เอลลิเซีย...อัญมณีแห่งราชันย์

ตอนที่ 46 : ตอนที่ 6 : พยาบาลจำเป็น(ที่เต็มใจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    28 พ.ค. 52

/>

/>

 

เสียงฝีเท้าที่ก้าวตามจังหวะปกติแม้จะมีเสียงแว่วมาเป็นช่วงๆ ทว่าสำหรับอาร์แล้วมันกลับดังก้องอยู่ในห้วงความคิด ยามจับจ้องไปยังใบหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของดวงตาสีน้ำผึ้งที่ส่องประกายวิบวับกับรอยยิ้มพรายอย่างคนเจ้าเล่ห์ที่ทำให้จิตใจของอาร์เต้นไม่เป็นส่ำ และยิ่งฮาฟเดินเข้ามาใกล้ยิ่งทำให้อาร์เหมือนเป็นภาพหลอนเมื่อบนหัวของฮาฟปรากฏเขาคู่เล็กๆกับหางรูปสามเหลี่ยมที่แกว่งไกวอยู่ด้านหลัง

นะ นายจะทำอะไร อาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เปลี่ยนมือข้างเดียวที่ใช้แกะกระดุมเสื้อในตอนแรกมาเป็นกำคอเสื้อของตนไว้แน่น ฮาฟที่เห็นท่าทีอย่างนั้นของอาร์ ชายหนุ่มยิ่งอยากแกล้งหญิงสาวในร่างชายคนนี้หนักขึ้นไปอีก

ก็รู้ว่าฉันจะทำอะไร ยังจะมาถามอีก คำพูดกำกวมของฮาฟยิ่งทำให้อาร์คิดฟุ้งซ่านเตลิดไปใหญ่ ยิ่งเห็นคนช่างแกล้งเดินย่างสามขุมมาทางตน อาร์ยิ่งหน้าขึ้นสีเอ่ยติดๆ ขัดๆ หนักกว่าเดิม

นะ นะ...นายคะ..คิด..จะทำอะไร

เอ้า ก็ถอดเสื้อของเธอไงถามแปลกๆ สรรพนามเรียกขานที่ถูกเปลี่ยนไปทันทีเมื่ออยู่เพียงลำพังสองคนคล้ายมีผลกับอาร์ยิ่งนักเมื่อคนป่วยนั้นลืมความเจ็บเสียสิ้น ขยับตัวถอยร่นไปจนชิดผนัง ฮาฟได้ทีจึงเดินเข้าไปใกล้หย่อนกายนั่งลงข้างเตียง ก่อนยื่นมือออกไปจับข้อมือของอาร์ที่ยังคงกำเสื้อไว้แน่น

ปล่อยเถอะน่า ฉันไม่พิศวาสเธอในร่างนี้สักเท่าไรหรอก เสียงฮาฟดังขึ้นอีกครั้งอย่างพยายามเก็บข่มอารมณ์ขบขันที่มีต่อท่าทางของอาร์ ก่อนจะได้ยินเสียงอาร์เอ่ยถามย้ำด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเชื่อคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าเท่าไรนัก

แน่ใจนะ

นี่เธอเห็นฉันเป็นคนยังไงฮะ เขยิบมาหน่อยซิ อยู่ห่างซะขนาดนั้นจะทำแผลยังไงคราวนี้ฮาฟเปลี่ยนมาทำเสียงดุใบหน้าที่แย้มยิ้มในตอนแรกกลายเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันน้อยๆราวกับไม่พอใจในคำพูดของอาร์ ทำให้คนป่วยต้องยอมปล่อยมือจากเสื้อของตนเปิดโอกาสให้บุรุษพยาบาลชั่วคราวเริ่มลงมือรักษาบาดแผลให้

มือหนาที่ง่วนอยู่แถวหน้าอกแม้ตอนนี้จะมีสภาพแบนราบไม่ต่างไปกับไม้กระดานเพราะอาร์นั้นอยู่ในร่างผู้ชาย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อหัวสมองและจิตสำนึกยังคอยกระตุ้นเตือนเสมอว่าตำแหน่งนั้นแท้จริงควรจะมีอะไรซ่อนอยู่หากตนต้องอยู่ในอีกร่างหนึ่ง เพราะคนเราไม่สามารถควบคุมความคิดในสมองของตัวเองได้อาร์จึงทำได้เพียงเบือนหน้าหนีหลบสายตาของใครบางคนที่ไม่รู้ว่าจ้องมองมาด้วยสายตาแบบไหน แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้อาร์หายใจไม่ทั่วท้อง นั่งตัวเกร็งด้วยใบหน้าที่ระเรื่อหนักกว่าเก่า

เมื่อกระดุมที่เรียงรายถูกฮาฟแกะออกอย่างไม่ยากเย็นนัก เสื้อที่เป็นอุปสรรคต่อการรักษาบาดแผลจึงถูกถอดออกให้พ้นทาง ฮาฟเริ่มขั้นตอนแรกลงมือทำความสะอาดบาดแผลก่อน จากนั้นจึงนำยาสมุนไพรที่อาจารย์กราเซียผสมไว้จนเข้ากันดีแล้วค่อยๆทาลงบนแผลอย่างเบามือ จนกระทั่งยาในถ้วยพร่องไปกว่าครึ่ง ฮาฟจึงลุกขึ้นย้ายตำแหน่งไปนั่งด้านหลังของอาร์เพื่อความสะดวกในการทายาให้กับแผลส่วนที่เหลือ

เจ็บไหม เสียงของคนที่เป็นห่วงเอ่ยสอบถาม เมื่อเห็นอาร์สะดุ้งน้อยๆ

เจ็บสิ ถามมาได้ คนนะไม่ใช่สิ่งของจะได้ไม่รู้สึกอะไร อาร์เอ่ยตอบเสียงห้วนเต็มที แม้จะรู้ว่าฮาฟนั้นเป็นห่วงตนเองจริงๆ แต่ครั้นจะให้พูดจาหวานๆ นั่นไม่ใช่เรื่องที่ตนถนัดนัก

รู้ไหม ตอนนี้ฉันนึกถึงอะไร

คำถามที่เปลี่ยนประเด็นไปเรื่องอื่นเอาเสียดื้อๆ สร้างความสงสัยให้อาร์ไม่น้อยว่าชายหนุ่มที่ยังนั่งอยู่ด้านหลังตนนั่นต้องการพูดถึงเรื่องอะไร แต่ตนไม่อยากถามให้เสียฟอร์มจึงแกล้งเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแบบเดิมซ้ำยังกวนประสาทเข้าให้อีก

ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ ฉันอ่านความคิดนายไม่ได้สักหน่อย

ฉันนึกถึงครั้งแรกที่เราเจอกัน

ประโยคที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบคล้ายกับคนพูดนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่คนฟังถึงกับใบหน้าร้อนผะผ่าวอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ซ้ำยังรู้สึกคล้ายเหมือนมีไอร้อนพุ่งออกจากหู เมื่อสมองเจ้ากรรมดันหวนระลึกถึงเหตุการณ์แรกเริ่มที่ตนลุกขึ้นจากเตียงมาเจอฮาฟในสภาพไร้อาภรณ์เสียครึ่งท่อน และด้วยรูปการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้นั่นยิ่งคล้ายเป็นตัวผลักดันให้อาร์คิดไปในทำนองนั้นอย่างช่วยไม่ได้ ดีที่ฮาฟนั่งอยู่ด้านหลังจึงอดเห็นใบหน้าของอาร์ที่กำลังเขินอายอย่างที่สุด

คนหนึ่งเขินอายเพราะคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน ส่วนอีกคนแค่เพียงยิ้มแย้มบางเบาอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดตอนเจออาร์ ครั้งแรกในช่วงเทศกาลดิมิเทอร์ หากอาร์ได้รู้ว่าสิ่งที่ตนคิดกับสิ่งที่ฮาฟคิดนั้นกลายเป็นคนละเรื่องเดียวกัน คนป่วยที่คิดฟุ้งซานคงอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ซึ่งหญิงสาวในร่างชายก็ได้รับรู้ความคิดของฮาฟในเวลาไม่นานนัก เมื่อเสียงฮาฟดังขึ้นในจังหวะที่ลุกจากเตียงนุ่มหลังจากจัดการทายาสมุนไพรให้ที่หลังให้เรียบร้อยแล้ว

ต้องขอบคุณงานเทศกาลดิมิเทอร์นะ เพราะถ้าฉันกับชาลส์ไม่หนีออกมาเที่ยวที่นั่น ฉันคงไม่มีโอกาสเจอกับเธอ

เออ...ฉันคิดเป็นตุเป็นตะไปเองใช่ไหมเนี่ย อาร์เอ๋ยอาร์คิดไปถึงไหนเนี่ยเรา ตาบ้าฮาฟพูดถึงเรื่องที่เห็นเราฝ่ายเดียวที่ตลาดต่างหากเล่า โธ่เอ๊ยมันน่าเขกหัวตัวเองจริงๆ อาร์ส่งเสียงด่าทอตัวเองในใจพร้อมกับรีบซ่อนสีหน้าที่ทั้งอายและเขินหนักกว่าเก่าให้พ้นจากสายตาของคนช่างสังเกตที่ลุกขึ้นมายืนข้างๆ ตน แต่ช้าไปเสียแล้วเมื่อได้ยินประโยคที่ฮาฟพูดเหมือนรู้ทัน

อะไรกัน หน้าแดงแบบนี้ อย่าบอกนะว่าเธอคิดว่าฉันพูดถึงเรื่องตอนที่เธออวดรูปร่างให้ฉันเห็นครั้งแรก น้ำเสียงเจ้าเล่ห์กับรอยยิ้มล้อเลียนนั่นยิ่งทำให้อาร์หน้าแดงแปร๊ด รีบเอ่ยปฏิเสธเป็นการใหญ่ทั้งที่รู้ว่าไม่ได้ผล แต่ในสถานการณ์แบบนี้มีทางออกเพียงทางเดียวคือต้องปฏิเสธเสียงแข็งเท่านั้น

จะบ้าเหรอ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะ

จริงเหรอ แล้วทำไมหน้าแดงแบบนี้ละ ถ้าไม่ได้คิดอะไรทะลึ่งๆ อยู่ในสมองน่ะฮะฮาฟที่เห็นอาร์เอ่ยปฏิเสธพร้อมกับเสหน้ามองไปทางอื่น ทำให้ตนยิ่งรู้ว่าคำพูดเมื่อครู่จี้ตรงใจคนป่วยยิ่งนัก ฮาฟจึงพูดแกล้งเอ่ยสำทับเข้าให้อีกรอบ

ฉันเปล่าคิดทะลึ่งนะ อ่อ แล้วเมื่อกี้ว่าใครอวดรูปร่างให้นายดู ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ถ้ารู้ว่านายอยู่ตรงนั้นฉันไม่มีทางลุกจากเตียงในสภาพนั้นเด็ดขาดคนที่อายจนไม่รู้ว่าจะอายอย่างไร จู่ๆกลับเปลี่ยนอารมณ์เอาเสียดื้อๆ นอกจากปฏิเสธกร้าวแล้วยังรีบต่อว่าคนตรงหน้าแทน เพราะรู้ว่าหากตนไม่รีบพาออกจากประเด็นดังกล่าวตัวเองจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

 แต่จริงๆ ถึงเธอไม่ต้องลุกจากเตียง ฉันก็เห็นตั้งแต่ตอนที่ถอดเสื้อให้เธอแล้วละนะทว่าฮาฟเหมือนรู้ทัน ยังคงเอ่ยยั่วพาวกกลับเข้าสู่หัวข้อเดิม

นะ นาย คนบ้า คนลามก คนทะลึ่งอาร์ตะโกนต่อว่าลั่น เพราะ คำพูดของฮาฟทำให้รู้สึกอายจนอยากหายตัวไปจากตรงจุดนี้ ทว่าเมื่อไม่สามารถทำได้มือจึงรีบคว้าเอาถาดเปล่าที่อยู่ใกล้มือมาตีลงที่แขนของฮาฟอย่างไม่ยั้งมือ

โอ๊ย เจ็บนะ ชายหนุ่มร้องโอดโอย มือหนารีบไขว่คว้าหยุดการกระทำของคนป่วย ก่อนจะส่งเสียงเอ่ยอีกครั้งอย่างยอมจำนน

ฉันยอมแพ้ ฉันไม่ล้อเธอเรื่องนั้นแล้ว ตกลงไหม แล้วอย่าขยับตัวแรงแบบนี้ซิแผลปริเลยเห็นไหมน้ำเสียงที่เอ่ยพูดอย่างเป็นห่วงกับสีหน้าที่ไม่มีแววของการล้อเล่นอย่างเมื่อครู่ ทำให้อาร์หยุดการทำร้ายร่างกายบุรุษพยาบาลจำเป็นลง ในขณะที่ฮาฟหันไปหยิบผ้าสีขาวผืนเล็กๆ ขึ้นมาซับเลือดอย่างเบามือ การกระทำที่อ่อนโยนนั่นทำให้อาร์จ้องมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลายอย่างปะปนกัน เพราะเมื่อครู่ตนยังเขินอายจนใบหน้าร้อนไปหมด แต่ตอนนี้ชายคนเดียวกันกลับอ่อนโยนจนตัวเองเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว

 เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำอุ่นๆ มาเช็ดตัวให้ก่อนดีกว่า คราบเลือดเลอะเต็มตัวไปหมดเสียงทุ้มต่ำเรียกสติอาร์ให้กลับคืนจากโลกแห่งความคิด ด้วยคำพูดที่ทำให้คนป่วยต้องหันกลับไปมองชายตรงหน้าอีกครั้ง

ไม่ต้องอาร์รีบปฏิเสธเสียงแข็งชนิดที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้วุ่นวาย เมื่อปรากฏภาพของฮาฟกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามร่างกายของตนแว่บเข้ามาในหัวสมอง แค่เพียงมโนภาพยังทำให้อาร์ขนลุกเกรียวขนาดนี้ หากอยู่ในสถานการณ์จริงคงแย่กว่านี้

ไม่ได้ มันสกปรก เดี๋ยวยังต้องพันแผลอีกฮาฟไม่ยอมแพ้เอ่ยปฏิเสธกลับเช่นกันซ้ำยังหยิบยกเหตุผลขึ้นมาประกอบ

แต่

ไม่ต้องแต่เลย ถ้าไม่ยอมทำตามคำสั่งฉันดีๆ ฉันจะทำให้เธอคืนร่างก่อน แล้วค่อยเช็ดตัวดีไหม เธอก็รู้ว่าวิธีที่ทำให้เธอคืนร่างนะง่ายแสนง่ายฮาฟพูดตัดบทซ้ำยังส่งคำขู่พร้อมกับสายตาดุๆ จากนั้นจึงใช้ดวงตาสีน้ำผึ้งคู่เดิมเหล่มองไปยังสร้อยคอสีทองอย่างสื่อความหมายให้ผู้ป่วยได้รับรู้ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทิ้งให้อาร์นั่งนิ่งปิดปากสนิทราวกับใบ้กิน

 

ฮาฟหายไปจากห้องได้ไม่นานนักจึงกลับมาพร้อมกับอ่างใบเล็กที่บรรจุน้ำอุ่นไว้ภายในบนขอบมีผ้าสีขาวผาดไว้ จากนั้นจึงวางของในมือไว้บนโต๊ะตัวที่อยู่ใกล้กับเตียง มือหนาหยิบจับผ้ามาจุ่มน้ำบิดพอหมาด ก่อนจะหันกลับมาเห็นภาพของอาร์ที่ทำให้ฮาฟรู้สึกแทบจะหลุดเสียงหัวเราะ แต่เจ้ายังคงควบคุมอารมณ์ไว้ได้แสร้งตีหน้าดุเอ่ยเสียงเข้มแทน

ทำอะไรนะ

ก็..ก็มันอายนี่น่า อาร์ที่ใช้มือทั้งสองทำเป็นรูปกากบาทปิดแผงอกของตัวเองเอ่ยอย่างติดๆขัดๆ หากใครอยากรู้ว่าตอนนี้อาร์อยู่ในสภาพเช่นใดลองจินตนาการถึงภาพชายผมยาวระไปกับบ่า อกแกร่งนั่นถูกผู้เป็นเจ้าของเอามือทั้งสองมาปิดบังไว้ด้วยท่าทางของผู้หญิงหวงตัว และยิ่งท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้ฮาฟหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

ฮ่าๆๆ จะอายทำไม ตอนทำแผลให้ไม่เห็นปิดแบบนี้เลย

ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่น่า

คำพูดกับกิริยาท่าทางเขินอายที่ช่างน่ารักเสียเหลือเกิน กระตุ้นให้ฮาฟอยากยื่นมือเข้าไปกระชากสร้อยคอที่ขัดขวางการคืนร่างของอาร์ยิ่งนัก นึกอยากเห็นท่าทางแบบนี้ในร่างของผู้หญิง  แต่อย่างไรเสียตนยังมีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่ทำเช่นนั้น จึงได้แต่ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นนั้นค่อยเช็ดเอาคราบเลือดที่แห้งกรังออกอย่างระมัดระวังว่าจะโดนบาดแผล

เอามือออกน่า มันเกะกะฮาฟส่งเสียงบ่นอุบเมื่อรู้สึกว่ามือของอาร์นั้นกลายเป็นสิ่งกีดขวาง ทำให้ตนไม่สามารถเช็ดตัวคนป่วยได้สะดวกนัก

แต่แบบนี้ก็เช็ดตัวได้ไม่ใช่เหรอไง อาร์ยังพูดเสียงแข็งนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิมด้วยใบหน้าที่แดงจนคล้ายลูกตำลึง ซึ่งเจ้าตัวยังยืนยันไม่ยอมขยับเขยื้อนเคลื่อนมือออกจากตำแหน่งเดิมแม้แต่น้อย

เอ้าๆ ก็ได้ เดี๋ยวจะหาว่าฉันแกล้งคนป่วยฮาฟเอ่ยอย่างยอมแพ้ แต่ที่ยอมรามือเพราะวันนี้ตนได้แกล้งอาร์มาพอสมควรแล้ว ได้เห็นสีหน้าทั้งจากเขินอายกลายเป็นโกรธจัด จากบูดบึ้งกลายเป็นส่งเสียงโวยวาย เท่านี้ก็ทำให้ตนมีความสุขมากพอแล้ว แต่หากอยู่ในอีกร่างหนึ่งตนคงมีความสุขมากกว่านี้นัก

 

มือหนาที่กำลังสาละวนอยู่กับการลบรอยคราบเลือดชะงักลงทันทีเมื่อเหลือบไปไม่เห็นสิ่งที่ควรจะอยู่ที่แขนของอาร์ตามปกติ ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยถามกลับได้ยินเสียงเปิดประตูของอาจารย์กราเซียที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับขวดยาสองขวด

เรียบร้อยแล้วเหรอ ไหนดูซิเสียงอาจารย์ประจำห้องพยาบาลร้องทัก จัดการวางสิ่งของในมือลงบนโต๊ะตัวเดียวกับที่มีอ่างใบเล็กวางอยู่ ก่อนจะสำรวจบาดแผลที่ฮาฟเป็นคนลงมือทำแทนตน

ทำแผลเก่งนี่ ยาแห้งสนิทดีแล้วด้วย งั้นฉันพันแผลให้ก่อนนะอาจารย์เอ่ยกล่าวจากนั้นจึงหันไปหยิบผ้าผันแผลขึ้นมาใช้งาน เริ่มพันจากหัวไหล่ลงมาถึงลำตัวเป็นแนวเฉียง จากนั้นจึงพันรอบอกไว้อีกชั้นเพื่อความแน่นหนา สุดท้ายจึงตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง

เอาละ เรียบร้อยแล้ว ที่นี้ทานยานี่หน่อยนะ เป็นยาช่วยสมานแผลกับยาเพิ่มเลือดน่ะ แผลแบบนั้นคงจะเสียเลือดไปไม่น้อยทีเดียวล่ะเสียงอาจารย์คนเดิมกล่าวพร้อมกับจัดการเทยาจากขวดแรกซึ่งเป็นยาน้ำสีเหลืองใส ลงแก้วใบเล็กจนเต็ม จากนั้นจึงหันไปเทยาจากขวดใบสีขาว ที่บรรจุน้ำสีน้ำตาลข้นลงแก้วเปล่าอีกใบ ก่อนจะยื่นแก้วใบแรกมาให้อาร์

ขอบคุณครับ

อาร์เอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือรับยาตัวแรกที่แม้จะมีสีสันสวยงามน่ารับประทาน แต่เมื่อผ่านลงคอไปแล้วกลับรู้สึกฝาดจนต้องร้องหาน้ำเปล่าเป็นการใหญ่ จากนั้นจึงยื่นมือไปรับยาตัวที่สองซึ่งมีกลิ่นโชยฉุนกึกกับรสชาติเฝื่อนๆ ทว่ายังดีกว่ายาตัวแรกนัก

ยาสองตัวนั่นอาจจะทำให้ง่วงสักหน่อยนะ หากง่วงก็นอนพักไปเลยนะ เพราะยังไงคืนนี้ต้องให้นอนพักฟื้นที่นี่อยู่แล้ว เพราะแผลนั่นอาจจะอักเสบจนมีไข้ตามมาได้ ส่วนเธอไม่ต้องอยู่เฝ้าเพื่อก็ได้นะ พรุ่งนี้เช้านู้นแหละฉันจะอนุญาตปล่อยให้กลับไปเรียนหนังสือได้ตามเดิม อาจารย์หญิงบอกกล่าวกับอาร์ ก่อนจะหันไปพูดกับฮาฟที่กลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิมในตอนแรก จากนั้นจึงเดินออกไปจากห้องโดยไม่ลืมเก็บอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ กลับไปด้วย ทันทีเมื่อเสียงฝีเท้าของอาจารย์ประจำห้องพยาบาลเงียบไปจนแน่ใจแล้วว่าคงอยู่เกินรัศมีการได้ยิน ฮาฟรีบลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้อย่างไม่รอช้า เอ่ยสอบถามอาร์อย่างร้อนใจ

อาร์ กลกาลเวลาหายไปไหน

 จริงด้วย หายไปไหนแล้วอาร์ร้องลั่นด้วยความตกใจไม่แพ้กันเมื่อข้อมือซึ่งควรจะมี นาฬิกาทรายที่เรียกว่า กลกาลเวลาอยู่ ทว่าเวลานี้กลับมีเพียงความว่างเปล่า

ไม่ได้ลืมไว้ที่ห้องใช่ไหมฮาฟเอ่ยถามย้ำ ทำให้อาร์หยุดคิดชั่วครู่พยายามลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ในหัวสมองอย่างรวดเร็ว

เปล่า จำได้ว่าใส่หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วอาร์เอ่ยปฎิเสธอย่างมั่นใจว่าตนไม่ลืมไว้อย่างที่ฮาฟพูด เพราะตั้งแต่ท่านพ่อให้มา อาร์ไม่เคยปล่อยห่างจากตัวเลยนอกจากเวลาอาบน้ำเท่านั้น

หรือจะตกที่ลานประลอง

นั่นสินะ

ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปดูที่นั่นให้

ฉันไปด้วยอาร์รีบเอ่ยขอตามไปด้วยทันที เพราะหากกลกาลเวลาหายไปแล้วละก็ ชีวิตการเรียนหนังสือที่นี่คงลำบากขึ้นกว่าเดิม

ไม่ได้ คนป่วยนะมีหน้าที่ต้องนอนพักฮาฟเอ่ยปฏิเสธเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกมาว่าเป็นห่วง ก้าวเข้ามาประชิดตัวจับอาร์เอนลงนอนกับเตียงอย่างไม่สนใจกับคำโต้แย้งของคนป่วย จากนั้นจึงคว้าเอาผ้าห่มผืนหนามาคลุมร่างกายของอาร์ไว้ ก่อนเสียงของฮาฟจะดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ไม่น่าไว้ใจนัก

หากดื้ออยากจะออกไปกับฉันละก็ต้องโดนลงโทษหนักกว่าที่ฉันกำลังจะทำรู้ไหม

สิ้นเสียงพูดฮาฟโน้มตัวลงใกล้จนรู้สึกได้ถึงไออุ่นของลมหายใจซึ่งรดรินอยู่ปลายจมูกของตน ทันใดนั้นอาร์รู้สึกได้ถึงมือของฮาฟที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่แถวท้ายทอยพร้อมกับเสียง...กริ๊ก...สร้อยคอที่ถูกชายหนุ่มตรงหน้าปลดขอเกี่ยวที่ยึดเหนี่ยวกันไว้ทำให้ร่างที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเผยโฉมออกมาอีกครั้ง ก่อนริมฝีปากหนาจะแตะสัมผัสลงที่ปลายจมูกเรียวเป็นสัน แล้วเคลื่อนย้ายมาที่หน้าผากมน สุดท้ายจึงเอ่ยกระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างหู

พักผ่อนเยอะๆนะ คืนนี้ฉันจะกลับมารับ

 

.........................................

อา......อัพจบแล้วจ้า...ตามสัญญา..

บทนี้ใครจะว่าไร้สาระไปหน่อยไหมนี่.. =.=

เพราะมันมีแต่ฉากหวานระหว่าง อาร์กับฮาฟ....

เอาน่า..ตั้งแต่ปลายภาคแรก ทั้งคู่ไม่ค่อยได้สวีตกันเท่าไร..คนแต่งเลยรู้สึกเหมือนเป็นโรคขาดน้ำตาลไงมะรู้.. ^^ แฮะๆๆ

สุดท้าย ฝากเม้นท์ ฝากโหวต ด้วยเน้อ...ขอบคุณก๊าบบบ o(_ _)o

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #1462 Fairy dream (@roiza) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 21:01
    นั้นสิ  อยากให้เเพททริกมาเห็นอาร์ตอนเป็นผู้หญิงจังเลย
    #1462
    0
  2. #883 ภุตแห่งสายลม (@aoy_devil) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 04:57
    เห็นด้วย อยากให้แพททริกมาเห็นอาร์ตอนเป็นผู้หญิงจังเลย

    จะว่ายังไงน้า จะตกหลุมรักเหมือนกับคนอื่นๆ มั้ยน้า อิอิ

    แค่คิดก็สนุกแล้ววว
    #883
    0
  3. #878 DeviL (@I-am-devil) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2552 / 18:53
    อยากให้รุ่นพี่แพททริกมาเห็นอาร์จังเลย

    ในร่างผู้หญิงอ่ะ...ว้าวววว
    #878
    0
  4. #877 OKER (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2552 / 17:23
    คู่นี้เข้าหวานกันนี่เน้อ...อิจฉาอาร์..หรืออิจฉาฮาฟดีละ....
    #877
    0
  5. #874 APPNY_chize'chi (@thiyaphon) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 23:35
    ตามทันแล้ว

    วู้วๆๆ






    มดขึ้นแหละท่านเอ๋ยยยย
    #874
    0
  6. #873 PANG (@ganp) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 17:36
    รีบมาอัพน้านุกมากเลย
    #873
    0
  7. #872 ร๊ากส์นร้า (@sxk47) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 09:12
    หวานมากค่ะตอนนี้
    #872
    0
  8. #871 DarK KilleR PrinceSS (@Tamonwan_1996) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 20:26
    ง่ะ นึกว่าจะมีหวานกว่านี้ ^^ แต่ก็ยังสนุกค่ะ สู้ๆนะคะพี่นัท รอฉากหวานอีกนะคะ
    #871
    0
  9. #870 เคย์จิ (@tingirin) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2552 / 15:04

    คิ ๆ 


    หวานกานซะเจงๆ

    #870
    0
  10. #869 GGFBank (@GGFBank) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2552 / 11:51
    คันง่ะ... โดนมดกัดขอรับ หวานซะมดมาทั้งรังเลยนะเนี่ย ^_^
    #869
    0
  11. #868 peary (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 23:57
    ไม่ค่อยรู้สึกถึงความหวานเท่าไหร่แฮะ แหะๆ

    แบบว่าไม่รู้สึกเขินแทนอาร์ง่ะค่ะ หุๆ

    ฮาฟถอดสร้อยออกอย่างนี้ แล้วใส่คืนให้รึเปล่าเนี่ย เดี๋ยวก็มีคนเห็นร่างที่ตัวเองหวงนักหวงหนานักหรอก เหอๆ



    ช่วยแก้คำผิดค่า ^^ (มึน ๆ ไม่รู้แก้ถูกรึเปล่า แหะๆ)



    วิววับ - วิบวับ

    เดินเข้าใกล้ - เดินเข้า(มา)ใกล้

    อย่างนั่น - อย่างนั้น

    ชายหนุ่มยิ่งอยากแกล้ง - ก็ยิ่งอยากแกล้ง

    ฟุ้งซาน - ฟุ้งซ่าน

    เดินยาง - เดินย่าง

    ย่อนกาย - หย่อนกาย

    อารมรณ์ - อารมณ์

    ตำแหน่งนั่น - ตำแหน่งนั้น

    ตัวเกรง - ตัวเกร็ง

    ลงมือ - โดยลงมือ

    เจ็บซิ - เจ็บสิ

    เรื่องเอาอื่น - เรื่องอื่นเอา

    ห้วนระลึก - หวนระลึก

    ฟุ้งซาน - ฟุ้งซ่าน

    ที่นั้น - ที่นั่น

    เจอกันเธอ - เจอกับเธอ

    อาร์เอยอาร์ - อาร์เอ๋ยอาร์

    โธ่เอ่ย - ไม่แน่ใจว่าใช้ โธ่เอ๊ย หรือ โธ่เอ๋ย ง่ะค่ะ

    ดาทอ - ด่าทอ

    แป๊ด - แปร๊ด

    นะฮะ - น่ะฮะ

    ตนยิ่งรู้ - ตน(ก็)ยิ่งรู้

    พูดแกล้ง - แกล้งพูด

    เมื่อกี่ - เมื่อกี้

    มือรีบคว้า - มือ(ก็)รีบคว้า

    อาร์สติ - สติอาร์

    ต้องตวัดหันกลับ - ต้องหันกลับ

    ขนลุกเกลียว - ขนลุกเกรียว

    ผันแผล - พันแผล

    ผาดไว้ - พาดไว้

    โต๊ะตัวอยู่ใกล้ - โต๊ะตัว(ที่)อยู่ใกล้

    หยิบจับผ้า - หยิบผ้า

    เจ้ายังคง - เจ้า(ตัว)ยังคง

    แซ้ง - แสร้ง

    ทำอะไรนะ - ทำอะไรน่ะ

    มันเหมือนกันนี่น่า - มัน(ไม่)เหมือนกันนี่นา

    ฮาฟส่งบ่นอุบ - ฮาฟบ่นอุบ

    เมื่อรู้สึกมือ - เมื่อรู้สึก(ว่า)มือ

    ขยับเขยื่อน - ขยับเขยื้อน

    บู๊ดบึ้ง - บูดบึ้ง

    ที่นี่ - ทีนี้

    เพิ่มเลือดนะ - เพิ่มเลือดน่ะ

    เหลืองใส่ - เหลืองใส

    เฟื่อน ๆ - เฝื่อนๆ

    ยังคืนนี้ - ยังไงคืนนี้

    จะไม่ต้องอยู่เฝ้าเพื่อ - ไม่ต้องอยู่เฝ้าเพื่อน

    นู้นแหละฉันจะ - นู่นแหละฉัน(ถึง)จะ

    เอ่ยบอกกล่าว - บอก (สามคำมันมากเกินไปนิดนึงป่าวง่ะคะ แหะ)

    นั่นซินะ - นั่นสินะ

    ไม่น่าไว้ในใจ - ไม่น่าไว้ใจ
    #868
    0
  12. #867 คกคุง (@koogkyu) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 23:00
    สนุกมากเลยคะ

    อาร์กับฮาฟก็หวานดีคะ  55+
    #867
    0
  13. #866 ReaderII (@wisher) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 19:37
    อา รู้สึกว่ายังหวานน้อยไปหน่อยนะ ช่วยเพิ่มน้ำผึ้งอีกสักช้อนสองช้อน ^^
    #866
    0
  14. #865 xiao ye (@barcardie) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 19:31
    โหยๆๆๆ
    น้ำตาลท่วมจอแล้วเจ๊ แว๊กก โดนมดกัดด้วย อ๊ากก
    #865
    0