You & Me! ช่วยบอกทีคำว่า 'รัก'

ตอนที่ 3 : You & Me 2 : เพื่อนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 มี.ค. 54






- 2 -

เพื่อนใหม่

 

 

 

 

            หลายวันต่อมา


            เอ่อ...ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าบอร์ดประกาศรายชื่อห้องอยู่ตรงไหนหรอคะ


            อยู่ทางนั้นครับ


            ขอบคุณมากค่ะ


            ฉันผงกหัวเบาๆ เป็นเชิงขอบคุณผู้ชายคนเมื่อกี้ที่อุตส่าห์บอกทาง วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกนักเรียนทุกคนจะต้องเข้าปฐมนิเทศน์ตามห้องเรียนของตัวเอง แล้วมันก็ติดอยู่ที่ว่าฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ห้องไหน แต่เรื่องนั้นฉันยังไม่ค่อยตื่นเต้นเท่ากับเรื่อง...


            ที่จะได้เจอเพื่อนใหม่กับเรื่องยูนิฟอร์มที่ใส่อยู่นี่ไง!


            ยูนิฟอร์มของ โรงเรียนไลท์เวย์ โรงเรียนที่ฉันตัดสินใจเข้ามาเรียนเป็นชุดกระโปรงสีขาวยาวถึงหัวเข่า ตรงเอวก็จะมีเข็มขัดสีดำคาดไว้ แล้วก็มีโบว์สีแดงอันเล็กผูกคอด้วย น่ารักมากๆ เลย ส่วนยูนิฟอร์มของผู้ชายก็จะเป็นสีเดียวกันแต่จะเปลี่ยนจากชุดกระโปรงเป็นเสื้อสูทและกางเกงขายาวสีขาว แล้วก็ผูกเนคไทแทนโบว์ ดูแล้วเท่มากๆ เลย


            เอาล่ะ! วันนี้ฉันจะต้องพยายามให้เต็มที่เพื่อที่จะได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ อืม...แต่ก่อนอื่นก็ต้องไปดูบอร์ดก่อนว่าตัวเองอยู่ห้องไหน














 

            เอ๋...ห้องไหนนะ


            หลังจากที่เดินมาตามทางที่คนนั้นบอก ฉันก็มาถึงบอร์ดประกาศรายชื่อแต่ว่ามันดูยากชะมัดเลย คนเต็มไปหมด อืม...แล้วชื่อฉันไปอยู่ห้องไหนกันนะ


            โอ๊ะ!”


            และแล้วสายตามันก็เหลือบไปเห็นชื่อของตัวเองในที่สุด ชื่อแบบนี้มีฉันคนเดียวนี่แหละ อืม...อยู่ห้องห้าหรอ โอเค! งั้นไปที่ห้องดีกว่า ดีจังเลยที่คราวนี้ไม่ต้องถามทางเพราะเขามีป้ายเขียนบอกทางไปห้องไว้ด้วย


            นี่ๆ ดูสิ คนอะไรไม่รู้ชื่อแปลกจังเลยเนอะ


            นั่นสิ


            ระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินออกไปก็เป็นอันต้องชะงักเมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงสองคนกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ ความจริงเรื่องที่พวกเธอจะซุบซิบนินทาใครมันก็ไม่เกี่ยวกับฉันหรอกนะ แต่ทว่ามันกลับทำให้ฉันรู้สึกเศร้าขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อชื่อที่พวกเธอพูดถึงเมื่อกี้มันคือชื่อของฉันเอง


            เฮ้อ ช่างเถอะ ฉันก็โดนแบบนี้มาจนชินแล้วนี่นา



















 

            อึก!

            ใช้เวลาไม่นานนักฉันก็มายืนกลืนน้ำลายลงคออยู่หน้าห้องเรียนของตัวเอง หวา ทำไมพอมาถึงแล้วต้องรู้สึกกดดันขนาดนี้ด้วยนะ กลัวจังเลย กลัวว่าพอเปิดประตูเข้าไปแล้วจะกลายเป็นจุดเด่นแล้วจะมีแต่คนหันมามองฉันเหมือนตัวประหลาดอะไรสักอย่างจัง...


            ไม่ได้ๆ ฉันจะคิดไร้สาระแบบนั้นไม่ได้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องเข้าไป!


            ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคออีกครั้งก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดประตูออก


            ครืด~

            เสียงเปิดประตูดังขึ้นช้าๆ ผิดกลับหัวใจที่มันกำลังเต้นระรัว ตื่นเต้น...ตื่นเต้นที่สุดเลย!


            ฉันใช้เวลาอยู่หลายวินาทีกว่าจะเปิดประตูเสร็จและกำลังจะก้าวเข้าไป พอฉันก้าวเข้ามาทุกคนที่อยู่ในห้องก่อนแล้วก็หันมามองแวบหนึ่งก่อนที่ทุกคนจะหันกลับไปทำภารกิจของตัวเองต่อ เฮ้อ โล่งอกไปทีที่มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด


            จะว่าไปห้องนี้คนเยอะจังเลย แล้วฉันจะมีที่นั่งไหมนะ...


            เอ๊ะ!”


            สงสัยว่าวันนี้จะเป็นวันโชคดีของฉันล่ะมั้ง อะไรๆ ถึงได้ดีไปหมด ระหว่างที่กำลังสอดส่ายสายตาหาที่นั่งอยู่นั้น สายตามันก็ไปสะดุดกับที่ว่างตรงแถวริมหน้าต่าง ห้องนี้แบ่งโต๊ะออกเป็นห้าแถว แถวละห้าคู่หรือก็คือสิบโต๊ะนั่นเอง แล้วตรงที่ฉันจะไปนั่งก็มีผู้หญิงผมยาวประบ่าคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว ถ้าไปขอนั่งด้วยเธอคนนั้นจะว่าอะไรไหมนะ


            ไม่หรอก เธอจะต้องไม่ว่าอะไรแน่ๆ ฉันจะคิดกลัวไปเองก่อนไม่ได้เด็ดขาด


            ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปตรงที่นั่งนั้น ทุกย่างก้าวล้วนทำให้ใจฉันเต้นแรงยิ่งขึ้น ขอร้องล่ะ ขอให้ฉันได้ที่นั่งด้วยเถอะ


            เอ่อคือ...


            หืม ผู้หญิงคนนั้นหันมามองทันทีเมื่อได้ยินเสียงฉันทัก มีอะไรหรอ


            คะ...คือตรงนี้ว่างไหมจ๊ะ ขอฉันนั่งด้วยคนได้ไหม


            พอเห็นว่าฉันถามแบบนั้น ผู้หญิงตรงหน้าก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะ...


            ได้สิ


            ...ยิ้มตอบกลับมา


            จริงหรอ!”


            จริงสิ ตรงนี้ยังว่าง เธอนั่งได้อยู่แล้ว


            ขอบคุณนะ ฉันว่าพลางนั่งลงอย่างดีใจที่สุด ดีจังเลยที่ไม่โดนปฏิเสธ


            เธอจบจากม. ต้นที่อื่นหรอ ผู้หญิงข้างๆ ถามทันทีเมื่อเห็นว่าฉันนั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่คุ้นหน้าเลย


            จ้ะ แล้วเธอล่ะ


            ฉันจบม. ต้นมาจากที่โรงเรียนนี้แหละ...จริงสิ! คุยกันมาสักพักแล้วแต่ฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลยนะ เธอชื่ออะไรหรอ


            ผู้หญิงตรงหน้าถามด้วยรอยยิ้มสดใส แต่ถ้าหากว่าเธอรู้ชื่อของฉันแล้วจะหุบยิ้มหรือเปล่านะ ก็ในเมื่อชื่อของฉันมันออกจะแปลกนี่นา


            หืม ว่าไงล่ะ


            เอ่อ...


            ...


            ฉันชื่อ...


            ฉันชื่อใบชานะ


            เอ๋?


            คำพูดของฉันเป็นอันต้องกลืนลงคำเมื่ออยู่ๆ คนข้างๆ ก็แทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำไมเธอถึงบอกชื่อตัวเองออกมาแทนซะล่ะ


            ท่าทางเธอเหมือนจะลำบากใจที่ต้องบอกชื่อ ฉันเลยบอกชื่อของตัวเองให้เธอรู้ก่อนจะได้ไม่กดดันไง เป็นไงชื่อของฉัน แปลกหน่อยๆ ไหมล่ะ


            ผู้หญิงที่นั่งข้าง...ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า ใบชา ต่างหาก ใบชายิ้มให้อย่างสดใสกว่าเดิม พอเห็นแบบนั้นมันทำให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังคิดไร้สาระอะไรอยู่นะ ฉันจะกลัวไปทำไมในเมื่อนั่นมันคือชื่อของฉัน ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว


            ไม่หรอกจ้ะ ฉันส่ายหน้าเบาๆ เป็นชื่อที่น่ารักมากเลยต่างหาก


            ฮ่ะๆ งั้นหรอ ขอบใจนะ ใบชาหัวเราะร่าก่อนจะมองฉันด้วยสายตาเป็นประกาย ทีนี้เธอคงบอกได้แล้วใช่ไหมว่าชื่ออะไร


            จะ...จ้ะ ฉันพยักหน้า ฉันชื่อฟะ...เฟลอร์จ้ะ


            บอกออกไปแล้ว ฉันบอกชื่อไปแล้ว ใบชาจะต้องคิดว่ามันแปลกแน่ๆ เลย ฉันคิดแบบนั้นอยู่หลายวินาทีก่อนที่ความคิดนั้นจะมลายหายไปสิ้น เมื่อใบชาพูดขึ้นว่า...


            เป็นชื่อที่เท่มากเลย ยินดีที่ได้รู้จักนะ เฟลอร์


            นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนยิ้มแล้วบอกว่าชื่อของฉันเท่ รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ


            จ้ะ! ยินดีที่ด้รู้จักเช่นกันจ้ะ


            ฉันกับใบชายิ้มให้กันและกัน รู้สึกคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกมานั่งที่ตรงนี้เพราะมันทำให้ฉันได้เป็นเพื่อนกับคนดีๆ อย่างใบชา


            เราสองคนคุยกันไปเรื่อยเปื่อยเพื่อทำความรู้จักกันมากขึ้น ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าโรงเรียนไลท์เวย์จะชอบจัดงานให้นักเรียนได้ร่วมสนุกอยู่เสมอ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ชอบจังเลย


            ดูสามคนนั้นสิ อย่างกับเจ้าชายเจ้าหญิงแน่ะ เจิดจรัสมากๆ เลย


            ระหว่างที่ฉันกำลังอมยิ้มอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเพื่อนผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงประตูหน้าห้องแทรกขึ้นมา เธอคนนั้นกวักมือเรียกเพื่อนอีกคนให้ไปดูอะไรไม่รู้นอกห้อง แล้วพอเห็นแบบนั้น คนอื่นๆ ก็เดินออกไปดูบ้าง


            สงสัยสามคนนั้นจะมาแล้วมั้ง


            สามคนนั้น? ฉันเอ๋อขึ้นมาทันทีเมื่ออยู่ๆ ใบชาก็พึงพำออกมาเบาๆ


            ฉันได้แต่มองหน้าใบชาอย่างงงๆ ก่อนจะหันกลับไปมองที่ประตูหน้าห้องอีกครั้ง ตอนนี้กลายเป็นว่าเพื่อนๆ ทั้งหมดไปมุงอยู่ตรงนั้นแล้ว


            ขอทางหน่อยสิ อย่ามุงกันได้ไหม


            และจากตรงนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังเด่นขึ้นมา เอ๋...ทำไมรู้สึกเสียงนั่นคุ้นหูจังเลยนะ หรือว่าฉันจะคิดมากไปเอง


            ฉันมองสังเกตอยู่หลายนาทีก่อนจะเห็นว่าเพื่อนๆ หลบทางให้คนสามคนเดินเข้ามาในห้อง และพอเห็นหน้าคนพวกนั้นแล้วก็เป็นอันต้องตกใจตาตั้ง หนึ่งในสามคนนั้นคือ...


            คาเซะฮายะ โชตะ! เฮ้ย...ไม่ใช่สิ! คนนั้นคือคาเซะฮายะ อาซาฮิต่างหากล่ะ!


            แล้วอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็คือคินกับลูกปัดนี่นา!


            ขวับ!

            ไม่รู้ว่าทำไมพอเห็นหน้าอาซาฮิแล้วฉันจะต้องรู้สึกประหม่าจนต้องหยิบหนังสือขึ้นมาแกล้งทำเป็นอ่านปิดหน้าไว้ หรือฉันจะอายที่ดันไปทักเขาเป็นคาเซะฮายะ โชตะกันนะ


            ตึกๆ


            เฮือก! เหมือนได้ยินเสียงคนเดินมาทางนี้เลย หวังว่าคงไม่ใช่...


            คิดแล้วเชียวว่าต้องเป็นพวกนาย อาซาฮิ


            นั่นไง! เป็นพวกอาซาฮิจริงๆ ด้วยที่เดินมา!


            น่าเบื่อชะมัด ทำไมเวลาเจอพวกฉันแล้วคนอื่นจะต้องมารุมด้วยนะ


            ก็พวกนายมันเด่นนี่


            ใบชาพูดอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงคนนั่งลงตรงโต๊ะแถวข้างๆ กับโต๊ะแถวข้างหลัง อย่าบอกนะว่าพวกเขาจะนั่งกันตรงนั้นน่ะ! แล้วอีกอย่าง...ใบชารู้จักกับพวกอาซาฮิมาก่อนหรอ


            ฮ่ะๆ เธอก็ชอบพูดแบบนี้อยู่เรื่อยเลยนะใบชา เสียงหวานแบบนี้จะต้องเป็นลูกปัดแน่เลย หืม...แล้วคนที่นั่งเอาหนังสือบังหน้าอยู่นี่เพื่อนใหม่หรอ


            เฮือก!

            ฉันสะดุ้งทันทีเมื่อลูกปัดพูดแบบนั้นก่อนจะเอื้อมมือมาแตะไหลฉันเบาๆ


            เป็นเพื่อนใหม่ของใบชาหรอจ๊ะ


            เอ่อ...จ้ะ


            ฉันอ้อมแอ้มตอบ ให้ตายเถอะ! รู้สึกประหม่าจังเลย ทำไมจะต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ


            อืม...งั้นเอาหนังสือออกก่อนดีกว่าไหมจ๊ะ จะได้คุยกันสะดวก


            นั่นสิ เอาออกเถอะ แล้วหันมาคุยกันดีกว่า


            อย่าดีกะ...


            ขวับ~!

            ยังไม่ทันที่ฉันจะบอกปฏิเสธเสร็จ ใบชาที่เออออห่อหมกไปกับลูกปัดก็ดึงหนังสือออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะจับฉันให้หันไปเผชิญหน้ากับทั้งสามคน


            และพอได้เห็นหน้าฉันทั้งสามคนก็พูดออกมาว่า...


            เอ๋ เฟลอร์นี่นา ลูกปัด


            หืม เธอคนเมื่อตอนนั้นนี่ คิน


            เหอะ! ยัยคนบ้าการ์ตูนนี่เอง และคนสุดท้าย อาซาฮิ


            ทั้งหมดพูดออกมาพร้อมกันแต่คนละประโยค แต่ประโยคที่ฟังดูจะแทงใจดำฉันมากที่สุดคงจะเป็นประโยคของผู้ชายที่ชื่ออาซาฮินี่แหละ แงๆ ทำไมเขาจะต้องว่าฉันแบบนั้นด้วยนะ


            อ้าว รู้จักกันด้วยหรอ ใบชาถามขึ้นอย่างสงสัย


            ใช่จ้า เฟลอร์เพิ่งย้ายมาอยู่แถวบ้านพวกฉันน่ะ ลูกปัดตอบพร้อมกับรอยยิ้มน่ารักก่อนจะหันไปหาอาซาฮิ นี่อาซาฮิ ทำไมเมื่อกี้ถึงเรียกเฟลอร์ว่า ยัยคนบ้าการ์ตูนล่ะ


            ฉึก!

            เหมือนโดนแทงใจดำรอบที่สองเลย!


            ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคอพลางแอบเหลือบมองผู้ชายผมดำตรงหน้า อาซาฮิยกมือขึ้นมาเท้าคางแล้วเหล่มองฉันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มราวกับปีศาจ


            ก็ยัยนี่มันคนบ้าการ์ตูนจริงๆ นี่


            รู้แล้วน่า! ไม่ต้องย้ำอีกก็ได้นะ


            แล้วที่ฉันเรียกแบบนั้นก็เพราะว่าตอนเจอหน้ากันครั้งแรกยัยนี่เรียกฉันว่า...คาเซะฮายะ โชตะน่ะสิ!”


            เอ๋!!” พอได้ยินแบบนั้น ทั้งใบชาและลูกปัดต่างก็อุทานออกมาพร้อมกัน ส่วนคินก็ได้แต่มองฉันนิ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก


            คาเซะฮายะ โชตะ? ใครกันน่ะ ทำไมนามสกุลเหมือนอาซาฮิเลย ลูกปัดถามต่ออย่างสงสัยสุดขั้ว


            ตอนนั้นฉันก็สงสัยเหมือนเธอนั่นแหละ และอาซาฮิก็รับหน้าที่ตอบต่อ ฉันเลยลองไปเสิร์ชในเน็ตดูว่าเขาคือใคร


            ...


            แล้วก็รู้ว่าเจ้าคาเซะฮายะ โชตะอะไรนั่นไม่มีตัวตนหรอก เพราะนั่นเป็นชื่อของพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งน่ะ ยัยนี่คงเห็นฉันเหมือนเจ้านั้นมั้งเลยเผลอเรียกออกมา


            สิ้นเสียงอาซาฮิทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาจนกระทั่งมีคำคำหนึ่งที่ออกมาจากปากผู้ชายผมดำตรงหน้า


            เหอะ! งี่เง่าชะมัด


            และนั่นก็เป็นบทสนทนาสุดท้ายของพวกเราก่อนที่อาจารย์จะเข้ามาในห้อง งี่เง่าหรอ...คำนี้ไม่เคยอยู่ในหัวสมองฉันเลย ไม่ว่าใครจะคิดหรือจะว่าอะไรฉันก็ไม่เคยสนใจ แต่ทำไมพอเป็นอาซาฮิพูดแล้วมันกลับรู้สึกเศร้านะ หรือมันอาจจะเป็นเพราะเขาหน้าตาเหมือนกับคาเซะฮายะ โชตะที่ฉันชอบ เลยทำให้เหมือนโดนคนที่ชอบว่ากันนะ


            มันรู้สึกเจ็บหน่อยๆ ยังไงไม่รู้แฮะ เฮ้อ


 




ตอนใหม่มาแล้ว ชอบกันบ้างไหมนี่
T^T

ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีคนเม้น แต่แป้งก็จะพยายามอัพเรื่อยๆ นะจ๊ะ

เผื่อมีคนที่ต้องการติชมจ้า~

 ขอบคุณสำหรับการติดตามนะจ๊ะ
แล้วเจอกันตอนหน้าจ้า
~!! >..<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #29 !^:kluay:^! (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 / 14:50
     จบแบบดราม่านิดๆแหะ
    #29
    0
  2. #28 ►I-wind™ Café (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 11:06
    โหย

    สนุกนะ แอบสงสารนางเอกอ่ะ โดนพระเอกด่าซะงั้น T^T

    เราก็ชื่อแปลกนะ ชื่อ 'โมบาย' อ่ะ

    ตอนแรกเพื่อนก็ทักว่าชื่อแปลก แต่เราก็หัวเราะแล้วตอนกลับไปว่า 'ก็คนมันเก่งอ่ะ' แล้วเพื่อนมันก็หัวเราะตามจากนั่นก็ไม่มีให้ทักเรื่องชื่อเราอีกเลย 55





    #28
    0
  3. #27 alice42 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 21:12

    โหยเราก็ชื่อแปลกนะ หย๋า ไงมีอยู่น้อยนะที่จะมีคนตั้งชื่อให้ว่า 'หย-อา-หย๋า' นะ ^O^ แต่เราว่าเฟลอร์ชื่อน่ารักดีนะเหมือนดอกโคลวเวอร์อ่ะ พอพูดถึงเฟลอร์ หัวสมองมันคิดถึงดอกโคลวเวอร์เลยอ่ะ

    #27
    0
  4. #26 pazura (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 21:40
     สนุกมากเลยจ้า ตลกดีอ่า  
    #26
    0
  5. #25 บ้าๆบอๆ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2554 / 12:32
    สนุกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    #25
    0
  6. #24 Mariko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มีนาคม 2554 / 14:58
    ไอเราก็บ้าการ์ตูนแบบเดียวเหมือนเฟลอร์ซะด้วย =////= (ชื่อแปลกเหมือนกันอีก)
    น่าสนใจดีนะคะ พยายามเข้านะคะ สู้ต่อไปค่ะ :'D



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 มีนาคม 2554 / 15:00
    #24
    0
  7. #23 ..เจ้าชายรูปงาม.. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2554 / 20:55

    ผมชอบนะครับพี่แป้ง พี่แต่งได้สนุกมากครับ สู้ๆนะครับ^O^

    #23
    0