[พร้อมส่ง] DANGEROUS SECRET : รักอันตราย ร้ายเกินต้านทาน

ตอนที่ 4 : DANGEROUS SECRET : EP.03 - First Kick [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

Gravestone Cross



EP.03
-First Kick-

 



สวยซะเปล่า! แต่แมร่งโหดสัด!
อย่าให้เจออีกครั้งนะเว้ย!
สาบานเลยว่าจะจับกดทำเมียซะให้เข็ด!

-SECRET-



มหาวิทยาลัย GBAC

“แกรู้เรื่องรัฟเฟียนคนใหม่หรือยังวะจิน?

เตกีล่าทิ้งตัวนั่งลงด้านข้างขณะสายตายังจับจ้องเอกสารในมือตัวเอง วันนี้พวกเราบังเอิญว่างตรงกัน และเพราะทุกคนเพิ่งรู้ข่าวการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งรัฟเฟียนจึงทำให้พวกเราฝ่ายคุมกฎต้องมานั่งปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับประวัติของคนที่มารับตำแหน่งใหม่ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้พวกเรายังไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับรัฟเฟียนคนใหม่สักนิด เหมือนกับว่าทางคณะสภาสูงสุดจงใจปกปิดสถานะของคนคนนั้น

“นั่นสิ... รัมหายไปยังไม่ถึงเดือนเลยนะ... ทางคณะสภาก็แต่งตั้งคนใหม่มาแทนแล้ว” อนิซพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ผิดจากนิสัยปกตินัก

“แล้วรัฟเฟียนคนใหม่เป็นใครอ่ะเตกิ พวกเรารู้จักหรือเปล่า?” ลิเคียวถามพลางเงยหน้าขึ้นจากแลปท๊อบคู่ใจ

“ไม่นะ... เห็นว่าเป็นเด็กซิวจากที่อื่นมาน่ะ อายุมากกว่าพวกเราปีนึง”

“เด็กซิว?” ลิเคียวทวนคำอีกรอบ

“ใช่! ทางสภาแจ้งมาแบบนี้น่ะ ฉันว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆ แน่เลยว่ะ สรุปมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่วะจิน?” เตกีล่าหันมาใช้สายตาจับผิดมองกัน ส่งผลให้อีกสองสาวพากันจ้องมาทางฉันเป็นตาเดียว

“ไม่รู้ ไอ้รัมมันหายไป ก็แค่นั้น” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“เรื่องนั้นน่ะพวกฉันรู้แล้วแหละย่ะ! ฉันชักจะเบื่อนิสัยพูดน้อยของแกแล้วนะจิน!” เตกีล่าที่ดูเหมือนความอดทนต่ำที่สุดเริ่มวีนเบาๆ มันกรอกตาไปมาอย่างเซ็งจัด

“เอาน่า ยัยจินคงไม่รู้จริงๆ นั่นแหละเตกิ เฮ้อทำไมฉันถึงรู้สึกว่าชีวิตมหาลัยปีสุดท้ายของพวกเราคงจะไม่สงบสุขเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้วนะ” ลิเคียวพึมพำพลางขมวดคิ้วมุ่น อนิซเองก็ทำหน้ายุ่งไม่แพ้กัน

“อ้าวจิน? นั่นแกจะไปแล้วเหรอ?”

“อืมมีเรียนน่ะ ไว้โทรหา” ฉันโบกมือให้เตกีล่าที่ตะโกนถามตามหลังมาเสียงดังขณะฉันกำลังเดินออกจากห้องโฟร์เบียร์

ความจริงฉันโกหกน่ะ ฉันมีเรียนตอนบ่ายน่ะไม่ใช่ตอนเช้าหรอก แต่เพราะมีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำและจะต้องรู้ให้ได้ด้วยตัวเอง

เรื่องของรัฟเฟียนคนใหม่นั่นไงล่ะ!!

 

ฝ่ายสืบสวนสอบสวน

ฉันก้าวเท้าเข้ามาภายในตึกขนาดกลางที่เป็นที่ตั้งของฝ่ายที่เป็นพันธมิตรกับฝ่ายกฎระเบียบของฉันที่สุด นั่นก็คือฝ่ายสืบสวนสอบสวน อย่างที่ทราบกันดีว่าฝ่ายของฉันทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมของนักศึกษาทุกคนให้อยู่ในกฎระเบียบของสภานักศึกษา หากนักศึกษาคนไหนเข้าข่ายน่าสงสัยหรือทำผิดจนโดนทัณฑ์บน ฝ่ายของฉันต้องส่งเรื่องและประวัติการทำผิดของนักศึกษาคนนั้นๆ ให้กับทางฝ่ายสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามพฤติกรรมกันต่อไป เรียกง่ายๆ คือการส่งต่อหน้าที่นั่นแหละ พวกฉันคือคนควบคุมความประพฤติและส่งคนทำผิดให้กับฝ่ายนี้จัดการต่อนั่นแหละ

เอาเถอะ! อธิบายมากไปอาจจะงุนงงกันได้ เอาเป็นว่าค่อยๆ อ่านและทำความเข้าใจกันไปดีกว่านะ

“อ้าวจิน? มีเรื่องอะไรหรือไงถึงมาที่นี่ได้?”

เสียงทักจากหน้าประตูทางเข้าห้องสืบสวนดังขึ้น ฉันจึงหยุดฝีเท้าแล้วหันมองตามเสียงนั้น ใบหน้าหล่อใสบวกกับรอยยิ้มน่ารักทำให้ฉันจำเขาได้ในทันที

“ไงมาตินี่ พอดีฉันมีธุระน่ะ”

ผู้ชายหน้าตาน่ารักคนนี้มีโค้ดเนมว่า มาตินี่เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกสภานักศึกษาและมีหน้าที่อยู่ในฝ่ายสืบสวนฯ ที่สำคัญคือเขาดำรงตำแหน่ง GOD มาสามปีแล้ว ฉันไม่แปลกใจหรอกนะว่าทำไมถึงไม่มีใครมาล้มตำแหน่งพระเจ้าของเขาลงได้ ก็เพราะความใจเย็นและเป็นกันเองของเขานี่น่ะสิ ไหนจะไอ้รอยยิ้มอบอุ่นที่ขยันส่งมาให้ฉันทุกครั้งที่เจอนั่นอีก นี่เขาคิดจะทำตัวเป็นพระเจ้าผู้เมตตากับฉันหรือยังไงกันนะ

“ธุระ?”

มาตินี่ขมวดคิ้วขณะทวนคำ เขาเดินเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นโดยไม่มีท่าทางหวาดเกรงเหมือนกับผู้ชายคนอื่นสักนิด ฉันมองท่าทางไม่กลัวตายของเขาด้วยสีหน้าเย็นชา ทุกคนรู้ดีว่าคนอย่างจินโทนิคเข้าถึงยากแค่ไหน เพราะฉันไม่ชอบสุงสิงกับใคร ไม่ชอบพูดมาก ไม่ชอบเรื่องเยอะ ฉันเน้นการกระทำมากกว่าคำพูดเสมอ

“ใกล้ไปมั้ง?” ฉันชกกำปั้นลงบนแผ่นอกของผู้ชายหน้าหวานก่อนเหยียดแขนข้างนั้นสุดแรงเพื่อดันตัวเขาให้ถอยหลังออกห่างจากตัวเอง มาตินี่อมยิ้มชอบใจพลางหลุบตาลงมองกำปั้นฉันที่ยังชกค้างอยู่ตรงแผ่นอกของเขาเหมือนเดิม

“เธอนี่โหดไม่เปลี่ยนเลยแฮะ โอเคๆ ไม่เข้าใกล้ก็ได้” มาตินี่ยกสองมือขึ้นราวกับต้องการจะบอกว่าเขายอมแพ้แล้ว แต่ไอ้รอยยิ้มไม่น่าไว้ใจของเขานี่สิ

………

“ตกลงเธอมีธุระอะไรกับฝ่ายสืบสวน?” เขาถามเข้าประเด็นหลักก่อนจะเปิดประตูออกกว้างเพื่อเชื้อเชิญให้ฉันเข้าไปภายในห้องสืบสวนที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ ฉันมองหน้าเขานิ่งๆ ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟาด้านใน

ห้องนี้บรรยากาศแตกต่างจากห้องโฟร์เบียร์โดยสิ้นเชิงเลยล่ะ ไม่สิต้องบอกว่าห้องโฟร์เบียร์ต่างหากล่ะที่แตกต่างจากห้องของทุกฝ่าย เพราะห้องของทุกฝ่ายเขาจัดสรรสัดส่วนไว้ในการแบ่งแยกการทำงานภายในฝ่าย แต่ห้องของฝ่ายกฎระเบียบน่ะ มีไว้ประชุมและพักผ่อนของพวกเราสี่สาวเท่านั้นนั่นแหละ เพราะพวกผู้ชายอีกสี่คนที่อยู่ฝ่ายกฎระเบียบเหมือนกันยกห้องนั้นให้พวกเราแล้ว ส่วนผู้ชายพวกนั้นน่ะไม่เคยเข้ามายุ่งวุ่นวายที่ห้องหรอกถ้าไม่มีธุระจำเป็นจริงๆ

“รัฟเฟียนคนใหม่” ฉันพูดขณะจ้องหน้าเขานิ่ง มาตินี่พยักหน้าเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างก่อนจะหันไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำมาถือไว้ในมือ เขาส่งยิ้มน่ารักให้ฉันอีกรอบหากทว่าครั้งนี้มันกลับดูเจ้าเล่ห์แปลกๆ

“สงสัยหมอนั่นเหรอ?”

“อะไร?”

“อ่ะก็เธอสงสัยว่าหมอนั่นอาจจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของรัฟเฟียนคนเก่าใช่ไหมล่ะ?” มาตินี่ถามยิ้มๆ เขาวางแฟ้มเอกสารนั่นลงบนโต๊ะแล้วหมุนมันมาหยุดตรงหน้าฉัน “ฉันช่วยเธอได้นะจิน

“นายหมายความว่ายังไง?” ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฉันไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของเขาคืออะไร ทำไมเขาถึงคิดว่าฉันกำลังสงสัยในเรื่องอะไรอยู่ หรือว่าฉันแสดงออกทางสีหน้ามากเกินไปก็ไม่นะ

“เรื่องของรัมไง มันเป็นเพื่อนเธอไม่ใช่เหรอ? มันหายตัวไปแบบนี้ เธอกับเพื่อนของเธอที่เป็นแฟนมันคงจะกังวลน่าดูเลยล่ะสิ” มาตินี่พูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย ฉันพยายามจับผิดสีหน้าและน้ำเสียงของเขาตามนิสัยของผู้คุมกฎที่ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของทุกคน “หึ กำลังจับผิดฉันอยู่หรือไง?”

“นายรู้มามากแค่ไหน? นี่กำลังตามกลุ่มพวกฉันอยู่หรือไง?”

ฉันถามออกมาตรงๆ ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมมาตินี่ถึงรู้ลึกและรู้จริงขนาดนี้ ก็หมอนี่อยู่ฝ่ายสืบสวนนี่นะ! ถ้าพวกเขาคิดจะตามสืบพฤติกรรมของนักศึกษาคนไหนมันย่อมง่ายเหมือนกับปลอกกล้วยเข้าปากอยู่แล้ว เพราะอย่างนี้ไงล่ะ! ฉันถึงมาที่นี่เพื่อต้องการข้อมูลเกี่ยวกับรัฟเฟียนคนใหม่นั่น!

“อย่าระแวงฉันสิจิน ฉันไม่คิดร้ายกับเธอหรอกนะ และไม่ทางคิดด้วย” เสียงของเขาอ่อนลงจนฉันเดาทางไม่ถูก สรุปแล้วผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ เขาทำเหมือนว่าจะช่วยฉัน แต่คำพูดและการกระทำของเขามันกลับไม่น่าไว้ใจ หรือว่าฉันเป็นประเภทไว้ใจคนยากอยู่แล้วด้วยนะ

“นายจะช่วยฉันเหรอ?” ฉันถามกลับเสียงเรียบ มันคือเรื่องจริงที่ฉันกำลังสงสัยในตัวของรัฟเฟียนคนใหม่ เพราะจู่ๆ เขาเข้ามารับตำแหน่งโดยไม่มีที่มาที่ไป แถมยังย้ายเข้ามาเรียนแบบกะทันหันอีกต่างหาก มันไม่น่าแปลกไปหน่อยเหรอ และถ้าหากได้คนของฝ่ายสืบสวนฯ มาช่วยตามสืบด้วยอีกแรงจริงๆ อะไรๆ มันคงจะง่ายกว่านี้ขึ้นเยอะ

“ถ้าเธอต้องการ ฉันเต็มใจช่วยเธอเสมอนะเพลง

ตึง!

“อย่าเรียกฉันด้วยชื่อนั้น!!” ฉันลุกขึ้นยืนแล้วผลักเก้าอี้ด้านข้างล้มลงเสียงดัง มาตินี่รีบลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว เขาเข้ามาขวางทางออกที่ฉันกำลังจะเดินออกไป

ทุกคนรู้ดีว่าฉันไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อจริงของฉัน เพลงพิณคือชื่อที่คนในครอบครัวของฉันเรียกเท่านั้น ตั้งแต่ฉันใช้โค้ดเนมจินโทนิค ทุกคนต่างก็เรียกขานฉันด้วยชื่อนี้ทั้งนั้น จะมีเพียงคุณตาคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเรียกฉันว่าเพลงพิณ

“เดี๋ยว ฉันขอโทษ ฉัน” มาตินี่ทำหน้าลังเลบางอย่าง ดวงตาเขาวูบไหวแปลกๆ ก่อนจะกลับมาฝืนยิ้มให้ฉันอีกรอบ “เอาเป็นว่าฉันขอโทษแล้วกันนะ ฉันยินดีจะช่วยเธอเต็มที่นะจินโทนิค”

………

“นั่งลงก่อนไหม? เอกสารนั่นคือประวัติคร่าวๆ ของรัฟเฟียนคนใหม่นะ เธอน่าจะลองอ่านมันดู”

ฉันจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าเย็นชาตามนิสัยตัวเอง ถึงแม้ฉันจะไม่ค่อยได้คุยกับมาตินี่มาก แต่ก็พอรู้จักนิสัยของผู้ชายคนนี้ดีว่าเขาไม่ได้เลวร้ายอะไร และคงไม่มีเจตนาร้ายอะไรกับฉันจริงๆ แต่ฉันยังไม่วางใจง่ายๆ หรอกนะ!  ขึ้นชื่อว่าผู้ชายน่ะมันก็ร้ายเหมือนกันหมด!

 

ชื่อ น่านฟ้า   นามสกุล ภัครนารายณ์ 

โค้ดเนม ซีเคร็ท   สังกัดฝ่ายสืบสวนสอบสวน

เกิดวันที่ 21 มกราคม 1992   อายุปัจจุบัน 23 ปี

 

ฉันเลื่อนสายตาอ่านประวัติคร่าวๆ ของรัฟเฟียนคนใหม่เรื่อยๆ จนสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างจึงเลื่อนสายตาขึ้นมองคนตรงหน้าที่ยังนั่งมองกันไม่ยอมละสายตาไปไหน มาตินี่รีบหลบสายตาพลางกระแอมกระไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อน

หมอนี่กำลังคิดไม่ซื่อกับฉันแน่เลย เหอะ! คงไม่กลัวตายสินะ!

“เขาเคยมีเรื่องกับน้องชายไอ้ซันด้วยเหรอ?”

“อะอืม เคยมีเรื่องกันจนหมอนั่นพลั้งมือกระทืบน้องชายไอ้ซันปางตายเลยน่ะ เป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนั่นโดนไล่ออกจากมหาลัยเก่านั่นแหละ”

“ตอนนี้พวกไอ้ซันมันตายหมดแล้ว” ฉันพึมพำแผ่วเบาพลางนึกถึงสาเหตุการตายปริศนาของกลุ่มไอ้ซัน พวกนั้นรุมทำร้ายรัมก่อนที่จะตาย หลังจากนั้นรัมที่กำลังบาดเจ็บก็หายตัวไป “ในที่เกิดเหตุก็เหลือพยานแค่คนเดียว

“ก็หมอนั่นไง”

“ว่าไงนะ?” ฉันเงยหน้าขึ้นมองมาตินี่อีกรอบเมื่อเขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“รัฟเฟียนคนใหม่นั่นแหละคือพยานคนนั้น”

“นายรู้ได้ยังไง?”

“หมอนั่นถูกส่งให้มารับตำแหน่งแทนรัม แถมยังได้เข้ามาอยู่ในฝ่ายสืบสวนฯ อีกด้วย เธอไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอ ฉันตามสืบเรื่องนี้มาหลายวันแล้วน่ะ เพราะการจะรับสมาชิกเข้ามาในฝ่ายนี้ พวกเราจะต้องทำการสืบประวัติอย่างละเอียดอยู่แล้ว”

มาตินี่เป็นหัวหน้าฝ่ายสืบสวนสอบสวน เขาจึงต้องสืบประวัติของทุกคนในฝ่ายให้ขาวสะอาดที่สุด แน่นอนว่าการได้รับความช่วยเหลือโดยตรงจากเขานั้นถือเป็นเรื่องดีมากๆ เพราะมันจะทำให้การตามสืบเรื่องการหายตัวไปของรัมง่ายขึ้น

“งั้นฉันควรไปถามความจริงจากหมอนั่น

“ไม่ได้!” ฉันเงยหน้าขึ้นมองมาตินี่อีกรอบเมื่อเขาพูดขัดเสียงดัง ใบหน้าหล่อน่ารักรีบชักสีหน้าดุดันกลับมาผ่อนคลายเหมือนเดิม “เธออย่าไปยุ่งกับหมอนั่นเลย เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจัดการให้”

“ไม่เป็นไร ฉันอยากถามหมอนั่นด้วยตัวเอง”

“แต่หมอนั่นมันอันตราย

“ฉันก็อันตรายนะ เผื่อนายจะลืม” ฉันปิดแฟ้มในมือลงที่เดิมแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มาตินี่ลุกขึ้นยืนตามด้วยท่าทางร้อนรน เขาเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ยอมพูดจนฉันต้องเป็นฝ่ายถามเอง “นายมีอะไรจะพูดก็พูดมาเหอะ”

“ฉันฉันเป็นห่วงเธอ”

……..” ฉันถึงกับยืนนิ่งไปหลายวินาทีด้วยไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาตรงๆ ฉันพอจะดูออกว่ามาตินี่กำลังคิดอะไร เพราะฉันมักจะพบเจอเขาอยู่รอบๆ ตัวเสมอตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา แม้เขาจะไม่ได้เข้ามาทักทายหรือพูดคุยกับฉันตรงๆ แต่ไอ้สายตาสื่อความหมายที่เขาชอบใช้มองกันน่ะ มันเดาได้ไม่ยากเลย

“เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันคิดกับเธอยังไงน่ะจิน

มาตินี่ถามเสียงเบา เขาขยับเข้ามาใกล้ฉันอีกแล้ว หมอนี่ไม่เข็ดสินะ

“อย่ามาใกล้ฉัน

เขาชะงักเท้าแล้วยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ฉันเกลียดความรู้สึกนี้ของพวกผู้ชายที่สุด ไอ้ความรักมักง่ายที่ออกมาจากปากผู้ชายน่ะ มันน่าขยะแขยง!

“ขอบใจที่นายคิดจะช่วยสืบเรื่องนี้แล้วกัน ส่วนเรื่องอื่น

……….

“เลิกคิดไปได้เลย!

 

OZ PUB

“เลิกเศร้าได้แล้วน่าซิน ไอ้รัมมันหนังเหนียวจะตายน่า” อาโปตบไหล่ซินเทียร์เป็นการปลอบใจ มันส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจขณะมองแก้วเหล้าที่ซินเทียร์ยกขึ้นดื่มเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ “ช่วยปลอบมันหน่อยดิวะจิน ยัยบ้านี่มันเมาหัวจะทิ่มอยู่แล้วนะเว้ย”

“ไม่มาว ฉ้านยังอึก ยางโอเค๊!

“โอเคบ้านป้าแกสิ! ลืมตาจะไม่ขึ้นอยู่ละ! พอๆ เลิกดื่มได้แล้วๆ อ้าว แล้วนั่นจะไปไหนวะไอ้จิน?” อาโปคว้าแก้วเหล้าออกจากมือซินเทียร์ที่นั่งซวนเซร่างกายไปมาเพราะความมึนเมา มันหันมาตะโกนถามแข่งกับเสียงดนตรีในผับเมื่อเห็นฉันลุกขึ้นยืน

“เข้าห้องน้ำ เดี๋ยวมา”

“เออๆ ไวๆ เลยนะ เดี๋ยวพาไอ้ซินไปส่งที่ห้องด้วยกัน”

“อืม”

ฉันเดินออกมาตามทางไปห้องน้ำของผับ ที่นี่เป็นสถานที่เที่ยวประจำของพวกฉันเลยก็ว่าได้ ลูกค้าส่วนมากของที่นี่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฉันทั้งนั้น และถึงแม้ที่นี่จะอยู่นอกขอบเขตการควบคุมของสภานักศึกษา แต่นักศึกษาหลายคนที่มาเจอพวกฉันในสถานที่แบบนี้ก็ยังพากันหวาดเกรงไม่น้อย

แน่ล่ะพวกฉันเป็นผู้คุมกฎนี่ ถ้าไม่เจ๋งจริงคงควบคุมทุกคนไม่ได้หรอกจริงไหม?

“ยะอย่า”

ฉันชะงักฝีเท้าลงในทันทีที่ได้ยินเสียงสั่นกลัวจากมุมมืดของทางบันไดหนีไฟ มันเป็นเสียงเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง ฉันค่อยๆ สาวเท้าเข้าไปใกล้โดยมีกำแพงและประตูหนีไฟที่เปิดแง้มกักกั้นเอาไว้

“เออน่านิดเดียวเอง”

“มะไม่เอา ฉะฉันไม่รู้จักนายนะ! อะออกไป!

“อย่าเล่นตัวนักเลยว่ะ! น่ารำคาญ!

“กรี๊ดดดอื้อๆ”

บทสนทนานั่นเงียบลงคงเพราะไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นทำให้เงียบสินะ ฉันถอยหลังห่างออกมาจากบานประตูก่อนจะยกเท้าขึ้นถีบสุดแรง

ปัง!

“เห้ย! ใครวะ!!

ฉันเดินเข้าไปด้านในพลางเหลือบตามองผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งที่มองตอบกลับมาด้วยสายตาหงุดหงิด ใบหน้าหล่อคมร้ายชื้นเหงื่อชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อถูกขัดจังหวะ รู้สึกคุ้นหน้าหมอนี่ยังไงไม่รู้ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ช่างเถอะ! ผู้ชายเลวๆ แบบนี้คงพบเจอกันในสถานที่อโคจรนี่แหละ!

“ระรุ่นพี่จินโทนิค” เสียงเล็กๆ เอ่ยเรียกชื่อของฉันเรียกสายตาเย็นชาให้หันมองเธอ พอเห็นหน้าเธอชัดๆ เท่านั้นแหละ ฉันถึงกับหน้าตึงไปเลย

“อิงฟ้า

ฉันเรียกน้องรหัสตัวเองด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ คาดไม่ถึงว่าจะเจอเด็กเรียบร้อยอย่างเธอในสถานที่แบบนี้ แถมยังเจอในสถานการณ์น่ากลัวแบบนี้ด้วย ฉันมั่นใจเลยว่าอิงฟ้าไม่ได้เต็มใจที่จะมาอยู่ตรงนี้ ไอ้บ้านี่ต้องล่อลวงเธอมาแน่ๆ เพราะน้องรหัสของฉันคนนี้มีนิสัยเรียบร้อย ใสซื่อ และไม่ทันคนจนน่าเป็นห่วง

“พี่จินช่วยฟ้าด้วย ฮึก!” อิงฟ้าถลาเข้ามากอดแขนฉันแน่น ร่างบางไหวสั่นด้วยความหวาดกลัว เธอสะอึกสะอื้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “เขาเขาฉุดฟ้ามา”

“เห้ย! พูดบ้าอะไรของเธอวะ! ฉันไปฉุดเธอตอนไม่ทราบหะ!” ผู้ชายคนนั้นโวยวายเสียงดังแถมยังชี้หน้าอิงฟ้าอีกต่างหาก ฉันตวัดสายตาเย็นชามองเขา หมอนั่นเลยเลื่อนสายตามาสบกับฉันแทน วินาทีแรกที่สบตากันฉันรู้สึกคุ้นเคยกับเขาแปลกๆ อีกแล้ว บ้าน่า

“นายเป็นคนดึงฉันเข้ามาในนี้นะ!” อิงฟ้าหันไปเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาสวยแดงกล่ำจับจ้องไปทางเขาด้วยสายตาโกธรเคือง

“ก็ยัยนั่นบอกฉันว่าเธอว้อนท์ฉันนี่หว่า ฉันก็เลยตามมาสนองให้นี่ไง!

“ยัยนั่น? ยัยนั่นอะไรของนาย” อิงฟ้าถามเสียงสั่น เธอกรอกตาไปมาราวกับกำลังไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง

“ก็ยัยเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอสิวะ! โว้ย! ถามอะไรนักหนาวะ!

คราวนี้เป็นฉันเองที่หันมองคนตัวเล็กด้านข้าง อิงฟ้ากัดริมฝีปากตัวเองแน่น แววตาของเธอระคนผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

“กลับไปเคลียร์กับเพื่อนก่อนไป” ฉันบอกพลางจัดคอเสื้อที่ร่นลงมาจนเห็นไหล่สวย อิงฟ้าหน้าแดงนิดๆ ก่อนจะพยักหน้า “ไว้เดี๋ยวพี่โทรหา”

“ค่ะ ฟ้ากลับก่อนนะคะ”

“อืม

“เห้ยจะไปไหนวะ!” ดูเหมือนไอ้ผู้ชายเฮงซวยนี่จะไม่ยอมปล่อยอิงฟ้าง่ายๆ เพราะมันทำท่าจะเปิดประตูตามร่างบางออกไป หากทว่ากับโดนฉันรั้งเอาไว้ซะก่อนแต่ไม่ได้รั้งเอาไว้ด้วยมือนะ

พลั่ก!

“เห้ย! ถีบฉันทำไมวะยัยบ้า!” ร่างสูงที่กระเด็นไปกระแทกกับกำแพงด้านหลังเพราะฝ่าเท้าของฉันหันมาตวัดสายตาเดือดดาลใส่ เขาพยุงตัวขึ้นยืนเต็มความสูงขณะใช้มือข้างหนึ่งกุมท้องเอาไว้

“แค่นี้มันยังน้อยไปสำหรับผู้ชายเหี้ยๆ ที่ชอบบังคับฝืนใจผู้หญิง”

เธอด่าฉันเหรอวะ! มากไปแล้วนะเว้ย!” หมอนั่นทำท่าจะกระโจนเข้าใส่ฉันด้วยความโมโห แต่ขอโทษเถอะ! รู้จักคนอย่างจินโทนิคน้อยไปซะแล้ว!

พลั่ก!

“โอ้ยยัยบ้า! ถีบฉันอีกแล้วนะโว้ย! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! อยากตายหรือไงวะ!!” หมอนั่นเซถอยหลังออกไปอีกรอบ คราวนี้เหมือนจะตกใจมากกว่าตอนแรก คงไม่คิดว่าจะโดนผู้หญิงถีบเป็นรอบที่สองสินะ!

          “หึ” ฉันยืนกอดอกพลางแสยะยิ้มสมเพชจนไอ้หมอนั่นถึงกับยืนขบกรามแน่นราวกับแค้นฉันมาสักสิบชาติ “นายจะเป็นใครฉันไม่สนหรอกนะ แต่ถ้ายังใช้สันดานเลวๆ ข่มเหงผู้หญิงอีกละก็ 
           “...........

           “คราวนี้จะไม่ใช่แค่ถีบ!

Loading...100%

“เธอ

“หน้าตาก็ไม่ได้ถึงกับแย่ แต่สันดานนี่ควรจะแก้ซะบ้างนะ!

“ยัย

“น่าสมเพช

ฉันทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้ก่อนจะปรายตามองเขาด้วยความสมเพชสุดๆ หมอนั่นยังทำหน้าอึ้งค้างอยู่อย่างนั้น แถมยังทำปากพะงาบๆ ราวกับคิดคำเถียงฉันไม่ออก ฉันเปิดประตูหนีไฟแล้วเดินออกมาโดยไม่สนใจคนในนั้นอีก เกลียดจริงๆ เลยไอ้พวกผู้ชายสารเลวพวกนี้! เป็นสัตว์ประเภทที่ไร้สมอง วันๆ คิดแต่เรื่องคาวโลกีย์ ชอบทำตัวต่ำ น่าขยะแขยง แถมยังชอบใช้กำลังที่คิดว่าตัวเองมีเหนือกว่าผู้หญิงมาข่มเหง มันน่าจับมากระทืบให้ตายคาตีน!

[GINTONIC :: END]

 

 

[SECRET :: TALK]

ยัย… ยัยนั่นเป็นใครวะ!!

“เจ็บใจฉิบ!!” ผมสบถลั่นเมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ยัยบ้านั่นคิดว่าตัวเองเป็นใครกันวะถึงกล้าถีบผมถึงสองรอบ! สองรอบเลยนะเว้ย! ผมแมร่งชะล่าใจไง! ไม่ทันระวังตัวจนพลาดท่าให้ยัยบ้านั่น! คิดแล้วเจ็บใจโคตรๆ เลยว่ะ! สวยซะเปล่า! แต่แมร่งโหดสัด! อย่าให้เจออีกครั้งนะเว้ย! สาบานเลยว่าจะจับกดทำเมียซะให้เข็ด!

“เป็นห่าอะไรของมึงวะไอ้ซี?” ไอ้พีชตะโกนถามเสียงดังแข่งกับเสียงดนตรีภายในผับ ผมจึงยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกจนหมดก่อนจะกระแทกมันลงบนโต๊ะเสียงดัง ไอ้พีชเป็นเพื่อนสนิทจากมหาวิทยาลัยเก่าของผมเอง ตอนนี้มันเรียนจบไปแล้ว เหลือแต่ผมนี่แหละที่ยังซ้ำปีเดิมอยู่เลย ช่างเรื่องนั้นก่อนเหอะ! ผมแมร่งคาใจว่ะ! อยากรู้ชะมัดเลยว่ายัยหน้าสวยนั่นเป็นใคร!

“กูเพิ่งโดนถีบมา”

“อ้าว มึงไปมีเรื่องมาเหรอวะ! กับใคร? แล้วทำไมไม่บอกกูละเนี้ย!” ไอ้พีชโวยวายพลางใช้สายตาสำรวจร่องรอยบนตัวผม

“เปล่า กูไม่ได้ไปมีเรื่องกับใคร แต่กูโดนผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ถีบ!

“พรวด! แค่กๆ! มึงว่าไงนะ”

เหล้าเต็มหน้ากูเลยครับ!

“ถ้ามึงจะตกใจขนาดนี้นะไอ้เวร!” ผมยกมือเช็ดหน้าตัวเองลวกๆ เมื่อโดนเหล้าในปากของไอ้พีชกระเด็นใส่ มันรีบยกมือขอโทษผมหย็อยๆ

“เออๆ กูขอโทษ กูตกใจนี่หว่า! มึงเนี้ยนะโดนผู้หญิงถีบ? ยัยนั่นเป็นใครวะ?”

“กูไม่รู้! แต่ได้ยินยัยเด็กคนนั้นเรียกยัยนั่นว่าจินๆ อะไรสักอย่างนี่แหละ! กูก็จำไม่ได้ด้วยดิ ตอนนั้นกำลังเมามันส์” ผมตอบหน้าตายขณะผสมเหล้าในมือ

“จินโทนิคเหรอวะ?”

กึก

“เออใช่! ชื่อนี่แหละ! ชื่อเหมือนเหล้านี่แหละ!” ผมชะงักมือที่กำลังจะยกเหล้าขึ้นกระดกก่อนจะใช้นิ้วข้างที่ถือแก้วชี้หน้าไอ้พีชที่ตอนนี้สีหน้ามันนิ่งไปแล้ว “มึงรู้จักยัยนั่นเหรอวะ?”

“ยิ่งกว่ารู้จักอีกมึง! เจอของแรงแล้วไงไอ้ห่า!” ไอ้พีชกระดกเหล้าอึกๆ ก่อนจะปาดหลังมือเช็ดปากลวกๆ แถมมันยังมองผมด้วยสายตาเหมือนกับว่าผมดวงถึงฆาตอีกต่างหาก

“อะไรของมึงวะ? พูดให้กูเคลียร์ด่วน!

“ยัยนั่นน่ะเป็นหนึ่งในสมาชิกสภานักศึกษาฝ่ายกฎระเบียบของมหาลัย GBAC ขึ้นชื่อเรื่องสายโหดเลยนะมึง เป็นผู้หญิงที่เข้าถึงยากโคตรๆ” ไอ้พีชกระดกเหล้าเข้าปากพลางเล่าเรื่องผู้หญิงคนนั้นต่อ “ยัยนั่นไม่ธรรมดาเลยนะมึง นอกจากจะเย็นชาโคตรๆ โหดสัดๆ แล้ว ยัยนั่นยังครองตำแหน่งแดนเจอร์ประจำมหาลัยมาสามปีแล้วด้วย!

“แดนเจอร์?”

“เออดิ! แดนเจอร์รัสไง! ผู้หญิงที่อันตรายที่สุดที่คู่กับตำแหน่งรัฟเฟียนของมึงนั่นแหละ!” ผมพยักหน้าอือออเมื่อเข้าใจอะไรบางอย่าง แสดงว่ายัยจอมโหดนั่นมีตำแหน่งคู่กับผมสินะ

น่าสนใจดีนี่

…..” ผมกระตุกยิ้มร้ายขณะฟังไอ้พีชสาธยายวีรกรรมเด็ดๆ ของยัยจอมโหดนั่นต่อเรื่อยๆ รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมไอ้เวรนี่ถึงพูดอย่างกับรู้จักยัยนั่นดี แถมยังรู้เรื่องของยัยนั่นละเอียดยิบ “ทำไมมึงรู้ยัยนั่นดีจังวะ?”

“เอ่อ

“มึงไม่ได้เรียนที่ GBAC แต่ทำไมรู้เรื่องภายในละเอียดยิบ?” ผมเค้นมันอีกรอบ ไอ้พีชทำท่าอึกอักพลางยกเหล้าขึ้นกระดกเพื่อกลบเกลื่อน “อย่าบอกนะว่ามึงแอบชอบยัยจอมโหดนั่น?”

……

นั่นไง ใบ้แดรกขนาดนี้ชัดเลยครับ!

“หึ! ถ้ามึงชอบยัยนั่นอยู่ล่ะก็กูขอแนะนำเลิกคิดซะ”

“ทำไมวะ?” ไอ้พีชขมวดคิ้วข้องใจแถมยังมองผมด้วยสายตาแปลกๆ อีกต่างหาก นี่เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีเลยมั้งที่มันใช้สายตาไม่เป็นมิตรมองผมแบบนี้

“เพราะยัยจอมโหดนั่น

……..

“กูจอง

[SECRET :: END]

 

 

[GINTONIC :: TALK]

“ทำไมพวกนั้นต้องหลอกฟ้าด้วยคะพี่จิน” น้ำเสียงสั่นเครือถามขึ้นขณะเราสองคนกำลังนั่งคุยกันในห้องรับแขกของคอนโดฉันเอง หลังจากฉันเดินกลับมาที่โต๊ะก็พบกับอิงฟ้าที่เหมือนจะถูกพวกเพื่อนตัวร้ายของเธอทิ้งไว้ที่นั่น ฉันเลยพาเธอกลับมาพร้อมกันด้วย แล้วปล่อยให้อาโปรับหน้าที่ไปส่งซินเทียร์แทน

“ไม่เห็นต้องสนใจเพื่อนเลวๆ พรรค์นั้น” ฉันว่าพลางยื่นแก้วน้ำให้อิงฟ้ารับไปถือ

ความจริงฉันไปๆ มาๆ ระหว่างคอนโดกับบ้านคุณตาน่ะ บ้านหลังใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยผู้ชายหลายสิบชีวิตนั่นแหละ คุณตาจะไม่อยากให้ฉันอยู่คอนโดสักเท่าไหร่ด้วยเพราะท่านเป็นห่วงและกลัวว่าฉันจะไม่ปลอดภัย ทั้งที่ฉันก็ย้ายออกมาอยู่คนเดียวสามปีกว่าแล้วนะ แต่ก็อย่างว่าละนะ ท่านเหลือฉันเพียงคนเดียว เหมือนกับที่ฉันมีท่านเพียงคนเดียวที่เรียกได้เต็มปากว่าครอบครัว

“พวกนั้นไม่เคยเห็นฟ้าเป็นเพื่อนเลย ถึงขนาดหลอกให้ฟ้าไปที่นั่นแถมยังหลอกให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาฉุดฟ้าไปทำเรื่อง ฮึก”

อิงฟ้าหยุดคำพูดไว้แค่นั้นก่อนจะสะอื้นออกมา ฉันนั่งลงด้านข้างเธอพลางโอบไหล่เล็กเบาๆ เพื่อปลอบใจ ฉันก็เป็นพวกปลอบใจคนไม่เก่งซะด้วยสิ ให้พูดอะไรมากก็ไม่เป็น ใช้การกระทำแทนแล้วกัน

“ขอบคุณพี่จินมากนะคะ ถ้าพี่ไม่เข้ามาช่วยฟ้าไว้ตอนนั้น ป่านนี้ฟ้าจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

หลังจากร้องไห้ออกมาพักใหญ่ๆ อิงฟ้าก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันพลางเอ่ยคำขอบคุณ ดวงตาแดงกล่ำของเธอจ้องมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ จนฉันคาดเดาอารมณ์เธอไม่ถูก

“ไม่เป็นไรหรอก คราวหลังก็ระวังตัวเองหน่อยแล้วกันนะ ผู้ชายสมัยนี้มีแต่เลวๆ ทั้งนั้น ขึ้นชื่อว่าผู้ชายน่ะไว้ใจไม่ได้สักคน!” ฉันบอกพลางลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เป็นจังหวะที่อิงฟ้าดึงมือฉันไปกุมเอาไว้หลวมๆ

“พี่จินอย่าโกรธฟ้านะคะ แต่ฟ้ามีเรื่องนึงที่สงสัยมานานแล้ว

“อืม ว่ามาสิ”

ฉันนั่งลงที่เดิมพลางใช้สายตาเรียบนิ่งมองเธอ อิงฟ้าหลุบตาหนีเหมือนไม่ค่อยกล้าถามสักเท่าไหร่ ฉันจึงคลายมือออกจากการจับกุมของเธอ ก่อนจะใช้มือข้างนั้นลูบผมเธอแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู อิงฟ้าเป็นเด็กน่ารัก นิสัยดี แถมยังบอบบางและไร้เดียงสา ตอนที่เธอมาเป็นน้องรหัสของฉันน่ะ เธอทำท่าหวาดกลัวฉันมากเลยนะ แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเราก็เริ่มสนิทกันฉันน่ะสนิทกับคนยากนะ และที่สำคัญคือ ไว้ใจคนยากสุดๆ เลยล่ะ!

“ทำไมพี่จินถึงเกลียดผู้ชายเหรอคะ?”

ฉันชะงักฝ่ามือที่ยังลูบผมสีน้ำตาลอ่อนของอิงฟ้าค้างเอาไว้พลางใช้สายตาเย็นชามองทอดออกไปนอกหน้าต่างที่ตอนนี้มืดมิดมีเพียงแสงพระจันทร์สาดส่องเข้ามา ภายในหัวสมองก็คิดทบทวนคำถามของร่างเล็กข้างกายซ้ำๆ ว่าทำไมฉันถึงเกลียดผู้ชาย

ถ้าคุณกำลังคิดว่าการที่ฉันเย็นชาและเกลียดผู้ชายเป็นเพราะว่าฉันเคยโดนหักอกมาล่ะก็คุณคิดผิดแล้วล่ะ! ฉันเกลียดผู้ชายเพราะฉันเกลียดความรักต่างหากล่ะ! ความรักจากพวกผู้ชายน่ะมันน่ารังเกียจ!

แม่ฉันน่ะ ต้องตายเพราะความรักของผู้ชายที่ฉันเคยเรียกว่าพ่อ!!

คุณตาเล่าให้ฉันฟังว่าพ่อคือคนที่ทำให้แม่ฉันต้องตาย เขาใช้ความรักน่ารังเกียจนั่นมาลวงหลอกแม่ฉันให้เชื่อใจแล้วก็ทำร้ายท่านอย่างเลือดเย็น แม่ ต้องสังเวยชีวิตเพียงเพราะท่านเชื่อในความรักของผู้ชายคนนั้น! ฉันถึงได้จำฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้ ฉันเกลียด เกลียดความรักน่ารังเกียจนั่น!!

“พี่จินคะ? พี่ ไม่ต้องตอบฟ้าก็ได้ค่ะ...

……….       ฉันหันกลับมาตามเสียงเรียกของอิงฟ้า สีหน้าเธอกังวลอย่างเห็นได้ชัด นี่ฉันแสดงออกทางสีหน้ามากไปหรือไงกันนะ เธอถึงได้ทำหน้าแบบนั้น

“ฟ้ากลับบ้านก่อนนะคะ ขอบคุณพี่จินอีกครั้งนะที่ช่วยฟ้า” อิงฟ้าพูดขณะลุกขึ้นยืน ฉันจึงลุกขึ้นแล้วเดินตามเธอไปทางหน้าประตูห้อง

“ให้พี่ขับรถไปส่งไหม?”

“ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวฟ้าโทรเรียกคนขับรถมาเองค่ะ ไว้เจอกันที่มหาลัยนะคะ” เธอตอบยิ้มๆ พลางโบกมือลา ฉันพยักหน้ารับรู้แล้วยืนพิงกรอบประตูพลางมองตามอิงฟ้าที่กำลังยืนรอลิฟต์ เธอหันกลับมาโบกมือให้ฉันอีกรอบก่อนจะเข้าลิฟต์ไป ฉันถอนหายใจแผ่วเบาขับไล่ความคิดในอดีตเมื่อครู่ออกจากหัวสมองขณะปิดประตูแล้วเดินกลับเข้ามาภายในห้องอันเงียบสงบของตัวเอง สายตาก็มองกวาดไปทั่วทั้งห้องราวกับกำลังมองหาใครสักคน หากทว่ามันก็ไม่เคยมี

ฉันชินแล้วล่ะ กับความอ้างว้างภายในห้องกว้างใหญ่ มองไปทางไหนก็เจอแต่ตัวเอง ความอบอุ่นที่เรียกว่าครอบครัวมันเป็นยังไง ฉันน่ะ ไม่เคยสัมผัสถึงมันหรอกนะ แม้คุณตาจะมอบความรักและความอบอุ่นให้ฉันอย่างเต็มที่ แต่มันก็ไม่สามารถแทนที่ความรักของแม่ที่ฉันโหยหามาโดยตลอดได้

ฉันน่ะ เหมือนเด็กขาดความอบอุ่นเลยนะว่าไหม….?

TO BE CONTINUED...

ครบแล้วววว >___<
เอ๊ะยังไงเนี้ยอีซี มีจงมีจองด้วยไง
สงสัยจะติดใจฝ่าเท้ายัยจินจอมโหดซะแล้วววว
5555 บอกแล้วว่าเรื่องนี้สาย SM นะเอออออออ
เสพความเจ็บปวดปนโหดหื่นกันได้เต็มที่
อย่าลืมคอมเม้นเค้าด้วยนะเออ 
♥♥

ไงละตัวเทอออ นางเอกเค้าโหดไหมล่ะ! 5555
รู้สึกสงสารอีซีขึ้นมาตงิดๆ ยัยจินโหดขนาดนี้จะจับกดยังไงไหวเนี้่ยยย
สำหรับคู่อื่นอาจจะเป็นเฟิร์สคิส แต่คู่นี้ต้องเฟิร์สคิกเท่านั้นค่ะ!!
โหด มันส์ หื่นอ่ะบอกเลยยย
กระแสเรื่องนี้ดูเงียบๆ นะเออ ฝากเม้นๆ มาให้เค้าอ่านบ้างซี่...
ขอกำลังใจในการปั่นหน่อยได้ม้ายยยยยย


DESTINY OF SIN

E=Book ซีเคร็ทจอมหื่นมาแล้วค่ะ!

รับประกันความโหดหื่นค่าาา!!

________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]


+++
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,593 ความคิดเห็น

  1. #4480 Omioe (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 15:42
    น่านฟ้าโดนจินถีบ สนุกจังค่ะ
    #4,480
    0
  2. #3453 SLEE;P (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 10:58
    ซีเข้ามาก็หื่นเลยครับ เจอถีบ1ดอก
    #3,453
    0
  3. #2432 fayrary (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 17:01
    ชอบเจ้จินนน นางโหดได้ใจ ปลื้มมม
    #2,432
    0
  4. #1144 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 02:41
    ซีฯ นายหนิชอบลองของเนอะ ฮ่าาา
    #1,144
    0
  5. #897 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 07:25
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #897
    0
  6. #896 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 07:25
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #896
    0
  7. #895 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 07:25
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #895
    0
  8. #894 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 07:25
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #894
    0
  9. #893 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 07:25
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #893
    0
  10. #892 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 17:45
    มาต่อไวๆนะคะ
    #892
    0
  11. #891 Flower Me (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 06:54
    รออ่นคร้าาาา
    #891
    0
  12. #890 Flower Me (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 06:54
    รออ่นคร้าาาา
    #890
    0
  13. #889 Flower Me (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 06:54
    รออ่นคร้าาาา
    #889
    0
  14. #888 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 03:23
    ต่อออออ
    #888
    0
  15. #887 Bobodook (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 02:09
    รอค่ะ
    #887
    0
  16. #886 mhyr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 00:48
    เจิมมมมมมมม
    #886
    0
  17. #885 ChockPink (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 20:02
    เป็นการเจอกันที่น่าประทัยใจมากกกกกกกก55555
    #885
    0
  18. #883 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 08:32
    เจิมมมมมมมมมมมมมมม
    #883
    0
  19. #882 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 08:32
    เจิมมมมมมมมมมมมมมม
    #882
    0
  20. #881 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 08:31
    เจิมมมมมมมมมมมมมมม
    #881
    0
  21. #880 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 08:30
    เจิมมมมมมมมมมมมมมม
    #880
    0
  22. #879 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 08:30
    เจิมมมมมมมมมมมมมมม
    #879
    0
  23. #878 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 03:37
    รอออ
    #878
    0
  24. #876 beginteaw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 13:05
    เจิม
    #876
    0
  25. #875 beginteaw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 13:05
    เจิม
    #875
    0