คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Short Fic Assassination Classroom] First Sight [Yaoi]

การพบกันครั้งแรกของอาซาโนะกับคารุมะ เมื่อคุณอันดับ 1 ได้ทำข้อตกลงบางอย่างกับพ่อจูนิฮังของห้อง E [Gakushuu x Karuma]

ยอดวิวรวม

11,913

ยอดวิวเดือนนี้

151

ยอดวิวรวม


11,913

ความคิดเห็น


66

คนติดตาม


429
เรทติ้ง : 70 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 มี.ค. 58 / 20:33 น.
นิยาย [Short Fic Assassination Classroom] First Sight [Yaoi] [Short Fic Assassination Classroom] First Sight [Yaoi] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


ในที่สุดเรื่องที่สองก็คลอดออกมาตามแรงติ่งค่ะ 


ฟิคเรื่องนี้เป็นคู่ของ อาซาโนะ x คารุมะค่ะ


สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านมังงะ ฟิคนี้ถือเป็นการสปอยนะคะ


เพราะเนื้อหาจะเริ่มในตอนสอบปลายภาค 


ถึงคู่นี้จะเป็นคู่ที่หลายคนไม่รู้จักเพราะคู่คารุมะ x นางิสะเด่นกว่า =__=''


แต่ยังไงเราจะยึดมั่นในแพเล็กๆ (?) ต่อไปค่ะ ฟฟฟฟ


อ่านแล้วคอมเม้นต์ติชมได้นะคะ เราเพิ่งหัดแต่งเรื่องนี้ จะรับไปปรับปรุงค่า




Tags: Fanart, Pixiv, Fanart From Pixiv, Hizumi (Pixiv 676510), Ansatsu Kyouxsu, Akabane Karma, Asano Gakushuu



 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 มี.ค. 58 / 20:33





Title : First Sight

Author : ป๋องแป้ง

Pairing : Asano Gakushuu x Akabane Karma

Warning : ระวังการสปอยมังงะตั้งแต่ตอนที่ 50 – 54 และอาจมีการหลุดคาแรกเตอร์เล็กน้อยถึงปานกลาง

 
 

ณ โรงเรียนคุนุกิงาโอกะ



บรรยากาศในรั้วโรงเรียนในช่วงนี้เต็มไปด้วยรังสีทะมึน เสียงพึมพำๆ เหมือนนักเรียนหลายสิบคนสวดมนต์สรภัญญะพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย หรือเสียงเปลี่ยนหน้ากระดาษหนังสือเรียนรัวๆเหมือนจะแข่งกันอ่านเร็วระดับประเทศอย่างไงอย่างนั้น


ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เด็กทั้งโรงเรียนพร้อมใจกันทำตัวเหมือนเด็กเก็บกดในช่วงนี้ก็มีอยู่เพียงอย่างเดียว


สอบปลายภาคเรียนที่ 1


หากเป็นโรงเรียนอื่น บรรยากาศมันคงไม่เคร่งเครียดเหมือนกำลังจะไปออกรบขนาดนี้ แต่ในเมื่อนี่คือโรงเรียนคุนุกิงาโอกะที่ยึดถือคะแนนทุกคะแนนเป็นสิ่งกำหนดชะตาชีวิตภายในรั้วโรงเรียนแล้วล่ะก็ การสอบครั้งนี้คงไม่ต่างจากการออกรบในสงครามโลกซักเท่าไหร่


แต่สิ่งที่เป็นที่แปลกตาและฮือฮาของนักเรียนในตึกหลักแทบทั้งโรงเรียน ก็คงจะเป็นการที่นักเรียน ห้อง A’  ซึ่งถือเป็นห้องที่รวบรวม (โคตร) หัวกระทิไว้มากที่สุด ตัดสินใจรวมกลุ่มกันติวพิเศษขึ้นนั่นเอง ซึ่งสาเหตุที่ห้องหัวกระทิของโรงเรียนมารวมตัวกันติวหนังสือ ทุกคนในตึกหลักต่างรู้ๆ กันดี


สาเหตุนั่นก็คือ การพัฒนาของ ม.3 ห้อง E


ถึงในการสอบกลางภาค ห้อง E ทั้งห้องนั้นจะไม่สามารถทำคะแนนอยู่ใน 50 อันดับแรกได้ แต่คะแนนที่พวกเขาได้นั้น ก็สามารถเทียบเท่าได้กับนักเรียนระดับกลางๆ ในตึกหลักได้เลยทีเดียว ซึ่งสำหรับคนที่ยืนอยู่เหนือคนอื่นอย่างห้อง A การที่จะให้ห้อง E ผงาดขึ้นมาเทียบชั้นกับพวกเขานั้นถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด...


เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงต้องดำเนินการ เหยียบให้พวกนั้นลงไปอยู่ในที่ที่ควรจะเป็น

 

ภายในห้องสภานักเรียน

“เป็นอะไรไปน่ะโคยามะ หน้าตานายดูน่ากลัวกว่าเดิมเยอะเลยนะ”  ร่างสูงโปร่งที่นั่งพิมพ์ข้อมูลการประชุมอยู่ที่โต๊ะตรงมุมห้องเอ่ยทักเพื่อนที่นั่งทำหน้าตาโรคจิต(?) ซึ่งดูจะอัพเกรดความสยดสยองขึ้นทุกๆ 10 วิ ด้วยใบหน้าหวาดผวา ซึ่งคนถูกทักก็เงยหน้าขึ้นสบตาผู้พูดอย่าง ซาคากิบาระ เร็น เลขานุการสภานักเรียนและอันดับที่ 3 ตอนสอบกลางภาค


“ฉันแค่กำลังคิดน่ะสิ ว่าจะแก้แค้นเจ้าหัวแดงที่บังอาจมาแย่งที่ 4 ของฉันไปยังไงดี ฮี่ๆๆๆๆ” ยิ่งพูดหน้าตาของ     โคยามะ นัตสึฮิโกะปีศาจแห่งการท่องจำ อันดับที่ 5 ตอนสอบกลางภาค ยิ่งทวีความน่าสะพรึงขึ้นแบบคูณสามสิบ


“เห~ อันดับที่ 4 อาคาบาเนะ คารุมะน่ะเหรอ” อาราคิ เทปเปย์ประธานชมรมกระจายเสียง อันดับ 2 เอ่ยขัด ก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบใบลำดับคะแนนนักเรียนที่เขาได้มาจากแหล่งข้อมูลในโรงเรียนขึ้นมาดู โคยามะส่งเสียงเหอะออกมาอย่างไม่สู้เบานักด้วยความหมั่นไส้


“ถึงจะเป็นเด็กห้อง E แต่คะแนนกลับอยู่ในระดับท็อป 10 ไม่เลวเลยนะ” เร็นพูดด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ ขณะที่กำลังรัวแป้นพิมพ์ทำงานต่อไป เขาไม่เดือดร้อนอะไรในเมื่ออันดับของเขานั้นมากกว่าคนที่ถูกพูดถึงอยู่แล้ว โคยามะยิ่งจิ๊ปากด้วยความไม่พอใจขึ้นไปอีก



ครืด!


เสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนขึ้นเบาๆ แต่เรียกทุกสายตาให้หันไปมองยังหัวโต๊ะ ชายหนุ่มที่ตกเป็นเป้าสายตาหยิบกระเป๋าขึ้นพาดบ่าด้วยท่าทีสบายๆ แต่ดูสง่างามสมกับเป็นผู้นำของเหล่านักเรียน


เรือนผมสีบลอนด์สว่าง รับกับใบหน้าหล่อเหลาร้ายกาจอย่างลงตัว ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลทรงเสน่ห์ที่เข้ากับจมูกโด่งได้รูปและริมฝีปากบางที่เหยียดออกเป็นรอยยิ้มเล็กๆ ดูผ่อนคลายแต่ก็แผ่รัศมีความน่าเกรงขามและความน่าเชื่อถือออกมาตรึงทุกคนให้นิ่งอยู่กับที่


ประธานนักเรียนและอันดับ 1 แห่งการสอบกลางภาค..


ลูกชายคนเดียวของผู้อำนวยการที่สืบทอดความเป็นผู้นำและความเก่งกาจทางสายเลือด


อาซาโนะ กาคุชู


“แต่ไม่ว่าหมอนั่นจะเก่งมาจากไหน....” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนที่รอยยิ้มอ่อนโยนที่สื่อไปไม่ถึงแววตาจะถูกคลี่ออก สายตาเฉียบคมที่กวาดตามองสมาชิกทุกคนแสดงถึงความมั่นใจและความหยิ่งผยองออกมาอย่างปิดไม่มิด


“ฉันก็จะเป็นคนฝังให้กลับไปอยู่ที่เดิมเอง...”


แววตาที่อาซาโนะเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาก่อนจะเดินออกจากห้องสภานักเรียนไป ทำให้ 3 ใน 5 อัจฉริยะถึงกับหนาวสันหลังวาบขึ้นมากระทันหันเลยทีเดียว


 

อาซาโนะ กาคุชู ก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินตึกด้วยท่วงท่าสง่างามมีเสน่ห์ มีหันไปแจกรอยยิ้มอ่อนโยนให้แก่นักเรียนผู้หญิงที่จับจ้องมาทางเขาบ้างพอเป็นพิธี ถึงแววตาของเขาจะแสดงถึงความเบื่อหน่ายที่จะต้องทำอย่างงั้นก็ตาม


เขาถือเอกสารในมือเดินเข้าไปในห้องเอกสาร ส่งงานแก่อาจารย์ พูดคุยต่ออีกสองสามคำแล้วทำท่าจะเดินออก แต่ก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหานักเรียนหญิงที่กำลังจัดเอกสารอยู่แล้วเอ่ยปากพูดกับเธอคนนั้นเพียงไม่กี่ประโยค เด็กสาวก็เดินหายไปและกลับมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารเล่มหนึ่ง


อาซาโนะกล่าวขอบคุณเธอก่อนที่จะเดินออกจากห้องเอกสาร พร้อมกับแฟ้มในมือที่มีชื่อเขียนไว้


...อาคาบาเนะ คารุมะ...


เขาหลุบตาลงมองแฟ้มในมือ เรื่องที่เพื่อนทั้งสามคนพูดในห้องสภานักเรียนพูดแวบเข้ามาในหัว ก่อนที่จะเปิดดูเนื้อหาข้างในแฟ้ม ทั้งคะแนนสอบในแต่ละเทอม ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ โดยละเอียดที่ทางฝ่ายบุคคลรวบรวมไว้ และสายตาของเขาก็เหลือบขึ้นไปดูรูปภาพนักเรียนที่ถูกแปะไว้มุมสุดของเอกสาร


ดวงตาสีน้ำตาลคมกริบนั้นเปล่งประกาย พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ถูกจุดขึ้นมาบนริมฝีปาก


“อาคาบาเนะ คารุมะ...”


แฟ้มเอกสารถูกปิด ก่อนจะถูกเก็บใส่กระเป๋าอย่างเป็นธรรมชาติ


“น่าสนใจ...”

 

 

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีข่าวเรื่องที่เหล่าอัจฉริยะแห่งห้อง A ได้เดิมพันตำแหน่งท็อป 5 วิชากับห้อง E แพร่ไปทั่วโรงเรียน อาซาโนะที่ได้ยินข่าว ถึงจะแอบไม่พอใจเล็กน้อยที่คนในปกครองไปตกลงอะไรโดยที่เขาไม่รู้เรื่อง แต่ก็ไม่ได้หงุดหงิดมากเพราะหากชนะ ผลประโยชน์ก็ตกอยู่ที่ตัวเขาและห้อง A อยู่ดี


....เจ้าพวกสวะชั้นล่างจะได้มีแรงพยายามขึ้นมาหน่อย....


และอีกอย่าง การท้าพนันนี้อาจจะทำให้เรื่องที่เขาคิดอยู่สำเร็จง่ายขึ้นก็ได้

 

 

“คารุมะคุง! ตั้งใจเรียนหน่อยสิครับ ถ้าเป็นคุณล่ะก็ สามารถเป็นที่ 1 ของโรงเรียนได้เลยนะครับ!” โคโระเซ็นเซย์โวยวายใส่อัจฉริยะแห่งห้อง E ที่ตอนนี้หยิบหนังสือเรียนโปะหน้าเตรียมหลับในไปเรียบร้อย คารุมะเหล่มองคนเป็นอาจารย์ด้วยสีหน้าติดจะรำคาญ


“ถึงยังไงผมก็ได้คะแนนดีอยู่แล้ว อาจารย์เป็นคนสอนผมเองนี่นา” ริมฝีปากบางฉีกยิ้มเยาะผู้เป็นอาจารย์ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ ราวกับการสอบครั้งนี้เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง


สีหน้าของคนทั้งห้องฉายชัดถึงความละเหี่ยใจกับ อาคาบาเนะ คารุมะ นักเรียนห้อง E เพียงคนเดียวที่ติดอันดับท็อป 10 ในตอนสอบกลางภาค แต่ถึงจะเรียนเก่ง แต่สันดา--- นิสัยกลับไม่ดีนักจนเพื่อนๆ ทั้งห้องถึงกับต้องทำหน้าปลงตก


ทันทีที่เสียงกริ่งหมดเวลาเรียนดังขึ้น คารุมะก็หยิบกระเป๋าขึ้นพาดบ่าแล้วเดินออกจากห้องไป ไม่ได้สนใจเสียงของคนรอบข้างที่ต่างชวนกันไปติวหนังสือเลยซักนิด คนอย่างเขา ถึงไม่อ่านหนังสือก็สามารถทำข้อสอบได้สบายๆ อยู่แล้ว 


ร่างสูงโปร่งเดินผ่านย่านการค้าที่เต็มไปด้วยผู้คนด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย ในวันธรรมดาๆ แบบนี้ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเลยรึยังไง อย่างเช่นมีนักเลง 10 คนเดินมาให้ต่อยเล่น(?) อะไรแบบนี้น่ะ


คารุมะหยุดเดินตรงหน้าตู้กดน้ำอัตโนมัติ ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเศษเหรียญสองสามอันขึ้นมาหยอดช้าๆ อ้าปากหาวด้วยความเซ็งจิต แม้กระทั่งนมสตรอเบอรี่ในตู้ก็ไม่สามารถทำให้เขาตื่นเต้นได้สินะ


ติ๊ด!


พอเขาจะเอื้อมมือไปกดปุ่มเครื่องดื่ม อยู่ดีๆ ก็มีมือของใครอีกคนกดปุ่มตัดหน้าเขาไปต่อหน้าต่อตา ร่างโปร่งขมวดคิ้ว ตวัดสายตาขุ่นเคืองไปมองคนๆ หนึ่งที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังเขา ก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อย


...หน้าตาคุ้นๆ...


“นายคือ อาคาบาเนะ คารุมะ สินะ” คารุมะมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกแปลกๆ ทั้งๆ ที่มันเป็นรอยยิ้มที่เขามักแจกจ่ายให้คนอื่นตลอดจนคุ้นชิน แต่รอยยิ้มของคนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ


เขารู้สึกว่าคนตรงหน้า อันตราย


“ใช่ แล้วนายเป็นใคร” อีกฝ่ายยังไม่ได้ตอบคำถามของเขาในทันที แต่กลับก้มลงหยิบเครื่องดื่มที่เพิ่งชิงกดตัดหน้าเขาไปขึ้นมาแล้วยื่นให้เขาด้วยท่าทีสง่างาม คารุมะรับมันมา ก้มมองของในมือ แล้วสีหน้าของเขาก็ตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย


หมอนี่รู้ได้ยังไงว่าเราจะกดซื้ออะไร


“ฉันชื่ออาซาโนะ กาคุชู อยู่ห้อง A” ทันทีที่ประโยคแนะนำตัวจบลง คารุมะก็คลายสีหน้าตึงเครียดลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มเยาะ เบนสายตาไปสบกับคนตรงหน้าที่น่าจะสูงเท่ากัน เจาะกล่องนมในมือดูดด้วยท่าทีสบายๆ ไร้การระวังเช่นตอนแรก


“เด็กห้อง A มีธุระอะไรกับนักเรียนห้อง E ผู้โง่เขลาแบบฉันกัน”


อาซาโนะเลิกคิ้วก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างถูกใจ ทั้งๆ ที่คนตรงหน้ารู้แล้วแท้ๆ ว่าเขาจัดการสืบข้อมูลที่เกี่ยวกับอีกฝ่ายมาแทบทุกเรื่อง แต่กลับพูดจาด้วยสีหน้าใสซื่อเหมือนไม่รู้อะไรมาก่อน


ให้ตายสิ น่าสนุกชะมัด...


“ถ้าอันดับ 4 ของโรงเรียนอย่างนายยังเรียกว่าโง่เขลาล่ะก็ ทั้งโรงเรียนนี้คงหาคนฉลาดยากหน่อยล่ะมั้ง”


“แล้วตกลงคุณอันดับ 1 มีธุระอะไรกับฉันกันแน่” วันนี้คารุมะเจอความเบื่อหน่ายมามากจนขี้เกียจจะมายืนต่อปากต่อคำกับเจ้าเด็กห้อง A ที่หน้าตาหล่อบัดซับคนนี้ จึงรีบเร่งบทสนทนาให้มันจบลงเร็วๆ ผิดวิสัย


“นายได้ยินเรื่องที่ห้องของฉันท้าห้องนายแล้วใช่มั้ยล่ะ?”


“อาฮะ แล้วไง? จะมาพูดเตือนความจำหรือยังไง”


“เปล่า จะมา ท้าต่างหาก” คารุมะขมวดคิ้วฉับพลันเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าและแทนที่ด้วยความสงสัย อาซาโนะเห็นสีหน้างงๆ ที่ดูแล้วน่ารักของคนตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ


“ไม่เกี่ยวกับห้อง แค่ฉันกับนายสองคนด้วยวิชาคณิตศาสตร์ ว่าไงล่ะ”


คารุมะจ้องอาซาโนะนิ่งอย่างใช้ความคิด คนตรงหน้ารู้ว่าเขาถนัดวิชาคณิตศาสตร์ที่สุด แต่ยังคิดจะเอามาท้าทายเขา ให้ตายสิ รู้สึกเหมือนถูกหยามน้ำหน้ายังไงไม่รู้


ดูจากท่าทางของอาซาโนะ กาคุชู นิสัยคล้ายเขามากคือเป็นพวกมั่นใจในตัวเองสูง เจ้าเล่ห์ ลอบกัด เต็มไปด้วยสิ่งชั่วร้ายเหมือนที่เขาเคยถูกเพื่อนในห้องบรรยายสรรพคุณ(?) เพราะฉะนั้น หมอนี่มั่นใจว่าจะชนะเขาในวิชาที่เขาถนัดงั้นเหรอ


...ยิ่งคิดยิ่งคิ้วกระตุกรัวๆ...


“แล้วถ้าฉันไม่รับคำท้าล่ะ?”


“ก็แปลว่านายกลัว ไม่กล้าที่จะแข่งกับฉัน ในวิชาที่นาย ถนัดยังไงล่ะ”


“หืม~ ว่าแล้วเชียวว่าเด็กห้อง E น่ะไร้น้ำยา ยังไงนายก็ไม่มีทางสู้ฉันได้สินะ?”


ชกหน้าคนซักหมัดจะถูกพักการเรียนอีกรอบมั้ย.....


ถ้าหากไม่กลัวหลุดมาดที่สะสมมาตั้งแต่ต้น อาซาโนะอาจจะได้เห็นคารุมะแยกเขี้ยวขู่ฟ่อแบบแมวในอนิเมะหลายๆ เรื่องไปแล้ว ความโกรธที่ถูกหยามน้ำหน้าและความมั่นใจในตัวเองทำให้คารุมะตอบตกลงไปอย่างรวดเร็ว


“ส่วนเรื่องรางวัล ผู้ชนะขออะไรได้หนึ่งอย่าง เหมือนกับที่ห้องฉันท้าห้องนาย”


คารุมะยักไหล่ใส่ เขาไม่แยแสเรื่องรางวงรางวัลอะไรทั้งสิ้น เขาคิดแต่อยากจะฉีกหน้าอาซาโนะ กาคุชู ไอ้เจ้าคนกวนประสาทตั้งแต่หน้าตายันคำพูดคนนี้ให้แหลกเป็นเสี่ยงๆ ก็แค่นั้น


และเขาไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้เสียด้วย


“แค่นี้ใช่มั้ยที่นายต้องการจะพูด งั้นฉันไปล่ะ” หันหลังหนีอีกฝ่ายก่อนจะเริ่มก้าวเดินออกไป สำหรับเขา คนอย่างอาซาโนะ กาคุชู ยังไงก็ล้มไม่ยากเท่าโคโระเซ็นเซย์ อันดับ 1 ในโรงเรียนสำหรับเขาก็แค่เรื่องไร้สาระ เขาไม่คิดจะแพ้ใคร หมอนี่จะเก่งซักแค่ไหนก็ไม่เท่าสัตว์ประหลาดความเร็ว 20 มัคแน่ๆ


แต่เดินไปได้ไม่ไกล ข้อมือข้างขวาก็ถูกกระชากอย่างแรงจนคารุมะต้องนิ่วหน้า ร่างบางถูกรวบเข้าไปในอ้อมแขนแข็งแรง ก่อนที่ริมฝีปากของเจ้าของอ้อมกอดจะประทับลงมาที่ริมฝีปากนุ่มของเขาอย่างรวดเร็ว


เอ๊ะ....?



“อื้อ!!!” ดวงตาสีทองสวยเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ช็อคจนเผลออ้าปากให้คนตรงหน้าสอดลิ้นเข้ามาลิ้มรสความหวานภายในโพรงปาก คารุมะรู้สึกว่าริมฝีปากของเขาถูกบดขยี้ขบเม้มอย่างรุนแรงจนรับรู้ถึงกลิ่นคาวเลือด มือของอีกฝ่ายล็อคคอของเขาไว้จนไม่สามารถเบือนหน้าหนีได้ เสียงริมฝีปากทั้งสองที่บดเบียดกันทำให้ร่างบางหน้าร้อนวูบ ขาอ่อนแรงจนยืนแทบไม่อยู่


คารุมะทุบลงไปที่ไหล่ของคนตรงหน้าด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่มี ลมหายใจของร่างบางที่เริ่มติดขัดทำให้อาซาโนะค่อยๆ ผละออกจากริมฝีปากนุ่มอย่างเสียดาย ก่อนจะฉีกยิ้มยืนจ้องคนในอ้อมแขนที่หายใจหอบรัว หน้าขึ้นสีแดงก่ำอย่างน่ารักน่าเอ็นดู


หมัดหนักๆ ชกเข้าไปที่หน้าของอีกฝ่ายเต็มแรง อาซาโนะไหวตัวทันพอที่จะรีบคว้ากำปั้นของอีกฝ่ายไว้ก่อนจะดึงมากอดไว้กับตัวแน่นๆ จนดิ้นแทบไม่หลุด คารุมะหอบหายใจ ทั้งโกรธทั้งอายจนพูดไม่ออก คำด่าจุกอยู่ที่ลำคอ โกรธจนพูดไม่ออก


“นายทะ------“


“ก็ฉันกับนายทำข้อตกลงกันไม่ใช่เหรอ....”


“ฉันก็ต้อง เซ็นสัญญา ยังไงล่ะ”


“ไอ้------“ คารุมะถลึงตาใส่ก่อนจะผลักอีกฝ่ายออกเต็มแรง ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดปากแรงๆ เขารู้สึกได้ถึงรสเลือดที่ริมฝีปากที่แตกของตัวเองอย่างชัดเจน ชัดเจนจนแทบจะคุมอารมณ์โกรธไม่อยู่


“หึหึ ฉันไปล่ะ อย่าลืมคำท้าของเราล่ะ อาคาบาเนะ คารุมะ” อาซาโนะหันหลังทำท่าจะเดินจากไป ซึ่งคารุมะก็ได้แต่แช่งให้อีกฝ่ายตกท่อตายๆ ไปซะยิ่งดี แต่ยังไม่ทันสาปแช่งเสร็จ อีกฝ่ายที่น่าจะเดินไปแล้วไปลับกลับหันหน้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่น่าปารองเท้าใส่


“อ้อ ฉันลืมบอกไปอย่างหนึ่ง”


“อะไร!


รอยยิ้มที่ริมปากนั่นช่างไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลยสำหรับคารุมะ


“นมสดสตรอเบอรี่ก็อร่อยดีเหมือนกันนะ”


อาซาโนะแลบลิ้นไล้เลียริมฝีปากตัวเองราวกับจะยั่วโมโห แล้วก็หัวเราะเมื่อเห็นร่างบางผมแดงยืนตัวแข็งทื่อ สีหน้าสลับสีไประหว่างแดงก่ำกับดำทะมึนได้อย่างน่าดูชม ก่อนจะหันหลังเดินจากไปจริงๆ


คารุมะจ้องคนที่เดินจากไปตาเขม็ง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนแทบซีด ในตอนนี้เขาโกรธ โกรธมาก


ใช่ โกรธ เขาควรจะรู้สึกโกรธ แต่ไอ้หัวใจนี่จะเต้นแรงทำบ้าอะไร!!         

 

 

หลังจากวันนั้นจนจบการสอบปลายภาค คารุมะก็ไม่ได้เจอหน้าอาซาโนะอีกเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมากสำหรับเขา ไม่อย่างงั้นเขาอาจจะถูกพักการเรียนอีกรอบโทษฐานชกหน้าลูกชายผู้อำนวยการก็ได้


คารุมะนั่งอยู่ที่โต๊ะเรียนประจำของเขา ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด เขาเป็นเด็กห้อง E ธรรมดา ถึงจะเรียนเก่งกว่าเด็กคนอื่นในห้องแต่ก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่อีกฝ่ายจะมาท้าเขา จะว่าท้าเอาสนุกเฉยๆ ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยซักนิด


ยังไม่ทันที่คารุมะจะได้คิดอะไรต่อ โคโระเซ็นเซย์ก็เปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเป็นปกติ ในมือ (หรือหนวด?) ถือกระดาษปึกเบ้อเริ่ม ก่อนจะหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะอาจารย์หน้าชั้นเรียน


“ผลคะแนนสอบออกมาแล้วนะครับ~


ทุกคนในห้องชะงักการพูดคุย หันควับมาหน้าห้องอย่างรวดเร็ว สมาชิกห้อง E ทุกคนล้วนมีสีหน้าตื่นเต้น ประหม่า โคโระเซ็นเซย์ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะหยิบกระดาษข้อสอบออกมา แล้วแจกให้นักเรียนทุกคนด้วยความเร็ว 20 มัค


คารุมะรับกระดาษข้อสอบจากอาจารย์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นคะแนนของตน


บ้าน่า....บ้าที่สุด!


เขานิ่งเงียบไปพักใหญ่ เลื่อนเก้าอี้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินก้าวออกจากห้องไปในขณะที่ทุกคนกำลังดีใจกับคะแนนของโอคุดะ มานามิ ออกไปนอกอาคารเรียนและหยุดยืนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ไม่ไกลมากนัก


ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะกวาดสายตามองกระดาษข้อสอบของตัวเองอย่างเดือดดาลเป็นที่สุด


85 คะแนน!! ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขาแพ้!!


เจ็บใจที่แพ้ก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกอย่างคือเขารู้สึกไม่ปลอดภัยสุดๆ ข้อเสนอของหมอนั่นคิดยังไงก็ไม่น่าจะมีผลดีกับเขา ไม่ดีแน่ๆ ล่ะ เขาไม่น่าประมาทจนได้คะแนนต่ำเตี้ยขนาดนี้เลยจริงๆ


“พวกห้อง A ที่ทุกคนคาดหวังว่าเก่งนักหนา พวกเขาได้ท็อป 6 ในการจัดอันดับรวม และห้อง E ผู้ที่ไต่อันดับขึ้นมาได้แค่ ทาเคบายาชิคุง และคาทากะซัง อยู่ในอันดับที่ 7” เสียงของโคโระเซ็นเซย์ดังขึ้นอยู่ไม่ไกล คารุมะเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นอาจารย์ ใบหน้าเรียบเฉยๆ ไร้รอยยิ้มเหมือนปกติ มือที่กำกระดาษข้อสอบยิ่งกำแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนมันยับยู่ยี่ดูไม่ได้


“ห้อง A ต้องตั้งใจทำงานอย่างหนักในระหว่างที่พวกเราไม่ได้ทำ ไม่มีทางที่คนขี้เกียจจะสามารถตามได้ทันหรอกนะครับ” คารุมะสบตาของโคโระเซ็นเซย์อยู่ได้ครู่หนึ่งก่อนจะหลบตาหันหลังให้ผู้เป็นอาจารย์ เค้นเสียงพูดกับอีกฝ่ายเบาๆ เหมือนคนพยายามข่มกลั้นอารมณ์


"ต้องการจะพูดอะไรกันแน่.....”


“น่าอายมากมั้ยล่ะครับ ไหนคุณเคยพูดว่า ฉันเก่ง ฉันชนะได้ง่ายๆ อยู่แล้วยังไงล่ะครับ” น้ำเสียงกวนประสาทดังขึ้นข้างหูจนคารุมะสะดุ้งเฮือก ใบหน้าแดงก่ำอย่างอับอาย โคโระเซ็นเซย์มองกิริยาอันน่ารักน่าชังของลูกศิษย์แล้วหัวเราะเบาๆ


หนวดเส้นหนึ่งยกขึ้นตบหัวลูกศิษย์ตัวน้อยหลายๆ ที ก่อนที่จะแสดงสีหน้าเย้ยหยันใส่จนคารุมะคิ้วกระตุก ยกแขนขึ้นปัดหนวดของอาจารย์ตรงหน้าทิ้ง แล้วสะบัดหน้าแดงๆ นั่นเดินหนีกลับเข้าไปในอาคาร


“อ้อ คารุมะคุงครับ”


ฝีเท้าที่กำลังจ้ำอ้าวเดินกลับเข้าห้องเรียนหยุดชะงักลง ก่อนที่คำพูดของอาจารย์ที่ลอยมาเข้าหูจะทำให้เขาต้องหันหลังกลับไปมองอย่างรวดเร็วจนคอแทบหัก แต่ก็ไม่พบผู้เป็นอาจารย์ยืนอยู่ตรงนั้นเสียแล้ว


“ข้อตกลงของคุณกับอาซาโนะคุงน่ะ...พยายามเข้าก็แล้วกันนะครับ”


“แล้วก็....อาจารย์ขอยืมฉากจูบร้อนแรงนั่นไปเขียนนิยายเล่นนะครับ นุรุฟุฟุฟุ”


คำด่าทั้งหมดแล่นพรวดขึ้นมาบนปลายลิ้น นี่เขาถูกอาจารย์บ้านี่ถ้ำมอง..!!


“ซักวันจะฆ่าทิ้งให้ได้!!


 

หลังจากหมดคาบเรียน คารุมะก็รีบคว้ากระเป๋าเดินก้าวยาวๆ ออกจากห้องเรียนไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนๆ ที่จะเรียกไปฉลองชัยชนะใดๆทั้งสิ้น เขารู้แค่ว่าจะรีบกลับบ้านไปพักผ่อนและหลบเจ้าบ้านั่นด้วย ถ้าเขาเดาไม่ผิด อีกฝ่ายจะต้องมาดักรอเขาแน่ๆ


“คิดจะรีบเดินหนีไปไหนกัน?”       

                           

และแน่นอนว่าคารุมะเดาไม่ผิดพลาด


อาซาโนะ กาคุชู ยืนพิงต้นไม้มองเขาอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มมุมปากนั่นก็ยังน่าชกเหมือนเดิม


การที่คารุมะจะหนีหน้าเขาในวันประกาศผลก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไร ออกจะเป็นเรื่องเดาง่ายเสียด้วยซ้ำ ยิ่งคะแนนของอีกฝ่ายออกมาหลุดลุ่ยสุดๆ แบบนี้แล้ว


ในตอนแรกอาซาโนะกำลังหงุดหงิดมากถึงมากที่สุด หลังจากที่เขาขึ้นไปพบ คุณผู้อำนวยการและกลับออกมาพร้อมกับคำพูดเยาะเย้ยถากถางอย่างแสนสุภาพที่ยังก้องอยู่ในหัว แต่ทำไมพอเห็นหน้าของคนผมแดงที่เขาขโมยจูบไปเมื่อไม่กี่วัน อาซาโนะก็รู้สึกว่าความรู้สึกหงุดหงิดค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยความสบายใจแบบแปลกๆ


แต่ดูท่าอาคาบาเนะ คารุมะจะไม่ได้คิดแบบเขา ก็เล่นยืนซะห่างแบบนี้นี่นะ


คารุมะมองหน้าอีกฝ่ายที่ดูร่าเริงเสียจนน่าโมโห หลับตาเงียบไปซักครู่ก่อนจะยอมรับในความพ่ายแพ้ ก่อนจะลืมตาขึ้นสบกับดวงตาสีน้ำตาลคมกริบที่ชวนใจเต้นแปลกๆ นั่น รอยยิ้มที่ดูไม่ใส่ใจสิ่งต่างๆรอบตัวถูกจุดขึ้นบนริมฝีปากบาง


“เอาละ ฉันแพ้แล้ว นายจะขออะไรก็ว่ามา”


เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงประหลาดใจที่ร่างตรงหน้าดูจะเปลี่ยนท่าทีได้ปุบปับน่าดูชม ก่อนที่อาซาโนะจะยกมือชี้ไปข้างหน้านิ่งๆ เหมือนกับชี้ต้นไม้ปกติ


คารุมะจะไม่อยากว้ากอะไรเลย ถ้าไอ้ที่มันชี้มาน่ะ ไม่ใช่ตัวเขา!


กำลังจะอ้าปากถาม แต่ยังไม่ทันที่เสียงจะออกจากลำคอ อาซาโนะ กาคุชู ก็เดินตรงเข้ามาจับเขาอุ้มพาดบ่า แล้วเดินออกไปที่ทางเข้าอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหน้าเขาตอนนี้มันต้องเหวอมากแน่ๆ!


“นายจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ!”  ร่างบนไหล่ดิ้นรนไปมา ทุบก็แล้ว ชกก็แล้ว แต่ไอ้คุณลูกผู้อำนวยการก็ยังไม่ปล่อยเขาไปซะที อาซาโนะเหลือบมองร่างที่อยู่บนบ่าด้วยสีหน้ากวนประสาท


“ก็นายไง ของรางวัล ฉันก็ต้องเอาของรางวัลกลับบ้านสิ”


คารุมะเบิกตากว้างด้วยความช็อคจนลืมที่จะดิ้นรนเอาตัวรอด เผลอครางออกมาด้วยความงุนงง


“ห๊ะ....”


ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย พร้อมกับนัยน์ตาที่แฝงความนัย...


ความนัยที่มันน่าจะไม่ปลอดภัยกับตัวเขาเลยซักนิด!


“ขอรับรางวัลผู้ชนะกลับบ้านล่ะนะ”


และในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างของอาคาบาเนะ คารุมะก็ถูกจับยัดใส่รถยนต์คันหรูของตระกูลอาซาโนะไปเรียบร้อย....

 

รถยนต์คันหรูถูกจอดลงที่หน้าประตูคฤหาสน์หลังโต คนขับรถรีบวิ่งไปเปิดประตูข้างหลังให้กับคุณชายของเขา ก่อนจะกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อคุณชายของตนจับนักเรียนชายผมแดงคนหนึ่งดึงตามออกมา แล้วจับอุ้มพาดบ่าเดินเข้าไปข้างใน

 

คุณชายไปหอบใครมาล่ะนั่น แล้วหอบมาทำไม!?


“ปล่อยฉันลงนะ!” คารุมะที่โดนจับพาดอยู่บนหลังอีกรอบเค้นเสียงรอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธ ตอนอยู่ในรถเขาก็ถูกไอ้บ้านี่กอดรัดซะแน่นจนดิ้นไม่ได้ พอตอนนี้ก็มาถูกจับพาดบ่าให้เลือดลงหัวเล่นอีก


“ไปถึงห้องฉันแล้วฉันปล่อยนายแน่ ไม่ต้องห่วง”

 

“แล้วปล่อยตอนนี้มันจะตายรึไง!


ทั้งสองคนส่งเสียงเถียงกันไปมาโดยไม่สนสีหน้าเหวอรับประทานของบรรดาคนใช้ในบ้าน ทุกคนกระพริบตาปริบๆ อ้าปากค้างอย่างพูดไม่ออก


คุณพระ....คุณชายกาคุชูพาผู้ชายเข้าบ้าน....


“นายเงียบไปก่อนเถอะ...อ้อ มิซึกิซัง” อาซาโนะเอ่ยตัดบทคนบนบ่า ก่อนจะหันไปหาหัวหน้าแม่บ้าน ที่ยืนเหวออยู่ต่างจากคนอื่น มิซึกิสะดุ้งโหยงก่อนจะรีบรับคำอย่างตะกุกตะกัก


“ค่ะ คะ คุณชาย!?


“เดี๋ยวผมจะขึ้นไปที่ห้อง ช่วยอย่าให้ใครมารบกวนทีนะครับ”


“เอ่อ... แล้วถ้าคุณผู้ชายกลับม----“


“ยิ่งไม่ต้องให้เข้าเลยครับ บอกเขาว่าผมกำลังติดธุระสำคัญก็พอ แค่นี้ล่ะครับ” พูดจบก็พาคารุมะขึ้นบันไดไปทันทีโดยไม่สนคำทัดทานของคุณป้าแม่บ้าน อาซาโนะเดินตรงไปยังห้องที่เขียนชื่อตัวเองก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปพร้อมกับเสียงโวยของคนบนบ่า แล้วหลังจากนั้นประตูก็ถูกปิดลงอย่างนุ่มนวล


ทันทีที่ประตูปิดลง กลุ่มคนใช้ก็ได้เวลาเม้าท์มอยตามหน้าที่ โดยมีหัวข้อคือ...


เด็กหนุ่มหัวแดงที่คุณชายพามา เป็นใครกันนะ?

 
 


ฟุบ!


“อึ้ก!” ร่างบนบ่าถูกโยนลงบนเตียงอย่างไม่เบานัก ก่อนที่เจ้าของห้องจะเคลื่อนตัวขึ้นไปคร่อมทับเอาไว้อย่างรวดเร็ว ข้อมือเรียวทั้งสองของถูกตรึงติดกับเตียงจนดิ้นไปไหนไม่ได้ คารุมะเงยหน้าขึ้นมองอาซาโนะด้วยความโมโห


“นายคิดจะทำบ้าอะไร!” อาซาโนะก้มมองร่างข้างใต้ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะรวบข้อมือทั้งสองข้างของร่างข้างใต้ไว้ด้วยมือเดียว แล้วดึงเนคไทของตัวเองมามัดข้อมือของอีกฝ่ายไว้จนแน่ใจว่าแน่นพอ คารุมะถลึงตาใส่ก่อนจะพยายามดึงมือที่ถูกมัดไว้ออกจากกัน แต่ก็ดึงไม่ออก


“ได้ของขวัญมาแล้ว ก็ต้อง แกะมันออกไม่ใช่เหรอ?”


พูดก่อนจะกดจมูกลงสูดดมกลิ่นกายหอมๆ ของคนข้างใต้ดังฟอด จนคารุมะสะดุ้งเฮือก เบือนหน้าหนีไม่สบตากับดวงตาที่เหมือนจะกินเขาเข้าไปทั้งตัวนั่น อาซาโนะมองท่าทางแบบนั้นด้วยความพอใจ ก่อนก้มไปกัดใบหูของคนข้างใต้ เรียกเสียงครางในลำคอของร่างบางข้างใต้ออกมาเบาๆ


 “เพราะฉะนั้นของขวัญที่ดี....ก็ต้องอยู่นิ่งยอมให้ฉันแกะซะ”


“ใครจะยอม! ปล่อยฉัน! ชิ...บ้าเอ๊ย!!


“ยอมไม่ยอมเดี๋ยวก็ได้รู้กัน....”  


หลังจากนั้น อาซาโนะ กาคุชู ก็จัดการ แกะของขวัญ เสียงตึงตังโครมครามที่น่าจะมาจากการขัดขืนของเจ้าของขวัญที่ว่านั่นดังเล็ดลอดออกมาจนคนในบ้านคิดว่าเกิดการฆาตกรรม ก่อนที่เสียงตึงตังจะกลายเป็นเสียงครางแว่วหวานไปตลอดทั้งคืน


....ของขวัญถูก แกะห่อ และถูก กินอย่างเรียบร้อย....

 


 

อาซาโนะเอนตัวพิงกับหัวเตียงมองร่างข้างๆ ที่เหนื่อยจนหลับไปแล้วนิ่งๆ มือเอื้อมไปปัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าอีกฝ่ายเบาๆ อย่างกลัวว่าจะทำให้คนตรงหน้าตื่นขึ้นมา รู้สึกผิดอยู่นิดๆ เหมือนกัน ในเมื่อเขานั้นเอาแต่ใจกับคารุมะไปมากเลยทีเดียว


ภาพของคารุมะที่ถูกเขากอดไปเสียเต็มที่วนเข้ามาในหัว ใบหน้าขาวที่ขึ้นสีแดงก่ำ ดวงตาสีทองสวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากบวมช้ำที่เปล่งเสียงครางหวานยามที่เขาสัมผัสแตะต้องจุดอ่อนไหว ไหนจะผิวกายขาวเนียนที่เย้ายวนจนเขาเผลอทิ้งรอยจูบและกัดซะจนเต็มแผ่นอก (เขามั่นใจว่าตื่นมา คารุมะต้องสบถด่าเขายันบรรพบุรุษแน่นอน แต่แถมว่าเขาแคร์มั้ย ไม่...)


ล้มตัวลงนอนข้างๆ ก่อนจะดึงอีกฝ่ายมากอดแนบอก คารุมะส่งเสียงอืออาในลำคอก่อนจะซุกหน้าลงกับแผ่นอกของเขาแล้วหลับสนิทเหมือนเดิม อาซาโนะอดมองคารุมะด้วยสายตาเอ็นดูปนเหนื่อยใจไม่น้อยเลย


ตอนตื่นก็พยศ ดื้อ ปากแข็งจนน่าหมั่นไส้ แต่ตอนหลับกลับน่ารักจนอยากจะจับฟัดหลายๆ ที


อาซาโนะถอนหายใจ ก่อนจะก้มลงไปจูบที่หน้าผากเนียนของคนในอ้อมกอดเบาๆ ก่อนที่จะหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราตามคารุมะไป ภายในห้องเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของคนสองคนเท่านั้น


ถ้าหากจะถามว่าอาซาโนะรักคารุมะหรือไม่ เขามั่นใจว่าเขายังไม่ได้รัก


ในตอนแรก เขาเพียงแค่ถูกใจ เมื่อได้พบหน้ากัน มันพัฒนาไปเป็นอยากครอบครอง


เมื่อได้กอด ได้ครอบครอง ความรู้สึกของเขาแปรเปลี่ยนไปเป็นความหลงใหล


ซึ่งอีกไม่นาน มันอาจจะกลายเป็นชอบ...และรักในที่สุด



 

วันรุ่งขึ้น วันปิดภาคเรียนที่ 1


ภายในหอประชุมใหญ่ นักเรียนหลายคนทยอยกันเดินเข้ามาเรื่อยๆ บรรดานักเรียนห้องอื่นต่างเดินหลบเลี่ยงไม่ไปจิกกัด หรือกระแนะกระแหนห้อง E เหมือนปกติ ต่างมีสีหน้าหวาดผวาแปลกๆ ซึ่งทุกคนย่อมรู้สาเหตุอยู่แก่ใจดี การชนะเดิมพันท็อป 5 วิชา ทำให้วันนี้เด็กห้อง E สามารถยิ้มและพูดคุยกันได้อย่างเต็มที่


อาคาบาเนะ คารุมะ ยืนนิ่งอยู่ท้ายแถว มีหันไปพูดคุยยิ้มให้กับเพื่อนที่ยืนข้างๆ กันบ้าง แต่เมื่อขยับตัวเข้าแถวให้ตรงกับคนข้างหน้า เขาก็ต้องกัดฟันกรอดเมื่อความเจ็บจากช่วงล่างแล่นพรวดเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็วจนแทบทรุด อดทนกลืนเสียงร้องของตัวเองลงไปเพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกต

 

ตอนที่เขาตื่นมา แค่เผลอขยับตัวเล็กน้อยก็เจ็บจนแทบน้ำตาไหล ก่อนจะฝืนสังขารลากตัวเองเข้าห้องน้ำแต่งตัวแล้วหนีออกมาจากห้องอย่างรวดเร็วเท่าที่ร่างกายจะอำนวย ยังดีที่คุณลุงคนขับรถคนที่พาเขามาจำหน้าเขาได้ เลยอาสาพามาส่งที่โรงเรียน แถมยังเพียรพยายามขับรถให้กระแทกน้อยที่สุดอย่างเหมือนจะรู้สภาพร่างกายของเขาอีกต่างหาก อยากจะซื้อนมสตอเบอรี่ไปตอบแทนบุญคุณเลยทีเดียว


“หายากนะเนี่ยที่จะเห็นนายมาประชุมน่ะ คารุมะ” อิโซไกหันมาพูดกับคารุมะด้วยยิ้มเป็นมิตรเหมือนปกติ


“ใช่~ ถ้าฉันไม่มามันก็เหมือนกับฉันหนีน่ะสิ”


อิโซไกมองพ่อคนรักศักดิ์ศรีด้วยสีหน้าเหนื่อยใจเล็กๆ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่สะดุดตาสุดๆ


“เอ่อ... คารุมะ”


คนถูกเรียกเลิกคิ้วให้เป็นเชิงถามว่ามีอะไร อิโซไกทำหน้าไม่แน่ใจก่อนจะตัดสินใจถามออกมา


“ที่คอนายไปโดนอะไรมาน่ะ มีรอยแดงๆ ตั้ง 2-3 รอย”


คารุมะสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตะปบคอตัวเองอย่างรวดเร็ว รีบดึงคอเสื้อขึ้นปิดรอยแดงอย่างติดจะลนลาน ส่ายหัวให้อีกฝ่ายประมาณว่าไม่มีอะไร


 

“แค่ยุงกัดตอนนอนเฉยๆ” ยุงตัวใหญ่ๆ ที่เป็นประธานนักเรียน เป็นลูกผู้อำนวยการด้วย!


เมื่อเห็นอิโซไกพยักหน้าตอบรับแล้วหันกลับไป คารุมะถึงได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกที่อีกฝ่ายไม่ได้ติดใจสงสัย ก่อนจะถลึงตาเขม็งใส่คุณประธานนักเรียนที่ยืนอยู่หน้าแถวของห้อง A


ก่อนจะฆ่าโคโระเซ็นเซย์ คงต้องฆ่าหมอนี่พ่วงไปด้วย


 

ในขณะเดียวกัน อาซาโนะก็ไม่ได้รับรู้ถึงแรงอาฆาตของคารุมะ เขายืนขมวดคิ้วหน้าเคร่งขรึมอยู่ด้านหน้าแถว รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนเพื่อนห้องเดียวกันเข้าหน้าแทบไม่ติด


ตื่นเช้ามาแน่นอนว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับคุณพ่อคนนั้น นั่งฟังคำจิกกัดอย่างสุภาพชนนั่นจนหงุดหงิดแทบบ้า พอมาโรงเรียนก็มาเจอพวกห้อง E ดักหน้าทวงของรางวัลที่ตกลงกันไว้ แถมยังถูก... เจ้าหน้าเถื่อนนั่น เทราซากะสินะ เยาะเย้ยเรื่องคะแนนวิชาคหกรรมศาสตร์อีก เมื่อทุกอย่างรวมๆ กันทำให้อารมณ์ของอาซาโนะ กาคุชูติดลบอย่างอินฟินิตี้

“เอ่อ.... อะ อาซาโนะ”


เร็นที่ยืนอยู่ข้างหลังเอ่ยทักอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะสะดุ้งโหยงมีสายตาหงุดหงิดของเพื่อนตวัดมาสบด้วย


“มีอะไร?”


น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ยิ่งตอกย้ำทำเอาซาคากิบาระ เร็น มือสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะกลั้นใจชี้ไปที่หลังคอของผู้เป็นเพื่อน แล้วเอ่ยเสียงสั่น


“คือที่หลังคอนาย มะ มีรอยข่วนน่ะ แผลใหญ่เชียว ไปโดนอะไรมาเหรอ....”


อาซาโนะได้ฟังอย่างนั้นก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะยกมือลูบหลังคอตัวเองเบาๆ สัมผัสถึงแผลที่เริ่มมีสะเก็ดขึ้นเล็กน้อยเบาๆ แววตาหงุดหงิดเริ่มจางลง พูดตอบกลับเพื่อนไป แต่สายตากลับมองไปทางท้ายแถวของห้อง E ....ที่ๆ มีร่างบางของใครบางคนยืนอยู่


“อ้อ เปล่านี่....”      


ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเอ็นดู แววตาฉายชัดถึงอารมณ์ที่ดีขึ้นอย่างเทียบกับเมื่อกี้ไม่ติด


“แมวที่บ้านข่วนเฉยๆ น่ะ...”


แมวขนสีแดงที่ทั้งดื้อ ปากไม่ตรงกับใจ แต่ก็น่ารักที่สุดในสายตาเขาน่ะนะ

 

 

แถมท้าย

รถยนต์คันหรูอีกคนขับเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลอาซาโนะ เปิดด้านหลังถูกเปิดออก ก่อนที่ อาซาโนะ กาคุโฮจะก้าวลงมาจากรถอย่างสง่างาม ร่างสูงเดินเข้าคฤหาสน์ไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับบนใบหน้าตามปกติ ก่อนจะขมวดคิ้วเหมือนเห็นคนรับใช้หลายคนทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา


“มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ มิซึกิ”


“เอ่อ..เปล่าค่ะนายท่าน...เอ่อ...คือ....”


ท่าทางของหัวหน้าแม่บ้าน ทำให้เจ้าของบ้านเริ่มหงุดหงิดจนแผ่รังสีกดดันออกมา มิซึกิเหงื่อตกจากที่กำลังไม่แน่ใจว่าควรพูดดีมั้ย พอเจอรังสีอำมหิตที่เหี้ยมกว่าคนลูก เธอถึงกลับรีบโพล่งออกมาทันที


“คือว่า...คุณชายกาคุชูพาผู้ชายเข้าบ้านค่ะ!!!


ชิ้ง....


บรรยากาศในห้องโถงเงียบไปพักใหญ่ๆ


อาซาโนะ กาคุโฮถึงกับกระพริบตาปริบๆ อึ้งไปชั่วขณะเลยทีเดียว ก่อนจะได้สติจะก้าวขึ้นบันไดไปชั้นสอง แต่ก็ต้องขมวดคิ้วกับประโยคของคุณหัวหน้าแม่บ้านอีกครั้ง


“เอ่อ....คุณชายบอกว่าอย่าให้ใครเข้าไปกวนน่ะค่ะ”


เขาพยักหน้าไปส่งๆ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องของผู้เป็นลูกชาย ยกมือกำลังจะเคาะประตู แต่ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเล็ดลอดออกมาแว่วๆ เสียงที่ทำเอาเขายืนขมวดคิ้วอยู่หน้าห้องซักพัก


มือที่กำลังจะเคาะประตูลดลงมาอยู่ข้างลำตัว ก่อนจะผละออกมาเดินกลับห้องตนเองไปอย่างสงบ


กึก!


ประตูห้องถูกปิดลงอย่างสงบ ก่อนที่อาซาโนะ กาคุโอ จะเดินไปยังโต๊ะทำงาน หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะกดหมายเลขโทรออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย


ติ๊ด!


“ครับนายท่าน” เสียงของคนในสายตอบกลับมาในทันที เขาหลับตาซักพักก่อนจะเอ่ยสั่งการไป


“ไปสืบข้อมูลของอาคาบาเนะ คารุมะให้ฉัน พรุ่งนี้ข้อมูลต้องอยู่บนโต๊ะทำงานที่โรงเรียน”


สั่งการเสร็จเขาก็วางหูโทรศัพท์ลง อย่างสงบ เหลือบสายตามองไปทางฝั่งห้องของผู้เป็นลูกชายนิ่งๆ


...การรู้ข้อมูลของ ว่าที่ลูกสะใภ้ไว้ก่อน ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย...



End.


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


จบแล้วค่าาา ขอบคุณที่อ่านกันมาจนจบนะคะ

ฟิคเรื่องที่แล้วเรามาแปลกแต่งนางิสะ x คารุมะ เรื่องนี้เลยมาคู่ที่ไม่แรร์(?) บ้าง

คู่นี้มีโมเม้นท์แอบแฝงก็ตอนสอบปลายภาคนี่ล่ะค่ะ ถึงอาซาโนะจะออกมาอย่างชั่วก็เถอะ

ถึงเรื่องนี้คนจะอวยวายแต่แดงฟ้า แต่ขอเราอวยเหลืองแดงอยู่เงียบๆ นะคะ ฟฟฟฟ

ใครคอเดียวกัน เรามาคุยกันได้นะคะ โดดเดี่ยวมาก ณ จุดๆ นี้ 5555

คอมเม้นต์ติชมได้นะคะ ><



 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ แป้งก้อนกลม จากทั้งหมด 16 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

66 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 18:03
    อ่านไปเขินไป รอบที่ 6 ได้แล้วมั้ง อ่านทีไรก็เขินอยู่อีก ฮรื้ออออ
    #66
    0
  2. #65 wiyadasama (@wiyadasama) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 20:54
    อ่านกี่รอบก็สนุก ยิ่งสนุกยิ่งอยากให้มีต่อค่ะ5555
    #65
    0
  3. วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 20:58

    พี่แต่งเรื่องนี้อีกเราก็ชอบคู่นี้เหมือนกัน

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png ????❤??????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????’?

    #64
    0
  4. วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:31
    ชอบคู่นี้ที่สุด! หาอ่านยาก ขอบคุณที่แต่ง เข้ามาอ่านบ่อยทาก
    #63
    0
  5. วันที่ 14 เมษายน 2562 / 17:55
    ทำไมอ่านเนื้อหาไม่ได้อะ
    #62
    0
  6. #61 wiyadasama (@wiyadasama) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 14:47
    ยิ่งอ่านยิ่งรัก
    #61
    0
  7. #60 โรส
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 02:42

    ฝะ...ฝาก....นิ..ยาย...วาย..ข้า..ด้วย...ละ..ลาก่อน.....

    .จมกองเลือดตาย

    #60
    0
  8. #59 Guillotine19 (@Vampire-gammer) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:02
    คุณพ่อน่ารักกกก
    #59
    0
  9. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:02

    อ่านซ้ำหลายรอบมากก>< ชอบฝุดๆ อยากให้มีอีกก

    #58
    0
  10. #57 Cuj27eja (@Cuj27eja) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 03:10
    สนุกมากค่ะคุณพ่อยากได้ข้อมูลลูกสะใภ้ฮ่าๆ
    #57
    0
  11. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 20:25
    ทำไมถึงอ่านไม่ได้อ่ะ
    งื้ออออ อยากอ่านอ้า
    #56
    0
  12. #55 maprang98 (@maprang98) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 14:28

    ถึงจะสั้นแต่ฟินนนน
    #55
    0
  13. วันที่ 17 กันยายน 2561 / 18:48
    นี่แค่รูปภาพ..... -,, -
    #54
    0
  14. #53 168512 (@168512) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 16:41

    โอ้ ฟินไปยาวๆ
    #53
    0
  15. วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 18:49
    ฮะฮะ..ตามฟินคู่คารุมะ&#215;กาคุชูตอนที่ดูอนิเมะครั้งแรกเลยค่ะ..เข้ากันได้ดีสุดๆ(ตรงไหนนะ?)
    #52
    0
  16. #51 Ting0616563257 (@Ting0616563257) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 19:07
    ฟิน~สุดๆไปเลยคะ!
    #51
    0
  17. #50 Jin TheRipper
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 01:17
    ขอขอบพระฉัน เอ้ย พระคุณ ที่แต่งแพแดงเหลืองมา ข้าน้อยขอคาราวะ-- --)_ _)-- --)_ _)//กราบงามๆ
    #50
    0
  18. #49 Teahyung AnimeKpop Jutanate
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 07:07
    ทั้งฟินทั้งฮา555555

    ขุนพ่อพูดเองเลยค่า ว่าที่ลูกสะใภ้ แหม อะไรจะด่วนขนาดนั้น5555555

    กาคุชุก็รุกเร็วดีจริงๆเลยน๊า~

    หมึกโคโระก็ไปแกล้งคารุจังเนอะ
    #49
    0
  19. #48 Yaoi my love
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 22:54
    ขุ่นพ่อใจเย็นๆนะค่ะ&#128517;
    #48
    0
  20. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 05:52
    ขุนพ่อฮาค่ะ5555 มีสืบข้อมูลด้วย อาซาโนะคุงช่างน่ากลัวจริงๆ มั่นมาก55555555
    #47
    0
  21. #46 Tari (@myidme) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 08:31
    อะไรคือขอรู้ข้อมูลลูกสะใภ้ พ่อไม่คิดจะห้ามหรือตกใจอะไรเลยหรอ ทำไมฮา 55555
    #46
    0
  22. #45 'รัก'เปรียบเสมือนแสงตะวัน
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 14:36
    อยากให้มีอีกนะครับ
    #45
    0
  23. #44 'รัก'เปรียบเสมือนแสงตะวัน
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 14:35
    เป็นฟิคที่ฟินมากครับ>/////////////////////< นี่ขนาดผมเป็นคนที่อวยคู่ คารุมะxนางิสะนะเนี่ย แต่อ่านแล้วฟินอ่ะ
    #44
    0
  24. #43 jean
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 21:45
    คุณชายกาคุชูพาผู้ชายเข้าบ้านค่ะ!!!! ลั่นเลย55555
    #43
    0
  25. วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 19:28
    ขุ่นพ่อ!!!!! 

    บอกเองเลยเรอะว่าเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ 
    #42
    0