เอลลิเซีย...อัญมณีแห่งราชันย์

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 : (หลบ)...หนี! (แก้ไขคำผิด+ปรับย่อหน้า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 เม.ย. 52

            เฮือก!

ร่างบางที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงในท่าเดิม ตกใจตื่นกระทันหันจากความฝันเดิมๆ ที่กลับมารบกวนใจอีกครั้ง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพราวอยู่บนใบหน้าและตามไรผมอันเนื่องจากสิ่งที่ตามหลอกหลอนและพิษไข้ที่รุมเร้าจากบาดแผล แม้อาร์จะฝันถึงเรื่องนี้บ่อยครั้ง แต่ทว่ากลับมีเพียงใบหน้าของแม่ตนเท่านั้นที่เด่นชัดในความทรงจำ ขณะที่เศษเสี้ยวความฝันส่วนอื่นกลับลางเลือนราวหมอกควัน

อีกแล้วฝันแบบเดิมอีกแล้ว เด็กคนนั้นใครกันนะ

อาร์พยายามขยับเขยื่อนกายขับไล่ความเมื่อยขบจากการนอนในท่าเดิมต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน หากตนกลับรู้สึกราวกลับเรี่ยวแรงทั้งหมดโดนดูดกลืนไปเพราะพิษไข้ จึงทำได้เพียงพยายามข่มตาหลับเพื่อหวังฟื้นคืนแรงกำลังให้กลับมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่เปลือกตาทั้งคู่จะปิดลงอาร์กลับรู้สึกได้ถึงผ้าเย็นที่สัมผัสลงบนใบหน้าเรียกให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจผินหันกลับไปมองหน้าของชายหนุ่มที่เคยปรากฏรอยยิ้มร่าอยู่ตลอด ทว่าเวลานี้กลับแลดูเคร่งเครียดราวกับแบกโลกไว้ทั้งโลก ครั้นเมื่อฮาฟรู้สึกได้ว่าตนกำลังถูกจับจ้องจึงรีบดีงสติกลับมาเพื่อหวังกลบเกลื่อนความกังวลที่มีอยู่ในใจ แต่ช้าไปเสียแล้วเมื่อหญิงสาวสังเกตเห็นความผิดปรกติที่มาตั้งแต่ต้น จึงส่งเสียงเอ่ยสอบถาม

            ฮาฟ นายเป็นอะไร ทำหน้าแบกโลกอยู่ได้

เปล่า

นั่นไง...คนที่เคยพูดมากขนาดนั้น ตอบมาแค่นี้ไม่ให้แปลกได้ไง อาร์ขบคิดอยู่ในใจ เพราะแม้ทั้งคู่จะพึ่งเคยรู้จักกันได้ไม่นานนักแต่ตลอดระยะเวลาชายคนนี้กลับหาเรื่องคุยได้ตลอดเวลาไม่หยุดปาก ดังนั้นหากถึงขั้นปิดปากเงียบเช่นนี้คงหนีไม่พ้นมีเรื่องรบกวนใจให้กังวลอยู่เป็นแน่ ริมฝีปากบางจึงตัดสินใจพูดสอบถามพร้อมกับส่งสายตาคาดคั้นไปให้จนฝ่ายตรงข้ามยอมเอ่ยปากแต่โดยดี

แค่เปล่าของนาย...นั่นก็แปลกแล้ว บอกมามีอะไร

ชาลส์ยังไม่กลับมาตั้งแต่เมื่อวาน แผลที่หลังเธอก็ไม่ดีขึ้นเลย

เป็นห่วงเพื่อนเหรอ งั้นออกไปตามซิ

เปล่า ห่วงยาที่จะเอาให้เธอมากกว่า อ้าว..งัยงั้นหละ ไอ้เราก็นึกว่าห่วงเพื่อน ...หากแต่เป็นเพียงสิ่งที่อาร์คิดในใจก่อนที่เอ่ยถามสิ่งอื่นที่ยังคงสงสัยอยู่

ยาแค่ไปหาซื้อในเมืองก็ได้ไม่ใช่เหรอ

เธอคิดว่าพิษที่ไม่สามารถถอนได้ด้วยเวทย์ มันมียาถอนพิษขายกันทั่วไปหรือไง

นายรู้เหรอว่ามันคือพิษอะไร

เค้าเรียกว่า ยาพิษดูดวิญญาณ

หะ..อะไรนะ ดูดวิญญาณ ชื่อสยองจัง แต่เปลี่ยนดูดทรัพย์สมบัติได้คงดีไม่น้อย ป่านี้ฉันคงนั่งอยู่บนกองเงิน กองทอง ไม่ต้องมานอนอยู่บนเตียงแบบนี้ นายว่าไหม การเล่นที่ไม่รู้จักกาลเทศะ และอารมณ์ของคนตรงหน้าสร้างความหงุดหงิดให้แก่ฮาฟขึ้นมาทันที มือที่ค่อยซับความร้อนให้แก่ใบหน้าอ่อนหวานหยุดชะงักลงกลางคัน ก่อนจะเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดุเจือปนความไม่พอใจ

เธอไม่คิดจะห่วงชีวิตตัวเองมั้งเหรอ นี่ฉันต้องใช้เวทย์รักษาเพื่อกันไม่ให้พิษมันซึมเข้าไปมากกว่านี้ เธอไม่รู้ตัวเลยหรือไง ยังจะมีหน้ามาล้อเล่นแบบนี้อีก เสียงโวยที่ดังกรอกเข้าหูเล่นเอาอาร์งงไปไม่น้อย

อีตาบ้าอยู่ๆเป็นอะไรขึ้นมาเนี๊ยะ  แล้วนายเป็นใครไม่ทราบ อยู่ๆก็ทำมาหงุดหงิดใส่ฉัน ชีวิตมันก็ชีวิตของฉันแผลที่หลังมันของฉัน ไอ้เรายังไม่บ่นอะไรเลย หากลองมาคิดทบทวนดู ถ้าไม่ได้อีตานี่ช่วยไว้คงตายตั้งแต่ที่บ้านแล้ว เอาวะยังไงก็ง้อมันหน่อยหละกัน

.ฉันขอโทษ ที่พูดแบบนั้นพอใจไหม ยังไม่ทันทีอาร์จะเอ่ยจบ ใบหน้าชายหนุ่มที่เคร่งครึม กลับฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาสีน้ำผึ้งมีประกายแพรวพราว ราวกับใบหน้าที่บึ้งตึงเมื่อครู่เป็นหน้ากากชั้นดีที่ถูกถอดเปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับส่งเสียงพูดด้วยน้ำเสียงที่สดชื่นเสียเต็มประดา

งั้น...ขอจูบที่หนึ่ง

หา......    จ๊าก..งัยมันกลายเป็นแบบนี้หละ ที่ทำหน้าบู๊ดเหมือนกี่ มันแกล้งกันใช่ไหมเนี้ยะ

ไม่หาหละ ไม่งั้นเดี๋ยวเพิ่มเป็นสองนะเอา

นายจะบ้าหรือไง แล้วนายเป็นใคร ทำไมฉันต้องยอมให้นายทำแบบนั้นด้วย

ฉันบอกเธอแล้วไง ฉันช่วยชีวิตเธอ ชีวิตเธอก็ต้องเป็นของฉัน อาร์ฟังคำฮาฟกล่าวออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะตัดสินใจกล่าวสิ่งที่ตนคิด เพื่อหวังจะให้ชายตรงหน้าเข้าใจ

ชีวิตฉันมันของฉัน ชีวิตนายมันก็ของนาย ที่เคยช่วยฉันสักวันฉันจะชดใช้ให้ แต่ไม่ใช่แบบนี้

ไม่! ชีวิตเธอเป็นของฉัน ไม่ว่าวันนี้วันไหน ชีวิตเธอก็เป็นของฉันคนเดียว

นายจะบ้าเหรอไง

ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น...เธอเป็นของฉัน จำไว้

นี่นาย..ทำไมไม่หัดฟังที่คนอื่นเค้าพูดบ้างหะ

ไม่รู้ ไม่ชี้

ไม่รู้ ไม่ชี้ บ้าบออะไรหละ..คุยกันให้รู้เรื่องเลยนะ

แต่ก่อนที่ฮาฟจะได้เอ่ยตอบ กลับมีเสียงเคาะประตูห้องดังขัดจังหวะ เลยเป็นทีของฮาฟที่พยายามไม่ฟังเสียงคัดค้านของหญิงสาวอยู่แล้วรีบลุกขึ้นจากข้างเตียงเพื่อเปิดประตูสำรวจ ทว่าทันทีที่เห็นใบหน้าของแขกผู้มาเยือน มือหนารีบปิดกระแทรกประตูจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะวิ่งตรงกลับมายังร่างบางด้วยความเร็วดังพายุ พร้อมกับคว้าผ้าห่มพื้นใหญ่ที่ตนซ่อนไว้ใต้เตียงมาคลุมร่างหญิงสาวไว้อย่างมิดชิด

เอ๊! อะไรกันนะนายฮาฟไหนบอกไม่มีผ้าห่ม ไหนบอกไม่ให้เอาผ้าปิดแผล...แต่ตัวเองกลับลงมือทำเองซะงั้น ทำไมไอ้เจ้านี้มันเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาโกหกงั้นเหรอเนี้ยะ อาร์ส่งโวยลั่นในใจเมื่อเห็นการกระทำของฮาฟ แต่ในเวลาเดียวกันตนก็ยังแปลกใจในการกระทำประหลาดที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันของชายหนุ่มไม่ได้ หากทว่าไม่ต้องรอนานหญิงสาวก็ได้รับคำตอบเมื่อเห็นชายร่างสูงโปรงเรือนผมสีฟ้า นัยย์ตาสีน้ำเงินเข้มเดิมเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงที่ร้องทักของอย่างเป็นกันเองของฮาฟ

ชาล์ส กลับมาแล้วเหรอ ได้ยามาครบหรือเปล่า

เงียบ.....ความเงียบเข้ามาปกคลุมทันทีหลังจากชาลส์ก้าวเข้าในห้อง แต่สังเกตให้ดีจะเห็นสายตาของชายหนุ่มผู้มาใหม่พุ่งตรงมายังหญิงสาวร่างบางคนเดียวของห้องที่นอนคว่ำหน้าอยู่ที่เตียงอย่างตกตะลึง

แอ่ฟฟฟ!....เสียงฝ่ามือพิฆาตของฮาฟได้ประทานลงกลางกระหม่อมชาลส์อย่างเต็มแรง

ห้ามมอง ผู้หญิงของฉัน ดูมัน...ฉันไปตกลงเป็นผู้หญิงของนายตั้งแต่เมื่อไร เมื่อไรมันจะเลิกป่าวประกาศแบบนี้สักที ไอ้เจ้าบ้าฮาฟ

ของแก เมื่อไร ชาล์สส่งเสียงพูดราวกับไม่กลัวสายตาอาฆาตของฮาฟที่ส่งมาให้อย่างมุ่งร้าย ทั้งยังเอ่ยประโยคต่อไปราวกับไม่กลัวฟ้ากลัวฝนที่ส่อเค้าว่าจะเกิดพายุอัศนีบาตผ่าลงมาได้ทุกเมื่อ

สวยดีนิ วันนั้นมืดไปหน่อยเห็นไม่ชัด..เห็นแบบนี้แล้วใช้ได้เลย นั่น...ดูมัน ไม่ต้องสงสัยเลยมันสองคนเป็นเพื่อนกันชัวร์นิสัยแถบจะถอดแบบกันออกมาขนาดนี้

แกอยากตายใช่ไหม ฮาฟพูดพร้อมเส้นเลือดตรงขมับที่ปูดโปด แสดงออกถึงอาการที่ฉุนจัด

ล้อเล่น ล้อเล่น....หน่อยทำเป็นห่วง ไม่ขโมยไปไหนหรอกน่า เอานี่ยา ชาล์สกล่าวจบพร้อมกับยื่นถุงผ้าสีน้ำตาลที่ภายในเห็นได้ว่าบรรจุของอยู่หลายอย่าง

เสียงน่ารำคาญในความของอาร์หยุดลงทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่ติดออกจะขี้เล่นไปในยามปรกติ เวลานี้กลับดูจริงจัง เช่นเดียวกับด้านตรงข้ามมีชายหนุ่มในเรือนผมสีฟ้าที่ถึงแม้จะดูไม่หล่อเท่า แต่ก็ถือว่ามีเสน่ห์ ยืนคร่ำเคร่งอยู่กับการบดผสมยาสมุนไพรที่อาร์เหลือบไปเห็นแล้วคิดกับตัวเองว่า ชาตินี้ไม่มีทางเรียนเรื่องพวกนี้เด็ดขาด ต้นไม้อะไรก็ไม่รู้เป็นสิบชนิด พร้อมกับมีน้ำอะไรก็ไม่รู้สีเขียวข้นที่บรรจุอยู่ในขวดดูแล้วหน้าขยะแขยง

 

เสียงที่เงียบไปราวหนึ่งชั่วโมงกลับดังขึ้นอีกครั้งอย่างน่าปวดหัว ทั้งที่อาร์จำได้ว่าพึ่งเคลิ้มหลับไปได้ไม่นาน ต้นเหตุของเสียงเกิดมาจากการที่สองหนุ่มพยายามแย่งหน้าที่ที่จะต้องเอายามาสัมผัสกับหลังอันนวลเนียนของหญิงสาว ก่อนที่ชาลส์จะเป็นฝ่ายพ่ายไปด้วยลูกเต๊ะที่โดนอัดเข้าไปเต็มท้อง พร้อมกับร่างลุกถูกเหวี่ยงออกไปนอกประตู

แกร๊ก!

เสียงล็อคประตูดังขึ้นทันทีในพริบตาที่ร่างกำยำถูกกำจัดออกไปให้พ้นทาง ยามเมื่อใบหน้าฮาฟหันหน้ากลับมาจ้องมองตน อาร์กลับต้องหน้าถอดสี ทำไมเจ้าฮาฟมันทำหน้าระรื่นยังงั้นหละ ยิ้มกว้าง ตาระยิบระยับขนาดนั้น ให้มันอยู่ในนี้ชีวิตน้อยๆของฉันจะปลอดภัยไม่เนี้ยะ

หึหึ... เสียงหัวเราะในลำคอที่แสดงอาการขบขันอย่างอดไม่ได้กับฏิกิริยาของหญิงสาว หากชายหนุ่มยังเดินต่อไปด้วยไม่ได้ใส่ใจสายตาที่จ้องเขม็งที่ตรงมา พร้อมกับนั่งลงข้างเตียงและพูดด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะราวกลับปลอบหญิงสาวตรงหน้า

แค่จะถ้ายาให้เท่านั้นไม่ต้องทำท่าทางกลัวขนาดนั้นก็ได้ อาจรู้สึกเจ็บหน่อยนะ ยานี้มันจะไปกัดเนื้อส่วนที่โดนพิษจนเป็นสีดำแล้วทิ้งไป ส่วนยานี้จะทำหน้าที่ดูดซับพิษที่ตกค้างพร้อมทั้งสมานแผลฮาฟพูดจบพร้อมกับวางยาทั้งสองอย่างลงเก้าอี้ที่ตนเคยนั่งอยู่ข้างเตียง มือหนาจะเอื้อมคว้าผ้าห่มที่คลุมร่างอาร์ให้ร่นลงมาจนถึงช่วงเอว เผยให้เห็นบาดแผลที่ถูกกรีดเป็นทางยาว ก่อนจะค่อยๆทายาที่เป็นสีน้ำตาลเข้มลงบนบาดแผลอย่างเบามือ

            อาร์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อยาสัมผัสโดนผิวเนียน ก่อนยาจะเริ่มทำหน้าที่ของมันได้อย่างมีประสิทธิภาพค่อยๆกันกินเนื้อออกไปทีละน้อย สร้างความเจ็บปวดให้ร่างบางที่พยายามแบ่งเบาความเจ็บโดยกำผ้าไว้ในมือแน่น พร้อมกับใช้ฟันกัดริมฝีปากล่างเผื่อข่มเก็บความเจ็บปวดจนไม่มีเสียงใดๆเล็ดรอดออกมาให้ได้ยิน ในขณะที่ดวงตาสีน้ำผึ้งจับจ้องร่างบางที่สั่นเทาไปทั้งตัวอย่างเห็นใจ จนเผลอใช้ริมฝีปากหยักได้รูปสัมผัสลงไหล่ขาวมนหวังถ่ายทอดความอบอุ่นให้หญิงสาวรับรู้ถึงความห่วงใยของตน พร้อมกับเอ่ยสอบถามด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

 เจ็บมากเหรอ ไหวหรือเปล่า

หากยังคงไร้เสียงตอบรับใดๆ จากหญิงร่างบางเช่นเดิม ทว่ามีเพียงดวงหน้าหวานที่คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างเจ็บปวดพยักหน้าตอบเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าฟุบกับมือทั้งสองข้างที่เปลี่ยนมากอดหมอนแน่น เพื่อพยายามซ่อนใบหน้าแม้จะได้รับความเจ็บจากตัวยาหากกลับปรากฏสีแดงระเรื่ออย่างเขินอาย

จากยาตัวแรกที่ถูกทาทิ้งไว้เกือบครึ่งชั่วโมง กัดกินเนื้อสีดำหายไปจนเกือบหมด ตัวยาที่สองซึ่งเป็นน้ำสีเขียวถูกหยิบจับขึ้นมาทำหน้าที่ต่อ โดยฮาฟจะคอยผลัดเปลี่ยนให้ทุกๆสิบนาทีเมื่อเห็นว่าสีของมันถูกแปรกเปลี่ยนให้กลายเป็นสีน้ำตาล จนกระทั่งผ่านไปราว 2 ชั่วโมงการผลัดเปลี่ยนท่ายาและเช็ดแผลก็หยุดลง อาร์ที่ยามนี้รู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการต่อสู้กันระหว่างยาถอนพิษกับบาดแผลที่กลางหลังของตน ทำให้ดวงตาไม่รักดีเริ่มหนักอึ้งจนค่อยๆปิดลงในที่สุดด้วยความอ่อนหล้า

 

ท้องฟ้าภายนอกมืดลงเป็นที่เรียบร้อย หากทว่าภายในห้องร่างบางยังคงนอนสลบอยู่ตั้งแต่ช่วงบ่ายหลังจากที่ได้รับการรักษา ใบหน้าอ่อนหวานที่เคยไร้สีเลือด ยามนี้กลับปรากฏสีชมพูเรื่อเพิ่มมากขึ้นบ่งบอกได้ว่าอาการของหญิงสาวดีขึ้นอยู่ในระดับที่หน้าพอใจแล้ว

ฮาฟเดินมาสำรวจที่บาดแผลอีกครั้ง บัดนี้รอยสีดำคล้ำได้หายไปคงเหลือไว้แต่เพียงรอยแดงและบาดแผลที่ยังปิดไม่สนิทสักเท่าไรนัก พร้อมกับก้มหน้าเพื่อใช้ริมฝีปากสัมผัสกับหน้าผากมนของหญิงสาว ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้อง

ระเบียงทางเดินมีร่างของชายเรือนผมสีฟ้าที่โดนอัปเปหิออกจากห้องมายืนคอยท่าอยู่ก่อน ใบหน้าที่ยิ้มแย้มยามอยู่ในห้องบัดนี้กลับเคร่งครึมและยิ่งเคร่งเครียดขึ้นมาถนัดตาเมื่อเห็นฮาฟก้าวออกมาจากห้อง

เรียบร้อยแล้วเหรอ

อืม ถอนพิษเรียบร้อย แต่แผลยังไม่สนิทดี ให้นอนพักอีกสักคืนพรุ่งนี้แผลก็คงปิดแล้วหละ

ว่าแต่ ยายนั่นบอกอะไรบ้าง

ไม่ได้บอกอะไรมาก รู้แค่ว่าชื่อ อาร์ เนมอน นอกนั้นเธอบอกไม่รู้อะไรเลย

น่าแปลก....พิษที่ยายนั่นโดนทำมาจากหญ้าดูดวิญญาณที่หาได้เฉพาะชายแดนที่ใกล้ทาร์ทารัสเท่านั้น คนที่จะปัญญาทำแบบนี้ได้มันมีไม่กี่คนหรอกนะ

นั่นซิ...ฉันก็ว่ามันน่าสงสัย ฉันต้องสืบให้ได้

สนใจยายนั่นขนาดนี้เลยเหรอ นายอย่าลืมนะว่า....... แต่เสียงตัดบทของฮาฟดังขึ้นก่อนที่ชาล์สจะกล่าวจบ

ฉันไม่ลืมหรอก แต่ฉันไม่ยอมทำคำสั่งของใครหรอก

นายคิดว่าจะเชื่อใจยายนั่นได้เหรอ

ก็เพราะไม่แน่ใจนะซิ เลยต้องรู้ความจริงให้ได้ เสียงปรึกษาของชายหนุ่มสองคนจบลง เมื่อชาลส์หันมาชวนฮาฟให้ลงไปทานอาหารที่ด้านล่าง เพราะเจ้าตัวยังไม่ทานอะไรมาตั้งแต่กลางวันที่ต้องคอยเฝ้าไข้หญิงสาวที่ยังคงสลบไม่รู้เรื่องอยู่ในห้อง

แต่แล้วบทสนทนาที่เล็ดรอดของออกมาอย่างไม่ตั้งใจของสองชายหนุ่ม ดังถึงหูของหญิงสาวร่างบางที่ควรจะนอนหลับอยู่ หากบัดนี้กลับยืนอยู่หลังประตูเพื่อรับฟังข้อมูลดังกล่าวที่ผ่านเข้ามาในโสตประสาทอย่างต้องรีบเร่งใช้หัวสมองว่าตนควรจะทำยังไงต่อไป

ต้องหนีแล้วซินะ

อาร์รำพึงกับตัวเองเบาๆ แล้วเดินไปยังมุมห้องที่มีเสื้อผ้าชุดเดิมของตนวางอยู่ เสื้อที่ขาดไปก็ได้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่แอบหยิบมาจากกองสัมภาระของฮาฟมาสวมไว้แทน เลือกที่จะพับแขนเสื้อให้ขึ้นมาอยู่ที่ข้อศอก เพื่อลดความลุ่มล่ามเพราะเสื้อค่อนข้างหลวมตามขนาดเจ้าของที่รูปร่างสูงใหญ่กว่าตนมาก ก่อนที่จะหันไปสำรวจรอบๆห้องว่าตนไม่ได้ลืมอะไรทิ้งไว้ นอกจากโน๊ตที่ตั้งใจเขียนทิ้งไว้บนโต๊ะไม้เล็กๆ ที่ถูกจัดไว้ตรงหัวเตียง ก่อนอาร์จะก้าวออกห้องอันว่างเปล่าทิ้งไว้เพียงร่องรอยของไออุ่นจากร่างบางพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลงอย่างแผ่วเบา

 

บรรยากาศรอบข้างดูมืดมึด หากทว่ายังพอมีแสงจันทร์ค่อยช่วยเหลือหญิงสาวร่างบางให้สามารถเดินมุ่งหน้าต่อไปได้ ก่อนที่จะหยุดบริเวณชายป่าที่เป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างเมืองฮอร์นกับเมืองพาซอล ที่ถือเป็นเมืองหน้าด่านสำหรับเดินทางเข้าสู่เมืองอลาซาร์ เมืองหลวงของรัฐลันโทเนียหญิงสาวร่างบางเลือกนั่งลงใต้ต้นไม้ริมทาง เพื่อพักหายใจ ก่อนจะลงมือสำรวจสัมภาระที่ตัวเองนำติดตัวมาภายในกระเป๋าผ้าสีน้ำเงินเข้มที่แอบหยิบมาจากกองทรัพย์สมบัติของฮาฟอีกเช่นกัน พร้อมกับเริ่มวางแผนว่าตนจะทำอย่างไรต่อไป

เงินเจ้าฮาฟ... 100 บรองซ์ เหลือที่ได้จากลุงแฟรงค์อีก 20 บรองซ์ 120 บรองซ์เอง ไม่พอจะเช่าม้าซะด้วยซิ รู้แบบนี้น่าหยิบมาให้หมด..เฮ้อ... อาร์พูดจบพร้อมกับลวงมือเข้าไปสำรวจของในกระเป๋าอีกครั้ง พบจดหมายที่แม่ทิ้งไว้ให้ซึ่งภายในยังคงมีตุ้มหูถูกบรรจุไว้ และยาพร่างร่างที่ยังพอกินได้อีกประมาณ 4 วัน

การเดินทางจากเมืองพาซอลไปยังเมืองดิสตันซึ่งถือเป็นเมืองหลวงของรัฐคาเซนเบิร์กนั้น ถ้าผ่านชายแดนของรัฐลันโทเนียได้แล้ว ยังต้องเดินทางผ่านเมืองรัสการ์ด เมืองเรสเกียร์ และอีกสองสามเมืองกว่าถึงเมืองหน้าด่านของรัฐคาเซนเพิร์ก โดยปรกติถ้าใช้ม้าก็ต้องอาศัยระยะเวลา 2 วัน แต่หากเดินไปต้องกินเวลากว่าเกือบ 7 วัน

อาร์ยื่นมือไปหยิบยาพร่างรางที่วางอยู่ใกล้ๆ มาสำรวจซึ่งตั้งแต่อาร์จำความได้ยามที่ตนจะก้าวออกจากบ้าน แม่จะต้องให้กินยาพร่างรางเพื่อเปลี่ยนให้เป็นผู้ชายก่อนทุกครั้ง ซึ่งยาจะมีฤทธิ์ได้แค่ช่วงเช้าถึงตะวันตกดินเท่านั้น ใช่ว่าอาร์จะไม่เคยสงสัยถึงพฤติกรรมแปลกๆนี้ แต่ไม่ว่าจะเอ่ยถามแม่กี่ครั้ง คำตอบที่ได้ก็ คือ มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเธอ ถึงเวลาแม่จะเล่าทุกอย่างให้ลูกฟังเอง ถ้ารักแม่อย่าถามเรื่องนี้อีก และเพราะประโยคสุดท้ายนี้แหละที่ทำให้อาร์เลิกรบเร้าที่จะสอบถามเรื่องนี้อีก

เฮ้อ...ถ้าจะเดินไปกว่าจะถึง ยาพร่างร่างคงไม่พอกันพอดี สงสัยคงต้องหาทางขอติดเกวียนพวกพ่อค้าเร่หรือไม่ก็กองคาราวานซะแล้ว เมื่อตัดสินใจได้ อาร์จึงจัดแจ้งหาที่พักมุมหนึ่งบริเวณโค่นต้นไม้เพื่อพักผ่อนเอาแรงและรอให้ฟ้าสางก่อนที่เดินทางเข้าไปยังเมืองพาซอล

 

แสงแดดของวันใหม่เริ่มสาดส่องเข้ามายังชายป่า กระทบเข้ากับใบหน้าของหญิงสาวแม้ร่างกายยังรู้สึกอ่อนเพลีย แต่ภายหลังที่นอนพักไปหลายชั่วโมง ร่างกายจึงรู้สึกสดชื่นขึ้น บาดแผลที่กลางหลังยามนี้ดีขึ้นกว่าเดิมจนเห็นได้ชัด เพราะจะรู้สึกเจ็บเวลาขยับตัวแรงๆเท่านั้น อาร์บิดตัวไปมาเพื่อแก้ความปวดเมื่อยก่อนจะคว้าเอายาพร่างรางเทเข้าปาก เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงเร่งรีบเดินมุ่งหน้าเข้าเมืองพาซอลทำตามที่ตนวางแผนไว้

 

ก๊อก ก๊อก!

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเรือนผมสีน้ำตาลแดงยังคงยืนเคาะประตูห้องอยู่หลายครั้ง ก่อนตัดสินใจเอื้อมมือไปเปิดประตู หากประตูยังลูกล็อคไว้ดังเช่นตลอดคืนที่ตนพยายามจะแวะเวียนเข้าไปตรวจสภาพร่างกายของหญิงสาวที่ตนคิดว่ายังนอนอยู่ข้างใน แต่เมื่อเห็นว่าประตูล็อคจึงตัดใจไม่อยากเรียกหญิงสาวที่คาดว่าน่าจะหลับเพราะความอ่อนเพลีย

ก๊อก ก๊อก......เงียบ ไร้เสียงหรือสัญญาณใดๆ เป็นการตอบรับคล้ายภายในห้องปราศจากคนอยู่อาศัย คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างเอ๊ะใจ จึงใช้เวทย์เพื่อปลดล็อค พร้อมกับใช้ดวงตาสีน้ำผึ้งกวาดสำรวจเห็นทุกอย่างภายในห้องยังอยู่ในสภาพเดิมหากสิ่งที่ขาดหายไปคือร่างของหญิงสาวที่เคยนอนอยู่บนเตียง  

มือหนาเอื้อมไปสัมผัสเตียงนุ่ม ที่ยามนี้ปราศจากไออุ่นเหลือไว้แต่เพียงความเย็นเหยียบ สามารถบ่งบอกให้ฮาฟรู้ว่านานหลายชั่วโมงแล้วที่หญิงสาวได้หายตัวไป อาจจะตั้งแต่ตอนที่เขาก้าวออกจากห้องได้ไม่นาน ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นโน๊ตใบเล็กที่ถูกทิ้งไว้

      ขอบคุณ

                                            ลาก่อน......อาร์

ปล.ขอยืมของนะ มีโอกาสจะคืนให้

โครม! เสียงระบายความหงุดหงิดดังขึ้นจากชายหนุ่มที่บัดนี้แววตาบ่งบอกว่าโกรธจัด ออกแรงเต๊ะโต๊ะตัวที่มีกระดาษโน๊ตวางอยู่เต็มแรง เรียกให้เพื่อนที่อยู่ห้องข้างๆ ต้องรีบวิ่งเข้ามาดู

เฮ้ย เป็นอะไรวะ ชาลส์พูดอย่างตกใจเมื่อเห็นโต๊ะที่ยามนี้ไม่สามารถบ่งบอกสภาพเดิมของมันได้แล้ว

อาร์ ...อาร์ ไปแล้ว ฮาฟพูดเพียงสั้นๆ พร้อมกับหันหลังวิ่งพรวดพราดออกจากที่พัก ก่อนชาลส์ที่พึ่งจะไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ได้จึงรีบวิ่งตามออกมา

จะไปไหน รู้เหรอไงว่าไปตามที่ไหน เสียงเรียกของชาล์สดึงสติของฮาฟกลับมาก่อนที่วิ่งเตลิดไปไกล

ดิสตัล เสียงฮาฟ พูดออกมาอีกครั้งราวกลับนึกเรื่องที่อาร์เคยบอกได้ก่อนหน้านี้

ชาลส์ จัดการหาม้าให้ฉันด่วนที่สุด ฉันจะไปดิสตัล

.................................................................................................................

Post on : 12 Dec 09

Latest Revise : 11 Mar 09

ยังไงก็ฝากเม้นท์ ฝากโว๊ตให้กันสักกะนิด ขอบคุณก๊าบบ o(_ _)o

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #1435 Fairy dream (@roiza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 00:01
    ตกลงนี่  ฮาฟเริ่มรักอาร์เเล้วใช่ไหมเนี่ย
    #1435
    0
  2. #1387 rainy0_0 (@rainyyy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2553 / 23:48

    อืมมม น่าสงสัย-*-

    #1387
    0
  3. #966 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2552 / 19:55
    อาร์ก็ยังไม่ได้ถามเลย หนีก่อนแล้ว  ไว้ลุ้น  ฮาฟจะตามอาร์ทันไหม อิอิ
    #966
    0
  4. #435 Dollfie_Girl (@junoieeyjunjaow) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 / 11:30

    เพิ่งมาอ่านอ่ะ.....


    ตอนที่2...สร้อยหายไปไหน?


    อ่านะ...โอเค..อ่านต่อไปแล้วจะรู้เอง-*-?

    #435
    0
  5. #434 คำผิด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มีนาคม 2552 / 00:52
    หากชายหนุ่มยังเดินต่อไปด้วยไม่ได้ใส่สายตาที่จ้องเขม็งมา

    หากชายหนุ่มยังเดินต้อไปด้วยไม่ได้สนใจต่อสายตาที่จ้องเขม็งมา
    #434
    0
  6. #433 ไปๆมาๆ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 / 23:26
    พิมพ์ผิดเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกจิงๆงับเจอตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้าย  ไม่เป็นไรค่ะ   ลองแก้ดูนะคะ
    #433
    0
  7. #432 neyon_phoenix (@neyon_phoenix) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2552 / 20:27

    สนุกดีค่ะ
    แต่รู้สึกว่าคำผิดมันจะเยอะมากเลยอะ
    ใช่มั๊ยคะ
    แต่ถ้าไม่ได้พิมพ์ผิดก็ขออภัยด้วยนะคะ

    #432
    0
  8. #431 ไผ่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2551 / 20:56
    สนุกอีคะ ชอบมากเลยรีบอัพนะคะ
    #431
    0