[พร้อมส่ง] DANGEROUS SECRET : รักอันตราย ร้ายเกินต้านทาน

ตอนที่ 6 : DANGEROUS SECRET : EP.05 - Dangerous kiss [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

Gravestone Cross


EP.05

-DANGEROUS KISS-

 

“ที่นายทำเมื่อกี้ไม่ได้เรียกว่าช่วย… 
แถวบ้านฉันเรียกว่า เสือ ก’…

-GINTONIC-

 

 

“หลบไป

“คุณหนูหนีไปครับ! ทางนี้ผมจะจัดการเอง” ไดกิขยับตัวเข้ามาบังฉันเอาไว้จากรัศมีอันตรายของผู้ชายนับสิบคนที่ยังยืนมองพวกเรานิ่งๆ น่าแปลกที่ไม่มีใครพูดอะไรเลย สังเกตจากการแต่งตัวของพวกมันดูเหมือนจะไม่ใช่พวกลิ่วล้อกระจอกๆ ธรรมดาเหมือนที่เคยพบเจอมา ทว่าท่าทางของพวกมันกลับนิ่งและดุดันคล้ายกับพวกลูกน้องมาเฟียไม่มีผิด

“ฉันบอกให้หลบไปไง!

“ไม่ครับคุณหนู! ผมต้องปกป้องคุณหนูด้วยชีวิตครับ! ได้โปรดหนีไปก่อนครับ!

“ฉันไม่หนี” ฉันกดเสียงต่ำอย่างหมดความอดทนกับไดกิที่ใช้แผ่นหลังโชกเลือดนั่นบดบังคนพวกนั้นจากสายตาฉัน มือเรียวถอดเฮดโฟนลงมาคล้องคอก่อนจะผลักไหล่ของไดกิไปทางด้านข้างสุดแรง “ถ้าไม่อยากตายก็ถอยไป!

“คุณหนู…!

ฉันใช้สายตาเย็นเหยียบกราดมองพวกมันทั้งสิบคนอย่างไร้ความเกรงกลัว คิดว่าคนพวกนี้คงไม่ใช่พวกที่จะมาท้าทายตำแหน่งฉันแล้วล่ะ! คงจะเป็นคนขององค์กรใดองค์กรหนึ่งที่ขัดแข้งขัดขากับองค์กรของคุณตาแน่ๆ

“ไปกับพวกเราดีๆ ดีกว่านะ อย่าต้องให้ใช้กำลัง!
        หนึ่งในสิบคนนั้นพูดขึ้นเสียงเข้ม ถ้าเป็นผู้หญิงทั่วไปคงหวาดกลัวจนตัวสั่นไปแล้ว หากทว่ามันใช้ไม่ได้กับคนอย่างฉันหรอกนะ
!

“ทำไมต้องเชื่อ?” ฉันดุนกระพุงแก้มด้วยท่าทางกวนๆ ทำให้พวกมันหันไปมองหน้ากันเหมือนกำลังสื่อสารอะไรบางอย่าง ฉันจึงใช้โอกาสนั้นยกเท้าขึ้นถีบไอ้คนใกล้ตัวที่สุดด้วยความรวดเร็ว

“จัดการ!” เสียงตะโกนสั่งดังขึ้นจากคนที่เสียหลักล้มลงบนพื้น ส่งผลให้พวกที่เหลือกรูกันเข้ามาหาฉันพร้อมกันในทันที

พลั่ก!

ตุบ!

ปั่ก!

เสียงต่อสู้ดังขึ้นไม่ขาดสายพร้อมกับร่างหนาที่ทยอยล้มทีละคนจากฝีมือของฉัน ฉันเคยบอกไปหรือยังว่าฉันน่ะยูโดสายดำเลยนะ! ทักษะการต่อสู้พวกนี้ฉันถูกฝึกสอนมาตั้งแต่จำความได้ ฉันเติบโตมาท่ามกลางผู้ชายนับสิบชีวิต ฉันคือลูกหลานของยากูซ่าเชียวนะ!

“คุณหนูระวังอั่ก!!” ไดกิพุ่งตัวเข้ามารับแท่งเหล็กขนาดใหญ่ที่ฟาดมาทางด้านหลังของฉันด้วยความรวดเร็ว มันกระแทกลงบนไหล่ขวาของเขาก่อนที่หมอนั่นจะทรุดตัวลง ฉันกระโดดถีบแท่งเหล็กนั่นออกจากมือพวกมันแล้วหมุนตัวถีบใบหน้าของมันสุดแรงจนไอ้เวรนั่นล้มลงบนพื้นตามพรรคพวกไปอีกคน

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” ฉันผลักไดกิให้ล้มลงไปนอนบนพื้นเพื่อหลบการโจมตีจากพวกที่เหลืออีกห้าคน แม้จะรู้สึกเหนื่อยไม่น้อยหากทว่าฉันไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด ถ้าฉันยังมีสติครบถ้วนก็อย่าหวังว่าจะลากฉันไปไหนได้ทั้งนั้น!

พลั่ก!

x!!
        ความเจ็บปวดช่วงหัวคิ้วแล่นวาบเข้ามาจนต้องยกมือขึ้นจับ จังหวะที่ฉันกำลังจัดการหนึ่งในพวกมันอยู่นั้น อยู่ๆ ก็ถูกวัตถุบางอย่างตบเข้าที่ใบหน้า โชคดีที่เบี่ยงหน้าหลบทันแต่ก็ยังไม่พ้นอยู่ดี

กริ๊ก!

“อยู่นิ่งๆ ดีกว่านะถ้ายังไม่อยากตาย” วัตถุที่สร้างรอยแผลให้กับฉันเมื่อครู่ถูกยกขึ้นมาจ่อหน้าผากฉันด้วยความรวดเร็ว และมันก็ไม่ได้มีแค่กระบอกเดียวซะด้วยสิ! ฉันกวาดสายตามองปืนอีกกระบอกที่จ่อไปทางไดกิซึ่งกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น ตอนนี้พวกมันที่ล้มลงไปกองบนพื้นเริ่มพยุงตัวขึ้นยืนกันแล้ว แต่ละคนอยู่ในสภาพสะบักสะบอมไม่ใช่น้อย

“ไอ้พวกเหี้ ย” ฉันกดเสียงต่ำด้วยความโมโหที่ทำอะไรไม่ได้ แน่นอนว่าด้วยทักษะการต่อสู้ของฉันสามารถแย่งปืนกระบอกนี้ที่กำลังจ่อกลางหน้าผากตัวเองได้ไม่ยาก แต่ถ้าฉันทำแบบนั้นเมื่อไหร่นั่นหมายถึงปืนอีกกระบอกจะต้องลั่นไกเจาะกะโหลกไดกิอย่างแน่นอน!

และก่อนที่พวกมันจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ จู่ๆ ก็มีกระป๋องปริศนากลิ้งหลุนๆ มาหยุดตรงหน้าฉันพอดิบพอดี ทันทีที่เห็นกระป๋องนั้นชัดเต็มสองตาฉันรีบดึงชายเสื้อฮู้ดขึ้นปิดจมูกตัวเองด้วยความรวดเร็วเมื่อได้กลิ่นฉุนๆ ลอยมาจากกระป๋องนั่นก่อนจะก้มลงแล้วกลิ้งตัวหนีออกมาจากวงรัศมีนั้นในทันที

ฟู่

“แค่กๆ! เห้ย! ควันอะไรวะ!!

เสียงโวยวายของพวกมันตะโกนแข่งกันพลางสำลักควันสีขาวขุ่นที่พวยพุ่งออกมาจากกระป๋องปริศนานั่น ฉันรีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งถอยหลังออกมาให้ห่างจากกลุ่มควันเหล่านั้นอย่างระวังตัว เพียงเวลาไม่ถึงนาทีควันสีขาวก็ค่อยๆ จางลงพร้อมกับภาพของผู้ชายนับสิบคนที่นอนสลบไสลบนพื้นซีเมนต์กันอย่างไร้ทิศทาง

“ฉลาดดีนี่ ฉันนึกว่าเธอจะสลบพร้อมกับพวกมันซะอีก”

เสียงปริศนาดังขึ้นจากด้านหลังฉันจึงหันกลับไปตั้งท่าพร้อมสู้ตามสัญชาตญาณ แวบแรกที่เห็นใบหน้าของเขาท่ามกลางแสงไฟสลัวทำให้ฉันถึงกับนิ่งไปหลายวินาทีเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าจะเจอเขาในสถานการณ์เช่นนี้ หมอนี่มาได้ยังไง?

ไอ้เวรซีเคร็ท!

“ไง อึ้งเลยดิ? ไม่คิดว่าจะเจอฉันใช่ปะ?” ซีเคร็ทเลิกคิ้วกวนๆ ให้ฉันก่อนจะเดินไปทางกลุ่มคนพวกนั้นแล้วก้มหยิบกระป๋องยาสลบนั่นขึ้นมาถือไว้ในมือ เขาหันกลับมามองฉันด้วยสายตาเป็นประกายพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “เธอติดหนี้บุญคุณฉันแล้วนะ”

“ใครขอ?”

“ว่าไงนะ?”

หมอนั่นชะงักรอยยิ้มลงพลางขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมเข้มจับจ้องฉันไม่วางตา ฉันหยิบมือถือขึ้นมากดส่งข้อความหาคนที่องค์กรพร้อมระบุตำแหน่งเพื่อให้ทางนั้นส่งคนมารับไดกิและคนอื่นๆ ในองค์กรที่ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าโดนทำร้ายจนหมดสติอีกสามคน ส่วนไอ้พวกที่นอนสลบคาแทบเท้าฉันพวกนี้ก็คงถูกคนขององค์กรยามะงุจิคุมตัวไปเค้นคอต่อไป

“เห้ย! ฉันคุยกับเธออยู่นะเว้ยยัยโหด! ช่วยสนใจกันหน่อยได้ปะวะ!

“น่ารำคาญ
         ฉันเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อเช่นเดิมแล้วหมุนตัวเดินหนีซีเคร็ทออกมา หมดเรื่องแล้วฉันจะได้กลับห้องไปทำแผลสักที แต่ดูเหมือนไอ้ผู้ชายด้านหลังมันจะไม่ยอมง่ายๆ เพราะหมอนั่นสาวเท้าตามฉันมาติดๆ แถมยังโวยวายไม่ยอมหยุด

“นี่ยัยบ้า! ฉันช่วยชีวิตเธอนะเว้ย! เธอปฏิบัติกับผู้มีพระคุณแบบนี้เหรอวะ!

เอาอีกแล้ว หมอนี่ทวงบุญคุณกันอีกแล้ว!

ฉันหายถอนใจแรงๆ พลางกรอกตาไปมาอย่างเซ็งจัดก่อนจะหันกลับไปประจันหน้ากับเขา ส่งผลให้ซีเคร็ทที่หลับหูหลับตาเดินโวยวายรีบชะงักเท้าในทันที และถ้าฉันไม่ยกมือขึ้นชกแผ่นอกของเขาไว้แล้วยันสุดแขนละก็ ป่านนี้ไอ้บ้านี่มันคงเดินชนฉันไปแล้ว!

“เลิกตาม น่ารำคาญ ชัด?” ฉันพูดขณะที่ยังค้างกำปั้นไว้ตำแหน่งเดิม นึกหงุดหงิดไม่น้อยที่ต้องมาพูดอะไรซ้ำๆ กับคนคนเดิม ไม่เข้าใจเลยว่ะ ภาษาง่ายๆ มันเข้าใจยากตรงไหนวะ?

“ไม่เลิก เพราะฉันช่วยเธอ เธอติดหนี้บุญคุณฉัน ชัด?”

ยัง ยังไม่เลิกทวงบุญคุณกันอีกไง!

“ที่นายทำเมื่อกี้ไม่ได้เรียกว่าช่วย

………..

“แถวบ้านฉันเรียกว่า เสือ ก’…

หมับ!

“ปากดี ผู้หญิงแบบเธอนี่แม่ง!
        ซีเคร็ทคว้ามือข้างที่ชกแผ่นอกของเขาไปจับไว้แน่น ฉันหลุบตามองมือข้างนั้นนิ่ง ปล่อยให้เขาจับโดยไม่ได้ขัดขืน มีเพียงน้ำเสียงเย็นเหยียบกดต่ำที่เปร่งออกมาท่ามกลางบรรยากาศวังเวงรอบตัว

“ปล่อย” ฉันปรายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อร้ายของซีเคร็ทอีกรอบ เขากำลังใช้สายตาท้าทายมองตอบกลับมาเช่นกัน หมอนี่คิดจะปั่นประสาทฉันใช่ไหม?

หลังจากยืนจ้องตากันนิ่งเกือบนาที ซีเคร็ทก็เป็นฝ่ายละสายตาไป หมอนั่นหมุนตัวแล้วดึงฉันให้เดินตามเขาไปอีกทางซึ่งเป็นคนละทางกับคอนโดของฉัน

“จะไปไหน?”

ฉันยื้อตัวเองให้หยุดอยู่กับที่พลางออกแรงสะบัดข้อมือออกจากมือหนา หากเป็นเวลาปกติฉันคงต่อต้านหมอนี่ได้ง่ายๆ แต่สำหรับตอนนี้ฉันรู้สึกได้เลยว่าแรงของตัวเองกำลังจะหมด อาจเป็นเพราะใช้กำลังในการต่อสู้กับคนพวกนั้นไปเยอะ เลือดตรงหัวคิ้วก็ไหลไม่หยุด แถมยังสูดกลิ่นยาสลบนั่นเข้าไปเล็กน้อยอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมฉันถึงไม่กระโดดถีบซีเคร็ทอีกสักรอบสองรอบโทษฐานมาจับมือถือแขนฉันแบบนี้!

“จะสลบอยู่รอมร่อแล้วยังอวดเก่ง” ซีเคร็ทกระชากฉันแรงๆ หนึ่งทีจนร่างฉันเซไปข้างหน้าเกือบล้ม ฉันเกลียดความรู้สึกนี้ชะมัด! ความรู้สึกอ่อนแอพวกนี้น่ะ! “ไงล่ะยัยจอมโหด ถึงกับไม่มีแรงเลยเชียว?”

“ปล่อย” ฉันผลักซีเคร็ทออกห่างจากตัวพยายามสะบัดไหล่ออกจากมือทั้งสองข้างของเขา ฉันต้องรีบกลับห้องเดี๋ยวนี้ ต้องรีบกลับก่อนที่ฉันจะหมดสติ!

“อย่าห้าวให้มันมากนักเลยว่ะ! เธอเป็นผู้หญิงนะเว้ย! ทำตัวอ่อนแอบ้างจะเป็นไรไปวะ?”

ซีเคร็ทปล่อยมือออกจากไหล่ฉันโดยง่าย ฉันจึงรีบสาวเท้าเดินกลับไปทางคอนโดตัวเองในทันที   แม้จะเซบ้าง เดินไม่ตรงบ้าง แต่ก็เอาเถอะ! ขอให้ถึงห้องก็พอ! และในจังหวะที่ฉันกำลังจะก้าวลงบนพื้นต่างระดับ จู่ๆ เท้ามันก็สะดุดพื้นั่นจนจวนเจียนจะหน้าทิ่ม ถ้าไม่ติดท่อนแขนแกร่งของคนด้านหลังที่คว้าเอวฉันเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัวเองด้วยความรวดเร็ว

“ไม่ไหวแล้วยังจะฝืน!

“เสือ ก” ฉันแกะแขนซีเคร็ทออกอีกรอบทว่าคราวนี้เขาไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน “ปล่อยสิวะ! อยากตายเหรอ?”

“มีแรงตบฉันให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาขู่!

[GINTONIC : END]

 


 

[SECRET : TALK]

ผมเริ่มจะอารมณ์เสียกับยัยโหดนี่แล้วนะ!

ผู้หญิงบ้าอะไรวะใจแข็งชะมัดยาด! ตัวเองครองสติยังจะไม่อยู่ด้วยซ้ำ! เมื่อกี้คงพลาดสูดกลิ่นยาสลบนั่นเข้าไปล่ะสิ! รู้อย่างนี้ไม่น่าช่วยเลยว่ะ! นอกจากจะไม่ขอบคุณกันสักคำแล้วยังมาด่าว่าผมเสือ กอีกต่างหาก! น่าโมโหชะมัดเลยว่ะ!

ผมประคองร่างบางของจินโทนิคให้เดินตามทิศทางที่ผมต้องการ แม้ยัยนี่จะมีอาการต่อต้านแต่ก็เพียงเล็กน้อยเพราะดูเหมือนสติของเธอค่อยๆ หมดลงเรื่อยๆ ผมพาเธอเดินมาได้สองสามก้าวก็ต้องสบถอย่างหัวเสียเมื่ออะไรๆ ก็ไม่ได้ดั่งใจไปซะทุกอย่าง ผมจึงย่อตัวลงแล้วตวัดวงแขนอุ้มร่างบางลอยขึ้นจากพื้นด้วยความรวดเร็ว

“ทำอะไรวะ? ปล่อย!
        จินโทนิคพยายามคุมน้ำเสียงตัวเองให้ราบเรียบก่อนจะยกมือขึ้นทุบไหล่ผมเต็มแรง ให้ตายดิ
! ขนาดใกล้จะหมดแรงอยู่รอมร่อ แต่ยัยบ้านี่ก็ยังมือตีนหนักไม่มีตก ทุบลงมาได้ยัยจอมโหด! แม่ง! เจ็บชิบ!

“อยู่นิ่งๆ เหอะน่า!” ผมพูดหลังจากกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบนสุด ที่นี่เป็นคอนโดของผมเอง พ่อซื้อไว้ให้ตั้งแต่ผมย้ายกลับมาเมืองไทยนั่นแหละ

“ปล่อยดิวะ” น้ำเสียงเล็กๆ งึมงำอยู่ตรงปลายคางของผม ดูเหมือนยัยจอมโหดจะหมดสติไปแล้ว เพราะมือที่เอาแต่ทุบผมตลอดทางเดินเมื่อครู่บัดนี้มันกลับนิ่งตามริมฝีปากบางที่หยุดขยับคำด่าไปแล้ว หมดฤทธิ์สักทียัยบ้า! วันนี้ฉันโคตรจะเหนื่อยกับเธอเลยนะเว้ย! ตอนบ่ายโดนทั้งต่อยทั้งถีบ ตอนเย็นต้องมาสะกดรอยตาม แถมตอนกลางคืนยังต้องมาช่วยอีก!

ผมกดรหัสปลดล๊อคประตูห้องแล้วเดินเข้าไปด้านในพลางใช้เท้าเตะประตูปิด ปกติผมไม่เคยพาใครมาที่คอนโดเลยนะเว้ย! ยัยนี่เป็นคนแรกเลยนะ! เห้ยๆ แต่อย่ามโนว่าผมคิดอะไรกับยัยโหดนี่เชียวนะ! ที่ผมทำไปทั้งหมดก็เพราะหาทางเข้าใกล้ยัยนี่ต่างหากล่ะ! ผมแค่ต้องการสืบข้อมูลเกี่ยวกับรัฟเฟียนคนเก่าซึ่งผมมั่นใจเลยว่าจินโทนิคจะต้องรู้อะไรดีๆ เกี่ยวกับหมอนั่นแน่ๆ

“มือหนักตีนหนักแต่ตัวไม่ยักหนักแฮะ” ผมบ่นลอยๆ ขณะวางร่างบางลงบนที่นอนของตัวเองเรียบร้อยแล้ว พอยืดตัวขึ้นแล้วสายตาบังเอิญเผลอไปมองใบหน้าสวยของยัยจอมโหดเข้าผมถึงกับชะงักนิ่งไปเลยทีเดียว

ยอมรับเลยว่ะว่ายัยนี่โคตรตรงสเป็คผมเลย! ปากนิด จมูกหน่อย แก้งป่องๆ ดวงตาคมสวยเย็นชา ดูลึกลับน่าค้นหามากมาย ถ้าไม่ติดว่ามือตีนโคตรจะหนักอะนะ!

ผมเดินไปหยิบกล่องพยาบาลมาวางไว้บนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนด้านข้างจินโทนิคแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอไว้หลวมๆ อีกมือก็ยกขึ้นเกลี่ยปอยผมออกจากหน้าผากสวยเพื่อเปิดดูรอยแผลตรงหัวคิ้วที่ตอนนี้เลือดคงหยุดไหลไปแล้ว

เห็นแล้วก็นึกโมโหชะมัด! ยัยบ้านี่อวดเก่งสุดๆ คิดว่าผู้หญิงคนเดียวจะสู้ผู้ชายนับสิบคนได้เหรอวะ? โคตรจะมั่นเลย!

ความจริงผมเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นเลยแหละ! ไม่สิ ต้องบอกว่าผมสะกดรอยตามจินโทนิคตั้งแต่เธอออกจากมหาวิทยาลัยเลยดีกว่า ผมสะกดรอยตามเธอจนได้รู้ว่ายังมีคนอื่นที่แอบตามเธอเหมือนๆ กับผม แต่จุดประสงค์ของคนพวกนั้นเหมือนคอยตามคุ้มครองเธออยู่ห่างๆ มากกว่า ผมจึงต้องระวังตัวเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้คนพวกนั้นและจินโทนิคจับสังเกตได้

“หายแล้วฟู่”

กึก

เดี๋ยวนะ นี่กูทำอะไรลงไปวะ?!

ผมชะงักตัวเองที่กำลังเป่าลมลงบนแผลตรงหัวคิ้วของจินโทนิคด้วยความลืมตัวหลังจากจัดการทำแผลให้เธอเสร็จ ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เลยว่ะ! ทำไมอยู่ๆ ผมต้องมาทำเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้กับยัยนี่ด้วยวะ? ปกติผมไม่เคยทำแบบนี้กับใครนี่หว่า นอกจาก

เวรเอ้ย! มึงมันบ้าไปแล้วไอ้น่าน! ทำไมจู่ๆ ถึงเผลอคิดว่ายัยโหดนี่คือเด็กคนนั้นวะ! เชี่ยเอ้ย! กูต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!

[SECRET : END]





 

[GINTONIC : TALK]

ดวงตาทั้งสองข้างปรือขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องที่มีอุณหภูมิต่ำ ฉันจำเหตุการณ์ก่อนหน้าจะหมดสติไปได้ทั้งหมด แต่ยังไม่แน่ใจนักว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนอนอยู่ที่ไหน พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็อดโมโหไม่ได้ ถ้าฉันไม่พลาดสูดกลิ่นยาสลบเวรๆ นั่นเข้าไป ป่านนี้ฉันคงได้กลับห้องตัวเองไปแล้ว

………” เสียงเคลื่อนไหวจากใครบางคนข้างเตียงทำให้ฉันรีบหลับตาลงอีกรอบ สองหูพยายามจับการเคลื่อนไหวของคนคนนั้นอย่างระมัดระวังตัว ฉันไม่แน่ใจว่ามันเป็นใคร แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่ๆ

หมับ!

พรึ่บ!

“เห้ย! ทำบ้าอะไรของเธอวะ?!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของคนใต้ร่างร้องถามขึ้นเสียงดังเมื่อฉันลุกขึ้นกระชากคอเสื้อเขาล้มลงมาบนที่นอนแล้วจับพลิกให้ตัวเองขึ้นไปนั่งทับร่างหนานั่น มือข้างหนึ่งบีบลำคอของเขาค้างเอาไว้ สองขาก็คร่อมกดสะโพกหนาเพื่อป้องกันการต่อสู้

“นาย” และพอได้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนฉันก็ชะงักมือที่กำลังกดเส้นเสียงตรงช่วงคอเพื่อหวังจะทำร้ายเขาในทันที

“นี่เธอจะฆ่าหรือจะปล้ำฉันกันแน่วะ?” ซีเคร็ททิ้งตัวนอนราบบนที่นอนโดยมีฉันนั่งคร่อมทับร่างกายท่อนร่างของเขาอยู่ ฉันจึงลงน้ำหนักที่ฝ่ามือเพื่อกดเส้นเสียงของเขาให้หนักกว่าเดิม “แค่กๆ หายใจไม่ออกนะเว้ยยัยบ้า!

“พามาที่นี่ทำไม?”

“ก็เธอสลบ ฉันไม่รู้จักห้องเธอนี่หว่า ก็เลยพามาที่คอนโดฉันแทน ปล่อยได้ยัง?” ซีเคร็ทเลิกคิ้วถาม สีหน้าเขาไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังทรมานสักนิดทั้งที่ฉันออกแรงกดเส้นเสียงเขาขนาดนี้

“สารเลว” ฉันก่นด่าก่อนจะคลายมือออกจากลำคอของซีเคร็ท แต่ในจังหวะที่ฉันกำลังถอยตัวลงจากร่างกายของเขา จู่ๆ ซีเคร็ทก็คว้าไหล่ฉันแล้วจับพลิกจนร่างของฉันกับเขาสลับตำแหน่งกันด้วยความรวดเร็ว “จะทำเหี้ ยอะไร?!

“เธอนี่แม่ง โคตรปากดีเลยว่ะ! คำก็เหี้ ยสองคำก็สารเลว ไม่ห้าวเกินไปหน่อยไง? คิดว่าตัวเองเจ๋งมากเลยดิ?”

ซีเคร็ทก้มหน้าลงมาใกล้ ฉันจึงทิ้งตัวนอนราบบนที่นอนเพื่อเว้นระยะห่างจากเขา หมอนั่นคร่อมอยู่บนตัวฉันเกือบจะทุกส่วน เขาใช้เข่ากดทับหน้าขาของฉันเอาไว้ราวกับกลัวว่าฉันจะถีบ สองมือก็ถูกมือหนาล๊อคเอาไว้ข้างตัวจนแทบขยับเขยื้อนไม่ได้!

ให้ตายดิ! ทำไมไอ้เวรนี่มันแรงควายขนาดนี้วะ!!

“อย่ามาใกล้ฉัน!

“ทำไม? กลัว?”

“ออกไป” ฉันเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากชั่วๆ ที่จงใจก้มลงมาชิดข้างแก้ม รู้สึกขนลุกไปทุกส่วนจนอยากจะกัดลิ้นตาย ถ้าหลุดไปได้ฉันจะกระทืบไอ้สารเลวนี่ให้ตายคาตีนเลย!

“สู้ดิ? ต่อต้านดิ๊? ก็ไหนว่าโหดนักโหดหนา? เธอกล้าถีบฉันมาตั้งกี่รอบแล้ววะ? พอเจอของจริงเข้าหน่อยถึงกับนิ่งเลยไง?”

“ไอ้เหี้ ย” ฉันกดเสียงต่ำด่าแล้วหันกลับมาจ้องตาเขาอย่างดุดัน ถ้าเมื่อกี้ฉันไม่เผลอชะล่าใจล่ะก็ ไอ้เวรนี่ไม่มีทางได้ล๊อคตัวฉันแบบนี้หรอก! สารเลวเอ้ย!!

“ด่าเข้าไป ลองแลกลิ้นกับเหี้ ยสักหน่อยดีไหม? เผื่อจะติดใจ?”

มันไม่ได้ถามอย่างเดียว แต่มันเสือกก้มหน้าลงมาจนชิดเลยไงประเด็น! เวรเอ้ย! ทำไมดิ้นไม่หลุดเลยวะ!!

“ไอ้สารเลว เหี้ย สั อื้อ!

Loading...100%


คำด่าของฉันหายไปพร้อมกับริมฝีปากร้อนที่ประกบลงมารวดเร็ว ฉันเม้มปากแน่นพยายามเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสชั่วช้าของไอ้สารเลวซีเคร็ท มันกล้าดียังไงถึงล่วงเกินฉัน! ไอ้เวรนี่! ฉันไม่ปล่อยมันแน่ๆ!

x! อื้อ!” ฉันสบถออกมาดังลั่นเมื่อรู้สึกถึงคมเขี้ยวที่ฝังลงบนเนื้อริมฝีปากของตัวเอง เขาบังคับให้ฉันเปิดปากด้วยวิธีสารเลว! มือหนาลากข้อมือทั้งสองข้างของฉันขึ้นไปล๊อคไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วใช้มืออีกข้างที่ว่างบีบปรายคางเพื่อบังคับให้ฉันยอมเปิดปากในที่สุด ฉันพยายามจะกัดลิ้นร้อนน่าขยะแขยงของไอ้สารเลวซีเคร็ทที่ดูดดึงอยู่ภายในปากตัวเองด้วยความรังเกียจ แต่เพราะถูกมือหนาบีบกรามเอาไว้แน่นทำให้ไม่สามารถขยับปากได้เลยสักนิด ต้องปล่อยให้เขาจูบกักขฬะต่อไป

“อื้อ! อื้อ!” ฉันยังร้องประท้วงและขัดขืนอย่างไม่ล่าถอย แม้จะโดนจูบกระชากวิญญาณนั่นปั่นป่วนไม่น้อยก็ตาม ซีเคร็ทช่ำชองในเรื่องนี้ฉันรู้ดี! แต่เขาไม่มีทางทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มได้แน่นอน!

นานหลายนาทีกว่าซีเคร็ทจะยอมถอนริมฝีปากออกไป เขาปล่อยมือออกจากปรายคางฉันแล้วใช้มือข้างนั่นลูบปรายนิ้วลงบนริมฝีปากตัวเอง ดวงตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวมองลงมาราวกับพึงพอใจที่เห็นฉันนอนนิ่ง คิดว่าฉันกำลังเคลิ้มไปกับจูบสารเลวนั่นสินะ

หึ! คิดผิดแล้วไอ้เวร!!

ปึ้ก!

“โอ้ย!” ซีเคร็ทงอตัวลงด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวตรงศูนย์กลางลำตัวเมื่อถูกเข่าของฉันกระแทกเข้าเต็มแรง เพราะเขามัวแต่ชะล่าใจคิดว่าฉันเคลิบเคลิ้มสินะถึงได้เปิดโอกาสให้ฉันโจมตีเขาได้ง่ายๆ แบบนี้ ฉันยกมือขึ้นผลักร่างสูงพ้นตัวก่อนจะลุกขึ้นยืนบนพื้นแล้วตั้งการ์ดป้องกันตัว “เธอ แม่งเอ้ย! มันจุกนะเว้ย!!

“แค่นั่นมันยังน้อยไปไอ้สารเลวซีเคร็ท!” ฉันตรงเข้าไปชกใบหน้าหล่อนั่นเต็มแรงจนเขาหน้าหัน แล้วใช้ศอกกระทุ้งลงบนท้องของเขาอีกที เล่นเอาคนถูกกระทำถึงกับร้องลั่นห้อง หน้าตาแดงกล่ำด้วยความเจ็บปวด

“ยัย x!

“อย่ามาเข้าใกล้ฉันอีกถ้าไม่อยากตาย!!” ฉันตะวาดเสียงดังพร้อมกับยกเท้าขึ้นถีบสีข้างของผู้ชายบนเตียงอีกรอบด้วยความโกรธแค้น

พลั่ก!

“เวรเอ้ย! ฝากไว้ก่อนนะโว้ย!!

ฉันหมุนตัวแล้วเดินออกมาจากห้องโดยไม่หันกลับไปมองไอ้สารเลวนั่นอีก แม้ไอ้เวรนั่นจะตะโกนตามหลังมาด้วยน้ำเสียงอาฆาตแค้นสุดๆ ก็เถอะ เหอะ! ช่างหัวมันสิ! ฉันพลาดแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ! อย่าฝันว่าฉันจะพลาดให้ไอ้เวรนั่นอีกเป็นครั้งที่สอง!

“สักวัน ฉันจะทำให้เธอครวญครางอยู่ใต้ร่างฉันให้ได้! ยัยโหดจินโทนิค!!

หึ! คิดว่าทำได้ก็ลองดู! ไอ้สารเลวซีเคร็ท!!

 

 

สามวันต่อมา

องค์กรยามะงุจิ

“ไดกิกับคนอื่นๆ เป็นยังไงกันบ้าง?” ฉันเอ่ยถามอาการของทุกคนทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถที่คุณตาสั่งให้ไปรับฉันจากคอนโด นี่ก็ผ่านเหตุการณ์นั้นมาสามวันแล้วล่ะ แต่ฉันเพิ่งจะว่างกลับมาหาคุณตาวันนี้เพราะมีโปรเจคต้องทำอีกรายตัว

“ดีขึ้นมากแล้วครับคุณหนู เชิญคุณหนูที่ห้องโถงดีกว่าครับ นายท่านกำลังรออยู่”

ฉันพยักหน้ารับแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องโถงขนาดใหญ่ของบ้านหลังนี้ ภายในห้องโถงกว้างขวางคล้ายกับลานประลอง หากทว่ามันคือลานฝึกสอนทักษะการต่อสู้ที่ฉันเติบโตและถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กต่างหาก ทุกคนที่กำลังฝึกซ้อมทักษาต่างๆ ทั้งยูโด คาราเต้ หรือแม้แต่กระบี่กระบองต่างพากันหยุดชะงักแล้วหันมาโค้งตัวทำความเคารพให้แก่ฉัน ฉันสะบัดมือเป็นเชิงบอกให้ทำตัวกันตามสบายก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปหาบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน

“มาแล้วเหรอหลานตา ไหนมาให้ตาดูสิว่าเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า?”

ฉันขยับตัวเข้าไปนั่งลงบนพื้นด้านข้างคุณตา ท่านแตะปลายนิ้วลงบนหัวคิ้วของฉันข้างที่ยังมีพลาสเตอร์ยาแปะอยู่ ไม่อยากจะบอกเลยว่าตอนแรกที่เตกีล่าเห็นไอ้รอยแผลบนหัวคิ้วฉันน่ะ มันโวยวายจนห้องโฟร์เบียร์แทบแตก แถมยังเจ้ากี้เจ้าการทำแผลให้ฉันอีกต่างหาก

“ไม่เจ็บสักนิดเลย” ฉันบอกเพื่อให้ท่านสบายใจ คุณตาจ้องฉันเพียงชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบาแล้วเหม่อมองออกไปอีกทาง “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะคุณตา? เกี่ยวกับคนพวกนั้นใช่ไหม?”

“ย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ได้ไหมเพลง” คุณตาเลี่ยงไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับหันมาถามฉันด้วยสีหน้ากังวล

“ทำไมคะ? เกิดอะไรขึ้น? คนพวกนั้นเป็นใครกันทำไมคุณตาถึงได้กังวลขนาดนี้?” ฉันลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้คุณตา สีหน้าท่านไม่ดีเลย “มีคนคิดจะฆ่าหนูใช่ไหม? เจ้านายของพวกมันต้องการชีวิตหนูอย่างนั้นใช่ไหม?”

“เพลงพิณ เชื่อตาสักครั้งกลับมาบ้านเรานะลูก”

ฉันส่ายหน้าไปมาพลางจ้องตาท่านด้วยความเด็ดเดี่ยว ฉันไม่กลัวพวกมันหรอก ถ้าพวกมันคิดจะฆ่าฉันจริงๆ แสดงว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าแค่ต้องการจะฆ่าให้ตายแน่ๆ

เหตุผลล่ะ? เพราะอะไรทำไมพวกมันถึงต้องการชีวิตฉัน? ที่ผ่านมาส่วนมากก็แค่ต้องการทำร้ายเท่านั้น แต่ครั้งนี้หมายจะเอาชีวิตกันเลย หรือมันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อสิบห้าปีก่อน

“หนูไม่กลับ หนูจะต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมพวกมันถึงต้องการชีวิตหนู

“เพลงพิณ กลับมาอยู่ในความคุ้มครองขององค์กรเถอะหลานอยู่ที่นั่นมันอันตราย คนขององค์กรไม่สามารถปกป้องหลานได้ตลอดเวลา ตาไม่อยากเสียหลานไปเหมือนฮานะ

“เกี่ยวกับแม่จริงๆ ด้วย” คุณตาชะงักไปทันทีเมื่อฉันจ้องท่านด้วยสายตาจับผิด “คนพวกนั้นคือพวกเดียวกับคนที่ฆ่าแม่ใช่ไหมคะ?”

……….

“พวกมันเป็นพวกเดียวกับผู้ชายคนนั้นใช่ไหมคะคุณตา!

ไม่รู้ว่ามือทั้งสองข้างของฉันกำแน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ความรู้สึกเจ็บแน่นตรงหน้าอกมันบีบรัดจนฉันแทบหายใจไม่ออก มันเหมือนภาพยนตร์เก่าๆ ถูกกรอกลับ ภาพเลือนรางมันวิ่งผ่านเข้ามาในหัวสมองจนแยกแยะไม่ออกว่าภาพนั้นคือภาพอะไร ฉันทรุดตัวนั่งลงบนพื้นพลางยกสองมือที่ยังกำแน่นขึ้นแนบกับขมับทั้งสองข้าง คุณตารีบคุกเข่าลงด้านข้างฉันด้วยความตกใจก่อนจะตะโกนเรียกคนในองค์กรให้เข้ามาช่วยกัน

 
 

“เพลง ยังปวดหัวอยู่หรือลูก? อย่าเพิ่งคิดอะไรทำใจให้สบายแล้วพักผ่อนก่อนนะ”

คุณตาห่มผ้าให้ฉันด้วยความห่วงใยหลังจากฉันเข้ามานอนพักในห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาการปวดหัวยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง ฉันไม่ได้มีอาการแบบนี้มานานมากแล้ว หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเมื่อสิบห้าปีก่อน

ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความว่างเปล่า มันว่างและขาวโพลนจนน่ากลัว เพราะฉันน่ะสูญเสียความทรงจำตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ! ฉันจำไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเองด้วยซ้ำ!

[GINTONIC :: END]

 

 

[SECRET :: TALK]

มหาวิทยาลัย GBAC

ห้องอธิการบดี

“อาหาข้อมูลของผู้หญิงคนนั้นให้หลานได้แล้วนะ ประวัติเธอไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”

“ยังไงฮะอา?”

ผมนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของอากฤษพลางหยิบแฟ้มประวัติตรงหน้าขึ้นมาเปิดดู ผมต้องการสืบหาข้อมูลทั้งหมดของคนที่มีส่วนเกี่ยวพันกับรัฟเฟียนคนเก่า ซึ่งความจริงผมสามารถหาข้อมูลพวกนี้จากฝ่ายบริหารก็ได้ แต่อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ว่าตอนนี้ผมไม่ได้ติดต่อกับวิสกี้แล้ว ผมเลยต้องมาขอความช่วยเหลือจากอากฤษแทนโดยขอร้องไม่ให้ท่านรายงานพ่อ ไม่อย่างนั้นผมจะต้องโดนพ่อด่ายับอีกแน่ๆ ที่ไม่มีปัญญาหาข้อมูลเองแบบนี้

“เธอเป็นหลานสาวของท่านเคสึเกะ เจ้าของโรงเรียนฝึกสอนทักษะการต่อสู้ระดับประเทศเลยนะ โดยเฉพาะหลานสาวของท่านคนนี้น่ะ ฝีมือไม่ธรรมดาเลย ยูโดสายดำเลยนะนั่น”

เหอะ! ถึงว่าทำไมยัยนั่นมือตีนตีนโคตรจะหนัก! ยูโดสายดำเลยเหรอวะ? แถมยังเป็นหลานเจ้าของโรงเรียนนั่นอีก!

“ว่าแต่ทำไมถึงอยากได้ข้อมูลของจินโทนิคล่ะ? ความจริงอาถูกชะตากับสาวๆ กลุ่มนี้มากเลยนะ เพราะอาเป็นคนคัดเลือกพวกเธอเข้ามารับตำแหน่งด้วยตัวเองนี่แหละ!

“พวกเธอ?” ผมเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มประวัติของจินโทนิคแล้วขมวดคิ้วมองอากฤษด้วยความสงสัย ก็ผมไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับสภาเลยนี่หว่า ใครอยู่ตำแหน่งไหน ฝ่ายอะไรผมยังไม่รู้เลย อ้อ! ตอนนี้รู้เพิ่มมาคนหนึ่งล่ะ! ยัยจอมโหดนั่นนอกจากจะอยู่ตำแหน่งแดนเจอร์ควบคู่กับผมแล้ว เธอยังอยู่ฝ่ายกฎระเบียบอีกด้วย!

น่าขำว่ะ! โหดๆ อย่างยัยนั่นน่ะนะอยู่ฝ่ายคุมกฎ?

“ใช่! กลุ่มโฟร์เบียร์ไง! อะไรกัน สาวๆ กลุ่มนี้ฮอตจะตายไป อย่าบอกนะว่าเสือผู้หญิงอย่างหลานไม่รู้จักน่ะ” อากฤษดูจะตื่นเต้นมากมายเมื่อพูดถึงสาวๆ โฟร์เบียร์ คืออะไรวะ?

“ไม่ฮะ ปกติผมไม่สนใจใครอยู่แล้ว” ผมตอบปัดๆ แล้วก้มหน้าอ่านประวัติจินโทนิคต่อ ทว่าเสียงเคาะประตูจากด้านหลังก็ดังขัดขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองอากฤษแวบนึงเหมือนจะถามว่าให้ผมออกไปไหม แต่อากลับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ผมเลยก้มอ่านต่อโดยไม่สนใจคนที่เดินเข้ามาสักนิด

“มาพอดีเลยหนูเตกิ ฉันกำลังพูดถึงกลุ่มของหนูอยู่เลย”

“คะ? พูดถึงกลุ่มของหนู? ท่านหมายถึงโฟร์เบียร์เหรอคะ?” น้ำเสียงเรียบๆ ติดจะเหวี่ยงหน่อยๆ แต่ก็ยังคงความสุภาพไว้ในทีถามขึ้นจากด้านหลัง ฟังแค่น้ำเสียงก็รู้เลยว่าเธอคนนี้คงกำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่างมาแน่ๆ

“ใช่ๆ ก็หลานชายฉันน่ะสิ มันอยากทำความรู้จักกับสาวๆ โฟร์เบียร์น่ะ”

พรึ่บ!

ผมรีบปิดแฟ้มประวัติในมือด้วยความรวดเร็วเพราะกลัวว่าร่างบางด้านหลังจะมองเห็นรูปของจินโทนิคที่ติดมากับเอกสารภายใน พอเก็บแฟ้มนั่นใส่กระเป๋าเรียบร้อยผมก็หันกลับมามองด้านหลังและพบกับดวงตาคมเฉี่ยวที่มองผมตอบด้วยสายตาเรียบนิ่ง ใบหน้าสวยมีแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

“รู้จักกันไว้สิ นี่ไงหนูเตกีล่า ควีนประจำมหาลัยเรา ส่วนนี่ก็ซีเคร็ทรัฟเฟียนคนใหม่หลานชายฉันเองนะ”

“ว่าไงนะคะ? รัฟเฟียนคนใหม่เหรอคะ?” ดวงตาคมเฉี่ยวขึงตาใส่ผมในทันที ดูเหมือนเธอคนนี้ไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมเลยแฮะ หรือว่ายัยโหดนั่นไปด่าอะไรผมให้พวกเพื่อนๆ ของเธอฟังวะ?

“ทำไม? มีปัญหาอะไรกับฉัน?” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงยียวนหน่อยๆ พอเจอผู้หญิงสวยๆ หน้าตาร้ายๆ แบบนี้ทีไรมันอดไม่ได้ที่จะกวนตีนว่ะ!

“อ้อ ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะบอกว่าพอมาเห็นนายตัวเป็นๆ แบบนี้ ฉันก็แค่หายแปลกใจน่ะ!” เธอยกแขนกอดอกพลางจิกสายตามองผม

ให้ตายเหอะว่ะ! ผมว่ายัยนี่สกิลความร้ายไม่ได้น้อยไปกว่ายัยโหดจินโทนิคเลย!

“แปลกใจ?”

“ใช่! หายแปลกใจว่าทำไมรัฟเฟียนคนใหม่ถึงทำตัวแย่! วันๆ เอาแต่มั่วผู้หญิงไปทั่ว เหอะ! ที่แท้” เธอลากเสียงยาวๆ พลางใช้สายตาร้ายๆ มองผม “ก็เป็นเด็กเส้นนี่เอง!

“เห้ย! ฉันไม่ใช่เด็กเส้นนะเว้ย!” ผมทำท่าจะเดินเข้าไปใกล้ยัยควีนตัวร้ายด้วยความหงุดหงิดนิดๆ เมื่อถูกเธอกล่าวหา ยัยนี่กล้าดียังไงมายืนด่าผมปาวๆ แบบนี้วะ! ทำไมช่วงนี้ชีวิตผมถึงโดนผู้หญิงด่าบ่อยจังเลยวะ!

“จะทำเหี้ยอะไรวะไอ้เน่า!

หากทว่ายังไม่ทันจะถึงตัวเธอดีก็ถูกไอ้เวรบางตัวโผล่เข้ามาขัดไว้ด้วยน้ำเสียงอันดังก้อง คือมึงจะแหกปากทำห่าอะไรครับ! กูตกใจหมดไอ้เวรนี่!!

ผมชะงักฝีเท้าก่อนจะมองข้ามไหล่เตกีล่าไปก็พบกับใบหน้าหล่อๆ แต่แฝงแววหงุดหงิดของไอ้ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาของผมมาตั้งแต่เด็กๆ ไอ้เต็มสิบเดินเข้ามาหยุดยืนด้านข้างเตกีล่าแถมยังปรายตามองหน้ายัยนั่นกับผมสลับกันไปมา แล้วดูสีหน้ายัยควีนนั่นสิ ทำหน้าเบื่อโลกใส่มันแบบไม่คิดจะปิดบังเลยทีเดียว

“ทำไรกันวะ? มึงรู้จักยัยนี่ด้วยเหรอ?”

“ตอบก็กลัวดิ”

ผมแสยะยิ้มกวนตีนให้ไอ้เต็มสิบก่อนจะสะพายเป้พาดบ่า พลางใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้มแล้วเหลือบตามองเตกีล่าอีกรอบ เธอจ้องผมตอบด้วยสายตาเรียบนิ่งราวกับนางพญาก็ไม่ปาน

ผู้หญิงบ้าอะไรวะหน้าตาท่าทางโคตรจะหยิ่งเลย!

“ฝากไว้ก่อนนะยัยควีนตัวร้าย ไว้ฉันจะไปเอาคืนกับเพื่อนเธอ!

ผมทิ้งคำพูดกำกวมพลางยิ้มแบบมีเลศนัยทิ้งท้ายแล้วเดินผ่านทั้งสองคนออกมาพร้อมกับคำถามของเตกีล่าที่ดังตามหลังมาก่อนประตูห้องจะปิดลง

“หมายความว่ายังไง? นี่นาย! เพื่อนฉันเกี่ยวอะไรด้วยวะ?!

หึ เพื่อนเธอน่ะโคตรจะเกี่ยวเลยล่ะ! ยัยโหดนั่นทำฉันไว้ได้เจ็บแสบมาก! คอยดูเถอะ! ฉันเอาคืนเธอแน่ยัยโหดจินโทนิค!
 

TO BE CONTINUED...
 

ค้างเติ่งอยู่บนเตียงกันล่ะสิ 55555555 #หัวเราะแบบนางร้าย
ติดตามกันต่อไปนะเออว่าอีซีจะมีชีวิตรอดจากตีนยัยโหดไหม
ชิ้นส่วนจะยังครบสามสิบสองหรือเปล่า 55555555
สำหรับเรื่องนี้จะเปิดพรีวันที่ 6 เมษานะคะ
ปกร้อนแรงมากมายนะเออ ใครสนใจเตรียมเก็บเงินรอเลยนะ
อยากจะบอกว่าพระ-นางคู่นี้ NC ดิบมากกกกกกก
บอกแล้วว่างานดิบ งานโหดจัดเต็ม 555555555555

    E=Book ซีเคร็ทจอมหื่นมาแล้วค่ะ!

รับประกันความโหดหื่นค่าาา!!

________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,593 ความคิดเห็น

  1. #11209 pimchanok2604 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 19:30
    เพลงพิณ ... จินโทนิค คืออ.
    #11,209
    0
  2. #7797 maestto_tusk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 17:56
    พี่ซีมีเป่าผงเป่าเเผล น่ะ ซีจินเคยรู้จักกันมาก่อน?? เเต่ชอบทวงบุญคุณจังนะนาย
    #7,797
    0
  3. #3455 SLEE;P (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 11:05
    เจอจัดแล้ว
    #3,455
    0
  4. #2447 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 09:33
    รอออออออ
    #2,447
    0
  5. #2446 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 09:33
    รอออออออ
    #2,446
    0
  6. #2445 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 09:33
    รอออออออ
    #2,445
    0
  7. #2444 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 09:33
    รอออออออ
    #2,444
    0
  8. #2443 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 09:33
    รอออออออ
    #2,443
    0
  9. #2442 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 09:33
    รอออออออ
    #2,442
    0
  10. #2441 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 09:33
    รอออออออ
    #2,441
    0
  11. #2440 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 09:33
    รอออออออ
    #2,440
    0
  12. #2439 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 09:32
    รออออออ 
    #2,439
    0
  13. #2438 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 06:56
    รอ ๆ  
    จะเอาคืนไงนะ คิๆ
    #2,438
    0
  14. #2437 เอมิลี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 22:56
    อ้ากกกกกกกกกกกกต่อออออ
    #2,437
    0
  15. #2436 12exo9snsd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 20:44
    จินโหด ซีจะทำไรต่อไปกับจินนะ
    #2,436
    0
  16. #2435 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 17:12
    อีซีแกคิดจะทำไรจินอีกฮะ
    #2,435
    0
  17. #2434 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 01:25
    อิซีมันน่าจัข้ำในนะแต่อดอ่ะ
    #2,434
    0
  18. #2433 beginteaw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 21:05
    เจิม
    #2,433
    0
  19. #2431 Flower Me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 12:57
    เหมาะสมกันจริงๆคู่นี้ ชอบๆค่ะ
    #2,431
    0
  20. #2430 Flower Me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 12:57
    เหมาะสมกันจริงๆคู่นี้ ชอบๆค่ะ
    #2,430
    0
  21. #2429 Flower Me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 12:57
    เหมาะสมกันจริงๆคู่นี้ ชอบๆค่ะ
    #2,429
    0
  22. #2428 Flower Me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 12:57
    เหมาะสมกันจริงๆคู่นี้ ชอบๆค่ะ
    #2,428
    0
  23. #2427 Flower Me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 12:57
    เหมาะสมกันจริงๆคู่นี้ ชอบๆค่ะ
    #2,427
    0
  24. #2426 Flower Me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 12:57
    เหมาะสมกันจริงๆคู่นี้ ชอบๆค่ะ
    #2,426
    0
  25. #2425 Flower Me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 12:57
    เหมาะสมกันจริงๆคู่นี้ ชอบๆค่ะ
    #2,425
    0