรื่องมึงดีกว่าไอ้ไรม์ แต่งงานแล้วทำไมไม่อยู่บ้านอยู่ช่องบ้าง ถ้าแม่มึงรู้มึงโดนฆ่าแน่” โลกิบอกปัดฌอนแล้วหันมาเสือกเรื่องของผมแทน ผมปรายตามองไอ้ขี้เสือกเบอร์สามด้วยสายตาติดรำคาญ มึงจะคุยเรื่องอื่นกันก็ได้นะ วนกลับมาบ้านกูทำไม?


“แม่ไม่รู้หรอก ถ้ายัยนั่นไม่พูด” ผมตอบนิ่งๆ


“แล้วมึงมั่นใจแค่ไหนว่าเมียหมาดๆ ของมึงจะไม่ปากโป้ง นี่มึงทิ้งเธออยู่บ้านคนเดียวมาหลายคืนแล้วนะเว้ย เป็นกูนะ กูฟ้องไปละ” ฌอนชนแก้วกับโตเป็นเชิงว่ามันก็คิดเหมือนกัน ถามว่าผมสนใจไหม? เออก็ไม่


“จะว่าไป ได้ข่าวว่าเมียมึงสวยมากเลยนี่ แถมยังเป็นลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจหมื่นล้านด้วย นอกจากมีเมียสวยแล้วยังรวยอีกนะ น่าอิจฉาสัดๆ”


“มึงนี่ก็รู้ดีจังนะไอ้ฌอน ได้ข่าวว่ามันแต่งงานไม่บอกเพื่อนฝูง? มึงยังจะไปเสือกเรื่องของมันได้อีก” โลกิยกเท้าขึ้นถีบขาฌอนแรงๆ อย่างนึกหมั่นไส้ ผมนั่งฟังพวกมันคุยกันเรื่องตัวเองด้วยความรำคาญเต็มทน


“ก็แค่เด็กเอาแต่ใจคนหนึ่ง พวกมึงจะสนใจอะไรกันนัก เลิกเสือกเรื่องของกูแล้วก็แดกๆ กันไปเหอะ” ผมตัดบทอย่างเย็นชา ปราดสายตามองพวกมันทีละคนเป็นเชิงเตือนให้เลิกพูดเรื่องนี้สักที ผมไม่อยากนึกถึงหน้าเธอคนนั้นให้มันหงุดหงิดใจอีก


พาลให้นึกถึงเรื่องเมื่อคืน สัมผัสหวานๆ นั่นยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึกไม่จางหาย ผมคงจะเมามากไปถึงได้ทำเรื่องแบบนั้นกับเธอ ไม่รู้ว่าตัวเองหน้ามืดแบบนั้นได้ยังไง ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่เข้าใกล้ ไม่ยุ่งเกี่ยว และไม่สัมผัสผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด


บนโลกนี้ผมจะกอดใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่เธอ…



รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้าจอดโรงรถหน้าบ้าน ประตูรั้วเลื่อนปิดอัตโนมัติ ผมก้าวลงจากรถพลางมองเข้าไปในตัวบ้าน ระเบียงและหน้าต่างชั้นบนซึ่งเป็นห้องของเธอคนนั้นปิดไฟมืดสนิท ขณะที่ชั้นล่างกลับเปิดไฟสว่างโร่ หลุบสายตาดูนาฬิกาข้อมือบอกเวลาตีหนึ่งยี่สิบ เธอคงหลับไปแล้วละมั้ง…


แกร๊ก


คิ้วเข้มขมวดนิดๆ เมื่อประตูหน้าบ้านเปิดออกโดยง่าย ยัยนั่นขึ้นนอนโดยไม่ล๊อคประตูบ้านเหรอวะ ประมาทเกินไปแล้ว…


กึก…


เท้าผมชะงักแทบจะทันทีเมื่อเดินเข้ามาภายในบ้านแล้วพบว่านอกจากไฟห้องรับแขกเปิดอยู่ ไฟตรงห้องครัวก็เปิดทิ้งไว้เช่นกัน และยังมี…


“…” ผมยืนมองภาพของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งฟุบหน้าหลับกับโต๊ะอาหาร ผมเดินเข้าไปใกล้เธอด้วยความลืมตัว สายตากวาดมองจานชามบนโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี อาหารสองสามอย่างที่ยังดูสวยงามไร้การตักทานล้วนเป็นอาหารจานโปรดของผมทั้งสิ้น


น่าหงุดหงิด…


ผมกำมือแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดมันผุดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ สายตาจับจ้องใบหน้าครึ่งเสี้ยวที่ตะแคงเกยบนแขนเรียวบาง ดวงตาหวานหลับพริ้ม แก้มขาวเรื่อแดงน้อยๆ ริมฝีปากบางเม้มนิดๆ ราวกับกำลังหลับฝัน ผมเอื้อมมือเข้าหาใบหน้าสวยด้วยความลืมตัวก่อนจะชะงักมือนิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นปัดช้อนบนโต๊ะแทน


เคร้ง!


“เฮือก!” ร่างเล็กที่กำลังหลับฝันสะดุ้งฮือลืมตาตื่นแทบจะทันที เธอยันตัวขึ้นนั่งหลังตรงแล้วหันมองผมซึ่งถอยห่างจากเธอสามก้าว ดวงตาหวานเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะมีแววดีใจแล้วลุกขึ้นยืน


“พะ พี่ไรม์… กลับมาแล้วเหรอคะ?”


“…” ผมไม่ได้ตอบคำถามกึ่งดีใจของเธอ เพียงแค่ปรายตามองด้วยสายตาเย็นชาแล้วเตรียมจะเดินขึ้นบันได แต่ถูกเสียงหวานเรียกไว้อีกครั้งจึงหยุดและหันมอง


“เอ่อ… ทะ ทานข้าวมาหรือยังคะ หิวหรือเปล่าคะ” อองฟองอ้อมแอ้มถามเสียงเบา เธอมองไปทางอาหารบนโต๊ะ มือข้างหนึ่งเผลอจับท้องตัวเองอย่างลืมตัว ทำให้ผมรู้ทันทีเลยว่าเธอยังไม่ได้ทานอะไรเพราะมัวแต่รอผมแน่ๆ ผมกำมือแน่นอย่างนึกหงุดหงิดใจ ทำไมเธอชอบทำเรื่องน่ารำคาญใจให้ผมทุกทีเลยวะ


“เธอจะกินก็กินไป ไม่ต้องมาสนใจฉัน”


“แต่ว่า…”


“เคยบอกแล้วไม่ใช่? ต่างคนต่างอยู่ ทำเหมือนอีกคนเป็นอากาศธาตุน่ะ” ผมย้ำกฎที่ตั้งไว้ในคืนเข้าหอ อองฟองเม้มริมฝีปากนิดๆ ดวงตาหวานสั่นไหว แต่ไม่ได้ทำให้ผมใจอ่อนเลยสักนิด “ถ้าอยากจะอยู่ร่วมกันก็ต้องทำตามกฎ ถ้าทำไม่ได้ ก็ออกไป”


“ทำไมคะ…” ผมหรี่ตามองคนตัวเล็กที่ก้มหน้ามองพื้นราวกับว่ามันคือสิ่งที่น่าสนใจนักหนา เสียงหวานสั่นๆ ทวนคำอีกครั้ง “ทำไมพี่ไรม์ถึงใจร้ายกับฟองแบบนี้”


ผมยืนนิ่ง รู้สึกหัวใจกระตุกเบาๆ มันเบาเสียจนผมแทบสัมผัสไม่ได้ ผมมองหน้าเธอ ริมฝีปากขยับยิ้มหยันขณะเอ่ยคำที่ควรเอ่ยมาตลอดเวลาสิบกว่าปีกับเธอ


“ใครกันแน่ที่ใจร้าย… เธอไม่ใช่คนเดียวที่ถูกทำร้ายหรอกนะ อย่าเข้าใจผิดสิ… อองฟอง”



#TO BE CONTINUED

รักเรื่องนี้แอดติดตามไว้ด้วยนะคะ
v
v

TALK
ความเย็นชาของอิพี่ยังคงแรงอย่างต่อเนื่อง
หลายคนที่ยุให้น้องฟองตัดเยื่อใยกับอิพี่สักที ใจเย็นๆ นะคะ
ตอนนี้น้องยังพยายามทำหน้าที่ภรรยาอย่างสุดความสามารถอยู่
อีกไม่นาน.. หึๆ อิพี่กระอักเลือดแน่ๆ
ฝากติดตามด้วยนะคะ เรื่องนี้มีแพลนเปิดพรีเดือนมีนาคมค่ะ
เก็บตังเตรียมเปย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เลยนะคะ

อย่าลืมแอดแฟน กดโหวตหัวใจ 
และคอมเม้นท์ให้ด้วยนะคะ
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]
...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #61 heykeo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:38
    รอเวลาที่พี่มันจะกระอักเลือด
    #61
    0
  2. #60 pinnkuu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:25
    และคอยเป็นกำลังจายให้น้องฟองเสมอออน้าาา
    #60
    0
  3. #59 pinnkuu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:25
    อัพเยอะๆๆน้าาา เค้าชอบเรื่องนี้มากกกๆๆๆ เข้ามารอทุกวันเลยยยย
    #59
    0
  4. #58 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:00
    อย่าตัดใจค่ะ อยู่ไปแบบนี้แหละ ทำดีให้ปีศาจทรมานเล่น หึ_หึ
    #58
    0
  5. #57 PortyTwity (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:48
    เลยกะเอาคืนน้องสิน่ะไรม์ ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรเค้าไม่มาหงุดหงิดกันหรอก เย็นชาให้ได้ตลอดเด้อ
    #57
    0
  6. #56 Naenn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:17
    รอน้าาาาาาาา ดีใจมากเลยที่เห็นแจ้งเตือน <3
    #56
    0
  7. #55 towarisa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:20

    ไรต์แกโดนอองฟองทำร้ายตอนไหน เข้าใจไรผิดป่ะ

    #55
    0
  8. #54 nokbamboo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:37

    อองฟองเลิกทำดีกับอิไรท์มันเถอะแล้วหันมาดูแลห่วงสุขภาพจิตใจและร่างกายของตัวเองจะดีกว่านะอย่าทรมานตัวเองอีกเลย

    #54
    0
  9. #53 PortyTwity (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:31
    รอพาร์ทไรม์ค่ะ อยากรู้ว่าอิพี่คิดอะไรอยู่
    #53
    0
  10. #52 nokbamboo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:21

    ช่างอิไรม์มันอองฟองยิ่งทะแบบนี้มากเท่าไหร่ยิ่งทำให้อองหองตัดสินใจได้เร็วมากเท่านั้นว่าจะเดินหน้าต่อและไม่รับรู้ว่าอิไรม์คิดอย่างั้ยและคอยแต่จะคิดถึงเรื่องเก่าในอดีตว่าอิไรม์แสนดียังงัยหรือเลือกที่จะยอมรับกับความจริงว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้วไม่มีอิไรม์ที่แสนดีอีกแล้วและเรื่องนี้ทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายควรที่จะรับรู้และปรึกษากันว่าจะเอายังงัยต่อไป

    #52
    0
  11. #51 towarisa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:37

    ไม่อยากอยู่คนเดียว ก็ไปอยู่บ้านข้างๆ นะฟองจะได้ไม่เหงา

    #51
    0
  12. #50 nokbamboo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:23

    ฟองรีบๆเทอิไรม์เร็วๆระ

    #50
    0
  13. #48 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:25
    รอจ้าาาา
    #48
    0
  14. #47 Naenn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:53
    ใจร้ายยยย แต่ชอบ555555
    #47
    0
  15. #46 towarisa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:36

    เกลียดอีไรม์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #46
    0
  16. #45 Nittayaja_oa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:31
    อิพี่..มัยเย็นชาเกิ๊น
    #45
    0