เอลลิเซีย...อัญมณีแห่งราชันย์

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 26 : ผนึกสะกดอัญมณีแห่งอัคคี(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    9 มี.ค. 52

            ร่างสูงโปร่งลุกพรวดจากวงล้อมของเพื่อนฝูงด้วยอารมณ์ความหงุดหงิดที่ไม่สบอารมณ์ขึ้นเรื่อยๆตามเสียงกรอกหูที่หยิบยกพาดพิงถึงสาวปริศนาที่ตนรู้ว่าหมายถึงใครอย่างสนุกปาก สายลมอ่อนที่พัดพาเอาความเย็นโชยกระทบเข้าใบหน้าทันทีที่ก้าวออกจากตัวปราการต้องสัมผัสเรือนผมสีน้ำตาลแดงให้พลิ้วไว้ตามแรงลม หากทว่าไม่สามารถดับอารมณ์ขุ่นมัวที่อยู่ภายในร่างที่ยังคงก้าวเดินอย่างต่อเนื่อง

            ฮาฟ ฮาฟ

            เสียงตะโกนไล่หลังดังจากเพื่อนชายแต่แท้จริงแล้วคือหญิงสาวที่ตกเป็นข่าวดังประจำเช้าวันนี้นั่นเอง ร่างชายหนุ่มแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียนสีแดงพร้อมกับผมยาวที่มัดรวบไว้ด้านหลังอย่างลวกๆวิ่งกวดตามมา ก่อนจะรีบคว้าแขนกระชากร่างของคนที่เดินนำออกมาให้หยุดลง

            ฮาฟ หยุดก่อนซิ

            แต่แทนที่คนตรงหน้าจะยอมหยุดตามที่ตนร้องขอ กลับออกแรงสะบัดกระชากแขนออกจากการเกาะกุมของอาร์ แล้วก้าวเดินนำออกไปโดยไม่สนใจร่างที่ถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง

            “ฮาฟ รอฉันก่อนซิ ฮาฟ”

            อาร์ยังคงไม่ละความพยายามคอยส่งเสียงตะโกนร้องเรียก พยายามเร่งฝีเท้าเดินตามฮาฟที่ห่างตนออกไปเรื่อยๆเนื่องจากช่วงก้าวที่ต่างกัน เมื่อเห็นร่างของฮาฟที่ใกล้จะลับตาอาร์จึงเปลี่ยนจากเดินเป็นออกวิ่งจนมาทันเอาตรงมุมอาคาร ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแขนของคนที่เดินนำหน้าพร้อมกับส่งเสียงดังเกือบตะโกน

            “ฮาฟ หยุดเดี๋ยวนี้นะ”

            “ปล่อยฉัน”

เสียงที่เย็นชาเสียเหลือเกินในความรู้สึกอาร์ตอบกลับมาอย่างหวนเต็มที ทำให้อาร์รู้สึกสะอึกไปไม่น้อยเพราะนี้เป็นครั้งแรกนับแต่รู้จักกันที่ตนต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ แต่คนอย่างเธฮไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้ให้ผ่านไปเฉยๆจนกว่าจะคุยกับชายหนุ่มคนที่เดินหนีตนให้รู้เรื่องเสียก่อน

            “ไม่ นายเป็นอะไรนะฮาฟ”

            “ปล่อย ฉันยังไม่อยากคุยกับนายตอนนี้”

            “นายไม่อยากคุยกับฉันแล้วอยากคุยกับใคร อยากคุยกับอีกร่างหนึ่งมากกว่าหรือไงฮะ”

            “...................”

            “ได้”

             เมื่อเห็นฮาฟยังคอยปฏิเสธที่จะพูดจากับตน อาร์จึงอดมีอารมณ์ขึ้นมาบ้างไม่ได้ ก่อนจะส่งเสียงพูดออกมาอย่างมีโมโหและยิ่งเมื่อเห็นชายหนุ่มนิ่งอึ้งกับคำถามของตน หญิงสาวในร่างชายจึงพอจะมองออกว่าเวลานี้ร่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ต่างหากเล่าที่เพื่อนชายของตนต้องการพูดด้วยมากที่สุด เมื่อเป็นดังนั้นอาร์จึงใช้มือยกกุมจี้ห้อยคอพร้อมกับออกแรงกระชากออกจากลำคอตน แต่ในวินาทีนั้นเองชายหนุ่มที่พูดว่าไม่อยากคุยกับตนในตอนแรกกลับยื่นมาผลักร่างของอาร์เต็มแรง จนร่างของชายที่กลายเป็นหญิงในช่วงเวลาเดียวกันนั้นต้องเผลอหลับตาปิดสนิทด้วยคิดว่าตนเองจะต้องกระแทกกับหินเบื้องล่าง

            แต่แล้วกลับไม่เป็นดังคาดเมื่อด้านหลังกลับสัมผัสได้ถึงวัตถุแข็งๆบางอย่างเรียกให้เปลือกตาที่อยู่ลืมขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนสดใสที่แอบซ่อนอยู่ภายใน ก่อนจะกว่าสำรวจมองรอบด้านเห็นภาพบรรยากาศที่แสนจะคุ้นตา ด้วยผ้าม่านที่ทอดตัวยาวตลอดความสูงของห้อง ตั่งเตียงสองชุดที่วางเคียงคู่กันกับชั้นหนังสือที่มีอุปกรณ์การเรียนของตนวางเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่

            นี่มันห้องพักของเรานี่ มาโผล่ที่นี่ได้ยังไง แต่ก่อนที่อาร์จะได้เอ่ยถามอะไรมือหนาของชายที่พาตนกลับมายืนอยู่ภายในห้องพัก ณ ปราการอัคคีฯ อีกครั้งกลับฟาดกระแทกเข้ากับกำแพงด้านหลังเฉียดผ่านใบหน้าของตนไปจนเกิดเสียงดังสนั่น

            ปัง!

            เธอคิดจะทำอะไรฮะ อาร์ อยากให้คนอื่นมาเห็นร่างนี้หรือไงกัน”

            นายต่างหากหละ เป็นบ้าอะไรขึ้นมา

            “ใช่ฉันมันบ้า มันบ้าเพราะมีเธออยู่ในนี้ยังไงหละ” ฮาฟตะโกนลั่น มือหนาไขว่คว้ามืออันบอบบางขึ้นมาวางสัมผัสบนอกแกร่งตรงตำแหน่งที่ใกล้หัวใจของตนที่สุดหวังจะให้คนตรงหน้ารับรู้ความรู้สึก ที่แม้แต่ตัวเองยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าความรู้สึกเหล่านี้มันก่อตัวจนมีอิทธิพลต่อจิตใจและอารมณ์ของตนได้มากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ก่อนฮาฟจะเอ่ยพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“ฉันผิดด้วยหรือ ที่ฉันรู้สึกหงุดหงิดเวลาได้ยินเจ้าพวกนั้นเอาเธอมาพูดอย่างสนุกปาก ฉันไม่อยากนึก ไม่อยากเห็นสายตาของผู้ชายคนอื่นจับจ้องมองเธอ ฉันเกลียดเวลาที่พวกผู้ชายพูดจาอ้างสิทธิ์ราวกับเธอเป็นสมบัติของพวกนั้น”

            คำพูดที่จริงจังเกินปรกติของฮาฟ พร้อมกับนัยน์ตาสีน้ำตาลที่จับจ้องมายังดวงหน้าหวานเสมือนต้องการยืนยันคำกล่าวของตน สร้างความขวยเขินให้ร่างบางที่อดรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาไม่ได้ยามรับฟังสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าเอื้อนเอย หากทว่าตนไม่เคยชินกับบรรยากาศเช่นนี้นัก จึงอดส่งเสียงพูดขัดขึ้นไม่ได้

            “ไม่มีอะไรหรอกน่า พวกนั้นก็แค่พูดกันสนุกๆ”

            “พวกนั้นอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องสนุกไร้สาระ แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่”

            “ที่พวกนั้นพูดคงไม่ได้คิดจริงจังขนาดนั้นหรอก”

            “ความคิดของเจ้าพวกนั้นฉันไม่สนหรอกนะ ฉันรู้แต่เพียงว่านับจากวินาทีนี้เธอเป็นของฉันเพียงคนเดียว”

            เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบอยู่ข้างใบหู แม้จะแผ่วเบาทว่ากลับคล้ายก้องดังกังวานอยู่ในใจของผู้รับฟัง ดวงหน้าของชายหนุ่มเวลานี้อยู่ชิดใกล้จนอาร์สามารถรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ข้างแก้ม ก่อนริมฝีปากหยักได้รูปแตะสัมผัสลงที่หน้าผากมน แล้วจึงเคลื่อนย้ายมาสูดดมความหอมจากแก้มเนียนทั้งซ้ายขวาและปลายจมูกเรียวเป็นสัน ฮาฟหยุดการกระทำของตนชั่วครู่ แล้วใช้ดวงตาสีน้ำผึ้งจับจ้องใบหน้าหวานอย่างสุดจะห่วงแหน แล้วโน้มตัวเข้าใกล้จนใบหน้าฮาฟอยู่ใกล้เพียงปลายสัมผัส มือหนาที่ยังคงยึมกุมมือของหญิงสาวไม่ยอมปล่อยกับกำแพงสูงที่ทอดตัวขว้างอยู่ด้านหลังทำให้ร่างบางตกอยู่ในอาณัติของชายหนุ่มไร้หนทางหลบหนี ได้แต่ยืนตัวเกร็งเตรียมรับสัมผัสจากริมฝีปากหนาที่แตะลงบนเรียวปากนุ่มถ่ายทอดความอบอุ่นกรุ่นไอรักราวทะนุถนอม ก่อนฮาฟจะยอมถอดถอนจากความหวานที่ได้ลิ้มชิมรสอย่างอ้อยอิ่ง แล้วใช้นิ้วเรียวลูบริมฝีปากบางที่ตนพึ่งได้ลิ้มลอง

“เครื่องหมายตีตราจองของฉัน ห้ามไม่ให้เธอปรากฏร่างนี้ให้ผู้ชายที่ไหนเห็นอีกเป็นอันขาดนอกจากฉัน ถ้าเธอไม่เชื่อ คราวหน้าจะไม่ใช่แค่จูบเท่านั้นที่ฉันจะขโมยจากเธอ”

ร่างบางที่โดนชายหนุ่มจอมห่วงตักตวงหากำไรได้แต่ยืนนิ่งอึ้งกับหัวสมองที่ขาวโพล่นจนประสิทธิภาพลดลงไม่พร้อมรับฟังคำสั่งแก้มข่มขู่ของฮาฟ เป็นทีให้ชายหนุ่มซึ่งเห็นอาร์ยังคงนิ่งมีอาการคล้ายเหมอลอย ใช้ริมฝีปากหนาประทับจูบฉกฉวยหาเอารสหวานละมุนจากเรียมปากชมพูอิ่มน่าสัมผัสอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามย้ำ

“ตกลงเธอจะทำตามที่ฉันบอกไหม หืม หรือว่า.....” ฮาฟส่งเสียงขู่พร้อมกับเตรียมโน้มตัวเข้ามาใกล้ในระยะประชิดอีกครั้ง อาร์จึงรีบใช้มือที่ไร้การเกาะกุมยกขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันดันร่างหนาให้ถอยห่างจากตน ก่อนจะส่งเสียงประท้วงด้วยท่าทีที่เขินอายเรียกให้ชายหนุ่มยิ้มกริ่มอย่างสุขใจเมื่อได้เห็นท่าทางอ่อนหวานเจ้าตัวไม่ค่อยแสดงให้เห็นบ่อยนัก

“จะให้ตกลองอะไรอีกหละ แค่นี้ยังไม่พออีกหรือไงจะแกล้งกันไปถึงไหน”

“ไม่จนกว่าเธอจะยอมทำตามคำสั่งของฉัน”  ยิ่งเห็นใบหน้าหวานระบายด้วยสีแดงระเรื่อ เรียวปากบางอิ่มที่ขยับแย้มพูดอย่างขวยเขินยิ่งทำให้ตนไม่สามารถอดกลั้นก้มหมายสัมผัสริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง หากทว่ากลับมีเสียงกริ๊งดังบอกเวลาเรียนวิชาแรกของวันนี้เรียกสติของอาร์ให้กับออกมาจากบรรยากาศหวาน ก่อนจะส่งเสียงพร้อมกับเอ่ยสั่งชายที่ทำให้ตนต้องเข้าเรียนสาย

“ซวยหละ เริ่มชั่วโมงแรกแล้ว ฮาฟนายพาฉันกลับไปที่ห้องเรียนเดี๋ยวนี้นะ”

“ทำไม่ได้หรอก”

“ทำไมหละ ที่ตอนมามายังทำได้เลย”

“ปรกติเวทย์เคลื่อนย้ายมิติจะใช้เดินทางได้ไกลถึงสิบกิโล แต่สำหรับที่เซียเทนนาซึ่งมีการลงเวทย์ป้องกันการเคลื่อนย้ายเวทย์รูปแบบต่างๆ ดังนั้นที่ฉันฝืนใช้เดินทางมานี้แค่ระยะทางเพียงกิโลหรือสองกิโลเมตรก็กินพลังเวทย์มากเกินพอแล้ว ยิ่งในกรณีที่ฉันพาเธอมาด้วยเท่ากับว่าฉันต้องเสียพลังเป็นสองเท่า ดังนั้นถ้าฉันต้องใช้เวทย์นั้นอีกฉันอาจจะหมดสติไปเลยก็ได้”

 “หมายความเราต้องวิ่งจากที่นี่ ไปจนห้องเรียนที่อยู่ไกลจนเกือบถึงฝั่งปราการปฐพีฯ เนี๊ยะนะ”

“ใช่”

“ตายๆๆ สายแน่ๆฉัน”

อาร์รีบจัดการสวมสร้อยคอลงที่เดิมพร้อมกับคืนสู่ร่างชาย ก่อนจะคว้าแขนของฮาฟแล้วรีบวิ่งตรงดิ่งไปยังห้องเรียนในวิชาว่าด้วยระบบเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งกว่าจะมาถึงห้องเรียนก็กินเวลาไปกว่ายี่สิบนาที

 

ตลอดโถงทางเดินที่ทอดเชื่อมอาคารต่างๆเข้าด้วยกัน เวลานี้ปรากฏร่างของนักเรียนทั้งปีหนึ่งจนถึงรุ่นพี่เนื่องจากหมดเวลาเรียนในภาคเช้า ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะรีบตรงไปยังห้องอาหารกลางเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายที่ต้องต่อสู้กับวิชาที่ต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง บางก็หิวโซเพราะตื่นสายไม่ทันรับประทานอาหารเช้า หากทว่าคนที่หัวสมองคิดแต่เรื่องอาหารการกินอยู่เป็นนิจเวลานี้กลับทำหน้าเซ็งเบื่อโลกผิดวิสัยจนเพื่อนชายจอมกวนประสาทอดเอ่ยสอบถามขึ้นมาไม่ได้

“นายเป็นอะไรฮะ หน้าบู๊ดตั้งแต่เช้า”

“จะไม่ให้หน้าเป็นแบบนี้ได้ไงหละ ทำไมมีแต่ฉันที่โดนทำโทษให้เขียนเรียงความตั้งสิบม้วนกระดาษทั้งๆที่ฮาฟก็เข้าสายเหมือนกัน” อาร์พูดตอบด้วยน้ำเสียงเนื่อยๆ หากแฝงแววความไม่พอใจที่โลกช่างไม่ยุติธรรมเสียเลย แต่แทนที่คนที่ตั้งคำถามจะเห็นใจกลับเอ่ยต้องย้ำให้ยิ่งหงุดหงิดหนัก

“แล้วใครใช้ให้นายทะเลอทะล่าเข้ามาในห้องกะทันหันละ แทนที่ให้ฮาฟใช้เวทย์แอบโผล่เข้ามาในห้อง”

“ตอนมันรีบนี่น่า แล้วใครที่ไหนมันจะไปทันคิดว่ามีวิธีแบบนั้นด้วย” เสียงชายหนุ่มในร่างหญิงโวยลั่น เมื่อนึกภาพช่วงที่ตนและฮาฟวิ่งมาจนถึงหน้าห้องเรียน แต่แทนที่ฮาฟจะเดินตรงเข้าไปในห้องเรียนเช่นเดียวตนกับ เพื่อนชายที่วิ่งมาด้วยกันกลับใช้เวทย์เคลื่อนย้ายมิติแอบโผล่ไปยืนข้างๆชาลส์ได้โดยที่อาจารย์ไม่ได้สังเกตเห็นแม้แต่น้อย ในขณะที่ตนกลับต้องมายืนโดนด่าพร้อมกับการลงโทษเป็นการบ้านที่มากกว่าคนอื่นถึงสิบเท่า ซึ่งภายหลังตนมาได้คำตอบว่าถึงแม้จะไม่สามารถใช้เวทย์จากปราการอัคคีฯ มาถึงห้องเรียนได้ แต่สำหรับระยะห่างจากหน้าห้องถึงโต๊ะเรียนฮาฟสามารถทำได้โดยไม่เปลื้องพลังเวทย์มากนัก

“ฉันตั้งใจจะบอกอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรนายก็เดินตรงเข้าไปในห้องซะแล้ว” ฮาฟเอ่ยพูดแก้ตัวด้วยน้ำเสียงจริงจัง หากทว่าดวงตาสีนิลกลับเหลือบไปเห็นใบหน้าที่อมยิ้มราวกับขบขันทำให้อาร์รู้สึกฉุนขึ้นมาได้

“ไม่ต้องมาแอบยิ้มเลยนะ นายต้องรับผิดชอบการบ้านของฉันครึ่งหนึ่ง เพราะนายคนเดียวทำให้ฉันเข้าเรียนสาย” เสียงหวานที่กลายเป็นเสียงทุ้มต่ำในเวลานี้ เอ่ยคาดโทษโยนความรับผิดชอบส่วนหนึ่งให้คนที่ทำให้ตนต้องเดือดร้อน แต่แล้วอาร์กลับรู้สึกว่าพลาดไปเสียแล้ว เมื่อใบหน้าของชายหนุ่มแย้มยิ้มอย่างมีลับลมคมใน ส่งสายตาสีน้ำผึ้งมาจับจ้องตนพร้อมกับเอ่ยพูดให้ตนหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ถ้าเรื่องที่ฉันทำให้นายต้องมาสายหละก็ มากกว่าครึ่งฉันก็ทำให้ได้”

ประโยคที่เอ่ยอย่างมีความนัยของฮาฟ ทำให้เพื่อนชายทั้งคู่ที่เดินตามหลังสังเกตเห็นอาการแปลกๆของอาร์ จึงพอจะเดาได้ว่าจะต้องมีอะไรบ้างอย่างเกิดขึ้นระหว่างสองคนนี้เป็นแน่ ก่อนเพื่อนจอมประสาทที่นึกสนุกอยากเห็นสงครามขนาดย่อมปะทุ จึงแสร้งทำเป็นสอบถามด้วยน้ำเสียงสงสัยหวังสะกิดต่อมอารมณ์ของคนด้านข้าง

“ฉันว่าจะถามอยู่พอดี นายออกไปตามฮาฟแบบไหนฮะ เล่นกลับมาสายกันทั้งคู่”

ชายหนุ่มผมยาวตวัดหันไปมองตัวการที่ตั้งใจจะก่อเหตุร้ายให้แก่ตน แต่ในช่วงเดียวกันกลับรู้สึกได้ถึงนัยน์ตาสีรัตติกาลของโนอาร์ที่จ้องมองมายังตนอย่างตั้งคำถามทำให้อาร์ขนลุกเกลียวอย่างประหลาดไม่อยากนึกภาพปฎิกิริยาขององค์รักษ์พิเศษที่ได้รับการแต่งตั้งจากพ่อของเธอยามที่รู้เรื่องตนถูกชายหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลแดงแอบฉวยโอกาสจึงได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆแกล้งกลบเปลี่ยนประเด็นกลางอากาศ

ที่ฉันฝากให้ดูซิลเวียร์ ตอนที่ฉันไม่อยู่เรียบร้อยดีหรือเปล่า

อืม ไม่มีปัญหาอะไร

ขอบใจนะ

 หวังว่าคืนนี้ทุกอย่างคงจะเป็นไปตามแผนนะ

 

            ห้องรับรองกลางประจำชั้นสองของปราการอัคคีฯ เต็มไปด้วยเด็กนักเรียนปีหนึ่งที่นั่งจับกลุ่มทำการบ้านด้วยท่าทางเคร่งเครียดหลังจากรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว เพราะแม้จะเปิดเทอมมาเพียงสองวันแต่การบ้านที่เพิ่มจำนวนตามวิชาที่เรียนทำให้ต้องรีบสะสางก่อนจะโดนทับถมจากการบ้านของวิชาอื่นๆจนไม่มีเวลาให้ทำ โดยเฉพาะคนที่โดนทำโทษเป็นการบ้านที่มากกว่าคนอื่นกำลังถูกรายล้อมไปด้วยหนังสือกองโต ต่างกับโนอาร์ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนาที่สามารถเอามาหนุนนอนได้สบายแถมเจ้าตัวยังเรียกว่าหนังสืออ่านฆ่าเวลาได้อย่างหน้าตาเฉย ส่วนเพื่อนชายอีกสองคนกำลังต่อสู้กันบนกระดานประลองเวทย์จำลองซึ่งขณะนี้ชาลส์กำลังร่ายเวทย์ให้เคลื่อนไหวปีกาซัสเมฆาของตนออกมาต่อสู้กับอัศวินพิภพของฮาฟที่พึ่งกำจัดอัศวินเมฆาฝ่ายตนได้สำเร็จ

จนเมื่อเวลาล่วงเลยมาจนเกือบค่อนคืน เพื่อนบางคนที่ทำการบ้านของตนเสร็จเรียบร้อยจึงขอแยกตัวกลับไปพักผ่อน ก่อนเพื่อนแต่ละคนที่เริ่มฝืนทนรับความง่วงไม่ไหวเริ่มทยอยกันกลับเข้าสู่ห้องพัก ทว่าทางด้านกลุ่มของชายหนุ่มทั้งสี่ยังคงอยู่ที่เดิมไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนย้ายจากไปง่าย จนกระทั่งเมื่อสายตาสีน้ำผึ้งเหลือบไปเห็นร่างของสามสาวที่ก้าวเข้าไปยังฝากฝั่งของห้องพักหญิงเป็นกลุ่มสุดท้ายเหลือไว้เพียงพวกตน ฮาฟจึงส่งเสียงเอ่ยเตือน

พวกนั้นกลับเข้าห้องพักแล้ว

ดี ถึงเวลากลับไปหาเจ้าโบฟได้แล้ว เสียงอาร์พูดขึ้น พร้อมกับพยักหน้าให้เพื่อนชายทั้งสาม แล้วจึงชักชวนกันกลับเดินเข้าไปยังห้องพักของตน

โบฟ พวกนั้นเข้านอนกันหมดแล้ว

หากทว่าเสียงเรียกขานของอาร์กลับเงียบไร้การตอบรับใดๆ จากเจ้าสัตว์สี่เท้า เรียกให้ตนและเพื่อนชายทั้งสามมองหน้ากันอย่างแปลกใจ ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยเรียกเจ้าสัตว์เทพอีกครั้ง

โบฟ โบฟแกอยู่ไหน คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างแปลก เพราะเวลานี้ยังคงไร้ร่างของเจ้าสัตว์เทพโผล่ออกมาให้เห็น อาร์จึงเดินตรงเข้าไปสำรวจยังที่พักพิเศษที่เจ้าโบฟเรียกร้องให้จัดไว้ตรงมุมห้องด้านในสุด ก่อนอาร์จะรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดตรงขมับที่เต้นตุ๊บๆพร้อมกับตะโกนลั่นด้วยความฉุนเมื่อเห็นร่างของเจ้าสัตว์ขนสีขาวกำลังนอนอย่างมีความสุข รอบตัวเหลือเพียงซากกระดูกที่เนื้อซาชูลี่ถูกแทะไปจนเกลี้ยงพร้อมนมนอร์เรย์ที่ถูกดื่มไปจนหมด

โบฟ แกตื่นเดี๋ยวนี้นะ

ไปไหนแล้ว เนื้อซาชูลี่ชิ้นที่สิบเอ็ดของข้า เสียงลั่นเสียดแทงเข้าหูปลุกเจ้าสัตว์เทพให้ตื่นขึ้นจากความผะวัง แต่ด้วยภาวะที่ยังสะลึมสะลืออยู่ทำให้เผลอพูดสิ่งที่ตนกำลังฝันหวานถึง จนคนที่ต้องจ่ายเงินให้กับค่าอาหารเหล่านั้นรู้สึกฉุนขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้

นี่ท่าทางแกจะกินมากไปจนเพ้อนะ นี่คนอื่นเข้านอนกันหมดแล้วจะเริ่มได้หรือยัง ไอ้ผนึกสะกดอะไรของแกนะฮะ

ผนึกสะกดอัญมณีแห่งอัคคี

นั่นแหละๆ จะพูดให้ยาวทำไมก็ไม่รู้

อันดับแรกข้าต้องเรียกเด็กคนนั้นมาที่นี่ก่อนซินะ เจ้าสัตว์เทพพูดจบ จึงเริ่มทำท่าขึงขังสะบัดขับไล่ความง่วงเสร็จ จากนั้นจึงยกเท้าหน้าที่มีขนปุ๊กปุยแตะไปบนปากที่ยาวยื่นแล้วนำมาวางสัมผัสกับพื้นห้องก่อนจะปรากฎอักขระสีเงินสว่างวาบขึ้นเล็กน้อย ซึ่งรอบด้านมีชายทั้งสี่ยืนจับจ้องมองการกระทำของเจ้าโบฟอย่างสนใจว่ายาที่ผลิตจากขนของมันจะได้ผลมากน้อยเพียงใด

เจ้าไปเปิดประตูซิ โบฟเอ่ยบอกพร้อมกับมองมาทางชาลส์ที่ยอมลุกไปทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ซึ่งทันทีเมื่อเปิดประตูเบื้องหน้ากลับปรากฎร่างของหญิงสาวที่สวมใส่ชุดนอนสีชมพูยาวกร่อมเท้า ผมสีบรอนซ์ทองยาวเป็นลอนถึงกลางหลังระไปตามใบหน้าหวาน หากทว่าดวงตาที่เคยเป็นสีเขียวมรกตเวลานี้กลายเป็นสีเงินวาวเช่นเดียวกับเจ้าสัตว์เทพ ทำให้ชาลส์ซึ่งเห็นร่างของผู้มาเยือนเป็นคนแรกอดสงสัยถามอย่างแปลกใจไม่ได้

ซิลเวียร์ ท..ทำไมตา..

ไม่ต้องตกใจหรอก ที่ตาของเด็กคนนั้นเป็นเช่นนี้ เพราะข้ากำลังแบ่งจิตวิญญาณส่วนหนึ่งเข้าไปควบคุมจิตใจนางผ่านยาที่นางกินเข้าไปเท่านั้น พอยาหมดฤทธิ์นางจะคืนสภาพเดิมเอง โบฟพูดอธิบายเล็กน้อย ในขณะที่ร่างที่ดวงตาไร้แววราวกับปราศจากวิญญานเดินตรงไปนั่งอยู่กึ่งกลางระหว่างเตียงที่วางอยู่เคียงคู่กัน ก่อนเจ้าสัตว์เทพจะเอ่ยส่งเสียงออกคำสั่งอีกครั้ง

เจ้าไปนอนที่เตียงของเจ้า ส่วนเจ้าไปนอนที่เตียงนี่ เจ้าสัตว์เทพส่งเสียงออกคำสั่งให้อาร์ ซึ่งคืนร่างหญิงดั่งเดิมนับตั้งแต่ทรายหวนคืนครบกำหนดสามชั่วโมงหลังจากที่กลับห้องพักไม่นานนัก ก่อนจะชี้เท้าหน้าสั่งไปทางโนอาร์ที่เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจไปนอนเตียงของฮาฟ

ฉันด้วยเหรอ

ใช่ ก่อนจะผนึกอัญมณีอีกครั้ง ข้าต้องคล้ายผนึกเดิมซึ่งมาจากตัวเจ้าเสียก่อน

เข้าใจหละ

เมื่อได้รับบอกกล่าวถึงเหตุผลให้ตนเข้าใจโนอาร์จึงเดินตรงไปนอนลงที่เตียงของฮาฟ ส่วนเพื่อนชายอีกสองคนมีหน้าที่สร้างเกราะห์เวทย์ตามคำสั่งของโบฟ ซึ่งเวลานี้ทั้งสองคนได้เรียกคฑาคู่กายออกมาพร้อมกับลงมือร่ายเวทย์โดยชาลส์สร้างเวทย์ชั้นแรกครอบคลุมร่างซิลเวียร์ อาร์ โนอาร์ และโบฟไว้ภายใน ส่วนเวทย์ชั้นที่สองมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นรับรู้เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นร่วมทั้งป้องกันพลังเวทย์ที่อาจจะเล็ดรอดออกมาอีกชั้นหนึ่ง

“เจ้าสองคนระวังเกราะห์เวทย์ไว้ให้ดีนะ ช่วงที่ข้าคล้ายผนึกปฐพีอาจจะยากรับมือสักหน่อย” โบฟส่งเสียงเตือนชาลส์กับฮาฟอีกครั้ง แล้วหันกลับจ้องร่างของซิลเวียร์ที่นั่งนิ่งอยู่ตรงกลางระหว่างอาร์และโนอาร์ ก่อนจะเคลื่อนไหวราวกับตุ๊กตาที่ถูกชักใยจากเจ้าโบฟ ที่ใช้มือนุ่มข้างหนึ่งของซิลเวียร์จะยื่นแตะสัมผัสแขนของโนอาร์และอีกข้างสัมผัสกับแขนของอาร์ พร้อมกับริมฝีบางที่ขยับคล้ายจะเอื้อนเอ่ยหากทว่าเสียงที่ปรากฏกลับเป็นเสียงอันคุ้นหูของเจ้าสัตว์เทพ

“อันเทนเรน พารัลกันทาราย”

โซ่ตร่วนสีดำที่เกิดจากการถักทอโดยอาศัยพลังเวทย์ของโนอาร์ในการผนึกอัญมณีแห่งอัคคีของอาร์ครั้งก่อนปรากฎแสงสว่างวาบเป็นการตอบรับเสียงร่ายเวทย์ก่อเกิดเสียงลั่นกึกกักคล้ายโลหะหนักที่โดนลากถูไปกับพื้น ก่อนไอเวทย์สีดำที่พันรอบอัญมณีสีเพลิงจะค่อยเคลื่อนถอยหลังคล้ายถอยห่างออกจากลมหายแห่งเทพ ไหลวิ่งวนจากร่างของอาร์สู่มือบางที่แตะสัมผัสผ่านเข้าไปยังร่างของชายหนุ่มที่นอนอยู่อีกฝากฝั่ง แต่ขณะเดียวกันที่ผนึกเริ่มคลายตัวพลังเวทย์แห่งอัคคีที่โดนผนึกคล้ายกับได้รับอิสระเช่นกัน เริ่มส่งไอเวทย์สีแดงแผ่กระจายออกจากตัวของอาร์

ใบหน้าหวานเริ่มบู๊ดเบี้ยวแสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวด คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆตามความทรมานที่ได้รับจากพลังบางอย่างที่แผ่เพลิงร้อนอยู่ภายในกาย และยิ่งโซ่ตร่วนเวทย์สีดำไหลย้อนกลับคืนสู่ตัวเจ้าของเดิมมากเท่าไรอาร์ยิ่งรู้สึกถึงอุณหภูมิความร้อนและที่แผดไหม้ผิวกายมากทวีคูณขึ้นเป็นเหงาตามตัว และทันทีเมื่อไอเวทย์ปฐพีถูกดูดกลืนกลับเข้าไปในตัวโนอาร์ รอบกายของอาร์พลันปรากฏแสงสีเพลิงสว่างจ้า ทำให้โนอาร์ต้องรีบเรียกคฑาสีดำถูกกระชับไว้ในมือพร้อมกับร่ายเวทย์สร้างเกราะป้องกันขึ้นมาอีกชั้นเช่นเดียวกับชาลส์และฮาฟที่เร่งพลังเวทย์เสริมความแข็งแกร่งให้เกราะเวทย์ของตนคล้ายพอจะเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรตามมา หากทว่ากลับมีเสียงร่ายเวทย์ของเจ้าสัตว์อีกบทดังขึ้นออกจากปากซิลเวียร์

            กันทัวรา เฟรมมิสอันครอส

            รอบกายของซิลเวียร์ปรากฏกระแสพลังเวทย์สีน้ำเงินที่หมุนวนคล้ายเกลียวคลื่นที่พลิ้วไหวคล้ายสายน้ำเย็นเคลื่อนตัววนรอบร่างหญิงสาวของอาร์ที่เวลานี้ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดจากการถูกพลังแห่งอัคคีที่รั่วไหลออกมาเผาไหม้ผิวเนียนจนเริ่มเกิดรอยแผลตามร่างกาย ก่อนไอเวทย์สีน้ำเงินจะเคลื่อนตัวเหมือนสายน้ำที่ไหลจากจุดที่มือของซิลเวียร์สัมผัสกับแขนของอาร์ไปถึงอัญมณีสีเพลิงที่ส่องประกายอยู่และวิ่งวนพันรอบคล้ายกระแสคลื่นน้ำวนที่ไหลเวียนหล่อเลี้ยงอยู่รอบๆ ทำให้เรดการ์เนทค่อยๆอ่อนแสงสีแดงลงเรื่อยๆ ก่อนเจ้าโบฟจะส่งเสียงเอยอีกครั้ง

             ครอส

            คลื่น! วูบ!

            ลมหายใจแห่งเทพที่เคยวางอยู่บนอกของอาร์ถูกแปรสภาพให้มีลักษณะต่างไปจากเดิมโดยถูกบรรจุเข้าไว้ในลูกแก้วสีน้ำเงินถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ารอบด้านมีคลื่นน้ำสีฟ้าหมุนวนไปมาคล้ายมีชีวิต ในขณะที่ร่างบางนิ่งไร้สติหากใบหน้าที่เคยแสดงอาการเจ็บปวดได้จางหายไปแล้ว หลงเหลือไว้เพียงริ้วรอยของความอิดโรยเหนื่อยอ่อน ส่วนหญิงสาวอีกคนในห้องยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไหวติง ก่อนเพื่อนชายทั้งสามจะรีบถอนเวทย์จัดเก็บคฑาแล้วเดินตรงเข้ามาสำรวจร่างกายของเพื่อนสาว

            “เรียบร้อยแล้วเหรอโบฟ แล้วนี่อาร์เป็นยังไงบ้าง” เสียงฮาฟเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเพราะเห็นร่างของอาร์ยังนอนหมดสติอยู่ไม่เคลื่อนไหว

            “ท่านอาร์เรนาแค่สลบไปเท่านั้น นอนพักสักคืนพรุ่งนี้ก็ฟื้นตัวได้ ส่วนการผนึกอัญมณีแห่งอัคคีข้าคิดว่าน่าจะเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร”

            “แกแน่ใจนะโบฟ”

            “แน่ใจซิ แต่ตอนนี้ข้าคงต้องส่งเด็กนี้กลับห้องซะก่อน ส่วนพวกเจ้ากลับไปพักผ่อนได้แล้ว ข้าอยากนอนเต็มแก่ข้าต้องการฟื้นพลังเวทย์ที่แถบจะกลายเป็นศูนย์อยู่แล้วในตอนนี้”

 

            ชายวัยกลางคนกำลังยืนจ้องมองไปออกไปภายนอกปราสาทด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม ดวงตาสีรัตติกาลจับจ้องไปท้องฟ้ายามราตรีที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาราที่พร่างพราวหากทว่าความงดงามของสิ่งเหล่านั้นกลับไม่ได้ผ่านเข้าโสตประสาทของคนที่กำลังครุ่นคิดอะไรบ้างอย่างที่ทำให้ต้องทอดถอนหายใจอย่างหนักอก ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งของใครบ้างคนที่วิ่งเข้ามาภายในห้องอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้เคาะประตูเรียกขานแสดงให้เห็นถึงความเร่งรีบ

            “ท่านอาร์เรียส แย่แล้วขอรับท่าน”

            “มีอะไรหรือ บาร์ท” เมื่อเห็นร่างผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องหนังสือยามวิกาลแท้จริงคือองค์รักษ์คนสนิทของตนทำให้อาร์เรียสอดเอ่ยน้ำอย่างแปลกใจไม่ได้ เพราะหากไม่มีเรื่องสำคัญชายคนนี้คงไม่มีทางที่จะเข้ามายังห้องที่ตนอยู่โดนไร้การส่งสัญญาณบอกกล่าวล่วงหน้า

            “สายสืบที่เราส่งไปประจำที่รัฐอิสพาโซ่แจ้งข่าวด่วนกลับมาว่าท่านเฟลดอร์สถูกลอบทำร้ายบาดเจ็บสาหัสครับท่าน”

            “อะไรนะ แล้วสิ่งนั้นหละ”

            “ถูกขโมยไปด้วยครับท่าน”

            “ไม่ได้การหละ รีบแจ้งเรื่องนี้ให้ทางเซียเทนนาทราบโดยด่วน”

            “ครับท่าน”

            “เดี๋ยว เตรียมม้าให้ข้ายามฟ้าสางข้ากับอัลเฟรดจะเดินทางไปเซ็นเทียรา”

           

..........................................................................

^^ จบแล้น...จ้า..สำหรับตอนนี้
แฮะๆๆ...มาอัพไว้ให้ก่อน..ยังไม่ตรวจเช็คอะไรเลย -_-" 
ฝากเม้นท์ ฝากโว๊ต...ให้กันสักกะนิด..ขอบคุณก๊าบบบ o(_ _)o 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #651 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 มีนาคม 2552 / 15:00
    อัพเร็วๆ ด้วยได้มะค่ะ - -







    พี่อ้ะ อย่าทำให้อยากแล้วมาจาก กก 'ไป'



    T^T
    #651
    0
  2. วันที่ 7 มีนาคม 2552 / 15:34
    ว้าว ว ว

    สนุกมาเลยอ่ะ

    อัพไวไวนะค่ะ

    รออ่านอยู่น้า
    #650
    0
  3. #649 Aburame_Shino (@Nara_nicharee) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 19:34
    หนุกๆๆๆๆ
    #649
    0
  4. #648 Miss GT (@GuaiTeaw) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 12:33
    เหอๆๆ ฮาฟนี่ช่าง... (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)<br />สงสับโนอาร์จาชอบอาร์แหะ<br /><br />มาอัพต่ออีกนะ สู้ๆๆ
    #648
    0
  5. #647 Reader (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 11:16
    ว้า แกล้งกันอะ คุณไอฝัน ขอต่อหน่อยดิ เขียนให้อยาก แล้วหยุดเนี่ย ไม่ดีนา

    ให้คะแนนเต็มเลย จาได้มีกำลังใจเขียนมากๆ ขอบคุณนะ
    #647
    0
  6. วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 10:47
    อ่านแล้วแต่ลืมเม้น 5555+ อัพไวไวนะค่ะพี่สาว จะได้ไปเที่ยวไง ผ่อนคลายๆ
    #646
    0
  7. #645 quietear (@quietear) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 10:38
    อยากอ่านต่อเร็วๆอ่ะ   ช่วยเร่งหน่อยจะดีมากค่ะ   มันอารมณ์ค้างเหมือนกันนะเนี่ย   ขอบคุณค่ะที่แต่งให้อ่าน   อีกสามหน้าจบตอน   แต่ไควท์รู้ว่าความสนุกในโลกของไอฝันยังมีต่ออีกเยอะ   อ้อ   อ่านของไอฝันแล้ว   พี่(เรียกแบบนี้คงได้นะคะ)ช่วยมาแนะนำหน่อยได้ไม้คะว่าผลงานของไควท์เป็นยังไงบ้าง   พอดีแต่งนิยายเหมือนกัน   ขอบคุณค่า(นามปากกาๆquietearนะคะ)
    #645
    0
  8. #644 xiao ye (@barcardie) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 10:27
    upค่า สู้ๆ
    #644
    0
  9. #643 DarK KilleR PrinceSS (@Tamonwan_1996) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 09:54
    หนุกมากๆเลย คู่นี้น่ารักดีนะ อย่าลืม อัพด้วยค่าาาาา
    #643
    0
  10. #642 @zilch (@zilches) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 01:47
    จะรออ่านนะคะ
    #642
    0
  11. #641 คกคุง (@koogkyu) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มีนาคม 2552 / 00:41
    สู้สู้คะ อีก 3 หน้าเอง เป็นกำลังใจให้คะ
    #641
    0
  12. #640 LoVelYpOp (@thiyaphon) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 22:40
    ><"

    กรี๊สๆ
    รักท่านไอฝันจังเล้ยยยยย

    อิอิ




    สู้ตาย อีกแค่ 3 หน้า
    ฮูเร่ ๆ *
    #640
    0