เอลลิเซีย...อัญมณีแห่งราชันย์

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 : แรกพบ(แก้ไขคำผิด+ปรับย่อหน้า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    1 มี.ค. 52

            ร่างบางนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนโซฟานุ่ม พร้อมกับดวงหน้าที่ปรากฏแววกังวลซบอิงอยู่กับหัวเข่าของตน โดยไม่มีการขยับเขยื่อนเคลื่อนกายจากจุดเดิม แม้เวลาจะผ่านไปหลายชั่วโมง ภายในห้องใต้ดินแม้จะอบอุ่นจากเตาผิงขนาดเล็กที่คอยช่วยขับไล่ความหนาวเย็น หากทว่าไออุ่นนั้นกลับไม่สามารถแทรกซึมส่งผ่านเข้าสู่จิตใจที่ถูกความกลัวและกังวลเกาะกินจิตใจของร่างที่นั่งนิ่งราวรูปปั้นสลักได้เลย

            เกิดอะไรขึ้นกันนะ เสียงที่คอยย้ำถามตนเองตั้งแต่เห็นแม่เร่งรีบออกจากบ้าน แต่ทว่าคิดทบทวนเท่าไรอาร์กลับไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามที่ตนตั้งขึ้นเองได้เลยแม้แต่น้อย คงต้องรอให้ฟ้าสางเท่านั้นซินะ ต้องรอให้แม่กลับมาเท่านั้นซินะ ตนจึงจะสามารถรับรู้สาเหตุของเรื่องทั้งหมดได้

            เอี๊ยด แอ๊ด เอี๊ยด เสียงที่บ่งบอกว่ามีคนก้าวเข้ามาในบ้าน เรียกให้หญิงสาวร่างบางยอมเงยหน้าจากอ้อมกอดของตน แม่...แม่กลับมาแล้วเหรอ ริมปากฝีบางแย้มยิ้มให้ตัวเองอย่างดีใจ เตรียมก้าวออกจากห้องใต้ดินที่ไม่รู้ว่าตนอดทนนั่งรออยู่มานานกี่โมง

            ตูม!!!!

            เสียงระเบิดดังสนั่น เรียกให้ร่างบางหยุดชะงักลงทันที ใบหน้าอ่อนหวานกลายเป็นซีดเผือดไร้สีเลือดเมื่อในหัวสมองคิดได้เพียงว่าคนที่อยู่ด้านบนอาจจะเป็นแม่ของตน หากทว่าการกระทำไว้กว่าความคิดร่างบางรีบวิ่งรุดขึ้นไปด้านบน โดยลืมคำสั่งของแม่เสียสิ้นตั้งแต่พริบตาที่ตนได้ยินเสียงระเบิด อาร์พาร่างของตนขึ้นมายืนอยู่กลางห้องครัว ใช้ดวงตาสีนิลหันมองรอบด้านเห็นสภาพข้าวของที่พังยับเยิน กำแพงทั้งสี่ด้านพังทลายลงมาเหลือเพียงด้านเดียวที่ยังสามารถทรงตัวอยู่เองได้ ก่อนจะรีบกวาดสายตามองหาแม่ของตน

            หากทว่ายังไม่ทันที่ตนจะได้ก้าวขาออกสำรวจ ร่างบางกลับตกอยู่ในวงล้อมของกลุ่มคนร่างสูงหลายสิบคน ในชุดคลุมสีดำที่มีหมวกสวมใส่ลงมาปกปิดใบหน้าไปกว่าครึ่งเผยให้เห็นมือที่เลยพ้นมาจากแขนเสื้อ แต่แค่นี้ก็สามารถทำให้อาร์ต้องจ้องมองร่างของบุคคลลึกลับอย่างหวาดผวา เมื่อส่วนที่เปิดเพียงครึ่งบ่งบอกว่าสิ่งนั้นไม่น่าจะใช่มนุษย์ธรรมดาได้เลย ปากสีแดงเลือดแสยะยิ้มกว้างอย่างน่ากลัว ส่วนมือที่โผล่ออกมาผอมแห้งคล้ายหนังหุ้มกระดูก มือข้างหนึ่งคล้ายมีไอเวทย์ที่ปล่อยกระจายตัวออกมา  ส่วนมืออีกข้างบางถือดาบเงินเล่มยาว บางถือเป็นมีดสั้นหรือเคียว

            ก่อนที่อาร์จะตัดสินใจได้ว่าควรจะทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้ ร่างภายใต้ชุดคลุมที่ยืนอยู่ด้านหลังเงื้อดาบเงินยาวตวัดสบั่นลงร่างบางอย่างรวดเร็ว จนอาร์รู้สึกได้ถึงความเย็นเหยียบของดาบที่ฟาดฟันลงกลางหลัง พร้อมกับไออุ่นของเลือดที่ซึมออกมาเรื่อยๆ กับความเจ็บปวดที่กรีดแทงลงมาจนร่างบางไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ ก่อนเข่าจะทรุดลงกระแทรกกับพื้นพร้อมกับพาร่างอันไร้เรี่ยวแรงของตนทรุดหมอบตามลงไป แต่แม้สติของตนจะใกล้เลือนหายไปเต็มทีหากทว่าอาร์ยังคงรับรู้ได้ถึงร่างปริศนาภายใต้ชุดสีน้ำเงินที่ยื่นมือมาดึงแขนทั้งสองข้างของตนไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะดูดำมืดและเรือนรางในความคิดของเธอ    

            ร่างบางในเรือนผมสีน้ำตาลสั้นคลอเคลียอยู่ตรงช่วงคอยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงอย่างอ่อนล้า ก่อนจะค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นด้วยแสงแดดอ่อนที่ส่องเข้ากระทบใบหน้าตน จนต้องยกมือขึ้นมาบดบัง

            เช้าแล้วเหรอ ปวดหัวจัง รู้สึกเหมือนนอนไม่พอยังไงไม่รู้ ประโยคที่หญิงสาวคิดอยู่ในใจพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง พร้อมกับดันร่างกายของตัวเองให้ลุกจากเตียงเพื่อเตรียมชำระร่างกายดังเช่นกิจวัตรประจำวัน

            โอ๊ย!” เสียงอันแห่บพร่าของอาร์ร้องออกมาลั่น เมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดของบาดแผลที่กรีดลึกอยู่กลางแผ่นหลัง

            อย่าพึ่งลุกซิ บาดเจ็บขนาดนั้น นอนพักก่อนจะดีกว่านะ น้ำเสียงที่แสนจะอ่อนโยน เจือไปด้วยความห่วงใยเอ่ยห้ามปรามการกระทำของตน แววเข้าหู

            เอ๊ะ! เสียงผู้ชายที่ไหนเพราะจัง แต่ก่อนที่อาร์จะทันได้คิดและเรียบเรียงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวาน ร่างบางยังคงพยายามใช้แขนทั้งสองออกแรงดันกายของตน ซึ่งแม้จะรู้สึกเจ็บที่กลางหลังหากทว่าท้ายที่สุดก็ยังสามารถพาร่างของตนขึ้นมานั่งบนเตียงหนาได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองยังทิศทางของเสียงที่ตนไม่ค่อยนักว่าหูแว่วไปเองหรือเจ้าของเสียงนั่นมีตัวตนอยู่จริงกันแน่

            ชายหนุ่มร่างสูงโปรงผิวขาวเรือนผมสีน้ำตาลออกจะแดง นัยย์ตาสีน้ำผึ้งประดับอยู่ใบหน้าหล่อเหลาติดออกจะขี้เล่น สวมเสื้อเชิตสีขาวกางเกงสีน้ำเงินเข้ม ปรากฏกายอยู่ตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่ส่งตรงมายังตน ก่อนเสียงอันไพเราะกังวานราวกระซิบจะเอื้อนเอ่ยออกมาอีกครั้ง

            ฉันว่า เธอนอนลงก่อนจะดีกว่าไหม คำพูดที่ออกมาพร้อมกับสีหน้าที่อมยิ้มหนักกว่าเดิมของชายหนุ่มตรงหน้า สร้างความแปลกใจให้หญิงสาวจนต้องก้มลงมองพิจารณาร่างกายของตัวเอง

            กรี๊ดดดดดด!”

            อาร์รีบนอนคว่ำหน้าลงในท่าเดิม พร้อมกันนั้นมือบางพยายามเอื้อมคว้านหาผ้าห่มที่น่าจะอยู่บริเวณใกล้เคียง แต่ปรากฏว่าพยายามคว้านหาเท่าไรกลับไม่เจอสิ่งที่ตนต้องการเลย สุดท้ายทนไม่ไหวต้องส่งเสียงพูดกับคนตรงหน้าอย่างหงุดหงิดหัวใจ

            นาย ไม่คิดจะช่วยหาผ้าห่มหรืออะไรที่พอจะแทนกันได้มาให้ฉันเลยหรือไง เสียงหวานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสดงความไม่พอใจหากทว่าใบหน้าที่ควรจะซีดเผือดจากการเสียเลือดกลับระบายด้วยสีแดงระเรื่ออย่างขวยเขิน

            หึหึ...อยู่แบบนั้นก็ดีแล้วนี่

            นายจะบ้าเหรอไง จะให้โป๊ ต่อหน้าใครที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ได้ไง

            ก็ดีแล้วจริงๆนี่...น่ามองดีออก ชายหนุ่มยังพูดเล่นลิ้นไม่ยอมเลิกรา และยังคงยิ้มร่าอย่างมีความสุข

            นาย นาย นี่นาย.... จากความเขินอายที่มีอยู่เปลี่ยนเป็นโทสะขึ้นมาทันที ทำให้ใบหน้าที่แดงระเรื่อเปลี่ยนไปเป็นสีแดงจัดอย่างมีอารมณ์ หญิงสาวร่างบางจึงจัดการเปลี่ยนจากท่านอนจากคว่ำเป็นตะแคงข้างหันหลังให้คนที่กวนโมโห แล้วจัดการดึงหมอนที่เคยใช้หนุนนอนเข้ามากอดปกปิดร่างกาย ก่อนพยายามลุกขึ้นจากเตียงเพื่อหาเสื้อผ้าหรือผ้าห่มมาปิดบังร่างกายรวมทั้งหนีสายตาที่จ้องมองอย่างไม่วางตาของคนตรงหน้า

            ตกลง ตกลง นอนอยู่เฉยๆนั่นแหละ เดี๋ยวฉันไปหามาให้ ชายแปลกหน้ากล่าวจบพร้อมกับลุกออกจากที่นั่งเลือกหยิบผ้าเช็ดตัวที่อยู่ใกล้มาคลุมไว้ให้ หากยังพยายามเปิดส่วนที่เป็นบาดแผลไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไว้ยินเสียงบ่นอุ๊บอิ๊บที่แสดงความไม่พอใจ

            ผ้าห่มผืนใหญ่กว่านี้ไม่มีเหรอ

            มี..แต่มันเปื้อนเลือดเธอไปหมดแล้ว..ใช้ผ้าเช็ดตัวไปชั่วคราวก่อนหละกัน ไว้จะหาผ้าห่มให้

            แล้วนี่นาย จะคลุมให้มันมิดชิดกว่านี้ไม่ได้หรือไง

            เปิดไว้แบบนั้นแหละ เดี๋ยวจะโดนแผลแม้สิ่งที่พูดมาจะเป็นเรื่องจริง แต่ความหงุดหงิดพร้อมกับความเขินอายมันมีมากกว่า อาร์จึงพยายามดึงผ้าเพื่อมาปกปิดหลังและร่างของตนไว้ แต่การกระทำดังกล่าวกลับเรียกความไม่พอใจของชายหนุ่มที่นั่งเฝ้าจนต้องลุกขึ้นมานั่งข้างเตียงเพื่อพยายามหยุดมือของหญิงสาวไว้ จนมือที่สัมผัสกันยามกระทันหันสร้างความตกใจให้กับอาร์ราวกับถูกไฟช็อต จนต้องรีบดึงมือกลับและยอมนอนนิ่งๆ แต่โดยดี

            ว่าแต่...นายเป็นใคร มาช่วยฉันทำไม แล้วที่นี่ที่ไหน ฉันมานอนอยู่นี่นานหรือยัง

            หลายคำถามจังนะ..ไม่ต้องรีบก็ได้...เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกทั้งคืน

            นี่นาย...เมื่อไรจะเลิกทำตัวทะลึ่งฮะ

            หึหึหึ ท่าทางจะยาก...เจอคนถูกใจทั้งที คนพูดไม่ได้คิดอะไร แต่คนฟังกลับอายจนหน้าออกระเรื่อชมพูหนัก เลยจัดการพูดเปลี่ยนไปยังเรื่องที่ตนอยากรู้อีกครั้ง

            จะตอบฉันได้หรือยัง

            ฉันชื่อ ฮาฟ บาร์เคลย์ ส่วนเพื่อนอีกคนเจ้าชาลส์ ตอนนี้ให้มันออกไปซื้อของนิดหน่อย ส่วนเรื่องช่วยเธอยังไงคงบอกไม่ได้ รู้แค่ว่าบังเอิญเดินผ่านไปเห็น ก็เลยหิ้วกลับที่พักมาด้วยเท่านั้น

            นายเห็นฉันเป็นสิ่งของเหรอไงฮะ

            อืม...อาจจะจริงนะ แถมเป็นของถูกใจซะด้วยซิคำพูดล้อเล่นที่มาพร้อมรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ที่คล้ายซ่อนแผนการร้ายที่ตนยังไม่สามารถคาดเดาได้ ทำเอาอาร์ไม่กล้าเอ่ยทักท้วงอะไรมากนัก

            แล้วก็เธอนอนสลบมา สองวัน

            หา! สองวัน..ไม่ได้การฉันต้องรีบไป ไม่พูดเปล่าอาร์ยังพยายามดันตัวเองลุกจากเตียง แต่หากไม่ได้มือแกร่งมาคอยประคองไว้ ร่างบางคงต้องทรุดลงทันทีเนื่องอาการเสียเลือดมากยังคงมีอยู่

            ใจเย็นน่า ฉันให้เจ้าชาลส์ไปลองดูที่บ้านเธอด้วย ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงคงมาบอกเองแหละ ตอนนี้พักรักษาให้หายก่อนเถอะ เดี๋ยวผิวสวยๆ จะกลายเป็นแผลยิ่งแย่ไปใหญ่ ฮาฟพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบบาดแผลเบาๆ ราวกับกลัวร่างบางจะได้รับความเจ็บปวด ก่อนจะเอ่ยสอบถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย  

            เจ็บไหม

            เจ็บซิ...ถามมาได้ แล้วนายเอามือออกไปจากหลังฉันเลยนะ คำตอบที่แสดงความไม่พอใจของหญิงสาวตรงหน้าหากยังแฝงไปด้วยความเขินอายเรียกรอยยิ้มจากฮาฟได้อย่างมาก ชายหนุ่มจึงยอมรามือจากแผ่นหลังขาวเนียนหากไม่ติดตรงที่มีบาดแผลค่อนข้างใหญ่อย่างโดยดี

            รอบนี้ถึงคราวที่เธอจะต้องตอบคำถามฉันบาง

            อะไร?”

            ชื่อ นามสกุล อายุ เป็นใครมาจากไหน พ่อ แม่ชื่ออะไร ทำอาชีพอะไร ทำไมถึงโดนทำร้าย เกิดอะไรขึ้น แล้วเธอจะทำยังไง คิดจะไปไหนต่อ

            นี่นาย สักประวัติไปสำมะโนประชากรหรือไง สักซะยาวเชียว

            ผิดด้วยเหรอที่อยากรู้ ฉันช่วยชีวิตเธอไว้ ฉันต้องมีสิทธิ์รู้ทุกอย่างในชีวิตเธออาร์มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายฉงน มีผู้ชายที่ไหนบ้างที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษแบบนี้ ช่วยเธอแต่ก็ทวงบุญคุณเป็นคำถามที่สักถึงโคตรเหง้าสักหลาดขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจ แล้วเลือกตอบเฉพาะที่ตัวเองต้องการตอบเท่านั้น

            อาร์ เนมอน อาศัยอยู่ที่เมืองฮอร์นตั้งแต่จำความได้ ส่วนเรื่องอื่นไม่รู้

            ไม่รู้อะไรเลยเหรอ

            อืม ไม่รู้อะไรเลย รู้แค่ว่า.............. อาร์หยุดคำพูดของตนไว้แค่นั้น เพราะไม่คิดที่จะไว้ใจคนตรงหน้าถึงขนาดต้องมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนั้นให้ฟัง

            ว่า? อะไร

            เฮ้อ...รู้แค่ว่า แม่บอกให้รอจะกลับมาก่อนฟ้าสาง ถ้าฟ้าสางแล้วยังไม่กลับให้เดินทางไปเมืองดิสตัล แค่นั้นไม่ได้รู้อะไรมากกว่านี้เลย พอใจหรือยัง

            ชายหนุ่มที่ได้รับคำตอบกลับมีสีหน้าที่ครุ่นคิด แตกต่างไปกับท่าทางที่จะติดขี้เล่นที่มีมาตลอด จนอาร์อดมองหน้าอย่างสงสัยไม่ได้กับความเงียบที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน จนหญิงสาวต้องเอ่ยขึ้นอีกครั้งเพื่อเป็นการทำลายความเงียบ

            นายรักษาแผลเป็นหรือเปล่า ปรกติโดนฟันแบบนี้ใช้เวทย์รักษาไม่น่าจะเกินวันก็หายแล้วไม่ใช่เหรอไง

            มันก็จริง แต่นี่ดาบนั้นอาบยาพิษ แม้เวทย์จะรักษาบาดแผลได้ แต่ไม่สามารถถอนพิษได้ เราต้องหาสมุนไพรเพื่อมาทำยาถอนพิษ ไม่ยังงั้นบาดแผลไม่มีทางปิดได้ เลยต้องให้เจ้าชาลส์ออกไปหาซื้อมาให้ไงหละ อาร์ฟังคำอธิบายฮาฟอย่างพยายามทำความเข้าใจ แต่ก็ต้องหน้าแดงขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคต่อไป

            แต่ก็ดีที่เจ้าชาลส์ไม่อยู่ ขืนอยู่ตอนเห็นภาพเด็ดที่ผู้หญิงของฉันลุกขึ้นจากเตียง ฉันคงต้องควักลูกตามันทิ้ง หึหึ

            ใครเป็นผู้หญิงของนายกันฮะ อาร์พูดจบพร้อมกับหันไปยังทิศตรงข้าม เพื่อซ่อนใบหน้าที่บัดนี้ปรากฏสีแดงอมชมพูระเรื่อ ก่อนหญิงสาวจะรีบออกปากไล่เพื่อลดความเขินอายของตน

            เลิกนั่งเบียดได้แล้ว ฉันจะนอน

            อืม...นอนพักเถอะ น้ำหนักที่กดลงข้างเตียงหายไป บ่งบอกว่าคนที่นั่งเบียดตนได้ลุกขึ้นจากเตียงไปแล้ว หากทว่ากลับมีสัมผัสอ่อนนุ่นที่แฝงไปด้วยไออุ่นจากริมฝีปากหยักได้รูปแตะสัมผัสลงที่ไหล่มน พร้อมด้วยเสียงกระซิบอันแผ่วเบาราวขับกล่อมดังอยู่ข้างๆใบหู

            หายไวๆ ฝันดีนะ

.....................................................................................................................

Post on : 28 Nov 08

Latest Revised : 1 Mar 09


เม้นท์ๆๆ โว๊ตๆๆ...ให้ด้วยนะ ขอบคุณก๊าบบบ
o(_ _)o

 

  

                  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #1478 kapooksung (@yurisung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 23:14
     สนุกมากเลยค่ะ ฮาฟเป็นพระเอกใช่มั้ยคะ

    #1478
    0
  2. #1434 Fairy dream (@roiza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 23:53
    ฮาฟ  เป็นพระเอกใช่ไหใเนี่ย  พึ่งเจอกันก็ทะลึ่งใส่ซะเเล้ว
    #1434
    0
  3. #1424 EVE_RAZANA (@razanaja) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2554 / 15:55
    กรี๊ดดด ฮาฟน่ารักอ่าาา  เขินแทนอาร์จังเรยยย
    #1424
    0
  4. #965 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2552 / 19:03
    สงสารอาร์จังเลย โดนฟันกลางหลังเลย  แต่ดีว่าฮาฟมาช่วยทัน  ขอถามอีกรอบ ฮาฟพระเอกหรือป่าวคะ
    #965
    0
  5. #430 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2552 / 14:10
    ฮาฟเป็นพระเอกใช่มั๊ยค่ะ น่ารักดี
    #430
    0
  6. #429 @ S E A R O @ (@sorapotO) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2552 / 21:18
    ง่าส์~~ กว่าจะได้มาอ่าน คอมเม้นครั้งสุดท้าย 38 นี่เท่าไหร่ระเนี่ย = =
    สรุปคือ หนุกมากงับ อิอิ ระจะอ่านต่อ 20 กว่าตอน ตายๆ o_O
    #429
    0
  7. #428 .~.Miracle.~. (@Kanoel) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 22:54


    ฮาฟทะลึ่งอ่า แต่ก้อชอบหื่นอย่างงี้อ่านะ อยากเปงนางเอกจาง จาละลาย เหอๆ (โรคจิตแร้นงาย) ฮาฟเปงพระเอกช่ายปะ 





    #428
    0
  8. #427 eye (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 / 02:01
    กรี๊ดดดดดดดด

    ชอบๆๆๆ

    อยากเปนนางเอกจังเลยยยยยยยยยยยยยยย
    #427
    0
  9. #426 neyon_phoenix (@neyon_phoenix) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2552 / 20:07

    อ๊าก ๆๆๆๆ
    จะละลายอยู่แล้วอะ
    ฮาฟเปงพระเอกใช้ม้ายคร๊า
    ช่วยตอบเม้นด้วยนะคะ
    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    #426
    0