Devil Hunter รักนี้สุดวุ่นเพราะมีคุณภูตมาเอี่ยว

ตอนที่ 5 : พันธนาการรัก ครั้งที่ 03 : บททดสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 มี.ค. 57


ตอนที่ 3 : บททดสอบ




 

            หลังจากที่ฉันได้เข้ามาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเวอโรน่า ชีวิตของฉันก็เริ่มจะเจอแต่เรื่องระทึกขวัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ถูกเกวอเริลโจมตี หรือเรื่องที่จริงๆ แล้วชมรมถ่ายรูปคือชมรมปราบภูตอย่างลับๆ หรือแม้แต่ตอนนี้...เรื่องที่ฉันจะต้องผ่านการทดสอบถึงจะสมัครเข้าชมรมได้ และตอนนี้ฉันก็กำลังยืนอยู่หน้าสถานที่ที่จะทำการทดสอบแล้ว แถมสมาชิกชมรมก็มาดูการทดสอบครบทุกคนเลยด้วย!

 

            สถานที่ทดสอบคือถ้ำวิญญาณซึ่งอยู่ภายในบริเวณบ้านของรีส เพิ่งจะรู้ว่าที่บ้านเขามีอาชีพเป็นนักปราบภูตกันทุกคน ที่บ้านเลยมีพวกอุปกรณ์วิญญาณหลากหลาย แล้วอุปกรณ์เครื่องมือที่ฉันเห็นในห้องชมรมก่อนหน้านี้ก็เอามาจากบ้านเขาทั้งนั้นเลย

 

            สายลมยามค่ำคืนพัดเข้ากระทบผิวจนฉันต้องกอดตัวเองเอาไว้ ที่จริงมันก็ไม่ได้หนาวขนาดนั้นหรอก แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังสั่นต่างหาก นี่ฉันจะต้องทดสอบจริงๆ หรอเนี่ย


 

            “ถ้ากลัว เธอจะเลิกก็ได้นะ” รีสบอกพร้อมกับส่งสายตาเชือดเฉือนมาให้ “แล้วก็ไม่ต้องมาสมัครเข้าชมรมอีก”

 

            “ไม่! ฉันจะลองทดสอบดู” ฉันบอกอย่างหนักแน่น พอเห็นท่าทางดูถูกของรีสแล้วมันรู้สึกเจ็บใจชะมัด ไม่ว่ายังไงฉันก็จะต้องผ่านการทดสอบให้ได้!

 

            ฉันกับรีสปะทะสายตากัน ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายสะบัดหน้าหนีไปเอง แล้วลูอานก็เลยเดินเข้ามาหาทันที เขาส่งสายตาห่วงใยมาให้พร้อมกับลูบหัวฉันเบาๆ

 

            “พยายามเข้าล่ะ”

 

            “อืม! ขอบคุณนะลูอาน” ฉันบอกเสียงใสแล้วหันไปยิ้มให้กับคนอื่นๆ ด้วย ออนเดรยิ้มกลับมาให้ แต่พี่แอนดี้กับฮาร์เวียร์กลับทำหน้าเรียบเฉย ฉันเข้าใจว่าพี่ชายอาจจะกำลังโกรธอยู่ที่ฉันดึงดันจะสมัครเข้าชมรมให้ได้ แต่ฉันอยากจะสมัครเข้าชมรมจริงๆ นี่นา

 

            “รายละเอียดของการทดสอบคือเธอจะต้องเข้าไปในถ้ำวิญญาณแห่งนี้ ซึ่งในนี้มีภูตอยู่นับไม่ถ้วน” รีสพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับเดินมาประจันหน้าฉัน “ตรงที่พวกเรายืนอยู่คือปากทางเข้าถ้ำ ถ้าเดินไปจนสุดถ้ำก็จะเจอปากทางออก”

 

            “...”

 

            “แต่ว่าการจะไปให้ถึงทางออกมันไม่ง่ายนักหรอก เพราะพวกภูตจะคอยขัดขวางตลอดทาง”

 

            “...”

 

            “เธอจะต้องออกมาจากถ้ำให้ได้ ซึ่งฉันจะให้เวลาเธอแค่สิบนาทีเท่านั้น”

 

            “สิบนาที? ไม่น้อยไปหน่อยหรอ”

 

            “ถ้าอยากจะสมัครเข้าชมรมก็อย่าบ่นอะไรมาก”

 

            จบค่ะ...เป็นอันว่าฉันมีเวลาเพียงสิบนาทีที่จะฝ่าฟันพวกภูตแล้วออกไปจากถ้ำ แต่ไม่ว่ายังไงเวลามันก็ยังน้อยเกินไปสำหรับคนที่กลัวภูตอย่างฉันอยู่ดีนั่นแหละ!

 

            “ภูตที่อยู่ในถ้ำจะไม่โจมตีจนเธอได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่โจมตีพื้นฐานเท่านั้น” รีสว่าก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “แต่ฉันว่าอย่างเธอคงเจ็บตัวอยู่ดีแหละ หึ!

 

            ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้น่าต่อยนักนะ ฮึ้ย!

 

            “เดี๋ยวพวกข้าจะไปรอเจ้าอยู่ที่ปากทางออกแล้วกัน” เกวอเริลบอก แล้วทุกคนก็ทยอยกันเดินไปอีกทาง ปล่อยให้ฉันยืนอยู่หน้าปากถ้ำคนเดียว พอมองเข้าไปในถ้ำที่มืดสลัวแล้วมันน่ากลัวจริงๆ นะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องลองไปลูกเดียวแล้วล่ะ

 

            ฉันสูดหายใจลึกแล้วผ่อนออกเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในถ้ำ ให้ตายเถอะ แม้แต่ตอนนี้ตัวฉันก็ยังไม่หยุดสั่นเสียที ยิ่งพอเข้ามาเจอบรรยากาศวังเวงในถ้ำแล้วยิ่งน่าขนลุก แต่ยังโชคดีที่ข้างผนังถ้ำมีคบไฟติดอยู่เรียงเป็นแถวไป

 

            ตึกๆๆ

            แม้แต่เสียงเดินของตัวเองยังสะท้อนออกมาได้อย่างน่ากลัวเลย!

 

            ตึกๆๆ

 

          “...”

 

            ตึกๆๆ

          นี่ฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่านะว่าเหมือนมีใครเดินตามเลย

 

            “...”

 

            ตึกๆๆ

          มีใครเดินตามมาจริงๆ ด้วย!

 

            ทั้งๆ ที่อากาศก็ออกจะเย็นเยียบแต่ฉันกลับรู้สึกว่าเหงื่อมันผุดออกมาตามร่างกายจนชื้นไปหมด แถมขาก็เริ่มจนก้าวไม่ออก ทั้งที่สมองสั่งว่าต้องเดินต่อไปแท้ๆ

 

            ...ฉันกลัว...

 

            หมับ!

            ฉันสะดุ้งโหยงทันทีเมื่ออยู่ๆ ก็มีมือใครคนหนึ่งมาจับไหล่ไว้ ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วค่อยๆ หันกลับไปมองอย่างช้าๆ ในใจก็ภาวนาขอให้เป็นสมาชิกชมรมคนใดคนหนึ่งทีเถอะ ไม่ว่าจะเป็นรีสหรือเกวอเริล ใครสักคนก็ได้ แต่ว่า...

 

            “กรี๊ดดด!” ฉันร้องสุดเสียงทันที เมื่อหันมาเจอกับภูตผู้หญิงผมยาวแต่ว่าไม่มีหน้า! หน้าเธอขาวโพลนไปหมด ไม่นะ ไม่เอานะ อย่ามาทำอะไรฉันเลยนะ!

 

            “สาวน้อย มาทำอะไรในนี้จ๊ะ” ภูตตัวนั้นถามเสียงเย้าหยอกก่อนที่จะเข้ามาสวมกอดฉันไว้ “หรือว่าจะมาเล่นกับข้ากันเอ่ย?”

 

            “กรี๊ดดด!” แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ฉันส่งเสียงดังลั่นถ้ำ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทไปหมด

 

            “อ้าว สลบไปเสียแล้ว” นี่คือสิ่งที่ภูตผู้หญิงพูดออกมา





 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



 


 

 

            “ลูกจำเอาไว้ให้ดีนะว่าภูตที่ดีจะไม่ทำร้ายใคร เพราะงั้นอย่าไปกำจัดพวกเขา”

          “แบบนี้แสดงว่ามีภูตที่ไม่ดีด้วยหรอคะ”

          “อืม พวกภูตไม่ดีจะคอยทำร้ายมนุษย์”

          “น่ากลัวจังเลยค่ะ”

          “ไม่เป็นไรนะ พ่อจะปกป้องลูกเอง แพนโดร่า”

          “ค่ะ! รักคุณพ่อที่สุดเลย!

 

 

            “...คุณพ่อที่สุด”

 

            “แพนโดร่า!

 

            “...ที่สุดเลย...” ฉันพึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัวแล้วรู้สึกเหมือนมีใครมาตบหน้าเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นพี่แอนดี้กำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ แล้วเมื่อกี้ฉันฝันไปหรอ

 

            หมับ!

            แล้วพี่ชายก็เข้ามาสวมกอดฉันทันที

 

            “นี่ฉันเป็นอะไรไป” พอมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าตัวเองอยู่ภายนอกถ้ำแล้ว “แล้วการทดสอบล่ะ!?”

 

            ออนเดรกับลูอานก้มหน้าลงเล็กน้อยเหมือนกำลังปิดบังความผิดหวังเอาไว้ จำได้ว่าพอเจอกับภูตผู้หญิงฉันก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลยนี่นา

 

            “เธอไม่ผ่านการทดสอบ” เมื่อเห็นว่าทุกคนเอาแต่เงียบ รีสเลยเป็นคนเฉลย “พวกเราได้ยินเสียงเธอร้องแล้วก็เห็นว่าผ่านไปสิบนาทีแล้วเธอก็ยังไม่ออกมา เลยลองเข้าไปดู”

 

            “...”

 

            “แล้วก็เห็นว่าเธอนอนสลบอยู่ เลยอุ้มออกมาจากถ้ำ”

 

            “...”

 

            “ในเมื่อเป็นแบบนี้ เพราะงั้นเธอไม่มีสิทธิ์จะสมัครเข้าชมรม ตัดใจไปซะเถอะ อ่อนแอแบบนี้ไปสู้ใครเขาไม่ได้หรอก”

 

            “รีส! พอได้แล้วน่า” พอเห็นว่ารีสยังพูดว่าฉันไม่เลิก ลูอานเลยเดินเข้ามาห้ามก่อนจะหันมามองฉันอย่างห่วงใย ฉันก็เลยต้องฝืนยิ้มกลับไปให้เขา แต่มันก็จริงอย่างที่รีสว่านั้นแหละ คนอ่อนแอไม่มีใครต้องการ และฉันก็เป็นคนอ่อนเพราะงั้นถึงไม่เป็นที่ต้องการของชมรมยังไงล่ะ

 

            อึก...

            แม้ว่าจะเข้าใจดีแต่มันก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ

 

            “แค่นี้ก็ร้องไห้ เธอมันทั้งอ่อนแอและขี้แย”

 

            “ฮาร์เวียร์ก็อีกคน เลิกว่าแพนโดร่าได้แล้ว!” เป็นอีกครั้งที่ลูอานต้องห้ามปราม

 

            “แต่ฉันพูดความจริง”

 

            “ฮาร์เวียร์!

 

            “ถ้ามัวแต่ให้คนอื่นปลอบ และถ้ายังมัวแต่ร้องไห้ ก็คงไม่มีวันจะได้เข้าชมรมหรอก” ฮาร์เวียร์พูดต่อโดยไม่สนใจเสียงของลูอานสักนิด เขาหันมามองฉันนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เดินออกไปเลย

 

            ที่เขาพูดมันก็จริง แต่ว่าฉันก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้อยู่ดี เรื่องแค่นี้ฉันกลับทำมันไม่ได้ คิดแล้วมันน่าเจ็บใจนัก



 




 

 

มาอัพต่อแล้วค่ะ!

ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะอัพนิยายเรื่องนี้ 3 วัน / 1 ตอน แม้ว่ามันจะยาวไปสักนิด (?) ยังไงก็ช่วยอ่านกันด้วยนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้จะมอบความสุขให้กับทุกคนค่ะ

ส่วนตอนี้ก็...ขอสงสารแพนโดร่านิดหนึ่งแล้วกัน แค่นิดเดียวนะ...แบบว่าอิจฉาที่ได้อยู่กับหนุ่ม ฮ่าๆๆๆ

นางเอกของเราไม่ผ่านการทดสอบแบบนี้ แล้วจะเป็นยังไงต่อไป ช่วยติดตามกันด้วยนะคะ

ขอขอบคุณทุกคอมเมนท์และทุกกำลังใจค่ะ แล้วเจอกันตอนหน้าจ้า ^^

+ ❥ Free theme mouse.naru

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น