You & Me! ช่วยบอกทีคำว่า 'รัก'

ตอนที่ 4 : You & Me 3 : คู่บัดดี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 มี.ค. 54


- 3 -

คู่บัดดี้

 

 

 

 

            สวัสดีนักเรียนทุกคน...


            หลังจากที่อาจารย์ที่ปรึกษาเข้ามา อาจารย์ก็เริ่มพูดทันที แม้ว่าตอนนนี้ภายในห้องจะเงียบแค่ไหนแต่ฉันก็ไม่อาจจะสามารถตั้งใจฟังที่อาจารย์พูดได้ ภายในหัวตอนนี้มีแต่เสียงของอาซาฮิดังก้องอยู่อย่างเดียว


            เหอะ! งี่เง่าชะมัด


            คำนี้มันทำให้ฉันคิดมากจริงๆ นะ


            เฟลอร์!”


            เฮือก!


            อะ...อะไรหรอใบชา


            เป็นอันต้องตกใจอีกครั้ง ( วันนี้กี่รอบแล้วนะ ) เมื่อใบชากระซิบเรียกที่ข้างหูพลางสะกิดฉันยิกๆ แย่จังเลย นี่ฉันคิดมากจนเหม่อลอยไม่ได้ฟังอะไรเลยหรอเนี่ย


            อาจารย์ปรีชาให้นักเรียนทุกคนออกไปยืนข้างหน้าห้องน่ะ


            อาจารย์ปรีชา? ใครหรอ


            เฮ้อ เธอได้ฟังอะไรบ้างไหมเนี่ย ใบชาถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางยกมือขึ้นกุมหน้าผากทันที ฉันอยากจะบ้าตายจริงๆ อาจารย์ปรีชาก็อาจารย์ที่ปรึกษาของห้องเรา ที่ยืนอยู่นั่นไง


            ใบชาชี้ไปตรงหน้าห้องที่มีอาจารย์ผู้ชายใส่แว่นยืนเด่นอยู่ อ๋อ...อาจารย์ที่ปรึกษาของฉันชื่ออาจารย์ปรีชานี่เอง ท่าทางฉันจะคิดมากจนไม่ได้ฟังอะไรเลยจริงๆ ด้วยแฮะ


            แล้วอาจารย์ให้นักเรียนออกไปยืนหน้าห้องทำไมหรอ


            ท่าทางเธอจะไม่ได้ฟังอะไรจริงๆ สินะ ใบชาทำท่าเหนื่อยใจอีกรอบก่อนจะดึงฉันให้ลุกขึ้นแล้วเดินไปหน้าห้อง อาจารย์เขาจะจัดที่นั่งให้ใหม่น่ะ


            เอ๋?


            เขาจะให้นักเรียนจับฉลากว่าจะได้นั่งที่ตรงไหนเพื่อที่จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ให้มากขึ้น


            ...


            แล้วอีกอย่างนะ คนที่ได้นั่งคู่กันจะต้องเป็นคู่บัดดี้กันด้วย


            คู่บัดดี้!”


            นี่โรงเรียนไลท์เวย์มีการจับคู่บัดดี้ด้วยหรอ แต่ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะถ้าฉันได้คู่กับใบชา เราสองคนก็คงจะสนิทกันมากขึ้น อยากคู่กับใบชาจังเลย


            ฉันกับใบชาและเพื่อนๆ ทุกคนในห้องเดินออกมาหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อเห็นแบบนั้น อาจารย์ปรีชาก็หยิบกล่องกระดาษขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กล่องหนึ่งขึ้นมา ก่อนที่อาจารย์เขาจะให้นักเรียนแต่ละคนล้วงลงไปเพื่อจับฉลากเลขที่นั่งของตัวเอง


            เพี้ยง!

ขอให้ฉันได้นั่งคู่กับใบชาด้วยเถอะ!


            เพื่อนๆ แต่ละคนต่างหยิบฉลากขึ้นมา บางคนก็ดีใจสุดๆ ที่จับได้อย่างที่ต้องการแต่บางคนก็เศร้าสุดๆ ที่จับไม่ได้อย่างที่ต้องการ และแล้วก็มาถึงคิวของฉันกับใบชา


            เอาล่ะนะ ขอให้ได้ที่นั่งดีๆ ด้วยเถอะ


ใบชาเริ่มจับก่อนและเมื่อเสร็จแล้วอาจารย์ก็ยื่นกล่องมาตรงหน้าฉัน ฉันกำลังจะล้วงมือลงไปแต่เพียงเสี้ยวินาทีก็มีมือของใครคนหนึ่งแย่งล้วงลงไปก่อน และพอหันไปดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนผู้ชายตาตี่คนหนึ่ง


ขอฉันจับก่อนนะ มันรู้สึกตื่นเต้นจนทนไม่ไหวแล้ว


            จับไปแล้วเพิ่งจะมาขอหรอเนี่ย แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่ได้ นายจะทำยังไงเนี่ย


            เอ่อ...จ้ะ เชิญเลย ไม่เป็นไร


            เฮ้อ แต่ช่างเถอะ ก็ในเมื่อเขาจับไปแล้วนี่


            อาจารย์ปรีชายื่นกล่องมาให้อีกรอบ ฉันสูดหายใจเข้าปอดเล็กน้อยก่อนจะล้วงมือลงไปในกล่องตรงหน้า อืม...เอาอันไหนดีนะ


            โอ๊ะ! เอาอันนี้ก็แล้วกัน

            ฉันหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาและเมื่อคลี่ดูก็พบว่ามีเลขแปดเขียนอยู่


            ว้า~ เฟลอร์ได้เบอร์แปดหรอ เสียดายจังเลย ใบชายื่นหน้ามาดูแล้วถอนหายใจอย่างสุดเซ็ง ฉันจับได้เบอร์สิบ นั่งหลังเฟลอร์น่ะ อดนั่งด้วยกันเลย


            หา! ใบชาได้เบอร์สิบหรอ! อดนั่งกับใบชาเลย แต่เอ๋...ถ้าใบชานั่งข้างหลังแล้วใครกันนะที่จับได้เบอร์เจ็ดที่นั่งคู่กับฉัน เอาเถอะ จะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้นแต่ขออย่าให้เป็นอาซาฮิเลยนะ เพราะฉันรู้สึกประหม่ายังไงไม่รู้เวลาที่อยู่ใกล้เข้า เฮ้อ


            เอาล่ะ นักเรียนทุกคนไปนั่งตามเบอร์ที่จับได้เลยครับ


            หลังจากที่ทุกคนจับฉลากครบแล้ว อาจารย์ปรีชาก็บอกให้ไปนั่งตามเบอร์ ทุกคนต่างแยกย้ายกันเดินไปนั่งที่ของตัวเอง ไม่รู้ว่าฉันโชคดีหรือเป็นเรื่องบังเอิญกันแน่ที่ที่นั่งเบอร์แปดคือที่นั่งเดิมที่ฉันนั่งอยู่เมื่อกี้ เลยทำให้ไม่ต้องขนข้าวของไปไหน


            เหอะ! นี่ฉันต้องนั่งกับเธอหรอเนี่ย


            ผ่านไปครู่หนึ่งฉันก็ได้ยินเสียงที่แสนจะคุ้นหูดังขึ้นเหนือหัวและเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องปะทะเข้ากับนัยน์ตาสีดำขลับของ...อาซาฮิ!


            ไม่จริงใช่ไหม! คนที่จับได้เบอร์เจ็ดคืออาซาฮิหรอ!


            อาซาฮิเหล่มองฉันแวบหนึ่งก่อนจะเดินไปนั่งโต๊ะข้างๆ ฉันแล้วหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง นี่ไม่ใช่โชคดีหรือเรื่องบังเอิญแล้วล่ะ แต่มันเป็นเรื่องโชคร้ายที่สุดต่างหาก!


            โชคดีจัง ได้นั่งใกล้เฟลอร์ด้วย


            ทั้งๆ ที่ยังทำใจเรื่องคนข้างซ้ายไม่ได้ก็มีเสียงดังมาจากคนที่นั่งข้างขวา ( แต่คนละแถวกันนะ ) และเจ้าของเสียงนั่นก็คือผู้ชายหน้าหยกผมสีน้ำตาลอ่อน


            นี่คินก็ได้ที่นั่งใกล้ฉันหรอเนี่ย!


            ดีจังที่ทุกคนได้นั่งใกล้กันหมดเลย และนี่ก็เป็นเสียงของลูกปัดซึ่งได้นั่งคู่กับคินนั่นเอง


            แงๆ ทั้งที่อุตส่าห์ขอว่าอย่าให้ได้จับคู่กับอาซาฮิแล้วนะ ทำไมถึงไม่ได้อย่างที่หวังเลยนะ แบบนี้มีหวังฉันได้ประหม่าจนเป็นลมตายแน่เลย!


            เฮ้อ...แต่ช่างเถอะ เพราะถึงจะเศร้าไปมันก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วนี่นา คิดซะว่ามันเป็นดวงซวยของฉันเองก็แล้วกัน ฮือๆ



















           

            คาบเรียนแรก


            วันนี้ยังไม่มีการเรียนนะคะ แต่ครูจะให้ทุกคนจด...


            หลังจากที่หมดเวลาโฮมรูมก็มาถึงคาบเรียนแรกซึ่งวันแรกนี้จะไม่มีการสอนแต่อาจารย์เขาจะให้จดจุดประสงค์การเรียนรู้


            พรึ่บ~!

            ระหว่างที่ฉันกำลังรอให้อาจารย์แจกชีทมาให้ก็มีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งโยนลงมาตรงหน้า ซึ่งกระดาษนั่นมันมาจากผู้ชายผมดำที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันเอง


            อะไรของเขาอีกนะ...


            ขวับ...

            ฉันหยิบกระดาษโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาดูแล้วไล่อ่านไปทีละตัวอักษร มันมีข้อความเขียนอยู่ว่า...


            ทำไมเธอจะต้องจับได้เบอร์แปดด้วยยัยงี่เง่า


            พออ่านจบปุ๊บฉันก็หันไปมองอาซาฮิทันทีแล้วก็ต้องผงะเมื่อเห็นว่าเขากำลังเท้าคางมองฉันเขม็งอยู่ ให้ตายเถอะ! นี่เขาหันมามองตอนไหนกันนะ


            ฉันนั่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะรู้สึกฉุนขึ้นมาเล็กน้อย เมื่ออาซาฮิพูดแบบไร้เสียงว่า...


ว่าไง ยัยงี่เง่า


ทำไมถึงชอบว่าฉันนักนะ ฮึ่ม!


            ด้วยความที่อยากจะเอาชนะบ้าง ฉันเลยหยิบปากกาขึ้นมาเขียนข้อความลงไปในกระดาษโน้ตแผ่นเดิมก่อนจะส่งคืนให้อาซาฮิ


            ฉันไม่ได้งี่เง่าสักหน่อยนะ!’


            นี่คือข้อความที่ฉันเขียนลงไป และพออาซาฮิได้อ่านเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาเขียนต่อทันทีก่อนจะส่งกระดาษนั่นมาให้อีก


            งี่เง่าสิ คนอะไรก็ไม่รู้ดันเห็นฉันเป็นพระเอกการ์ตูนไปได้


            ขวับๆ เขียนโต้ตอบไปในทันที


            ก็นายอยากไปเลียนแบบหน้าของคาเซะฮายะ โชตะที่ฉันชอบทำไมเล่า


          จะบ้าหรือไง! ไอ้พระเอกบ้านั่นต่างหากที่มันดันโดนวาดมาเหมือนฉันน่ะ


          อย่ามาว่าคาเซะฮายะ โชตะของฉันว่าบ้านะ!’


          ไม่สน ฉันพอใจจะว่า


          อาซาฮิ!!’


            ฉันกับอาซาฮิเขียนโต้ตอบกันไปมาก่อนที่เขาจะเป็นคนหยุดไปเองเมื่อเจอข้อความล่าสุดของฉัน เอ๋...หรือว่าจะโกรธขึ้นมาจริงๆ ล่ะเนี่ย แต่ว่าคนที่สมควรจะโกรธคือฉันไม่ใช่หรอ ในเมื่อฉันโดนว่าอยู่ฝ่ายเดียวเลย


            อาซาฮิจ้องกระดาษโน้ตแผ่นนั้นพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขยำแล้วโยนมันใส่ลิ้นชักใต้โต๊ะ และจากนั้นเขาก็หันมาพูดกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แสนจะเย็นชา


            รู้หรือเปล่าว่าคนญี่ปุ่นเขาจะไม่ให้คนที่ไม่สนิทเรียกชื่อ แต่จะให้เรียกนามสกุลแทน


            เอ๋? ถึงกับเอ๋อรับประทานไปเลย


            ซึ่งเราสองคนก็ไม่ได้สนิทกัน เพราะฉะนั้นฉันไม่อนุญาตให้เธอเรียกฉันว่า อาซาฮิ เข้าใจไหม


            ...


            เธอจะต้องเรียกฉันว่า คาเซะฮายะซึ่งเป็นนามสกุล รู้ไว้ด้วย


            ตะ...แต่ว่าเรียกแบบนั้นมันยาวนี่ แล้วอีกอย่างนายเป็นคนญี่ปุ่นหรอ


            ใช่! เห็นชื่อของฉันก็น่าจะรู้แล้วนี่ ฉันเป็นลูกครึ่งน่ะ อาซาฮิบอกอย่างมาดมั่นก่อนจะชะงักไปเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก เฮ้ย! แล้วทำไมฉันต้องตอบคำถามเธอด้วยเนี่ย


            ตอบหรือไม่ตอบ นายก็บอกฉันมาแล้วล่ะนะ


            แต่สรุปแล้วเธอเข้าใจที่ฉันบอกไหม ยัยงี่เง่า แบร่~!”


            คำงี่เง่า สองคำก็งี่เง่า แล้วเมื่อกี้ว่าฉันไม่พอยังจะมาแลบลิ้นใส่อีกนะ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้นิสัยเสียจริงๆ เลย ชักจะหมดความอดทนแล้วเหมือนกันนะ!


            ก็บอกว่าฉันไม่ได้งี่เง่าไง!”


            บอกก็บอกไปสิ ฉันไม่เชื่อ


            อีตาบ้านี่กวนประสาทชะมัดเลย! ฮึ่ม!


            เธอมันงี่เง่าจริงๆ นี่นา มีอย่างที่ไหนดันไปชอบผู้ชายที่ไม่มีตัวตนจริง เหอะ! ไร้สาระสิ้นดี


            ปั้ง!!

            ด้วยความเหลืออดฉันเลยตบโต๊ะอย่างแรงก่อนจะลุกขึ้นชี้หน้าผู้ชายที่มีนามว่าคาเซะฮายะ อาซาฮิ!


            ก็ฉันชอบของฉันนี่!”


            ...


            ฉันชอบที่เขาอ่อนโยน ใจดี รอยยิ้มก็สดใส!”


            ...


            มันผิดนักหรือไงที่ฉันจะชอบคาเซะฮายะน่ะ!”


            กึก!

            พอสิ้นเสียงฉันทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบและทุกคนในห้องรวมทั้งอาจารย์ผู้สอนด้วยก็นิ่งอึ้งกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะมีเสียงของใบชาที่ดังขึ้นเป็นคนแรก


            ว้าว~ เฟลอร์ชอบอาซาฮิหรอ!”


            เอ๋...ฉันเนี่ยนะชอบอีตาบ้านั่น


            กล้าจังเลย กล้าสารภาพรักต่อหน้าคนทั้งห้องเลย


            จริงด้วยๆ


            คาเซะฮายะคือผู้ชายผมดำที่นั่งข้างๆ นั่นหรอ


            อืมใช่ ฉันเคยเรียนม. ต้นห้องเดียวกับเขา เขาป๊อปมากเลยนะ ไม่แปลกหรอกที่จะมีผู้หญิงมาชอบ


            และอีกหลายเสียงก็ตามมา แต่เดี๋ยวก่อนนะ...ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าฉันชอบตาบ้านี่ ฉันแค่บอกว่า...


            มันผิดนักหรือไงที่ฉันจะชอบคาเซะฮายะน่ะ!’


          เฮ้ย ตายแล้ว! เมื่อกี้ฉันพูดแค่ว่าชอบคาเซะฮายะแต่ไม่ได้พูดชื่อเต็มๆ นี่นา แล้วอีตาบ้านี่ดันมามีนามสกุลเหมือนอีก แบบนี้คนอื่นเขาก็ต้องคิดว่าฉันชอบอีตาผู้ชายนิสัยไม่ดีนี่น่ะสิ แบบนี้แย่แน่ๆ


            คะ...คือไม่ใช่นะ ฟังฉันก่อน


            ครูนับถือเธอจริงๆ ที่กล้าพูดความรู้สึกออกมาต่อคนมากมาย


            ฉันที่กำลังจะแก้ความเข้าใจผิดก็เป็นอันต้องปิดปากเงียบเมื่ออาจารย์ประจำวิชาแทรกขึ้นมา


            แต่ตอนนี้อยู่ในชั่วโมงเรียน ดังนั้นครูอยากให้เธอนั่งลงก่อนนะ แล้วค่อยไปคุยกันเป็นการส่วนตัวทีหลัง


            ด้วยประกาศิตนั้นเลยทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออกแล้วก็ต้องจำใจนั่งลง ทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ แย่ที่สุดเลย


            ฉันนั่งกำหมัดแน่นอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันไปมองตัวต้นเหตุว่าเขาจะทำหน้ายังไงบ้าง แต่พอหันไปมองก็ต้องพยายามระงับอารมณ์เอาไว้ เพราะอีตาบ้านี่กลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านสักนิดแถมยังแลบลิ้น ( รอบสอง ) อย่างเยาะเย้ยมาให้อีกต่างหาก


            ผู้ชายบ้า! นิสัยเสียที่สุดเลย!



 


มาอัพแล้วจ้า~!!

ตอนนี้อาจจะยาวสักหน่อย ( มั้ง ) แต่ก็หวังว่าจะชอบกันนะจ๊ะ

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ และทุกคอมเมนท์นะจ๊ะ
แล้วเจอกันตอนหน้าจ้า~ ^O^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #168 White_Nightingale (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 22:07
    เป็นเรื่องแรกที่แอบมาตามอ่าน คิกๆ>__< นางเอกน่ารักดีน้า~
    #168
    0
  2. #33 !^:kluay:^! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 / 14:58
    ฮ่าๆ เฟลอร์เธอกล้ามาก 
    ตอนนี้ฮาอะ ชอบบบ
    #33
    0
  3. #32 ►I-wind™ Café (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 11:14
    ฉันชอบคาเซะฮายะ!!

    55 ซะงั้นอ่ะ นามสกุลดันเหมือนกันอีก ซวยเลย = =;;
    #32
    0
  4. #31 Mariko (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2554 / 19:51
    เย้ย คาเสะฮายะ! =[]=
    จริงด้วยแฮะๆ
    #31
    0
  5. #30 pazura (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 21:50
     สู้ๆจ้า
    #30
    0