[END]BRO #Chain รุ่นพี่ล่ามรัก!

ตอนที่ 29 : CHAIN 24 ► สับสน [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,832
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    8 ก.ย. 62







CHAIN 24

[สับสน]



สองวันต่อมาฉันออกจากโรงพยาบาลด้วยการมารับของพี่ร๊อคและแรมพ์ ส่วนพี่ไรม์นั้น... หลังจากเมื่อคืนก่อนฉันก็ไม่เห็นเขาอีกเลย พี่ร๊อคกับแรมพ์ก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเขาเช่นกัน


“โชคดีที่สามวันมานี้แม่ติดประชุมที่จีน แม่เลยยุ่งๆ ไม่ได้ตามติดชีวิตพวกเราเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นเรื่องฟองเข้าโรงพยาบาลคงปิดแม่ไม่มิดแน่ๆ” พี่ร๊อคทำหน้าที่ขับรถพูดขึ้นด้วยสีหน้าอารมณ์ดี ฉันมองแรมพ์ที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับเพื่อถามถึงเรื่องเรียน


“หวานช่วยเลคเชอร์ให้แล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ฟองไม่ต้องห่วง กลับบ้านไปพักผ่อนให้เต็มที่จนกว่าจะหายดีแล้วค่อยไปเรียนก็ได้”


“ไม่เอาหรอก ฟองพักแค่วันนี้ก็พอ พรุ่งนี้คงไปเรียนตามปกติแล้วล่ะ”


“ทำไมดื้อแบบนี้นะ ก็บอกให้พักผ่อนเยอะๆ ไงเล่า” แรมพ์หันมาทำหน้าดุใส่ เขามักจะทำเหมือนฉันเป็นเด็กทุกทีทั้งที่เราอายุเท่ากันแท้ๆ


“ก็ฟองไม่อยากอยู่บ้านนี่นา บ้านหลังใหญ่แบบนั้นใครจะอยากอยู่คนเดียวกันล่ะ” ฉันบ่นอุบอิบคิดว่าคนทั้งสองจะไม่ได้ยิน แต่คิดผิดถนัดเพราะได้รับสายตาขบขันจากพี่ร๊อคส่งผ่านกระจกส่องหลังมากับสายตาดุๆ ปนหงุดหงิดของแรมพ์ที่หันขวับมามองกัน


“เดี๋ยวนี้เถียงเก่งใหญ่แล้วนะ น้องฟองของพี่โตขึ้นแล้วจริงๆ”


“ไม่ตลกเลยนะพี่ใหญ่ ยัยนี่นับวันๆ ชักจะดื้อขึ้นมาก ทั้งที่เมื่อก่อนยังว่านอนสอนง่ายอยู่เลยแท้ๆ” แรมพ์หันกลับไปกอดอกบ่นใส่ฉัน ฉันยู่หน้าใส่เขากลับอย่างไม่เกรงกลัวสักนิด


“เวลาเปลี่ยนคนย่อมเปลี่ยน พวกเราน่าจะตระหนักได้ถึงตรรกะนี้กันแล้วนะ”


ความเงียบกลืนกินรอบรถอีกครั้ง คำพูดของพี่ร๊อคไม่ได้ผิดเลยสักนิด เวลาเปลี่ยนคนย่อมเปลี่ยน มันคือเรื่องจริง แม้ว่าเราอยากจะย้อนเวลากลับไปในช่วงอดีตมากแค่ไหน แต่ก็ทำได้แค่เพียงฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้นแหละ เพราะเวลามันไม่เคยหยุดหมุนและไม่อาจย้อนกลับได้ 


แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าเวลาก็คือใจคน... เวลาจะเปลี่ยนคนไม่ได้ถ้าหากหัวใจเขานั้นเข้มแข็งพอ เหมือนกับฉันที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ปีก็ยังคงยึดมั่นในความรักที่มีให้พี่ไรม์เช่นเดิม


เวลาเปลี่ยนหัวใจฉันไม่ได้... แต่มันเปลี่ยนหัวใจพี่ไรม์ไปแล้ว



ฉันตื่นขึ้นมาในกลางดึกของคืนนั้น หลังจากทานอาหารเย็นด้วยกันเสร็จ พี่ร๊อคและแรมพ์ก็กลับบ้าน ฉันขึ้นห้องมาอาบน้ำแต่งตัวและเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เพราะตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปเรียนแต่เช้า ทว่ากลับต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเสียงรถที่จอดหน้าบ้านกับเสียงโหวกเหวกบางอย่างด้านล่าง


“มึงเดินให้มันดีๆ สิวะ ผลักมันเลยไอ้ฌอน กูหนัก!” เสียงคุ้นเคยดังมาจากห้องรับแขก ฉันรีบสาวเท้าลงบันไดมาชั้นล่างทันที


“คราวหลังอย่าให้มันแดกขนาดนี้นะ โคตรภาระเลยไอ้ห่า” อีกเสียงดังขึ้นหอบๆ ก่อนเจ้าของเสียงจะหันมาเจอฉันที่ยืนมองพวกเขาอยู่ไม่ไกล “อ้าว เมียไอ้ไรม์ก็อยู่บ้านนี่หว่า”


“เออ อยู่จริงด้วย” เสียงคุ้นเคยในตอนแรกที่ฉันได้ยิน ที่แท้เป็นเสียงของพี่โลกินี่เอง เขาลุกขึ้นจากโซฟาที่มีร่างสูงของพี่ไรม์นอนคว่ำหน้าอยู่แล้วเดินเข้ามาหาฉัน กลิ่นแอลกฮอล์แรงๆ ลอยกรุ่นมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน “พวกพี่เสียงดังจนทำให้เราตื่นหรือเปล่า ขอโทษทีนะ พอดีหิ้วไอ้เวรนี่มาส่งน่ะ”


“พวกพี่ไปดื่มกันมาเหรอคะ”


“ก็ประมานนั้น แต่พวกพี่ยังไม่เมาหรอก แค่กรึ่มๆ ไม่เหมือนไอ้เวรนี่ที่ซัดเอาๆ จนเมาเป็นหมาอย่างที่เห็น” พี่โลกิหันมองพี่ไรม์ด้วยสายตาสมเพช พี่ฌอนเดินมาหยุดยืนข้างเพื่อนตัวเองแล้วขมวดคิ้วมองฉัน


“ตอนแรกก็ว่าจะพามันไปนอนที่คอนโดไอ้โลกิ แต่เห็นมันร่ำร้องแต่จะกลับบ้านๆ ก็เลยพามาที่นี่ คิดว่ามันคงคิดถึงเมีย”


“คะ คิดถึงเมียเหรอคะ?” ฉันตาโตด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ “มะ ไม่ใช่หรอกค่ะ! ฟองไม่ได้เป็น... เอ่อ”


“โอ๊ย... ไม่ต้องปฏิเสธหรอกน้อง แต่งงานกันแล้วจะเป็นผัวเมียกันก็ไม่แปลก”


พลั่ก


“โอ๊ย! ตบกูทำไมเนี้ย! มึนหัวกว่าเดิมเลยไอ้ห่า!” พี่ฌอนกุมหัวตัวเองที่โดนพี่โลกิตบเต็มแรง ฉันทำหน้าเหยเกเพราะคิดว่ามันต้องเจ็บมากแน่ๆ


“พูดจาไม่ให้เกียรติน้องเขาอีกล่ะ”


“โอ้โห พูดซะกูดูเป็นคนหยาบไปเลย แค่คำว่าผัวเมียมันหยาบตรงไหนวะ” พี่ฌอนดูจะไม่ยอมง่ายๆ เขาหันมาหาฉันเหมือนต้องการความเห็น “ใช่ไหมน้อง? พี่พูดถูกใช่มะ?”


“เอ่อ...” ฉันอ้ำอึ้งอย่างตอบไม่ถูก ทำไมเวลาเจอพวกพี่เขาทีไร ฉันต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ทุกทีเลย


“พวกมึงจะให้กูรออีกนานไหม จอดรถหน้าบ้านคนอื่นเขานานๆ เดี๋ยวพ่อมึงก็มาสอยเอาหรอกไอ้พวกห่า!” เสียงหงุดหงิดดังจากหน้าประตูบ้าน เป็นพี่พลูโตที่เดินเข้ามาตามพวกพี่ๆ ทั้งสอง เขาชะงักมองหน้าฉันแล้วขมวดคิ้วใส่ไม่ต่างจากพี่ฌอนในตอนแรกที่เห็นฉันเลย “อ้าว เมียมันก็อยู่บ้านนิ แล้วแม่งนั่งพล่ามว่าอยากไปหาซ้ำไปซ้ำมาทำไมวะ?”


เอ๊ะ... หมายความว่ายังไงเหรอ... ฉันงงไปหมดแล้วเนี่ย


“เออๆ เรื่องของมันเหอะ พวกเรามาส่งมันล่ะ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่น้องแล้วกัน พวกพี่ฝากมันด้วยนะ” พี่โลกิลากพี่ฌอนให้เดินออกจากบ้านไปโดยไม่ลืมหันกลับมากำชับฉันอีกรอบ “ฝากดูแลเพื่อนพี่ดีๆ นะ มันอาจจะปากหมาหน้าตายไปหน่อย แต่มันรักใครรักจริงนะ”


“มึงรู้ได้ไงวะ คบกับแม่งมายังไม่เห็นแม่งรักใครเลย” พี่ฌอนแย้งแต่ก็ถูกพี่โลกิใช้เท้าถีบให้เดินตามพี่โตไป เขาโวยวายเสียงดังจนฉันละกลัวคนข้างบ้านจะได้ยิน โชคดีที่เป็นบ้านเดี่ยวห่างกันพอสมควร ไม่งั้นป่านนี้คนข้างบ้านแตกตื่นกันหมดแน่ๆ


“มันไม่รักใครก็ใช่ว่ามันไม่เคยรักนี่หว่า มึงอย่าพูดมากให้เสียเรื่องได้ไหม ไปๆ กลับๆ”


ฉันมองส่งพวกเพื่อนๆ พี่ไรม์ที่ขับรถออกไปแล้วด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะกับคำพูดประโยคเมื่อกี้ของพี่โลกิ


ไม่รักใครก็ใช่ว่าจะไม่เคยรัก... นั่นสินะ



ต่อค่ะ


“อืมม...” พี่ไรม์เบี่ยงหน้าหนีความเย็นจากผ้าที่ฉันพยายามซับหน้าให้เขา มือหนาปัดป่ายไปมาก่อนจับเข้าที่ข้อมือฉัน ฉันสะดุ้งเล็กน้อยพยายามยื้อข้อมือออกจากการจับกุมนั้น แต่ไม่กล้ายื้อแรงมากเพราะกลัวว่าจะเป็นการทำให้เขาตื่น ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองพี่ไรม์ก็พบว่าดวงตาคมเข้มสีนิลกำลังจับจ้องฉันอยู่


“เอ่อ... พี่ไรม์ตื่นแล้วเหรอคะ” ฉันกลั้นใจถามเสียงเบา แรงบีบตรงข้อมือเพิ่มขึ้นราวกับเขาตอบสนองต่อคำถามฉัน “ขอโทษที่ทำให้พี่ตื่นนะคะ ฟองแค่จะเช็ดหน้าให้พี่เฉยๆ”


ฉันพยายามแกะมือหนาออกจากข้อมือเพื่อถอยตัวห่างจากเขา แต่มันช่างยากเย็นเพราะนอกจากพี่ไรม์จะไม่ยอมปล่อยมือฉัน ดวงตาคมยังจ้องฉันไม่ยอมละอีกด้วย


ฉันเลิกพยายามแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นด้านหน้าโซฟา มองข้อมือที่เริ่มขึ้นรอยแดงตามแรงบีบของมือหนาก่อนเลื่อนสายตาสบกับดวงตาคมอีกครั้ง ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างนึกหาบทสนทนาต่อไม่ออก


“ความผิดฉันเอง” เสียงแหบแห้งคล้ายพึมพำในลำคอดังขึ้นจากร่างสูงตรงหน้า สีหน้าและแววตาของเขาไม่เปลี่ยนเลยสักนิด ราวกับว่าเขาไม่ได้เป็นคนพูดประโยคเมื่อครู่ ฉันเริ่มยื้อข้อมืออีกครั้ง และครั้งนี้เขายอมปล่อยโดยง่าย ฉันลูบรอยแดงจางๆ ตรงข้อมือเบาๆ ขณะเหลือบสายตาขึ้นมองคนที่สร้างรอยนี้ให้


“...” ฉันนิ่งไปชั่วขณะกับสายตาคู่นั้น แววตาที่แม้จะยังคงความเย็นชาแต่กลับมีประกายความรู้สึกบางอย่างเจือปนอยู่ในนั้น ฉันตัดใจเบี่ยงหน้าหนี หลบสายตาคมแล้วเตรียมจะลุกขึ้นยืน ทว่ากลับถูกคว้าแขนเอาไว้อีกครั้ง และคราวนี้คนที่นอนอยู่ออกแรงกระชากจนร่างฉันถลาลงไปทับอยู่บนร่างหนาของเขา สองมือค้ำยันแผงอกแกร่งจะถอยออกแต่กลับถูกท่อนแขนเขาตวัดรัดรอบเอวแน่น “ปละ ปล่อยนะคะพี่ไรม์ พี่จะทำอะไรคะ?”


“พี่ผิดเอง... มันเป็นความผิดของพี่”


“...” เสียงกระซิบงึมงัมข้างหูไม่ทำให้ฉันใจสั่นเท่าสรรพนามที่พี่ไรม์ใช้เรียกแทนตัวเองแบบนั้น ฉันเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้เพียงปลายจมูกชนกัน กลิ่นแอลกฮอล์แรงๆ ลอยกรุ่นมาตามลมหายใจร้อนๆ มันมอมเมาฉันจนหูฝาดไปเองหรือไงนะ


“พี่ขอโทษ... ขอโทษนะน้องฟอง”


ไม่ใช่... ฉันไม่ได้หูฝาดไปเอง ไม่ได้เพ้อเจ้อหรือเพ้อฝันไปเอง แต่พี่ไรม์กำลังแทนตัวเองว่าพี่และเรียกฉันว่าน้องฟองจริงๆ เขา... พูดเหมือนกับตอนที่เรายังเป็นเด็ก


ไม่ยุติธรรมเลย... ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าสิ่งที่พี่ไรม์พูดออกมามันเป็นเพราะความเมา เพราะเขาไร้สติ แต่ฉันกลับดีใจเหมือนคนบ้า หัวใจสั่นระรัวไปหมดเพียงแค่ได้สัมผัสตัวตนในอดีตของพี่ไรม์ไม่กี่วินาทีเท่านั้น


“พี่ไรม์คงจะเมามากสินะคะ” ฉันขยับยิ้มหยันให้ตัวเอง ยันตัวขึ้นจากร่างหนาเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างใบหน้าของเรา สัมผัสอบอุ่นยังคงโอบรอบเอวแน่นไม่ยอมปล่อย


“ใช่... ฉันเมา... เมาจนปวดหัวไปหมด” พี่ไรม์กระชับกอดฉันแน่นขึ้นจนระยะห่างระหว่างใบหน้ากลับมาใกล้ชิดกันเหมือนเดิม “ทำไมกันวะ... ทำไมถึงสลัดเรื่องเธอออกจากหัวไม่ได้สักที”


ดวงตาคมปิดสนิทลง สีหน้าของพี่ไรม์เต็มไปด้วยความสับสนอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่เขาพรั่งพรูความในใจออกมา แรงกอดก็จะเพิ่มมากขึ้น เขาเหมือนคนเมาที่ไร้สติการควบคุม


“ทำไมถึงลืมภาพใบหน้าซีดเซียวนั่นไม่ได้... ทำไมตอนนั้นฉันถึงรู้สึก... ปวดใจแบบนั้น”


ฉันนิ่งฟังทุกคำพูดของเขาด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นแรงขึ้น พยายามหักห้ามใจและเตือนตัวเองซ้ำๆ ว่าอย่าได้สำคัญตัวเองผิด พี่ไรม์ไม่ได้รักฉัน เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาพูดออกมามันเป็นเพราะความเมา มันก็แค่ความรู้สึกผิดของเขาเท่านั้น


“ปล่อยฟองเถอะค่ะ พี่กำลังเมามาก เดี๋ยวฟองพาขึ้นไปนอนที่ห้องนะคะ” ฉันยื้อตัวเองออกจากวงแขนพี่ไรม์อีกครั้ง แต่เขาไม่ยอมให้ความร่วมมือง่ายๆ ร่างสูงพลิกตัวคร่อมทับจับร่างฉันให้นอนอยู่บนโซฟาแทนเขา ดวงตาคมลืมขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และเขากำลังจ้องฉันด้วยแววตาอ่านยาก


“ฉันคงจะเมามากจริงๆ” ริมฝีปากหนาขยับพึมพำ แต่ฉันได้ยินมันชัดเจน สีหน้าสับสนของเขายังฉายชัด แววตาก็ไม่ต่างกัน


“พี่ไรม์...”


“...” พี่ไรม์ตอบสนองต่อการเรียกของฉันเล็กน้อย เขาหลุบตาต่ำก่อนเลื่อนมาสบตากันนิ่ง ฉันเผยอริมฝีปากจะเรียกเขาซ้ำอีกครั้ง ทว่าริมฝีปากกรุ่นร้อนกลับทาบทับลงมาปิดเสียงเรียกของฉันเอาไว้


มันเป็นจูบที่แตะเพียงริมฝีปากเท่านั้น ไม่ได้ล่วงล้ำมากไปกว่านั้น เขากดจูบทับชั่วครู่ก็ถอนใบหน้าออกไป ฉันจ้องตาคมด้วยความตกใจ แต่แทนที่พี่ไรม์จะพูดหรืออธิบายอะไร เขากลับขยับยิ้มบางก่อนจะพูดในสิ่งที่ทำให้ฉันนิ่งค้าง


“เรามาเริ่มต้นกันใหม่ดีไหม”


ความเงียบครอบคลุมรอบตัวเราสองคนอยู่นานกว่าฉันจะหาเสียงตัวเองเจอแล้วเอ่ยถามเขาออกไป


“หมายความว่ายังไงคะ?”


“เริ่มใหม่กับฉัน” พี่ไรม์จ้องตาฉันอย่างจริงจัง แม้กลิ่นแอลกฮอล์จะยังลอยกรุ่นผสมกับลมหายใจของเขา บ่งบอกว่าเขากำลังเมามากก็ตาม แต่ไม่รู้ทำไมสายตาของเขากลับดูจริงจังคล้ายคนที่มีสติครบถ้วน


“พี่ไรม์กำลังเมามาก พี่คงไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา”


“ก็ใช่ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะฉันเมา แต่ฉันเคยบอกแล้วไงว่าต่อให้ฉันเมาหนักแค่ไหน ฉันก็ไม่เคยขาดสติ” คำตอบของเขาไม่ได้ช่วยให้ฉันหายจากอาการหัวใจเต้นแรงได้เลย กลับยิ่งทำให้มันเต้นระรัวจนแทบจะระเบิดออกมา พี่ไรม์กำลังจะบอกว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาเขามีสติดีอย่างนั้นเหรอ?


“พี่ต้องการจะพูดอะไรกันแน่คะ ฟองสับสนไปหมดแล้ว” ฉันหลบสายตาเขา ตอนนี้ฉันสับสนมากจริงๆ ตั้งแต่รู้ว่าเขาไม่เคยรู้สึกอะไรกับฉันเลย ฉันก็พยายามเว้นระยะห่างจากพี่ไรม์มาตลอด ฉันไม่อยากสำคัญตัวเองผิด ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง ไม่อยากจมอยู่กับความรู้สึกสับสน  แล้วทำไมพี่ไรม์ถึงมาพูดจาแบบนี้อีกล่ะ ทำไมทำเหมือนให้ความหวังฉัน เขากำลังจะผลักฉันลงหลุมความรักแสนโง่งมที่มีต่อเขาโดยไม่รู้ตัว...


“ฉันอยาก... จะเริ่มใหม่กับเธอ”


TO BE CONTINUED


TALK

งื้ออออ TT อิพี่เลิกซึนแล้วค่ะ! /ปาดน้ำตา

น้องจะทำไงต่อดีน้าา ไม่รู้ว่าพี่ไรม์พูดเพราะเมาหรือเปล่าเน้อ

#หนังสือพร้อมส่งใกล้หมดแล้วค่ะ

ากเรื่อง #พี่ฌอน กับ #พี่โต ด้วยค่ะ เริ่มอัพแล้วน้าา

เปิดพรีอีพี่ทั้งสองแล้วจ้า พรีเมี่ยมจัดเต็มเว่อร์!!

คลิ๊กรูป!



Ebook พี่ไรม์วางจำหน่ายแล้วนะคะ
เปย์เลย >> https://joo.gl/LcLH6F

อย่าลืมแอดแฟน กดโหวตหัวใจ 
และคอมเม้นท์ให้ด้วยนะคะ
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]
.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #645 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 02:39

    พูดเพราะความเมาเดี๋ยวพอตื่นมาพรุ่งนี้ก็ลืม ทำหน้านิ่งไม่สนโลกเหมือนเดิม

    #645
    0
  2. #643 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:50
    ส่า

    ส่างก่อนแล้วค่อยมาคุยกันใหม่นะคะ
    #643
    0
  3. #642 Tanyong Yong (@tanyong1990) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 22:38
    อ่านมาถึงตรงนี้ เห้อออ โล่งมาก ขอบทหวานๆสักทีเถอะ แต่จะง่ายไปไหมคะพี่ไรม์ ทำกับน้องมาเยอะน้าาาาาา
    #642
    0
  4. #641 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 19:16
    จริงใช่มั้ย ไม่ได้หลอกให้น้องดีใจเล่นๆ นะ
    #641
    0
  5. #640 kumanism (@kumanism) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 18:25
    พูดง่ายมากเลย พี่ไรม์
    #640
    0
  6. #639 datakimm (@datakimm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 17:48

    จริงจังใช่ไหม
    #639
    0
  7. #638 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 12:27

    แล้วไรม์เคยรักใครเป็นบ้างหล่ะ

    #638
    0
  8. #637 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 07:42
    เมาแล้วมาคิดถึง ชิช่ะ
    #637
    0
  9. #636 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 15:13
    อิพี่ก็ปากแข็ง
    #636
    0
  10. #635 datakimm (@datakimm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 14:59

    อยากเห็นเขาสวีทกันจัง
    รออออออออ
    #635
    0