[END]BRO #Chain รุ่นพี่ล่ามรัก!

ตอนที่ 5 : CHAIN 03 ► เพื่อนบ้าน [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    13 ก.พ. 62







CHAIN 03

[เพื่อนบ้าน]



เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นด้วยความเจ็บแสบบริเวณลำคอและเนินอก ฉันจ้องมองร่องรอยสีกุหลาบช้ำๆ บนร่างกายตัวเองหน้ากระจกเงาในห้องน้ำ นึกย้อนกลับไปถึงเรื่องเมื่อคืนก็รู้สึกร้อนผ่าวขอบตาขึ้นมา เมื่อคืนหลังจากพี่ไรม์เอ่ยไล่ฉันอย่างไร้หัวใจแบบนั้น ฉันก็ได้แต่ปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นแล้ววิ่งออกจากห้องมา พอเข้ามาในห้องตัวเองก็ทรุดตัวนั่งร้องไห้อย่างหนัก นั่นเป็นครั้งแรกอีกแล้วที่ฉันร้องไห้หนักขนาดนั้น


น่าแปลกนะ… ทุกสิ่งแย่ๆ หลายอย่างที่บั่นทอนความรู้สึกกัน ฉันได้สัมผัสมันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานกับพี่ไรม์เลย… ชีวิตการแต่งงานของเราคงจะไม่ราบรื่นอย่างที่ฉันเพ้อฝันมาตลอดสิบกว่าปีแล้วสินะ


‘ฉันเบื่อเธอแล้ว’


“คนใจร้าย” ฉันปิดก๊อกน้ำแล้วเดินออกจากห้องเพื่อแต่งตัว พยายามลบคำพูดเย็นชาของพี่ไรม์ออกไป คิดในแง่ดีว่าเป็นเพราะเขาเมามาก


ใช่… เพราะเขาเมา


ฉันลงมาชั้นล่างอันเงียบสงัดของบ้าน ความวังเวงแล่นวาบเข้ามาจนเท้าเล็กชะงัก ตลอดเวลาที่ฉันเติบโตที่นิวยอร์ค ชีวิตของฉันมักรายล้อมไปด้วยแม่นมและคนรับใช้ แม้แต่ช่วงชีวิตก่อนหน้าจะย้ายไปนิวยอร์ค ฉันก็ยังมีแม่ริน คุณลุงภาค พี่ร๊อค แรมพ์ และ… พี่ไรม์ ชีวิตฉันเคยมีทุกคนอยู่ด้วยทำให้ไม่เคยอ้างว้างหรือโดดเดี่ยว สิ่งเดียวที่ฉันรู้จักคือความเหงาที่ต้องพลัดพรากจากพี่ไรม์เท่านั้น หากทว่าเวลานี้ฉันได้อยู่เคียงข้างพี่ไรม์แล้ว ได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขา แต่ไม่รู้ทำไม… ฉันกลับรู้สึกเหมือนไกลห่างจากเขากว่าเดิม ความอ้างว้างโดดเดี่ยวมันเป็นแบบนี้เองหรือ…


Rrr…


ฉันหลุดจากภวังค์ความเหงากลับมาที่เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ ริมฝีปากแย้มยิ้มรีบปาดน้ำตาใต้ขอบตาทิ้แล้วปรับเสียงสดใสรับสาย


“สวัสดีค่ะปะป๊า ฟองคิดถึงปะป๊าจังเลย”


[ฮ่าๆ แต่งงานแค่วันเดียวคิดถึงป๊าแล้วเหรอคะ รู้อย่างนี้ไม่ให้แต่งดีกว่าเนอะ] เสียงสดใสจากปลายสายช่วยให้หัวใจฉันอบอุ่นขึ้นมา ฉันขยับยิ้มจางๆ ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะยังตัดสินใจแต่งงานกับพี่ไรม์อยู่ไหม… ทั้งที่นั่นคือความฝันหนึ่งเดียวตลอดเวลาสิบกว่าปีของฉันแท้ๆ ไม่รู้ทำไมตอนนี้ฉันกลับลังเลขึ้นมา


“ปะป๊าล่ะก็” ฉันทำเสียงปกติแล้วนั่งลงบนโซฟารับแขก วันนี้ฉันตั้งใจว่าจะออกไปซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อหาซื้อวัตถุดิบมาเก็บไว้ในตู้เย็นบ้าง อย่างน้อยเวลาเหงาๆ ฉันก็ทำอาหารแก้แหงาแทนได้


[ป๊าจะโทรมาบอกว่าตอนนี้ป๊ากำลังจะขึ้นเครื่องกลับนิวยอร์คแล้วนะลูก] ฉันใจหายวูบ รอยยิ้มเลือนหายไปหมด


“ปะป๊า… จะกลับแล้วเหรอคะ” ฉันพยายามคุมน้ำเสียงตัวเองแล้วนะ แต่มันคงยากที่ปลายสายจะจับเสียงไม่ได้ เพราะพ่อคือคนที่รักและห่วงใยฉันมากที่สุดในโลกแล้ว


[อย่าทำเสียงเศร้าสิคนเก่งของป๊า ป๊าก็ยังอยากอยู่ที่นี่กับลูกนานๆ นะ แต่งานทางนั้นก็รัดตัวป๊าจะแย่ แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยป๊าก็วางใจแล้วที่มีคนที่ลูกรักคอยดูแลลูกสาวป๊า]


ป๊าคะ… ฟองรักเขา… แต่เขาไม่ได้รักฟองเลย…


ฉันอยากจะตอบไปแบบนั้น แต่มันคงไม่ดีแน่ ฉันไม่อยากทำให้พ่อต้องเป็นห่วง ท่านรักฉันมากยิ่งกว่าอะไรในโลก ถ้าหากท่านรู้ว่าพี่ไรม์ทำให้ฉันเสียใจ ท่านไม่มีทางยอมแน่ๆ


“ฟองคงคิดถึงป๊าแย่เลยค่ะ” ฉันกลืนก้อนสะอื้นลงคอ มือบางกำโทรศัพท์แน่น

[ป๊าก็คิดถึงลูกแทบตายแน่ๆ เฮ้อ… แต่ก็นะ การแต่งงานกับไรม์คือสิ่งที่ลูกเฝ้าฝันมานานแล้วนี่ ลูกต้องมีความสุขมากๆ นะฟอง ป๊าและม๊าบนสวรรค์จะคอยเป็นกำลังใจให้ลูกนะ ลูกจะต้องมีครอบครัวที่อบอุ่นและรักกันให้มากๆ นะลูก]

หลังจากบอกรักกันอีกสองสามคำพ่อก็วางสายไป ฉันนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นชั่วครู่ปล่อยความคิดให้จมดิ่งกับความห่วงหาอาวรณ์ของตัวเอง ก่อนจะตบแก้มเบาๆ เพื่อเรียกสติ

“เอาล่ะ! ไปซุปเปอร์ฯดีกว่า”

ว่าแต่ว่า… ซุปเปอร์ฯไปทางไหนล่ะ?

ฉันยืนมึนงงอยู่หน้าประตูรั้วบ้านของตัวเองเกือบสองนาที มองซ้ายมองขวาไปตามถนนของหมู่บ้านแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจ ฉันขับรถไม่เป็น ฉันนั่งรถโดยสารไม่เป็น ฉันเพิ่งกลับมาเมืองไทยได้เดือนเดียวหลังจากไปสิบกว่าปี และที่สำคัญที่สุดคือ… ที่นี่มันคือที่ไหนเนี่ย?!

กึง

“เอ่อ ต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่าครับ?” เสียงนุ่มน่าฟังทักจากหน้าประตูบ้านหลังข้างๆ ฉันหันมองเขาพลางยกมือป้องแดดไม่ให้ส่องตา ก่อนชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าตาของเพื่อนข้างบ้านชัดๆ

อ่า… เขาเป็นผู้ชายร่างสูงหน้าตาดี ไม่สิ หน้าตาหล่อมากเลยล่ะ ดวงตาคมสีน้ำตาลทอแววอ่อนโยน ริมฝีปากหนาขยับยิ้มละมุนใจดี เขาน่าจะอายุมากกว่าฉันประมานสองสามปี

“เอ๊ะ เพิ่งย้ายมาใหม่ใช่ไหมครับ ไม่เคยเห็นหน้าเลย”

“คะ? เอ่อ… สะ สวัสดีค่ะ ฟอง… เอ่อ ชื่ออองฟองค่ะ เพิ่งย้ายมาเมื่อวานนี่เองค่ะ” ฉันก็ไม่รู้ว่าปกติแล้วต้องแนะนำตัวกับเพื่อนบ้านยังไง แต่ดูเหมือนท่าทางเก้อๆ เกร็งๆ ของฉันจะทำให้เขาขำพอสมควร

“อ้อ ชื่ออองฟองสินะ ดูจากหน้าตาแล้วคงอายุน้อยกว่า งั้นขอแทนตัวเองว่าพี่นะครับ พี่ชื่อเตโช เรียกพี่โชก็ได้ครับน้องอองฟอง”


ต่อค่ะ


“เอ๊ะ… คะ?” ฉันเงยหน้ามองผู้ชายร่างสูงตรงหน้าด้วยความงุนงง อยู่ดีๆ เขาก็พูดคุยแบบกันเองกับฉัน แถมยังแนะนำตัวด้วยท่าทางสนิทสนม แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องเกร็งด้วย  “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่โช เอ่อ เรียกฟองก็ได้ค่ะ”

“อ่า โอเค ว่าแต่เรากำลังจะไปไหนเหรอ พี่เห็นยืนงงๆ หน้าบ้านมาสักพักหนึ่งแล้วเลยออกมาถาม” พี่โชยิ้มถาม หน้าตาเขาดูใจดีมาก คล้ายใครบางคนในอดีตของฉัน… “ว่าไงคะ”

“อ้อค่ะ พอดีฟองกำลังหาทางไปซุปเปอร์น่ะค่ะ แต่ว่า…” ฉันมองไปทางถนนหน้าบ้าน พูดตรงๆ นะ ทางไปหน้าหมู่บ้านทางไหนฉันยังไม่รู้เลย เมื่อวานตอนพวกผู้ใหญ่พาเข้ามาฉันก็ไม่ทันสังเกตซะด้วยสิ

“ซุปเปอร์เหรอ อืม… งั้นเดี๋ยวพี่พาไปค่ะ รอตรงนี้แปปนะ” พี่โชทำท่าคิดเล็กน้อยก่อนเดินหายเข้าไปในบ้านเขาโดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามของฉันเลย ครู่ต่อมาเขาออกมาพร้อมรถจักรยานคันหนึ่ง เขาคร่อมเตรียมตัวปั่นแล้วหันมายิ้มบอกฉัน “ขึ้นมานั่งเลยค่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

เอ๊ะ…?



หลังจากฉันยอมนั่งซ้อนท้ายพี่โชอย่างงงๆ ในที่สุดพวกเราก็มาถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่หน้าหมู่บ้าน ระหว่างทางที่ขี่จักรยานมาพี่โชแนะนำสถานที่ต่างๆ ในหมู่บ้านให้ฉันฟังตลอดทาง เขาทำตัวเหมือนไกด์พาทัวร์อย่างไรอย่างนั้น

“จะซื้ออะไรบ้างคะ”

“อ๊ะ…” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยตอนพี่โชโน้มหน้ามาถามขณะกำลังเลือกผัก พอรู้ตัวว่าแสดงอาการตกใจจนเกินไปจึงรีบขยับยิ้มส่งให้เขา “ขอโทษค่ะ ฟองเลือกผักเพลินไปหน่อย”

“ไม่เป็นไร น่ารักดี”

“คะ?” เพราะได้ยินไม่ถนัดฉันจึงหันไปเลิกคิ้วใส่เขา พี่โชมองฉันยิ้มๆ แล้วชี้ไปทางผัก “อ้อ ฟองตั้งใจจะซื้อพวกผักที่เก็บไว้ได้หลายวันหน่อยน่ะค่ะ เพราะคงไม่ได้มาซุปเปอร์ฯทุกวัน”

“ถ้าจะมาอีกวันไหนก็เรียกพี่ได้นะ”

“ไม่ดีมั้งคะ แค่นี้ฟองก็เกรงใจจะแย่แล้ว” ฉันทำหน้าเกรงใจ นี่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ แต่กลับรบกวนให้เขาปั่นจักรยานมาส่งขนาดนี้ เขาช่างเป็นคนดีมีน้ำใจมากจริงๆ ที่เคยได้ยินมาว่าคนไทยใจดีมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

“ถ้างั้น… ทำไมไม่ให้คนที่บ้านมาเป็นเพื่อนล่ะ หมอนั่นไม่อยู่เหรอ?” จู่ๆ น้ำเสียงพี่โชก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย มันดูห้วนแปลกๆ จนฉันต้องหันกลับมาสบตากับเขาพลางขมวดคิ้ว

“คะ? หมายถึงพี่ไรม์เหรอคะ? พี่โชรู้จักพี่ไรม์ด้วยเหรอคะ?” พี่ไรม์กับฉันเพิ่งเข้ามาอยู่บ้านหลังนั้นเมื่อวานนี้เองนะ แต่ทำไมพี่โชพูดเหมือนรู้จักพี่ไรม์อยู่แล้วเลยล่ะ

“อ้อ เมื่อวานตอนเย็นพี่บังเอิญเห็นหมอนั่นขับรถออกจากบ้านไปน่ะ ก็เลยจำได้ว่าชื่อ ไรม์ เรียนอยู่วิศวคอม มหา’ลัย M ใช่ไหม?” เขารู้จักพี่ไรม์มาก่อนจริงๆ ด้วย แถมยังจำได้ทั้งคณะทั้งเอก

“ใช่ค่ะ ว่าแต่ทำไมพี่โชถึงทราบละคะ?”

“เพราะพี่ก็เรียนอยู่มหา’ลัย M เหมือนกัน แต่พี่เรียนอยู่สถาปัตย์ปีสี่” ฉันร้องอ้อเบาๆ พลางพยักหน้าอย่างเข้าใจเรื่องราว “ฟองล่ะ เรียนอยู่ที่ไหนเหรอ?”

“ฟองเหรอคะ ฟองเพิ่งจบไฮสคูลกำลังจะเข้าเรียนที่มหา’ลัย M เหมือนกันค่ะ คณะศิลปกรรม” ฉันยิ้มตอบพลางนึกถึงคณะเรียนด้านศิลปะที่ฉันรักอีกหนึ่งอย่างนอกจากพี่ไรม์…

“อื้อหื้อ… ฟองชอบวาดรูปเหรอ” พี่โชช่วยฉันเข็นรถไปตามทางเดิน ฉันเลือกเนื้อสดอีกสองสามอย่างพลางยิ้มรับ

“ใช่ค่ะ ฟองชอบวาดรูปเหมือนม๊า รับเลือดศิลปินของม๊ามาเต็มๆ ป๊าบอกอย่างนั้น” ฉันชะงักเล็กน้อยเมื่อตัวเองหลุดพูดเรื่องครอบครัวกับคนที่เพิ่งรู้จัก พี่โชยิ้มแล้วพยักหน้าเป็นเชิงให้พูดต่อ แต่ฉันไม่กล้าพูดอีกจึงเสสายตามองไปทางอื่น

น่าแปลก… ทำไมฉันถึงสบายใจเวลาพูดคุยกับคนๆ นี้กันนะ ทั้งที่ฉันควรจะรู้สึกแบบนี้กับพี่ไรม์สิ



“ขอบคุณมากนะคะแล้วก็ขอโทษด้วยค่ะที่รบกวน” ฉันก้มหัวให้พี่โชหลังจากเขาขี่จักรยานกลับมาส่งหน้าประตูบ้าน พี่โชยิ้มตาหยีแล้วชูถุงขนมในมือขึ้น

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่ก็ได้ขนมกลับมาเพียบเลย” 

“ถ้างั้นฟองเข้าบ้านก่อนนะคะ” ฉันยิ้มขอบคุณเขาอีกครั้งแล้วหมุนตัวเตรียมจะเปิดประตูรั้วแต่ถูกเสียงพี่โชเรียกไว้จึงหันมอง

“เออจริงสิ พี่ลืมบอกไปว่าน้องสาวพี่ก็กำลังจะเข้าเรียนคณะศิลปกรรมที่มหา’ลัย M เหมือนกันนะ เอาไว้มาทำความรู้จักกันนะ คิดว่าต้องเข้ากันได้ดีแน่ๆ ยัยนั่นติสท์สุดๆ เลยล่ะ” ประโยคหลังพี่โชป้องปากกระซิบ ฉันหลุดขำออกมา

“งั้นเหรอคะ บังเอิญจริงๆ ครั้งหน้าแนะนำให้ฟองรู้จักด้วยนะคะ”

“รับทราบ!” พี่โชทำท่าตะเบ๊ะเหมือนพวกทหาร ฉันยิ้มแล้วบอกลาเขาอีกครั้งพลางเปิดประตูรั้วเข้ามาในบ้าน สองตามองประตูบ้านแล้วสูดลมหายใจลึกๆ ตอนนี้สิบโมงกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้พี่ไรม์จะตื่นหรือยัง

และคำถามในใจของฉันได้รับคำตอบเป็นร่างสูงที่กำลังยืนรินน้ำหน้าตู้เย็น เขาไม่ได้มองฉันเลยแม้แต่หางตา ทำราวกับว่าฉันเป็นอากาศธาตุสำหรับเขา ฉันเม้มปากเล็กน้อยขณะยืนรอให้เขาเดินพ้นออกมาจากตู้เย็น เพราะฉันต้องแช่วัตถุดิบเข้าตู้แต่ไม่อยากเข้าใกล้เขาให้เขารำคาญใจอีก

กึง!

“น่าหงุดหงิด” 

ฉันสะดุ้งนิดๆ ตอนแก้วในมือพี่ไรม์กระแทกลงบนเคาท์เตอร์บาร์เล็กๆ คิ้วสวยขมวดเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจว่าตัวเองไปทำอะไรให้เขาหงุดหงิดงั้นเหรอ… หรือแค่เห็นหน้าฉันเขาก็รำคาญเสียแล้ว…

“เอ่อ… คือว่า..”

“ผู้หญิงน่ารำคาญ”

ฉันชะงักค้างยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยหัวใจเจ็บแปล๊บ สองตามองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินขึ้นบันไดไปแล้วหลังจากทิ้งคำพูดใจร้ายเอาไว้ให้ฉัน ขอบตามันร้อนผ่าวจนต้องรีบกรอกตาขึ้นเพื่ออดกลั้นไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา

ภายในใจได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมาว่าฉันทำอะไรผิดนักหนางั้นเหรอ… ทำไมเขาถึงเกลียดฉันขนาดนี้…



TO BE CONTINUED

รักเรื่องนี้แอดติดตามไว้ด้วยนะคะ
v
v

TALK
ฮั่นแน่ๆๆ หงุดหงิดอะไรคะพี่ไรม์ อาการเหมือนหึงน้อง 555
ระวังเถอะ! ใจร้ายกับน้องมากๆ น้องจะไปซบอกพี่โชแล้วนะคะ >.,<
ฝากติดตามด้วยนะคะ เรื่องนี้มีแพลนเปิดพรีเดือนมีนาคมค่ะ
เก็บตังเตรียมเปย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เลยนะคะ

อย่าลืมแอดแฟน กดโหวตหัวใจ 
และคอมเม้นท์ให้ด้วยนะคะ
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]
...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #548 Fha Mahathon (@sarah08) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 01:47
    สงสารน้องจังเลย
    #548
    0
  2. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:20
    หงุดหงิดไรคะคุณพี่
    #49
    0
  3. #44 rtom711 (@rtom711) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:07

    ปากร้ายให้สุดไปเลย อนาคตข้างหน้า ได้หง่อยเป็นหมาแน่

    #44
    0
  4. #43 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:23

    แล้ววันหนึ่งอิไรม์มันจะโดนเทแบบไม่รู้ตัวอองฟองรีบๆเทอิไรม์เร็วๆนะ

    #43
    0
  5. #42 CharNada (@CharNada) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:50
    รอวันที่พี่ไรม์โดนเท!!!
    #42
    0
  6. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:43

    วัยทองเหรอไรต์

    #41
    0
  7. #40 Naenn (@Naenn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:28
    มาบ่อยๆนาาา ชอบบบบ
    #40
    0
  8. #39 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:52

    เตโชหล่อกว่าไรม์อีกนะเนี้ยหยิ่งไปเถอะไรม์ เสียอองฟองไปจะรู้สึก

    #39
    0
  9. #38 PortyTwity (@PortyTwity) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:49
    ช่วยให้หายเหงาได้ระดับนึงเลยนะฟอง
    #38
    0
  10. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:15

    คุยกับคนข้างบ้านแก้เหงาดีกว่านะฟอง ปล่อยอีไรม์ผีบ้าไปเถอะ

    #37
    0
  11. #36 Wendy A. (@teddywen) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:21
    รอค่ะๆๆๆ
    #36
    0
  12. #35 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:18
    เจิมสิคร้าบบบบบ
    #35
    0
  13. #34 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:12

    เขาคือใครกันรอนะไรท์

    #34
    0
  14. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:07

    เจิมมมมมม

    #33
    0
  15. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:25
    ใครนร้าาาาา
    #32
    0