Chu!! จุ๊บรักให้พลิกล็อค

ตอนที่ 4 : Chapter 02 : จี้ที่ ( ไม่ ) ส่องแสง - รีไรท์ครบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 ส.ค. 59

ตอนที่ 2

จี้ที่ ( ไม่ ) ส่องแสง

 

            เสียงฮือฮาดังไปทั่วห้อง ใบหน้าของเพื่อนๆ ทุกคนต่างมีเควชชั่นมาร์คปรากฏอยู่

เอาล่ะๆ เงียบก่อนๆ อาจารย์สมปองเริ่มพูดต่อ ไม่ต้องสงสัยกันหรอกว่าทำไมหนุ่มน้อยคนนี้ถึงได้หน้าตาเหมือนชิน เพราะว่าเขาคือพี่ชายฝาแฝดของชินไงล่ะ ไหนแนะนำตัวหน่อยสิ

            อาจารย์สมปองหันไปบอกพี่ชายฝาแฝดของชิน นายนั่นกวาดสายตาไปทั่วห้องก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ฉันแล้วพูดเสียงเรียบ

            มิมูระ ชุนครับ

            โอเค งั้นเธอไปนั่งตรงนั้นแล้วกันนะ ชุน อาจารย์สมปองชี้มาทางที่นั่งข้างๆ ฉัน

            ชุนโค้งให้อาจารย์สมปองหนึ่งทีแล้วเดินตรงมาทางฉัน ระหว่างที่เดินมาเพื่อนผู้หญิงในห้องต่างส่งสายตาหวานเยิ้มไปให้ไม่เว้นแม้แต่ยัยมิลค์เชค

            ทำไมนายถึงไม่บอกล่ะว่านายไม่ใช่ชิน ฉันยิงคำถามใส่ทันทีเมื่ออีตาชุนลงนั่งข้างๆ

            แต่แทนที่จะพูดอะไรบ้าง อีตานี่กลับจ้องหน้าฉันนิ่ง ฉันเองจ้องหน้าอีตาชุนเขม็งเหมือนกัน แต่สุดท้ายคำตอบที่ได้ก็คือ...ความเงียบ...

            เอาล่ะนักเรียน เริ่มเรียนกันได้แล้ว

            เสียงของอาจารย์สมปองทำให้ฉันจำเป็นต้องหยุดความสงสัยไว้ก่อน อีตาบ้าชุนนี่นะ ถึงจะหน้าตาเหมือนชินแต่นิสัยต่างกันสุดขั้วเลย!

            อาจารย์จะแจกข้อสอบภาษาญี่ปุ่นที่พวกเธอสอบไปเมื่อคาบที่แล้วคืนให้ อาจารย์สมปองหยิบปึกกระดาษปึกหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ อาจารย์จะเรียกชื่อตามเลขที่ ถึงเลขที่ของตัวเองก็ออกมารับหน้าห้องด้วยนะ

            อาจารย์เรียกชื่อไปทีละคน แล้วก็ถึงคิวฉัน แล้วมันก็ทำให้ฉันแทบอยากจะมุดหนีลงดิน

            ได้สามคะแนนเต็มยี่สิบอาจารย์บอกซะเสียงดังฟังชัดเลย!

            ฉันรีบรับกระดาษแล้วเดินกลับมานั่งที่ตัวเองทันที พอมองไปรอบห้องก็เห็นยัย เมย์ กับพรรคพวกนั่งหัวเราะเยาะอยู่

            ยัยเมย์คือผู้หญิงที่เป็นคู่อริกับฉัน ที่จริงฉันไม่ได้คิดว่ายัยนั่นเป็นคู่อริหรอกแต่ที่ไม่ถูกกันเพราะยัยเมย์ก็ชอบชินเหมือนกัน

            มัตติกา เธอเป็นคนที่ได้คะแนนน้อยที่สุดในห้อง เพราะฉะนั้นเธอจะต้องอยู่ติวภาษาญี่ปุ่นหลังเลิกเรียนทุกวันจนกว่าคะแนนสอบจะดีขึ้นกว่านี้

            และแล้วความซวยก็มาเยือนฉันจนได้

            อาจารย์คะ หนูต้องไปติวกับอาจารย์ทุกเย็นเลยเหรอคะ ฉันยกมือถามอาจารย์สมปองอย่างทำใจ

            ใช่ เธอต้องติวทุกวันจนกว่าคะแนนสอบจะดีขึ้นแต่ไม่ใช่ติวกับอาจารย์

            อ้าว แล้วหนูจะต้องติวกับใครเหรอคะ

            ก็เพื่อนๆ ในห้องนี่ไง อย่าบอกนะว่าเธอไม่มีเพื่อนเลย

            เอ่อ...หนูเลือกใครมาติวให้ก็ได้ใช่ไหมคะ

            ใช่ แล้วมีใครจะเสียสละเวลาติวให้มัตติกาบ้าง

            สิ้นเสียงอาจารย์สมปอง เพื่อนในห้องต่างยกมือกันพรึ่บพรั่บ...ซะที่ไหนกันเล่า! เพื่อนแต่ละคนนี่นั่งนิ่งไม่ไหวติงเลย แงๆ ฉันโดนทอดทิ้ง!

            อะไรกัน ไม่มีใครติวให้มัตติกาเลยหรือไง...หือ? ชุน...เธอจะติวให้มัตติกาเหรอ อาจารย์สมปองพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังก่อนจะเปลี่ยนเป็นตกใจเล็กน้อย

            ฉันหันขวับไปมองคนข้างๆ ทันที แล้วมันก็ทำให้ฉันตกใจยิ่งกว่าอาจารย์สมปองเสียอีก ก็ชุนเขากำลังพยายามเอาแขนลง แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะโดนโคนะกับฮิซุยจับไว้น่ะสิ!

            สองคนนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วไม่มีใครเห็นพวกนี้หรือไง!

            ทำไม...แขนถึงยกเอง ชุนพึมพำกับตัวเอง นี่แสดงว่านอกจากฉันก็ไม่มีใครเห็นสองคนนั่นใช่ไหม สองคนนี้เป็นกามเทพจริงๆ เหรอเนี่ย

            ทำอะไรของพวกเธอน่ะ ฉันยื่นหน้าไปใกล้ชุนเพื่อแอบกระซิบถามโคนะกับฮิซุย

            ก็ทำให้เธอสมหวังในความรักไง จับไว้นะฮิซุย โคนะตอบเสียงใส ก่อนจะหันไปสั่งฮิซุยแล้วเดินมานั่งบนโต๊ะฉัน ก็เธอชอบผู้ชายคนนี้ พวกฉันเลยช่วยให้เธอได้ใกล้ชิดเขาไง

            เอ๊ะ! ฉันไปชอบอีตาชุนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย คนที่ฉันชอบคือชินต่างหาก...เฮ้ย! จริงด้วย เมื่อเช้าฉันนึกว่าชุนคือชิน โคนะกับฮิซุยเลยเข้าใจผิดคิดว่าฉันชอบชุนน่ะสิ!

            ไม่ได้การแล้ว ต้องแก้ไขโดยด่วนเลย!

            ฮิซุยปล่อยก่อน ฉันหันไปกระซิบบอกฮิซุย เขาไม่ใช่คนที่ฉันชอบ

            อ้าว ก็ไหนเมื่อเช้าเธอบอกว่า... โคนะเริ่มทำหน้างง

            ใช่ ฉันบอกว่าชอบเขาแต่ฉันเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็น...

            เธอกำลังคุยกับใครน่ะ คำพูดของฉันถูกชุนแทรกขึ้น ลืมไปเลยว่าชุนมองไม่เห็นเจ้ากามเทพจอมแสบสองตัวนี่ แบบนี้ก็เหมือนว่าฉันกำลังพูดอยู่คนเดียวน่ะสิ

            ตกลงชุน เธอจะเป็นคนติวให้มัตติกานะ แล้วอาจารย์สมปองก็สรุปให้เสร็จสรรพ ทำให้ชุนต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้

            พอรู้ว่าแผนการสำเร็จฮิซุยจึงยอมปล่อยแขนของชุน

            โคนะ ฮิซุย พวกเธอกำลังเข้าใจผิด... ฉันกำลังจะแก้ไขความเข้าใจผิด แต่พอหันไปหาสองคนนั่นก็หายไปเสียแล้ว หรือว่าพวกมันจะเป็นกามเทพจริงๆ เนี่ย!

 

            หลังเลิกเรียน...

            เฮ้อ!

            ไม่รู้ว่านี่เป็นเสียงถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่ของฉัน รู้แต่เพียงว่าตอนนี้ฉันเซ็งมาก เซ็งที่ต้องมาอยู่ติวภาษาญี่ปุ่นกับชุนทุกเย็น แถมตอนนี้อีตาติวเตอร์ก็หายหัวไปไหนไม่รู้ ตัวเองเป็นคนนัดแท้ๆ ไม่โผล่มาสักที

            ไปไหนของเขานะ ฉันพึมพำกับตัวเองพลางมองทั่วสารทิศแล้วสายตาก็ไปสะดุดกับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินตรงมาทางนี้

            อีตาชุนนั่นเอง

            นะ...นายไปไหนมา ปล่อยให้ฉันรอตั้งนาน ฉันวีนใส่อีตาชุนทันที หลังจากที่หมอนั่นเดินมานั่งลงตรงข้ามกับฉัน แต่ทำไมเวลาพูดฉันถึงได้รู้สึกใจเต้นแรงแบบนี้ล่ะ

            ฮ่ะๆ แทนที่จะสลดบ้าง อีตาผู้ชายตรงหน้าดันหัวเราะร่าซะงั้น ขอโทษนะที่ทำให้สับสน

            ...

            ฉันคือชิน ไม่ใช่ชุน

            “...”

            “ตกใจเหรอ”

            เปล่านะ! เปล่าๆ นี่ชะ...ชินจริงๆ เหรอ

            จริงสิ

            นี่ฉันกำลังนั่งประจันหน้ากับชินเหรอ! ถึงว่าสิ ใจฉันถึงได้เต้นตูมตามขนาดนี้

            แล้วชุนไปไหนล่ะ ทำไมปล่อยให้เธอนั่งอยู่คนเดียว ต้องติวภาษาญี่ปุ่นกันไม่ใช่เหรอ ชินถามพร้อมกับฉีกยิ้มน่ารักมาให้

            ไม่รู้สิ เห็นบอกเดี๋ยวตามมาน่ะ ฉันได้แต่ก้มหน้างุดๆ ไม่กล้าสบตากับชิน เขินจังเลย

            เหรอ แล้วติวไปบ้างหรือยังล่ะ ชินดึงหนังสือจากมือฉันไปเปิดเล่น ก่อนจะวางลงบนโต๊ะแล้วเปิดหนังสือหน้าไหนสักหน้า จากนั้นจึงหยิบดินสอไปจรดลงบนกระดาษแล้วเขียนคำว่า...

            Ganbattene~ ( จริงๆ เขียนเป็นตัวญี่ปุ่นล่ะนะ )

            ...กัม...บัค...เตะ...เนะ..

ที่ชินเขียนมันแปลว่าอะไรกันนะ เฮ้ย! หรือจะแปลว่า ผมรักคุณ ( เห็นมีรูปหัวใจด้วยน่ะ )

            นะ...นี่แปลว่าอะไรเหรอ แต่เพื่อความแน่ใจลองถามดูดีกว่า ขอให้แปลอย่างที่ฉันคิด...

            อ๋อ~ แปลว่า พยายามเข้านะ น่ะ

            เพล้ง!

            ความหวังของฉันแตกสลายไม่เหลือซากเลย!

พยายามเข้านะ ฉันเอาใจช่วย ชินฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับชูสองนิ้วให้ ฮือๆ อยากได้ความรักมากกว่ากำลังใจนะ

            ขอบใจนะ

            อ๊ะ! อยู่เฉยๆ ก่อนนะ ระหว่างที่ฉันกำลังเสียดายกับคำแปลของคำนั้น อยู่ๆ ชินก็พูดเสียงเสียงตื่นเต้น อยู่นิ่งๆ นะ

ชินลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือเข้ามาใกล้ใบหน้าฉัน มันทำให้ร่างกายฉันแข็งราวกับถูกสาป มีแค่หัวใจเท่านั้นที่มันกำลังเต้นแรงขึ้น...แรงขึ้น...และแรงขึ้น จนฉันไม่แน่ใจว่าชินจะได้ยินเสียงหัวใจนี้ด้วยหรือเปล่า ปลายนิ้วของชินแตะที่เส้นผมของฉัน

เอ้า เสร็จแล้ว แล้วชินก็นำใบไม้มาชูให้ดู

            ขะ...ขอบใจนะ ฉันคลำหัวตัวเองปรอยๆ ในใจก็นึกเสียดายอย่างสุดซึ้งพลางช้อนตาขึ้นเพื่อจะแอบมองชินแต่คงผิดจังหวะหรือถูกจังหวะดี ที่ฉันดันมองชินตอนที่เขาก็มองฉันอยู่เหมือนกัน เลยทำให้เราสองคนสบตากันนิ่ง

            ชินใช้ดวงตาเซ็กซี่คู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่กลอกไปมาของฉัน ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มที่แดงระเรื่อของฉัน ตอนนี้ลมหายใจติดขัด เลือดสูบฉีดอย่างรุนแรง ไม่ไหวแล้ว...ถ้าฉันไม่ได้บอกชอบชินตอนนี้ มันได้อกแตกตายแน่

            ชะ...ชิน ฉันกลั้นใจเรียกเขาพร้อมกับนำมือสั่นๆ ไปทาบทับบนมือของเขา คือฉัน...

            ตึกตัก~ ตึกตัก~

            ชิน คือฉัน...

            ตึกตัก~ ตึกตัก~

            ฉันชอบ...!”

            แวบ!

            คำสุดท้ายของฉันเป็นอันต้องกลับเข้าไปในลำคอ เมื่ออยู่ๆ จี้ที่โคนะกับฮิซุยให้มาก็เรืองแสงสีชมพูสว่างไสว

มันเกิดอะไรขึ้น!

            เธอจะบอกอะไรฉันเหรอ ชินถามฉันกลับด้วยใบหน้างุนงง นี่ชินไม่เห็นเหรอว่าจี้กำลังส่องแสงน่ะ

            ชะ...ชิน นายไม่เห็นอะไรเลยเหรอ

            “หืม?

            ก็แบบว่าแสงสีชมพูอะไรประมาณนี้น่ะ

            ไม่นะ

            งั้นเหรอ ฉันจ้องจี้ห้อยคอกับชินสลับไปมา ชินก็ยังทำหน้างงเหมือนเดิม โธ่เอ๊ย! โคนะกับฮิซุยเอาอะไรมาให้ฉันห้อยคอเนี่ย!

            แล้วตกลงเธอจะบอกอะไรฉันเหรอ

            หา! อ๋อๆ เปล่าหรอก ไม่มีอะไร

            อ่ะนะ อืม...งั้นฉันไปก่อนนะ แค่ลองแวะมาดูพวกเธอเฉยๆ เจอกันพรุ่งนี้นะ ชินโบกมือให้ฉันก่อนจะลุกเดินออกไป ซึ่งชุนก็เดินสวนมาพอดี ทั้งสองหยุดประจันหน้ากันก่อนที่ชินจะทักเสียงใส ดีใจที่ได้เจอนายอีกครั้งนะ

            ... แต่ชุนกลับนิ่งเงียบไม่พูดอะไรสักคำ

            เฮ้อ นายนี่ก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ งั้นฉันไปก่อนแล้วกัน

            ฉันมองตามแผ่นหลังของชินที่ค่อยๆ หายไป แล้วกลับมามองชุนที่กำลังนั่งลงตรงข้ามพร้อมกับวางถุงอะไรสักอย่างบนโต๊ะ

            นายหายไปไหนมา ปล่อยให้ฉันคอยอยู่ได้ ฉันถามทันที

            ซื้อขนม คำตอบของอีตาชุนช่างสั้นและได้ใจความจริงๆ

            แต่ช่างเถอะ เพราะตอนนี้ฉันกำลังให้ความสนใจไปที่ขนมในถุงมากกว่า น่ากินจังแฮะ ขอลองหน่อยแล้วกัน

            ขวับ!

            กำลังจะล้วงมือไปหยิบขนมแต่ก็พลาดเพราะชุนดันเอาถุงขนมหนีไปก่อน

            แบ่งนิดแบ่งหน่อยไม่ได้หรือไง ฉันว่าเสียงขึ้นจมูกนิดๆ

            ถ้าอยากกินก็ต้องแปลประโยคพวกนี้ให้ถูก ชุนเปิดหนังสือไปที่หน้าที่มีประโยคภาษาญี่ปุ่นอยู่สิบประโยค และคำสั่งก็คือให้แปลภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย หนึ่งข้อต่อหนึ่งชิ้น

            “...”

แปล ชุนบอกเสียงแข็งพร้อมกับจิ้มนิ้วไปที่ประโยคแรก

            อ่า...เอ่อ...แปลว่า...ว่า... จะมั่วยังไงดีวะเนี่ย ขนาดจะมั่วยังมั่วไม่ถูกเลย!

            อด

            หา!?

            ระหว่างที่กำลังงมโข่งกับการแปลประโยคแรก ชุนก็ตัดสินเลยว่าฉันแปลไม่ได้ จึงจำต้องอดขนมไปโดยปริยาย แค่นั้นยังไม่พอ อีตาชุนยังเอาขนมไปกินแทนหน้าตาเฉยอีกต่างหาก!

            ข้อสอง แปล

อ่า...เอ่อ...

            อด

แล้วก็เป็นอีกครั้งที่อดกินขนม ฮึ่ม!

            ต่อไป แปล

            อ่า...

ข้อต่อไป แปล

            ...

            อด

            เดี๋ยวก่อนสิ! ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะ

อะไรเนี่ย! ไม่เห็นอีตานี่จะติวอะไรให้ฉันเลย เห็นสั่งให้แปล พอแปลไม่ได้ก็ไม่เห็นจะอธิบายอะไรเลยแถมยังมากินขนมยั่วอีก ( ประเด็นหลังสุดนี่จี๊ดหัวใจอย่างแรง )

            ไม่พูดเพราะไม่รู้

            คำพูดสั้นๆ แต่แทงใจดำอย่างรุนแรงเลย!

            ต่อไป แปล...

            พอแล้ว! ถามไปฉันก็แปลไม่ถูกอยู่ดี แบบนี้นายก็ได้กินขนมคนเดียวหมดน่ะสิ

            ที่แท้ก็ห่วงกิน

            หน็อย แต่ละคำช่างเสียดสีจริงๆ นะ ฮึ้ย! คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้นายอดกินขนมบ้าง

            มาเปลี่ยนกันไหมล่ะ ฉันทำเสียงทะเล้นพลางใช้สายตาเจ้าเล่ห์มองอีตาชุน คราวนี้ฉันจะถามนายบ้าง ถ้านายตอบได้ฉันจะให้ขนมนาย แต่ถ้าไม่...ฉันจะกินยั่วนายบ้าง

พูดจบฉันก็ลุกขึ้นไปแย่งถุงขนมแล้วกลับมานั่งที่เดิม

            ไหนนายลองแปลข้อสิบสิ

            สิ้นเสียงฉัน ชุนก็ก้มมองในหนังสือก่อนจะตอบเสียงเรียบว่า

ผมไม่รู้ครับ

            โอ๊ะ! บอกว่า ผมไม่รู้ครับ งั้นเหรอ...

            ฮ่าๆ นายบอกว่าไม่รู้ งั้นขนมนี่ฉันขอนะ ฉันกำลังจะหยิบขนมขึ้นมาแกะกินแต่ก็ต้องสะดุดเมื่อชุนลุกขึ้นมาแย่งขนมไปทำอะไรของนายเนี่ย

            ฉันตอบถูก

            บ้าหรือเปล่า ก็นายบอกว่า...

            ข้อนี้แปลว่า ผมไม่รู้ครับ

            หา!?

            คนญี่ปุ่นจะแปลภาษาญี่ปุ่นไม่ออกได้ยังไง

            เออใช่! อีตานี่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาจากญี่ปุ่นนี่นา ฉันนี่บ้าจริงๆ ที่ให้คนญี่ปุ่นมาแปลภาษาญี่ปุ่น แต่ว่านะ...พอพูดถึงเรื่องนี้ ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องที่สงสัยขึ้นมาได้

            นี่ชุนถามอะไรหน่อยสิ

อะไร

            ทำไมนายถึงฟังพูดภาษาไทยคล่องจังเลยล่ะ นายเคยอยู่ประเทศไทยเหรอ

            เปล่า แต่แม่ฉันเป็นคนไทย

            จริงสิ นายเป็นลูกครึ่งนี่นา

            อืม

            แม่นายเป็นคนสอนภาษาไทยให้เหรอ

            อืม

            แม่นายนี่ท่าทางจะเป็นคนที่สุดยอดเลยนะ แล้ว...

            แปล ชุนแทรกขึ้นโดยไม่รอให้ฉันพูดจบเหมือนกับอยากจะเปลี่ยนเรื่องพูด หรือว่าเขาไม่อยากจะพูดถึงเรื่องแม่หรือเปล่านะ

            ฉันก้มดูประโยคที่ชุนให้แปลและประโยคนั้นก็คือประโยคที่ชินเขียนให้เมื่อกี้ เยส! คราวนี้แหละ ขนมเสร็จฉันแน่

            แปลว่า...เฮ้ย!” กำลังจะแปลให้ฟังอยู่แล้วเชียว แต่อีตาชุนก็ดันเอาขนมเข้าปากไปแล้ว

            อะไร

            ไม่ต้องมาอะไรเลยนะ นายกินขนมได้ไง!”

            ก็เธอแปลไม่ได้

            จะบ้าเหรอ! ประโยคนี้ฉันแปลได้นะ

            ชุนมองหน้าฉันก่อนที่เขาจะแอบไปถอนหายใจเบาๆ แล้วชี้ลงที่ประโยคเดิม พร้อมกับบอกเสียงเรียบๆ “งั้นแปล”

            ประโยคนี้อ่านว่ากัมบัคเตะเนะ แปลว่า พยายามเข้านะ ถูกไหมล่ะ

            อืม เอาไปสิชุนพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะยื่นขนมมาให้

            ดูๆ ไปนายนี่ก็ใจดีเหมือนกันนะ ยอมให้ฉันแปลอีกครั้งด้วย พอได้ขนมปุ๊บก็เห็นว่าเขาดีทันที นี่ฉันเป็นคนเห็นแก่กินใช่ไหมเนี่ย

            แต่นั่นก็ยังไม่น่าตกใจเท่ากับสิ่งที่ชุนพูดต่อออกมา

คนที่พยายามก็ควรจะได้รางวัล และเธอก็พยายามได้ดี

            ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดูไร้อารมณ์อย่างชุน จะพูดประโยคที่อ่อนโยนแบบนี้เป็นเหมือนกัน

            ฉันหยิบขนมขึ้นมาแกะกินพลางแอบมองชุนที่นั่งนิ่งอยู่ตรงข้าม จะว่าไปเขาก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่ เพียงแต่อาจจะแสดงความรู้สึกไม่เก่งก็ได้ ฉันแอบมองเข้าไปในดวงตาเซ็กซี่คู่นั้น แสงแดดอ่อนๆ ทำให้ดวงตาของเขาส่องประกาย จนทำให้...

            ตึกตัก~ ตึกตัก~

            ทำให้ใจฉัน...สั่น...

            อ้าว! ใจจะสั่นทำไมล่ะเนี่ย อย่าสั่นสิ ผู้ชายคนนี้คือชุนนะไม่ใช่ชิน!

            ฉันสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดบ้าๆ ทำไมใจถึงสั่นได้ล่ะเนี่ย แต่ว่า...ถึงใจจะเต้นแรงเหมือนตอนที่อยู่ใกล้ชินแต่จี้ไม่ได้ส่องแสง แล้วทำไมตอนนั้นถึงส่องแสงล่ะ?

 

            หลังจากที่อยู่ติวกับชุนพักใหญ่ ในที่สุดอีตาลูกครึ่งนั่นก็ยอมปล่อยให้ฉันกลับบ้าน เห็นนิ่งๆ แบบนั้นแต่เป็นติวเตอร์ที่โหดใช่เล่นเลยล่ะ

            “เหนื่อยชะมัด” ฉันบ่นพร้อมกับบิดขี้เกียจตัวเป็นเกลียว “พักสักหน่อยดีกว่า”

            แอ๊ด~

            ทั้งที่คิดว่าจะได้พักแล้วเชียวนะ แต่พอเปิดประตูเข้าห้องมาก็เห็นเจ้าพวกกามเทพตัวแสบกำลังสำรวจห้องฉันอยู่ พวกมันเข้ามากันได้ไงเนี่ย!

            กลับมาแล้วเหรอครับ ฮิซุยทักเสียงใส ก่อนจะหันไปบอกโคนะ โคนะครับ ฟ้าใสกลับมาแล้วครับ

            เป็นไงบ้าง โคนะเลิกสนใจสำรวจห้องแล้วตรงดิ่งมาหาฉันทันที คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

            คืบหน้าอะไร

            ก็ความรักของฟ้าใสกับผู้ชายคนนั้นไงครับ ฮิซุยเดินเข้ามาสมทบ

เอ๋...ผู้ชายคนนั้น...เฮ้ย! ผู้ชายคนนั้นนี่หมายถึงชุนใช่ไหม จริงด้วย!  พวกนี้ยังเข้าใจผิดคิดว่าฉันชอบชุนอยู่เลยนี่!

            โคนะ ฮิซุย คือผู้ชายคนนั้นน่ะไม่ใช่...

            อ๋อ~ เธอจะบอกว่าแผนของฉันยังไม่ดีพอ อยากจะใกล้ชิดกันกว่านี้ใช่ไหม โคนะพูดแทรกขึ้นทั้งๆ ที่ฉันยังไม่พูดไม่จบ

            ไม่ใช่นะ ความจริงคือ...

            ได้เลยครับ พวกเราจะช่วยฟ้าใสเอง แล้วฮิซุยก็แทรกขึ้นอีกคน

            จริงสิ! แล้วจี้ที่พวกเราให้ไว้มีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า อยู่ๆ โคนะก็ถามเรื่องจี้ขึ้นมา เลยทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีอีกเรื่องที่ต้องถามเจ้าพวกนี้

            ก็มีนะ วันนี้จี้มันส่องแสงน่ะ

            จริงเหรอ!” โคนะจับตัวฉันเขย่าจนไส้แทบทะลัก แล้วมันส่องแสงตอนไหน

            ก็ตอนที่ใจฉันเต้นแรงๆ น่ะ

            โอเคเลย!” โคนะดีดนิ้วดังเป๊าะแล้วยกมือขึ้นมากุมไว้พร้อมกับทำหน้าเคลิบเคลิ้ม

            แต่ฉันสงสัยอยู่อย่าง หลังจากนั้นใจฉันก็เต้นแรงอีกแต่จี้กลับไม่ส่องแสง ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ

            นั่นก็เพราะว่าจี้จะส่องแสงตอนที่ฟ้าใสหัวใจเต้นแรง แล้วก็ต้องเต้นแรงเพราะเกิดจากความรู้สึกรักที่มีต่อคนที่ฟ้าใสรักด้วยครับ และที่สำคัญที่สุด...จี้จะส่องแสงสว่างไสวที่สุดก็ตอนที่สื่อใจถึงกัน ฮิซุยรับหน้าที่ไขข้อข้องใจ

แบบนี้นี่เอง ถึงว่าสิ...ทีตอนอยู่กับชุนจี้ถึงไม่ส่องแสง

            จี้ส่องแสงมาแบบนี้แสดงว่าเธอก็พอจะมีหวังแล้วล่ะ

            ฉันหันขวับไปมองโคนะทันที พูดแบบนี้แสดงว่าชินก็มีใจให้ฉันบ้างเหมือนกันใช่ไหม

            งั้นพวกเราไปก่อนนะ จะไปคิดแผนต่อ โคนะพูดขึ้นพร้อมกับดึงฮิซุยแล้วตรงไปทางตู้เสื้อผ้า แล้วเจอกัน

            แล้วเจอกันครับ

            พูดจบสองคนนั่นก็เปิดประตูตู้เสื้อผ้าแล้วเข้าไปข้างใน จากนั้นจึงปิดประตูตู้ลง เฮ้ย! พวกแกจะกลับออกไปทางนั้นเรอะ!

            ฉันรีบไปเปิดประตูตู้ออกแต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากเสื้อผ้า มันหายกันไปแล้วจริงๆ เป็นไปได้ไงเนี่ย นี่ฉันชักจะเชื่อแล้วนะว่าพวกนั้นเป็นกามเทพตัวจริงเสียงจริง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

500 ความคิดเห็น

  1. #493 Pita-chan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 07:18

    ชอบ ๆ > <

    #493
    0
  2. #444 หิ่งห้อยตัวโต (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 21:35

    กามเทพ ฮา ค่ะ อิอิ

    #444
    0
  3. #423 Raisains (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 02:06
    ฮาอ่ะ555++

    ชอบบบบบบบบจ๊า
    #423
    0
  4. #333 Nnookky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2553 / 00:18

    เหมือนกามเทพจะซื่อบื้อ =="

    #333
    0
  5. #309 minako_playoi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 19:47

    หนุกๆ>O<

    #309
    0
  6. #199 henre (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 20:06
    เอาชื่อชินกับชุนมาจากไหนอ่ะ
    #199
    0
  7. #194 nardao11 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2553 / 21:31
    ว้าว
    ตื่นเต้น  คร่า  ตื่นเต้ิน
    ชุน ฟ้าใส
    ว้าวๆๆๆๆๆๆๆ
    #194
    0
  8. #163 My Angle (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2552 / 18:12
    ว่าๆๆๆ

    ว่าอะไรหรอจ๊ะ
    #163
    0
  9. #44 Oshimasakura (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2552 / 13:49

    อ้า... อัพแล้วดีจัง แต่น่าเสียดายไม่ได้จุ๊บกัน

    #44
    0
  10. #42 Bammๆ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2552 / 13:36
    เกือบไปแล้วฟ้าใสจ๋า~ ^ ^
    แล้ว...เรื่องมันมีอยู่ว่า...= ="
    #42
    0
  11. #41 พายสตอร์เบอรี่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2552 / 18:07

    O[]O อ้าว เเล้วเรื่องมันจะเป็นยังไงต่ออ่ะ ติดตามๆ^O^

    #41
    0
  12. #40 Th3 TeQuiLa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 21:39
     อัพต่อๆๆ
    #40
    0
  13. #37 svn_mikel (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 14:08

    เง้อ...ค้างซะแร้วว
    งั้นรีบอัพต่อนะคะ

    ก็นู๋ รออ่านอยู่นี่นา

    #37
    0
  14. #36 Bammๆ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 09:33
    ชินจะทำอะไรฟ้าใสอ่ะ OoO
    มิลค์เชคเปดมายังไม่ทันจบ 3 ตอนก็มีคู่เลยเน้อ~ ^ ^
    สู้ๆน่ะค่ะ รีบอัพค่ะ มอบกำลังใจให้เต็มที่~
    #36
    0
  15. #35 กระต่ายมุมตึก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2552 / 23:13
    กรี๊ดดดดดดดด

    ค้างกว่าตอนที่เเล้วอีกหง่าาาา
    #35
    0
  16. #34 Oshimasakura (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2552 / 20:07

    อ้าว ตกลงเฮ้ยอะไรอ่ะ ค้างนะเนี่ย

    #34
    0
  17. #33 ^_^love (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2552 / 19:57
    ฟิคนี้น่ารักมากเลยอ่ะ
    อ่านแล้วติดใจมากเลย
    ชินกับชุน เราก็ยังแยกไม่ออกเลย55555
    แต่กามเทพแบบนี้ อยากมีเอาไว้บ้าง คงช่วยได้ดีแฮะ
    #33
    0