[END]BRO #Chain รุ่นพี่ล่ามรัก!

ตอนที่ 3 : CHAIN 01 ► ก่อนแต่ง [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,954
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    3 ก.พ. 62







CHAIN 01

[ก่อนแต่ง]



2 เดือนก่อนหน้า


ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนส์ขายาวเท่ๆ เดินลงจากบันได นิ้วเรียวควงกุญแจรถเล่นตามปกตินิสัย เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่นของบ้านเพียงไม่กี่ก้าวก็ถูกเสียงนุ่มเรียกขาน ฝีเท้าหยุดชะงักหันมองตามเสียงเล็กน้อย


“จะไปไหนตาไรม์ นี่มันดึกแล้วนะลูก” นาริน ร้องทักพลางเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มกว่า คำว่า ‘ดึก’ ของผู้เป็นแม่เรียกคิ้วเข้มขมวดนิดๆ ใบหน้าหล่อคมคายตัดรับดวงตาคมเข้มดุดันติดเย็นชานิ่งขรึม ริมฝีปากหนาติดคล้ำเหยียดตึงเล็กน้อย


“ฉลองสอบเสร็จกับเพื่อนฮะ ผมจะรีบกลับ” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่ก็ติดเย็นชาอยู่ในที นารินมองลูกชายคนกลางครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจ


“อย่าดื่มเยอะนักล่ะ ลูกรู้ใช่ไหมว่าจะทำตัวเหลวไหลไม่ได้ เพราะลูกต้อง...”


“ผมรู้ ขอตัวก่อนฮะ” ชายหนุ่มตัดบทสนทนาเดิมๆ ที่แม่มักจะตอกย้ำเขามาตลอดเวลาสิบกว่าปี ชิวิตเขาขาดอิสระและถูกควบคุมแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ในขณะที่พี่น้องคนอื่นกลับได้รับอิสระอย่างเต็มที่ นึกถึงเรื่องนี้แล้วพาลอารมณ์ขุ่นมัว 


สาเหตุเป็นเพราะเธอคนนั้นแท้ๆ คนที่พรากอิสระไปจากชีวิตของเขา!




NEW YORK , USA


ตึงๆๆๆ


เสียงฝีเท้าวิ่งลงจากบันไดคฤหาสน์ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองนิวยอร์คทำเอาบรรดาแม่นมและคนรับใช้อกสั่นขวัญหายไปตามๆ กัน ร่างบอบบางของคุณหนูวัยสิบแปดปีเต็มถลาเข้าหาร่างสูงของชายวัยกลางคนทรงภูมิฐาน ‘พิพิธ’ ผู้เป็นนายใหญ่ของบ้านและยังมีสถานะเป็นนักธุรกิจชื่อดังของนิวยอร์ค ทว่าเมื่อเขากลับมาบ้านเขาจะกลายเป็นเพียงปะป๊าสุดที่รักเพียงคนเดียวในโลกของเด็กสาวเท่านั้น


“ปะป๊าขาาา~ปะป๊ากลับมาแล้ว!” ดวงหน้าสวยละไมซุกกับอกของผู้เป็นพ่อ ดวงตาหวานหลับพริ้มอย่างมีความสุข ชุดกระโปรงยาวราวเจ้าหญิงพริ้วไหวตัดรับกับผิวขาวเนียนเปล่งปลั่งที่ได้รับการทะนุถนอมดูแลอย่างดี


“ป๊ากลับมาแล้วค่ะคนเก่ง คิดถึงป๊าไหมเอ่ย” แรงสวมกอดอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวที่หญิงสาวได้รับและพักพิงมาตั้งแต่เกิดเรียกรอยยิ้มซุกซน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนพราวระยับยามเงยหน้าขึ้นมองปะป๊าของเธอ


“คิดถึงสิคะ ฟองคิดถึงปะป๊าที่สุดเลย ก็ปะป๊าไปดูงานที่ญี่ปุ่นตั้งสามวันแล้วนี่คะ ทิ้งฟองอยู่บ้านคนเดียว ใจร้ายที่สุด” ประโยคหลังร่างบางทำแก้มป่องใส่อย่างแสนงอน จนผู้เป็นพ่อต้องสวมกอดแน่นขึ้นแล้วเอ่ยถามอย่างงอนง้อ


“โอ๋ๆ ป๊าขอโทษค่ะ เอางี้ น้องฟองอยากได้อะไรป๊าจะหามาให้หมดเลย” นักธุรกิจใหญ่พูดง้ออย่างใจปล้ำ ‘อองฟอง’ ลูกสาวสุดที่รักผู้ถูกเลี้ยงดูมาราวไข่ในหินช้อนตามองด้วยสายตาพราวระยับ


“จริงเหรอคะ?”


“จริงสิคะ ลูกสาวป๊าทั้งคนป๊าหามาให้ได้ทุกอย่างบนโลกอยู่แล้ว” ถ้าเป็นสิ่งที่ลูกสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของเขาต้องการมีหรือที่คนอย่างเขาจะหามาให้ไม่ได้


“งั้นปะป๊ารับปากฟองก่อนสิคะ ไม่ว่าฟองจะขออะไรปะป๊าต้องเซย์เยสเท่านั้น ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดนะคะปะป๊า” ร่างบางต่อรองด้วยสายตาอออดอ้อนใช้ไม้ตายทำให้ผู้เป็นพ่อใจอ่อนตกปากรับคำ


“ได้เลย! ปะป๊ารับปาก! ไหนลูกสาวป๊าอยากได้อะไรบอกปะป๊ะซิ” ริมฝีปากหนาขยับยิ้มบางก่อนรอยยิ้มเหล่านั้นจะชะงักค้างเมื่อฟังคำตอบแสนมาดมั่นกับดวงตาแน่วแน่ของลูกสาวตัวน้อยในสายตาเขา


“ฟองอยากแต่งงานกับพี่ไรม์ค่ะ!!”





BANGKOK , THAILAND


‘บ้านกิตติโสภณ’


“ส่องอะไรอยู่เจ้าแรมพ์ เห็นนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นานแล้ว”


‘ร๊อค’ ลูกชายคนโตของบ้านกิตติโสภณเอ่ยถามน้องชายคนเล็กที่นั่งอยู่โซฟาฝั่งตรงข้ามเขา เรียกสายตาจาก ‘แรมพ์’ ผู้ถูกถามในทันที


“ไอจียัยตัวแสบน่ะสิ เดี๋ยวนี้โตเป็นสาวใหญ่แล้ว” น้ำเสียงเอ็นดูฉายชัดจนร่างสูงของลูกชายคนกลางที่นั่งดูรายการแข่งรถถัดจากพวกเขาไปไม่ไกลอดเหลือบตามองอย่างเสียไม่ได้


“จริงเหรอ! ไหนๆ มาส่องบ้าง” ร๊อคกระโดดมานั่งข้างน้องชายแล้วชะโงกดูหน้าจอโทรศัพท์จอใหญ่ “เออแฮะ ยิ่งโตยิ่งสวยวุ้ย เห็นว่าเพิ่งจบไฮสคูลเมื่อสองอาทิตย์ก่อนนี่ใช่ไหม”


“ใช่ๆ ผมยัง Facetime ไปยินดีกับเธออยู่เลย”


“โอ้โห นี่แกคอลหายัยตัวแสบด้วยเหรอ ไม่เห็นบอกกันบ้างเลย ขี้โกงว่ะ” พี่คนโตผลักหัวน้องคนเล็กแรงๆ อย่างนึกหมั่นไส้ในที บังอาจข้ามหน้าข้ามตาเขาไม่ว่า แต่ดันไม่บอกกล่าวกันสักคำ เขาจะได้คอลไปหาบ้างไรบ้าง


“อ้าว ก็พี่ไม่คอลไปเองล่ะ ยัยนั่นยังบ่นคิดถึงพี่อยู่เลย” แรมพ์จัดทรงผมตัวเองอย่างหน้ามุ่ยนิดๆ เขาไม่ชอบให้ผมเสียทรง มันดูไม่เท่


“เหอะ ยัยนั่นน่ะนะคิดถึงฉัน” ร๊อคกอดอกพลางยกยิ้มมุมปาก สายตาเหลือบมองร่างสูงที่นั่งดูทีวีเงียบๆ เหมือนไม่ใส่ใจใคร แต่เขามองออกว่าหมอนั่นกำลังตั้งใจฟังบทสนทนาของพวกเขาอยู่ “ยัยนั่นคงจะคิดถึงใครบางคนแถวนี้มากกว่าน่ะสิไม่ว่า”


“...” ใครบางคนที่เขาแขวะถึงกับเหลือบสายตามองเล็กน้อย แรมพ์เองก็หันมองเป็นตาเดียวกับร๊อค


“พูดแล้วก็หมั่นไส้อะนะ แต่มันก็จริงนั่นแหละ ยัยนั่นเอาแต่ถามถึงพี่รองไม่หยุดปาก นี่ถามจริง… พี่เคยคอลหาเธอบ้างไหมเนี่ย?”


ไร้ซึ่งคำตอบรับและการตอบสนองจากคนถูกถาม ร๊อคอดไม่ได้ที่จะหยิบหมอนปาใส่อย่างนึกหมั่นไส้ในท่าทีเย็นชาของน้องชายคนรองที่มักแสดงออกมาทุกครั้งเวลาพูดถึงเธอคนนั้น


“แกนะแก ทำไมยัยตัวแสบถึงเลือกเป็นเจ้าสาวคนอย่างแกนะเจ้าไรม์ น่าหมั่นไส้จริงๆ”


“นั่นน่ะสิ อุตส่าห์คิดว่าถ้ายัยนั่นโตขึ้นแล้วจะเปลี่ยนความคิดบ้าง แต่หวยก็ยังมาออกที่พี่รองอยู่ดี น่าหงุดหงิดชะมัด เหอะๆ”


ในขณะที่สองพี่น้องได้แต่บ่นอย่างเจ็บใจปนอิจฉา ‘ไรม์’ ลูกชายคนกลางของบ้านกิตติโสภณคนที่กำลังถูกพี่น้องอิจฉาตาร้อนกลับลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเรียบตึง รังสีเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงประกอบกับน้ำเสียงเย็นเหยียบยามเอื้อนเอ่ย


“ก็แค่เด็กเอาแต่ใจ อยากได้ก็เอาไปสิ


“โอ๊ะ… ไอ้หมอนี่… มันน่าหมั่นไส้จริงๆ เว้ย!” ร๊อคตะโกนไล่หลังน้องชายคนรองที่เดินขึ้นบันไดบ้านไปแล้ว ขณะที่แรมพ์ได้แต่ชี้นิ้วใส่เขาแล้วอ้าปากพะงาบๆ


“อ๊าก! น่าเจ็บใจสุดๆ!”




“เดือนหน้าลูกสาวแม่จะกลับเมืองไทยแล้ว หวังว่าลูกๆ ทุกคนจะให้การต้อนรับน้องอย่างดีและอบอุ่นนะ” ขณะสมาชิกทุกคนในบ้านกิตติโสภณกำลังร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน นายหญิงของบ้านกล่าวขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัด ดวงตาสวยทว่าแฝงไปด้วยอำนาจปาดมองลูกชายทีละคนก่อนหยุดลงที่ลูกชายคนกลาง “โดยเฉพาะลูกนะไรม์ หลังจากน้องกลับมาหนึ่งเดือนเราจะจัดพิธีแต่งงานให้ลูก”


เคร้ง!


“แค่กๆ/แค่กๆ” สองพี่น้องลูกคนโตและลูกคนเล็กพากันสำลักอย่างพร้อมเพรียงกัน ขณะที่ลูกคนกลางชะงักค้างไปแล้ว ดวงตาที่เคยราบเรียบมีแววคุกรุ่นในทียามจับจ้องผู้เป็นแม่


“หมายความว่ายังไงฮะ แต่งงานงั้นเหรอ?”


“ใช่ มันคือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ตั้งสิบกว่าปีแล้วนี่ ลูกก็รับรู้อยู่แล้ว” นารินตักอาหารทานราวกับเรื่องที่กำลังพูดคุยกันอยู่ขณะนี้เป็นเพียงเรื่องของดินฟ้าอากาศ โดยไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าอันหลากหลายอารมณ์ของสมาชิกครอบครัวที่ร่วมโต๊ะแต่ละคน


ร๊อคถึงกลับลอบกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ยามมองรังสีเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวของน้องชายคนรองตัดกับสายตาคุกรุ่นร้อนแรงที่แทบจะแผดเผาจานอาหารตรงหน้าให้เป็นจุล


แรมพ์กำช้อนในมือแน่น เขาเม้มปากอย่างพยายามระงับความหงุดหงิดในใจ แน่นอนว่าเขาไม่ได้รู้สึกยินดีกับการแต่งงานครั้งนี้ของพี่ชายคนรองเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขารู้ดีว่าถ้าแต่งกันไปแล้วคนที่จะทุกข์ใจมากที่สุดไม่ใช่พี่รอง แต่เป็นเธอคนนั้น…


ส่วนคุณภาคผู้เป็นนายใหญ่ของบ้านทำเพียงนิ่งฟังบทสนทนาของภรรยาและลูกชายอย่างเป็นกลาง ไม่ว่าการตัดสินใจของทั้งสองคนจะเป็นอย่างไร เขาจะเป็นคนพิจารณาให้อีกทีหนึ่ง


“แต่เธอยังเด็กเกินไปนะฮะ” ไรม์แย้งเสียงเรียบ พยายามควบคุมสีหน้าให้นิ่งที่สุดทั้งที่ภายในมันร้อนอย่างกับไฟ


“น้องจบไฮสคูลแล้วและจะย้ายมาเรียนมหา’ลัยที่เดียวกับลูก ทางคุณพิพิธต้องการให้น้องแต่งงานกับลูกทันทีเพื่อให้ลูกคอยดูแลน้อง จนกว่าลูกจะเรียนจบและรับช่วงต่อบริษัทของท่านในฐานะลูกเขย ถึงตอนนั้นลูกกับน้องต้องย้ายไปนิวยอร์คถาวร”


การวางแผนชีวิตเป็นฉากๆ รวมไปถึงอนาคตที่เขาไม่สามารถเลือกอะไรได้เลยทำให้ไรม์กำมือแน่น เขาเกือบจะระเบิดมันออกมาถ้าไม่ติดมือหนาที่แตะแขนเขาเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ


ร๊อคเข้าใจอารมณ์ของน้องรองตอนนี้ดี ไรม์อึดอัดกับการถูกควบคุมมานานนับสิบกว่าปีแล้ว มันคงไม่ดีแน่ถ้าเขาระเบิดทุกอย่างออกมาตอนนี้ พ่อแม่ของพวกเขาดูภายนอกแล้วเหมือนพ่อแม่ที่ใจดีและรักลูกตามปกติทั่วไป แต่ลึกๆ แล้วพวกท่านแฝงความเผด็จการ หรือถ้าเรียกแบบดีๆ ก็คือความห่วงใยเกินขอบเขตจนกลายเป็นความก้าวก่ายส่วนตัวของลูกๆ


สำหรับร๊อคกับแรมพ์ แม้พ่อแม่จะตามใจและให้อิสระอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงถูกควบคุมให้อยู่ในสายตาตลอด แต่ไม่เท่ากับไรม์ สำหรับไรม์ที่ถูกเลือกให้เป็นเจ้าบ่าวตั้งแต่เด็ก เขามีฐานะว่าที่ลูกเขยและผู้สืบทอดธุรกิจหมื่นล้าน การจะทำตัวเหลวไหลให้เสื่อมเสียชื่อเสียงในภายภาคหน้าจึงเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างมาก ชีวิตเขาจึงถูกริดรอนอิสระและถูกควบคุมมาโดยตลอด


และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นคนเย็นชาแบบนี้


“เอาเป็นว่าอีกสองเดือนข้างหน้า ลูกเตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานได้เลย แม่จะจัดการทุกอย่างให้เอง” นารินจิบน้ำพลางเช็ดปากเบาๆ ดวงตาคมสวยเลื่อนมองลูกชายคนกลางด้วยแววตากดดัน “ลูกรู้ใช่ไหมว่าควรทำตัวยังไง”


“...”


“แล้วเดือนหน้าอย่าลืมรอต้อนรับลูกสาวสุดที่รักของแม่ด้วยล่ะ แม่คิดถึงน้องจะแย่อยู่แล้ว” รอยยิ้มเต็มตาเผยขึ้นทุกครั้งที่พูดถึง ‘ลูกสาว’ ของเธอ ทุกคนรู้ดีว่านารินอยากมีลูกสาวมาก จึงไม่แปลกที่นารินจะแสดงออกอย่างมีความสุขเพียงเพราะการกลับมาของลูกสาวสุดที่รักของเธอ


อองฟอง… เด็กสาวผู้เป็นที่รักของทุกคนในบ้านกิตติโสภณ…



TO BE CONTINUED


TALK
แหม พี่ไรม์ ยกน้องให้คนอื่นง่ายๆ แบบนี้ ระวังน้ำตาตกในตอนหลังนะคะ 555
ต้องบอกก่อนว่าความเย็นชาของพี่ไรม์มันมีสาเหตุและที่มาที่ไป
ทุกตัวละครย่อมมีเหตุผลในตัวของตัวเองค่ะ

*บอกเลยเรื่องนี้จะคนละสไตล์กับพี่โลกินะคะ
ไม่ได้ฟินมากหวานมากเท่าเขา แต่ก็พอกรุบกริบแน่นอนค่ะ -.,-
ถามว่าดราม่าไหม ก็นิดๆ พอปวดตับหน่อยๆ เหมาะกับคนแบดๆ 55
ฝากติดตามกันต่อไปนะคะ เรื่องนี้มีแพลนเปิดพรีเร็วๆ นี้
เก็บตังเตรียมเปย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เลยนะคะ

อย่าลืมแอดแฟน กดโหวตหัวใจ และคอมเม้นท์ให้ด้วยนะคะ
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]
...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #18 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:12

    สักวันไรม์จะน้ำตาตกเมื่ออองฟองคืนอิสระให้แล้วจะมากลับคำพูดภายหลังนั้นคงยากแล้ว

    #18
    0
  2. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:47
    อองฟองเกียมตัวโดนรังแกได้เลย
    #16
    0
  3. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:26

    ยกให้ง่ายๆ อบบนี เขาเอาไปจริงอย่ามาเสียใจนะ

    #15
    0
  4. #14 PortyTwity (@PortyTwity) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:54
    เอาจริงถ้าเป็นไรม์ก็อึดอัดนะ จะทำอะไรก็มีขอบเขตตลอด เลยเอาความเย็นชามาลงที่น้องสิน่ะ แต่ว่าไม่สนใจน้องจริงๆอะหรอ
    #14
    0
  5. #13 PortyTwity (@PortyTwity) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 19:35
    ไรม์ขัดพ่อแม่ไม่ได้เลยสิน่ะ อยากรู้สาเหตุจังว่าอะไรทำให้น้องถึงอยากแต่งงานกับไรม์
    #13
    0
  6. #12 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 15:08

    อองฟองจะรู้มั้ยว่าพี่ไรม์ของอองฟองเป็นแบบไหน

    #12
    0
  7. วันที่ 31 มกราคม 2562 / 13:12

    ขอกังนง่ายงี้เลยเหรอออออ

    #11
    0