Devil Hunter รักนี้สุดวุ่นเพราะมีคุณภูตมาเอี่ยว

ตอนที่ 3 : พันธนาการรัก ครั้งที่ 01 : ภูต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 มี.ค. 57


ตอนที่ 1 : ภูต


 

            “...ในโลกนี้มีหลายสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจจะมองเห็นได้ ไม่ว่าจะเป็นพลังเหนือธรรมชาติ ผีสางนางไม้ วิญญาณเร่ร่อน หรือแม้แต่ ภูตเองก็ตาม บางพวกก็รักสงบอยู่อย่างสันติ แต่ก็มีบางพวกก็จ้องจะทำร้ายมนุษย์เพื่อเพิ่มพลังให้ตนเอง ดังนั้นโลกจึงสร้างมนุษย์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติขึ้นมาอีกพวกหนึ่ง เพื่อให้มาปราบเหล่าภูตที่ชั่วร้าย และมนุษย์พวกนี้ก็จะถูกเรียกว่า นักปราบภูต' นั่นเอง...”

 

 

            แช๊ะ!

            เสียงกดชัตเตอร์ทำให้ฉันหันไปมองตามแต่ว่าก็ไม่เห็นมีช่างกล้องยืนอยู่สักคน เฮ้อ! แค่เมื่อกี้อยู่ๆ คำพูดของคุณพ่อเรื่อง ภูต ที่มันผุดขึ้นมาในหัวก็แทบแย่แล้ว นี่ยังจะมาหูแว่วอีกหรือไง

 

            คุณพ่อนี่ชอบพูดเรื่องภูตให้ฟังอยู่เรื่อยเลย ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ แม้ว่าฉันจะเป็นมนุษย์ที่มีพลังมองเห็นภูตก็เถอะ!

 

            พรึบ!

            “น้องคะ! อยู่ปีหนึ่งใช่ไหม มีชมรมหรือยัง สนใจเข้าชมรมว่ายน้ำไหมคะ!

 

            แต่แล้วฉันก็ต้องเลิกสนใจเรื่องอื่น แล้วหันมาสนใจรุ่นพี่สาวที่ถามมาเป็นหางว่าวพร้อมกับยื่นโบชัวร์ของชมรมมาให้ด้วย ฉันรับโบชัวร์มาแล้วรีบเดินเลี่ยงออกมาทันที เพราะไม่ได้สนใจชมรมนั่นของคุณรุ่นพี่สาวสักนิด

 

            อ๊ะ! ขอโทษที่แนะนำตัวช้าไปหน่อยนะคะ ฉันชื่อ แพนโดร่า เป็นนักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยเวอโรน่า แล้วตอนนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างเลือกชมรมที่โซนตั้งบูธของมหาวิทยาลัย ส่วนชมรมที่ฉันอยากจะเข้าก็คือชมรมถ่ายรูปนั่นเอง

 

            ฉันอยากจะเข้าชมรมเดียวกับพี่ชายบังเกิดเกล้าค่ะ!

 

            “น้องคะๆ สนใจชมรมหัตถกรรมไหมคะ!

 

            เป็นอีกครั้งที่ฉันโดนถามพร้อมกับได้รับโบชัวร์ แล้วฉันก็เดินเลี่ยงออกมาเหมือนเดิม จะว่าไปนี่ก็เดินหาบูธของชมรมถ่ายรูปมาตั้งนานแล้วแต่ก็หาไม่เจอสักที อยากจะเซอร์ไพร์พี่ชายเลยไม่ได้ถามที่ตั้งไว้ด้วยสิ เฮ้อ~

 

            “โอ๊ะ!

 

            แต่สงสัยสวรรค์อยากจะให้ฉันได้เข้าชมรมถ่ายรูปก็เลยดลใจให้เดินมาเจอป้ายบอกที่ตั้งบูธขนาดใหญ่ เอ๋...ชมรมถ่ายรูปตั้งอยู่ตรงไหนนะ อืม...อ๊ะ...อ้าว! ไล่ดูจนหมดแล้วก็ไม่เห็นมีบูธของชมรมถ่ายรูปเลย

 

            ทำไมกัน?

 

            “ชมรมถ่ายรูปไม่มาตั้งบูธจริงๆ หรอเนี่ย”

 

            “นั่นสิครับ”
 

 

            ฉันหันไปมองผู้ชายสองคนที่ยืนคุยกันอยู่ข้างๆ ทันที ทั้งสองคนใส่เครื่องแบบของมหาวิทยาลัยอย่างเนี๊ยบเรียบร้อย คนหนึ่งมีเข็มกลัดรูปดาวสีทองติดอยู่ที่อกซ้าย ส่วนอีกคนมีเข็มกลัดรูปดาวสีเงินติดอยู่ที่ตำแหน่งเดียวกัน

 

            ตอนปฐมนิเทศ เห็นพวกอาจารย์บอกว่าคนที่ติดเข็มกลัดดาวแบบนี้คือประธานนักศึกษากับรองประธานนักศึกษานี่นา

 

            “ให้ตายเถอะ ทำอะไรเอาแต่ใจกันจริงๆ” ผู้ชายคนที่ติดเข็มกลัดสีทองพูดต่อ “แบบนี้ถึงได้ไม่มีสมาชิกชมรมเพิ่มสักที”

 

            “แล้วเราควรจะจัดการยังไงดีครับ” อีกคนถาม

 

            “หลังเลิกงานแนะนำชมรมค่อยไปหาที่ห้องชมรมแล้วกัน”

 

            “เอ๋~ ผมไม่ค่อยอยากไปที่อาคารสามเลย ดูวังเวงยังไงชอบกล”

 

            “อย่าบ่นมากน่า”

 

            แล้วทั้งสองหนุ่มก็เดินจากไป ห้องชมรมถ่ายรูปอยู่ที่อาคารสามงั้นหรอ...ลองไปดูสักหน่อยท่าจะดีแฮะ เผื่อมีสมาชิกชมรมอยู่ที่นั่น ฉันจะได้ขอสมัครเข้าชมรมเลย

 

            “เอ่อ ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่าอาคารสามไปทางไหนคะ” ฉันหันไปถามรุ่นพี่ที่เดินผ่านมาพอดี เอาล่ะ! ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องสมัครเข้าชมรมถ่ายรูปให้ได้เลย!

 

++++++++++++++++++++++++++++++
 

 

            ณ อาคารสามของมหาวิทยาลัยเวอโรนา

            เศษใบไม้แห้งที่ปลิวว่อนไปมา ทำให้ฉันต้องกลืนน้ำลายลงคอ ฉันเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วล่ะว่าทำไมรองประธานคนนั้นถึงไม่อยากจะมาที่อาคารสามแห่งนี้ ก็ดูสิ...บรรยากาศวังเวงเหมือนไม่มีผู้คน แถมบริเวณโดยรอบก็มีเศษใบไม้หล่นเต็มไปหมดเหมือนไม่มีคนดูแลมานาน ตัวอาคารก็มีรอยร้าวเป็นจุดๆ อย่างกับอาคารผีสิงแน่ะ!

 

            จื๊ดๆ

            “ว้าย!” ตกใจเกือบล้มหน้าทิ่มเลย! เมื่ออยู่ๆ ก็มีกระรอกตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาคลอเคลียที่เท้า ฉันมองมันอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจอุ้มมันขึ้นมาดูใกล้ๆ เพราะเห็นว่ามันใส่สร้อยคอลูกประคำอยู่ด้วย

 

            กระรอกพิสดาร?

 

            “ข้าไม่ใช่กระรอกพิสดารนะ! เป็นภูตต่างหาก!

 

            “กรี๊ดดด!

 

            ปั้ก!

            “ยัยบ้า! ปล่อยข้าลงมาไม่บอกไม่กล่าวเลยนะ!
           

           
เจ้ากระรอกตัวนั้นโวยวายใหญ่ที่ฉันเผลอปล่อยมันลงพื้นแล้วถอยหลังกรูดด้วยความกลัว ถึงตอนแรกฉันจะบอกว่าตัวเองมองเห็นภูตก็เถอะ แต่มันก็เป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งเลยนะ ในเมื่อฉันกลัวภูตผีปีศาจยิ่งกว่าสัตว์เลื้อยคลานเสียอีก แม้ว่าเจ้ากระรอกนั่นจะดูน่ารักอยู่บ้างก็เถอะ แต่มันก็ไม่ไหวจริงๆ ไม่ชินกับเรื่องแบบนี้เอาเสียเลย!

 

            “อุตส่าห์ดีใจที่มีคนจะมาสมัครเข้าชมรม” เจ้ากระรอกเริ่มพล่ามต่อ “เลยออกมาต้อนรับสักหน่อย ที่ไหนได้ ข้าดันต้องมาเจ็บตัวเพราะเจ้า!

 

            เจ้ากระรอกหันมาขู่ฉันฟ่อๆ เอ่อ...ก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยหรอกแต่มันกลัวนี่นา แล้วอีกอย่าง...มันอ่านใจฉันได้ด้วยหรอ!?

 

            “ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้...” เจ้ากระรอกหยุดพูดไปเสียดื้อๆ ก่อนที่จะมีแสงสว่างเกิดขึ้นรอบตัวมัน แล้วร่างกายของเจ้ากระรอกก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมันสูงเกือบเท่าตึกสามชั้น!

 

ฉันมองดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็เกิดอาการกลัวขึ้นมาจับใจ ก็เข้าใจอยู่ว่านี่คือกระรอกภูต แต่ในความรู้สึกฉันมันก็เหมือนผีจำพวกหนึ่งนั่นแหละ ทั้งแปลงร่างได้ ทั้งมีพลังประหลาด แถมบางตัวยังทำร้ายมนุษย์อีกต่างหาก น่ากลัวสุดๆ

 

            “ข้าจะสอนให้เจ้ารู้สำนึกที่บังอาจมาทำให้ข้าเจ็บตัว!

 

            ครืนนน!

            สิ้นเสียงเจ้ากระรอก ใบไม้รอบๆ ก็พร้อมใจกันปลิวสะบัด ทั้งๆ ที่ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งแต่ตรงนี้ลมพัดแรงอย่างกับจะเกิดพายุเลย เจ้ากระรอกจ้องฉันไม่กะพริบตา แล้วเพียงเสี้ยววินาทีมันก็พุ่งเข้าใส่ฉัน!

 

            ปั้ก!

แม้ว่าจะพยายามกระโดดหลบขนาดไหนก็หลบไม่พ้น ขาเล็กๆ ของฉันไม่อาจจะวิ่งหนีเจ้ากระรอกภูตนี่ได้ทัน ผลที่ออกมาคือฉันโดนชนจนกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ ได้แผลขีดข่วนและช้ำในมาหลายที่ทีเดียว ถึงจะเคยฟังคุณพ่อเล่าเรื่องพลังของพวกภูตมาตลอดก็เถอะ แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะร้ายกาจขนาดนี้

 

            “หึ!

 

            แถมยังโดนเจ้ากระรอกนั่นหัวเราะเยาะใส่อีกต่างหาก เจ็บใจที่สุด!

 

            “เจ้าคงขยับตัวไม่ได้แล้วสินะ” เจ้ากระรอกพูดอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นว่าฉันนอนเดี้ยงไม่ไปไหน “ถ้างั้น...ข้าจะปิดบัญชีแล้วนะ เตรียมตัวได้เลย!

 

            วูบ!

            เจ้ากระรอกเงยหน้าขึ้นแล้วอ้าปากก่อนที่จะมีกลุ่มพลังสีขาวค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเหนือปากมัน เดี๋ยวก่อนนะ! ฉันเคยดูในหนังมา อีท่าแบบนี้คือมันจะยิงท่าไม้ตายใส่ฉันใช่ไหม!

 

            เฮ้ย! แบบนั้นฉันได้ไปทัวร์นรกแน่! จะหนียังไงดีเนี่ย!

 

            ขวับ!

            ไม่มีเวลามาหยุดคิดแล้วล่ะ เจ้ากระรอกนั่นสะบัดหัวแล้วปล่อยพลังพุ่งตรงมาใส่ฉันแล้ว ตอนนี้คงทำได้แค่สวดมนต์เท่านั้นแหละ!

 

            นี่ชีวิตฉันมาได้แค่นี้จริงๆ หรอเนี่ย! ใครก็ได้ช่วยด้วย! ฉันยังไม่อยากตายนะ!
 

 

          ตู้มมม!

            พลังนั่นพุ่งตรงเข้ามาจนฉันคิดว่าคงจบสิ้นแล้ว แต่ทว่าเพียงเสี้ยววินาที ก็มีใครคนหนึ่งกระโจนออกมาจากพุ่มไม้แล้วอุ้มฉันขึ้นก่อนที่เขาจะกระโดดหนีพลังแสงของเจ้ากระรอก จนลำแสงไปชนเข้ากับกำแพงแทน!

 

            ฉันที่อยู่ในอ้อมกอดเขาเงยหน้าขึ้นมอง เส้นผมสีดำขลับที่ละไปกับใบหน้าคมคาย และสายตาที่มองกลับมาทำให้ฉันไม่กล้าแม้จะกระดิกตัว ฉันไม่รู้ว่าไอ้ความรู้สึกแน่นหน้าอกนี่มันคืออะไร รู้แค่เพียงว่า...

 

            คนคนนี้เขาเป็นคนช่วยชีวิตฉัน!

 


 

 

ในที่สุดก็ได้อัพตอนแรกแล้ว!

เปิดเรื่องมาก็ให้แพนโดร่าเจ็บตัวเลยทีเดียว ( ชอบให้นางเอกเจ็บตัวนี่เริ่มจะกลายเป็นสไตล์ของเจ๊คนเขียนไปแล้ว ฮ่าๆๆ )

แต่เรื่องมันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น ถ้าอยากจะติชมแนะนำตรงไหนบอกได้เลยนะคะ

ขอความกรุณารับนิยายเรื่อง “Devil Hunter พันธนาการรักแห่งภูต” ไว้ในอ้อมใจของทุกท่านด้วยนะคะ ขอขอบพระคุณมากค่ะ!

แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ ^^

 

ช่วงตอบคอมเมนท์

Comment 01 : อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มีหนุ่มเคะด้วยอ๊าาาาาาาาาาาาาาาา ปลื้มT////T

เจ๊คนเขียนขอตอบว่า : จริงๆ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะให้มีใครเหมือนหนุ่มเคะเลยนะ แต่เพื่อดึงดูดลูกค้า (?) ผลเคะก็เลยตกไปอยู่ที่ลูอานเต็มๆ สรุปง่ายๆ คือเพื่อสนองตัณหาของอิเจ๊คนเขียนนั่นเอง ( ฮ่าๆๆๆ ) ถ้าชอบก็ดีใจมากเลยจ้าาาาาาาาาา

+ ❥ Free theme mouse.naru
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น