คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic reborn] Sweetener [Byakuran x OC]

สำหรับเบียคุรัน รสชาติของขนมหอมละมุนติดบนปลายลิ้น ยังไม่เทียบเท่ารอยยิ้มของ คาตายามะ อาคาเนะ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา [100%]

ยอดวิวรวม

4,219

ยอดวิวเดือนนี้

120

ยอดวิวรวม


4,219

ความคิดเห็น


71

คนติดตาม


525
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 มี.ค. 62 / 21:18 น.
นิยาย [Fic reborn] Sweetener [Byakuran x OC] [Fic reborn] Sweetener [Byakuran x OC] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 มี.ค. 62 / 21:18







[Fic reborn] Sweetener [Byakuran x OC]



            บรรยากาศยามค่ำของเมืองนามิโมริช่างเงียบสงบเหลือเกิน



            คาตายามะ อาคาเนะ เปิดประตูร้านเบเกอรี่ที่เธอทำงานพิเศษอยู่ออกมาหลังจากช่วยนายจ้างทำความสะอาดร้านจนเรียบร้อย เมื่อพลิกข้อมือดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาก็พบว่าในตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว



            “ซื้อข้าวเย็นที่ร้านสะดวกซื้อก็แล้วกัน”



            ถึงเวลานี้จะไม่เหมาะต่อการกินอาหารแล้วก็เถอะ แต่ร่างกายของเธอก็ต้องการพลังงานสำหรับนั่งทำรายงานคืนนี้อยู่ดี



            มือเรียวหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดดูคร่าวๆ ว่าต้องซื้ออะไรเพิ่มหรือไม่ รวมถึงดูบรรดางานต่างๆ ที่ต้องส่งด้วย



            อาคาเนะคิดว่าเธอควรรีบเดินทางกลับที่พักเพื่อสะสางงานกองพะเนินของตนให้เสร็จ



            แต่ว่า



            “ฮึก...ฮือออออ” ขณะที่กำลังเดินผ่านสวนสาธารณะนามิโมริซึ่งตอนนี้ควรจะไม่มีผู้คนหลงเหลืออยู่แล้ว อาคาเนะก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากข้างใน เด็กสาวชะงักขาที่กำลังจะก้าวผ่านไป ใบหน้าฉายแววสงสัยระคนเป็นห่วง



            เสียงเด็กที่ไหนกันนะ ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก?



            เธอคิดพรางเดินเข้าไปในตัวสวน ดวงตากลมโตกวาดมองต้นตอของเสียงเล็กๆ นั่น แล้วอาคาเนะก็สะดุดตากับสีสันสดใสที่ตัดกับความมืดครึ้มของบรรยากาศตอนนี้ซึ่งกำลังขดตัวอยู่ด้านหลังม้านั่ง



            เสียงฝีเท้าที่ก้าวตรงมาทำให้เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นสะดุ้งทันที จนอาคาเนะต้องรีบเอ่ยปลอบ “ฉันไม่ได้มาร้ายนะ อย่ากลัวเลย”



            กระแสอบอุ่นจากน้ำเสียงนุ่มนวลของเด็กสาวทำให้ร่างเล็กหายเกร็งลง ใบหน้าน่ารักเงยหน้าขึ้นมองคนแปลกหน้าที่ทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ



            สีผมของเด็กหญิงตรงหน้าอาคาเนะค่อนข้างแปลกไปจากคนญี่ปุ่นทั่วไป เส้นผมของเธอมีสีฟ้าสว่างสดใสเช่นเดียวกับดวงตา ผิวของเด็กคนนี้ขาวนวล ดูจากการแต่งกายแล้วต้องมาจากครอบครัวที่มีฐานะแน่ๆ



            “เกิดอะไรขึ้นหรือคะ เล่าให้พี่สาวฟังได้ไหม?”



            ริมฝีปากของเด็กหญิงเบ้ลงพร้อมกับใบหน้าที่เตรียมจะปล่อยโฮอีกรอบ



            “ฮึก! เบียคุ...รัน...แย่งเยลลี่...บลูเบล...ฮืออออ”



            ยะ เยลลี่...



            อาคาเนะไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรไปชั่วขณะ แต่ก็ต้องถอนหายใจแล้วยิ้มออกมาบางๆ มือเรียวเอื้อมไปลูบเรือนผมสีสว่างนั้นเบาๆ บลูเบลหลับตารับสัมผัสอ่อนโยนนั้นแล้วพยายามระงับเสียงสะอื้นของตนเอง



            อบอุ่นจังเลย...



            “พี่สาวจะฟังหนูเล่าเองนะคะ แต่ก็ก่อนอื่นออกมาจากตรงนี้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวยุงจะกัดเอา มาเร็วค่ะ” คนอายุมากกว่าเอื้อมมือไปพยุงเด็กหญิงเบื้องหน้าให้ลุกขึ้น อดีตบุปผาอาลัยแห่งมิลฟีโอเล่เม้มปากแน่น พยักหน้ารับหงึกๆ ก่อนจะจับมือพี่สาวใจดีลุกขึ้นจากพื้น อาคาเนะยิ้มแล้วจูงมือบลูเบลไปนั่งที่เก้าอี้ยาวใกล้ๆ



            อาคาเนะนั่งฟังเสียงเล็กๆ นั่นบ่นถึงคนที่ชื่อเบียคุรันงุ้งงิ้งๆ อย่างตั้งใจ ทั้งสงสารปนเอ็นดู บลูเบลแอบรู้สึกเกรงใจพี่สาวคนนี้ที่ต้องมาฟังเธอพูดอะไรก็ไม่รู้ แต่เมื่อมือเรียวที่อบอุ่นคู่นั้นกระชับเบาๆ เป็นเชิงให้พูดต่อ เธอก็เผลอหลุดปากออกมายาวเหยียดอย่างไม่รู้ตัว



            พี่สาวคนนี้สวยมาก...แล้วก็ใจดีมากๆ เลยด้วย



          “ขอบคุณ...ที่ฟังหนูนะคะ” ใบหน้าน่ารักก้มลงด้วยความเขินอาย มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆ จนใจของอาคาเนะอ่อนยวบ เด็กสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าสีเรียบของตนขึ้นซับใบหน้าของบลูเบลเบาๆ



            “ไม่เป็นไรจ้ะ สบายใจแล้วใช่ไหม?”



            “อื้อ! โล่งมากเลย!” บลูเบลคลี่ยิ้มกว้างสดใส แล้วก็ชะงักไปเมื่อเห็นหน้าปัดนาฬิกาของสวนสาธารณะ “อ๊า!! สี่ทุ่มแล้วเหรอ!?



            “เอ๊ะ? ดึกป่านนี้แล้วเหรอ” เธอไม่คิดเลยว่าตัวเองกับเด็กน้อยคนนี้ที่น่าจะชื่อบลูเบลนั่งอยู่ด้วยกันนานขนาดนี้



            “นิ้ว~ คิเคียวบ่นบลูเบลตายแน่ๆ เลย” ร่างลุกผุดลุกขึ้นยืนอย่างลุกลี้ลุกลน แต่เมื่อหันกลับมาสบตากับพี่สาวใจดีข้างๆ เธอก็เผยยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง “ขอบคุณมากนะคะพี่สาว บลูเบลต้องรีบกลับแล้วล่ะ”



            “ไม่เป็นไรจ้ะ...อ๊ะ แป๊บนึงนะ”



            อาคาเนะเปิดถุงผ้าของตนที่วางอยู่ข้างๆ ก่อนจะหยิบห่อพลาสติกเล็กๆ น่ารักให้กับเด็กหญิง บลูเบลลังเลเล็กน้อย ก่อนจะรับมือถือไว้ กลิ่นหอมอ่อนๆที่เล็ดลอดออกมาทำให้ดวงตาสีฟ้าเปล่งประกายวิบวับ



            “คุกกี้นี่นา!!



            “อื้อ! ถึงจะแทนเยลลี่ของบลูเบลไม่ได้ก็เถอะ แต่รับนี่ไปแทนได้ไหม?”



            “บลูเบลชอบคุกกี้! จะกินให้หมดเลย!” แขนเล็กๆ อ้าออกกอดอาคาเนะเอาไว้ด้วยความดีใจ “ขอบคุณนะคะพี่สาว พี่ใจดีมากๆ เลย!



            “ดีแล้วจ้ะ คราวหน้าอย่าออกมาข้างนอกดึกๆ คนเดียวนะ”



            “บลูเบลสัญญา!



            อาคาเนะอดลูบหัวเด็กตรงหน้าด้วยความเอ็นดูไม่ได้ บลูเบลหลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะโค้งตัวขอบคุณอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วรีบวิ่งออกไปยังทางเข้า แต่ก็ต้องชะงักแล้วหันกลับมาตะโกนถามเสียงใส



            “พี่สาวชื่ออะไรคะ!?



            เด็กสาวคลี่ยิ้มกว้างที่อ่อนโยนจนบลูเบลต้องยิ้มตามออกมา สมองของเด็กน้อยจดจำชื่อของพี่สาวคนนี้เอาไว้อย่างดี



            “คาตายามะ อาคาเนะจ้ะ บลูเบลจัง”



            บลูเบลชอบ! จะต้องให้พี่อาคาเนะมาอยู่ด้วยกันให้ได้!!

 







            “ไปไหนมาบลูเบล! พวกเราตามหากันแทบแย่เลยนะ!!” ทันทีที่บลูเบลก้าวเท้าพ้นประตู เสียงดุๆ ของคิเคียวก็ดังออกมาพร้อมกัน เด็กหญิงย่นคอด้วยความหวาดผวา ถึงคิเคียวจะใจดีก็เถอะ แต่พอเปิดโหมดคุณแม่แล้วเธอไม่อยากจะแหยมด้วยสักนิด



            “ไปสวนสาธารณะมา...”



            คิเคียวเห็นใบหน้าหงอยๆ ของคนที่เป็นเหมือนน้องเล็กของพวกเขาแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้ แต่ก็ไม่วายกำชับอีกครั้ง “คราวหน้าห้ามไปไหนคนเดียวนะครับ ถึงเธอจะแข็งแกร่งก็เถอะ”



            “ค่า...”



            “ว่าแต่...ถุงนั่นมันอะไรน่ะครับ” บลูเบลร้องอุทานเมื่อนึกขึ้นได้ มือเล็กขยับเอาคุกกี้ที่เพิ่งไปรับมาซ่อนไว้ข้างหลังทันที




            “พี่สาวคนนึงให้บลูเบลมา ไม่แบ่งหรอก!!



            “เห~~ กลิ่นหอมๆ มาจากเจ้านี่เองสินะ” แต่แล้วมือของบลูเบลก็พลันว่างเปล่า พร้อมกับถุงคุกกี้ที่ลอยเข้าไปอยู่ในมือของบุรุษผมขาวที่แอบย่องมาข้างหลังเด็กน้อยตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ บลูเบลอ้าปากหวอ ก่อนจะโวยวายเสียงลั่นคฤหาสน์



            “เบียคุรัน!! เอาคืนมาเลยนะ!!” บังเกิดการตะลุมบอนของคู่หูต่างวัยขึ้นอีกครั้ง คิเคียวมองภาพตรงหน้าแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างปวดประสาท



            “ตีกันอีกแล้วเรอะ?” เสียงเหมือนคนยังไม่ตื่นดีของซาคุโร่ดังขึ้นเบื้องหลัง อดีตบุปผาอาลัยธาตุเมฆาไหวไหล่เล็กน้อย “ก็...ครับ ขี้เกียจห้ามแล้ว”



            วันไหนสองคนนี้ไม่ทะเลาะกันเพราะเรื่องขนม วันนั้นก็ท้องฟ้าได้วิปริตแปรปรวนแน่ๆ



            สุดท้ายก็จบลงที่บลูเบลต้องยอมแบ่งคุกกี้ให้เบียคุรันชิ้นหนึ่งจากการไกล่เกลี่ยของยูนิที่ลงมาเจอพอดี ถึงแม้เด็กหญิงอยากจะคัดค้านแต่ก็ทนสายตาวอนขอของอัลโกบาเลโน่แห่งนภาไม่ได้



            “จะยอมแบ่งให้ก็ได้...แต่เบียคุรันต้องไปซื้อเยลลี่มาคืนนะ!



            “ครับๆ~~ สามห่อใหญ่เลยโอเคไหม?”



            “ได้!!



            สงครามเด็กตีกัน(?) จบลงด้วยดี คิเคียวโค้งขอบคุณยูนิจนหัวแทบจะดิ่งลงพื้น ทำเอาบอสแห่งจิสโรเนโรร้องห้ามแทบไม่ทัน โดยมีแกมม่ายืนทำหน้าละเหี่ยใจอยู่ใกล้ๆ



            บลูเบลค่อยๆ แกะห่อขนมในมืออย่างทะนุถนอม เมื่อเปิดออก กลิ่นหวานละมุนของวานิลลาก็ส่งกลิ่นหอมไปทั่วจนทุกคนชะงักไป



            “หอมจังเลย...” มือเล็กล้วงหยิบคุกกี้ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง กลิ่นหอมยิ่งเด่นชัดจนน้ำลายสอ เธอรีบส่งมันเข้าปากไปอย่างรีบร้อน ก่อนที่สัมผัสกรุบกรอบและรสชาติละมุนลิ้นจะกระแทกเข้าที่ต่อมรับรสของเธออย่างแรง



            “อื้ออออ อร่อยยยย”



            อร่อยจนน้ำตาแทบไหล!



            เบียคุรันเห็นสีหน้าของเด็กหญิงผมฟ้าแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาเอื้อมมือไปหยิบคุกกี้ในถุงขึ้นมา กลิ่นหอมของมันทำให้เขาอดใจไม่ไหว ต้องส่งมันเข้าปากไปรวดเดียวทั้งชิ้น



            รสชาติที่อร่อยยิ่งกว่าคุกกี้ที่เคยลิ้มลองทำให้เบียคุรันตัวแข็งค้างไป



            แค่ชิ้นเดียวเขาก็สัมผัสได้ถึงความใส่ใจและความละเอียดอ่อนของผู้ทำได้ชัดเจน รสชาติที่อร่อยและอบอุ่นจิตใจแบบนี้ เขาเพิ่งเคยได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรก



            “เมื่อกี้บลูเบลบอกว่ามีพี่สาวคนนึงให้มางั้นเหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามร่างเล็กของอดีตลูกน้องที่ตอนนี้กำลังเคี้ยวขนมในมือด้วยสีหน้าราวกับกำลังขึ้นสวรรค์



            “อื้อ!! พี่อาคาเนะให้บลูเบลมา”



            พิรุณน้อยทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ เธอวางถุงคุกกี้ลงแล้วหันมาเขย่าแขนเบียคุรันยิกๆ



            “เบียคุรันนนน บลูเบลชอบพี่อาคาเนะมากๆ หาทางพามาอยู่กับพวกเราเถอะ!!



            ท่าทีของบลูเบลทำให้เบียคุรันอดแปลกใจไม่ได้ นานๆทีจะเห็นเด็กหญิงผู้แสนเอาแต่ใจคนนี้ปลื้มใครสักคนขนาดนี้



            “หืม...”



            ทำเอาอยากรู้จักเลยแฮะ...อาคาเนะจังอย่างนั้นเหรอ?

 



-------------------50%-------------------




            วันต่อมา



            “ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะคะ” เสียงหวานใสของอาคาเนะดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มน่ารัก ร่างบอบบางเดินไปยังโต๊ะของลูกค้าที่เพิ่งจากไป จัดการเก็บแก้วกาแฟและจานขนมอย่างคล่องแคล่ว




            “ช่วงนี้ลูกค้าไม่มากเท่าไร มีเวลาให้พักหายใจหน่อยเนอะ” เมื่ออาคาเนะวางภาชนะทั้งหมดลงที่ซิงค์ล้างจาน เจ้าของร้านอย่างมิซากิที่เพิ่งเปิดเตาอบของขนมชุดต่อไปเรียบร้อยก็เดินออกมาทักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม




            “ใช่ค่ะ หนูเลยแว้บมาจัดการกับถ้วยพวกนี้ได้พอดี” เมื่อมิซากิเห็นอาคาเนะกำลังจะลงมือล้างจานก็รีบร้องห้ามทันที “ว้ายๆ ไม่ต้องเลย เดี๋ยวพี่ทำเอง”




            “แต่ว่า



            “อาคาเนะไปยืนข้างหน้าเลยจ้ะ ยิ้มกว้างๆ หาลูกค้าประจำให้พี่ทีนะ”




            “โถ่~ มิซากิซังอย่าแซวสิคะ”



            พอรู้ว่าเถียงไปก็ไม่ชนะ อาคาเนะก็ยอมวางมือแล้วเดินออกไปหน้าเคาท์เตอร์ตามเดิม แต่ช่วงเวลาบ่ายสามแบบนี้ลูกค้าค่อนข้างบางตาหากเทียบกับตอนเที่ยงหรือเย็น เธอจึงได้แต่เช็ดถ้วยกาแฟและจัดของง่ายๆ ไปเรื่อย




            กริ๊งๆ




            “ยินดีต้อนรับค่ะ รับอะไรดีคะ” ทันทีที่ได้ยินเสียงกระดิ่งจากประตูร้าน อาคาเนะก็เอ่ยต้อนรับราวกับเป็นระบบอัตโนมัติ ใบหน้างดงามเงยหน้ามองผู้มาใหม่




            แล้วเธอก็ต้องตาโตด้วยความประหลาดใจ




            “บลูเบลจัง!?



            “พี่อาคาเนะ~ สวัสดีค่า~



            “มาได้ยังไงกันคะ?” มือบางวางของที่กำลังถืออยู่แล้วเดินเร็วๆ ออกจากเคาท์เตอร์มาหาเด็กหญิงตัวน้อยทันที เธอย่อตัวลงถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนน่ามอง




            “บลูเบลให้เบียคุรันพามาค่า!



            “เบียคุรัน?” เมื่อเด็กสาวเงยหน้าขึ้นก็พบว่าคนที่เดินเข้ามาในร้านนอกจากบลูเบลแล้วก็มีเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีขาวพิศุทธิ์คนหนึ่งด้วยเช่นกัน ใบหน้าของเขาหล่อเหลาจนเธอนึกว่าเป็นนายแบบวัยรุ่นตามหน้านิตยสารเลยทีเดียว




            คนนี้ที่แย่งเยลลี่บลูเบล? เธอไม่อยากจะเชื่อเลย



            “อาคาเนะจังสินะ ฉันชื่อเบียคุรัน เป็นผู้ปกครองบลูเบลน่ะ” รอยยิ้มเป็นมิตรจากอีกฝ่ายถูกส่งมาให้ เด็กสาวจึงมอบมันตอบไปให้เขาอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ “คาตายามะ อาคาเนะ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ เบียคุรันซัง”




            “ขอบคุณเรื่องเมื่อวานด้วยนะ ฉันกับบลูเบลทะเลาะกันบ่อยเป็นปกติน่ะ แต่เมื่อวานบลูเบลดันวิ่งออกไปข้างนอก วุ่นวายกันใหญ่เลยล่ะ”




            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ บลูเบลจังน่ารัก ไม่ดื้อเลย”




            “บลูเบลบอกแล้ว! พวกคิเคียวคิดไปเอง!” เสียงตะแง้วๆ ของเด็กหญิงผมฟ้าที่กำลังกอดเอวของอาคาเนะอยู่ทำให้ทั้งคู่หลุดหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู



            พี่สาวใจดีของบลูเบลยิ้มกว้างแล้วเอ่ยถามเสียงใส




            “ไหนๆ ก็มาแล้ว สนใจรับขนมทานเล่นไหมคะทั้งสองคน”




            “เอา!! / เอาสิ!!” สีหน้ากระตือรือร้นที่คล้ายกันสุดๆ ทำให้รอยยิ้มของอาคาเนะยิ่งกว้างขึ้น “งั้นเลือกเลยค่ะ เพิ่งทำสดๆ ร้อนๆ เลย”



            “บลูเบลจะกินเยอะๆ เลย~~” ร่างเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กไปยังตู้ขนมเค้กใกล้ๆ ทันที อาคาเนะหัวเราะแล้วเดินกลับเข้าไปในเคาท์เตอร์ เบียคุรันเองก็ยืนอยู่บริเวณที่สั่งอาหาร หยิบกระเป๋าเงินออกมาถืออย่างรู้หน้าที่



            “เอาอันนี้อันนี้ด้วย อันนี้อีกอันนึง! แล้วก็” รายการที่บลูเบลชี้ชักเยอะจนอาคาเนะตกใจ เธอหันไปส่งสายตาถามเบียคุรันที่ยังคงยืนยิ้มเหมือนเป็นเรื่องปกติ “แบบนี้ไม่มากเกินไปงั้นหรือคะ?”



            “ฮะๆๆ ไม่เป็นไร ฉันเองก็ชอบกินขนมเหมือนกัน กินเรื่อยๆ ก็หมด”




            เด็กสาวมองแววตาเอ็นดูของเบียคุรันที่เหลือบมองบลูเบลแล้วก็ยิ้มบางๆ




            “ใจดีจังเลยนะคะ”




            “หือ?”




            “ตอนแรกที่ฟังจากบลูเบลฉันคิดว่าคุณจะดูขี้แกล้งแล้วก็เกเรกว่านี้”




            ดวงตาสีน้ำตาลของเด็กสาวหยีเป็นขีดน่ารักจากรอยยิ้มกว้างๆ บนใบหน้า



            “แต่พอได้เห็นแบบนี้ คุณก็เป็นพี่ชายที่น่ารักมากๆ คนหนึ่งนี่คะ”



            รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองเผลอเต้นไม่เป็นจังหวะ



            “อาก็ไม่ขนาดนั้นหรอกนะ อาคาเนะจังใจดีกว่าอีก” ดวงตาสองคู่สบกันชั่วขณะ ก่อนจะหยีลงเป็นรอยยิ้มไม่ต่างกัน



            “เราจะผลัดกันชมแบบนี้เหรอคะ”




            “ชมมาชมกลับ ไม่โกงไง~ ฉันขอเค้กวานิลลาเพิ่มอีกชิ้นนะ”



            “ได้เลยค่ะ!



            อาคาเนะจังเนี่ยน่ารักจริงๆ ด้วย







 

            “วัยรุ่นเนี่ยดีจังเลยน้า” บลูเบลที่กำลังเกาะขอบตู้มองเบียคุรันคุยกับพี่สาวของเธออยู่สะดุ้งน้อยๆ เมื่อมีเสียงพึมพำเบาๆ ดังอยู่ใกล้ตัว เมื่อหันไปมองก็พบกับหญิงสาวที่สวมชุดเหมือนกับอาคาเนะกำลังยืนแอบมองทั้งสองอยู่เช่นกัน



            “ดูท่าว่าพี่ชายของเธอคงได้เป็นลูกค้าประจำร้านฉันแล้วนะหนูน้อย”




            “อือ” บลูเบลลากเสียงในลำคอ ดวงตากลมโตมองไปยังอดีตบอสของตนเองที่กำลังคุยกับอาคาเนะด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า เธอก็ต้องยิ้มตามออกมาไม่ต่างกัน



            “บลูเบลก็ว่าอย่างนั้นแหละ! นิ้ว~



            เธอเองก็เพิ่งเคยเห็นเบียคุรันเขินจนหูแดงขนาดนี้เหมือนกัน!



            ถ้าเบียคุรันจีบพี่อาคาเนะสำเร็จ พี่สาวก็จะไปอยู่กับเธอ เธอจะได้กินขนมอร่อยๆ ทุกมื้อ มีอะไรที่ไม่ดีล่ะ!







 

            เบียคุรันและบลูเบลนั่งกินขนมรอจนถึงเวลาเลิกงานของอาคาเนะ แล้วก็พากันเดินไปส่งเด็กสาวจนถึงหอพัก ก่อนจากกันอาคาเนะก็ยื่นถุงคุกกี้ที่เธอทำเองให้กับทั้งสองคนแทนคำขอบคุณ



            คู่หูต่างวัยยืนมองร่างบอบบางเดินเข้าไปในอาคารจนลับสายตา จึงค่อยออกเดินกลับไปยังคฤหาสน์ของพวกเขา




            “พี่อาคาเนะน่ารักเนอะ เบียคุรันว่าไหม?” จู่ๆ บลูเบลก็เอ่ยถามขึ้นมา




            “หือ? ก็



            ภาพรอยยิ้มสดใสที่แค่มองก็อบอุ่นไปทั้งใจของคาตายามะ อาคาเนะ ลอยเข้ามาในหัว เบียคุรันเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมาแล้วตอบกลับไป



            “ก็น่ารักดี



            “เพราะฉะนั้นเบียคุรันต้องสู้นะ!



            “ฮะ?” แรงกระตุกที่ชายกางเกงและน้ำเสียงจริงจังของบลูเบลทำให้เบียคุรันต้องก้มมองร่างเล็กของอดีตพิรุณ สีหน้าของบลูเบลดูมุ่งมั่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ




            “ถ้าหากไม่ได้พี่อาคาเนะมาเป็นพี่สะใภ้ล่ะก็ บลูเบลไม่ยอมนะเบียคุรัน!!



            “อา” เด็กหนุ่มเรือนผมขาวพิศุทธิ์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีอเมทิสต์ทอประกายวิบวับ



            “รู้แล้วก็ไม่คิดจะปล่อยไปตั้งแต่แรกแล้วนั่นแหละ”

           











            และเป็นไปตามที่มิซากิคาดการณ์ ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ย่านการค้าเมืองนามิโมริก็ได้มีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นมาอีกคน เป็นเด็กหนุ่มเรือนผมสีขาวที่มีหน้าตาหล่อเหลาสะดุดตาคนเดิม นอกจากจะเป็นตัวเรียกลูกค้าสาวได้ดีมากๆ แล้ว อีกฝ่ายยังเป็นขาสวาปามของหวานประจำร้านอีกด้วย




            “เค้กวานิลลา 1 ชิ้น ช็อคโกแลต 1 ชิ้น เครปเค้กชาเขียว 1 ชิ้น แล้วก็วานิลลาเชคนะคะเบียคุรันซัง” เสียงหวานใสของพนักงานสาวเอ่ยเจื้อยแจ้ว เธอดึงใบเสร็จส่งให้กับคนที่ช่วงนี้เจอหน้าบ่อยเป็นพิเศษพร้อมรอยยิ้มสดใส “เดี๋ยวนำขนมไปส่งที่โต๊ะนะคะ”



            “ขอบใจนะอาคาเนะจัง ขนมที่นี่กินยังไงก็ไม่เบื่อเลยล่ะ~



            “คุณสั่งเยอะตลอดเลย มิซากิซังยิ้มไม่หุบเลยค่ะที่ขายหมดทุกวัน” อาคาเนะหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงสีหน้าลั้นลาของหัวหน้าของเธอ กำไรของร้านเพิ่มขึ้นพรวดๆ ทำให้มิซากิเพิ่มเงินเดือนในอาคาเนะไม่ใช่น้อยจนเกือบห้ามไม่ทัน




            “ฮะๆ วันนี้เดี๋ยวฉันไปส่งเหมือนเดิมนะ”




            “รบกวนด้วยนะคะ”




            นอกจากเด็กหนุ่มจะมาอุดหนุนแทบทุกวันแล้ว ตลอดเดือนที่ผ่านมายังนั่งรอเพื่อเดินไปส่งอาคาเนะที่หอพักโดยอ้างว่าไม่ควรให้ผู้หญิงเดินกลับบ้านมืดๆ คนเดียวอีกด้วย




            ซึ่งเด็กสาวก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องแย่อะไร




            หลังจากทำความรู้จักกันมาตลอด 1 เดือน เบียคุรันถึงจะอายุน้อยกว่าเธอแต่ก็เฉลียวฉลาดจนหาจับตัวยาก เขาสามารถคุยเรื่องการทดลองวิทยาศาสตร์กับเธอได้ แถมยังให้ข้อแนะนำต่างๆ ได้อย่างดี การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเขาเป็นอีกเรื่องสนุกเรื่องหนึ่งของอาคาเนะ



            เธอและเขามีความชอบหลายอย่างที่คล้ายกันมากทีเดียว ทั้งหนังสือ ภาพยนตร์ ขนมหวาน ทำให้การเดินกลับบ้านในแต่ละวันไม่น่าเบื่อเลย




            นอกจากนี้เธอยังเคยถูกชวนไปยังบ้านอา ควรเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่า ของเบียคุรันกับบลูเบล ซึ่งคนที่นั่นก็ให้การต้อนรับเธออย่างดี ถึงจะตกใจเล็กน้อยที่ได้รู้ว่าคนที่เธอเพิ่งรู้จักนั้นเป็นมาเฟียก็ตาม



            แต่พวกเขาก็ดูไม่ได้เลวร้ายอะไร ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องเอาตัวออกห่างนี่นา




            “ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักนะคะ มิซากิซัง” อาคาเนะโค้งตัวเคารพร่างสูงเพรียวของเจ้าของร้านสาว มิซากิเองก็เอ่ยคำพูดเดียวกันด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณเหมือนกันจ้ะอาคาเนะ อ้อ พรุ่งนี้ร้านปิดนะจ๊ะ อย่าลืมเชียวล่ะ”




            “เข้าใจแล้วค่ะ ฉันกลับก่อนนะคะ”




            “กลับดีๆ นะจ๊ะ~ ฝากเบียคุรันคุงด้วยนะ~



            “ฮะๆ ไม่ต้องห่วงครับผม” เด็กหนุ่มรับคำกับเจ้าของร้านสาวอย่างดี ก่อนจะเดินตามอาคาเนะออกมา พวกเขายิ้มให้กันแล้วออกเดินไปตามถนนที่ตอนนี้มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าและร้านค้าบางร้านที่ยังเปิดอยู่เท่านั้น




            “วันนี้ยังมีงานอะไรอีกหรือเปล่าอาคาเนะจัง?”




            “ก็มีงานวิชาเสริมนิดหน่อยน่ะค่ะ ทำแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”



            “อ้อใช่สิ บลูเบลฝากบอกว่าวันหลังจะมาหานะ ตอนนี้ยัยนั่นโดนคิเคียวจับอ่านหนังสืออยู่น่ะ ร้องหาขนมฝีมืออาคาเนะจังเสียงอ่อยเชียว”




            “ฮะๆๆ ไว้วันหลังฉันรบกวนฝากขนมไปให้บลูเบลจังด้วยนะคะ”




            เสียงพูดคุยยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งพวกเขาเดินมาถึงที่พักของอาคาเนะ เด็กสาวยิ้มให้อีกฝ่ายจนตาหยี “ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ”




            “ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของผู้ชายที่ดีล่ะนะ~



            “ไว้เจอกันนะคะ เบียคุรันซัง” ร่างบอบบางหันหลังเพื่อจะเข้าห้องพักผ่อน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มของชายหนุ่มข้างหลังเอ่ยเรียกไว้เสียก่อน




            “อาคาเนะจัง”




            “คะ?”




            เบียคุรันเลียริมฝีปากด้วยความลังเลและประหม่า พอเอาเข้าจริงแล้วความลั้นลาของเขาก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน ยิ่งดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องตรงมายิ่งทำให้เขาประหม่าเข้าไปใหญ่




            “นี่ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาน่ะ




            “ฉันจีบอาคาเนะจังอยู่ เธอรู้ใช่ไหม?”




            ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้างดงามจะก้มลงเพื่อซ่อนสีแดงระเรื่อบนใบหน้าจากสายตาคมกริบของอีกฝ่าย




            การที่เขาคอยมารับส่งเธอทั้งๆ ที่ไม่จำเป็น




            การที่เขาคอยนั่งเฝ้าและคอยกันผู้ชายที่สร้างความลำบากใจให้เธอออกไป




            การที่เขามองมายังเธอด้วยแววตาอ่อนหวานจนไม่สามารถสบตาได้




            ทั้งหมดนั่น



            “ฉันรู้ค่ะ



            ถ้าหากเธอไม่รู้ตัว ก็คงเป็นคนที่โง่มากๆ เลยล่ะ




            “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้อาคาเนะจังว่างแล้ว




            “ไปเดทกับฉันได้ไหม?”




            จบประโยคนั้น อาคาเนะก็รู้สึกราวกับใบหน้าของเธอมีกองไฟสุมอยู่จนแทบไหม้ เบียคุรันเองก็ไม่ต่างกัน จะในอดีตหรืออนาคต ตัวเขาก็ไม่เคยต้องจีบใครมาก่อนไม่ว่าจะในโลกคู่ขนานไหนๆ คาตายามะ อาคาเนะเป็นความพิเศษที่เขาเพิ่งค้นพบในตอนนี้




            ก่อนที่หัวใจของเบียคุรันจะพองโตขึ้นด้วยความดีใจ




            “ตกลงค่ะ ฉันยินดี”




            “ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ฉันจะมารับตอนเก้าโมงนะ สะดวกไหม?”




            “สะดวกค่ะ” รอยยิ้มสดใสที่เบียคุรันชอบปรากฎขึ้นบนใบหน้าของอาคาเนะอีกครั้ง ทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้ “ไว้เจอกันนะอาคาเนะจัง”




            “เช่นกันค่ะ”




            ร่างสูงของเด็กหนุ่มหันหลังเพื่อเดินจากไป แต่เขาก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเสียงใสๆ นั้นเอ่ยตามหลังมา




            “ฝันดีนะคะเบียคุรันซัง!



            ใบหน้าหล่อเหลาเหลียวมองเด็กสาวที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่เขาไม่คิดว่าตนเองจะสามารถมีมันได้




            “ฝันดีครับ อาคาเนะจัง”




            เขาชอบผู้หญิงคนนี้จริงๆ

 







            จากความทรงจำของตัวเองในโลกคู่ขนานต่างๆ เบียคุรันคิดว่าตัวเขาคงไม่มีวันหวั่นไหวกับผู้หญิงคนไหนอีก เขาจำได้ว่าตัวเองนั้นพบผู้หญิงมามากมายและหลากลาย แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกอยากอยู่ใกล้ในทุกๆ วันได้เหมือนกับอาคาเนะ



            และภาพของคาตายามะ อาคาเนะซึ่งสวมชุดเดรสสั้นสีขาว แต่งหน้าอ่อนๆ สบายตา พร้อมกับส่งรอยยิ้มอ่อนหวานน่ารักมายังเขา ยิ่งยืนยันความรู้สึกที่คิดมาตลอดได้เป็นอย่างดี




            “รอนานไหมคะเบียคุรันซัง”




            “ไม่ล่ะ ฉันก็เพิ่งมาถึงพอดี”




            ภาพลักษณ์ของเบียคุรันในวันนี้เองก็แปลกตาไปเช่นกัน ปกติเด็กหนุ่มจะแต่งกายเหมือนวัยรุ่นเฮ้วๆ เสื้อยืดลวดลายแปลกตา กางเกงยีนส์ขาดเข่า แต่วันนี้กลับสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขน กางเกงยีนส์ปกติไร้รอยใดๆ และรองเท้าผ้าใบสีเรียบ ทำให้เขาดูหล่อเหลาและอ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม




            ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นผลจากการรุมสกรรมของยูนิและบลูเบล ถึงเนรมิตจากเด็กติสต์แตกให้กลายเป็นลุคแฟนหนุ่มชวนกร๊าวใจ




            เมื่อยืนข้างกันแล้ว ราวกับเขาทั้งสองคนเป็นคู่รักกันไม่มีผิด




            เดทของเบียคุรันและอาคาเนะเป็นไปอย่างเรียบง่าย




            พวกเขาเข้าร้านของหวานชื่อดังในเมือง สั่งพาร์เฟ่ต์ถ้วยใหญ่มากินคู่กัน อาคาเนะต้องหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นสีหน้าเคลิบเคลิ้มยามตักของหวานเข้าปากของชายหนุ่มตรงหน้า แล้วก็เขินอายเมื่อนิ้วเรียวของอีกฝ่ายเอื้อมมาเช็ดครีมที่เปื้อนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา




            จากนั้นก็ไปร้านหนังสือ เลือกซื้อหนังสือสำหรับการเรียนของอาคาเนะ ยืนใกล้กันและมองดูเนื้อหาจากหน้าหนังสือจนศีรษะเคลื่อนเข้ามาชิดอย่างไม่รู้ตัว ผละออกเมื่อรู้สึกตัว ยิ้มให้กันทั้งๆ ที่ใบหน้าแดงระเรื่อ




            รวมถึงเสียงทุ้มของเบียคุรันซึ่งเอ่ยขออนุญาตแผ่วเบา ก่อนที่มือใหญ่จะประสานเข้ากับมือเรียวของเด็กสาว ยามที่ผู้คนในแหล่งท่องเที่ยวทยอยเข้ามาจนน่ากลัวว่าจะพลัดหลงกัน สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายทำให้รู้สึกดีเหลือเกิน




            และกระทั่งจนพวกเขาเดินเที่ยวกันจนเสร็จ มือทั้งสองก็ยังคงประสานกันอยู่เช่นนั้น







           

            “วันนี้ขอบคุณมากๆ นะคะเบียคุรันซัง ฉันไม่ได้เที่ยวเต็มที่ขนาดนี้มานานแล้วล่ะค่ะ” อาคาเนะโค้งเล็กน้อยให้กับอีกฝ่าย ซึ่งเบียคุรันเองก็ทำตามพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า ในตอนนี้ชายหนุ่มพาอาคาเนะมาส่งถึงหน้าที่พักเรียบร้อยแล้วหลังจากเที่ยวกันมาทั้งวัน




            “ฉันก็ขอบคุณเหมือนกัน สนุกมากๆ เลยล่ะ”




            “ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันนะคะ” อาคาเนะเอ่ยลาพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่เบียคุรันชอบมองมันเสมอ เบียคุรันกำลังจะตอบรับ แต่ก็มีสีหน้าลังเลขึ้นมาชั่วขณะ หญิงสาวเมื่อเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง



            “มีอะไรรึเปล่าคะ?”




            “อืมอาคาเนะจัง”



            “คะ?”




            ดวงตาสีอเมทิสต์เหลือบขึ้นสบกับดวงตาสีน้ำตาลที่แสนอ่อนโยนนั้นนิ่ง




            “อาจจะเร็วไปหน่อยแต่ฉันแน่ใจแล้วจริงๆนะ”




            “อาคาเนะจัง คบกับฉันได้ไหม?”




            ใบหน้างดงามฉายแววตกใจ พร้อมกับสีแดงที่ค่อยๆ ลามเลียไปทั่ว อาคาเนะยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่เมื่อสีหน้าของเบียคุรันดูจริงจัง แต่กลับไม่มีท่าทางบังคับเลยสักนิด




            “ถ้าเธอยังไม่แน่ใจก็ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้นะ มันคงเร็วไปจริงๆนั่นแหละ”



            “งั้นฉันกลับ---



            ก่อนที่เบียคุรันจะเอ่ยอะไรต่อ อาคาเนะก็ยัดของบางอย่างลงกับฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้างดงามก้มงุดแล้วพูดด้วยจังหวะรัวเร็วต่างจากทุกที




            “คะ คำตอบของฉันค่ะ



            “ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะ ฝันดีค่ะ!



            “เดี๋ยว---“ กว่าเบียคุรันจะได้สติ ร่างบอบบางของหญิงสาวก็วิ่งเข้าไปข้างในอาคารแล้ว ชายหนุ่มนิ่งค้างไปอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะหลุบตาลงมองสิ่งของในมือของตน



            “คุกกี้?” ถุงขนมถุงเล็กคล้ายคลึงกับที่บลูเบลได้จากเด็กสาวในวันแรก เบียคุรันเลิกคิ้วด้วยความงุนงง ก่อนจะสังเกตได้ถึงความผิดปกติข้างในถุงนั้น



            รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากของชายหนุ่ม ก่อนจะเผยออกกว้างเต็มใบหน้า



            ดวงตาสีอเมทิสต์เงยขึ้นมองไปยังตำแหน่งห้องพักของอาคาเนะด้วยความดีใจ




            แล้วหันกลับมามองคุกกี้ รูปหัวใจ ภายในถุงด้วยสายตาอ่อนโยน



            “แบบนี้ฉันจะหยุดรักอาคาเนะจังได้ยังไงกันนะ



            เพียงแค่มีเธอคนนี้ ของหวานต่างๆ ก็ไม่สำคัญสำหรับเบียคุรันอีกต่อไป



            เพราะคาตายามะ อาคาเนะ คือสารให้ความหวานในชีวิตของเขา



            เติมเต็มหัวใจด้านชาของเขาให้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของเธอ




            “เจอกันพรุ่งนี้นะ แฟนของฉัน <3

 

 

FIN.

_____________________________________________________________________________________________

     อัพ 02/03/62


    ไม่คิดว่าจะมีวันที่ได้แต่งฟิคเกี่ยวกับคนๆ นี้ เบียคุรัน เจสโซ เพราะเราไม่ได้เมนเบียคุรันค่ะ หล่อดีแต่ไม่ได้ปิ๊งมากขนาดวาเรียกับคุณฮิบาริ แต่อยู่ดีๆ พล็อตเกี่ยวกับเขาก็แว้บเขามาในหัว รู้อีกทีก็แต่งออกมายาวยืดแล้วค่ะ

            เพิ่งแต่งได้แค่ครึ่งเดียว แต่เชื่อว่าแต่งจบแน่ๆ ก็เลยเอามาลงไว้ก่อนค่ะ 555

     คาแรคเตอร์ของน้อง OC 

     ชื่อ : คาตายามะ อาคาเนะ

     อายุ : 20 ปี อาชีพ : นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ / พนักงานพาร์ทไทม์ร้านเบเกอรี่ (พนักงานขายและผู้ช่วยทำขนม)

     ลักษณะภายนอก : เด็กสาวหน้าตาสวยหมดจด ดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่ดูอ่อนโยนตลอดเวลา เรือนผมสีเดียวกับดวงตาเป็นลอนสลายเต็มแผ่นหลัง แต่เวลาทำงานจะรวบผมเป็นหางม้า รูปร่างเพรียวบาง ค่อนข้างสูง (170 ซม.)

     การแต่งกาย : เสื้อยืดสีอ่อนทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนสีครีม สวมกระโปรงที่สั้นเลยเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ชอบสวมรองเท้าบูทหรือรองเท้าผ้าใบสีขาว เวลาทำงานจะใส่ยูนิฟอร์มของทางร้าน คือเสื้อเชิ้ตสีขาว กระโปรงทรงเอและผ้ากันเปื้อนสีดำ รองเท้าคัตชูเรียบๆ

     นิสัย : อ่อนโยน ใจดี มีบรรยากาศอบอุ่นอยู่รอบตัวเสมอทำให้ทุกคนอยากอยู่ใกล้ เข้ากับคนได้ง่าย มีรอยยิ้มที่สดใสน่ารักจนตกหลุมรักได้ง่ายๆ ใส่ใจคนอื่นมาก ชอบที่จะได้ดูแล ละเอียดอ่อน

     ข้อมูลทั่วไป : นักศึกษามหาวิทยาลัยนามิโมริชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ ทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านเบเกอรี่ใกล้มหาวิทยาลัย ทำขนมอร่อยมาก ในวันปกติจะทำขนมมาส่งที่ร้านแล้วไปเรียน และทำงานเต็มกะในวันหยุด

            ไว้ค่อยมาทอล์คเกี่ยวกับเหตุผลที่แต่งคาร์แรคเตอร์แบบนี้ให้คู่กับเบียคุรันในพาร์ทที่เหลือนะคะ


อัพ 03/03/62

     กลับมาต่อจนครบแล้วค่าาา จริงๆ กดอัพไปตอนเย็นๆ แล้ว แต่ความยาวไม่ถึง เด็กดีเลยไม่แจ้งเตือนในค่ะ เลยลบออกแล้วไปบ้าพลังแต่งจนครบ 3000 คำ แล้วกลับมาลงอีกที ไม่รู้จะแจ้งเตือนให้ไหม T___T น้ำตาจะไหลแล้วเด้อ

     เรื่องราวของเบียคุรันกับอาคาเนะจังก็มีเพียงเท่านี้ค่ะ หลังจากนี้พวกเขาก็คงคบกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอาคาเนะเรียนจบ ทำงาน จากนั้นเบียคุรันก็คงขอเธอแต่งงานพร้อมกับช่อดอกคาเมเลียช่อใหญ่ล่ะค่ะ!

     เหตุผลที่แต่งน้องอาคาเนะออกมาแบบนี้เพราะอิงมาจากนิสัยส่วนหนึ่งของยูนิค่ะ เพราะเบียคุรันที่ย่ำแย่จากศึกอนาคตได้ยูนิคอยช่วยเอาไว้ เขาถึงกลับมาร่าเริงได้ ดังนั้นคนที่จะเปิดใจเบียคุรันได้ก็ต้องอ่อนโยนและอ่อนหวานพอที่จะแทรกเข้าไปในใจคนๆ นี้ได้แหละค่ะ เบียคุรันมีความเป็นเด็กสูง การที่มีคนที่ชอบดูแลแบบอาคาเนะอยู่ข้างๆ ก็เป็นสวรรค์ของเขาดีๆ นี่เอง

     โหมแต่งยาวมาก หวังว่าทุกคนจะรักน้องอาคาเนะนะคะ ถึงน้องจะอยู่กับเราสั้นๆ ก็ตาม 555555



            ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ของทุกคน รักนะคะ ไว้เจอกันในเรื่องถัดไปค่า <3



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ แป้งก้อนกลม จากทั้งหมด 15 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

71 ความคิดเห็น

  1. #71 licena (@licena) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 20:44
    เนื้อหาหายไปไหนอ่าา
    #71
    0
  2. #70 one outs (@oneouts) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 18:48
    อร๊ายนนนนเขิน
    #70
    0
  3. วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 09:54
    ม่ายยยยย
    #69
    0
  4. #68 faza205317 (@faza205317) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 16:56
    อยากให้มีต่อเหมือนกันนะ ในใจเบื้องลึก ลึกมากกกก 555
    #68
    0
  5. วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 15:15

    เรารักไรท์ <3

    #67
    0
  6. #66 mikuroko'z (@aomsin_kuroko) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 19:05
    รอเรื่องของคุณเสมอ สนุกมากเลย~
    #66
    0
  7. วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 12:45

    ไรทท์ จ๋าา กลับมาา//กรีดร้องอย่างน่าสงสาร
    #65
    0
  8. #64 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 22:47
    ค้างคะมีต่อไหม
    #64
    0
  9. วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 05:05

    ขอติดตามได้มั้ย? ในฐานะไรฝุ่นก็ดี

    #63
    0
  10. วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 13:53
    น่าร้ากกกกกก อบอุ่นใจมากเลยค่าาาาา เราก็ชอบเบียคุรันแต่ก็ไม่ใช่เมนเราเหมือนกันค่ะ55555
    #62
    0
  11. #61 chamin-doll (@chamin-doll) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 01:40

    ได้โปรดแต่งเรื่องยาวด้วยเถอะค่ะ--ตอนนี้เราหลงรักเบียคุรันแล้วจริงๆ
    #61
    0
  12. #60 岭飞 (@Potae-kamui) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 13:51
    เบียคุรันต้องยันแล้ว555
    #60
    0
  13. วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 07:58
    ถึงน้องอาคาเนะอาจจะพึ่งอยู่กับเราได้ไม่นาน แต่เราก็รักพอๆกับอายะจัง เดลิเซียเน่ซังเลยล่ะค่ะ ขอให้มีความสุขกับเบียคุรันคุงนานๆนะ อาคาเนะซัง
    #59
    0
  14. #58 CHECK224 (@Pear224) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 21:28
    ชอบเลยยย ขอเกลียดตงคำว่าเด็กติสแตกได้ไหมเราว่าเบียคุนก็ไม่ได้ติสแตกขนาดน๊านนนน555
    #58
    0
  15. #57 f4v6xt (@f4v6xt) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:33
    ยิ้มไม่หุบเลยค่าาาาา
    #57
    0
  16. #56 -ฮิบิกิคุง- (@__Aksami__) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 18:02
    ดีงาม~~~สนุกมาก
    #56
    0
  17. #55 0993653897 (@0993653897) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 16:38
    ว่างเปล่า!???
    #55
    0
  18. วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 14:10
    อ่านบ่ได๋ O^O
    #54
    0
  19. วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 13:24
    ไรท์คะเราอ่านไม่ได้
    #53
    0
  20. #52 natnicha8473 (@natnicha8473) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:17

    โอยย ฟินไม่ไหวแล้วว มาล์ชเมลโล่ของเจ้~~

    ><
    #52
    0
  21. #51 sweetmagic. (@sweetmagic1644) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 22:06

    สนุกมากๆ ค่ะ
    #51
    0
  22. #50 Bjakx (@0872160144) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 21:23

    หนูอยากอ่านอีก~~~~~พยายามเข้าเด้อไรท์~
    #50
    0
  23. วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 20:47
    ฟินมากเลยอ่าาา~ ปล.ถ้าเป็นไปได้อยากให้ไรท์แต่งของฟูตะอะค่ะ ส่วนตัวชอบน้องฟูตะมากกกก น้องน่ารักมากกกอะค่ะ งื้อๆ><
    #49
    0
  24. #48 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 16:50
    ชอบมากเลยค่ะะะ
    #48
    0
  25. #47 Death-Site (@Death-Site) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 00:51

    ตั้ลล้ากกกก งุ้ยๆๆน่ารักมากๆเลยอ่ะ ส่วนตัวค่อนข้างชอบเบียคุรันเหมือนกัน สงสารด้วย มาเจอตอนแบบนี้ฟินไปซี่~~ ขอบคุณสำหรับฟิคสั้นๆนี้นะคะ สนุกมากค่ะ
    #47
    0